39

บทที่ 4
สื่อการสอน
สื่ อ การสอนเป็ น การใช้ ส่ ื อ ในฐานะตั ว กลางในกระบวนการเรี ย น
การสอนที่ เ ป็ นพาหนะในการถ่ า ยทอดสารคื อ ความร้้ ประสบการณ์
อารมณ์ ความร้้สึก ความสนใจ ทัศนคติ ค่านิ ยม และทักษะความชำานาญ
แก่ผ้เรียน เพื่อให้ผ้เรียนเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมตามจุดมุ่งหมายที่ผ้
สอนกำาหนดไว้ ดังนั ้นสื่อการสอนจึงมีความหมายดังต่อไปนี้

ความหมายของสื่อการสอน
สื่ อ (Medium , Media) มาจากภาษาลาติ น แปลว่ า ระหว่ า ง
หมายถึงตัวกลางที่จะทำาให้ส่ิงหนึ่ งเดินทางจาก จุดหนึ่ ง ไปยังจุดปลายทางอีก

จุดหนึ่ ง หรือเป็ นตัวเชื่อมระหว่างจุดทัง้ สอง ส่วน การสอน (Instruction)
เป็ นการกระทำา ของคร้ เ พื่ อให้ เ กิ ด การเรี ย นร้้ หรื อ การเปลี่ ย นแปลง
พฤติ ก รรมในตั ว ผ้้ เ รี ย น ดั ง นั ้ น สื่ อการสอน(Instruction Media) มี
นั กการศึกษาได้ให้ความหมายไว้ต่างๆ กันดังนี้
วาสนา ชาวหา(2533 : 8) ได้ ใ ห้ ค วามหมายว่ า สื่ อการสอน
หมายถึ ง สิ่ ง ใดก็ ต ามที่ เ ป็ น ตั ว กลางหรื อ พาหะนำ า ความร้้ ไ ปส่้ ผ้ เ รี ย นและ
ทำาให้ผ้เรียนสามารถเรียนร้้ได้ตามวัตถุประสงค์ท่ีกำาหนดไว้เป็ นอย่างดี
ชั ย ยงค์ พรหมวงศ์ (2543 : 111) ได้ ใ ห้ ค วามหมายว่ า สื่ อ การ
สอน หมายถึง วัสดุ (สิน
้ เปลือง) อุปกรณ์(เครื่องมือที่ไม่ผุพังได้ง่าย) และ

วิ ธีก าร(กิ จ กรรม ละคร เกมส์ การทดลองฯลฯ) ที่ ใ ช้ เ ป็ น สื่ อ กลางให้ ผ้
สอนสามารถส่ ง หรื อ ถ่ า ยทอดความร้้ เจตคติ (อารมณ์ ความร้้ สึ ก ความ
สนใจ ทั ศ นค ติ แล ะค่ า นิ ย ม ) แล ะทั ก ษ ะไป ยั งผ้้ เรี ย น ไ ด้ อ ย่ า งมี
ประสิทธิภาพ
กิดานั นท์ มลิทอง(2546 : 26) ได้ให้ความหมายว่า สื่อชนิ ดใด
ก็ตามไม่ว่าจะเป็ นเทปบันทึกเสียง สไลด์ วิทยุ โทรทัศน์ วีดิทัศน์ แผนภ้มิ

40

ภาพนิ่ ง คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งบรรจุ เนื้ อหาเกี่ ยวกับ บทเรี ยนในหลักส้ ตร
สิ่งเหล่านี้ เป็ นวัสดุอุปกรณ์ ทางกายภาพที่ นำา มาใช้ ในเทคโนโลยี การศึกษา
และเป็ นสิ่งที่ใช้เป็ นเครื่องมือหรือช่องทางสำา หรับทำา ให้การสอนของผ้้สอน
ส่งไปถึงผ้้เรียน ทำาให้ผ้เรียนสามารถเกิดการเรียนร้้ตามวัตถุประสงค์ หรือ
จุดมุ่งหมายที่ผ้สอนวางไว้ได้เป็ นอย่างดี

สรุ ป ได้ ว่ า สื่ อ การสอน หมายถึ ง ตั ว กลางที่ จ ะช่ ว ยนำ า และ
ถ่ายทอดข้อม้ลความร้้ จากคร้ผ้สอน หรือจากแหล่งความร้้ไปยังผ้้เรียน
เป็ นสิ่งช่วยอธิบาย และขยายเนื้ อหาบทเรียน ให้ผ้เรียนสามารถเข้าใจ
เนื้ อหาได้ง่ายขึน
้ เพื่อบรรลุถึงวัตถุประสงค์การเรียนที่ตัง้ ไว้

ความสำาคัญของสื่อการสอน
สื่อการสอนเป็ นองค์ประกอบที่สำา คัญในกระบวนการสื่อ สารการ
เรี ย นร้้ แ ละมี บ ทบาทที่ สำา คั ญ ในการถ่ า ยทอดสารจากผ้้ ส อนไปยั ง ผ้้ เ รี ย น
ความสำาคัญของสื่อในกระบวนการเรียนการสอนจำาแนกได้ดังนี้ (วาสนา ทวี
กุลทรัพย์, 2537 : 157-158)

1. เป็ นเครื่องช่วยในการสอน เมื่อนำ า สื่อมาใช้ในกระบวนการ
เรียนการสอนทำา ให้ผ้สอนสอนตามเนื้ อหาได้ง่ายขึ้น รวดเร็ว และถ้กต้อง
มากขึ้นทำาให้ผ้สอนสามารถสอนได้ตามวัตถุประสงค์ท่ีกำาหนดไว้ ช่วยให้ลด
การบรรยายของผ้้สอนลงได้ นอกจากนั ้นผ้้สอนยังมีเวลาด้แลผ้้เรียนที่เรียน
อ่อนได้มากขึ้น หรือผ้้สอนมีเวลาพัฒนาการสอนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
2. เป็ นเครื่องช่วยในการเรียนของผ้้เรียน ผ้้เรียนใช้ส่ ือเพื่อให้เกิด
การเรี ย นร้้ ด้ วยตนเองได้ ดี ขึ้ น จากประสบการณ์ ท่ี มี ค วามหมายในร้ ป แบบ
ต่างๆ ผ้้เรียนจะเรียนได้มากขึ้นจากสื่อโดยใช้เวลาน้ อยลง สื่อจะทำาให้ผ้เรียน
มีความสนใจในการเรี ยนและมี ส่ว นร่ วมในการเรี ยนอย่า งกระฉั บกระเฉง
ช่ ว ยให้ เ กิ ด ความประทั บ ใจจำา ได้ น าน ทั ้ง ยั ง ช่ ว ยส่ ง เสริ ม ให้ เ กิ ด ความคิ ด
สร้างสรรค์ช่วยแก้ไขปั ญหาในการเรียนร้้และช่วยให้เอาชนะข้อจำากัดต่างๆได้
3. เป็ นเครื่องช่วยในการจัดการเกี่ยวกับการสอน
สื่อการสอน
ช่ วยเปลี่ย นบทบาทของผ้้ สอนจากผ้้บ อกความร้้ มาเป็ น ผ้้ จั ดการและกำา กั บ
ด้แล คอยชีแ
้ นะให้กับผ้้เรียนโดยใช้ส่ ือเป็ นแหล่งความร้้แทนทำา ให้สามารถ
จัดร้ปแบบการเรียนการสอนได้หลายลักษณะ เช่น การสอนเป็ นกลุ่มการ
สอนรายบุคคล การสอนทางไกล เป็ นต้น

41

4. เป็ นเครื่ องช่ ว ยเพิ่ ม คุ ณ ภาพทางการศึ ก ษา สื่ อการสอน
สามารถแก้ปัญหาเกี่ยวกับจำานวนผ้้เรียนที่เพิ่มขึ้น ผ้้เรียนที่มีพ้ืนฐานความร้้
ที่ แตกต่ า งกั น ฯลฯ สื่ อ การสอนจะช่ ว ยเพิ่ ม คุ ณภาพโดยการปรั บ ปรุ งการ
สอนให้เพียงพอต่อความต้องการของผ้้เรียน ช่วยแก้ปัญหาความแตกต่าง
ของผ้้เรียน สร้างความเสมอภาคแก่ผ้เรียน เป็ นต้น เนื่ องจากการเรียนการ
สอนเป็ น กระบวนการสื่ อ สารระหว่ า งผ้้ ส อนและผ้้ เ รี ย นจำา เป็ นต้ อ งอาศั ย
ตัวกลางหรือช่องทางร้ปแบบต่างๆเป็ นพาหะนำ าความร้้ ทักษะ และทัศนคติ
ไปยังผ้้เรียน

คุณค่าของสื่อการสอน
คุณค่าของสื่อการสอน แบ่งได้เป็ น 2 ลักษณะ คือ คุณค่าทัว่ ไป
ของสื่อ และคุณค่าของสื่อกับการเรียนการสอน รายละเอียดดังนี้
1. คุณค่าทั่วไปของสื่อ

1.1 ทำาสิ่งซับซ้อนให้ด้ง่ายขึ้น

1.2 ทำาสิ่งที่เป็ นนามธรรมให้เป็ นร้ปธรรมมากขึ้น
1.3 ทำาสิ่งที่เคลื่อนไหวเร็วให้ด้ช้าลง

1.4 ทำาสิ่งที่เคลื่อนไหวหรือเปลี่ยนแปลงช้าให้ด้เร็วขึ้น
1.5 ทำาสิ่งที่ใหญ่มากให้เล็กเหมาะแก่การศึกษา
1.6 ทำาสิ่งที่เล็กมากให้มองเห็นได้ชด
ั ขึ้น

1.7 นำ าสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตมาศึกษาในปั จจุบัน
1.8 นำ าสิ่งที่อย่้ไกลมาศึกษาในห้องเรียนได้

2. คุณค่าของสื่อกับการเรียนการสอน สื่อการสอนสามารถใช้
ประโยชน์ได้ทัง้ กับผ้้เรียนและผ้้สอน
2.1 สื่อกับผ้้เรียน

42

2.1.1 ช่วยสร้างความเข้าใจในเนื้ อหาบทเรี ยนที่ยุ่ งยากซับ
ซ้อนในเวลาอันสัน
้ เกิด
ความคิ ด รวบยอด ถ้ ก ต้ อ ง รวด เร็ ว ทำา ใ ห้ ก าร เรี ยนร้้ เป็ นไป อย่ า งมี
ประสิทธิภาพ
2.1.2 ช่วยกระตุ้นและสร้างความสนใจของผ้้เรียน

2.1.3 ช่ ว ย ใ ห้ ผ้้ เ รี ย น มี ค ว า ม เ ข้ า ใ จ ต ร ง กั น แ ล ะ เ กิ ด
ประสบการณ์ร่วมกัน
2.1.4 ช่ ว ยให้ ผ้ เ รี ย นมี ส่ ว นร่ ว มในกิ จ กรรมการเรี ย นการ
สอนมากขึ้น ทำาให้เกิด
มนุษยสัมพันธ์อันดีระหว่างผ้้เรียนด้วยกันเอง และผ้้เรียนกับผ้้สอน
2.1.5 ช่วยให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และสร้างเสริมลักษณะ
ที่ดีในการศึกษา
ค้นคว้า
2.1.6 ช่วยแก้ปัญหาความแตกต่างระหว่างบุคคล
2.2 สื่อกับผ้้สอน

2.2.1 การใช้ ส่ ื อ ประกอบการสอนจะช่ ว ยให้ บ รรยากาศใน
การสอนน่ าสนใจมี
ความสนุกสนานในการสอนมากกว่าวิธีบรรยายเพียงอย่างเดียว
2.2.2 ช่วยแบ่งเบาภาระผ้้สอนในด้านการเตรียมเนื้ อหา
2.2.3 เป็ นการกระตุ้นให้ผ้สอนตื่นตัวอย่้เสมอ ในการเตรี
ยมและผลิตวัสดุใหม่ ๆ
ตลอดจนคิดค้นเทคนิ ควิธีต่าง ๆ เพื่อให้การเรียนร้้น่าสนใจยิ่งขึ้น

ประเภทของสื่อการสอน
โดยทัว
่ ไปแล้ว นั กเทคโนโลยีทางการศึกษามักนิ ยมจำาแนกประเภท

ของสื่อการสอนเป็ น 3 ประเภทดังนี้ (ชัยยงค์ พรหมวงศ์ 2523 : 112)

43

1. อุปกรณ์ (Hardware) หมายถึง สิ่งที่เป็ นตัวกลางหรือตัวผ่าน
ทำา ให้ ข้อ ม้ล ความร้้ ท่ีบั นทึก ไว้ใ นวั สดุส ามารถถ่ ายทอดออกมาให้ เห็ น หรื อ
ได้ยินได้ เช่น เครื่องฉายภาพโปร่งใส เครื่องเล่นเทป เป็ นต้น
2. วัสดุ (Software) หมายถึง สื่อที่เก็บความร้้อย่้ในตัวเองจำาแนก

ได้ 2 ลักษณะ คือ

2.1 วั สดุ ท่ี ส ามารถถ่ า ยทอดเนื้ อหา ได้ด้ ว ยตั ว เอง
โดยไม่
จำาเป็ นต้องอาศัยอุปกรณ์
อื่นช่วย เช่น แผนที่ ล้กโลก ห่น
ุ จำาลอง เป็ นต้น
2.2 วัสดุท่ีไม่สามารถถ่ายทอดเนื้ อหาได้ด้วยตัวเอง จำาเป็ นต้อง
อาศัยอุปกรณ์อ่ ืนช่วย
เช่น แผ่นเสียง สไลด์ เป็ นต้น
3.

เ ท ค นิ ค แ ล ะ วิ ธี ก า ร (Technique and Method)
หมายถึง
สื่อที่มีลักษณะเน้ นแนวความคิดหรือร้ปแบบขัน
้ ตอนในการ
เรียนการสอนเป็ นสำาคัญ อาจนำ าเอาวัสดุหรืออุปกรณ์มาช่วยในการสอนด้วย
ก็ได้

44

เอดการ์ เดล (Dale. 1959 :42-53)

สื่อการสอนออกเป็ นประเภทต่าง ๆ 11 ประเภท

ได้ แบ่ ง ประเภทของ

โดยพิจารณาจาก

ลักษณะของประสบการณ์ท่ีได้รบ
ั จากสื่อการสอนประเภทนั้ น โดยยึดถือ
เอาความเป็ นนามธรรมและรูปธรรมเป็ นหลักในการจัดแบ่งประเภท เขา

ถื อ ว่ า ประสบการณ์ ท่ี นั กเรีย นกระทำา ตรงโดยมี จุ ด มุ่ ง หมายนั้ น เป็ น
ประสบการณ์ท่ีมีความเป็ นรูปธรรมมากที่สุด

ส่วนประสบการณ์ท่ี

ได้จากสื่อประเภทอื่น ๆ นั้ นมีความเป็ นรูปธรรมลดน้อยไปเรื่อย ๆ จน
กระทัง่ มีความเป็ นนามธรรมมากที่สุดคือ ประสบการณ์จากสื่อการสอน
ประเภทวจนสั ญ ลั ก ษณ์

เดลได้ เ ขี ย นให้ เ ห็ น ความเกี่ ย วพั น ของ

ประสบการณ์ จากสื่ อ ต่ าง ๆ เอาไว้ ด้ว ย เรีย กว่ า กรวยประสบการณ์
(Cone of Experience) แสดงดังภาพ

45

ภาพที่ 4.1 กรวยประสบการณ์ของเอดการ์ เดล
ที่มา (Dale, 1969, p.107)

จากแผนภาพ

หากจะจั ด ประเภทสื่ อตามลำา ดั บ

จาก

ประสบการณ์ท่ีมีความเป็ นรูปธรรมมากที่สุดไปหาความเป็ นรูปธรรมน้อย
จนถึ ง ความเป็ นนามธรรมแล้ ว ก็ อ าจแบ่ ง ประเภทสื่ อการสอนได้ 11
ประเภทตามที่กล่าวมาแล้วคือ

1. การกระทำาจริงกับสภาพที่เป็ นจริงด้วยจุดมุ่งหมายของผ้้กระทำา

2. ประสบการณ์ จำา ลอง สิ่ ง พวกนี้ ไ ด้ แ ก่ สถานะการณ์ จำา ลอง หุ่ น
จำาลอง ภาพอันตรทัศน์
3. ประสบการณ์นาฎการ เช่น ละคร การแสดงในร้ปแบบต่าง ๆ

4. การสาธิต เป็ นการแสดงการกระทำา ด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ผ้เรียนด้
หรือสังเกต
5. การทัศนศึกษานอกสถานศึกษา

6. นิ ทรรศการ เป็ นการด้ของจริงที่นำามาจัดแสดงเอาไว้
7. โทรทัศน์ ด้จากรายการโทรทัศน์

8. ภาพยนตร์ เป็ นภาพยนตร์การสอน ภาพยนตร์มีความเป็ นร้ปธรรม
น้ อยกว่าโทรทัศน์
ตรงความร้้ สึ ก ของผ้้ รั บ ประสบการณ์ ผ้้ ช มภาพยนตร์ เ กิ ด ความร้้ สึ ก ว่ า
ภาพยนตร์มีความใหม่ ความสดน้ อยกว่าโทรทัศน์

46

9. พวกภาพนิ่ งและเสียงทัง้ หลาย พวกนี้ ได้แก่ สไลด์ ฟิ ล์มสตริป ภาพ
โปร่งแสง ภาพทึบ
แสง เทปบันทึกเสียง แผ่นเสียง รายการวิทยุ เป็ นต้น
10. ทัศนสัญลักษณ์ อาทิเช่น แผนภ้มิ แผนสถิติ แผนที่ ไดอาแก
รม การ์ต้น ภาพล้อ และ
สัญลักษณ์ต่าง ๆ เป็ นต้น
11. วจนสัญลักษณ์ ได้แก่ ข้อความที่เป็ นสิ่งขีดเขียนหรือคำาพ้ดจาก
ปากคนพ้ด

หลักการใช้ส่ ือการสอน
หลักการใช้ส่ ือการสอน ครอบคลุมการเลือ กใช้ส่ ื อ และขัน
้ ตอน
การใช้ส่ ือการสอน รายละเอียดดังนี้
1. การเลือกใช้ส่ ือ
ในการเลือกสื่อการสอน ผ้้สอนจะต้องเข้าใจเนื้ อหาเป็ นอย่างดี
เข้า ใจสภาพผ้้ เรี ย นและกำา หนดวั ตถุ ป ระสงค์ เชิ ง พฤติ ก รรมไว้ อ ย่ า งชั ด เจน
จากนั ้ นจึงพิจารณาเลือกหรือจัดหาสื่อการสอนที่เหมาะสมและตรงเนื้ อหา
เป็ นสื่อในการสอนเรื่องนั ้ นให้บรรลุวัตถุประสงค์ ส่ว นกิจกรรมการเรีย น
การสอนจะเป็ นไปตามวัตถุประสงค์และสื่อที่เลือกไว้
1.1 การเลื อ กสื่ อการสอน ในการเลือกสื่อการสอน อาจใช้
หลักเกณฑ์ง่ายๆ ดังนี้
1.1.1 สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ การเลือกให้สอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์นั้นผ้้สอนจะต้องพิจารณาว่าวัตถุประสงค์ท่ีตัง้ ไว้ ต้องการให้ผ้
เรียนเกิดพฤติกรรมอย่างไร ตอนใด โดยปกติการเรียนการสอนในช่วงแรก
จะมุ่ งให้ ผ้ เรี ย นเกิ ด ความสนใจ มี ค วามพร้ อ มที่ จ ะเรี ย น จากนั ้ น จึ งลงมื อ
สอนและสรุป หลังจากนั ้นจะเป็ นกิจกรรมเสริมบทเรียนที่มุ่งให้ผ้เรียนเกิด
ทักษะ เกิดความแม่นยำาในการจำาและการกระทำายิ่งขึ้น เช่น จะเลือกมาใช้
ในขัน
้ นำ าเพื่อเร้าหรือกระตุ้น เลือกมาใช้ในขัน
้ สอนเพื่อให้ผ้เรียนเกิดความ
เข้าใจ หรือเลือกมาใช้ในขัน
้ สรุป ขัน
้ เสริมบทเรียน
1.1.2 ตรงกับเนื้ อหา การเลือกให้ตรงเนื้ อหาให้พิจารณาที่
ตั ว สื่ อ ว่ า ให้ ข้ อ ม้ ล ด้ า นใด ให้ เ นื้ อหาสาระตรงตามเนื้ อหาที่ ส อนหรื อ ไม่

47

ครอบคลุมเนื้ อหาเพียงใด ให้ข้อเท็จจริงถ้กต้องหรือไม่ มีรายละเอียดเพียง
พอหรือไม่
1.1.3 น่ า สนใจ การเลื อ กสื่ อที่ น่ าสนใจให้ พิ จ ารณาด้ า น
ขนาด ร้ปทรง สีสันขนาดตัวอักษร ความปราณี ต ความสวยงาม และมี
ศิลปะความน่ าด้ น่ าใช้ สิ่งเหล่านี้ จะช่วยดึงด้ดความสนใจของผ้้เรียน ช่วย
สร้างศรั ทธาให้เกิดกับ ผ้้เรีย น ทำา ให้ เกิดการเรีย นการสอนมี บรรยากาศที่
สนุกสนานและพึงพอใจ
1.1.4 เหมาะกับวัยผ้้เรียน ควรเลือกสื่อการสอนให้เหมาะ
สมกับวัยผ้้เรียนก็เนื่ องจากผ้้เรียนแต่ละวัยย่อมมีความสนใจที่แตกต่างกัน
ในเรื่องระยะเวลาที่สนใจ และเรื่องที่สนใจ เช่น เด็กสนใจการ์ต้นมากกว่า
ภาพถ่าย นอกจากนี้ ระดับความร้้ห รือประสบการณ์ จะแตกต่ างกัน ในเด็ ก
แต่ ล ะวั ย ผ้้ ส อนจะเลื อ กสื่ อ ใดจึ ง ควรคำา นึ ง ถึ ง ความสนใจ ความต้ อ งการ
ความสามารถ สติปั ญญาและประสบการณ์ ของผ้้เรีย น เลื อกสื่อ ที่ไ ม่ เสี ย
เวลาในกาใช้เกินควร
1.1.5 สะดวกต่ อ การใช้ แ ละการเก็ บ รั ก ษา ผ้้ ส อนจะต้ อ ง
เลือกสื่อโดยมีขัน
้ ตอนการใช้ไม่ยุ่งยาก สะดวกต่อการฝึ กใช้ เมื่อใช้แล้วให้
ผลคุ้มค่า ปลอดภัย ไม่เกิดอันตราย สื่อนั ้นนำ ามาใช้ในสภาพห้องเรียนที่มี
อุปกรณ์และสิ่งอำานวยความสะดวก หากเป็ นสื่อที่ใช้ไฟฟ้ า ห้องเรียนก็ต้อง
มีไฟฟ้ า เป็ นต้น หลังจากใช้แล้วก็สะดวกต่อการเก็บรักษา เพราะมีขนาด
กะทัดรัดไม่เกะกะ
1.2 การเลือกสื่อแต่ละประเภท
นอกจากจะใช้หลักเกณฑ์ต่างๆ ในการเลือกสื่อการสอนแล้ว
จะต้องคำา นึ งถึงลักษณะเฉพาะของสื่อ แต่ละประเภทด้ว ย เพราะสื่อ แต่ ละ
ชนิ ดเมื่อนำ าไปใช้ในสถานการณ์หนึ่ งได้ผลดี อาจนำ าไปใช้ในอีกสถานการณ์
หนึ่ งได้ผลน้ อย หรือไม่ได้ผลเท่าที่ควร สื่อแต่ละชนิ ดมีคุณค่าในตัวมันเอง
ขึ้นอย่้กับการเลือกไปใช้ในสถานการณ์ท่ีเหมาะสม เช่น
1.2.1 แผนภ้มิ แผนภาพ ร้ปภาพ ใช้สำาหรับอธิบาย แสดง
ความสัมพันธ์ แสดงกระบวนการ หรือเปรียบเทียบ
1.2.2 ภาพโฆษณา การ์ต้น ใช้เร้าความสนใจ จ้งใจ
1.2.3 ห่น
ุ จำาลอง ใช้เมื่อไม่สามารถหาของจริงเป็ นสื่อได้

เหมือนจริง

1.2.4 ภาพยนตร์ ใช้ เ มื่ อต้ อ งการให้ ผ้ เ รี ย นเห็ น สภาพ

48

1.2.5 อุปกรณ์การทดลอง ใช้เมื่อต้องการให้ผ้เรียนกระทำา
กิจกรรมเพื่อพิส้จน์หาความจริง
1.2.6 หนั งสือ ตำา รา เอกสาร ใช้เสริมความร้้ให้กว้างขวาง
ขึ้น
1.2.7 วัสดุหรือตัวแสดงประกอบแผ่นป้ ายสำาลี แผ่นป้ ายแม่
เหล็ ก เหมาะสำา หรั บ แสดงเรื่ องราวที่ ต้ อ งการให้ เ ห็ น องค์ ป ระกอบ
กระบวนการ วิวัฒนาการ การเปลี่ยนหรือความสัมพันธ์

2. ขัน
้ ตอนการใช้ส่ ือการสอน
การใช้ส่ ือการสอนจะมุ่งเน้ นทัง้ ประสิทธิภาพและประสิทธิผล ดัง
นั ้นการศึกษาหลักการเกี่ยวกับการใช้ส่ ือการสอนจึงเป็ นสิ่งจำา เป็ นสำา หรับผ้้
สอนเพื่อเป็ นแนวทางให้สามารถเลือกใช้เทคนิ คได้อย่างเหมาะสมสอดคล้อง
กัลป์ ปบหลักการอื่นๆในการจัดการเรียนการสอนอย่างแท้จริง
การใช้ ส่ ื อ การสอนที่ ดี นอกจากจะขึ้ น อย่้ กั บ ทั ศ นะของผ้้ ส อน
แต่ละบุคคลแล้วการใช้ส่ ือจะได้ผลมากน้ อยเพียงใดยังขึ้นอย่้กับผ้้เรียนด้วย
ทัง้ นี้เพราะความมุ่งหมายสำาคัญของการใช้ส่ ือการสอนก็เพื่อประสิทธิภาพใน
ก า ร เ รี ย น ร้้ ข อ ง ตั ว ผ้้ เ รี ย น นั่ น เ อ ง ดั ง นั ้ น ก า ร ใ ช้ สื่ อ ก า ร ส อ น ใ ห้ ไ ด้
ประสิ ทธิ ภ าพและประสิ ทธิ ผ ลผ้้ ส อนจึ ง ควรดำา เนิ น การตามขั น
้ ตอนต่ อ ไป
(เอกวิทย์ แก้วประดิษฐ์, 2545 : 270-276)

2.1 ขัน
้ วางแผนภารกิจ (Planing of Media Utilization)
การวางแผนภารกิจในการใช้ส่ ือ ผ้้สอนควรทำาภารกิจที่สำาคัญดังนี้
2.1.1 ต้องวิเคราะห์หลักส้ตร เนื้ อหา และกำาหนดเป้ าหมาย
ในการสอนว่าจุดมุ่งหมายของเนื้ อหาที่จะสอนคืออะไร เมื่อเสร็จสิน
้ ภารกิจ
ในการสอนแล้วผ้้เรียนต้องแสดงพฤติกรรมอะไรออกมาได้บ้าง ฉะนั ้ นใน
อั นดับ แรกผ้้ส อนต้อ งมี ความเข้ าใจในเนื้ อหาได้ อ ย่ า งถ่ อ งแท้ ชัด เจนและที่
สำา คัญต้องระบุจุดมุ่งหมายได้อย่างถ้กต้อง ในการสอนทั่วไปมักระบุจุดมุ่ง
หมายครอบคลุมทัง้ สามด้าน คือ พุทธพิสัย จิตพิสัย และทักษะพิสัย

49

2.1.2 ต้ อ งวิ เ คราะห์ บ ทบาทของสื่ อที่ ใ ช้ โดยผ้้ ส อนต้ อ ง
พิจารณาว่าจะใช้ส่ ือในขัน
้ ตอนใดของการเรียนการสอน ในการสอนแต่ละ
ครัง้ สามารถนำ าสื่อมาใช้ได้หลายขัน
้ ตอน ผ้้สอนจำาเป็ นต้องวิเคราะห์บทบาท
ของสื่อที่จะใช้ว่าใช้เพื่ออะไร เพราะในแต่ละขัน
้ ตอนก็จะมีเทคนิ คและวิธีการ
ที่แตกต่างกันไป เช่น
1) การใช้ส่ ือเพื่อเร้าความสนใจผ้้เรียน
2) การใช้ ส่ ื อเพื่ อนำ า เข้ า ส่้ บ ทเรี ย นเป็ นการแนะนำ า
ชักจ้งให้ผ้เรียนมีความสนใจเรื่องที่จะสอน และยังเป็ นจุดเริ่มต้นที่จะทำาให้ผ้
เรียนเข้าใจจุดมุ่งหมายของการสอนในครัง้ นั ้นๆ เมื่อผ้้เรียนทราบในสิ่งที่จะ
เรียนแล้วก็จะเป็ นโอกาสให้ผ้เรียนได้นำาความร้้เดิมที่มีอย่้มาให้สัมพันธ์เชื่อม
โยงกับความร้้ใหม่ท่จี ะเรียนต่อไป
3) การใช้ ส่ ือ ประกอบกับสื่ ออื่ นในขั น
้ ตอนการสอน

การสอนจะมี 2 ลักษณะใหญ่ๆ คือ การสอนที่เน้ นคร้เป็ นศ้นย์กลาง การ
สอนแบบนี้ ผ้ ส อนจะเป็ น คนใช้ ส่ ื อ เองเป็ น ส่ ว นใหญ่ เช่ น การสอนแบบ
บรรยาย แบบสาธิต เป็ นต้น และการสอนแบบนี้ผ้เรียนจะเป็ นคนใช้ส่ ือเอง
เช่น การเรียนด้วยบทเรียนคอมพิวเตอร์ การเรียนรายบุคคล การเรียนด้วย
บทเรียนโปรแกรม เป็ นต้น
4) การใช้ส่ ือเพื่อทบทวนบทเรีย นหรือ สรุ ปบทเรี ยน
เป็ นขัน
้ ที่คร้ทบทวนหรือสรุปความร้้ความเข้าใจ สรุปหลักเกณฑ์ข้อเท็จจริง
หรือแนวคิดต่างๆเป็ นการสรุปยำา้ ความเข้าใจในเนื้ อหา
5) การใช้ ส่ ื อเพื่ อทดสอบความร้้ ผ้ เ รี ย นหรื อ การ
ประเมิ น ผล เป็ น ขั ้น ที่ ผ้ ส อนใช้ ส่ ื อ เพื่ อ ต้ อ งการตรวจสอบว่ า ผ้้ เ รี ย นได้ รั บ
ความร้้ ตามจุ ด มุ่ ง หมายที่ ว างไว้ ห รื อ ไม่ ด้ ว ยวิ ธีก ารต่ า งๆ เช่ น ให้ ป ระกอบ
กิจกรรม การถาม ตอบ การทำารายงาน การแสดงบทบาท การเล่นเกมส์
จัดนิ ทรรศการ เพื่อสรุปความคิดรวบยอดนั่ นเอง
2.1.3 ต้องวิเคราะห์ผ้เรียน ผ้้สอนควรทราบข้อม้ลเกี่ยวกับ
ตัวผ้้เรียน เช่น ระดับชัน
้ อายุ ความสามารถทางสติปัญญา ประสบการณ์
เดิม อัตราการเรียน ลักษณะในการเรียน
2.2 ขัน
้ เลือกสื่อการสอน(Selection of Media) การเลือก
สื่ อมาใช้ ใ นการสอน ก่ อ นอื่ นผ้้ ส อนต้ อ งยอมรั บ ว่ า ไม่ มี วิ ธี ก ารสอนใด
กิจกรรมการเรียนการสอนใด หรือสื่อประเภทใดที่ดีท่ีสุดในการเรียนเนื้ อหา
หนึ่ ง ดั ง นั ้ น ผ้้ ส อนควรเลื อ กสื่ อตามเกณฑ์ คุ ณ สมบั ติ ท่ี ดี ข องสื่ อแต่ ล ะ

50

ประเภทและควรพยายามเลือกใช้ส่ ือที่เป็ นลักษณะสื่อประสม เพื่อจะได้ช่วย
เสริมซึ่งกันและกันจะช่วยให้ผลดีกว่าใช้ส่ ือเพี ยงชนิ ดเดีย ว อย่ างไรก็ตาม
เมื่อผ้้สอนเลือกใช้ส่ ือควรยึดแนวคิดต่อไปนี้ คือ
2.2.1 การเลือกสื่อที่สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายและสัมพันธ์
กับเนื้ อหาที่สอน
2.2.2 อย่าใช้ความพึงพอใจส่วนตัวเป็ นเกณฑ์ตัดสินคัดเลือก
สื่อชนิ ดใดมาใช้ผ้สอนควรเปิ ดใจให้กว้างแล้วเลือกสื่อที่มีความเหมาะสมมา
ใช้
2.2.3 ผ้้สอนต้องศึกษาทำาความเข้าใจธรรมชาติของสื่อแต่ละ
ชนิ ดให้ถ่องแท้ เช่น
1) มีรายละเอียดของเนื้ อหาสาระอะไรบ้าง
2) มีระดับความยากง่า ยของสื่อ ในการใช้ หรือ ทำา ความ
เข้าใจมากน้ อยเพียงไร
3) หากนำ าสื่อมาใช้เหมาะกับขัน
้ ตอนใดในการสอน

4) จะมี เวลาในการใช้ ส่ ื อ ที่ เ หมาะสมมากน้ อ ยเพี ย งใด
เพราะหากนานเกินไปอาจส่งผลให้ผ้เรียนเกิดความเบื่อหน่ ายได้
2.2.4 ควรเลื อ กสื่ อ ให้ เหมาะสมกั บ การจั ด สภาพการเรี ย น
การสอน เช่น การสอนกลุ่มเล็ก การสอนกลุ่มใหญ่ การสอนแบบศ้นย์
การเรียน เป็ นต้น การใช้ส่ ือในสภาพการเรียนที่แตกต่างกันย่อมส่งผลใน
การเลือกสื่อมาใช้แตกต่างกัน
2.2.5 เลือกสื่อที่มีคุณภาพในทางเทคนิ ค และการผลิตที่ดี
2.2.6 เลือกสื่อที่มีการใช้ง่าย ไม่ยุ่งยากซับซ้อนจนเกินไป

2.2.7 เลือกสื่อที่มีเนื้ อหาทันสมัย ถ้กต้อง ไม่คลาดเคลื่อน
จากความเป็ นจริง
2.2.8 เลือกสื่อที่หาได้ง่าย ไม่สิน
้ เปลืองค่าใช้จ่ายมากเกินไป
เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจ
2.2.9 เลือกสื่อให้เหมาะสมกับผ้้เรียน เช่น ให้เหมาะสมกับ
ระดับความร้้ ความสนใจ อายุ และความสามารถของผ้้เรียน

51

2.3

ขั ้ น เ ต รี ย ม ก า ร ใ ช้ (Preparation

of

Media

Utilization) ก่อนการใช้ส่ ือการสอนผ้้สอนจะต้องมีการเตรียมการใช้ส่ ือที่
สำาคัญ ดังนี้
2.3.1 การเตรียมตัวผ้้สอน การเตรียมตัวก่อนการใช้ส่ ือใน
การสอนจริงจะทำาให้ผ้สอนเกิดความมัน
่ ใจในการใช้มากยิ่งขึ้น และแสดงถึง
ความพร้อมของผ้้สอนได้เป็ นอย่างดี ผ้้สอนควรเตรียมในด้านต่างๆดังนี้
1) ศึกษาเนื้ อหาในสื่อก่อน เพื่อเตรียมตัวสำา หรับการ
ให้คำา แนะนำ า การเตรียมคำา ถามหรือาจจะเตรียมแบบฝึ กหัด แบบทดสอบ
การสรุป เป็ นต้น เมื่อผ้้สอนศึกษาเนื้ อหาในสื่อโดยละเอียดแล้วจะได้เข้าใจ
จุดมุ่งหมายในการใช้ส่ ือชัดเจนขึ้นและยังสามารถเน้ นในส่วนที่สำาคัญได้
2) ตระเตรียมศึกษาวิธีใช้ หรือทดลองใช้ส่ ือนั ้ นก่อน
นำ า ไปใช้ จ ริ ง ในห้ อ งเรี ย น เพื่ อ ที่ จ ะได้ ท ราบขั ้น ตอนและรายละเอี ย ดของ
กระบวนการตลอดทัง้ อาจพบปั ญหาหรืออุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นได้
3) ผ้้ ส อนต้ อ งเตรี ย มตั ว ให้ พ ร้ อ มในเนื้ อหาที่ จ ะสอน
ศึกษาข้อดีและจุดอ่อนของสื่อนั ้ นๆตลอดจนแนวทางที่จะใช้ส่ ือนั ้ น อย่างมี
ประสิทธิภาพ
2.3.2 การเตรียมสื่อ ในการเตรียมสื่อควรปฏิบัติดังนี้
1) ควรทดลองใช้ก่อนอย่างน้ อย 30 นาที เพราะหาก
เกิดข้อผิดพลาดขัดข้องจะได้มีเวลาในการแก้ไขได้ทัน
2) ควรจัดวางให้เป็ นระเบียบเรียบร้อย จัดเรียงลำา ดับ
ก่อนหลังให้ดีเพื่อความสะดวกในการหยิบใช้งาน
3) สื่ อ ที่ ยั ง ไม่ ไ ด้ ใ ช้ ค วรเก็ บ ให้ พ้ น จากสายตาผ้้ เ รี ย น
เมื่อถึงขัน
้ ตอนใช้ควรหยิบขึ้นมาเพราะสื่อจะดึงความสนใจไปจากการสอนใน
ขณะนั ้น
2.3.3 เตรียมห้องเรียน ในการเตรียมห้องเรียนผ้้สอนควร
ปฏิบัติดังนี้
1) เตรียมหรือตรวจสอบเครื่ องอำา นวยความสะดวกที่
ต้องใช้ร่วมกับสื่อการสอนที่เลือกไว้ให้พร้อมในการใช้งานได้ทันที เช่น โต๊ะ
สำาหรับสาธิต โต๊ะวางสื่อ แผงติดภาพ ตะขอแขวนภาพ เป็ นต้น สิ่งเหล่านี้
ควรจัดให้อย่้ในตำาแหน่ งที่ผ้เรียนทุกคนมองเห็นชัดเจน

52

2) ตรวจสอบสภาพห้ อ งเรี ย น เตรี ย มจั ด ที่ นั่ ง เว้ น ที่
ว่างหน้ าชัน
้ ให้เหมาะสมกับการประกอบกิจกรรมและให้สอดคล้องกับสื่อที่
นำ ามาใช้
3) เตรี ย มการจั ด สภาพแวดล้ อ ม และบรรยากาศใน
ห้องเรียน เช่น ระบบระบายอากาศ ระบบควบคุ มแสงสว่ าง ระบบเสีย ง
การควบคุมอุณหภ้มิภายในห้อง
4) เตรียมการป้ องกันและการแก้ปัญหาที่อาจเกิดจาก
การใช้ส่ ือ
2.3.4 การเตรี ย มตั ว ผ้้ เรี ย น เป็ น การสร้ า งความพร้ อ มให้
เกิดขึ้นในตัวผ้้เรียนเมื่อนำ าสื่อมาใช้ ดังนั ้นผ้้สอนควรเตรียมผ้้เรียนดังนี้
1) ต้องบอกให้ผ้เรียนทราบถึงวัตถุประสงค์ของการใช้
สื่อไว้ล่วงหน้ าว่าใช้ส่ ือสอนเนื้ อหาอะไร มีจุดประสงค์อะไร เพื่อผ้้เรียนจะได้
ให้ความสนใจในการใช้ส่ ือตามวัตถุประสงค์ท่ีผ้สอนกำาหนดไว้
2) แนะนำ า สื่ อ ที่ ใ ช้ แ ละแนะวิ ธี ก ารเรี ย นจากสื่ อ เช่ น
ให้ สั งเกตประเด็ น สำา คั ญ สิ่ งที่ ต้อ งสนใจเป็ น พิ เศษ ตั ้งใจฟั งตรงที่ สำา คั ญ
การหาคำาตอบจากสื่อ คำาศัพท์ใหม่ๆโดยผ้้สอนอาจจะเขียนไว้ท่ีกระดานล่วง
หน้ าเพื่อเตรียมผ้้เรียนก็ได้
3) อธิบายให้ผ้เรียนเข้าใจว่า กิจกรรมที่จะต้องปฏิบัติ
หลังจากการใช้ส่ ือแล้วจะมีอะไรบ้าง เช่น ตอบคำา ถาม ทำา รายงาน แสดง
บทบาท ทำาการทดลอง เป็ นต้น
4) ควรเตรียมจังหวะที่จะให้ผ้เรียนได้มีส่วนร่วมในการ
ใช้ ส่ ื อ บ้ า ง เช่ น ร่ ว มในการทดลองหรื อ ในการสาธิ ต มี ส่ ว นร่ ว มในการ
อำานวยความสะดวกอื่นๆ
5) เตรีย มเพื่อ ช่ ว ยให้ เกิ ด ความพร้ อ มที่ จ ะเรี ย น เช่ น
การอธิ บ ายความหมายของคำา หรื อ ศั พ ท์ ท่ี ย าก การเชื่ อมโยงระหว่ า ง
ประสบการณ์เดิมกับความร้้ใหม่ และเตรียมอธิบายเพิ่มเติมในสิ่งที่ยากต่อ
การเข้าใจ
6) ควรเตรี ย มการให้ คำา แนะนำ า การป้ องกั น ปั ญหา
หรือข้อควรปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุจากการใช้ส่ ือ
2.4 ขั ้ น การใช้ ส่ ื อ(Presentation of Media) ในขั ้น นี้ ค ร้
อาจปฏิบัติดังต่อไปนี้

53

2.4.1 ให้ ใ ช้ ส่ ื อ ตามที่ กำา หนดไว้ ใ นแผนการสอน โดยให้ ผ้
เรียนได้เห็นได้ยินหรือมีกิจกรรมร่วมด้วยอย่างทัว่ ถึง
2.4.2 ใช้ส่ ือการสอนให้อย่้ภายในเวลาที่กำา หนดไว้ แต่อาจ
ยืดหยุ่นได้เมื่อมีความจำาเป็ น
2.4.3 ควรใช้วิธีการนำ าเสนอให้เหมาะสมกับสื่อแต่ละชนิ ด

2.4.4 การนำ าเสนอไม่ควรบังสายตาผ้้เรียน ต้องคอยสังเกต
ปฏิกริ ิยาของผ้้เรียนสมำ่าเสมอ
2.4.5 ใช้เทคนิ คการนำ าเสนอให้น่าสนใจ ซึ่งจะช่วยให้การใช้
สื่อน่ าสนใจ เช่น การบังบางส่วน หรือเมื่อเลิกใช้ส่ ือใดแล้วควรเก็บให้พ้น
สายตา
2.4.6 หลี ก เลี่ ย งการใช้ ส่ ื อ ที่ มี ผิ ว มั น วาว ที่ ทำา ให้ เ กิ ด แสง
สะท้อนเข้าตาผ้้เรียน
2.4.7 เมื่อนำ า สื่อมาใช้ต้องบอกให้ผ้เรียนทราบขนาดร้ปร่าง
ที่แท้จริงของสิ่งนั ้น
2.4.8 ควรมีกิจกรรมหลังจากใช้ส่ ือแล้ว หรืออาจจะให้ศึกษา
ค้นคว้าเพิ่มเติมในส่วนที่ต้องการขยายให้ลก
ึ ซึ้งยิ่งขึ้น
2.5 ขั ้น การประเมิ น ผลการใช้ ส่ ื อ (Evaluation of Media
Utilization) ในขั ้น การประเมิ น นี้ น่ าจะทำา ให้ ผ้ ส อนได้ ท ราบว่ า สื่ อนั ้ น มี
คุ ณค่ าต่ อการเรีย นการสอนเพี ย งใด ผ้้ ส อนเองมี เทคนิ ค ในการใช้ ส่ ื อ การ
สอนนั ้ นดีพอหรือไม่ เป็ นขัน
้ ที่ผ้สอนหาข้อม้ลเพื่อพิส้จน์ ว่าในการใช้ส่ ือที่
ผ่านมานั ้ นบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตัง้ ไว้มากน้ อยเพียงใด และยังเป็ นประโยชน์
เพื่อปรับปรุงการใช้ส่ ือในคราวต่อๆไปด้วย ดารประเมินผลการใช้ส่ ือสามารถ
ประเมินได้ 2 ด้านคือ
2.5.1 การประเมินด้านผ้้สอน สิ่งที่ต้องประเมิน คือ

1) ประเมินการวางแผนในการใช้ เพื่อตรวจสอบว่าวิ่ง
ที่ ไ ด้ ว างแผนไว้ ส ามารถปฏิ บั ติ เ ป็ นไปตามแผนที่ ว างไว้ ห รื อ ไม่ หรื อ การ
วางแผนเป็ นแต่เพียงตามหลักการทฤษฎีแต่ไม่สามารถนำ า ไปปฏิบัติได้จริง
ดังนั ้นจึงต้องเก็บรวบรวมข้อม้ลไว้สำาหรับเป็ นบทเรียนเพื่อการวางแผนใช้ส่ ือ
ในการสอนครัง้ ต่อไป

54

2) การประเมิ น กระบวนการใช้ ส่ ื อ โดยประเมิ น ว่ า
ขณะใช้ ส่ ื อ ผ้้ ส อนสามารถบอกตนเองได้ ต ลอดเลาว่ า ผ้้ ส อนมี ค วามพร้ อ ม
เพี ย งใด มี ปั ญหา หรือ อุ ป สรรคใดเกิ ด ขึ้ น บ้ า ง มี ข้อ ขั ด ข้ อ งจากอะไรบ้ า ง
สาเหตุจากอะไร ได้ดำาเนิ นการตามขัน
้ ตอนทางเทคนิ คการใช้ท่ีได้วางแผนไว้
หรือไม่ได้มก
ี ารป้ องกันไว้ก่อนแล้วหรือไม่
3) การประเมินผลเกิดขึ้นจากการใช้ส่ ือ ซึ่งมักจะเกิด
กั บ ผ้้ เ รี ย นโดยตรง ประเมิ น ในประเด็ น ว่ า ผลของการใช้ ส่ ื อ ตามแผนและ
กระบวนการที่ ว างไว้ก่ อ ให้ เกิ ด ผลแก่ ผ้ เรี ย นหรื อ ไม่ เข้ า ใจหรื อ บรรลุ ตาม
วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรมได้ตามเกณฑ์หรือไม่เพียงใด
2.5.2 การประเมิ น ด้ า นผ้้ เรี ย น การประเมิ น ผลที่ เกิ ด จาก
การใช้ส่ ือในด้านของผ้้เรียนอาจทำาให้หลายวิธีซ่ ึงมีเป้ าหมายที่สำาคัญคือ เพื่อ
ประเมินผลว่าการเรียนบรรลุจุดมุ่งหมายที่ตัง้ ไว้หรือไม่ ทำา ได้โดยการให้ทำา
แบบทดสอบ(Test) การอภิป ราย(Discussion) การทำา รายงาน(Repirts)
การเสนองานหน้ าชัน
้ เรียน(Presentation)

เป็ นต้น

การวางแผนอย่างเป็ นระบบในการใช้ส่ ือการสอน
ในการใช้ส่ ือการสอนนั ้ น ผ้้สอนควรจะได้มีการวางแผนอย่างเป็ น
ระบบ ในการใช้เพื่อให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์การเรียนร้้ท่ีตัง้ ไว้ การวางแผน
อย่ า งเป็ นระบบนี้ เราสามารถใช้ ร้ ป แบบจำา ลองที่ เ รี ย กว่ า ASSURE
MODELL เพื่อเป็ นแนวทางในการวางแผน โดยร้ปแบบจำาลองนี้ มีขัน
้ ตอน
ดังต่อไปนี้ คือ
Analyze Learner Characteristics
ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์
ลักษณะผ้้เรียน
State Objectives
การกำาหนดวัตถุประสงค์
Select, Modify, or Design Materials การเลื อ ก ดั ด แปลง หรื อ
ออกแบบ
สื่อใหม่
Utilize Materials
การใช้ส่ ือ

55

Require Learner Response
Evaluation
1.

การกำาหนดการตอบสนองของ
ผ้้เรียน
การประเมิน

ก า ร วิ เ ค ร า ะ ห์ ลั ก ษ ณ ะ ผ้้ เ รี ย น (Analyze

Learner

Characteristics)
เป็ น การวิ เ คราะห์ ลั ก ษณะผ้้ เ รี ย นเพื่ อ ผ้้ ส อนจะได้ ท ราบว่ า ผ้้
เรียนมีความพร้อมในการเรียนนั ้นมากน้ อยเพียงใด ทัง้ นี้ เพราะการที่จะใช้
สื่อให้ได้ผลดีย่อมจะต้องเลือกสื่อให้มีความสัมพันธ์กับลักษณะผ้้เรียน ใน
เรื่องนี้ ผ้สอนจะต้องคำา นึ งถึงลักษณะทั่วไปและลักษณะเฉพาะของผ้้ เรียน
ลั ก ษณะทั่ ว ไป ได้ แ ก่ อายุ ระดั บ ความร้้ สั ง คม เศรษฐกิ จ
และ
วั ฒ นธรรมของผ้้ เรี ย นแต่ ล ะคน ถึ งแม้ ว่ า ลั ก ษณะทั่ว ไปของผ้้ เรี ย นจะไม่ มี
ความเกี่ยวข้องกับเนื้ อหาบทเรียนก็ตาม แต่ก็เป็ นสิ่งที่ช่วยให้ผ้สอนสามารถ
ตั ด สิ น ระดั บ ของบทเรี ย นและเพื่ อ เลื อ กตั ว อย่ า งของเนื้ อหาให้ เ หมาะกั บ ผ้้
เรียนได้ สำา หรับ ลักษณะเฉพาะ ของผ้้เรียนแต่ละคนนั ้ น นั บว่า มีส่ วน
สำาคัญโดยตรงกับเนื้ อหาบทเรียนตลอดจนสื่อการสอนและวิธีการที่จะนำ ามา
ใช้ในการสอน สิ่งที่ต้องนำ ามาใช้ในการวิเคราะห์ ได้แก่
1.1 ทักษะที่มีมาก่อน (prerequisite skill) เพื่อให้ทราบว่าผ้้
เรียนมีความร้้พ้ืนฐานหรือ
ทักษะที่เกี่ยวข้องกับบทเรียนนั ้นอะไรบ้างก่อนที่จะเรียน
1.2 ทั ก ษะเป้ าหมาย (target skill) ผ้้ เ รี ย นมี ค วามชำา นาญใน
ทักษะที่จะสอนนั ้นมาก่อนหรือไม่ เพื่อจะได้สอนให้ตรงกับที่วางจุดมุ่งหมาย
ไว้
1.3 ทั กษะในการเรีย น (study skills) ผ้้ เรี ยนมีค วามสามารถ
ขัน
้ ต้นทางด้านภาษา การอ่านเขียน การคำานวณ ฯลฯ ซึ่งเป็ นสิ่งจำา เป็ นที่จะ
ช่วยในการเรียนร้้นั้นในระดับมากน้ อยเพียงไร
1.4 ทัศนคติ (attitudes) ผ้้เรียนมีทัศนคติอย่ างไรต่อ วิช าที่ จะ
เรียนนั ้น
การวิเคราะห์ลักษณะผ้้เรียนนี้ ถึงแม้ว่าจะเป็ นการกระทำาเพียงผิว
เผินก็ตาม แต่ก็สามารถ
นำ าไปใช้ในการเลือกสื่อที่เหมาะสมได้ เช่น หากผ้้เรียนมีทักษะในการอ่านตำ่า
กว่าเกณฑ์ก็สามารถช่วยได้ด้วยการใช้ส่ ือประเภทมิใช่ส่ ือสิ่งพิมพ์ หรือถ้า

56

หากผ้้เรียนในกลุ่มนั ้นมีความแตกต่างกันมากก็สามารถให้เรียนด้วยชุดการ
เรียนรายบุคคล เป็ นต้น
การวิ เ คราะห์ ลั ก ษณะผ้้ เ รี ย นอาจจะทำา ได้ ย ากในบางครั ้ง ทั ้ง นี้
เพราะผ้้สอนอาจมีเวลาน้ อยที่จะสังเกต หรือผ้้เรียนอาจเป็ นผ้้มาจากที่อ่ ืนเข้า
มาเรียนหรือรับการอบรม แต่ก็สามารถกระทำาได้ด้วยการสนทนากับผ้้เรียน
หรื อ ผ้้ ร่ ว มชั ้น อื่ น ๆ หรื อ อาจมี ก ารทดสอบก่ อ นเรี ย นเพื่ อ ด้ พ้ื น ฐานของผ้้
เรียนก็ได้
2. การกำาหนดวัตถุประสงค์ (State Objectives)
วั ต ถุ ป ระสงค์ เ ป็ น สิ่ ง ที่ ตั ้ง ขึ้ น เพื่ อ คาดหวั ง ว่ า ผ้้ เ รี ย นจะสามารถ
บรรลุถึงสิ่งใดหรือมีความสามารถใหม่อะไรบ้างในการเรียนนั ้น การตัง้ หรือ
กำาหนดวัตถุประสงค์ในการเรียนการสอนนี้เพื่อ
2.1
ผ้้สอนจะได้ทราบว่าการเรียนการสอนนั ้นมีวัตถุประสงค์
อะไร เพื่อสะดวกในการ
2.1.1 เลือกสื่อและวิธีการให้ถ้กต้องวัตถุประสงค์นี้จะช่วยผ้้
ส อน ในก า ร จั ด ลำา ดั บ กิ จ ก ร ร ม ก า ร เรี ย น แ ล ะ ส ร้ า ง สิ่ ง แ ว ด ล้ อ ม ห รื อ
ประสบการณ์เรียนร้้ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์นั้น
2.1.2 ช่วยในการประเมินผ้้เรียนได้อย่างถ้กต้อง เพราะผ้้สอน
จะไม่ทราบเลยว่า
ผ้้เรียนบรรลุตามวัตถุประสงค์ท่ีตัง้ ไว้หรือไม่ถ้าไม่มีการกำาหนดวัตถุประสงค์
ไว้ก่อน
2.1.3 ช่ ว ยให้ ผ้ เ รี ย นทราบว่ า เมื่ อเรี ย นบทเรี ย นนั ้ น แล้ ว จะ
สามารถเรียนร้้หรือ
กระทำาอะไรได้บ้าง
2.2 การกำาหนดวัตถุประสงค์ ควรประกอบด้วย
2.2.1 การกระทำา (Performance) เป็ นสิ่ ง ที่ ค าดหวั ง ว่ า ผ้้
เรียนจะสามารถกระทำาอะไร
ได้บ้างภายหลังจากการเรียนแล้ว ซึ่งการกระทำานั ้นต้องเป็ นสิ่งที่สังเกตเห็น
ได้
2.2.2 เงื่ อ นไข (Conditions) เป็ น ข้ อ กำา หนดหรื อ เงื่ อ นไขที่
ตัง้ ขึ้นโดยรวมอย่้
ภายใต้การกระทำานั ้น

57

ไว้หรือไม่

2.2.3 เกณฑ์ (Criteria) เพื่อเป็ นการตัดสินการกระทำา นั ้ นว่า
เป็ นไปตามที่กำาหนด

2.3 เมื่อกำา หนดวัต ถุ ประสงค์ แล้ ว
ควรมีการแบ่งประเภท
หรือระดับขอบเขตการเรียนร้้ ทัง้ นี้ เพื่อเป็ นประโยชน์ หรือแนวทางในการ
ตัดสินว่า การเรียนร้้นั้นจะครอบคลุมแนวของทักษะหรือพฤติกรรมอะไรบ้าง
จึงต้องมีการกำาหนดเป็ น “วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม” ได้แก่
2.3.1 พุทธิพิสัย เป็ นวัตถุประสงค์ท่ีตัง้ ไว้เพื่อวัดการเรียนร้้
ของผ้้เรียนเกี่ยวกับ
ความร้้ความเข้าใจ สติปัญญา และพัฒนาการ เป็ นต้น
2.3.2 จิตพิ สัย เป็ น วัตถุป ระสงค์ท างด้า นความคิด ทั ศนคติ
ความร้้สึก ค่านิ ยม
และการเสริมสร้างทางปั ญญา
2.3.3 ทั ก ษะพิ สั ย เป็ นวั ต ถุ ป ระสงค์ ท่ี เ กี่ ย วกั บ การกระทำา
การแสดงออก หรือ
การปฏิบัติ
3. การเลื อก ดั ด แปลง หรือ ออกแบบสื่ อ (Select, Modify, or

Design Materials)
การที่จะมีส่ ือวัสดุท่ีเหมาะสมในการเรียนการสอนสามารถทำา ได้
3 วิธี คือ

3.1 เลือกจากสื่อที่มีอย่้แล้ว ส่วนใหญ่ในสถาบันการศึกษามัก
จะมีทรัพยากรที่สามารถ
ใช้เป็ นสื่อได้อย่้แล้ว ดังนั ้น สิ่งที่ผ้สอนต้องกระทำาคือ ตรวจสอบด้ว่ามีส่ิงใดที่
จะใช้เป็ นสื่อได้บ้างโดย เลือกให้ตรงกับลักษณะผ้้เรียนและวัตถุประสงค์ของ
การเรียน เช่น สื่อที่มีอย่้มีเนื้ อหาข้อม้ลและกิจกรรมที่ตรงกับวัตถุประสงค์ท่ี
ตั ้ง ไว้ ห รื อ ไม่ และการเลื อ กสื่ อ นั ้ น ย่ อ มขึ้ น อย่้ กั บ วิ ธี ก ารสอนในบทเรี ย น
และข้อจำากัดของสถานการณ์การเรียนการสอนด้วย
3.2 ดั ด แปลงสื่ อ ที่ มี อ ย่้ แ ล้ ว ให้ ไ ด้ ดี แ ละเหมาะสมมากยิ่ ง ขึ้ น
ทั ้ง นี้ ย่ อ มขึ้ น กั บ เวลาและงบประมาณในการดั ด แปลงสื่ อนั ้ น ด้ ว ย เช่ น มี
ภาพยนตร์เสียงในฟิ ล์มเป็ นภาษาอังกฤษ ถ้ามีการแปลเป็ นภาษาไทยแล้ว

58

บันทึกเสียงลงใหม่เพื่อให้ผ้เรียนชมและฟั งเข้าใจง่ายขึ้น จะคุ้มกับเวลาและ
การลงทุนหรือไม่ เป็ นต้น
3.3 การออกแบบสื่ อ ใหม่ ในกรณี ท่ี ไ ม่ มี ส่ ื อ เดิ ม อย่้ ห รื อ ที่ มี อ ย่้
แล้วไม่สามารถนำ า มาดัดแปลงให้ใช้ได้ตามที่ต้องการ ผ้้สอนย่อมต้องมีการ
ออกแบบและจัดทำา สื่อใหม่ซ่ ึงต้องคำา นึ งถึงองค์ประกอบต่าง ๆ หลายอย่าง
เช่ น ให้ ต รงกั บ วั ต ถุ ป ระสงค์ ข องการเรี ย นและลั ก ษณะของผ้้ เ รี ย นมี ง บ
ประมาณในการจัดทำาเพียงพอหรือไม่ มีเครื่องมือและผ้้ชำานาญในการจัดทำา
สื่อหรือไม่ เป็ นต้น
4. การใช้ส่ ือ (Utilize Materials)
เป็ นขัน
้ ของการกระทำาจริงซึ่งผ้้สอนจะต้องดำาเนิ นการ ดังนี้
4.1 ด้ ห รื อ อ่ า นเนื้ อหาในสื่ อเหล่ า นี้ ก่ อ นเป็ นการเตรี ย มตั ว
เช่น ด้สไลด์หรือวีดิทัศน์
เพื่อศึกษาเนื้ อหาให้แม่นยำา ก่อนนำ า ไปสอน หรืออ่านบทวิจารณ์เกี่ยวกับ
เรื่องนั ้นร่วมด้วย
4.2 จัดเตรียมสถานที่ ที่นั่งเรียน อุปกรณ์ เครื่องมือ และสิ่งต่าง
ๆ เพื่อความสะดวกเรียบร้อยก่อนการสอน และควรทดลองอุปกรณ์ ท่ีจะใช้
ก่อนว่าใช้ได้ดีหรือไม่
4.3 เตรียมตัวผ้้เรียน โดยการใช้ส่ ือนำ าเข้าส่้บทเรียน ถ้ามีการฉาย
วีดิทัศน์ หรือภาพยนตร์ให้ชมก็ควรจะสรุปเนื้ อหาเรื่องที่จะชมนั ้ นให้ผ้เรียน
ทราบเสียก่อนว่าเกี่ยวข้องกับบทเรียนอย่างไรบ้าง เป็ นการแนะนำ าก่อนล่วง
หน้ าและเพื่อสร้างแรงจ้งใจแก่ผ้เรียน
4.4 ควบคุ ม ชั ้น เรี ย น เพื่ อให้ ผ้ เ รี ย นมี ค วามสนใจในสื่ อที่ นำา
เสนอนั ้น
5. การกำา หนดการตอบสนองของผ้้ เ รีย น (Require

Response)

Learner

การให้ผ้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียน และเปิ ดโอกาสให้มก
ี ารตอบ
สนองนั ้ น เป็ น สิ่ งสำา คั ญยิ่ ง ซึ่ งผ้้ เรี ย นจะมี ก ารตอบสนองหรื อ ไม่ และมาก
น้ อยเพียงไรขึ้นอย่้กับสื่อที่นำามาใช้ สื่อบางชนิ ดเมื่อใช้แล้วจะเปิ ดโอกาสให้
ผ้้เรียนมีส่วนร่วมมากกว่าสื่อชนิ ดอื่น เช่น การให้อ่านข้อความในหนั งสือ
หรือด้ร้ปจะทำาให้ผ้เรียนมีการอภิปรายจากสิ่งที่อ่านหรือเห็น ผ้้เรียนย่อมมี

59

การตอบสนองเกิดขึ้นได้ทันทีและง่ายกว่าการให้ด้ภาพยนตร์ ทัง้ นี้ เพราะ
การด้ภาพยนตร์ถ้าจะด้ให้ร้เรื่องจริง ๆ แล้วควรจะต้องด้ให้จบเรื่องเสียก่อน
แล้วจึงอภิปรายกัน ซึ่งจะดีกว่าหยุดด้ทีละตอนแล้วอภิปรายเพราะจะทำาให้
มีการขัดจังหวะเกิดความไม่ต่อเนื่ องในการด้อาจจะทำา ให้ไม่เข้า ใจหรือ จับ
ความสำา คัญของเรื่องไม่ได้นอกจากนี้ ผ้้เรียนสามารถมีการตอบสนองโดย
เปิ ดเผย (overt response) โดยการพ้ ด ออกมาหรื อ เขี ย น และการตอบ
สนองภายในตัว ผ้้เรีย น (covert response) โดยการท่ องจำา หรือ คิดในใจ
เมื่อผ้้เรียนมีการตอบสนองแล้วผ้้สอนควรให้การเสริมแรงทันทีเพื่อให้ ผ้
เรียนทราบว่าตนมีความเข้าใจและเกิดการเรียนร้้ท่ีถ้กต้องหรือไม่ การเรียน
การสอนโดยการให้ทำาแบบฝึ กหัด การตอบคำาถามการอภิปราย หรือการใช้
บทเรีย นแบบโปรแกรม จะเป็ น การเปิ ดโอกาสให้ผ้ เรี ยนมีการตอบสนอง
และได้รับการเสริมแรงระหว่างการเรียนได้เป็ นอย่างดี
6. การประเมิน (Evaluation)

การประเมินสามารถกระทำาได้ใน 3 ลักษณะ คือ

6.1 การประเมินกระบวนการสอน สื่อการสอน และวิธีการสอน
โดยในการประเมินสามารถทำาได้ทัง้ ในระยะก่อน ระหว่าง และหลังการสอน
6.2 การประเมินความสำาเร็จของผ้้เรียน ขึ้นอย่้กับวัตถุประสงค์ท่ี
ตัง้ ไว้ว่ามีเกณฑ์เท่าใดการวัดผลอาจทำาได้ด้วยการทดสอบ การสอบปากเปล่า
หรือด้จากผลงานของผ้้ เรี ยน สิ่ งสำา คั ญที่ จะทราบได้ว่า ผ้้เรีย นมี สัม ฤทธิผ ล
ทางการเรียนมากน้ อยเท่าใด คือ สังเกตจากการปฏิบัติและการแสดงออก
ของผ้้เรียนนั ้น
6.3 การประเมิ น สื่ อและวิ ธี ก ารสอน โดยการให้ ผ้ เ รี ย นมี ก าร
อภิปรายและวิจารณ์ การใช้ส่ ือและเทคนิ ควิธีการสอนว่าเหมาะสมมากน้ อย
เพียงใด
การใช้รป
้ แบบจำาลอง ASSURE Model เป็ นร้ปแบบจำาลองที่
เน้ นถึง การวางแผนอย่างเป็ นระบบในเรื่องของการใช้ส่ ือการสอนในสภาพ
แวดล้ อ มที่ เ ป็ น จริ ง ของห้ อ งเรี ย นเพื่ อ ให้ ผ้ ส อนทุ ก คนสามารถนำ า ร้ ป แบบ
จำา ลองนี้ มาใช้ ในการวางแผนการสอนประจำา วั นได้อ ย่า งมี ป ระสิ ท ธิ ผ ล ร้ป
แบบจำาลองนี้จะเป็ นหลักประกันถึงความสำาเร็จในการสอนเพื่อให้ผ้เรียนเกิด
การเรียนร้้ได้เป็ นอย่างดีถ้าหากผ้้สอนสามารถดำา เนิ นกระบวนการได้อย่าง
ถ้กต้องทุกขัน
้ ตอน

60

บทสรุป
สื่อการสอน เป็ นตัวกลางที่จะช่วยนำ าและถ่ายทอดข้อม้ลความร้้
จากคร้ผ้สอน หรือจากแหล่งความร้้ไปยังผ้้เรียน เป็ นสิ่งช่วยอธิบาย
และขยายเนื้ อหาบทเรียน ให้ผ้เรียนสามารถเข้า ใจเนื้ อหาได้ง่า ยขึ้น
เพื่อบรรลุถึงวัตถุประสงค์การเรียนที่ตัง้ ไว้

สื่อการสอนสามารถให้ประโยชน์ทัง้ กับผ้้เรียนและผ้้สอน ประโยชน์
กั บ ผ้้ เรี ย น เช่ น ช่ ว ยสร้ า งความเข้ า ใจในเนื้ อหาบทเรี ย นที่ ยุ่ ง ยากซั บ ซ้ อ น
ช่วยกระตุ้นความสนใจของผ้้เรียน ช่วยให้ผ้เรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมการ
เรีย นการสอน ช่ ว ยแก้ปั ญหาความแตกต่ า งระหว่ า งบุ ค คล ฯลฯ สำา หรั บ
ประโยชน์ กั บ ผ้้ ส อน จะช่ ว ยให้ บ รรยากาศในการสอนน่ าสนใจยิ่ ง ขึ้ น
นอกจากนี้ ยั งเป็ น การแบ่ งเบาภาระของผ้้ ส อน โดยบางครั ง้ อาจให้ ผ้ เรี ย น
ศึ ก ษาเนื้ อหาเองจากสื่ อ ได้ ในการใช้ ส่ ื อการสอน หากผ้้ ส อนได้ มี ก าร
วางแผนอย่ า งเป็ น ระบบก็ จ ะช่ ว ยให้ ก ารใช้ บ รรลุ ต ามวั ต ถุ ป ระสงค์ ท่ี ตั ้ง ไว้
และเป็ นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

คำาถามทบทวน

1. สื่อการสอนมีความสัมพันธ์กับการเรียนการสอนอย่างไร
2. สื่อการสอนสามารถจำาแนกได้เป็ นกี่ประเภท อะไรบ้าง

3. เอดการ์ เดล ใช้อะไร ? เป็ นเกณฑ์ในการแบ่งประเภทของ
สื่อการสอน
4. ให้บอกคุณค่าทัว่ ไปของสื่อการสอนมา 5 อย่าง
5. ขัน
้ ตอนในการใช้ส่ ืออย่างเป็ นระบบมีอะไรบ้าง

6. ท่านมีวิธีการเลือกสื่อมาใช้กับการเรียนการสอนอย่างไร
7. วัตถุประสงค์เชิงพฤติกรรม มีสว่ นประกอบอะไรบ้าง

8. ท่านคิดว่าสื่อการสอนเป็ นประโยชน์ต่อคร้ผ้สอนอย่างไร

9. การได้ทราบประเภท และคุณสมบัติของสื่อ ช่วยท่านในการ
เลือกผลิตและใช้ส่ ืออย่างไร
10. ปั จจุ บั น สื่ อ อิ เลคทรอนิ ค ส์ เ ข้ า มามี บ ทบาทกั บ การศึ ก ษาทุ ก
ระดับ ท่านมีความคิดเห็นต่อเรื่องนี้อย่างไร

61