สวนที่ 2 อุปกรณดานพลังงานความรอน

บทที่ 1
หมอไอนํา้ และระบบสงจายไอนํ้า
บทที่ 1 หมอไอนํ้า และระบบสงจายไอนํ้า
1.1 การใชไอนํ้าในโรงงานอุตสาหกรรม

หนา 11

เหตุใดจึงใชไอนํ้าเปนตัวกลางสงถายความรอน

หนา 11

หมอไอนํ้ามีกี่ประเภท

หนา 12

หมอไอนํ้ามีประสิทธิภาพเทาใด?

หนา 12

1.2 แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและใชไอนํ้า

หนา 12

(1) แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม

หนา 12

(2) แนวทางการลดการสูญเสียความรอนทางปลองไอเสีย

หนา 20

(3) แนวทางการลดการสูญเสียความรอนจากนํ้าระบาย

หนา 27

(4) แนวทางการนําคอนเดนเสทกลับมาใช

หนา 33

(5) แนวทางการลดการสูญเสียความรอนผานพื้นผิว

หนา 54

(6) แนวทางการจัดการใชไอนํา้ อยางมีประสิทธิภาพ

หนา 70

1.3 แนวทางการตรวจ วินจิ ฉัยและบํารุงรักษาหมอไอนํ้า

หนา 80

การตรวจวินิจฉัย หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้าเพื่อการอนุรักษพลังงานทําไดอยางไร

หนา 80

การบํารุงรักษาหมอไอนํ้าเพื่อการอนุรักษพลังงานมีอะไรบาง

หนา 83

1.4 กรณีตัวอยาง

หนา 84

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

11

1.1 การใชไอนํ้าในโรงงานอุตสาหกรรม
อุตสาหกรรมสวนใหญมีการใชไอนํ้าในกระบวนการผลิต โดยใชเชื้อเพลิงเผาไหมใหเกิดความรอน
และตมนํ้าใหกลายเปนไอนํ้า สงตามทอไปยังอุปกรณที่ใชความรอน ดังรูปที่ 1-1 โดยอุปกรณใชไอนํ้ามี 2
แบบ คือ แบบใชโดยตรง (direct heating) และแบบผานอุปกรณแลกเปลี่ยนความรอน(indirect heating)

รูปที่ 1-1 ระบบผลิตและใชไอนํ้า
แบบใชโดยตรง ไอนํ้าจะถูกพนผสมกับสารที่มารับความรอนโดยตรง ขณะที่แบบผานอุปกรณแลก
เปลีย่ นความรอน ไอนํ้าจะไมสัมผัสกับสารที่มารับความรอน ดังนั้นหลังจากถายเทความรอนใหแลวไอนํ้าจะ
ควบแนนเปนนํา้ ที่เรียกวา คอนเดนเสท จากนั้นกับดักไอนํ้าจะทําหนาที่แยกคอนเดนเสทออกมา และสง
กลับไปผลิตเปนไอนํ้าอีกครั้งที่หมอไอนํ้าหรือนําไปใชประโยชนในกิจกรรมอื่น

• เหตุใดจึงใชไอนํ้าเปนตัวกลางสงถายความรอน ?
เนือ่ งจากไอนําสามารถสะสมความร

อนไดมาก และคาใชจายในการใชงานตํ่ากวาสารอื่น จึงถูกนํา
มาใชเปนตัวกลางสงถายความรอนในอุตสาหกรรม อยางไรก็ตามหากตองการความรอนอุณหภูมิสูงกวา
200OC จะตองผลิตไอนํ้าความดันสูงมาก จึงมักใชนํ้ามันรอน(thermal oil)เปนสารตัวกลาง

12

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

หมอไอนํ้าที่ใชงานมีกี่ประเภท ?
แบงตามลักษณะการแลกเปลี่ยนความรอนได 2 ประเภท ไดแก หมอไอนํ้าแบบทอนํ้า(water tube
boiler) และหมอไอนํ้าแบบทอไฟ(fire tube boiler) โดยหมอไอนําแบบท

อนํ้าตางจากทอไฟตรงที่นํ้าอยูใน
ทอและกาซทีม่ ีการเผาไหมอยูรอบๆทอ โครงสรางแบบนี้ทําใหสามารถผลิตไอนํ้าตอบสนองตอภาระการใช
ไอนําที
้ เ่ ปลีย่ นแปลงไดอยางรวดเร็ว จึงมักใชกับการผลิตไอนํ้าที่ความดันสูง(เกินกวา 20 บาร)และหมอ
ไอนําขนาดใหญ

สวนหมอไอนําแบบท

อไฟ กาซรอนจากการเผาไหมจะอยูในทอและนํ้าจะอยูภายนอกทอใช
กับการผลิตไอนําความดั

นไมสูงและหมอไอนํ้าขนาดไมใหญ ซึ่งเปนแบบที่ใชทั่วไปในโรงงานอุตสาหกรรม

รูปที่ 1-2 โครงสรางหมอไอนํ้าแบบทอนํ้า

รูปที่ 1-3 โครงสรางหมอไอนํ้าแบบทอไฟ

• หมอไอนํ้ามีประสิทธิภาพเทาใด ?
โดยทัว่ ไปมีประสิทธิภาพ 70-80% หมายความวาพลังงานความรอนจากเชื้อเพลิง 100 สวน สามารถ
ใหความรอนกับนํ้าได 70-80 สวนเทานั้น พลังงานสวนที่เหลือจะสูญเสียไปกับกาซรอนที่ปลอยทิ้งทางปลอง
ผานพืน้ ผิวของหมอไอนํ้า และนํ้าที่ตองระบายทิ้งเปนระยะ

การสูญเสียทางกาซไอเสีย
10-30%

การสูญเสียผานพื้นผิว 3-5 %

การสูญเสียทางนํ้าระบาย 4%

รูปที่ 1-4 การสูญเสียพลังงานของหมอไอนํ้า
เชื้อเพลิง + อากาศเขาเผาไหม

=

พลังงานในไอนํ้า + พลังงานในกาซไอเสีย + พลังงานสูญเสียผานพื้นผิว +
พลังงานสูญเสียในนํ้าระบาย + พลังงานสูญเสียอื่นๆ

1.2 แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและใชไอนํ้า
แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการใชไอนํ้าสามารถสรุปไดดังนี้

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

13

(1) แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม
(2) แนวทางการลดการสูญเสียความรอนทางปลองไอเสีย
(3) แนวทางการลดการสูญเสียความรอนจากนํ้าระบาย
(4) แนวทางการนําคอนเดนเสทกลับมาใช
(5) แนวทางการลดการสูญเสียความรอนผานพื้นผิว
(6) แนวทางการจัดการใชไอนํ้าอยางมีประสิทธิภาพ

(1) แนวทางการปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม
เชื้อเพลิง

ประกายไฟหรือความรอน
กาซไอเสีย
พลังงานความรอน

อากาศ
รูปที่ 1.2-1 การเผาไหม
การเผาไหมคืออะไร ?
การเผาไหม คือการที่ธาตุในเชื้อเพลิงทําปฏิกิริยากับกาซออกซิเจนในอากาศแลวเกิดการสันดาป
ไดกา ซไอเสีย และพลังงานความรอน
การเผาไหมสมบูรณ คือการทีก่ าซออกซิเจนทําปฏิกิริยาพอดีกับธาตุในเชื้อเพลิง เกิดกาซ
คารบอนไดออกไซด กาซซัลเฟอรไดออกไซด ไอนํ้ า และพลังงาน นั่นคือ ประสิทธิ ภาพการเผาไหม
สู ง สุ ด ซึ่งประสิ ทธิภ าพการเผาไหมจ ะขึ้น อยูกับ ชนิดของเชื้อเพลิง ปริมาณอากาศที่เขาเผาไหม
และหัวเผา(burner) หรือลักษณะการเผาไหม
เชื้อเพลิงแตละชนิดมีผลตอการเผาไหมอยางไร ?
เชือ้ เพลิงแข็งมีคาประสิทธิภาพการเผาไหม 75-85% เชื้อเพลิงเหลว 80-85% และเชื้อเพลิงกาซ
80-90% จะเห็นวาประสิทธิภาพของเชื้อเพลิงแข็งตํ่ากวาเชื้อเพลิงเหลว และเชื้อเพลิงเหลวตํ่ากวาเชื้อเพลิง
กาซตามลําดับ เนื่องจากพื้นที่สัมผัสระหวางเชื้อเพลิงกับอากาศนอยกวากัน นอกจากนั้นเชื้อเพลิงที่มีความ
หนืดสูงจะกระจายออกเปนฝอยละอองไดยาก ทําใหมีพื้นที่สัมผัสนอย ทําใหประสิทธิภาพการเผาไหมตํ่า
ปริมาณอากาศที่เขาเผาไหมมีผลอยางไร ?
กรณีทอี่ ากาศนอยเกินไป การเผาไหมจะไดกาซคารบอนมอนนอกไซด และเชื้อเพลิงที่ไมเผาไหม
เขมา ควันสีดํา พลังงานที่ไดจะนอย การเผาไหมมีประสิทธิภาพตํ่า และกรณีที่อากาศมากเกินไป สวนที่

14

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

เกินความตองการจะพาความรอนออกไปทางปลองสงผลใหประสิทธิภาพของหมอไอนํ้าลดตํ่าลง ดังนั้น ใน
ทางปฎิบัติจงึ ไมสามารถปอนอากาศเขาเผาไหมในปริมาณที่พอดีกับเชื้อเพลิง เนื่องจากจะมีเชื้อเพลิงบาง
สวนไมสมั ผัสกับอากาศไดทั่วถึง โดยเฉพาะอยางยิ่งเชื้อเพลิงแข็ง เราจึงตองปอนอากาศเขาเผาไหมใน
ปริมาณที่เกินพอดีเล็กนอย อากาศสวนนี้เรียกวา อากาศสวนเกิน นอกจากนั้นในกรณีของเชื้อเพลิงเหลว
และเชื้อเพลิงกาซถาหัวเผาสกปรก อุดตัน ชํารุด จะทําใหเชื้อเพลิงและอากาศคลุกเคลากันไดไมดี มีผลตอ
ประสิทธิภาพการเผาไหมเชนกัน
พลังงาน

การสูญเสียจาก
เผาไหมไมสมบูรณ

<<ปริมาณอากาศนอย

การสูญเสียจากไอเสีย

การสูญเสียรวม

อากาศที่พอดี

อากาศที่เหมาะสม

ปริมาณอากาศมาก >>

รูปที่ 1.1-2 ปริมาณอากาศและการสูญเสียพลังงาน
เราจะรูไดอยางไรวาอากาศที่เขาเผาไหมเหมาะสม ?
ถาอากาศสวนเกินมีปริมาณมาก กาซออกซิเจนที่เหลือจากการเผาไหมจะเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กาซ
คารบอนไดออกไซดที่ไดจากการเผาไหมจะมีสัดสวนนอยลง
ในทางตรงกันขามถาอากาศนอยเกินไป
ปริมาณออกซิเจนที่ตองใชในการเผาไหมจะไมเพียงพอ กอใหเกิดกาซคารบอนมอนนอกไซดและเชื้อเพลิง
ทีเ่ ผาไหมไมหมด ปริมาณอากาศเขาเผาไหมที่เหมาะสมสําหรับเชื้อเพลิงแตละประเภท สามารถดูไดจาก
ปริมาณกาซออกซิเจนหรือคารบอนไดออกไซดในไอเสีย(ตารางที่ 1.1-1) สําหรับปริมาณกาซคารบอน
มอนนอกไซดในกาซไอเสียนั้นจะเปนคาที่บอกวามีเชื้อเพลิงเผาไหมไมหมดมากหรือนอย โดยปกติแลวควร
มีคาไมเกิน 200 ppm.
ปริมาณกาซออกซิเจน กาซคารบอนไดออกไซด หรือกาซคารบอนมอนนอกไซดในกาซไอเสียนี้จะ
ทราบไดจากการใชเครื่องมือวิเคราะหกาซไอเสีย ซึ่งมีทั้งแบบใชเซนเซอรไฟฟา แบบใชปฏิกิริยาเคมีและ
เทียบสี หรือเราอาจสังเกตลักษณะการเผาไหมจากเปลวไฟ และควันไอเสีย
ตารางที่ 1.1 -1 ปริมาณอากาศสวนเกินที่เหมาะสม
ชนิดเชือ้ เพลิง
เชื้อเพลิงกาซ
เชื้อเพลิงเหลว
เชื้อเพลิงแข็ง

กาซออกซิเจนใน กาซคารบอนไดออกไซดใน
กาซไอเสีย (%)
กาซไอเสีย (%)
1-2
9-10
3-4
12-14
7-10
12-13

กาซคารบอนมอนนอกไซดใน
กาซไอเสีย (ppm)
<200
<200
<200

อากาศสวนเกิน
(%)
10-20
10-20
50-70

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

15

จะสังเกตอยางไรวาการเผาไหมเหมาะสมหรือไม ?
การตรวจสอบปริมาณกาซออกซิเจนและคารบอนไดออกไซดในกาซไอเสีย ตองใชเครือ่ งมือวิเคราะห
กาซไอเสีย
อยางไรก็ตามผูค วบคุมสามารถสังเกตลักษณะการเผาไหมทเี่ หมาะสมไดจากสีและลักษณะของ
เปลวไฟ และสีของเขมาควันดังนี้
ตารางที่ 1.1 - 2 การควบคุมปริมาณอากาศจากการสังเกตเปลวไฟและเขมาควัน
ปริมาณอากาศทีเ่ ขาผสมกับเชื้อเพลิง

ลักษณะเปลวไฟและความสวางภายในหองเผาไหม

สีควันทีอ่ อกจากปลองไอเสีย

ปริมาณอากาศและเชือ้ เพลิงผสมในสัดสวนพอดี

ลักษณะเปลวไฟ: เปลวไฟสั้นและมีรูปรางคงตัว

ลักษณะ สีเทาออน

สีเปลวไฟ: เปลวสีแสดกรณีเชื้อเพลิงเหลวและสีฟา
ปลายแสดสําหรับเชื้อเพลิงกาซ
ความสวางของหองเผาไหม: เห็นภายในหองเผาไหมลางๆ
ปริมาณอากาศที่เขาเผาไหมมากเกินไป

ลักษณะเปลวไฟ:เปลวไฟยาวและมีรูปรางไมคงตัว

ลักษณะสีขาวหรือไมมีสี

สีของเปลวไฟ: เปลวสีฟากรณีเชื้อเพลิงกาซ
ความสวางของหองเผาไหม: สวางมาก
ปริมาณอากาศที่เขาเผาไหมนอยเกินไป

ลักษณะเปลวไฟ:เปลวไฟสั้น

ลักษณะสีเทาเขมถึงดํา

สีเปลวไฟ:เปลวสีแดงคลํ้าปลายเปลวมีเขมาดํา
ความสวางของหองเผาไหม: ภายในหองเผาไหมมคี วันมาก

หนาที่ของหัวเผา
หัวเผาเปนอุปกรณที่ทําหนาที่ปอนเชื้อเพลิงและอากาศเขาเผาไหมในอัตราที่สัมพันธกัน และตอง
คลุกเคลากันไดอยางทั่วถึงในทุกภาระการทํางาน
หัวเผาเชื้อเพลิงกาซมีลักษณะอยางไร ?
แบงเปน 2 แบบ คือแบบที่ผสมเชื้อเพลิงกับอากาศกอนแลวปอนเขาเผาไหม(pre-mix burner)
แบบนีป้ ริมาณอากาศตอเชื้อเพลิงจะควบคุมไดดี แตมีขอควรระวัง คือ การเกิดเปลวไฟยอนกลับและเปลว
ไมนิ่ง และแบบผสมกันภายในหัวเผา(nozzle mix burner) แบบนี้ปริมาณอากาศสวนเกินจะสูงกวา และ
การทีอ่ ากาศและเชื้อเพลิงแยกกัน ทําใหสามารถอุนอากาศกอนเขาเผาไหมไดดี ดังรูปที่ 1.1-3

ก. แบบผสมกอนเขาหัวเผา
ข. แบบผสมกันภายในหัวเผา
รูปที่ 1.1-3 หัวเผาเชื้อเพลิงกาซ

16

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

หัวเผานํ้ามันมีกี่แบบ ?
มี 3 แบบ คือ (1) แบบใชความดันนํ้ามัน จะมีปมนํ้ามันอัดนํ้ามันผานหัวฉีด (2) แบบใชความดัน
อากาศหรือไอนําฉี
้ ดนํ้ามันออกเปนฝอย และ (3) แบบโรตารี่คัพ ใชแรงเหวี่ยงทําใหนํ้ามันแตกตัวเปนฝอย

ก. แบบใชความดันนํ้ามัน

ข. แบบใชอากาศหรือไอนํ้าฉีดนํ้ามัน
รูปที่ 1.1 - 4 หัวเผาเชื้อเพลิงเหลว

ค. แบบโรตารี่คัพ

ตารางที่ 1.1 - 3 ลักษณะการใชงานหัวเผาแบบตางๆ

พิกดั การใชเชื้อเพลิง(L/h)

แบบใชความดันอากาศ/ไอนํ้าฉีดนํ้ามัน
ความดันตํ่า
ความดันสูง
1.5-180
10-5000

ตัวกลางที่ใช
ความดันนํ้ามัน(barg)
ความดันในการฉีด(barg)
ขอดี

อากาศ/ไอนํ้า
0.1–1
0.4-2.0
คาใชจายตํ่า

ขอเสีย

ตองใชพัดลม/ปมลม

อากาศ/ไอนํ้า
0.2-9.0
2-10
ฉีดนํ้ามันไดละเอียด
ไมมีปญหาอุดตัน
ตองใชไฟฟา

แบบความดัน
นํามั
้ น
50-10000

แบบโรตารี่

14-18
คาใชจายตํ่า เงียบ

0.5-10
1-3
คาใชจายตํ่า

ตอบสนองชา
ตองใชปม

มีเฉพาะขนาดใหญ

10-300

เชื้อเพลิงแข็งมีวิธีการเผาไหมอยางไร?
เมือ่ เปรียบเทียบกันแลวเชือ้ เพลิงแข็งจะมีตน ทุนทีต่ ากว
ํ่ าเชือ้ เพลิงเหลวและกาซ จึงทําใหมกี ารใชงาน
แพรหลายมากขึน้ การปอนเชือ้ เพลิงแข็งไมไดใชหวั เผาเหมือนเชือ้ เพลิงเหลวหรือกาซ โดยทัว่ ไปเชือ้ เพลิงแข็ง
จะมีการเผาไหมอยู 3 วิธดี งั นี้
1. การเผาไหมบนตะกรับ (grate stoker) เชื้อเพลิงแข็งจะวางอยูบนตะกรับและเกิดการเผาไหม
ตะกรับมีทงั้ แบบอยูกับที่และแบบเคลื่อนที่ ซึ่งจะเปนสายพานโซ ถานหินจะถูกปอนเขาดานหนึ่งของสาย
พาน แลวเคลือ่ นที่ไปตามความยาวของหองเผาไหมหรือเตาเผา อากาศเขาเผาไหมสวนหนึ่งเขาจากทาง
ดานลางของตะกรับ การเผาไหมแบบนี้ใชกันแพรหลายที่สุด ใชไดกับเชื้อเพลิงแข็งที่มีขนาดคอนขางใหญ
2. การเผาไหมแบบใชผงถาน การเผาไหมแบบนี้จะบดถานหินจนเปนผงละเอียดไมเกิน 50
ไมครอน แลวพนเขาไปในหองเผาไหม คลายกับหัวเผาของเชื้อเพลิงเหลว

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

17

3. การเผาไหมแบบฟลูอิคไดซเบด เปนเทคโนโลยีการเผาไหมเชื้อเพลิงแข็งที่ทันสมัยที่สุด โดย
ใชอากาศเปาเชื้อเพลิงใหเคลื่อนไหวแลวเผาไหม หรือเปาทรายทนไฟใหคลุกเคลากับเชื้อเพลิง ทําใหอัตรา
การแลกเปลีย่ นความรอนสูง และอุณหภูมิในหองเผาไหมตํ่า ซึ่งเตาจะขนาดเล็กลง และเกิดมลภาวะนอย

เตา

อากาศ

ก.การเผาไหมบนตะกรับ
ข.การเผาไหมผงถาน
ค.การเผาไหมแบบฟลูอิคไดซเบด
รูปที่ 1.1 - 5 การเผาไหมเชื้อเพลิงแข็ง
หัวเผาของหมอไอนํ้าทํางานอยางไร ?
หัวเผาหมอไอนํ้ามีการทํางาน 3 รูปแบบ ไดแก 1) แบบเดิน-หยุด(on-off control) ซึ่งจะจุดและ
ดับตามความดันของไอนํ้าที่ผลิต 2) แบบทํางานเปนขั้น(step control) การจุดหัวเผาจะเปนลําดับตาม
ภาระการผลิตไอนํ้า เชน เดิน 2 หัว หรือ 3 หัว และ 3) แบบตอเนื่อง(modulating control) ปริมาณนํ้า
มันและอากาศจะเปลี่ยนแปลงตามปริมาณความตองการใชไอนํ้าอยางตอเนื่อง
ความดันไอนํ้า (บาร)

ความดันไอนํ้า (บาร)

เชื้อเพลิง

เชื้อเพลิง

ก. การควบคุมแบบเดิน-หยุด

ความดันไอนํ้า (บาร)

เชื้อเพลิง

ข. การควบคุมแบบทํางานเปนขั้น ค. การควบคุมแบบตอเนื่อง
รูปที่ 1.1-6 การควบคุมหัวเผา

หัวเผาควบคุมอัตราสวนอากาศและเชื้อเพลิงไดอยางไร?
หัวเผาจะควบคุมปริมาณอากาศและเชื้อเพลิงใหสัมพันธกัน โดยใชมอเตอรชุดเดียวควบคุมทั้งบาน
ปรับอากาศ (Damper) และวาลวควบคุมเชื้อเพลิง รูปที่ 1.1-7ก. แสดงการควบคุมแบบใชมอเตอรขับลูก

18

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

เบีย้ ว กานเปดอากาศถูกควบคุมดวยระยะของลูกเบี้ยวซึ่งปรับตั้งไดดวยสกรู สวนรูปที่ 1.1-7ข. แสดง
แบบที่มอเตอรจะขับบานปรับใหเปดตามตําแหนงสวิตซวงลอ (wheel switch) ที่ปรับตั้งไว

ก. แบบลูกเบี้ยว

ข. แบบสวิตซวงลอ
รูปที่ 1.1-7 การควบคุมอัตราสวนอากาศและเชื้อเพลิง

การปรับตั้งอัตราสวนอากาศทําไดอยางไร ?
จําเปนตองปรับตั้งที่ทุกๆ ภาระการทํางาน เชน หัวเผาแบบทํางานแบบเปนขั้น ก็ใหปรับตั้งสําหรับ
แตละขัน้ หัวเผาแบบทํางานตอเนื่อง ใหปรับตั้งอยางนอยที่ภาระตํ่า ปานกลาง และสูง ในการปรับตั้งเริ่ม
จากการบังคับหัวเผาใหทํางานที่ภาระใดภาระหนึ่ง จากนั้นตรวจวัดองคประกอบของกาซไอเสีย แลวปรับ
แดมเปอรอากาศใหรอยละของกาซออกซิเจนในกาซไอเสียใกลเคียงกับเกณฑมาตรฐานหรือปริมาณกาซ
คารบอนไดออกไซดมีคาสูงสุด ทัง้ นีก้ าซไอเสียที่ปลอยทิ้งตองไมเกิดเขมาดําและมีปริมาณคารบอนมอน
นอกไซดไมเกิน 200 PPM ใหล็อกตําแหนงนั้นไว แลวปรับตั้งที่ภาระอื่นๆ ตอไป หากปรับตั้งโดยไมมี
เครือ่ งวิเคราะหกาซไอเสียใหสังเกตจากเปลวไฟ และควันไอเสีย ตามที่ไดกลาวถึงในตารางที่ 1.1-2
การปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหมใหดีขึ้นทําอยางไร?
1. ทําความสะอาดหัวเผาเชื้อเพลิงเหลวทุกสัปดาห และเชื้อเพลิงกาซทุกเดือน เขมาหรือสิ่ง
สกปรกจะทําใหอากาศและเชื้อเพลิงไหลไมสะดวก ไมสามารถฉีดเปนละอองได
2. ตรวจสภาพการเผาไหมและปรับตั้งอากาศตามเกณฑที่กลาวถึงในตารางที่ 1.1-1 ทุกเดือน
3. ควรทําเครื่องหมายไวที่เกจวัดความดันนํ้ามันเชื้อเพลิง หมั่นตรวจสอบวาความดันยังมีคาใกล
เคียงกับคาเดิม
4. ควบคุมอุณหภูมินํ้ามันเชื้อเพลิงที่เขาเผาไหมใหเหมาะสม เชือ้ เพลิงที่หนืดเกินไปจะกระจาย
เปนละอองไดไมดีสง ผลใหประสิทธิภาพการเผาไหมลดตํ่าลง ขณะเดียวกันถาอุนรอนเกินไป
จะสิน้ เปลื้องพลังงาน และเกิดคราบเขมาที่หัวเผา
ตารางที่ 1.1-4 อุณหภูมิอุนนํ้ามันเตาที่เหมาะสม
เชื้อเพลิง
นํ้ามันเตาเอ
นํ้ามันเตาซี

อุณหภูมิอุนเชื้อเพลิงที่เหมาะสม(oC)
90-100
110-120

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

19

5. อุน นํามั
้ นเตาดวยไอนํ้าแทนไฟฟา เนื่องจากตนทุนไฟฟาสูงกวาเชื้อเพลิงประมาณ 30%
6. ลางกรองนํ้ามันเชื้อเพลิงเปนประจําและปลอยนําก
้ นถังนํ้ามันเชื้อเพลิงอยางนอยปละครั้ง
7. ควรลดขนาดหัวเผาใหเหมาะสมกับภาระการผลิตไอนํ้า
หากพบวาหัวเผาทํางานที่ภาระตํ่า
ตลอดเวลาหรือเดินหยุดบอย
8. อุปกรณอุนนํ้ามันควรมีฉนวนหุม
9. ในกรณีของเชื้อเพลิงแข็ง ควรลดความชื้นและลดขนาดของเชื้อเพลิงกอนเขาเผาไหม
10. ควรอุน อากาศกอนเขาเผาไหมจะทําใหประสิทธิภาพการเผาไหมสูงขึ้น
เชือ้ เพลิงที่ปอนใหหมอไอนํ้าใหความรอนเทาใด ?
พลังงานความรอนที่ไดจากการเผาไหมในหมอไอนํ้าจะชึ้นอยูกับปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช
ความรอนของเชื้อเพลิง ซึ่งเชื้อเพลิงแตละชนิดจะมีคาความรอนที่แตกตางกันดังตารางที่ 1.1-5

และคา

o

เมื่อ

=
=

QC
QC

m F x HL
1.1-1
ปริมาณความรอนที่ไดจากการเผาไหม; MJ/month

o

m

=
อัตราการใชเชื้อเพลิง; L/month หรือ kg/month
HL =
คาความรอนตํ่าของเชื้อเพลิง; MJ/L หรือ MJ/kg หรือ Nm3/kg
ตารางที่ 1.1 - 5 คาความรอนของเชื้อเพลิง
ประเภท
เชื้อเพลิงแข็ง

เชื้อเพลิงเหลว

เชื้อเพลิงกาซ

F

ชนิดเชื้อเพลิง

คาความรอน (หนวยอังกฤษ)

คาความรอน (หนวย SI)

ถานหินบิทูมินัส
ถานหินลิกไนท
ขี้เลื่อย
แกลบ
ชานออย
กะลาปาลม
ไม
ถาน
ขยะ
นํ้ามันเบนซิน
นํ้ามันดีเซล
นํ้ามันเตาเอ
นํ้ามันเตาซี
กาซธรรมชาติ
กาซปโตรเลียมเหลว

6,297.16 kcal/kg
2,500.24 kcal/kg
2,598.14 kcal/kg
3,438.72 kcal/kg
1,798.16 kcal/kg
4,410.00 kcal/kg
3,818.41 kcal/kg
6,900.00 kcal/kg
1,160.00 kcal/kg
8,245.76 kcal/L
8,697.10 kcal/L
9,857.66 kcal/L
9,117.38 kcal/L
8,763.96 kcal/Nm3
11,992.53 kcal/kg

26,366.21 kJ/kg
10,468.50 kJ/kg
10,878.41 kJ/kg
14,397.92 kJ/kg
7,528.90 kJ/kg
18,460.00 kJ/kg
15,990.00 kJ/kg
28,880.00 kJ/kg
4,860.00 kJ/kg
34,525.00 kJ/L
36,414.76 kJ/L
41,274.02 kJ/L
38,174.47 kJ/L
36,694.47 kJ/Nm3
50,220 kJ/kg

ดูตัวอยางการหาปริมาณความรอนเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON มีการใชนํ้ามันเตาซีกับหมอไอนํ้า 12,000 ลิตรตอเดือน
คิดเปนพลังงานความรอนที่ใหหมอไอนํ้า = 12,000 L x 38.174 MJ/L = 458,088 MJ/เดือน

20

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

อัตราสวนอากาศ(air ratio)คืออะไร
เปนคาทีบ่ อกวาอากาศเขาเผาไหมมากกวาอากาศที่พอดีเทาไร หรือกี่เทา เชน เชื้อเพลิงเหลวเรา
ควบคุมใหอากาศสวนเกินจากพอดีมารอยละ 20 หมายความวา อัตราสวนอากาศเทากับ 120/100 =1.2
เปนตน ซึ่งสามารถคํานวณจากรอยละของปริมาณกาซออกซิเจนในกาซไอเสียดังนี้
m

=

21
21 − O2

1.1-2

เมื่อ

m
=
อัตราสวนอากาศ
=
รอยละของกาซออกซิเจนในกาซไอเสีย (%)
O2
21 =
รอยละของกาซออกซิเจนโดยปริมาตรในอากาศ
ดูตัวอยางการหาอัตราสวนอากาศเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON ติดตัง้ หมอไอนํ้าแบบทอไฟขนาด 10 ตันตอชั่วโมง ใชเชื้อเพลิงนํ้ามันเตาซี ซึ่งจาก
การตรวจวัดกาซออกซิเจนในกาซไอเสียพบวา มีปริมาณกาซออกซิเจน 7% จงหาอัตราสวนอากาศวาเกิน
มาตรฐานโดยทั่วไปของเชื้อเพลิงเหลวหรือไม
m
=
21/(21-O2) = 21/(21-7) = 1.5
คาอัตราสวนอากาศ 1.5 เกินมาตรฐานอัตราสวนอากาศจากตารางที่ 1.2-1 ควรมีคาไมเกิน 1.3
ดังนัน้ โรงงานควรลดปริมาณอากาศที่เขาเผาไหมลง

(2) แนวทางการลดการสูญเสียความรอนทางปลองไอเสีย (Flue Gas Loss)
ความรอนทีไ่ ดจากการเผาไหมเชือ้ เพลิงจะถูกนําไปใชในการตมนําเพื
้ อ่ ผลิตไอนํา้ โดยผานพืน้ ผิวแลก
เปลีย่ นความรอน ซึง่ ประสิทธิภาพในการแลกเปลีย่ นความรอนของหมอไอนําแต
้ ละลูกจะไมเทากัน ดังนัน้ จึงเกิด
การสูญเสียความรอนออกทางปลองในปริมาณทีแ่ ตกตางกัน โดยทัว่ ไปจะมักสูญเสีย 10-30%

รูปที่ 1.2-1 การสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสีย
อะไรบางที่มีผลตอการสูญเสียความรอนทางปลองไอเสีย?
1. ปริมาณอากาศทีใ่ ชเผาไหมไมเหมาะสม ถามากเกินไป อากาศสวนทีไ่ มไดชว ยในการเผาไหม
จะพาความรอนจากหองเผาไหม ทิง้ ทางปลองไอเสียมากขึน้ สังเกตจากอุณหภูมไิ อเสียทีส่ งู ขึน้ ดังนัน้ ควรทํา
การปรับอัตราสวนอากาศใหเหมาะสมกับเชือ้ เพลิงแตละชนิด

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

21

รูปที่ 1.2-2 ปริมาณออกซิเจนสวนเกินที่เหมาะสมกับการเผาไหมเชื้อเพลิง
ตารางที่ 1.2-1 มาตรฐานอัตราสวนอากาศของหมอไอนํ้า
ขนาดหมอไอนํา้
(ตัน/ชั่วโมง)

เชือ้ เพลิงแข็ง
ตะกรับคงที่

ฟลูอิดไดซเบด

< 10
10-30
> 30

1.3-1.45
1.3-1.45

1.2-1.45
1.2-1.45

เชือ้ เพลิงเหลว

เชือ้ เพลิงกาซ

1.3
1.2-1.3
1.1-1.25

1.3
1.2-1.3
1.1-1.2

2. เขมา(soot) เกิดขึ้นจากการเผาไหม ซึ่งเชื้อเพลิงแข็งจะเกิดเขมามากกวาเชื้อเพลิงเหลวและ
กาซ โดยเขมาจะมีขนาดโมเลกุลที่ใหญกวาควัน(smoke) ดังนั้นจึงเกาะและสะสมอยูบนพื้นผิวแลกเปลี่ยน
ความรอน เมื่อเขมามากขึ้นอุณหภูมิไอเสียที่ออกปลองจะสูงขึ้น ทําใหการสูญเสียความรอนออกทางปลอง
มากขึ้น โดยทั่วไปเขมาที่หนาขึ้น 1 มิลลิเมตร จะทําใหเกิดการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 15-20%

รูปที่ 1.2-3 เขมาที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอนดานสัมผัสไฟ
3. ตะกรัน(scale) เกิดจากการรวมตัวของสารละลายที่อยูในนํ้าเกิดเปนของแข็งเกาะบนพื้นผิว
แลกเปลี่ยนความรอน ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความรอนจึงลดลง ความรอนจึงสูญเสียทางปลองมาก
ขึน้ สังเกตจากอุณหภูมิไอเสียจะสูงขึ้น ตะกรันที่หนาขึ้น 1 ม.ม จะทําใหสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 2%

22

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

รูป 1.2-4 ตะกรันที่เกิดขึ้นบนพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอนดานสัมผัสนํ้า
มาตรฐานอุณหภูมิไอเสียออกปลองควรเปนเทาใด ?
ปจจัยตางๆ ที่กลาวมาจะทําใหอุณหภูมิไอเสียสูงขึ้น ทําใหการสูญเสียความรอนทางปลองไอเสีย
เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงควรตรวจสอบอุณหภูมิไอเสียเปนประจําโดยทําการบันทึกอุณหภูมิไอเสียหลังจากปรับตั้ง
ปริมาณอากาศที่เหมาะสมและทําความสะอาดพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอนแลว อุณหภูมิไอเสียที่ไดไมควร
เกินคาในตารางที่ 1.2-2 บวกกับอุณหภูมิบรรยากาศลบดวย 20 ถาคาสูงกวามากอาจเกิดจากการออกแบบ
หองเผาไหมทเี่ ล็กเกินไป นอกจากนัน้ หลังจากใชงานไประยะหนึ่งจะสังเกตเห็นวาอุณหภูมิไอเสียจะสูงขึ้น ดัง
นัน้ เมื่ออุณหภูมิไอเสียสูงกวาเดิม 20oC ควรทําความสะอาดโดยการขูดเขมา เพื่อลดการสูญเสียความรอน
ตารางที่ 1.2-2 มาตรฐานอุณหภูมิไอเสียของหมอไอนํ้า (OC)
ขนาดพิกัดหมอไอนํ้า
หมอไอนํ้าขนาดใหญเพื่อผลิตไฟฟา
หมอไอนํ้าอื่นๆ
30 ตันตอชั่วโมง หรือมากกวา
10 ถึง 30 ตันตอชั่วโมง
5 ถึง 10 ตันตอชั่วโมง
นอยกวา 5 ตันตอชั่วโมง

เชือ้ เพลิงแข็ง
เชือ้ เพลิง
แบบตะกรับ
แบบฟลูอิดไดซเบด เหลว
145
200
250
-

200
200
-

200
200
220
250

เชื้อเพลิง
กาซ
110

กาซทิ้งจาก
กระบวนการผลิต
200

170
170
200
220

200
-

หมายเหตุ มาตรฐานนี้ใชที่อุณหภูมิบรรยากาศแวดลอม 20OC ภาระ 100% และพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอนสะอาด

ขั้นตอนการหาปริมาณการสูญเสียความรอนจากไอเสียทําอยางไร ?
ปริมาณการสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสียของหมอไอนํ้าแตละชุดจะไมเทากัน ดังนั้นผูใช
จะสามารถหาไดโดยใชตารางที่ 1.2-3 ถึง 1.2-5 หรือรูปที่1.2-5 ถึง 1.2-7 ซึ่งจัดทําขึ้นเพื่อใชกับเชื้อ
เพลิง 3 ชนิด คือ นํ้ามันเตาซี ถานหินบิทูมินัส และกาซธรรมชาติ โดยผูใชจะตองทําตามขั้นตอนดังนี้
1. ชนิดและปริมาณเชื้อเพลิงที่ใชตลอดทั้งปจาก log sheet ของหมอไอนํ้าที่โรงงานบันทึกไว
2. ตรวจวัดปริมาณกาซออกซิเจนสวนเกินในไอเสียจากเครื่องมือตรวจวัดปริมาณกาซออกซิเจน
โดยวัดตําแหนงที่ไอเสียออกจากหองเผาไหม
3. ตรวจวัดอุณหภูมิไอเสียออกปลองจากเครื่องมือวัดอุณหภูมิไอเสีย โดยวัดตําแหนงที่ไอเสีย
ออกจากหองเผาไหม

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

23

4. นําปริมาณออกซิเจนและอุณหภูมิไอเสียไปเปดตาราง 1.2-3 ถึง 1.2-5 หรือรูป 1.2-5 ถึง
1.2-7 โดยขึ้นอยูกับชนิดเชื้อเพลิง ซึง่ จะไดรอยละการสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสีย
5. นํารอยละการสูญเสียความรอนคูณดวยปริมาณเชือ้ เพลิงทีใ่ ชทงั้ ปจะไดปริมาณการสูญเสียเชือ้ เพลิงตอป
ตารางที่ 1.2-3 รอยละการสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสีย สําหรับนํ้ามันเตาซี
ปริมาณออกซิเจนในไอเสีย
(%)
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
5.5
6.0
6.5
7.0
7.5
8.0
8.5
9.0
9.5
10.0
10.5
11.0
11.5
12.0
12.5
13.0
13.5
14.0
14.5
15.0

180
5.89
6.04
6.20
6.37
6.55
6.75
6.95
7.17
7.40
7.65
7.92
8.20
8.51
8.84
9.20
9.60
10.02
10.49
11.01
11.57
12.21
12.91
13.71
14.61
15.64
16.83
18.21

200
6.70
6.87
7.06
7.25
7.46
7.68
7.91
8.16
8.42
8.71
9.00
9.33
9.68
10.06
10.47
10.92
11.41
11.94
12.52
13.17
13.89
14.69
15.60
16.62
17.80
19.15
20.72

220
7.52
7.72
7.93
8.15
8.38
8.63
8.89
9.17
9.46
9.78
10.12
10.49
10.88
11.31
11.77
12.27
12.82
13.41
14.07
14.80
15.61
16.51
17.53
18.68
20.00
21.51
23.29

240
8.36
8.57
8.80
9.05
9.31
9.58
9.87
10.18
10.51
10.86
11.24
11.56
12.08
12.56
13.07
13.62
14.23
14.90
15.63
16.43
17.33
18.34
19.46
20.74
22.20
23.89
25.86

อุณหภูมิไอเสียออกจากปลอง (OC)
260
280
300
320
9.19 10.03 10.87 11.72
9.43 10.29 11.16 12.02
9.68 10.57 11.46 12.35
9.95 10.86 11.77 12.69
10.24 11.17 12.11 13.05
10.54 11.50 12.46 13.43
10.86 11.85 12.84 13.84
11.20 12.22 13.24 14.27
11.56 12.62 13.67 14.74
11.95 13.04 14.13 15.23
12.36 13.49 14.63 15.76
12.81 13.98 15.15 16.33
13.29 14.50 15.72 16.95
13.81 15.07 16.34 17.61
14.37 15.69 17.00 18.32
14.99 16.35 17.73 19.10
15.65 17.08 18.52 19.96
16.38 17.88 19.38 20.89
17.19 18.76 20.33 21.91
18.08 19.73 21.38 23.04
19.06 20.80 22.55 24.30
20.17 22.01 23.85 25.71
21.41 23.36 25.32 27.29
22.82 24.90 26.99 29.09
24.42 26.65 28.89 31.14
26.28 28.68 31.08 33.50
28.44 31.04 33.64 36.26

340
12.57
12.89
13.24
13.61
14.00
14.41
14.84
15.31
15.81
16.34
16.90
17.52
18.17
18.88
19.65
20.49
21.40
22.40
23.50
24.71
26.06
27.57
29.27
31.19
33.39
35.93
38.89

360
13.42
13.77
14.14
14.53
14.94
15.38
15.85
16.35
16.88
17.44
18.05
18.70
19.41
20.16
20.99
21.88
22.85
23.92
25.09
26.39
27.83
29.44
31.26
33.31
35.66
38.37
41.53

380
14.27
14.65
15.04
15.46
15.90
16.37
16.86
17.39
17.95
18.56
19.20
19.90
20.64
21.45
22.32
23.27
24.31
25.45
26.69
28.07
29.61
31.32
33.25
35.43
37.93
40.81
44.17

400
15.13
15.53
15.95
16.39
16.86
17.35
17.88
18.44
19.04
19.67
20.36
21.09
21.89
22.74
23.67
24.68
25.77
26.98
28.30
29.76
31.39
33.21
35.25
37.57
40.22
43.27
46.83

หมายเหตุ วิเคราะหโดยสมการของ Rosin ที่อุณหภูมิ 35 OC และคาความรอนของเชื้อเพลิง 9,117.38 kcal/kg(38,174.47 kJ/kg)
การสูญเสียความรอน (%)
50

อุณหภูมิไอเสียออกปลอง (oC)

400
380
360
340
320
300
280
260
240
220
200
180

45
40
35
30
25
20
15
10
5
15.0

14.0

13.0

12.0

11.0

10.0

9.0

8.0

7.0

6.0

5.0

4.0

3.0

2.0

0

ปริมาณกาซออกซิเจนในไอเสีย (%)

รูปที่ 1.2-5 รอยละการสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสีย สําหรับนํ้ามันเตาซี

24

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ตารางที่ 1.2-4 รอยละการสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสีย สําหรับถานหินบิทูมินัส
ปริมาณออกซิเจนในไอเสีย
(%)
4.0
4.5
5.0
5.5
6.0
6.5
7.0
7.5
8.0
8.5
9.0
9.5
10.0
10.5
11.0
11.5
12.0
12.5
13.0
13.5
14.0
14.5
15.0

180
6.78
6.98
7.18
7.41
7.64
7.90
8.17
8.46
8.77
9.11
9.48
9.88
10.31
10.79
11.31
11.89
12.54
13.26
14.07
14.98
16.03
17.24
18.66

200
7.71
7.94
8.18
8.43
8.70
8.99
9.29
9.63
9.98
10.37
10.79
11.24
11.74
12.28
12.87
13.53
14.27
15.09
16.01
17.05
18.25
19.63
21.23

220
8.67
8.92
9.19
9.47
9.77
10.10
10.44
10.82
11.22
11.65
12.12
12.63
13.19
13.80
14.47
15.21
16.03
16.95
17.99
19.16
20.50
22.05
23.85

240
9.63
9.90
10.20
10.52
10.85
11.21
11.60
12.01
12.46
12.94
13.46
14.03
14.64
15.32
16.06
16.89
17.80
18.82
19.97
21.28
22.77
24.48
26.49

อุณหภูมิไอเสียออกจากปลอง (OC)
260
280
300
320
10.59 11.55 12.52 13.50
10.89 11.89 12.89 13.89
11.22 12.24 13.27 14.30
11.57 12.62 13.68 14.75
11.94 13.03 14.12 15.22
12.33 13.46 14.59 15.72
12.76 13.92 15.09 16.26
13.21 14.42 15.63 16.84
13.70 14.95 16.21 17.47
14.23 15.53 16.83 18.14
14.80 16.15 17.51 18.87
15.43 16.83 18.25 19.67
16.11 17.58 19.05 20.53
16.85 18.39 19.93 21.48
17.67 19.28 20.90 22.53
18.58 20.27 21.97 23.68
19.58 21.37 23.16 24.96
20.70 22.59 24.49 26.39
21.97 23.97 25.99 28.01
23.40 25.54 27.68 29.83
25.04 27.33 29.62 31.92
26.93 29.39 31.85 34.33
29.14 31.79 34.46 37.14

340
14.48
14.89
15.34
15.81
16.32
16.86
17.44
18.06
18.73
19.46
20.24
21.09
22.02
23.04
24.16
25.40
26.77
28.31
30.04
32.00
34.24
36.82
39.83

360
15.46
15.91
16.38
16.89
17.43
18.00
18.62
19.29
20.00
20.77
21.61
22.52
23.51
24.60
25.80
27.12
28.59
30.23
32.07
34.17
36.56
39.32
42.54

380
16.44
16.92
17.43
17.96
18.54
19.15
19.81
20.52
21.28
22.10
22.99
23.96
25.01
26.17
27.44
28.85
30.41
32.16
34.12
36.35
38.89
41.83
45.25

400
17.43
17.94
18.47
19.05
19.65
20.31
21.00
21.75
22.56
23.43
24.37
25.40
26.52
27.75
29.09
30.59
32.24
34.09
36.17
38.53
41.23
44.34
47.97

หมายเหตุ วิเคราะหโดยสมการของ Rosin ที่อุณหภูมิ 35 OC และคาความรอนของเชื้อเพลิง 6,297.16 kcal/kg (26,366.21 kJ/kg)
การสูญเสียความรอน (%)
55

อุณหภูมิไอเสียออกปลอง (oC)

50

400
380
360
340
320
300
280
260
240
220
200
180

45
40
35
30
25
20
15
10
5

15.0

14.0

13.0

12.0

11.0

10.0

9.0

8.0

7.0

6.0

5.0

4.0

0

ปริมาณกาซออกซิเจนในไอเสีย (%)

รูปที่ 1.2-6 รอยละการสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสีย สําหรับถานหินบิทูมินัส

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

25

ตารางที่ 1.2-5 รอยละการสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสีย สําหรับกาซธรรมชาติ
ปริมาณออกซิเจนในไอเสีย
(%)

180

200

220

0.5
1.0
1.5
2.0
2.5
3.0
3.5
4.0
4.5
5.0
5.5
6.0
6.5
7.0
7.5
8.0
8.5
9.0
9.5
10.0
10.5
11.0
11.5
12.0

5.75
5.88
6.02
6.16
6.32
6.48
6.65
6.83
7.02
7.22
7.44
7.67
7.92
8.18
8.46
8.77
9.10
9.46
9.85
10.27
10.73
11.25
11.81
12.44

6.54
6.69
6.85
7.01
7.19
7.37
7.56
7.77
7.99
8.22
8.46
8.73
9.01
9.31
9.63
9.98
10.35
10.76
11.20
11.69
12.22
12.80
13.44
14.15

7.35
7.52
7.69
7.88
8.08
8.28
8.50
8.73
8.97
9.23
9.51
9.81
10.12
10.46
10.82
11.21
11.63
12.09
12.59
13.13
13.73
14.38
15.10
15.90

240

อุณหภูมิไอเสียออกจากปลอง (OC)
260
280
300
320

340

360

380

400

8.16
8.35
8.54
8.75
8.97
9.20
9.44
9.69
9.97
10.25
10.56
10.89
11.24
11.61
12.02
12.45
12.92
13.43
13.98
14.58
15.24
15.97
16.77
17.66

8.98
9.18
9.40
9.62
9.86
10.11
10.38
10.66
10.96
11.28
11.62
11.98
12.36
12.77
13.22
13.70
14.21
14.77
15.38
16.04
16.76
17.56
18.44
19.42

12.28
12.56
12.85
13.16
13.48
13.83
14.19
14.58
14.99
15.42
15.88
16.37
16.90
17.47
18.07
18.72
19.43
20.19
21.02
21.93
22.92
24.01
25.22
26.56

13.11
13.41
13.72
14.05
14.4
14.77
15.16
15.57
16.00
16.47
16.96
17.49
18.05
18.65
19.30
19.99
20.75
21.56
22.45
23.42
24.48
25.64
26.93
28.36

13.95
14.26
14.6
14.95
15.32
15.71
16.12
16.56
17.02
17.52
18.04
18.60
19.20
19.84
20.53
21.27
22.07
22.94
23.88
24.91
26.04
27.28
28.65
30.17

14.79
15.12
15.48
15.85
16.24
16.65
17.09
17.56
18.05
18.57
19.13
19.72
20.36
21.03
21.76
22.55
23.40
24.32
25.32
26.41
27.60
28.92
30.37
31.98

9.80
10.02
10.26
10.50
10.76
11.04
11.33
11.64
11.96
12.31
12.68
13.07
13.49
13.94
14.42
14.95
15.51
16.12
16.78
17.50
18.29
19.17
20.13
21.20

10.62
10.86
11.12
11.38
11.67
11.96
12.28
12.61
12.97
13.34
13.74
14.17
14.62
15.11
15.63
16.20
16.81
17.47
18.19
18.97
19.83
20.77
21.82
22.98

11.45
11.71
11.98
12.27
12.57
12.89
13.23
13.59
13.97
14.38
14.81
15.27
15.76
16.29
16.85
17.46
18.12
18.83
19.60
20.45
21.37
22.39
23.51
24.76

หมายเหตุ วิเคราะหโดยสมการของ Rosin ที่อุณหภูมิ 35 OC และคาความรอนของเชื้อเพลิง 8,763.96 kcal/Nm3 (36,694.70 kJ/Nm3)
การสูญเสียความรอน (%)
35

อุณหภูมิไอเสียออกปลอง (oC)

400
380
360
340
320
300
280
260
240
220
200
180

30

25

20

15

10

5

12.0

11.0

10.0

9.0

8.0

7.0

6.0

5.0

4.0

3.0

2.0

1.0

0

ปริมาณกาซออกซิเจนในไอเสีย (%)

รูปที่ 1.2-7 รอยละการสูญเสียความรอนออกทางปลองไอเสีย สําหรับกาซธรรมชาติ

26

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ดูตัวอยางเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON ติดตั้งหมอไอนํ้าแบบทอไฟ 10 ตันตอชั่วโมง ใชเชื้อเพลิงนํ้ามันเตาเกรดซีปละ 3
ลานลิตร จากการตรวจวัดไอเสียออกปลอง พบวามีปริมาณออกซิเจนสวนเกิน 8% และอุณหภูมไิ อเสีย
280oC อุณหภูมิบรรยาย 35oC และหลังจากโรงงานปรับลดปริมาณอากาศเขาเผาไหมลงและทําความ
สะอาดพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอน สงผลใหอุณหภูมิไอเสียลดลงเปน 220oC และปริมาณออกซิเจนสวน
เกินลดลงเปน 4% จงหาวาโรงงานสามารถลดการสูญเสียความรอนทางปลองไดเทาใด
จากตารางที่ 1.2-3 หรือรูปที่ 1.2-5 นํามั
้ นเตาซีที่กาซออกซิเจนสวนเกินในไอเสีย 8% และ
o
อุณหภูมิไอเสีย 280 C พบวามีปริมาณความรอนสูญเสียทางปลอง 14.5%

จากตารางที่ 1.2-3 หรือรูปที่ 1.2-5 นํ้ามันเตาซีที่กาซออกซิเจนสวนเกินในไอเสีย 4%และ
อุณหภูมิไอเสีย 220oC พบวามีปริมาณความรอนสูญเสียทางปลอง 8.38%

รอยละของความรอนสูญเสียลดลง =
14.5 – 8.38 =
6.12
ปริมาณเชื้อเพลิงที่ลดลง = (รอยละของความรอนที่สูญเสียลดลง/100) x ปริมาณเชื้อเพลิงตอป
= (6.12/100) x 3,000,000 =
183,600 L/y

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

27

(3) แนวทางการลดการสูญเสียจากนํ้าระบาย
การระบายนํ้าออกจากหมอไอนํ้าหรือโบลวดาวน เปนการสูญเสียพลังงานอยางหนึ่ง รองจากการ
สูญเสียไปกับกาซไอเสีย ปกติควรมีปริมาณนํ้าที่ระบายออกไมเกิน 5% ของปริมาณนํ้าปอนเขาหมอไอนํ้า

รูปที่ 1.3-1 วงจรการระบายนํ้าของหมอไอนํ้า
ทําไมจึงตองระบายนํ้าออกจากหมอไอนํ้า ?
นําป
้ อนที่เขาหมอไอนํ้ามีสารละลายและสารแขวนลอยอยูจ านวนหนึ

่ง เมื่อนํ้าระเหยกลายเปนไอนํ้า
จะทําใหความเขมขนของสารละลายและสารแขวนลอยเพิ่มขึ้นและจะกอใหเกิดหยดนํ้าและฟองติดไปกับ
ไอนํ้า เรียกวา carry over ซึง่ แบงออกไดเปน
1. Priming เกิดขึน้ จากการทีไ่ อนํ้าเกิดขึ้นอยางรวดเร็วและรุนแรงเนื่องจากภาระของหมอไอนํ้า
เปลีย่ นแปลงหรือสาเหตุอื่นๆ จนฟองกาซและละอองนํ้าที่เกิดขึ้นภายในหมอไอนํ้า ไมถูกแยกออกจากไอ
นํ้า ทําใหมีละอองนํ้าปะปนไปกับไอนํ้า
2. Foaming เกิดขึน้ จากการทีม่ ีชั้นของฟองกาซเกิดขึ้นที่ผิวนํ้าเนื่องจากนํ้าในหมอไอนํ้ามีความเขม
ขนสูง ซึง่ เปนสาเหตุหนึ่งที่ทําใหเกิดการเดือดอยางรุนแรงทําใหมีละอองนํ้าปะปนไปกับไอนํ้าไดเชนกัน
ดั งนั้นจึงตองควบคุมความเขมขนของสารละลายและสารแขวนลอยในหมอไอนํ้ าไมใหเกินคา
มาตรฐานโดยระบายนํ้าบางสวนทิ้งไป หากไมมีการระบายนํ้าหมอไอนํ้าทิ้งไป อาจจะสงผลใหเกิดอันตราย
กับหมอไอนํ้าได
เราระบายนํ้าออกจากหมอไอนํ้าอยางไร ?
1. ระบายนําจากด

านลาง(bottom blow down)เพือ่ ระบายคราบโคลนที่สะสมบริเวณกนหมอไอนําทิ
้ ง้
2. ระบายนําจากด

านบน(surface blow down)เพือ่ ลดความเขมขนของสารละลายและสารแขวนลอย
การควบคุมการระบายนํ้ามี 2 แบบ คือ 1)แบบเปนครั้งคราว โดยจะเปดวาลวระบายหลายๆครั้ง
ครัง้ ละสัน้ ๆ และ 2)แบบตอเนื่อง ซึ่งวาลวระบายนํ้าของหมอไอนํ้าจะเปดหรือปดเมื่อไดรับสัญญาณเวลาที่
ตัง้ ไว หรือสัญญาณที่ไดจากการวัดคุณสมบัติของนํ้าในหมอไอนํ้า เชน สภาพการนําไฟฟาของนํ้า

28

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

รูปที่ 1.3-2 ระบบการระบายนํ้าทิ้งจากหมอไอนํ้า
จะดูไดอยางไรวาระบายนํ้าหมอไอนํ้าเหมาะสมหรือไม ?
การระบายนํ้าหมอไอนํ้านอยไปหรือไมระบาย จะมีปญหาตอคุณภาพของไอนํ้า หากระบายมากเกิน
ไปก็จะสูญเสียความรอน ซึ่งดูไดจากปริมาณสารแขวนลอยหรือจะวัดจากคาการนําไฟฟาของนํ้า
มาตรฐานควบคุมสําหรับนํ้าระบายและนํ้าปอนหมอไอนํ้าเปนอยางไร
ผูใ ชหมอไอนํ้า(แบบทอไฟ ความดันไมเกิน 20 barg) จะตองควบคุมคุณภาพนํ้าปอนและนํ้าใน
หมอไอนําให
้ ไดมาตรฐานในตารางที่ 1.3-1 เพื่อความปลอดภัยและคุณภาพของไอนํ้าที่ดี
ตารางที่ 1.3-1 มาตรฐานนํ้าปอนและนํ้าหมอไอนํ้า (แบบทอไฟ ความดันไมเกิน 20 barg)
รายการ
คาการนําไฟฟาของนํ้า ( µS /cm)
คา pH
ฟอสเฟต (mg/kg)
ซิลิกา (mg/kg)
ความกระดาง (ppm)

นําป
้ อนหมอไอนํ้า
>400
8.5-9.5
>2

นําในหม

อไอนํ้า
7,000
10.5-12.0
30-60
>150
-

เราสามารถควบคุมการระบายนํ้าหมอไอนํ้าอยางไร ?
โดยตองปลอยนํ้าระบายทิ้ง เพื่อไลสิ่งสกปรกในทอ แลวจึงนํานํ้ามาเขาเครื่องคาสภาพการนําไฟฟา
ของนํ้าในหมอไอนํ้า หากคาทีว่ ดั ไดตํ่ากวามาตรฐานก็ควรลดความถี่หรือปริมาณการระบายลง
เราจะลดการสูญเสียความรอนจากการระบายนํ้าทิ้งไดอยางไร ?
ตัวแปรทีส่ าคั
ํ ญตอการระบายนํ้า คือ คุณภาพนํ้าปอน ถานํ้าปอนมีสารละลายและสารแขวนลอยอยู
มาก จะสงผลใหสารละลายและสารแขวนลอยในหมอไอนํ้าเพิ่มขึ้นอยางรวดเร็ว ทําใหตองระบายนํ้าในหมอ
ไอนํ้าทิ้งเพิ่มขึ้น ซึง่ เปนการสิ้นเปลืองนํ้าและความรอนที่อยูในนํ้า ดังนัน้ นํ้าที่ใชกับหมอไอนํ้าควรมีการปรับ
สภาพใหไดมาตรฐาน นอกจากนั้นตองควบคุมคุณภาพนําในหม

อไอนํ้าใหไดตามมาตรฐาน ในหลายโรง

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

29

งานมีการระบายถี่เกินไปหรือนานเกินไป สงผลใหคณ
ุ ภาพนํ้าในหมอไอนํ้าตํ่ากวามาตรฐานมาก จึงจําเปน
ตองมีการตรวจวัดคุณภาพนํ้าและปรับตั้งการควบคุมอยูเสมออยางนอยทุกเดือน
ขัน้ ตอนการหารอยละของนํ้าที่ระบายทิ้งและรอยละการสูญเสียความรอนจากการระบายนํ้า
1. ตรวจวัดคาการนําไฟฟาของนํ้าปอนและนํ้าในหมอไอนํ้า โดยใชเครื่องมือวัดคาการนําไฟฟาของนํ้า
ซึง่ นําป
้ อนจะวัดในตําแหนงกอนเขาหมอไอนํ้า และนํ้าในหมอไอนํ้าวัดจากนํ้าที่ระบายทิ้ง
2. ตรวจวัดอุณหภูมินํ้าปอน โดยใชเครื่องมือวัดอุณหภูมินํ้า โดยวัดในตําแหนงนํ้ากอนเขาหมอไอนํ้า
3. นําคาการนําไฟฟาของนํ้าปอนและนํ้าในหมอไอนํ้าไปเปดรูปที่ 1.3-3 หรือตารางที่ 1.3-2 จะได
รอยละของนํ้าที่สูญเสียจากการระบายทิ้ง
4. นําคาสภาพการนําไฟฟาของนํ้าปอนของนํ้าในหมอไอนํ้า และอุณหภูมินํ้าปอนไปเปดรูปที่ 1.3-4
หรือ 1.3-5 หรือตารางที่ 1.3-2 จะไดรอยละความรอนที่สูญเสียจากการระบายนํ้าทิ้ง
5. นํารอยละความรอนที่สูญเสียจากการระบายนํ้าทิ้งคูณปริมาณเชื้อเพลิงที่ใชทั้งป จะไดปริมาณการ
สูญเสียเชื้อเพลิงจากการระบายนํ้าทิ้ง
ดูตัวอยางเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON ติดตั้งหมอไอนํ้าแบบทอไฟ 10 ตันตอชั่วโมง ใชนํ้ามันเตาซีปละ 3 ลานลิตร ผลิต
ไอนําความดั

น 7 barg สัดสวนการใชนํ้าตอเชื้อเพลิง 14:1 อุณหภูมินํ้าปอน 30oC และมีการระบายนํ้าหมอ
ไอนําทุ
้ กชั่วโมงครั้งละ 30 วินาที วัดการนําไฟฟาของนํ้าปอนและนําในหม

อไอนํ้าได 200 และ 4,000 µ
S/cm ตามลําดับ ซึง่ มีคา สูงกวามาตรฐาน ดังนั้นโรงงานจึงทําการลดความถี่ในการระบายนํ้าเปนทุก 6 ชั่ว
โมง ซึ่งตรวจวัดคาการนําไฟฟาได 6,500 µS/cm จงหาวาโรงงานประหยัดนํ้าและความรอนเทาใด
ปริมาณการใชนํ้าตอป =
ปริมาณเชื้อเพลิงที่ใชตอป x สัดสวนการใชนํ้าตอเชื้อเพลิง
=
3,000,000 x 14
=
42,000,000 L/y
จากตารางที่ 1.3-2 ทีอ่ ุณหภูมินํ้าปอน 30oC คาการนําไฟฟาของนํ้าในหมอไอนํ้าและนํ้าปอน
4,000 และ 200 µS/cm จะไดนํ้าที่ระบายเทากับ 5.26% และ ความรอนที่สูญเสียเทากับ 1.14%

อไอนําและนํ

าป
้ อน
จากตารางที่ 1.3-2 ทีอ่ ณ
ุ หภูมนิ าป
ํ้ อน 30oC คาสภาพการนําไฟฟาของนําในหม
6,500 และ 200 µS/cm จะไดนาที
ํ้ ร่ ะบายเทากับ 3.20% และความรอนทีส่ ญ
ู เสียเทากับ 0.70%
นําระบายลดลงร

อยละ
= 5.26 – 3.20 =
2.06
คิดเปนการประหยัดนํ้าได = (2.06/100) x 42,000,000 = 865,200 L/y
ความรอนลดลงรอยละ
= 1.14 – 0.70
=
0.44
คิดเปนการประหยัดเชื้อเพลิงได = (0.44/100) x 3,000,000
= 13,200 L/y

30

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ตารางที่ 1.3-2 รอยละของนํ้าและความรอนที่สูญเสียจากการระบายนํ้าทิ้ง
คาสภาพการนํา
อุณหภูมินํ้าปอนที่ 30 oC
อุณหภูมินํ้าปอน 70 oC
ไฟฟาของ
คาสภาพการนําไฟฟาของนํ้าปอนในหมอไอนํ้า
คาสภาพการนําไฟฟาของนํ้าปอนในหมอไอนํ้า
นําป
้ อน
( µS /cm)
( µS /cm)
( µS /cm) 3,000 3,500 4,000 5,000 6,000 7,000 3,000 3,500 4,000 5,000 6,000 7,000
100

200

300

400

500

600

700

800

900

1000

3.45%

2.94%

2.56%

2.04%

1.69%

1.45%

3.45%

2.94%

2.56%

2.04%

1.69%

1.45%

0.75%

0.64%

0.56%

0.44%

0.37%

0.31%

0.56%

0.48%

0.42%

0.33%

0.28%

0.24%

7.14%

6.06%

5.26%

4.17%

3.45%

2.94%

7.14%

6.06%

5.26%

4.17%

3.45%

2.94%

1.55%

1.31%

1.14%

0.90%

0.75%

0.64%

1.17%

0.99%

0.86%

0.68%

0.56%

0.48%

11.11%

9.38%

8.11%

6.38%

5.26%

4.48%

11.11%

9.38%

8.11%

6.38%

5.26%

4.48%

2.41%

2.03%

1.76%

1.38%

1.14%

0.97%

1.82%

1.53%

1.33%

1.04%

0.86%

0.73%

15.38%

12.90%

11.11%

8.70%

7.14%

6.06%

15.38%

12.90%

11.11%

8.70%

7.14%

6.06%

3.33%

2.80%

2.41%

1.88%

1.55%

1.31%

2.52%

2.11%

1.82%

1.42%

1.17%

0.99%

20.00%

16.67%

14.29%

11.11%

9.09%

7.69%

20.00%

16.67%

14.29%

11.11%

9.09%

7.69%

4.33%

3.61%

3.10%

2.41%

1.97%

1.67%

3.27%

2.73%

1.34%

1.82%

1.49%

1.26%

25.00%

20.69%

17.65%

13.64%

11.11%

9.38%

25.00%

20.69%

17.65%

13.64%

11.11%

9.38%

5.42%

4.48%

3.82%

2.95%

2.41%

2.03%

4.09%

3.39%

2.89%

2.23%

1.82%

1.53%

30.43%

25.00%

21.21%

16.28%

13.21% 11.11% 30.43%

25.00%

21.21%

16.28%

13.21% 11.11%

6.59%

5.42%

4.60%

3.53%

2.86%

4.98%

4.09%

3.47%

2.66%

2.16%

36.36%

29.63%

25.00%

19.05%

15.38% 12.90% 36.36%

29.63%

25.00%

19.05%

15.38% 12.90%

7.88%

6.42%

5.42%

4.13%

3.33%

5.95%

4.85%

4.09%

3.12%

2.52%

42.86%

34.62%

29.03%

21.95%

17.65% 14.75% 42.86%

34.62%

29.03%

21.95%

17.65% 14.75%

9.29%

7.50%

6.29%

4.76%

3.82%

7.01%

5.67%

4.75%

3.59%

2.89%

50.00%

40.00%

33.33%

25.00%

20.00% 16.67% 50.00%

40.00%

33.33%

25.00%

20.00% 16.67%

10.83%

8.67%

7.22%

5.42%

4.33%

6.55%

5.46%

4.09%

3.27%

2.41%

2.80%

3.20%

3.61%

8.18%

หมายเหตุ 1. คิดทีค่ วามดันไอนํา้ 7 barg
2. คาดานบนเปนรอยละของนําที
้ ป่ ลอยทิง้ และคาดานลางเปนรอยละของความรอนทีส่ ญ
ู เสียจากการระบายนําทิ
้ ง้

1.82%

2.11%

2.41%

2.73%

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

รูปที่ 1.3-3 รอยละของนํ้าที่สูญเสียจากการระบายนํ้าทิ้ง

รูปที่ 1.3-4 รอยละความรอนที่สูญเสียจากการระบายนํ้าทิ้งทีอ่ ณ
ุ หภูมินํ้าปอน 30 oC

31

32

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

รูปที่ 1.3-5 รอยละความรอนที่สูญเสียจากการระบายนํ้าทิ้งทีอ่ ณ
ุ หภูมินํ้าปอน 70 oC

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

33

(4) แนวทางการนําคอนเดนเสทกลับมาใช (Condensate recovery )
คอนเดนเสทคืออะไรและเกิดขึ้นไดอยางไร?
ไอนํ้าจากหมอไอนํ้าจะถูกสงไปตามทอสงเพื่อใชในอุปกรณที่ใชไอนํ้า ซึง่ โดยทั่วไปจะมีอยู
2 ลักษณะ คืออุปกรณที่ใชไอนํ้าแบบผสมโดยตรงและแบบไมผสม ดังนั้นไอนํ้าที่ไหลผานทอจะ
เกิดการสูญเสียความรอนซึ่งไอนํ้าบางสวนจะควบแนนตัวเปนของเหลว และเมื่อไหลผานอุปกรณ
ใชไอนําแบบไม

ผสมจะเกิดการแลกเปลี่ยนความรอน สงผลใหเกิดการควบแนนเปนของเหลวเรียก
วา คอนเดนเสท ซึ่งคอนเดนเสทนี้เองจะถูกนําออกจากระบบอยางมีประสิทธิภาพโดยใชกับดักไอ
นํ้า เพื่อประสิทธิภาพการใชงานของระบบไอนํ้า
ไอเสีย
นํ้าปอน
อีโคโนไมเซอร
ไอนํ้า

นํ้าเติม

หมอไอนํ้า
ถังนํ้าปอน

เชื้อเพลิง
อากาศ
ปมนํ้าปอน
คอนเดนเสท

อุปกรณใชไอนํ้า
แบบไมผสม
กับดักไอนํ้า

อุปกรณที่ใชไอนํ้า
แบบผสมโดยตรง

กับดักไอนํ้า(steam trap)คืออะไรและมีประโยชนอยางไร?
กับดักไอนํา้ คือวาลวอัตโนมัติที่ทําหนาที่นํานํ้าที่เกิดขึ้นในระบบหรือเกิดจากการควบแนน
ของไอนํ้า รวมทั้งกาซและฟองอากาศออกจากระบบโดยไมเกิดการสูญเสียไอนํ้า ทั้งนี้กบั ดักไอนํ้า
แบงไดตามหลักการทํางานหรือโครงสรางทางกลไกของอุปกรณภายใน ดังแสดงในตาราง 1.4-1
ตารางที่ 1.4-1 การแยกประเภทและหลักการทํางานของกับดักไอนํ้าแตละประเภท

แบบถวยควํ่าติดคาน

กับดักไอนํ้าเชิงกล
แบบถวยควํ่าอิสระ
แบบลูกลอยมีคาน

แบบลูกลอยอิสระ

หลักการทํางาน: ทํางานโดยอาศัยความแตกตางของความหนาแนนของไอนํ้า(กาซ) และนํ้ารอน(ของเหลว) ที่ไมเทากัน
มาสรางกลไกใหเปด-ปด ซึ่งจะลอยตัวขึ้นในคอนเดนเสทและจะจมในไอนํ้า
ขอควรระวัง: ไมควรติดตั้งกับดักไอนํ้าชนิดนี้ในแนวตั้งหรือตะแคง (ติดตั้งในระนาบกับพื้น)

34

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ตารางที่ 1.4-1 การแยกประเภทและหลักการทํางานของกับดักไอนํ้าแตละประเภท (ตอ)

แบบโลหะคู

กับดักไอนํ้าแบบเทอรโมสแตติก
แบบสมดุลแรงดันชนิด
แบบสมดุลแรงดันชนิด
Bellow
Capsute

แบบสมดุลแรงดันชนิด
X - Element

หลักการทํางาน: อาศัยความแตกตางของอุณหภูมิของไอนํ้าและนํ้ารอนในการสรางกลไกใหเปด-ปด โดยในขณะที่กลั่น
ตัวคอนเดนเสทจะมีอุณหภูมิเทากับไอนํ้า เมื่อมีการสูญเสียความรอนไปบาง คอนเดนเสทจะมีอุณหภูมิตํ่ากวาไอนํ้า
แบบออริฟส

กับดักไอนํ้าแบบเทอรโมไดนามิกส
แบบจานมีรูระบายอากาศ

แบบจานไมมีรูระบายอากาศ

หลักการทํางาน: อาศัยผลทางจลศาสตรของการไหลที่แตกตางกันระหวางไอนํ้ากับคอนเดนเสทเนื่องจากภายใตความดัน
ที่เทากันไอนํ้าจะไหลผานดวยความเร็วสูงกวาคอนเดนเสท
ขอควรระวัง: ไมควรติดตั้งกับดักไอนํ้าชนิดนี้ในบริเวณที่กับดักไอนํ้าสัมผัสกับนํ้าหรือฝนโดยตรง และไมควรหุมฉนวนที่
ตัวกับดักไอนํ้า

เลือกกับดักไอนํ้าอยางไรใหเหมาะสมกับการใชงาน?
การเลือกกับดักไอนํ้ าใหเหมาะสมจะชวยใหระบบที่ใชไอนํ้ าสามารถใชไอนํ้ าไดอยางมี
ประสิทธิภาพ โดยการเลือกใชกับดักไอนํ้าจะตองพิจารณาจากขอมูลพื้นฐาน ดังตารางที่ 1.4-2

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

35

ตารางที่ 1.4-2 การเปรียบเทียบคุณสมบัติของกับดักไอนํ้าแบบตาง ๆ
ชนิดของกับดักไอนํ้า
การทํางาน

เทอรโมไดนามิกส

ลูกลอย

ถวยควํ่า

สมดุลความดัน

โลหะคู

ชวงความดัน (barg)

0.68-41.36

0-20.68

0.68-186.16

0-41.36

0-206.84

ความจุสูงสุด (kg/hr)

2358.68

45,359.23

907.18

6,123.49

3,538.02

ตํากว
่ าจุดอิ่มตัว

จุดอิ่มตัว

จุดอิ่มตัว

ตํ่ากวา

ขึ้นกับการปรับ

เปด/ปด

ตอเนื่อง

เปด/ปด

กึ่งตอเนื่อง

กึ่งตอเนื่อง

การระบายแกส

ดี

ดีมาก

พอใช

ดีมาก

ดีมาก

การกําจัดฝุนผง

พอใช

ดี

ดี

พอใช

ดี

ความเหมาะสมกับไอดง

ดีมาก

ไมดี

พอใช

พอใช

ดีมาก

ความทนตอคอนนํ้า(water hammer)

ดีมาก

พอใช

ดีมาก

พอใช

ดีมาก

งานที่โหลดมีการเปลี่ยนแปลง

ดี

ดีมาก

ดี

ดี

พอใช

งานที่ความดันมีการเปลี่ยนแปลง

ดี

ดีมาก

พอใช

พอใช

พอใช

เปด

ปด

เปด

ไมแนนอน

เปด

อุณหภูมิคอนเดนเสทที่ระบายออก
ลักษณะการระบายคอนเดนเสท

สภาพเมื่อเกิดการขัดของ

ตารางที่ 1.4-3 การเลือกใชงานกับดักไอนํ้าใหเหาะสมกับงาน
การเลือกใชงาน
Air Heating
แรงดันตํ่าและปานกลาง
แรงดันสูง
Hot Water Heaters (รอนทันที)
Hot Water Heaters (ถังเก็บ)
Shell-and-tube Exchangers
ขนาดเล็ก-แรงดันสูง
ขนาดใหญ-แรงดันตํ่าและปานกลาง
Reboilers
Steam-jacketed Vesels
แรงดันสูง
แรงดันตํ่า
Steam Line Drip Traps
0 – 15 psig
16 –125 psig
126 - 600 psig

ตัวเลือกกอน

ตัวเลือกกอน

Float-and-thermostatic
Thermo-matic
Thermo-dynamic
Float-and-thermostatic
Float-and-thermostatic

-

Thermo-matic
Thermo-dynamic
Float-and-thermostatic
Float-and-thermostatic
Thermo-matic

Float-and-Thermostatic
-

Thermo-matic
Thermo-dynamic
Float-and-thermostatic

Float-and-thermostatic
Thermo-dynamic

Float-and-thermostatic
Thermo-dynamic
Thermo-matic

Float-and-thermostatic
Inverted Bucket

36

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

การเลือกใชงาน
แรงดันสูง-superheat
Steam Pipe Coils (Air Heating)
Steam Radiators
Steam Separators
0 – 15 psig
16 –125 psig
126 - 600 psig
Steam Tracer Line
Storage Tank Coils
Submerged Heating Coils
แรงดันสูง
แรงดันตํ่า และปานกลาง
Unit Heaters
Sterilizers
Autoclaves
Dryers
Platen Presses

ตัวเลือกกอน
Thermo-dynamic
Thermo-dynamic
Thermo-matic
Thermostatic
Thermo-matic
Thermostatic (แรงดันสมดุล)

ตัวเลือกกอน
Thermo-dynamic
Thermo-dynamic

Float-and-thermostatic
Thermo-dynamic
Thermo-dynamic
Thermo-matic
Thermo-dynamic
Thermo-matic
Liquid Expansion

Float-and-thermostatic
Inverted Bucket
Liquid Expansion
Thermo-dynamic
Thermo-matic

Thermo-matic
Thermo-dynamic
Float-and-thermostatic

Inverted bucket
Thermostatic(แรงดั น สม
ดุล)
Thermo-dynamic
Thermostatic
Backet trap
-

Float-and-thermostatic
Thermo-dynamic
Thermo-dynamic
Thermo-dynamic
Thermo-dynamic

นอกจากผูใชจะเลือกกับดักไอนํ้าตามคุณสมบัติของกับดักไอนํ้าแลวผูใชยังจะตองเลือกให
เหมาะสมกับลักษณะของงานเพื่อใหกับดักไอนํ้าสามารถใชงานไดอยางมีประสิทธิภาพและมีอายุ
การใชงานยาวนาน โดยพิจารณาจากหลักเกณฑงาย ๆ ดังนี้
1. ทอไอนํ้าเมน ทอยอย ถังรองรับ เฮดเดอร และบริเวณที่อาจเกิดการกระแทกของนํ้า
(water hammer) ควรใชกบั ดักไอนํ้าแบบเทอรโมไดนามิดส(แบบจาน)
2. อุปกรณใหความรอนดวยนํ้า อุปกรณระเหย อุปกรณกลั่น อุปกรณอบแหง ควรใชกับดัก
ไอนําแบบลู

กลอยอิสระ ลูกลอยมีคาน ถวยควํ่าอิสระ และแบบถวยควํ่าติดคาน
3. อุปกรณทใี่ ชปริมาณไอนํ้าสูงควรใชกับดักไอนํ้าแบบถวยควํ่าอิสระหรือถวยควํ่าติดคาน
4. อุปกรณทใี่ ชปริมาณไอนํ้าตํ่า ควรใชกับดักไอนํ้าแบบลูกถวยอิสระ ลูกถวยติดคานหรือถวย
ควํ่าอิสระ
5. ระบบหรืออุปกรณที่มีการกระแทกของนํ้าไมควรใชกับดักไอนํ้าแบบถวยควํ่าติดคาน ลูก
ลอยติดคาน หรือแบบลูกลอยอิสระ เพราะคานและลูกลอยจะเสียรูปทรง ซึ่งทําใหวาลวปดไมสนิท

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

37

6. ไมควรใชกับดักไอนํ้าแบบเทอรโมไดนามิกสกับอุปกรณที่ใชไอนํ้า โดยเฉพาะถามีการนํา
คอนเดนเสทกลับเพราะจะเกิดการสูญเสียไอนํ้ามากและมีขีดจํากัดความดันยอนกลับไมเกิน 30%
การติดตั้งกับดักไอนํ้าที่ถูกตองทําอยางไร?
เมือ่ เลือกกับดักไอนํ้าตามเงื่อนไขใชงานตางๆแลว สิ่งทีต่ อ งพิจารณาเพื่อใหการใชงานได
ประสิทธิภาพสูงสุดก็คือการติดตั้งที่ถูกตอง เพื่อใหนํ้าที่เกิดการควบแนนในระบบ อุปกรณหรือทอ
สงจายไอนํ้าไหลสูกับดักไอนํ้าไดอยางดี และกับดักไอนํ้าสามารถนําคอนเดนเสทออกจากระบบได
อยางมีประสิทธิภาพ
ตารางที่ 1.4-4 ขอเสนอแนะในการติดตั้งกับดักไอนํ้า
การติดตั้งที่ผิดวิธี

อธิบายการติดตั้ง
กั บ ดั กไอนํ้ าจะตองติ ด ตั้ ง ในทิ ศ ทางเดียว
กันกับการไหลของไอนํ้า ซึ่งอุปกรณ•ดัก
จั บ ไอนํ้ าทุกตัว จะมีเ ครื่องหมายแสดงทิศ
ทางการไหลอยู
กับดักไอนํ้าแบบลูกลอยอิสระ(free float)
จะตองติดตั้งในแนวนอนเทานั้น

กับดักไอนําแบบเทอร

โมไดนามิกส สามารถ
ติดตัง้ ในแนวดิง่ ได แตสงิ่ ทีค่ วรระวังก็คอื
กับดักไอนําแบบอื

น่ ๆ ไมสามารถติดตัง้ ใน
แนวดิง่ ได
ไมค วรใชทอเขากั บดักไอนํ้าที่มีขนาดเล็ก
กวาขนาดของอุปกรณดักจับไอนํ้า เพราะ
การล็อคของไอนํ้า(steam locking)และ
การล็อคของอากาศ(air binding)อาจเกิด
ขึ้นได ถาทอที่เขากับดักไอนํ้ามีขนาดเล็ก
เกินไป
ขนาดทอรวมนํ้ารอน ควรมีขนาดใหญกวา
ขนาดของกับดักไอนํ้ าและทอรวมนํ้ ารอน
ควรจะมี พื้ น ที่ ห น า ตั ด เท า กั บ ผลรวมของ
พื้นที่หนาตัดกับดักไอนํ้าทุกตัวที่ตอเขาทอ
รวมนํ้ารอน

การติดตั้งที่ถูกวิธี

38

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

การติดตั้งที่ผิดวิธี

อธิบายการติดตั้ง

การติดตั้งที่ถูกวิธี

การระบายนํ้ารอนจากกับดักไอนํ้า 2 ตัว ที่
มีความดันแตกตางกัน ไมควรตอเขาทอ
รวมนํ้ารอนทอเดียวกัน
ทอไหลออกของกั บ ดั กไอนํ้าไมค วรจุมลง
ในรองนํ้า หากมีการจุมลงควรเจาะรูเล็กๆ
เพื่อไมใหเกิดสูญญากาศ

อุปกรณใชไ อนํ้าแตละชุดควรติดตั้งกับดัก
ไอนํ้าแยกกัน การที่ติดตั้งกับดักไอนํ้า 1
ตัวกับหลายอุปกรณเปนใชงานที่ผิด
ทอไซฟอนในอุปกรณลูกกลิ้งรีดมีแนวโนม
ที่จะเกิดปญหาการล็อคของไอนํ้า ควรใช
กับดักไอนํ้ารุน UFO จะชวยแกปญหานี้ได

การติดตั้งกับดักไอนํ้า 2 ตัวตอกัน เปน
การใชงานที่ผิดวิธี ควรติดตั้งกับดักไอนํ้า
เพียง 1 ตัวเทานั้น
กับดักไอนํ้าตองติดตั้ง กอนเขาวาลวปรับ
ความดัน(regulating valves) เพื่อระบาย
นํ้ารอนกอนเขาวาลว

ทอออกจากกับดักไอนํ้า ตองไมตอเขาทาง
ดานลางของทอรวมนํ้ารอน

ทอรวมนํ้ ารอนไมค วรมี ก ารยกท อเพราะ
ความดันของนํ้ารอนในทอรวมจะทําให•
เกิดความดันดานทางออก(back pressure)
เพิ่มขึ้น ควรจะทอรวมอยู•ในระนาบเดียว
กัน

-

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

39

ตําแหนงใดบางที่มักเกิดการควบแนนของไอนํ้าในระบบ?
1)
2)
3)
4)
5)
6)
7)

บริเวณทอประธานในการจายไอนํ้า
บริเวณเฮดเดอรที่ทางออกจากหมอไอนํ้า
บริเวณทางเขาของลิ้นลดความดันและลิ้นอัตโนมัติ
บริเวณทางเขาของขอตอยืดหดตัว
บริเวณโคงงอของทอ
บริเวณตํ่าสุดของทอยืน
บริเวณทางเขาของอุปกรณใชไอนํ้า

ตารางที่ 1.4-5 ตําแหนงที่ตองติดตั้งกับดักไอนํ้าในระบบสงจายไอนํ้า

บริเวณทอ
ประธานในการ
จายไอนํ้า

บริเวณทางเขา
ของลิ้นลดความ
ดันและลิ้น
อัตโนมัติ

ลักษณะการติดตั้ง

ทอประธาน

45

ลักษณะการติดตั้ง
จายใหอุปกรณ

บริเวณ
เฮดเดอรที่ทางออกจาก
หมอไอนํ้า

จากหมอไอนํ้า

ลิ้นอัตโนมัติ

บริเวณทางเขาของขอตอ
ยืดหดตัว

บริเวณโคงงอของ
ทอ

บริเวณทางเขา
ของอุปกรณใชไอ
นํ้า

ตําแหนงติดตั้ง
45

ตําแหนงติดตั้ง

บริเวณตํ่าสุดของทอยืน

จายใหอุปกรณ

เดินทอกับดักไอนํ้าอยางไรใหงายตอการตรวจสอบและบํารุงรักษา?
ในการเดินทอกับดักไอนํ้าใหงายตอการตรวจสอบบํารุงรักษา
ไอนําทํ
้ างานไดเต็มประสิทธิภาพ มีวธิ ีการดังนี้

และสามารถทําใหกับดัก

40

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ทอทางเขา
- ติดตั้งบริเวณตํ่าสุดของอุปกรณใชไอนํ้าแตตองไมใหเกิดการสะสมของคอนเดนเสท
- ตองพยายามใหทอดานทางเขาสั้นที่สุดและลาดเอียงลง
- หลีกเลี่ยงการใชทอยืนเปนทอทางเขา ถาหลีกเลี่ยงไมไดใหใช lift fitting
ทอทางออก
- ตองใหเกิดความดันยอนกลับนอยทีส่ ดุ โดยใหมขี นาดใหญ สัน้ โคงงอนอย และเอียงขึน้ เล็กนอย
- กรณีทเี่ ปนทอเงยขึน้ ใหแกไขโดยการติดตัง้ วาลวกันกลับ ทีด่ า นหลังของกับดักไอนํา้
- ไมควรตอทอทางออกเขากับบริเวณทีต่ ากว
ํ่ าระดับนําในถั
้ ง และจุม ลงในทอระบายนําที
้ ไ่ มสะอาด เพราะเมือ่
กับดักไอนํ้าหยุดทํางานจะเกิดสูญญากาศทําใหเกิดการดูดนํ้าเขาในระบบ
ทอบายพาส
- ตอทอบายพาสเพื่อระบายนํ้าและอากาศขณะสงไอนํ้าและสะดวกตอการบํารุงรักษาหรือเปลี่ยนกับดักไอนํ้า

การตรวจสอบกับดักไอนํ้าทําอยางไร?
วิธกี ารตรวจสอบสามารถตรวจสอบไดหลายวิธี และแตละวิธีก็จะใหผลที่มีความแมนยํา
ตางกัน ทั้งนี้แนวทางการตรวจสอบแยกไดดังนี้
1. การใชนํ้าราดที่ตัวกับดักไอนํ้า ซึง่ ใชไดกับกับดักไอนํ้าชนิดเทอรโมไดนามิกสแบบมี
จาน โดยเมือ่ ราดนํ้าบริเวณดานบนของกับดักจะทําใหกับดักไอนํ้าทํางาน
2. การใชเครื่องวัดอุณหภูมิตรวจสอบกับดักไอนํ้า อุณหภูมดิ านเขาและออกของกับดัก
ไอนําไม
้ แตกตางกันแสดงวากับดักไอนํ้าทํางานตลอดเวลาหรือรั่ว
3. การตรวจสอบจังหวะการระบายนํ้าคอนเดนเสทของกับดักไอนํ้า ใชตรวจสอบกับดัก
ไอนําชนิ
้ ดที่รับโหลดคอนขางคงที่ แตจะตองทราบพฤติกรรมการทํางานเดิม
4. การใชเครื่องอัลตราโซนิกสตรวจสอบหรือใชเครื่องทดสอบตรวจวัดกับดักไอนํ้า
5. ติดตัง้ วาลวหลังกับดักไอนําเพื
้ อ่ ใชทดสอบกับดักไอนําว
้ ารัว่ หรือไมและรัว่ ปริมาณเทาใด
การสูญเสียไอนํ้าจากการรั่วของกับดักไอนํ้าเทาใด?
กับดักไอนํ้าเมื่อใชไประยะเวลาหนึ่งอาจเกิดการรั่วไหลของไอนํ้าออกไปทางทอคอนเดน
เสทไดซงึ่ ปญหาดังกลาวอาจเกิดจากคุณภาพของกับดักไอนํ้า
การใชกับดักไอนํ้าผิดประเภท
การสึกหรอภายในทอไอนํ้าหรือการเสื่อมอายุของกับดักไอนํ้า ดังนั้นเมื่อตรวจพบการรั่วไหลควร
แกไขทีต่ น เหตุและทําการซอมหรือเปลี่ยนกับดักไอนํ้าทันทีเพื่อลดการสูญเสียความรอน กับดัก
ไอนําแต
้ ละชนิดและแตละขนาดมีขนาดรูรั่วที่แตกตางกัน ดังนั้นผูประเมินควรหาขนาดรูรั่วจาก
ผูจ าหน
ํ ายกับดักไอนํ้านั้นๆ เพื่อจะสามารถประเมินคาไดถูกตอง เชน Spirex Sarco ไดใหขอมูล
ขนาดรูรั่วของกับดักไอนํ้าดังนี้
Size : DN 15-DN 25
แบบเทอรโทไดนามิกส
แบบเทอรโมสแตติก
แบบลูกลอย

ขนาดของรู (mm) Size : DN 15-DN 25
4.0
แบบถวยควํ่า
4.5
แบบโลหะ
3.0

ขนาดของรู (mm)
2.5
2.5

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

41

ปริมาณไอนํ้ารั่วเทาใด?
o

mL = ( A / 3.24) xP

เมื่อ

o
m L = อัตราไอนํ้าที่รั่ว
(kg/L)
A = พื้นที่หนาตัดของรู
(mm2)
P = ความดันเกจ + ความดันบรรยากาศ (barg)

ดูตวั อยางเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON มีการติดตัง้ กับดักไอนํ้าแบบลูกลอยขนาด 25 mm. จํานวน 80 ชุด และ
แบบเทอรโมไดนามิกสขนาด 25 mm. จํานวน 20 ชุด จากการตรวจสอบพบวากับดักไอนํ้าแบบ
ลูกลอยและแบบเทอรโมไดนามิกสมีการรั่วจํานวน 30 ชุด และ 10 ชุด ตามลําดับ ความดันไอนํ้า
ที่ใช 7 barg และ temperature control valve ทีค่ วบคุมไอนํ้าใหเขาอุปกรณตางๆทํางานเฉลี่ย
30%(จากการจับเวลาเปด–ปดวาลว) โดยอุปกรณใชไอนํ้ามีการใชงานวันละ 16 ชั่วโมงและอัตรา
สวนการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง 14:1 หาวาจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงปละเทาใด
จากตารางพบวากับดักไอนํ้าแบบเทอรโมไดนามิกสมีรูขนาดเทากับ 4 mm. และแบบ
ลูกลอยมีรูขนาดเทากับ 3 mm. o
m L = (A/3.24) x P
ปริมาณไอนํ้าที่รั่ว
= [(12.56/3.24)x(7+1.013)]x30+[(7.07/3.24)x(7+1.013))]x20
= 931.88 + 349.70 = 1,281.58 kg/h
แตปริมาณไอนํ้าที่ไหลเขาอุปกรณใชไอนํ้าจะถูกควบคุมโดย Temperature control valve
ซึง่ จากการจับเวลาการเปดและปดพบวามีการเปดโดยเฉลี่ยของกับดักไอนํ้าที่รั่วทั้งหมด
30%
ดังนัน้ อัตราการรั่วของไอนํ้าจะประมาณ
= 1,281.58 x 0.3 = 384.47
kg/h
= 384.47 x 312 x 16 = 1,919,274.24 kg/y
คิดเปนอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง = 1,919,274.24 / 14 = 137,091.02 L/y
การนําคอนเดนเสทกลับมาใชมีประโยชนอยางไร?
นําที
้ เ่ ปลี่ยนสถานะจากไอนํ้ามาเปนนํ้าหรือคอนเดนเสทจะมีพลังงานอยู ยิ่งอุณหภูมิและ
ความดันสูงเทาไรพลังงานในคอนเดนเสทก็จะสูงมากเทานั้น ซึ่งสามารถตรวจสอบพลังงานในนํ้าที่
อุณหภูมแิ ละความดันตางๆไดในตารางไอนํ้า ดังตารางที่ 1.4-6

42

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ตารางที่ 1.4-6 คาพลังงานที่มีอยูในนํ้าและไอนํ้าอิ่มตัวที่ความดันเกจตางๆ
ความดัน เอนธาลปของนํ้า;
(barg)
hf (kJ/kg)
0.25
0.50
0.75
1.00
1.25
1.50
1.75
2.00
2.25
2.50
2.75
3.00
3.50
4.00
4.50
5.00

444.32
467.11
486.99
504.70
520.72
535.37
548.89
561.47
573.25
584.33
594.81
604.74
623.25
640.23
655.93
670.56

เอนธาลปของ
ไอผสม ; hfg
(kJ/kg)
2241.0
2226.5
2213.6
2201.9
2191.3
2181.5
2172.4
2163.8
2155.88
2148.1
2140.8
2133.8
2120.7
2108.5
2097.0
2086.3

ความดัน
(barg)
5.50
6.00
6.50
7.00
7.50
8.00
8.50
9.00
10.00
11.00
12.00
13.00
14.00
16.50
19.00
20.50

เอนธาลปของนํ้า; เอนธาลปของ
ไอผสม; hfg
hf (kJ/kg)
(kJ/kg)
684.28
2076.0
697.22
2066.3
709.47
2057.0
721.11
2048.0
732.22
2039.4
742.83
2031.1
753.02
2023.1
762.81
2015.3
781.34
2000.4
798.65
1986.2
814.93
1972.7
830.30
1959.7
844.89
1947.3
878.50
1917.9
908.79
1890.7
936.49
1865.2

จากตารางจะเห็นวาหากสามารถนํานํ้าคอนเดนเสทเหลานั้นกลับไปใชงานหรือนํากลับไป
เปนนําป
้ อนหมอไอนํ้าจะเกิดประโยชนดังตอไปนี้
1. สามารถประหยัดเชื้อเพลิงที่จะใชในการผลิตไอนํ้า
2. สามารถประหยัดนํ้า หากมีการนํานํ้าคอนเดนเสทกลับมาผสมเพื่อปอนหมอไอนํ้า
นอกจากจะชวยลดการใชนํ้าแลวยังชวยลดกระบวนการปรับสภาพนํ้า ลดการใชเคมี
ในการปรับสภาพนํ้า ลดการใชไฟฟาในปมนํ้าและอื่นๆ
3. สามารถผลิตไอนํ้าไดเร็วขึ้น เชน หากตองการตมนํ้าที่อุณหภูมิ 30oC ใหเปนไอจะใช
เวลานานกวาตมนํ้าที่อุณหภูมิ 80oC
มีแนวทางใดบางในการนําคอนเดนเสทกลับมาใชใหม?
คอนเดนเสทเปนนํ้าที่สะอาดสามารถนํามาใชเปนนํ้าปอนหมอไอนํ้าได ซี่งจะทําใหหมอ
ไอนํ้าประหยัดเชื้อเพลิงไดมากขึ้น แตมขี อ ยกเวนในบางกรณีที่เราไมสามารถนําคอนเดนเสทกลับ
มาใชได กับหมอไอนํ้าโดยตรงและสามารถแกไขดวยวิธีการดังตอไปนี้
1) ระยะทางระหวางจุดใชงานกับหมอไอนํ้า ถาไกลมากจะเกิดการสูญเสียความรอนของ
คอนเดนเสทระหวางทางสงกลับ ถึงแมทอคอนเดนเสทจะมีการหุมฉนวนที่ดีแลวก็ตาม หลาย

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

43

โรงงานไมคมุ คาทางเศรษฐศาสตรในการติดตั้งทอคอนเดนเสทกลับ แตบางโรงงานอาจเหมาะสม
ถึงแมคอนเดนเสทจะมีอุณหภูมิลดลงแลวก็ตาม เนื่องจากคาใชจายในการปรับสภาพนํ้าดิบมีคาสูง
ทั้ งนี้ ห ากไม สามารถนํ านํ้ าคอนเดนเสทกลับ ก็อ าจนํ าคอนเดนเสทดั งกล า วไปใชประโยชนใน
กระบวนการผลิตอื่น เชน ใชในรูปของนํ้ารอน
2) คอนเดนเสทถูกปนเปอน สามารถนําความรอนกลับมาใชประโยชนได โดยการนํา
ความรอนผานอุปกรณแลกเปลี่ยนความรอน ซึ่งจะตองพิจารณาความคุมคาในการลงทุนติดตั้ง
อุปกรณแลกเปลี่ยนความรอนและประโยชนที่เกิดขึ้นจากการนําความรอนกลับ
การนําคอนเดนเสทกลับมีขอควรระวังอยางไร?
สิง่ ทีต่ อ งพิจารณา คือขนาดของทอ วิธีการนํากลับ เชน นํากลับดวยความดันของคอนเดน
เสทเองหรือจะตองใชเครื่องสูบ สิง่ สําคัญที่ตองใหความระมัดระวังคือขนาดของทอคอนเดนเสทจะ
ตองสามารถสงคอนเดนเสทกลับไดเพียงพอ โดยมีสิ่งที่ตองพิจารณาอยูสามประการ
1) เมื่อกระบวนการผลิตเริ่มตนขึ้น จะมีอากาศถูกปลอยออกมาและเขาไปในทอคอนเดน
เสท อากาศจะตัองถูกระบายออกไดอยางมีประสิทธิภาพ โดยไมเกิดการล็อคของอากาศ
2) ในชวงเริม่ ตนการผลิต อุปกรณใชไอนํายั
้ งเย็นอยู จะเกิดคอนเดนเสทในปริมาณทีส่ งู
กวาปกติมาก และมีไอนําแฟลชปนมาด

วยจํานวนเล็กนอย ทําใหเกิดความดันตกครอมทีก่ บั ดัก
ไอนํามาก

ดังนัน้ ถาขนาดทอคอนเดนเสทเล็กเกินไปอาจเกิดความดันยอนกลับของทอคอนเดนเสท
3) เมือ่ ทํางานไปสักระยะอุปกรณใชไอนํ้ารอนขึ้น ปริมาณคอนเดนเสททีเ่ กิดขึ้นจะลดลง
เทากับปกติทที่ างาน

แตจะมีอุณหภูมิใกลเคียงกับอุณหภูมิของไอนํ้าและจะมีไอนํ้าแฟลชเกิดขึ้น
เมือ่ ถูกปลอยออกจากกับดักไอนํ้า อาจไปขัดขวางการเคลื่อนที่ของคอนเดนเสทที่เปนของเหลวได
ตารางที่ 1.4-7 ขนาดของทอในการนําคอนเดนเสทกลับทีเ่ หมาะสม
ขนาดทอ (ม.ม.); นิ้ว
(15); 1/2
(20); 3/4
(25); 1
(32); 1-1/4
(40); 1-1/2

ปริมาณสูงสุด
(กิโลกรัม/ชั่วโมง)
160
370
700
1,500
2,300

ขนาดทอ (ม.ม.); นิ้ว
(50); 2
(65); 2-1/2
(80); 3
(100); 4

ปริมาณสูงสุด
(กิโลกรัม/ชั่วโมง)
4,500
9,000
14,000
29,000

ในบางกรณีการนําคอนเดนเสทกลับอาจเกิดปญหา เนื่องจากเมื่อคอนเดนเสทที่มีอุณหภูมิ
สูงมากถูกปมดูดจะเกิดโพรงอากาศขึน้ ที่เครื่องสูบ
ซึง่ อาจทําใหเครื่องสูบนํ้าเกิดความเสียหาย
ดังนั้นอาจใชเครือ่ งสูบที่มีความดันดานดูดเปนบวกหรือเครื่องสูบคอนเดนเสทโดยเฉพาะ หรือทํา
การเพิ่มระดับความสูงของถังนํ้าปอนหรือถังคอนเดนเสทใหมีความสูงจากเครือ่ งสูบมากขึน้ โดยขึน้
อยูก บั อุณหภูมขิ องนําป
้ อนหรือคอนเดนเสท ดังรูปที่1.4-1

44

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ชองระบายอากาศ
คอนเดนเสท
นํา้ เติม
ถังนํ้าปอน
หมอไอนํ้า
88 oC ตองการความสูง (H) 1.5 ม. ของเฮด
93 oC ตองการความสูง (H) 3.0 ม. ของเฮด
99 oC ตองการความสูง (H) 4.6 ม. ของเฮด
100o C ตองการความสูง (H) 5.2 ม. ของเฮด

H
นํ้าปอนหมอไอนํ้า

ปมนํ้าปอนหมอไอนํ้า

รูปที่ 1.4-1 ขอควรระวังในการนําคอนเดนเสทกลับดวยเครื่องสูบที่อุณหภูมิสูง
หากนําคอนเดนเสทกลับไปใชจะประหยัดเชื้อเพลิงไดเทาใด?
mo CD , t 1
คอนเดนเสท

mo W

mo F , t 3
นํ้าหลังผสม

, t2

นํา้ เขาผสม

นํา้ รอน
(นํ้าปอนหมอไอนํ้า)

o

o

o

สมดุลมวล m F
= m CD + m W
o
o
o
สมดุลความรอน
m F C P t 3 = m CD C P t 1 + m W C P t 2
อุณหภูมิหลังจากผสม t = m C t + m C t / m C
ปริมาณเชื้อเพลิงที่ประหยัด = ( m C (t - t )) / HL x η
เมื่อ
o

o

CD

3

P

1

3

2

o

W

P

2

o

F

P

B

F

P

1.4-1
1.4-2
1.4-3
1.4-4

o

m CD = อัตราการไหลของนํ้าคอนเดนเสท
o

m W = อัตราการไหลของนํ้าเขาผสม

(kg/y)
(kg/y)

o

mF
t1
t2
t3
HL
ηB
Cp

=
=
=
=
=
=
=

อัตราการไหลของนํ้าหลังผสม (นํ้าปอนหมอไอนํ้า)
อุณหภูมิคอนเดนเสทที่เขาผสม
อุณหภูมินํ้าเขาผสม
อุณหภูมินํ้าหลังจากการผสมหรืออุณหภูมินํ้าปอนหมอไอนํ้า
คาความรอนตํ่าของเชื้อเพลิง
ประสิทธิภาพหมอไอนํ้า
คาความจุความรอนของนํ้าประมาณ 4.187

(kg/y)
(oC)
(oC)
(oC)
(kJ/Unit)
(kJ/kg oC)

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

45

ขัน้ ตอนการหาอุณหภูมินํ้าหลังจากผสมกับคอนเดนเสท
1. วัดอุณหภูมขิ องนํ้าที่จะนําไปผสมกับคอนเดนเสท และอุณหภูมิคอนเดนเสท โดยใช
เครือ่ งมือวัดอุณหภูมินํ้า ในตําแหนงที่นํ้าและคอนเดนเสทกอนเขาผสม
2. ประเมินหรือตรวจวัดสัดสวนระหวางคอนเดนเสทตอปริมาณนํ้าที่เขาผสม
3. นําคาอุณหภูมินํ้าที่เขาผสมและคอนเดนเสทและสัดสวนคอนเดนเสทตอนํ้าไปเปดตาราง
ที่ 1.4-8 หรือรูปที่ 1.4-2 ถึง 1.4-5 จะไดอุณหภูมินํ้าหลังจากผสมกับคอนเดนเสท
คํานวณผลการประหยัดพลังงานอยางไร ?
1. ใชตารางสําเร็จรูปเพื่อใหงายตอการคํานวณ
2. กรอกขอมูลตางๆ ลงในสวนขอมูลเบื้องตนใหครบ
3. วิเคราะหขอมูลโดยนําตัวเลขในสวนขอมูลเบื้องตนไปแทนคาในสมการตามรหัสที่แจงไว
ในแหลงที่มาของขอมูล
4. ดําเนินการตอไปจนจบตารางการคํานวณ
ตารางที่ 1.4-8 อุณหภูมิของนํ้าหลังจากผสมกับคอนเดนเสท (t3 ; oC)
อุณหภูมินํ้าที่เขา อุณหภูมิคอนเดน
ผสม(oC)
เสท (oC)
10:90
28.5
60
29.5
70
30.5
25
80
31.5
90
32.5
100
33.5
110
33.0
60
34.0
70
35.0
30
80
36.0
90
37.0
100
38.0
110
37.5
60
38.5
70
39.5
35
80
40.5
90
41.5
100
42.5
110
42.0
60
43.0
70
44.0
40
80
45.0
90
46.0
100
47.0
110

อัตราสวนผสมระหวาง (คอนเดนเสท : นํ้า)
20:80 30:70

40:60

50:50

60:40

70:30

80:20

90:10

32.0
34.0
36.0
38.0
40.0
42.0

35.5
38.5
41.5
44.5
47.5
50.5

39.0
43.0
47.0
51.0
55.0
59.0

42.5
47.5
52.5
57.5
62.5
67.5

46.0
52.0
58.0
64.0
70.0
76.0

49.5
56.5
63.5
70.5
77.5
84.5

53.0
61.0
69.0
77.0
85.0
93.0

56.5
65.5
74.5
83.5
92.5
101.5

36.0
38.0
40.0
42.0
44.0
46.0

39.0
42.0
45.0
48.0
51.0
54.0

42.0
46.0
50.0
54.0
58.0
62.0

45.0
50.0
55.0
60.0
65.0
70.0

48.0
54.0
60.0
66.0
72.0
78.0

51.0
58.0
65.0
72.0
79.0
86.0

54.0
62.0
70.0
78.0
86.0
94.0

57.0
66.0
75.0
84.0
93.0
102.0

40.0
42.0
44.0
46.0
48.0
50.0

42.5
45.5
48.5
51.5
54.5
57.5

45.0
49.0
53.0
57.0
61.0
65.0

47.5
52.5
57.5
62.5
67.5
72.5

50.0
56.0
62.0
68.0
74.0
80.0

52.5
59.5
66.5
73.5
80.5
87.5

55.0
63.0
71.0
79.0
87.0
95.0

57.5
66.5
75.5
84.5
93.5
102.5

44.0
46.0
48.0
50.0
52.0
54.0

46.0
49.0
52.0
55.0
58.0
61.0

48.0
52.0
56.0
60.0
64.0
68.0

50.0
55.0
60.0
65.0
70.0
75.0

52.0
58.0
64.0
70.0
76.0
82.0

54.0
61.0
68.0
75.0
82.0
89.0

56.0
64.0
72.0
80.0
88.0
96.0

58.0
67.0
76.0
85.0
94.0
103.0

46

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

o

อุณหภูมนิ าํ้ หลังผสม C
110

คอนเดนเสท:นํ้า
90:10

100
80:20
90

70

70:30
60:40
50:50

60

40:60

50

30:70
20:80

80

40

10:90
30
20
60

70

80
90
o
อุณหภูมค
ิ อนเดนเสท C

100

110

รูปที่ 1.4-2 อุณหภูมินาหลั
ํ้ งผสมที่อุณหภูมินํ้าผสม 25 oC
o

อุณหภูมนิ ํ้าหลังผสม C
110.0

คอนเดนเสท:นํ้า
90:10

100.0
80:20
90.0
70:30
60:40
50:50

80.0
70.0

40:60
30:70
20:80

60.0
50.0
40.0

10:90

30.0
20.0
60

70

80
90 o
อุณหภูมิคอนเดนเสท C

100

รูปที่ 1.4-3 อุณหภูมินาหลั
ํ้ งผสมที่อุณหภูมินํ้าผสม 30 oC

110

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

47

o

อุณหภูมนิ ํ้าหลังผสม C
110.0

คอนเดนเสท:นํ้า
90:10

100.0
80:20
90.0

70:30

80.0

60:40
50:50

70.0
60.0

40:60
30:70

50.0

20:80
10:90

40.0
30.0
60

70

80
90 o
อุณหภูมิคอนเดนเสท C

100

110

รูปที่ 1.4-4 อุณหภูมินาหลั
ํ้ งผสมที่อุณหภูมินํ้าผสม 35 oC
อุณหภูมนิ าํ้ หลังผสม oC
110.0

คอนเดนเสท:นํ้า
90:10

100.0

80:20

90.0

70:30
60:40
50:50
40:60
30:70
20:80

80.0
70.0
60.0

10:90
50.0
40.0
60

70

80

90 o
อุณหภูมค
ิ อนเดนเสท C

100

รูปที่ 1.4-5 อุณหภูมินาหลั
ํ้ งผสมที่ อุณหภูมินํ้าผสม 40 oC

110

48

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ตัวอยางการหาผลประหยัดพลังงานจากการนําคอนเดนเสทกลับเพือ่ ใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON มีหมอไอนําใช
้ นามั
ํ้ นเตาซี 10 ตันไอนํา้ ซึง่ ผลิตไอนําเพื
้ อ่ ใชงาน
้ อนหมอ
33,600,000 kg/y มีการปลอยคอนเดนเสททิง้ ทีอ่ ณ
ุ หภูมิ 100oC และอุณหภูมขิ องนําป
้ อนจายใหกบั หมอ
ไอนําเดิ
้ ม 30oC โรงงานมีแนวความคิดทีจ่ ะนําคอนเดนเสทกลับมาผสมกับนําก
ไอนํา้ โดยจะนํากลับ 40% ของนําที
้ ป่ อ นเขาหมอไอนําเดิ
้ ม ดังนัน้ อัตราสวนผสมระหวางคอนเดนเสท
กับนําที
้ เ่ ขาผสมจะเปน 40:60 จงหาวาจะประหยัดเชือ้ เพลิงเทาใด
o

m CD = 40 %
o

t 1 = 100 C
ถังนํ้าปอน
mo W = 33,600,000 kg/y

mo F = 33,600,000 kg/y
mo F = 33,600,000 kg/y

o

หมอไอนํ้า

t 2 = 30 oC

mW = 60%

t 3 = 30 oC

หมอไอนํ้า

นํ้ารอน
o

t 2 = 30 C
o

t3 = 58 C (จากตารางหรือรูป)

กอนนําคอนเดนเสทกลับ
รายการ
1) ขอมูลเบื้องตน
A ชนิดเชื้อเพลิง
B คาความรอนตํ่าของเชื้อเพลิง
C เชื้อเพลิงเหลว
D เชื้อเพลิงแข็ง
E เชื้อเพลิงกาซ
F ประสิทธิภาพหมอไอนํ้า
G อุณหภูมิคอนเดนเสทที่เขาผสม
H อุณหภูมินํ้าที่เขาผสม
I อัตราการไหลของนํ้าหลังผสม
(หรือนํ้าปอนหมอไอนํ้า)
J อัตราสวนระหวางคอนเดนเสท
o

หลังนําคอนเดนเสทกลับ

สัญลักษณ

หนวย

ขอมูล

แหลงที่มาของขอมูล

-

-

นํามั
้ นเตาซี

จากการใชงานจริง
จากตารางที่ 1.1-5

HL
HL
HL
t1
t2
mF

MJ/L
MJ/kg
MJ/kg
%/100
o
C
o
C
kg/y

38.17
0.7
100
30
33,600,000

จากการสมดุลความรอนหรือประมาณ 70 %
จากเครื่องวัด
จากเครื่องวัด
จากการใชงานจริง

R

-

40:60

จากการประเมินวาจะนําคอนเดนเสทกลับเทาใด

CP

kJ/kgoC

4.187

เทากับ 4.187 kJ/kgoC

58

นําคา J G และ H ไปดูใน
ตารางที่ 1.4-8 หรือรูปที่ 1.4-3

147,428.03

I x K x[ 2.1 - H ]x 10-3/( C x F )

o

กับนํ้าที่เขาผสม ( m CD : m W )
K คาความจุความรอนของนํ้า
2) การวิเคราะหขอมูล
2.1 อุณหภูมินํ้าหลังจากผสมหรืออุณหภูมิ
นํ้าปอนหมอไอนํ้า
2.2 เชื้อเพลิงที่ประหยัดไดตอป
= mFxCPx(t3-t2)x10-3/(HLx ηB)

t3

o

C

Fuel save

2.2.1 เชื้อเพลิงเหลว

L/y

2.2.2 เชื้อเพลิงแข็ง

kg/y

I x K x[ 2.1 - H ]x 10-3/( D x F )

2.2.3 เชื้อเพลิงกาซ

kg/y

I x K x[ 2.1 - H ]x 10-3/( E x F )

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

49

การนําความรอนจากไอนํ้าแฟลชกลับมาใชงานทําอยางไร?
ไอนํ้าแฟลชเกิดจากการนําคอนเดนเสทที่ออกจากกับดักไอนํ้ามารวมกันแลวตอเขากับถัง
แฟลช ซึง่ มีความดันตํากว
่ าความดันคอนเดนเสท ทําใหคอนเดนเสทเกิดระเหยกลายเปนไอ ไอนํ้า
แฟลชนี้สามารถนํากลับมาใชประโยชนไดกบั อุปกรณทใี่ ชไอนํ้าความดันตํ่า ปริมาณไอนํ้าแฟลชจะ
มากขึ้นเมื่อความแตกตางระหวางความดันคอนเดนเสทกับความดันของไอนํ้าแฟลชมาก สําหรับ
ขนาดของถังไอนํ้าแฟลชที่เหมาะสมสามารถดูไดจากตารางที่ 1.4-9
ตารางที่ 1.4-9 ขนาดของถังไอแฟลชที่เหมาะสม
ขนาดของถังไอนํ้าแฟลช
เสนผานศูนยกลาง
ความสูง
mm.
In.
mm.
150
6
940
200
8
940
300
12
1,000
380
15
1,100
460
18
1,200

ปริมาณคอน
เดนเสท
Kg./h.
900
2,250
4,500
9,000
13,000

ขนาดของถังไอนํ้าแฟลช
เสนผานศูนยกลาง ความสูง
mm.
In.
mm.
500
20
1,400
600
24
1,400
760
30
1,400
920
36
1,500

ปริมาณคอน
เดนเสท
Kg./h.
16,000
20,000
34,000
50,000

การปลอยไอนํ้าแฟลชทิ้งไปนอกจากสูญเสียความรอนและนํ้าแลวยังสงผลใหเกิดหมอก
ควันรบกวน ดังนั้นเพื่อแกปญหาดังกลาว ควรรวบรวมไอนํ้าแฟลชผานทอแลวฉีดนํ้าใหไอแฟลช
เกิดการควบแนน ดังรูปที่ 1.4-7 วิธกี ารนี้จะทําใหไดนํ้ารอนซึ่งอาจนําไปใชในกระบวนการผลิต
หรือเปนนําป
้ อนหมอไอนํ้า
และถามีสิ่งสกปรกติดมากับไอนํ้าก็ควรใชอุปกรณแลกเปลี่ยน
ความรอนแทนการผสมโดยตรง
ไอนํา้ แฟลช
เกจความดัน

วาลวนิรภัย

ไอนํ้าแฟลช

นํ้าสเปรยดับไอ

คอนเดนเสท

คอนเดนเสท

คอนเดนเสท
กับดักไอนํ้า

รูปที่ 1.4-6 อุปกรณในการนําไอนํ้าแฟลชกลับมาใชงาน

รูปที่ 1.4-7 เทคนิคในการนําไอนํ้า
แฟลชกลับมาใชงานในรูปนํ้ารอน

50

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

เราสูญเสียไอนํ้าแฟลชเทาใด?
คอนเดนเสทจากอุปกรณที่ความดัน P1

ไอนํ้าแฟลซที่ความดัน P2

P2
P2
ถังไอนํ้าแฟลซ Water
คอนเดนเสทที่เปนของเหลว

รูปที่ 1.4.8

การเกิดไอนํ้าแฟลช

รอยละของไอนํ้าแฟลชที่เกิดขึ้น
o

Rflash =

m FS
o

m CD

x 100 =

(h − h )
x 100
h
fP 1

fP 2

1.4-5

fg ( P 2 )

ปริมาณความรอนสูญเสียจากไอนํ้าแฟลช
o

Q flash = m CD x h fg(P2) x (R flash ) / 100

เมื่อ

ปริมาณเชื้อเพลิงที่สูญเสียจากไอนํ้าแฟลช
Fuel Loss = Qflash x 10 –3 /(HL x ηB)
o
(kg/y)
m FS = ปริมาณไอนํ้าแฟลช
o
(kg/y)
m CD = ปริมาณนํ้าคอนเดนเสท
hfP1 = เอนธาลปของนํ้าคอนเดนเสทที่ความดัน P1 (kJ/kg)
hfP2 = เอนธาลปของนํ้าคอนเดนเสทที่ความดัน P2 (kJ/kg)
hfg (P2) = เอนธาลปของไอนํ้าที่ความดัน P2
(kJ/kg)
HL = คาความรอนตํ่าของเชื้อเพลิง
(MJ/kg)
ηB = ประสิทธิภาพหมอไอนํ้า

1.4-6
1.4-7

จากตารางที่ 1.4-6
จากตารางที่ 1.4-6
จากตารางที่ 1.4-6

ขัน้ ตอนการหารอยละของไอนํ้าแฟลชที่เกิด
1. ตรวจวัดความดันของนํ้ารอนกอนเขาถังแฟลชหรือกอนลดความดัน(ดานความดันสูง)
2. ตรวจวัดความดันของไอนํ้าหลังจากเขาถังแฟลชหรือหลังจากลดความดัน(ดานความดันตํ่า)
3. นําความดันทัง้ สองไปเปดตาราง 1.4-10 หรือรูป 1.4-9 จะไดรอ ยละของไอนําแฟลชที

เ่ กิด

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

51

คํานวณผลการประหยัดพลังงานอยางไร ?
1. ใชตารางสําเร็จรูปเพื่อใหงายตอการคํานวณ
2. กรอกขอมูลตางๆ ลงในสวนขอมูลเบื้องตนใหครบ
3. วิเคราะหขอมูลโดยนําตัวเลขในสวนขอมูลเบื้องตนไปแทนคาในสมการตามรหัสที่แจงไวใน
แหลงที่มาของขอมูล
4. ดําเนินการตอไปจนจบตารางการคํานวณ
ดูตัวอยางการหาการสูญเสียความรอนจากไอนํ้าแฟลชเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON ติดตั้งหมอไอนํ้านํ้ามันเตาซีขนาด 10 ตันตอชั่วโมง ผลิตไอนํ้าเพื่อใชงาน
33,600,000 kg/y โดยหมอไอนํามี
้ ประสิทธิภาพ 70% มีการนําคอนเดนเสทกลับเขาถังไอนํ้า
แฟลช 40% คิดเปน 13,440,000 kg/y คอนเดนเสทกอนปอนเขาถังแฟลชมีความดัน 3.0 barg
และความดันในถังแฟลช 0.5 barg จงหาวาโรงงานจะมีการสูญเสียพลังงานความรอนจากไอนํ้า
แฟลชเทาใด

ความรอนสูญเสียจากไอนํา้ แฟลซ = 1,825,373.76 MJ/Y (จากการคํานวณ)

คอนเดนเสท
P 2= 0.5 barg
P 1 = 3 barg
o
m CD= 13,440,000 kg/y

นํา้ รอน

52

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ตารางวิเคราะหหาการสูญเสียความรอนจากไอนํ้าแฟลช
รายการ

สัญลักษณ

หนวย

ขอมูล

แหลงที่มาของขอมูล

-

-

นํ้ามันเตาซี

จากการใชงานจริง

1) ขอมูลเบื้องตน
A ชนิดเชื้อเพลิง
B คาความรอนตํ่าของเชื้อเพลิง

จากตารางที่ 1.1-5

C เชื้อเพลิงเหลว

HL

MJ/L

38.17

D เชื้อเพลิงแข็ง

HL

MJ/kg

-

E เชื้อเพลิงกาซ

HL

MJ/kg

-

%/100

0.7

จากการสมดุลความรอนหรือ
ประมาณ 70 %

F ประสิทธิภาพหมอไอนํ้า
G ความดันคอนเดนเสทที่นํากลับ

P1

barg

3.0

จากเครื่องวัด

H ความดันคอนเดนเสทในถังแฟลช

P2

barg

0.5

จากเครื่องวัด

I ปริมาณคอนเดนเสทที่นํากลับตอป

mF

kg/y

13,440,000

จากการใชงานจริง

hfg(P2)

kJ/kg

2,226.5

คา P2 ไปดูที่ตารางที่ 1.4-6

2.1 รอยละของไอนํ้าแฟลชที่เกิดขึ้น

Rflash

%/100

0.061

นําคา G และ H ไปดูในตาราง
ที่ 1.4-9 แลวหารดวย 100

2.2 ปริมาณความรอนที่สูญเสียจาก

Qflah

MJ/y

1,825,373.76

I x J x 2.1 x 10-3

68,317.44

2.2 /( C x F )

J คาเอนธาลปของไอนํ้าแฟลช

o

ที่ความดันในถังแฟลช (P2)
2) การวิเคราะหขอมูล

ไอนํ้าแฟลช Qflah
= mCDxhfg (P2)x(Rflash)x10-3
2.3 ปริมาณเชื้อเพลิงที่สูญเสียจาก

Fuel Loss

ไอนํ้าแฟลชตอป Fuel Loss
= Qflah/(HLx ηB)
2.3.1 เชื้อเพลิงเหลว

Liter/y

2.3.2 เชื้อเพลิงแข็ง

kg/y

2.2 /( D x F )

2.3.3 เชื้อเพลิงกาซ

kg/y

2.2 /( E x F )

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

53

ตารางที่ 1.4-10 รอยละของการเกิดไอนํ้าแฟลช
ดานความดันสูง

ดานความดันตํ่า (barg)

(barg)

0.0 0.3 0.5 1.0 1.5 2.0 3.0 4.0 5.0 6.0 8.0 10.0 12.0 14.0 16.0 18.0

1

3.7 2.5 1.7

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

2

6.2 5.0 4.2 2.6 1.2

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

3

8.1 6.9 6.1 4.5 3.2 2.0

-

-

-

-

-

-

-

-

-

-

4

9.7 8.5 7.7 6.1 4.8 3.6 1.6

-

-

-

-

-

-

-

-

-

5

11.0 9.8 9.1 7.5 6.2 5.0 3.1 1.4

-

-

-

-

-

-

-

-

6

12.2 11.0 10.3 8.7 7.4 6.2 4.3 3.0 1.3

-

-

-

-

-

-

-

8

14.2 13.1 12.3 10.8 9.5 8.3 6.4 4.8 3.4 2.2

-

-

-

-

-

-

10

15.9 14.8 14.2 12.5 11.2 10.1 8.2 6.6 5.3 4.0 1.9

-

-

-

-

-

12

17.4 16.3 15.5 14.0 12.7 11.6 9.8 8.2 6.9 5.7 3.5

1.7

-

-

-

-

14

18.7 17.6 16.9 15.4 14.1 13.0 11.2 9.6 8.3 7.1 5.0

3.2

1.5

-

-

-

16

19.0 18.8 18.1 16.6 15.3 14.3 12.4 10.9 9.6 8.4 6.3

4.5

2.9

1.4

-

-

18

21.0 19.9 19.2 17.7 16.5 15.4 13.6 12.1 10.8 9.6 7.5

5.7

4.1

2.7

1.3

-

20

22.0 20.9 20.2 18.8 17.5 16.5 14.7 13.2 11.9 10.7 8.7

6.9

8.3

3.8

2.5

1.2

ดานความดันตํ่า(barg)

รอยละของไอแฟลช
24.0

0.0
0.3
0.5
1.0
1.5
2.0
3.0
4.0
5.0
6.0
8.0
10.
12.
14.
16.
18.

22.0
20.0
18.0
16.0
14.0
12.0
10.0
8.0
6.0
4.0
2.0
0.0
1

2

3

4

5

6
8
10
ดานความดันสูง(barg)

12

14

รูปที่ 1.4-9 รอยละของการเกิดไอนํ้าแฟลช

16

18

20 barg

54

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

(5) แนวทางการลดการสูญเสียความรอนผานพื้นผิว (Surface Heat Loss)
การสูญเสียความรอนผานพื้นผิวคืออะไร?
คือการสูญเสียความรอนผานพื้นผิวของวัตถุที่มีอุณหภูมิสูงกวาอุณหภูมิบรรยากาศ
ทําใหวัตถุมี
อุณหภูมลิ ดลง ซึ่งในระบบไอนํ้านั้นนอกจากจะสูญเสียความรอนแลวยังสงผลใหไอนํ้าที่สงจายไปยังอุปกรณมี
คุณภาพลดลง ดังนั้นจึงควรหุม ฉนวนหมอไอนํ้า ระบบทอสงจายไอนํ้า และอุปกรณใชไอนํ้า โดยใชชนิดและ

ความหนาที่เหมาะสม
รูปที่ 1.5-1 ตําแหนงติดตั้งฉนวนความรอน
จะปองกันการสูญเสียความรอนผานพื้นผิวไดอยางไร?
ทําไดโดยการนําฉนวนความรอนมาหอหุม พืน้ ผิวทีม่ อี ณ
ุ หภูมแิ ตกตางจากอุณหภูมบิ รรยากาศแวดลอม
กอนการหอหุม

หลังการหอหุม

รูปที่ 1.5-2 การปองกันการสูญเสียความรอน
ฉนวนความรอนคืออะไร?
วัสดุทมี่ สี มบัติตานทานความรอนสูงหรือมีสมบัติการนําความรอนตํ่า
สงผลใหอุณหภูมิพื้นผิวนอกสุดตํ่าลง

เมื่อนํามาหอหุมวัตถุที่รอนจะ

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

55

ควรเลือกใชฉนวนความรอนแบบไหน?
ปจจุบนั ฉนวนความรอนมีหลายแบบใหเลือกใชงาน ตามความเหมาะสมของการใชงาน เชน แบบแผน
แข็ง แบบแผนมวน แบบสําเร็จรูปหุมทอ แบบผืนผา และ แบบฝุนผง โดยควรเลือกใชใหเหมาะสมกับ
อุณหภูมใิ ชงาน และเลือกวัสดุที่มีสภาพการนําความรอนตํ่า ดังตารางที่ 1.5-1 ถึง 1.5-2
ตารางที่ 1.5-1 ประเภทและหลักการเลือกวัสดุฉนวน
ชนิดของวัสดุ
ฉนวน
แอสเบสตอส
(Asbestos)

ใยหิน
(Rock Wool)

ใยแกว
(Glass Wool)

แคลเซียมซิลิเกต
(Calcium
Silicate)

ประเภท
ทรงกระบอก หมายเลข 1
แผน
หมายเลข 2
ผาหมทนความรอน
เชือกฉนวน
แผน
ทรงกระบอก
แถบ
แผน
หมายเลข 1 8 K–24 K
หมายเลข 2 10 K–96 K
หมายเลข 3 96 K
ทรงกระบอก หมายเลข 1
แถบ
แผน
หมายเลข 1
1,000 ๐C
ทรงกระบอก หมายเลข 2
650 ๐C

อุณหภูมิใชงานปลอด
ภัย(๐C)
550
350

สภาพการนําความรอน
(W/m.K)
ไมเกิน 0.046 - 0.048
ไมเกิน 0.041 - 0.046

400

ไมเกิน 0.047 - 0.056

400 – 600

ไมเกิน 0.034 - 0.041

300 – 350

650

ไมเกิน 0.046 - 0.034
ไมเกิน 0.049 - 0.031
ไมเกิน 0.034
ไมเกิน 0.032
ไมเกิน 0.039

จุดเดน
การติดตั้งสะดวก
เหมาะสมกับ
บริเวณที่มีการสั่นสะเทือน
การติดตั้งสะดวก สามารถถอดได
เหมาะสมกับวาลวหนาแปลน
เหมาะสมกับอุณหภูมิสูง ใชเปน
ฉนวนของหมอไอนํ้า ถัง ทอ และ
ทางไฟ เปนตน
เปนวัสดุฉนวนที่นิยมใชกันมากที่สุด
สภาพการนําความรอนตํ่า ความ
สามารถในการรักษาอุณหภูมิไดดี

มีความแข็งแรงมากถาทํ าเปนแบบ
สําเร็จรูป การติดตั้งงายและมีความ
ทนทานไดดี

ไมเกิน 0.050
ไมเกิน 0.046

ตารางที่ 1.5-2 ความหนาของฉนวนความรอนที่เหมาะสมทางเศรษฐศาสตรสําหรับหุมทอ
ชวงอุณหภูมิของไหล
ระบบทอ

C

F

ขนาดทอ
<1"
(33 mm)

1 1"/2 -2"
(42-60mm)

2 1"/2 -4"
5" -6"
8" -12"
(73-114mm) (140-168mm) (219-324mm)

14" -20"
(350-500mm)

ความหนาฉนวน
ไอนํ้า, ไอรอนยิ่งยวด

239-320

451-608

2.0"(50 mm)

2.0"(50 mm)

2.5"(63 mm)

3"(63 mm)

3.5"(88 mm)

3.5"(88 mm)

ไอนํ้า,นํ้ารอน

152-238

306-450

1.5"(38 mm)

1.5"(38 mm)

2.0"(50 mm)

2.5"(63 mm)

3.0"(75 mm)

3.5"(88 mm)

ความดันสูง

122-151

251-305

1.5"(38 mm)

1.5"(38 mm)

2.0"(50 mm)

2.0"(50 mm)

2.5"(63 mm)

3.0"(75 mm)

ความดันปานกลาง

94-121

201-250

1.0"(25 mm)

1.5"(38 mm)

1.5"(38 mm)

2.0"(50 mm)

2.0"(50 mm)

2.5"(63 mm)

ความดันตํ่า

51-93

149-200

1.0"(25 mm)

1.0"(25 mm)

1.5"(38 mm)

1.5"(38 mm)

1.5"(38 mm)

2.0"(50 mm)

คอนเดนเสท

30-50

110-148

1.0"(25 mm)

1.0"(25 mm)

1.0"(25 mm)

1.5"(38 mm)

1.5"(38 mm)

2.0"(50 mm)

56

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ฉนวนความรอนมีอายุการใชงานเทาใด?
จะมีอายุการใชงานนาน 5–15 ป ขึ้นอยูกับชนิดและสภาพการติดตั้งใชงาน ถาการติดตั้งใชงานไม
เหมาะสมจะทําใหอายุการใชงานของฉนวนสั้นลง เชน ติดตั้งในพื้นที่ที่มีความชื้นสูงและไมมีวัสดุหอหุมฉนวน
ความรอน ความชื้นจะทําใหฉนวนความรอนเสื่อมสภาพเร็วขึ้น
ฉนวนความรอนเสื่อมสภาพดูไดอยางไร?
1. หลังจากการติดตั้งใชงานระยะหนึ่ง อุณหภูมิผิวฉนวนสูงกวาเดิมเกิน 20 ๐C
2. การเกาะยึดตัวของเนื้อฉนวนความรอน โดยปกติเมื่อฉนวนถูกใชงานไปนานๆ เนื้อฉนวนจะเริ่ม
เปอ ยยุย ไมเกาะติดกัน เมื่อใชมือจับดึงเนื้อฉนวนจะหลุดติดมือออกมาจํานวนมากไดงาย โดยที่ใช
แรงดึงนอย หรือสังเกตจากการที่มีเศษฉนวนหลุดรวงลงพื้น
ปองกันฉนวนความรอนเสื่อมสภาพและมลพิษจากฉนวนความรอนไดอยางไร?
ทําไดโดยการใชวัสดุหอหุมฉนวนอีกชั้นหนึ่ง โดยมากมักหุมดวยแผนอะลูมิเนี่ยมฟลอยด แผนเหล็ก
อาบสังกะสีบาง หรือแผนอะลูมิเนียมบาง ซึ่งเรียกวาหุมแจคเก็ต หลังจากหุมแลวตองยาแนวรอยตอดวยซิลิ
โคน เพือ่ ปองกันความชื้นและนํ้า และปองกันเศษฉนวนความรอนหลุดรวงทําอันตรายแกคน หรือหลุดรวงลง
สูผลิตภัณฑ
หุมฉนวนความรอนแลวจะประหยัดเทาใด?
จะสงผลใหลดการสูญเสียทางพื้นผิวของวัตถุไดประมาณ 95% ซึ่งผลประหยัดจะมากหรือนอยขึ้นอยู
กับการเลือกใชชนิดและความหนาของฉนวน ดังนั้นเมื่อลงทุนหุมฉนวนพื้นผิววัตถุแลว ระยะเวลาคืนทุนจะ
มากหรือนอย จะขึ้นอยูกับอุณหภูมิพื้นผิวของวัตถุ ชั่วโมงการใชงาน และคาเชื้อเพลิง ซึ่งปกติการหุมฉนวนจะ
มีระยะเวลาคืนทุนไมเกิน 2 ป โดยปกติเมื่อหุมฉนวนที่ความหนาแนนเหมาะสม อุณหภูมิพื้นผิวฉนวนจะไม
เกิน 60๐C
ปริมาณการสูญเสียความรอนลดลง = (อัตราการสูญเสียความรอนกอนหุมฉนวน – อัตราการ
สูญเสียความรอนหลังหุมฉนวน) x ความยาวทอ x ชั่วโมง
QS
= (QUNIN – QIN) x L x hr
1.5-1
= QCV + QR
1.5-2
QUNIN
 (T − T ) 
QCV
= 1 .32 ×  D  × A × (T − T )
1/4

w

QR

a

2

w

a

= 5.6697 x 10-8 x εx A x ((Tw+273)4– (Ta+273)4)

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

57

TW
De

QCV
QR

Di

T
a

รูปที่ 1.5-3 การสูญเสียความรอนของทอไมไดหุมฉนวน
QIN

=

QCD(INS) =

=

Tw − T a
(0.5 ⋅ D e )
1
ln
+
2π ⋅ L ⋅ k i
(0.5 ⋅ D 2 ) 2π ⋅ D e ⋅ L ⋅ h

Tin

=

De

=

QCV + QR

1

Qcd ×

1
2 ⋅ π ⋅ De ⋅ L ⋅ h

+Ta

D2 + (2 × t i )

1.5.3
1.5-4
1.5-5

TW
Ti
ki

D2

Di

De

QR
QC
Ta

ti
รูปที่ 1.5-4 การสูญเสียความรอนของทอหุมฉนวน
เมื่อ

L
Ta
A
ε
ki
h
Di
D2
QCV
QCD
QR

=
=
=
=
=
=
=
=
=
=
=

ความยาวทอ
(m)
TW = อุณหภูมิผิวนอกทอ (๐C)
อุณหภูมิบรรยากาศ (๐C)
Tin
= อุณหภูมิผิวฉนวน (๐C)
ti
= ความหนาฉนวน (m)
พื้นที่ผิวนอกทอ (m2)
คาสัมประสิทธิ์การแผรังสีของพื้นผิว (ใชคา 0.9)
คาการนําความรอนฉนวน (W/m2 ๐C)
คาการถายเทความรอนของอากาศ (W/m2 ๐C) = 4.0 + 0.09 x (Tw-Ta)
เสนผานศูนยกลางภายในทอ (m) De
= เสนผานศูนยกลางภายนอกทอ (m)
เสนผานศูนยกลางภายนอกทอรวมฉนวน
(m)
การสูญเสียความรอนจากการพาความรอน
(W/m)
การสูญเสียความรอนจากการนําความรอน
(W/m)
การสูญเสียความรอนจากการแผรังสีความรอน
(W/m)

58

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ขั้นตอนการหาปริมาณการสูญเสียความรอนกอนและหลังหุมฉนวนความรอน
การสูญเสียความรอนผานพืน้ ผิวทอและผนังกอนและหลังหุม ฉนวนความรอน แสดงดังตารางที่ 1.5-3
ถึง 1.5-10 และรูปที่ 1.5-5 ถึง 1.5-12 ซึ่งมีรายละเอียดดังนี้
• รูปที่ 1.5-5 และตารางที่ 1.5-3 แสดงการสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอที่ไมไดหุมฉนวน
• รูปที่ 1.5-6 และตารางที่ 1.5-4 แสดงการสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนังที่ไมไดหุมฉนวน
• รูปที่ 1.5-7 ถึง 1.5-9 และตารางที่ 1.5-5 ถึง 1.5-7 แสดงการสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอหลัง
จากหุม ฉนวนใยแกว ฉนวนแคลเซียมซิลิเกต และฉนวนใยหิน ที่ความหนาที่เหมาะสมตามลําดับ
• รูป 1.5-10 ถึง 1.5-12 และตาราง 1.5-8 ถึง 1.5-10 แสดงการสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนัง
หลังจากหุม ฉนวนใยแกว ฉนวนแคลเซียมซิลิเกต และฉนวนใยหิน ที่ความหนาที่เหมาะสมตามลําดับ
ขัน้ ตอนการหาปริมาณการสูญเสียความรอนดําเนินการดังนี้
1. การหาคาการสูญเสียความรอนของทอกอนหุมฉนวนความรอน
1.1 วัดอุณหภูมิผิวทอที่ไมไดหุมฉนวน เชน วัดได 120๐C.
1.2 วัดความยาวทอและขนาดเสนผานศูนยกลางทอทั้งหมดที่ไมไดหุมฉนวน เชนทอขนาด 2
in. ยาว 10 m.
1.3 นับจํานวนวาลวและหนาแปลนที่ไมไดหุมฉนวนทั้งหมด โดยหนาแปลนคิดเปนความยาว
เทียบเทา 0.4 m./Pcs. และ วาลวความยาวเทียบเทา 1.2 m./Pcs. เชน วาลว 2 in. 1
Pcs. และหนาแปลน 2 in. 1 Pcs. เทากับความยาว (1.2 x 1) + (0.4 x 1) = 1.6 m.
1.4 เปดตารางที่ 1.5-3 การสูญเสียความรอนของทอไมหุมฉนวน ที่อุณหภูมิ 120๐C ทอ
ขนาด 2 in. อานคาได 0.27 kW/m.
1.5 ชัว่ โมงการใชงานระบบความรอนของโรงงาน = 300 d/yx 10 h/d = 3,000 h/y
1.6 คิดเปนคาการสูญเสียความรอนรวม
= 0.27 kW/m x (10 + 1.6) m x 3,000 h/y
= 9,396.00 kWh/y
2. การหาคาการสูญเสียความรอนของทอหลังหุมฉนวนความรอน
1.1 เลือกชนิดฉนวนที่ใช มี 3 ชนิด (ใยแกว ใยหิน และ แคลเซียมซิลิเกต) เชน เลือกฉนวน
ใยแกวความหนาแนน 64 kg/m3
1.2 อานคาการสูญเสียความรอนของฉนวนใยแกวที่อุณหภูมิผิวทอ 120๐C ของทอขนาด 2
in. จากตารางที่ 1.5-5 ซึ่งจะได คาการสูญเสีย 21.00 W/m อุณหภูมิพื้นผิวหลังหุม
ฉนวนเฉลี่ย 44.28๐C
1.3 นําคาอุณหภูมิผิวทอกอนหุมฉนวนไปเลือกขนาดความหนาฉนวนที่เหมาะสมจากตาราง
ที่ 1.5-2 ซึ่งจะไดความหนาฉนวน 1.5 in. (38 mm.)
1.4 ชัว่ โมงการใชงานระบบความรอนของโรงงาน = 300 d/y x 10 h/d = 3,000 h/y

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

59

1.5 คิดเปนคาการสูญเสียความรอนรวม
= 21 W/m x (10 + 1.6) m x 3,000 h/y x 10-3
= 730.80
kWh/y
ดังนัน้ ความรอนสูญเสียที่ลดลงจาการหุมฉนวน
= 9,396.00 – 730.80 =
8,665.20
kWh/y
หมายเหตุ: การหาคาสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนัง ใชวิธีเดียวกันกับการหาความรอนสูญเสียของ
ทอ โดยใชตาราง 1.5-4 ตาราง 1.5-8 ตาราง 1.5-9 และตาราง 1.5-10 ซึ่งสามารถหาคาสูญเสียความ
รอนได
ตารางที่ 1.5-3 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอที่ไมไดหุมฉนวน (kW/m)
ขนาดทอ
in.
1/8"
1/4"
3/8"
1/2"
3/4"
1"
1.1/4"
1.1/2"
2"
2 1/2"
3"
3 1/2"
4"
5"
6"
8"
10"
12"

เสนผานศูนย
กลางทอ
De
Di
(mm) (mm)
10.29 6.83
13.72 9.25
17.75 12.52
21.34 15.80
26.67 20.93
33.40 26.64
42.16 35.05
48.26 40.89
60.33 52.50
73.03 62.71
88.90 77.93
101.60 90.12
114.30 102.26
141.30 128.19
168.27 154.05
219.08 202.72
273.05 254.51
323.85 304.80

อุณหภูมิผิวทอหรือผนังรอน ๐C
70

80

100

120

140

160

180

200

220

240

260

280

300

320

0.03
0.03
0.04
0.05
0.06
0.07
0.09
0.10
0.12
0.14
0.17
0.19
0.21
0.26
0.30
0.38
0.47
0.55

0.03
0.03
0.04
0.05
0.06
0.07
0.09
0.10
0.12
0.14
0.17
0.19
0.21
0.26
0.30
0.38
0.47
0.55

0.04
0.05
0.07
0.08
0.09
0.12
0.14
0.16
0.19
0.23
0.27
0.31
0.34
0.41
0.48
0.61
0.74
0.87

0.06
0.08
0.09
0.11
0.13
0.16
0.20
0.23
0.27
0.32
0.39
0.43
0.48
0.58
0.68
0.86
1.05
1.23

0.08
0.10
0.12
0.15
0.18
0.22
0.27
0.30
0.36
0.43
0.51
0.58
0.64
0.78
0.91
1.15
1.41
1.64

0.10
0.13
0.16
0.19
0.23
0.28
0.34
0.38
0.46
0.55
0.65
0.74
0.82
0.99
1.16
1.47
1.80
2.10

0.12
0.16
0.20
0.23
0.28
0.34
0.42
0.47
0.57
0.68
0.81
0.91
1.02
1.23
1.44
1.83
2.24
2.61

0.15
0.19
0.24
0.28
0.34
0.41
0.51
0.57
0.70
0.83
0.98
1.11
1.23
1.50
1.75
2.23
2.72
3.18

0.17
0.22
0.28
0.33
0.40
0.49
0.60
0.68
0.83
0.98
1.17
1.32
1.47
1.79
2.09
2.66
3.26
3.81

0.20
0.26
0.33
0.39
0.47
0.57
0.71
0.80
0.97
1.16
1.38
1.56
1.74
2.11
2.47
3.15
3.85
4.51

0.24
0.30
0.38
0.45
0.55
0.67
0.82
0.93
1.13
1.35
1.61
1.82
2.02
2.46
2.88
3.68
4.50
5.27

0.27
0.35
0.44
0.51
0.63
0.77
0.95
1.07
1.31
1.55
1.86
2.10
2.34
2.84
3.34
4.26
5.22
6.11

0.31
0.40
0.50
0.59
0.72
0.88
1.08
1.22
1.50
1.78
2.13
2.41
2.68
3.26
3.83
4.89
6.00
7.03

0.35
0.45
0.56
0.66
0.81
0.99
1.23
1.39
1.70
2.02
2.42
2.74
3.06
3.72
4.37
5.58
6.85
8.04

หมายเหตุ: ทอ Schedule 40 อุณหภูมิบรรยากาศแวดลอม 35 ๐C

60

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า
การสูญเสียความรอน (kW/m)

8.50

อุณหภูมิผิวกอนหุมฉนวน ๐C
320

8.00
7.50

300

7.00
6.50

280

6.00
5.50

260

5.00
240

4.50
4.00

220

3.50
200

3.00
2.50

180

2.00

160
140

1.50

120
100
80

1.00
0.50

70

12"

10"

8"

6"

5"

4"

3"

3 1/2"

ขนาดทอ (นิ้ว)

2 1/2"

2"

1.1/2"

1.1/4"

1"

3/4"

1/2"

3/8"

1/4"

1/8"

0.00

รูปที่ 1.5-5 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอที่ไมไดหุมฉนวน (kW/m)
ตารางที่ 1.5-4 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนังที่ไมไดหุมฉนวน (kW/m)
อุณหภูมิผิวผนัง (๐C)
ความสูงผนัง (m)
0.50
0.60
0.70
0.80
0.90
1.00
1.10
1.20
1.30
1.40
1.50
1.60
1.70
1.80
1.90
2.00
2.10
2.20
2.30

70
0.17
0.21
0.25
0.29
0.33
0.37
0.41
0.45
0.49
0.53
0.57
0.61
0.65
0.70
0.74
0.78
0.82
0.87
0.91

80
0.24
0.29
0.34
0.39
0.44
0.50
0.55
0.61
0.66
0.72
0.77
0.83
0.89
0.94
1.00
1.06
1.12
1.18
1.23

100
0.37
0.46
0.54
0.62
0.71
0.79
0.88
0.96
1.05
1.14
1.23
1.32
1.41
1.50
1.59
1.68
1.77
1.86
1.96

120
0.53
0.65
0.77
0.88
1.00
1.12
1.25
1.37
1.49
1.62
1.75
1.87
2.00
2.13
2.26
2.39
2.52
2.65
2.78

140

160

180

200

220

การสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนังที่ไมไดหุมฉนวน
0.71 0.92 1.15 1.40 1.68
0.87 1.11 1.39 1.70 2.04
1.02 1.31 1.64 2.00 2.41
1.18 1.52 1.89 2.31 2.78
1.34 1.72 2.15 2.62 3.15
1.50 1.93 2.40 2.93 3.52
1.67 2.14 2.66 3.25 3.90
1.83 2.35 2.92 3.57 4.28
2.00 2.56 3.19 3.89 4.67
2.16 2.77 3.45 4.21 5.05
2.33 2.99 3.72 4.54 5.44
2.50 3.20 3.99 4.86 5.83
2.67 3.42 4.26 5.19 6.22
2.84 3.64 4.53 5.52 6.62
3.01 3.86 4.80 5.85 7.02
3.19 4.08 5.08 6.19 7.41
3.36 4.30 5.35 6.52 7.81
3.53 4.53 5.63 6.86 8.22
3.71 4.75 5.91 7.20 8.62

* หมายเหตุ: อุณหภูมิบรรยากาศแวดลอม 35 ๐C

240

260

280

300

320

(kW/m)
2.00
2.43
2.86
3.29
3.73
4.18
4.62
5.07
5.53
5.98
6.44
6.90
7.37
7.83
8.30
8.77
9.24
9.72
10.19

2.35
2.85
3.35
3.86
4.38
4.90
5.42
5.94
6.47
7.01
7.54
8.08
8.62
9.17
9.71
10.26
10.81
11.37
11.92

2.74
3.31
3.90
4.49
5.09
5.69
6.29
6.90
7.52
8.13
8.75
9.38
10.00
10.63
11.26
11.90
12.54
13.18
13.82

3.16
3.83
4.50
5.18
5.87
6.56
7.26
7.96
8.66
9.37
10.08
10.80
11.52
12.24
12.97
13.69
14.43
15.16
15.90

3.62
4.39
5.16
5.94
6.72
7.51
8.31
9.11
9.91
10.72
11.54
12.35
13.17
14.00
14.83
15.66
16.49
17.33
18.17

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

61

การสูญเสียความรอน (kW/m)
20.00

อุณหภูมิผิวผนังกอนหุมฉนวน ๐C
18.00

320

16.00

300

14.00

280

12.00

260

10.00

240
220

8.00
200
6.00

180
160

4.00

140

2.00

120
100
80
70
2.30

2.20

2.10

2.00

1.90

1.80

1.70

1.60

1.50

1.40

1.30

1.20

1.10

1.00

0.90

0.80

0.70

0.60

0.50

0.00
ความสูงผนัง (m)

รูปที่ 1.5-6 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนังที่ไมไดหุมฉนวน (kW/m)
ตารางที่ 1.5-5 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอหลังหุมฉนวนใยแกว (W/m)
เสนผาน
ศูนยกลางทอ
De
mm.
10.29
13.72
17.75
21.34
26.67
33.4
42.16
48.26
60.33
73.03
88.90
101.6
0
114.3
0
141.3
0
168.2
7
219.0
8
273.0
5
323.8
5

อุณหภูมิ
70
กอนหุม(๐C)
อุณหภูมิหลัง
หุมเฉลี่ย 40.19
(๐C)

80

90

100

120

140

160

180

200

220

240

260

280

300

320

41.34

42.43

42.51

44.28

43.55

44.23

45.36

46.45

47.51

45.69

46.49

47.26

48.02

48.77

mm. Pipe size(in.)
6.83
1/8"
4.27
9.25
1/4"
4.83
12.52
3/8"
5.44
15.8
1/2"
5.97
20.93
3/4"
6.72
26.64
1"
7.64
35.05
1.1/4"
8.80
40.89
1.1/2"
9.59
52.5
2"
11.13
62.71
2 1/2"
10.54
77.93
3"
12.06

5.60
6.35
7.17
7.87
8.88
10.10
11.65
12.72
14.78
13.84
15.86

6.96
7.91
8.94
9.83
11.09
12.64
14.60
15.94
18.55
17.22
19.74

8.35
8.46
9.51
10.40
11.67
13.20
15.11
13.85
15.81
17.81
20.25

การสูญเสียความรอนหลังหุมฉนวนที่ความหนาที่เหมาะสม (W/m)
11.16 12.20 14.63 17.07 19.52 21.98 22.17
11.25 13.73 16.48 19.25 22.02 24.80 24.81
12.67 15.41 18.51 21.62 24.74 27.87 27.66
13.86 16.82 20.22 23.63 27.05 30.48 30.06
15.56 18.84 22.65 26.49 30.33 34.19 33.45
17.63 21.28 25.61 29.96 34.32 38.70 37.54
20.21 24.35 29.32 34.32 39.34 44.38 42.65
18.38 26.44 31.85 37.29 42.76 48.25 46.11
21.00 30.50 36.76 43.06 49.40 55.76 52.81
23.68 29.61 35.59 41.59 47.61 53.65 52.00
26.95 33.76 40.59 47.45 54.34 61.24 58.95

24.39
27.29
30.43
33.07
36.81
41.32
46.96
50.78
58.16
57.23
64.89

26.60
29.77
33.21
36.09
40.18
45.11
51.27
55.45
63.52
62.46
70.83

28.82
32.26
35.98
39.12
43.55
48.90
55.59
60.12
68.88
67.70
76.78

31.04
34.74
38.76
42.14
46.92
52.69
59.90
64.79
74.25
72.94
82.73

90.12

3 1/2"

13.26

17.45

21.73

22.17

29.52

37.04

44.54

52.08

59.65

67.25

64.43

70.93

77.43

83.93

90.44

102.3

4"

14.46

19.04

23.72

24.06

32.05

40.29

48.46

56.68

64.93

73.20

69.86

76.90

83.96

91.02

98.09

128.2

5"

16.98

22.38

27.90

24.18

32.09

47.14

48.57

56.71

64.88

73.07

72.20

79.45

86.70

93.96

101.22

154.1

6"

19.49

25.70

32.06

27.41

36.39

53.92

55.27

64.55

73.86

83.19

81.84

90.07

98.30 106.54 114.79

202.7

8"

24.18

31.91

39.84

33.37

44.35

56.42

59.79

69.76

79.76

89.78

88.87

97.77 106.68 115.59 124.51

254.5

10"

29.15

38.49

48.07

39.57

52.63

67.38

71.06

82.94

94.84 106.77 105.20 115.74 126.30 136.86 147.42

304.80

12"

33.81

44.66

55.81

45.32

60.30

77.64

81.62

95.27

108.96 122.68 120.46 132.54 144.64 156.74 168.85

Di

หมายเหตุ: ทอ Sch. 40 ฉนวนใยแกวความหนาแนน 64 kg/m3 คาการนําความรอน = 0.042 W/m K อุณหภูมบิ รรยากาศแวดลอม 35 0C

62

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

การสูญเสียความรอน (W/m)
170.00

320
อุณหภูมิผิวทอกอนหุมฉนวน ๐C

160.00

300
150.00
280
140.00
130.00

260

120.00

220
240

110.00

200

100.00
180
90.00
160
140

80.00
70.00
60.00

120

50.00

100
80

40.00
70
30.00
20.00
10.00
12"

10"

8"

6"

5"

4"

3"

3 1/2"

ขนาดทอ (นิ้ว)

2 1/2"

2"

1.1/2"

1.1/4"

1"

3/4"

1/2"

3/8"

1/4"

1/8"

0.00

รูปที่ 1.5-7 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอหลังหุมฉนวนใยแกว (W/m)
ตารางที่ 1.5-6 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอหลังหุมฉนวนแคลเซียมซิลิเกต (W/m)
เสนผานศูนยกลาง อุณหภูมิ
ทอ
กอนหุม(๐C)
อุณหภูมิหลัง
De
Di
หุมเฉลี่ย(๐C)
mm.
mm. Pipe size(in.)
10.29 6.83
1/8"
13.72 9.25
1/4"
17.75 12.52
3/8"
21.34 15.8
1/2"
26.67 20.93
3/4"
33.4 26.64
1"
42.16 35.05
1.1/4"
48.26 40.89
1.1/2"
60.33 52.5
2"
73.03 62.71
2 1/2"
88.90 77.93
3"
101.60 90.12
3 1/2"
114.30 102.3
4"
141.30 128.2
5"
168.27 154.1
6"
219.08 202.7
8"
273.05 254.5
10"
323.85 304.80
12"

70

80

90

100

120

140

160

180

200

220

240

260

280

300

320

40.86 42.17 43.42 43.54 45.57 44.79 45.59 46.88 48.14 49.36 47.32 48.24 49.14 50.02 50.88

4.83
5.45
6.13
6.71
7.54
8.55
9.82
10.69
12.39
11.91
13.61
14.96
16.29
19.11
21.91
27.16
32.70
37.90

6.35
7.19
8.10
8.88
9.99
11.35
13.07
14.24
16.52
15.69
17.95
19.74
21.52
25.28
29.00
35.97
43.35
50.27

7.92
8.97
10.13
11.11
12.52
14.24
16.42
17.91
20.81
19.57
22.41
24.66
26.89
31.60
36.28
45.04
54.31
63.01

9.51
9.54
10.70
11.68
13.07
14.74
16.84
15.62
17.80
20.02
22.73
24.85
26.95
27.25
30.85
37.49
44.39
50.77

การสูญเสียความรอนหลังหุมฉนวนที่ความหนาที่เหมาะสม (W/m)
12.76 14.08 16.91 19.75 22.60 25.46 25.75
12.71 15.84 19.03 22.25 25.47 28.71 28.80
14.27 17.75 21.35 24.97 28.61 32.25 32.09
15.60 19.37 23.31 27.28 31.26 35.25 34.87
17.48 21.67 26.10 30.56 35.03 39.52 38.79
19.75 24.46 29.48 34.53 39.61 44.71 43.51
22.59 27.97 33.73 39.54 45.37 51.23 49.41
20.79 30.35 36.62 42.94 49.29 55.67 53.41
23.71 34.97 42.23 49.55 56.91 64.30 61.14
26.69 34.10 41.04 48.01 55.02 62.05 60.30
30.32 38.85 46.78 54.75 62.76 70.80 68.34
33.18 42.60 51.31 60.08 68.88 77.72 74.67
35.99 46.32 55.81 65.36 74.96 84.58 80.95
36.25 54.17 56.08 65.55 75.06 84.59 83.75
41.06 61.93 63.80 74.59 85.42 96.29 94.91
49.93 65.00 69.11 80.72 92.36 104.03 103.15
59.16 77.59 82.12 95.93 109.79 123.69 122.06
67.70 89.38 94.30 110.18 126.11 142.09 139.75

28.33
31.69
35.32
38.38
42.71
47.92
54.43
58.84
67.37
66.39
75.25
82.24
89.16
92.19
104.50
113.52
134.35
153.83

30.91
34.58
38.56
41.90
46.63
52.33
59.45
64.28
73.61
72.49
82.18
89.82
97.38
100.65
114.09
123.90
146.65
167.93

33.49
37.48
41.79
45.42
50.56
56.75
64.48
69.73
79.86
78.59
89.11
97.40
105.61
109.11
123.70
134.29
158.96
182.03

36.08
40.38
45.03
48.95
54.49
61.17
69.52
75.18
86.12
84.70
96.04
104.99
113.85
117.58
133.31
144.68
171.28
196.15

หมายเหตุ: ทอ Schedule 40 ฉนวนแคลเซียมซิลิเกต ความหนาแนน 135 kg/m3 คาการนําความรอน = 0.049 W/m K
อุณหภูมิบรรยากาศแวดลอม 35 ๐C

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

63

การสูญเสียความรอน (W/m)
200.00
อุณหภูมิผิวทอกอนหุมฉนวน ๐C

190.00

320

180.00

300

170.00

280

160.00
260
150.00
220
240

140.00
130.00

200
120.00
180

110.00
100.00

160
140

90.00
80.00
70.00

120

60.00
50.00

100
80

40.00

70

30.00
20.00
10.00
12"

10"

8"

6"

5"

4"

3"

3 1/2"

ขนาดทอ (นิ้ว)

2 1/2"

2"

1.1/2"

1.1/4"

1"

3/4"

1/2"

3/8"

1/4"

1/8"

0.00

รูปที่ 1.5-8 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอหลังหุมฉนวนแคลเซียมซิลิเกต (W/m)
ตารางที่ 1.5-7 การสูญเสียความรอนของทอหลังหุมฉนวนใยหิน (W/m)
เสนผานศูนยกลาง อุณหภูมิ
ทอ
กอนหุม(๐C)
อุณหภูมิหลัง
De
Di
หุมเฉลี่ย(๐C)
mm.
mm. Pipe size(in.)
10.29 6.83
1/8"
13.72 9.25
1/4"
17.75 12.52
3/8"
21.34 15.8
1/2"
26.67 20.93
3/4"
33.4 26.64
1"
42.16 35.05
1.1/4"
48.26 40.89
1.1/2"
60.33 52.5
2"
73.03 62.71
2 1/2"
88.90 77.93
3"
101.60 90.12
3 1/2"
114.30 102.3
4"
141.30 128.2
5"
168.27 154.1
6"
219.08 202.7
8"
273.05 254.5
10"
323.85 304.80
12"

70

80

90

100

120

140

160

180

200

220

240

260

280

300

320

40.38 41.58 42.72 42.81 44.65 43.91 44.62 45.80 46.94 48.04 46.16 46.99 47.80 48.60 49.38

4.43
5.01
5.65
6.19
6.96
7.90
9.10
9.91
11.50
10.94
12.51
13.76
15.00
17.61
20.20
25.06
30.19
35.01

5.82
6.59
7.44
8.17
9.20
10.47
12.07
13.16
15.30
14.38
16.47
18.12
19.76
23.23
26.66
33.10
39.91
46.31

7.24
8.22
9.29
10.20
11.51
13.11
15.13
16.52
19.22
17.90
20.52
22.59
24.64
28.98
33.29
41.36
49.90
57.92

8.69
8.78
9.86
10.78
12.08
13.65
15.62
14.37
16.39
18.46
20.98
22.96
24.91
25.08
28.42
34.58
40.99
46.92

การสูญเสียความรอนหลังหุมฉนวนที่ความหนาที่เหมาะสม (W/m.)
11.62 12.74 15.29 17.84 20.41 22.98 23.20
11.68 14.34 17.22 20.11 23.01 25.92 25.95
13.14 16.08 19.33 22.58 25.85 29.13 28.93
14.37 17.56 21.11 24.68 28.26 31.85 31.44
16.13 19.66 23.65 27.66 31.69 35.73 34.98
18.25 22.20 26.72 31.28 35.85 40.43 39.25
20.91 25.40 30.60 35.83 41.08 46.35 44.59
19.09 27.57 33.23 38.92 44.64 50.38 48.21
21.79 31.79 38.34 44.94 51.56 58.22 55.20
24.56 30.91 37.16 43.44 49.74 56.06 54.38
27.94 35.23 42.37 49.55 56.76 63.99 61.64
30.59 38.64 46.49 54.38 62.31 70.26 67.37
33.21 42.03 50.58 59.18 67.82 76.48 73.04
33.30 49.17 50.73 59.25 67.81 76.38 75.51
37.76 56.24 57.73 67.44 77.19 86.96 85.59
45.98 58.90 62.47 72.91 83.38 93.87 92.97
54.54 70.32 74.25 86.67 99.14 111.63 110.04
62.47 81.03 85.27 99.56 113.89 128.26 125.99

25.52
28.55
31.83
34.60
38.50
43.21
49.10
53.09
60.81
59.86
67.86
74.17
80.42
83.10
94.21
102.29
121.08
138.65

27.84
31.15
34.74
37.76
42.03
47.18
53.62
57.98
66.42
65.34
74.08
80.98
87.81
90.70
102.83
111.62
132.13
151.32

30.16
33.75
37.65
40.92
45.56
51.15
58.14
62.88
72.03
70.82
80.31
87.80
95.21
98.30
111.46
120.95
143.19
163.99

32.48
36.36
40.56
44.09
49.09
55.12
62.66
67.77
77.66
76.31
86.54
94.61
102.61
105.91
120.09
130.29
154.26
176.67

หมายเหตุ: ทอ Schedule 40 ฉนวนใยหิน ความหนาแนน 40-200 kg/m3 คาการนําความรอน = 0.044 W/m K อุณหภูมิ
บรรยากาศแวดลอม 35 ๐C

64

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า
การสูญเสียความรอน (W/m)
180.00

320

อุณหภูมิผิวทอกอนหุมฉนวน ๐C
170.00

300
160.00
150.00

280

140.00

260
220
240

130.00
120.00

200
110.00
100.00

180

90.00

160
140

80.00
70.00
60.00

120

50.00

100
80

40.00
70

30.00
20.00
10.00

12"

10"

8"

6"

5"

4"

3"

3 1/2"

ขนาดทอ (นิ้ว)

2 1/2"

2"

1.1/2"

1.1/4"

1"

3/4"

1/2"

3/8"

1/4"

1/8"

0.00

รูปที่ 1.5-9 การสูญเสียความรอนของทอหลังหุมฉนวนใยหิน (W/m)
การสูญเสียความรอน (W/m)
540.00
520.00
500.00
480.00
460.00
440.00
420.00
400.00
380.00
360.00
340.00
320.00
300.00
280.00
260.00
240.00
220.00
200.00
180.00
160.00
140.00
120.00
100.00
80.00
60.00
40.00
20.00
0.00

320
อุณหภูมิผิวผนังกอนหุมฉนวน ๐C

300
280
220
260
200
240
180
160
140
120
100
80

ความสูงผนัง (m)

รูปที่ 1.5-10 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนังหลังหุมฉนวนใยแกว (W/m)

2.30

2.20

2.10

2.00

1.90

1.80

1.70

1.60

1.50

1.40

1.30

1.20

1.10

1.00

0.90

0.80

0.70

0.60

0.50

70

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

65

การสูญเสียความรอน (W/m)
580.00
560.00
540.00
520.00
500.00
480.00
460.00
440.00
420.00
400.00
380.00
360.00
340.00
320.00
300.00
280.00
260.00
240.00
220.00
200.00
180.00
160.00
140.00
120.00
100.00
80.00
60.00
40.00
20.00
0.00

อุณหภูมผ
ิ วิ ผนังกอนหุมฉนวน ๐C

320
300
280
220
260
240
200
180
160
140

120
100
80

2.30

2.20

2.10

2.00

1.90

1.80

1.70

1.60

1.50

1.40

1.30

1.20

1.10

1.00

0.90

0.80

0.70

0.60

0.50

70

ความสูงของผนัง (m)

รูปที่ 1.5-11 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนังหลังหุมฉนวนใยหิน (W/m)

320

อุณหภูมิผิวผนังกอนหุมฉนวน ๐C

300
280
220
260
200
240
180
160
140
120
100
80

2.30

2.20

2.10

2.00

1.90

1.80

1.70

1.60

1.50

1.40

1.30

1.20

1.10

1.00

0.90

70

0.80

0.70

0.60

0.50

การสูญเสียความรอน (W/m)
640.00
620.00
600.00
580.00
560.00
540.00
520.00
500.00
480.00
460.00
440.00
420.00
400.00
380.00
360.00
340.00
320.00
300.00
280.00
260.00
240.00
220.00
200.00
180.00
160.00
140.00
120.00
100.00
80.00
60.00
40.00
20.00
0.00
ความสูงผนัง (m)

รูปที่ 1.5-12 การสูญเสียความรอนของพื้นผิวผนังหลังหุมฉนวนแคลเซียมซิลิเกต (W/m)

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

69

ดูตวั อยางเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON มีทอสงจายไอนํ้าความดัน 7 barg ขนาดเสนผานศูนยกลาง 2 นิ้ว ไมไดหุมฉนวนยาว
57 เมตร มีวาลวจํานวน 2 ตัว และขอตอหนาแปลนจํานวน 3 ตัว อุณหภูมิผิวทอเปลือย 160 ๐C หมอไอนํ้า
ใชนามั
ํ้ นเตาซี อุณหภูมิบรรยากาศแวดลอม 35 ๐C จงหาคาการสูญเสียความรอนกอนหุมฉนวน ความหนา
ฉนวนทีเ่ หมาะสมที่หุม อุณหภูมิผิวฉนวนหลังการหุม การสูญเสียความรอนหลังหุมฉนวน และผลประหยัด
เชือ้ เพลิง โดยโรงงานทํางาน 312 วัน/ป วันละ 16 ชั่วโมง ประสิทธิภาพหมอไอนํ้าประมาณ 70 %
1. การสูญเสียความรอนของพื้นผิวทอที่ 160 ๐C ขนาดทอ 2 in. จากตารางที่ 1.5-3
=

0.46 kW/m

2. เลือกความหนาฉนวนจากตารางที่ 1.5-2 ที่อุณหภูมิ 160 ๐C ขนาดทอ 2 in.
=

1.5 in. (38 mm.)

3. เลือกฉนวนใยแกว อานคาการสูญเสียความรอนที่ 160 ๐C จากตารางที่ 1.5-5
=

36.76 W/m หรือ = 0.03676 kW/m

อานอุณหภูมิพื้นผิวทอหลังหุมฉนวนได = 44.23 ๐C
4. ความยาวทอรวม = 57 + (1.2 x 2) +(0.4 x 3) = 60.60 m.
5. การสูญเสียความรอนลดลง

=

(0.46-0.03676) x 60.60 x 312 x 16

=

128,036.53

=

128,036.53 x 3.6*

=

460,931.51

6. คิดเปนเชื้อเพลิงที่ประหยัดได =
=

kWh/y

MJ/y

460,931.51/ (38.18** x 0.7)
17,246.56

* คาแปลงหนวย 1 kWh = 3.6 MJ
** คาความรอนตํ่านํ้ามันเตาซี 38.18 MJ/L

L/y

70

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

(6) แนวทางการจัดการใชไอนํ้าอยางมีประสิทธิภาพ (Steam Management)
ผลิตและใชไอนํ้าอยางไรใหประหยัดพลังงาน?
ในระบบไอนํ้า อุปกรณผลิตไอนํ้าควรผลิตไอนํ้าอิ่มตัวทีม่ คี วามดันและปริมาณเหมาะกับความตองการ
สงจายไอนํ้าไปตามทอจนถึงอุปกรณใชไอนํ้า ซึง่ อุปกรณใชไอนํ้าจะตองติดตั้งกับดักไอนํ้าที่ถูกตองและเหมาะ
สม เพือ่ ใหในระบบมีเฉพาะไอนํ้าอิ่มตัวแหงอยูตลอดเวลาไปจนถึงอุปกรณที่ใชไอนํ้า ดังนั้นในการจัดการการ
ใชไอนํา้ จึงควรใหความสําคัญตั้งแตอุปกรณที่เปนตัวกําเนิดไอนํ้า ระบบสงไอนํ้า จนถึงอุปกรณใชไอนํ้า โดย
ตองควบคุมใหสวนตางๆทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดเวลาเพื่อใหตนทุนในระบบไอนํ้าตํ่าที่สุด
หมอไอนํ้า
-ประสิทธิภาพการเผาไหมดี
-ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยน
ความรอนดี
-คุณภาพนํ้าปอนและไอนํ้าดี
-การสูญเสียความรอนนอย

ระบบสงไอนํ้า
-การเดินทอและขนาดทอถูกตอง
-ไมมีการรั่วไหลของไอนํ้า
-มีการหุมฉนวนทอและอุปกรณ
-คุณภาพไอนํ้าในระบบดี
-กับดักไอนํ้าดีและถูกตองเหมาะสม

อุปกรณใชไอนํ้า
-ใชอุปกรณที่ภาระใกลเคียงพิกัด
-มีอุปกรณควบคุมและทํางานไดดี
-ความดันเหมาะสมกับการใชงาน
-การสูญเสียความรอนตํ่า
-กับดักไอนํ้าดีและถูกตองเหมาะสม

รูปที่ 1.6-1 ระบบผลิตและใชไอนํ้าอยางมีประสิทธิภาพ
ตารางที่ 1.6-1 การเปรียบเทียบคุณสมบัติไอนํ้าอิ่มตัวและไอนํ้ายิ่งยวด
ไอนํ้าอิ่มตัว

ไอนํ้ายิ่งยวด

1.สัมประสิทธิ์ถายเทความรอนสูง(20,935-418,700 kJ/m2.oC)
2. เหมาะกับงานอุปกรณใหความรอน
3.รักษาอุณหภูมิของอุปกรณใหคงที่โดยการควบคุมความดันใหคงที่
4. ขณะควบแนนใหความรอนสูง โดยอุณหภูมิคงที่

1. สัมประสิทธิ์ถายเทความรอนตํ่า(84-420 kJ / m2.oC)
2. เหมาะกับอุปกรณผลิตกําลังงาน เชน ระบบกังหันไอนํ้า
3. อุณหภูมิของอุปกรณความรอนไมคงที่
4.ใชกับอุปกรณใหความรอนจะมีสูญเสียความรอนสูงมาก

หาดัชนีชี้วัดประสิทธิภาพการผลิตไอนํ้าไดอยางไร?
ดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง (S/F) =
ตนทุนการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง (Cs) =
กําหนดให

ปริมาณนํ้าปอนเขาหมอไอนํา้ (kg)
ปริมาณการใชเชื้อเพลิง(หนวย)
คาใชจายการใชเชือเพลิ
้ ง(บาท)
ปริมาณนํ้าปอนหมอไอนํา(kg)

(1.6-1)
(1.6-2)

- นํา้ 1 liter มีนํ้าหนัก 1 kg (ความหนาแนน 1000 kg/m3)
- หนวยการวัดเชื้อเพลิงขึ้นอยูกับชนิดของเชื้อเพลิงที่ใช
- คาใชจายการใชเชื้อเพลิง = ปริมาณเชื้อเพลิง(ลิตร) x ราคาเชื้อเพลิง (บาท/ลิตร)

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

71

อุปกรณสําหรับหาคาดัชนีดังกลาวมีเพียง 2 ตัวเทานั้น คือ มาตรวัดปริมาณการใชเชื้อเพลิง และมาตร
วัดปริมาณนําเข
้ าหมอไอนํ้า โดยบันทึกปริมาณนํ้าปอนเขาหมอไอนํ้าและปริมาณการใชเชื้อเพลิงของหมอไอนํ้า
ตารางที่ 1.6-2 เกณฑดชั นีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิงของหมอไอนํ้า
ชนิดเชื้อเพลิง
กาซ
เหลว
แข็ง(ถานหิน)

ดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง
13 kgsteam/Nm3fuel
14 kgsteam/Lfuel
8 kgsteam/kgfuel

หากคาทีไ่ ดจากการใชงานมีคาตํ่ากวาในตารางแสดงวา ประสิทธิภาพหมอไอนํ้ากําลังลดตํ่าลง ตนทุน
ในการผลิตไอนําจะสู
้ งขึ้น ในทางปฏิบัติสามารถใชคาหลังจากติดตั้งหรือหลังจากลางทําความสะอาดประจําป
เปนเกณฑไดเชนกัน โดยทุกๆ 1 kgsteam/1หนวยเชื้อเพลิง ที่ลดลง ประสิทธิภาพของหมอไอนํ้าจะลดลง 7 %
ดูตวั อยางการหาดัชนีการผลิตไอนํ้าเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON มีการใชหมอไอนํ้าขนาด 10 ตันตอชั่วโมง ใชนํ้ามันเตาซี จากการเก็บขอมูล (ไดจาก
เครื่องวัด) พบวามีปริมาณการใชเชื้อเพลิง 9,600 ลิตรตอวัน ปริมาณนํ้าปอนหมอไอนํ้า 130,000 ลิตรตอวัน
และปริมาณการปลอยนํ้ากนหมอไอนํ้า 10,000 ลิตรตอวัน และเชื้อเพลิงราคา 13 Baht/L ดัชนีการผลิต
ไอนําต
้ อเชือ้ เพลิงและตนทุนการผลิตไอนํ้าตอตันไอนํ้าเปนเทาใด
จากสมการ 1.6-1

ดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง =
130,000-10,000/9,600
=
12.5
kg/L
จากสมการ 1.6-2
ดัชนีตนทุนการผลิตไอนํ้า = (9,600x13)/((130,000-10,000)/1,000)
= 1,040
Baht/Ton
จากตัวอยางจะเห็นวาดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิงตํ่ากวาเกณฑในตารางที่ 1.6-2 สงผลใหดัชนี
ตนทุนการผลิตไอนํ้าสูง ดังนั้นโรงงาน ECON จะตองหาสาเหตุและแกไข

ถาม : ประสิทธิภาพการเผาไหมดีหรือไม?

ถาม : ประสิทธิภาพการแลกเปลี่ยนความรอนเปนอยางไร?

ถาม : การสูญเสียความรอนมากเพียงใด?

รูปที่ 1.6-2 แนวทางพิจารณาเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพหมอไอนํ้า

72

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

การเดินหมอไอนํ้าใหเหมาะสมกับความตองการใชไอนํ้าทําอยางไร
การใชหมอไอนํ้าที่มีกําลังการผลิตไอนํ้ามาก ขณะที่ความตองการใชไอนํ้ามีนอย(หมอไอนํ้ามีขนาด
ใหญเกินไป) จะสงผลใหตน ทุนในระบบการผลิตไอนํ้าสูงขึ้น ซึ่งระบบผลิตไอนํ้าจะมีคาการสูญเสียหลายสวนที่
คงที่ ไดแก บริเวณผิวหมอไอนํ้า การระบายนํ้าทิ้ง โดยหมอไอนํ้าที่มีขนาดใหญจะมีคาการสูญเสียสูงกวาขนาด
เล็ก ดังนัน้ โรงงานควรจัดเวลาการใชไอนํ้าเพื่อใหหมอไอนํ้าทํางานที่ภาระมากกวา 80% ของขนาดพิกัดหรือ
อาจลดขนาดของหัวเผา หรือใชหมอไอนํ้าที่มีขนาดเล็ก กรณีทโี่ รงงานมีหมอไอนํ้าหลายชุดและขนาดแตกตาง
กัน การเดินหมอไอนํ้าใหเหมาะสมกับความตองการของระบบจะชวยลดตนทุนการผลิตและใชไอนํ้าลงไดอยาง
มาก โดยจะสามารถหาผลการประหยัดพลังงานไดจากดัชนีการผลิตและใชไอนํ้าตอเชื้อเพลิงที่แตกตางกัน
ดูตัวอยางการหาผลการประหยัดพลังงานจากการเดินหมอไอนํ้า
โรงงาน ECON มีหมอไอนําใช
้ นามั
ํ้ นเตาซี 5 ตัน/ชัว่ โมง 1 ชุด และ 10 ตัน/ชัว่ โมง 1 ชุด โรงงาน
ทํางาน 24 ชัว่ โมง/วัน 365 วัน/ป โดยชวง 01.00–13.00 น. มีความตองการใชไอนําตํ
้ า่ 3-4 ตัน/ชัว่ โมง และ
ชวง 13.00–01.00 น. จะมีความตองการใชไอนําสู
้ ง 7-8 ตัน/ชัว่ โมง ปกติเดินหมอไอนํา้ 10 ตัน/ชัว่ โมงเปน
หลัก หากมีการจัดการเดินหมอไอนําให
้ เหมาะสมกับความตองการ โดยในชวงภาระตําทํ
่ าการเดินหมอไอนํา้ 5
ตัน/ชัว่ โมง และเชือ้ เพลิงราคา 13 Baht/L จะสามารถประหยัดพลังงานและคาใชจา ยไดเทาใด?
จากการเก็บขอมูลชวงเวลา 01.00-13.00 น. มีดังนี้
สภาพเดิม เดินหมอไอนํ้าขนาด 10 ตัน/ชั่วโมงเปนหลักตลอดเวลา
มีการใชเชื้อเพลิงในชวงเวลา 13.00-01.00 น. =
270 L/h
นําป
้ อนหมอไอนํ้า ชวงเวลา 13.00-01.00 น. =
3,500 L/h
คิดเปนดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง
=
12.96 kg/L
ปรับปรุง เดินหมอไอนํ้าขนาด 5 ตัน/ชั่วโมงในชวงความตองการใชไอนํ้าตํ่าเวลา 13.00-01.00 น.
มีการใชเชื้อเพลิง
=
260 L/h
นําป
้ อนหมอไอนํ้า
=
3,500 L/h
คิดเปนดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง
=
13.46 kg/L
ดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น =
13.46-12.96 =
0.5
kg/L
คิดเปนพลังงานที่ประหยัดไดรอยละ

=

 13.46 − 12.96 

 X 100
13.46

เชื้อเพลิงที่ประหยัดได

=

 3.71 
270 X 

 100 

คิดเปนเงินที่ประหยัดได

=
=

10 x 12 x 365 =
43,800 x 13.00 =

=

=

3.71

10

L/y

43,800
569,400

L/y
Baht/y

ทําไมความดันสูญเสียในระบบสงจายไอนํ้าตองตํ่าที่สุด?
หากทอสงจายไอนํามี
้ ขนาดไมเหมาะสมกับอัตราการไหลและสมบัติของไอนํ้า จะสงผลตอระบบไอนํ้า
(ตาราง 1.6-3) การออกแบบหรือกําหนดขนาดทอไอนํ้านั้นสําคัญอยางยิ่งกับการสูญเสียความดัน สูญเสีย

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

73

ความรอน และคาใชจายในการติดตั้งและบํารุงรักษา ตาราง 1.6-4 เปนตารางที่ใชหาขนาดทอไอนํ้า โดยผูใช
กําหนดความเร็วของไอนํ้าในทอ ความดันไอนํ้าในทอ และอัตราการไหลของไอนํ้าในทอ ก็จะสามารถหาขนาด
ทอไอนํ้าไดอยางถูกตอง หรืออาจใชสมการขางลาง การกําหนดคาอัตราการใชไอนํ้าที่ออกแบบเปนคาภาระสูง
สุดสามารถใชความเร็วของไอนํ้าในทอ 40 m/s ไดจะชวยลดขนาดทอสงไอนํ้าลงไดหากเปนคาภาระเฉลี่ยควร
ใชความเร็วของไอนํ้าที่ 25 m/s เพื่อเผื่อไวสําหรับในขณะเริ่มเดินระบบ หรือภาระสูงสุดของอุปกรณในระบบ
ตารางที่ 1.6-3 เปรียบเทียบผลที่เกิดขึ้นระหวางทอที่มีขนาดเล็กและใหญกวามาตรฐาน
ทอเล็กกวามาตรฐาน
1. ความดันสูญเสียในการสงจายไอนํ้าสูง
2. ไมสามารถสงไอนํ้าไดตามปริมาณที่ตองการ
3. เกิดเสียงดังภายในทอสงไอนํ้า
4. หมอไอนํ้าจะตองผลิตไอนํ้าที่ความดันสูงขึ้น

ทอใหญกวามาตรฐาน
1. ความดันสูญเสียในการสงจายไอนํ้าตํ่า
2. คาใชจายในการดําเนินการติดตั้งสูง
3. การสูญเสียความรอนจากทอสงจายไอนํ้ามีมาก
4. คาใชจายในการบํารุงรักษาสูง

=
900 x π x ρ x d2 x V
d
=
( m / (900x π x ρ x V))0.5
1.6-3
อัตราการไหลของไอนํ้าในทอ (kg/h) ρ: ความหนาแนนของไอนํ้า (kg/m3)
เสนผานศูนยกลางภายในทอ (m) V: ความเร็วของไอนํ้าในทอ (m/s)
o

mS

o

S

o

เมื่อ

mS :

d :

ตารางที่ 1.6-4 มาตรฐานอัตราการไหลของไอนํ้าในทอสงจายไอนํ้า (kg/h)
ความดั น ความหนาแน น ความเร็ว
3

(m/s)
15
(kg/m )
1.135
25
18
1.135
40
29
2
1.658
25
26
1.658
40
42
3
2.169
25
35
2.169
40
55
4
2.674
25
43
2.674
40
68
5
3.175
25
51
3.175
40
81
6
3.676
25
58
3.676
40
94
7
4.167
25
66
4.167
40
106
8
4.651
25
74
4.651
40
118
9
5.155
25
82
5.155
40
131
10
5.650
25
90
5.650
40
144
Steam Piping Sizing (Capacity in kg / h)
(barg)
1

ขนาดเส น ผ า นศู น ย ก ลางท อ (mm.)
20
32
51
47
75
61
98
76
121
90
144
104
166
118
189
132
210
146
233
160
256

25
50
80
73
117
96
153
118
189
140
225
162
260
184
295
206
329
228
365
250
400

32
82
131
120
192
157
251
194
310
230
368
266
426
302
483
337
539
373
597
409
655

40
128
205
188
300
245
393
303
484
359
575
416
665
471
754
526
842
583
933
639
1,023

50
201
321
293
469
383
614
473
756
561
898
650
1,040
737
1,179
822
1,316
911
1,458
999
1,598

65
339
543
495
793
648
1,037
799
1,278
949
1,518
1,098
1,757
1,245
1,992
1,390
2,223
1,540
2,464
1,688
2,701

80
514
822
750
1,201
982
1,571
1,210
1,936
1,437
2,299
1,664
2,662
1,886
3,017
2,105
3,368
2,333
3,733
2,557
4,091

100
803
1,284
1,172
1,876
1,534
2,454
1,891
3,025
2,245
3,592
2,599
4,159
2,947
4,715
3,289
5,262
3,645
5,833
3,995
6,393

125
1,254
2,007
1,832
2,931
2,397
3,834
2,955
4,727
3,508
5,613
4,062
6,499
4,604
7,367
5,139
8,222
5,696
9,113
6,243
9,988

150
1,806
2,889
2,638
4,221
3,451
5,522
4,255
6,807
5,052
8,083
5,849
9,358
6,630
10,608
7,400
11,840
8,202
13,123
8,990
14,383

200
3,210
5,137
4,690
7,504
6,135
9,816
7,564
12,102
8,981
14,369
10,398
16,637
11,787
18,859
13,156
21,049
14,581
23,330
15,981
25,570

250
5,016
8,026
7,328
11,724
9,586
15,338
11,818
18,909
14,032
22,452
16,247
25,995
18,417
29,467
20,556
32,889
22,783
36,453
24,971
39,954

74

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

การเดินทอไอนํ้ามีเทคนิคอะไรบาง?
การเดินทอไอนํานั
้ ้นนอกจากขนาดของทอไอนํ้าจะตองเหมาะสมแลว ยังตองคํานึงถึงวาลว ขอตอ ขอ
งอ การเชือ่ มตอทอ การติดตั้งกับดักไอนํ้าที่เหมาะสม ซึ่งสงผลตอคุณภาพของไอนํ้าและประสิทธิภาพการใชไอ
นํา้ ดังนัน้ ควรใชแนวทางตอไปนี้ในการออกแบบระบบทอไอนํ้า
1. ควรเดินทอใหสั้นที่สุด หรือเทาที่จําเปนเทานั้น
2. ในการตอทอควรใชการเชื่อม โดยพยายามหลีกเลี่ยงการใชขอตอแบบเกลียว เพื่อลดปญหาการรั่ว
ไหลของไอนํ้าในอนาคต
3. ควรใชวาลวแบบหนาแปลน และพยายามหลีกเลี่ยงการใชวาลวแบบเกลียว
4. ควรใชทอโคงที่มีความโคงกวางๆ แทนการใชของอ เพื่อลดการสูญเสียความดันในระบบทอ
5. ทอสงจายไอนํ้าควรมีความลาดเอียง 1:250 โดยเอียงไปตามทิศทางการไหลของไอนํ้าและตองมี
จุดดักนําและติ

ดตั้งกับดักไอนํ้าเพื่อระบายนํ้าออกทุกๆ ชวงความยาวทอ 30-50 เมตร

6. ควรเลือกใชกับดักไอนํ้าแบบถวยหงายหรือเทอรโมไดนามิกในการระบายนํ้าเสมอ
7. ทอไอนําไม
้ ไดทํางานที่ความดันหรืออุณหภูมิคงที่ตลอดเวลาจะทําใหทอยืด-หดตัว จึงควรติดตั้ง
ชุดรับการขยายตัว เพื่อปองกันทอแตกราวหรืออุปกรณในระบบทอเสียหาย
8. การตอทอแยกเพื่อนําไอนํ้าไปใชตองตอจากดานบนของทอประธาน ยกเวนทอระบายนํ้า

9. การลดขนาดทอตองไมมีนํ้าขัง

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

75

10. ทอไอนําที
้ อ่ อกจากวาลวลดความดัน จะตองเพิ่มขนาดใหใหญขึ้นเนื่องจากไอนํ้าเกิดการขยายตัว
เชน ความดันไอนํ้าเขา 7 barg ปริมาณ 302 kg/h แลวลดความดันเปน 2 barg จากตารางที่
1.6-4 ขนาดทอเขาประมาณ 32 mm. และขนาดทอออกควรประมาณ 50 mm.
11. ทอไอนําที
้ ถ่ ูกยกระดับขึ้นจะตองขยายขนาดทอเพื่อลดความเร็วและการสูญเสียความดัน
ดูตวั อยางการหาขนาดทอไอนํ้าที่เหมาะสมเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON ตองการติดตั้งทอสงไอนํ้าขนาดอัตราการไหลของไอนํ้า 3,000 kg/h ความดันไอนํ้า
7 barg และความเร็วของไอนํ้า 25 m/s จงหาวาจะตองใชทอไอนํ้าขนาดเทาใด?
จากตาราง 1.6-4 ทีค่ วามดันไอนํ้า 7 barg ความเร็วไอนํ้า 25 m/s และอัตราการไหลของไอนํ้าในทอ
3,000 kg/h จะไดทอไอนํ้าขนาด 100 mm หรือสามารถหาจากสมการ 1.6-3 ดังนี้
d = ( m S / (900x π x ρ x V))0.5 =
= 0.1009m
=
100.92mm
o

(3,000 / (900 x 3.1416 x 4.167 x 25))0.5

การรัว่ ไหลของไอนํ้าทําใหสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเทาใด?
การปลอยรูรั่วตางๆไวขนาดของรูรั่วจะขยายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยปริมาณไอนํ้าที่รั่วนั้นนอกจากจะ
ขึ้นอยูกับขนาดของรูรั่วแลวยังขึ้นอยูกับความดันของไอนํ้าดวย ดังนั้นเมื่อพบวามีการรั่วไหลของไอนํ้าตองรีบ
ดําเนินการแกไขโดยทันที สามารถหาอัตราการรั่วไดโดยใชตารางที่ 1.6-5 หรือ รูปที่ 1.6-3 หรือสมการดังนี้
o

อัตราการรั่วไหลของไอนํ้า( m L )

=

199 x A x P x 3,600 x n

1.6-4

v
o

เชื้อเพลิงที่สูญเสียจากการรั่วไหลของไอนํ้า (FL) =
เมื่อ

FL =
S/F =
m =
A =
P =
v =
n =
o

L

mL
S/F

1.6-5

เชื้อเพลิงที่สูญเสีย (L/h)
ดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง จากสมการที่ 1.6-1
อัตราการรั่วไหลของไอนํ้า (kg/h)
พืน้ ที่หนาตัดของรูรั่ว (m2)
ความดันไอนํ้า (barg)
ปริมาตรจําเพาะของไอนํ้า (m3/kg)
จํานวนรูที่รั่วไหล (จุด)

ขัน้ ตอนการหาอัตราการรั่วไหลของไอนํ้า
1. ตรวจวัดความดันไอนํ้าในทอ โดยใชเครื่องมือวัดความดันในตําแหนงที่ไอนํ้ารั่วไหล
2. ประเมินหรือตรวจวัดขนาดของรูรั่ว
3. นําความดันของไอนํ้าและขนาดของรูรั่วไปเปดตาราง 1.6-5 หรือรูป 1.6-3 จะไดอัตรารั่วไหลไอนํ้า

76

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

ตารางที่ 1.6-5 อัตราการรั่วไหลของไอนํ้าที่ความดันและรูรั่วขนาดตางๆ (kg/h)
ความดั น ปริ ม าตรจํ า เพาะ ความหนาแน น
( m3/kg)
(kg/m3)
(barg )
1.0

0.881

1.135

ขนาดรู รั่ ว (mm)
0.5

1.0

1.5

2.0

2.5

3.0

3.5

4.0

4.5

5.0

0.15

0.60

1.35

2.40

3.75

5.40

7.35

9.60

12.14

14.99

1.5

0.714

1.135

0.20

0.82

1.84

3.26

5.10

7.34

9.99

13.05

16.52

20.40

2.0

0.603

1.658

0.26

1.03

2.31

4.10

6.41

9.23

12.56

16.40

20.76

25.63

2.5

0.522

1.658

0.31

1.23

2.77

4.93

7.70

11.09

15.09

19.71

24.94

30.80

3.0

0.461

2.169

0.36

1.44

3.23

5.74

8.97

12.92

17.59

22.97

29.08

35.90

3.5

0.413

2.169

0.41

1.64

3.69

6.55

10.24

14.75

20.07

26.22

33.18

40.97

4.0

0.374

2.674

0.46

1.84

4.14

7.36

11.51

16.57

22.55

29.45

37.28

46.02

4.5

0.342

2.674

0.51

2.04

4.59

8.17

12.76

18.38

25.01

32.67

41.35

51.05

5.0

0.315

3.175

0.56

2.24

5.05

8.97

14.02

20.18

27.47

35.88

45.41

56.06

5.5

0.292

3.175

0.61

2.44

5.50

9.77

15.27

21.99

29.93

39.09

49.47

61.07

6.0

0.272

3.676

0.66

2.64

5.95

10.57

16.52

23.79

32.39

42.30

53.53

66.09

6.5

0.255

3.676

0.71

2.84

6.39

11.37

17.76

25.58

34.81

45.47

57.55

71.05

7.0

0.240

4.167

0.76

3.04

6.84

12.16

19.00

27.36

37.24

48.64

61.56

76.00

7.5

0.227

4.167

0.81

3.24

7.28

12.94

20.22

29.12

39.63

51.77

65.52

80.89

8.0

0.215

4.651

0.86

3.43

7.73

13.73

21.46

30.90

42.06

54.94

69.53

85.84

8.5

0.204

4.651

0.91

3.63

8.18

14.53

22.71

32.70

44.51

58.13

73.58

90.84

9.0

0.194

5.155

0.96

3.83

8.63

15.34

23.96

34.51

46.97

61.34

77.64

95.85

9.5

0.185

5.155

1.01

4.03

9.08

16.13

25.21

36.30

49.41

64.54

81.68

100.84

10.0

0.177

5.650

1.06

4.23

9.52

16.92

26.44

38.08

51.83

67.69

85.68

105.77

อัตราการรั่วไหล (kg/h)
115
110
105
100
95
90
85
80
75
70
65
60
55
50
45
40
35
30
25
20
15
10
5
0
0

1

ขนาดรูรั่ว (mm)

5.0

4.5

4.0

3.5

3.0
2.5
2.0
1.5
1.0
0.5
2

3

4

5
6
7
ความดันไอนํ้าในทอ (barg)

8

9

10

11

รูปที่ 1.6-3 อัตราการรั่วไหลของไอนํ้าที่ความดันและรูรั่วขนาดตางๆ (kg/h)

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

77

ดูตัวอยางการหาอัตราการรั่วไหลของไอนํ้าเพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON ใชหมอไอนํ้า 10 ตันตอชั่วโมง ใชนํ้ามันเตาซี 3 ลานลิตรตอป ปริมาณนํ้าปอนหมอไอ
นํา้ 40.5 ลานลิตรตอป ทํางาน 16 ชั่วโมง/วัน 312 วันตอป ผลิตไอนํ้าที่ 7 barg จากการตรวจสอบระบบสง
จายไอนําพบว

ามีการรั่วที่ทอสงไอนํ้ารูรั่วขนาด 1 mm. จํานวน 30 จุด จงหาปริมาณไอนํ้าและเชื้อเพลิงสูญเสีย
จากตารางที่ 1.6-5 หรือรูปที่ 1.6-3 ที่ความดันไอนํ้า 7 barg และขนาดรูรั่ว 1 mm. พบวามี
ปริมาณการรั่วไหลของไอนํ้า 3.04 kg / h ตอจุด จํานวน 30 จุด คิดเปนการรั่วไหลทั้งสิ้น 91.2 kg / h
ดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิง จากสมการ 1.6-1
คิดเปนปริมาณเชื้อเพลิงที่สูญเสีย จากสมการ 1.6-5
ดังนั้นปริมาณการสูญเสียรวมทั้งป

40,500,000
3,000,000
91.2
=
13.5

=

= 13.5

kg/L

= 6.76

L/h

= 6.76 x 16 x 312 = 33,745.92

L/y

ความดันไอนํ้าสูงเกินความตองการมีผลอยางไร?
การผลิตไอนําที
้ ค่ วามดันสูงเกินจําเปนจะตองใชพลังงานมากขึ้น โดยดัชนีการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิงจะ
ลดตําลงและการสู

ญเสียในดานตางๆจะมากขึ้น ดังนั้นผูใชควรลดความดันที่อุปกรณใชไอนํ้าตางๆใหไดตาม
มาตรฐานความดันที่อุปกรณนั้นๆตองการและลดการสูญเสียความดันในระบบทอสงจายไอนํ้าทั้งหมด แลวจึง
ลดความดันในการผลิตไอนํ้าที่หมอไอนํ้าลง จากสมบัติของไอนํ้าอิ่มตัว พบวา ความดันและอุณหภูมิจะมีความ
สัมพันธกันโดยเมื่อความดันสูง อุณหภูมิจะสูงขึ้น ดังรูปที่ 1.6-4

ความดันไอนํ้าอิ่ม
รูปที่ 1.6-4 ความสัมพันธระวางอุณหภูมิกับความดันของไอนํ้า
ความดันไอนํ้าที่ผลิต =

ความดันสูงสุดที่อปุ กรณใชไอนํ้าตองการ
+ ความดันสูญเสียในระบบสงจายไอนํ้า

1.6-6

การลดความดันผลิตไอนํ้าใหเหมาะสมกับการใชงานมีผลดี ดังนี้
1. เอนธาลปไอนํ้า (hfg) ในการควบแนนมีคาเพิ่มมากขึ้นดังรูปที่ 1.6-5
2. อัตราสวนความแหงของไอนํ้าเพิ่มขึ้น สงผลใหความรอนที่ไดจากไอนํ้าเพิ่มขึ้นดังรูปที่ 1.6-5
3. ชวยลดการสูญเสียไอนํ้าจากการรั่วไหลในระบบสงจายไอนํ้าได

78

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

4.
5.
6.
7.

ชวยลดการสูญเสียความรอนบริเวณพื้นผิวหมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้าได
ชวยลดการสูญเสียไอนํ้าจากการระบายนํ้าทิ้งของหมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้าได
ลดการใชเชื้อเพลิงลงที่ปริมาณการผลิตไอนํ้าเทาๆกันเพราะดัชนีผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิงจะสูงขึ้น
ระบบทอ อุปกรณประกอบทอ และอุปกรณใชไอนํ้ามีอายุการใชงานยาวนานขึ้น

ความดันไอนํ้าอิ่มตัว (barg)
รูปที่ 1.6-5 ความสัมพันธระหวางความดันกับคาความรอนแฝงของไอนํ้า
ขัน้ ตอนการหารอยละการประหยัดพลังงานเมื่อลดความดันการผลิตไอนํ้า
1. ตรวจวัดความดันไอนํ้าที่ผลิตจากหมอไอนํ้า ในตําแหนงกอนสงจายไอนํ้าไปตามทอ
2. ตรวจวัดความดันไอนํ้า กอนเขาอุปกรณใชไอนํ้าที่ตองการความดันสูงสุดของโรงงาน แลวตรวจ
สอบดูวา สูงเกินมาตรฐานความตองการของอุปกรณหรือไม
ถาสูงเกินกวามาตรฐานแสดงวา
สามารถลดความดันใหตํ่าลงได
3. ตรวจวัดอุณหภูมขิ องนําป
้ อนหมอไอนํา้ โดยใชเครือ่ งมือวัดอุณหภูมนิ าในตํ
ํ้ าแหนงกอนเขาหมอไอนํา้
4. นําคาความดันไอนําก
้ อนปรับลด ความดันไอนํ้าหลังปรับลด และอุณหภูมินํ้าปอนหมอไอนํ้าไป
เปดตารางที่ 1.6-6 จะไดรอยละการประหยัดพลังงานเมื่อลดความดันการผลิตไอนํ้า
5. นําคารอยละการประหยัดพลังงานคูณดวยปริมาณเชื้อเพลิงที่ใชทั้งปจะไดเชื้อเพลิงที่ประหยัดได
ดูตวั อยางการหาผลการประหยัดเชื้อเพลิงจากการลดความดันผลิตไอนํ้า เพื่อใหเกิดความเขาใจ
โรงงาน ECON ติดตั้งหมอไอนํ้าขนาด 10 ตันตอชั่วโมง ใชนํ้ามันเตาซี 3 ลานลิตรตอป ปริมาณนํ้า
ปอนหมอไอนํา้ 40.5 ลานลิตรตอป โดยผลิตไอนํ้าที่ความดัน 7 barg อุณหภูมินํ้าปอน 80oC จากการตรวจ
สอบพบวาอุปกรณในระบบตองการความดันทํางานสูงสูดเพียง 5 barg โดยมีคาความดันสูญเสียในระบบสง
จายไอนํ้า 0.5 barg จะหาวาโรงงานสามารถลดความดันการผลิตไอนํ้าลงไดเทาใดและสามารถประหยัด
เชื้อเพลิงไดเทาใด?
จากสมการที่ 1.6-6
ความดันไอนํ้าใหมที่ผลิต
=
5.0 + 0.5
=
5.5
barg

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

79

จากตารางที่ 1.6-6 ที่อุณหภูมินํ้าปอน 80oC ความดันไอนํ้ากอนปรับลด 7.0 barg และความดันไอ
นําหลั
้ งปรับลด 5.5 barg พลังงานที่สามารถประหยัดไดรอยละ 0.360
คิดเปนเชื้อเพลิงที่ประหยัดได
= 3,000,000 x (0.360/100) = 10,800 L/y
ตารางที่ 1.6-6 รอยละการประหยัดพลังงานเมื่อลดความดันการผลิตไอนํ้า
รายการ
ความดันไอนํ้าหลังปรับลด (barg)
o
อุณหภูมินํ้าปอนหมอไอนํ้า ( C)
30
35
40
45
50
55
60
65
70
75
80
85
90
95
100
105
110

5.5

6
5.0

4.5

6.5

7
6.0

ความดันไอนํ้ากอนปรับลด (barg)
8
5.5 7.5 7.0 6.5 8.5

9
8.0

7.5

9.5

10
9.0

8.5

0.123 0.247 0.398 0.104 0.208 0.331 0.087 0.174 0.278 0.077 0.155 0.241 0.066 0.132 0.209
0.124 0.249 0.401 0.105 0.210 0.334 0.088 0.175 0.280 0.078 0.156 0.243 0.066 0.133 0.211
0.125 0.251 0.405 0.106 0.212 0.337 0.088 0.177 0.282 0.079 0.157 0.245 0.067 0.134 0.212
0.126 0.253 0.408 0.107 0.213 0.339 0.089 0.178 0.284 0.079 0.158 0.247 0.068 0.135 0.214
0.127 0.255 0.411 0.107 0.215 0.342 0.090 0.179 0.287 0.080 0.160 0.249 0.068 0.136 0.216
0.128 0.257 0.415 0.108 0.217 0.345 0.090 0.181 0.289 0.081 0.161 0.251 0.069 0.137 0.218
0.129 0.259 0.418 0.109 0.219 0.348 0.091 0.182 0.292 0.081 0.162 0.253 0.069 0.138 0.219
0.131 0.261 0.422 0.110 0.220 0.351 0.092 0.184 0.294 0.082 0.164 0.256 0.070 0.140 0.221
0.132 0.263 0.425 0.111 0.222 0.354 0.093 0.186 0.296 0.083 0.165 0.258 0.070 0.141 0.223
0.133 0.266 0.429 0.112 0.224 0.357 0.094 0.187 0.299 0.083 0.167 0.260 0.071 0.142 0.225
0.134 0.268 0.433 0.113 0.226 0.360 0.094 0.189 0.302 0.084 0.168 0.262 0.072 0.143 0.227
0.135 0.270 0.436 0.114 0.228 0.363 0.095 0.190 0.304 0.085 0.169 0.264 0.072 0.144 0.229
0.136 0.273 0.440 0.115 0.230 0.366 0.096 0.192 0.307 0.085 0.171 0.267 0.073 0.146 0.231
0.137 0.275 0.444 0.116 0.232 0.369 0.097 0.194 0.310 0.086 0.172 0.269 0.073 0.147 0.233
0.139 0.277 0.448 0.117 0.234 0.373 0.098 0.195 0.312 0.087 0.174 0.272 0.074 0.148 0.235
0.140 0.280 0.452 0.118 0.236 0.376 0.099 0.197 0.315 0.088 0.176 0.274 0.075 0.150 0.237
0.141 0.283 0.456 0.119 0.238 0.379 0.100 0.199 0.318 0.089 0.177 0.276 0.075 0.151 0.239

หมายเหตุ รอยละของการประหยัดไมรวมการสูญเสียที่เกิดจากการรั่ว
เนื่องจากเปนผลพลอยไดและไมสามารถประเมินไดชัดเจน

การแผรังสีความรอนและการระบายนํ้าทิ้งที่ลดลง

80

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

1.3 แนวทางการตรวจ วินิจฉัย และบํารุงรักษาหมอไอนํ้า
ผูใชหมอไอนําจะต
้ องมีทักษะในการตรวจ วินิจฉัย และการบํารุงรักษา หมอไอนํ้าที่ดี เพื่อจะทําให
เกิดการประหยัดพลังงาน และมีอายุการใชงานยาวนาน รวมทั้งเพื่อความปลอดภัยในการใชงาน ซึ่ง
แนวทางในการตรวจ วินิจฉัย และการบํารุงรักษา มีดังนี้

(1) การตรวจ วินจิ ฉัย หมอไอนําและระบบส

งจายไอนําทํ
้ าไดอยางไร?
แนวทางการตรวจ
รายการตรวจ
ผลการตรวจ
1. ทําการขูดเขมาหรือแยงจุบ ทุก……………..เดือน

2. กําจัดตะกรัน

ทุก……………..เดือน

3 . ทํ าความสะอาดหั ว เผา
(เชื้อเพลิงเหลว)

ทุก………………วัน

4. อุณหภูมิไอเสีย

……………………OC

5. สีของเปลวไฟ

………………………

6. สีของควันไฟออกปลอง

สีขาวหรือไมมีสี
สีดํา
สีเทาออน
7. ความสวางภายในหองเผา สวางมาก
ไหม
คลํ้ามีควันมาก
เห็นภายในลางๆ
8. อุณหภูมินํ้ามันเชื้อเพลิง
……………………OC

9. ความดันนํ้ามันเชื้อเพลิง

…………………barg

แนวทางการวินิจฉัย
1. การขูดเขมาหรือแยงจุบบนพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอนดานสัมผัส
ไฟอยางสมํ่าเสมอ จะทําใหประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความ
รอนดีเพราะการสูญเสียความรอนออกทางปลองจะลดลง ควรทํา
ความสะอาดเมื่ออุณหภูมิไอเสียสูงขึ้นกวาหลังทําความสะอาด 20OC
2. ตะกรันที่เกาะบนพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอนดานสัมผัสนํ้า จะสงผล
ใหประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความรอนลดลง ควรทําความ
สะอาดปละ 1 ครั้ง
3. หั ว เผาเป น อุ ป กรณ ห ลั ก ที่ จ ะทํ าให เ ชื้ อ เพลิ ง เกิ ด การเผาไหม ไ ด
สมบูรณหรือไม ดังนั้นควรทําความสะอาดเปนประจําอยางนอยทุก
สัปดาห
4. อุณหภูมิไอเสียที่สูงมาก จะเกิดการสูญเสียความรอนออกทางปลอง
มากขึ้น ดังนั้นควรปรับสวนผสมระหวางอากาศ กับเชื้อเพลิงให
เหมาะสมและทําความสะอาดพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอนเปนประจํา
5. เชื้อเพลิงเหลวเปลวไฟควรมีสีสม และเชื้อเพลิงกาซเปลวไฟควรมีสี
ฟาปลายสีสมโดยเปลวไฟมีสภาพคงตัว
6. การเผาไหมที่สมบูรณควันไฟควรมีสีเทา ถาควันไฟสีขาวแสดงวา
ปริมาณอากาศมากเกินไป
7. ถาภายในหองเผาไหมสวางมาก แสดงวาปริมาณอากาศมากเกินไป
และ ถาภายในหองเผาไหมคลํ้า แสดงวาปริมาณอากาศนอยเกินไป
8. อุณหภูมนิ ามั
ํ้ นเชือ้ เพลิงตํากว
่ ามาตรฐานจะทําใหความหนืดของนํ้ามัน
สูง ซึง่ จะทําใหการคลุกเคลากับอากาศไมดี โดยทัว่ ไปนํามั
้ นเตาเอ ควร
O
้ นเตาซีควรอุน ที่ 110-120OC
อุน ทีอ่ ณ
ุ หภูมิ 90-100 C และนํามั
9. ความดันนํ้ามันควรไดตามมาตรฐานของหัวเผาแตละชนิด เพราะถา
ความดันนํ้ามันตํ่าลงจะสงผลใหประสิทธิภาพในการเผาไหมลดตํ่าลง

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

แนวทางการตรวจ
รายการตรวจ
ผลการตรวจ
10. อุณหภูมินํ้าปอน
……………………OC

11. การระบายนํ้าหมอไอนํ้า

12. คุณภาพนํ้าปอนหมอไอนํ้า

13. อุณหภูมิผนังหมอไอนํ้า
14. อุนนํ้ ามันเชื้อเพลิงโดยวิธี
ใด
15. ความดันไอนํ้าที่ผลิต (ตํ่า
สุด-สูงสุด)

16. ความดันไอนํ้าที่อุปกรณใช
ไอนํ้าตองการสูงสุด

17. อุปกรณที่ใชความดันไอนํ้า
สู ง สุ ด ต อ งการปริ ม าณไอ
นํ้ากี่เปอรเซ็นต
18. สภาพฉนวนหุมทอ วาลว
หนาแปลน
19. การรั่วไหลของไอนํ้า
20. อั ต ราการผลิ ต ไอนํ้ าต อ
เชื้อเพลิง
21. เดิ น หม อ ไอนํ้ าที่ ภาระตํ่ า
หรือไม

81

แนวทางการวินิจฉัย

10. นํ้าปอนหมอไอนํ้าควรมีอุณหภูมิสูงที่สุดเทาที่จะทําได เพราะจะทําให
การผลิตไอนํ้าไดเร็วขึ้น
อีกทั้งจะไลออกซิเจนและ
คารบอนไดออกไซดที่ละลายอยูในนํ้าออก เพื่อปองกันการกัดกรอน
ในระบบทอไอนํ้า โดยทั่วไปควรมีอุณหภูมิสูงกวา 90OC
ทุก…………….ชั่วโมง
11. การระบายนําหม
้ อไอนํามากเกิ

นไปจะสงผลใหเกิดการสูญเสียความรอน
และสิน้ เปลืองนํามากขึ

น้ ควรควบคุมคาการนําไฟฟาของนําในหม

อไอนํา้
ใหอยูใ นชวง 6,000-7,000 µS/cm และควรแกไขทีค่ ณ
ุ ภาพของนําป
้ อน
12. นํ้าปอนหมอไอนํ้าควรมีการปรับสภาพเปนอยางดี เพื่อกําจัดสาร
……………µS/cm
แขวนลอย และสารละลายตางๆ ที่เปนตน เหตุของตะกรัน และ
โคลน ซึ่งจะสะสมอยูในหมอไอนํ้า โดยทั่วไปคาสภาพการนําไฟฟา
ของนํ้าปอนควรตํ่ากวา 800 µS/cm
O
…………………… C
13. พื้นผิวผนังหมอไอนํ้าที่ทําการหุมฉนวนแลวควรมีอุณหภูมิประมาณ
60 OC หรือใชมือสัมผัสได
ใชไฟฟาอยางเดียว 14. การอุนเชื้อเพลิงโดยใชไฟฟาเพียงอยางเดียว จะมีตนทุนที่สูงกวาการ
อุนเชื้อเพลิงโดยใชไฟฟา และความรอนจากไอนํ้า
ใชไฟฟาและไอนํ้า
ตํ่าสุด……………barg
15. การผลิตไอนํ้าความดันสูงจะสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตอกิโลกรัมไอนํ้ามาก
สูงสุด……………barg
กวาที่ความดันตํ่า เพราะการสูญเสียความรอนในดานตางๆจะมาก
ขึ้น อีกทั้งความดันไอนํ้าที่สูงจะไดความรอนแฝง (latent heat) นอย
กวาที่ความดันตํ่า
…………………barg
16. ควรปรั บ ตั้ ง ความดั น และปริ ม าณไอนํ้ าให ไ ด ต ามมาตรฐานของ
อุปกรณใชไอนํ้าทั้งหมด แลวทําการปรับลดความดันการผลิตไอนํ้า
ของหมอไอนํ้ าใหสูงกวาความดันของอุปกรณที่ตองการสูงสุดเล็ก
นอย โดยทั่วไปความดันตกในระบบทอไมควรเกิน 0.5 barg
……………………..%
17. ถาอุปกรณที่ตองการความดันไอนํ้าสูง แตใชไอนํ้าในปริมาณที่นอย
เมื่อเทียบกับอุปกรณอื่นๆ ทั้งหมดควรทําการแยกระบบไอนํ้าเปน
ระบบความดันสูง และระบบความดันตํ่า
18. ฉนวนหุมทอ วาลวและหนาแปลน จะชวยลดการสูญเสียความรอน
ขาดหาย
ของไอนํ้าและไอนํ้าที่เขาอุปกรณตางๆจะมีคุณภาพดี ทําใหอุปกรณ
เสื่อมสภาพ
ทํางานไดอยางมีประสิทธิภาพ เพราะไอนํ้าที่เขามีดัชนีความแหงสูง
สมบูรณ
…………………….จุด
19. ในระบบไอนํ้าไมควรมีการรั่วไหลของไอนํ้า เพราะเปนการสูญเสีย
ความรอนที่มาก
………………………ตอ 1 20. หมอไอนํ้าใชเชื้อเพลิงเหลว ควรมีอัตราการผลิตไอนํ้าตอเชื้อเพลิงที่
ใชประมาณ 14 ตอ 1
ตํ่าที่ภาระ….…….% 21. การเดินหมอไอนํ้าที่ภาระตํ่ากวาพิกัดยิ่งมากเทาใด ประสิทธิภาพของ
หมอไอนํ้าจะลดตํ่าลงเทานั้น เพราะการสูญเสียตางๆคอนขางคงที่
เหมาะสมที่ภาระ
………%

82

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

แนวทางการตรวจ
รายการตรวจ
ผลการตรวจ
22. หัวเผาเดิน-หยุด บอย ทุกๆ…………….…นาที
หรือไม

23. เดินหมอไอนํ้ าชุดที่มีประ
สิ ท ธิ ภ าพสู ง สุ ด เป น หลั ก
หรือไม
24. มี ป ญหาเรื่องความดันไอ
นํ้าตกหรือไม

25. มีปญหาเรื่องอุปกรณใชไอ
นํ้าไมรอนหรือรอนชาหรือ
ไม

26. ตรวจเช็ดกับดักไอนํ้า

2 7 . กั บ ดั ก ไอนํ้ ามี ข นาดที่
เหมาะสมและเลือกใชถูก
ตองกับงานหรือไม

แนวทางการวินิจฉัย

22. กอนจุดไฟทุกครั้งจะตองมีการไลเชื้อเพลิง 2 นาที เพื่อความปลอด
ภัย หากหัวเผาเดิน-หยุดบอยจะสูญเสียความรอนมาก เพราะเปาลม
เย็นเขาหองเผาไหม
ดังนั้นหากขนาดหมอไอนํ้าใหญเกินไปควร
เปลี่ยนขนาดของหัวเผาใหเล็กลงหรือปรับลดเวลาการไลอากาศ
23. หมอไอนํ้าแตละชุดจะมีประสิทธิภาพไมเทากัน ดังนั้นควรบันทึกสัด
เดินเปนหลัก
สวนระหวางปริมาณไอนํ้าที่ผลิตและปริมาณเชื้อเพลิงที่ใช แลวทํา
สลับไปมาทุก……วัน
แผนการเดินใหม โดยใชชุดที่มีสัดสวนดังกลาวที่สูงที่สุดเปนหลัก
24. ความดันตกอาจเกิดจากขนาดทอที่เล็กและยาวมากเกินไป หรือมีขอ
มี
ตอตางๆมากหรืออาจเกิดจากมีการใชไอนํ้าจํานวนมากพรอมๆกัน
ไมมี
หรือวาลวลดความดันทํางานผิดปกติ ดังนั้นควรตรวจสอบวาเกิดจาก
สาเหตุใด นอกจากนั้นการติดตั้งถังเก็บไอในจุดที่ใชไอนํ้ามากก็จะ
ชวยแกปญหาความดันตกไดเชนกัน
25. อุปกรณรอนชาหรือไมรอนอาจเกิดจากมีของเหลวปนเขาไปกับไอนํ้า
มี
(ไอเปยก)หรือมีอากาศปนกับไอนํ้า ดังนั้นไอนํ้ากอนเขาอุปกรณควร
ไมมี
แหงและไมมีอากาศ โดยการดักเอาของเหลวออกและติดตั้งอุปกรณ
ปลอยอากาศ(air vent) นอกจากนั้นยังอาจเกิดจากวาลวควบคุม
ทํางานผิดปกติ หรือพื้นผิวแลกเปลี่ยนความรอนของอุปกรณสกปรก
ทุก…………เดือน
26. กับดักไอนํ้าจะตองไมรั่ว ไมตัน รวมทั้ง By Pass Valve จะตองไมรั่ว
มิเชนนั้นจะทําใหเกิดการสูญเสียความรอนมากในกรณีที่รั่ว
และ
อุปกรณจะไมรอนเพราะมีของเหลวขังอยูในระบบในกรณีที่ตัน
ถูกตองและเหมาะสม 27. การเลือกชนิดของกับดักไอนํ้ ามาใชงานไมถูกตองอาจเกิดปญหา
เชน เสียหายบอย อุดตันบอย และถาขนาดเล็กเกินไปจะระบาย
ถู กตองและเหมาะ
คอนเดนเสทไมทันอุปกรณใชไอนํ้าอาจไมรอนได
สมบางสวน

28. นําคอนเดนเสทกลับมาใช ………………….%
กี่เปอรเซ็นต
2 9 . นํ า ไ อ เ สี ย ก ลั บ ไ ป ใ ช 
ประโยชนหรือไม

ใช
ไมใช

30. นําความรอนจากนํ้าระบาย
กลับมาใชหรือไม

ใช
ไมใช

28. คอนเดนเสทถือเปนนํ้าสะอาดและมีอุณหภูมิสูง ควรนํากลับมาใช
ประโยชน เชน นําไปใชกับอุปกรณตางๆที่อยูใกลๆ หรือนํากลับไป
อุนนํ้าปอนกอนเขาหมอไอนํ้า (deaerator)
29. ไอเสียจะมีอุณหภูมิสูง ดังนั้นควรหาทางนํากลับไปใชประโยชน เชน
นําไปอุนนํ้าปอนหมอไอนํ้า นําไปอุนอากาศกอนเขาเผาไหม เปนตน
แตควรระวังการกัดกรอน เนื่องจากกรดซัลฟูริก ถาเชื้อเพลิงนั้นมี
องคประกอบของกํามะถัน
30. ในกรณีที่มีการระบายนํ้าหมอไอนํ้าปริมาณที่มาก ควรพิจารณานํา
ความรอนกลับมาใช เชน นํามาอุนนํ้าปอน โดยการติดตั้งอุปกรณ
และเปลี่ยนความรอน แลวใชระบบการระบายแบบตอเนื่อง

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายไอนํ้า

83

(2) การบํารุงรักษาหมอไอนํ้าเพื่อการอนุรักษพลังงานมีอะไรบาง?
การดําเนินการ

ระยะเวลาที่เหมาะสม

ทุก 3 เดือน
1. ปรับแตงปริมาณเชื้อเพลิง และอากาศที่เผาไหม เพื่อใหมีคาอัตราสวน
อากาศเปนไปตามมาตรฐานของเชื้อเพลิงแตละชนิด
ทุกสัปดาห (นํ้าปอน)
2. ตรวจสอบคุณภาพนํ้าปอนและนํ้าในหมอไอนํ้าใหเปนไปตามมาตรฐาน
ทุกเดือน (นํ้าในหมอไอนํ้า)
สากล
3. ทําความสะอาดชุดหัวเผา
ทุกสัปดาห (เชื้อเพลิงเหลว)
ทุกเดือน (เชื้อเพลิงกาซ)
4. ตรวจสอบสภาพอิฐทนไป ผนัง และฉนวนของหมอไอนํา้
ทุกป
5. ทําความสะอาดผิวแลกเปลี่ยนความรอนดานสัมผัสนํ้าและสัมผัสไฟ
ทุกป
6. สังเกตสีและรูปรางของเปลวไฟ
ทุกวัน
7. ทําความสะอาดตัวกรองของระบบนํ้าปอนและนํ้ามันเชื้อเพลิง
ทุกเดือน
ทุกเดือน
8. ตรวจสอบทางเขาของอากาศในหองหมอไอนํ้า และของหมอไอนํ้า รวม
ทั้งทําความสะอาดดานดูดของพัดลมและแผงกรองอากาศ (ถามี)
9. ทําความสะอาดปลองไอเสีย
ทุก 3 ป
10. ทําความสะอาดถังเก็บนําป
้ อน ถังสารเคมี และถังเก็บนํามั
้ น
ทุกป
11. ตรวจสภาพฉนวนของระบบสงจายไอนํ้าและฉนวนของอุปกรณใชไอนํ้า
ทุกเดือน
12. ตรวจสอบและซอมแซมรูรั่วของไอนํ้า (ถามี)
ทุกวัน
13. ตรวจสอบการทํางานของอุปกรณตอไปนี้
เครื่องมือวัดตางๆ เชน เครื่องวัดอัตราการไหล เกจวัดความดัน
ทุก 3 เดือน
อุปกรณวัดอุณหภูมิ เครื่องวัดและวิเคราะหไอเสีย
เครื่องสูบนํ้า และปมเชื้อเพลิง
ทุกป
วาลวและวาลวอัตโนมัติตางๆ
ทุกป
มอเตอรพัดลม
ทุกป
ชุดหัวเผาและชุดอุนนํ้ามันเชื้อเพลิง
ทุกเดือน(เชื้อเพลิงเหลว)
ทุก 6 เดือน(เชื้อเพลิงกาซ)
กับดักไอนํ้า
ทุกสัปดาห
14. ตรวจวัดและบันทึกคาตางๆ ตอไปนี้
อัตราการใชนํ้า และเชื้อเพลิง
ทุกวัน
ความดันและอุณหภูมขิ องนํามั
้ นเชือ้ เพลิงกอนเขาหัวเผา
ทุกวัน
ความดัน และ/หรือ อุณหภูมิไอนํ้า
ทุกวัน
คุณภาพนํ้าปอนและนํ้าในหมอไอนํ้า
ทุกครั้งที่มีการตรวจสอบ
คุณภาพนํ้า
ปริมาณกาซออกซิเจนหรือกาซคารบอนไดออกไซดในไอเสีย
ทุกครั้งที่มีการปรับแตง
อุณหภูมิไอเสียหลังออกจากหองเผาไหม
ทุกวัน
ลักษณะและสีของไอเสีย
ทุกวัน
อุณหภูมิผิวหมอไอนํ้า อุณหภูมิผิวฉนวนของระบบสงจายไอนํ้า และ
ทุกเดือน
อุณหภูมิผิวอุปกรณใชไอนํ้า

แผนบํารุงรักษาใน
ปจจุบัน

84

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

1.4

กรณีตัวอยาง

การอุนอากาศที่ใชกับหัวเผาของเตาเผารีดปลาย B
บริษัท สามมิตรโอโตพารท จํากัด
ประกอบกิจการผลิตชิน้ สวนรถยนต และอุปกรณการเกษตร ลักษณะพลังงานทีใ่ ชในสวนของเตาเผารีดปลาย B
นัน้ มีการติดตัง้ หัวเผาแบบพนฝอยดวยลมอัดจํานวน 1 ชุด และทอสงอากาศ ซึง่ อากาศจะถูกสงมาจากชุด blower ตามทอสง
อากาศและสงไปยังชุดหัวเผาโดยเตาเผารีดปลาย B มีการเดินใชงานเฉลีย่ 12 ชัว่ โมง/300 วัน/ป และจากการสํารวจพบวาที่
ทอทางออกของไอเสียของเตาเผารีดปลาย B มีอณ
ุ หภูมิ 600OC ซึง่ ถูกปลอยทิง้ โดยไมมกี ารนํากลับมาใชประโยชน ดังนัน้
บริษทั จึงมีแผนทีจ่ ะปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยทําการอุน อากาศกอนเขาชุดหัวเผาดวยการนําอากาศจากชุด blower มา
ผานอุปกรณแลกเปลีย่ นความรอนโดยติดตัง้ อุปกรณแลกเปลีย่ นความรอนทีท่ อ ทางออกไอเสียของเตาเผารีดปลาย B และทํา
การหุม ฉนวนทออากาศทีท่ าการอุ

น แลวดวยฉนวนใยแกวทีค่ วามหนา 1 นิว้ ซึง่ จะทําใหอณ
ุ หภูมทิ เี่ ขาหัวเผามีอณ
ุ หภูมสิ งู ขึน้
ซึง่ จะสงผลใหไดความรอนเพิม่ ขึน้ และประสิทธิภาพการเผาไหมดขี นึ้

รูปกอนการปรับปรุง

รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน
51,900
บาท
ผลการประหยัดพลังงาน
เชื้อเพลิงที่ประหยัดได 6,349 ลิตรตอป หรือคิดเปนเงินที่ประหยัดได 107,936 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน
0.48 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษัท สามมิตรโอโตพารท จํากัด
135 หมู 12 ถ.เพชรเกษม ต.ออม
นอย อ.กระทุมแบน จ.สมุทรสาคร
มีแผนที่จะดําเนินการ

การปรับอัตราสวนการเผาไหม
บริษัท เอ็น แอนด เอ็น ฟูดส จํากัด
ประกอบกิจการผลิตอาหารกึง่ สําเร็จรูปแชแข็ง โดยมีการใชกา ซปโตรเลียมเหลวโดยนํามาเปนเชือ้ เพลิงสําหรับ
เตายาง Takoyaki ซึง่ แตเดิมในกระบวนการผลิต Takoyaki ในสวนของเตายาง ประกอบดวย อุปกรณ pipe burner มีความ
ยาว 80 cm. เจาะรู 2 แถวระยะหาง 2.54 cm.ขนาด ของรูทเี่ จาะ 1.5 mm. ขนาดของ Nozzle 1.0 mm. ลักษณะใตเตาเปด
โลง เตายางนีม้ กี ารใชพลังงาน 1.20 kg/hr/เตา จํานวน 85 เตา เกิดการเผาไหมไมสมบูรณเนือ่ งจากอัตราสวนระหวางกาซ
กับอากาศไมสมดุลกัน ซึง่ สังเกตจากเปลวไฟเปนสีแดง ดังนัน้ บริษทั จึงไดทากรณี
ํ ศกึ ษาและไดนาเสนอเข

าทีป่ ระชุมประจํา
เดือนเกีย่ วกับการปรับอัตราสวนการเผาไหมของเตายาง Takoyaki ซึง่ จะชวยใหสามารถลดการใชพลังงานลง และชวยลด

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

85

ตนทุนในการผลิต ซึง่ คิดเปนผลการประหยัดรวมถึงการอนุรกั ษพลังงานและยังชวยลดผลกระทบตอสิง่ แวดลอมนับวา เปน
ผลตอบแทนคุม คาอยางสูง โดยไดดาเนิ
ํ นการปรับปรุงอัตราสวนการเผาไหมหรือปรับปรุงประสิทธิภาพการเผาไหม ดวยการ
เพิม่ ขนาด nozzle จาก 1.0 mm. เปน 1.5 mm.และใสแผนฉนวนกันความรอน

รูปกอนการปรับปรุง

รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน
219,300
บาท (จํานวน 85 เตา)
ผลการประหยัดพลังงาน
เชือ้ เพลิงทีป่ ระหยัดได 102,000 kg./ป คิดเปนพลังงานทีป่ ระหยัดได 5,123,460 MJ/ป หรือคิดเปนเงินที่
ประหยัดได 1,634,040 บาท/ป
ระยะเวลาคืนทุน
0.14 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษัท เอ็น แอนด เอ็น ฟูดส จํากัด
5/7-8 ถนนเศรษฐกิจ หมู 4 ต.นาดี อ.เมือง
จ.สมุทรสาคร 74000
มีแผนที่จะดําเนินการ

การอุนเชื้อเพลิงเหลว
บริษัท เอ็น แอนด เอ็น ฟูดส จํากัด
ประกอบธุรกิจผลิตอาหารกึง่ สําเร็จรูปแชแข็ง
การใชพลังงานความรอนของโรงงานจะเปนการใชหมอไอนํา้
ใชเชือ้ เพลิงนํามั
้ นเตาเกรดซี เพือ่ ผลิตไอนํา้ 7 barg โดยหมอไอนําดั
้ งกลาวมีขนาด 3 ตันไอนําต
้ อชัว่ โมง มีการอุน นํามั
้ นเตา
0
กอนใชงานอุน ดวยฮีตเตอรไฟฟาขนาด 11 kW อุณหภูมใิ ชงานที่ 120 C แตเดิมในระบบจายเชือ้ เพลิงของโรงงานไปยังตัว
หมอไอนํายั
้ งไมไดอนุ นํามั
้ น ในหองควบคุมหมอไอนํามี
้ condensate เสียทิง้ ทีถ่ งั พักจายไอกอนเขาสูภ ายในอาคารผลิต ดังนัน้
โรงงานจึงไดทากรณี
ํ ศกึ ษาเกีย่ วกับการนําความรอนเสียทิง้ จาก condensate กลับมาใชประโยชน โดยนําความรอนดังกลาวมา
ใชในการใหความรอนกับนํามั
้ นเตากอนเขาสูก ระบวนการสันดาป โดยคาดหวังวาลดการใชพลังงานไฟฟาที่ฮตี เตอรไฟฟา ซึง่
ทางทีมงานพิจรณาแลวเห็นวาทําใหลดตนทุนในการผลิตได ซึง่ หากคิดผลการประหยัดพลังงานทีไ่ ดรวมกับการชวยลดผล
กระทบทางดานสิง่ แวดลอมแลวเห็นวา มีผลตอบแทนการลงทุนทีค่ มุ คาเปนอยางมาก โดยคิดทีจ่ ะเปลีย่ นถังพักนํามั
้ นเตาใหม
2
พรอมอุน นํามั
้ นกอนนําไปใชงาน การออกแบบถังอุน นํามั
้ นเตา 50 ลิตร มีพนื้ ผิวทัง้ หมอ 1.75 m มีความหนา 2 หุน
(1/4") เทากับ 0.635 cm. โดยใช condensate ทัง้ หมดมาอุน นํามั
้ นเตา โดยออกแบบเปน jacket ดังรูป

86

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

รูปถังเก็บนํ้ามันเตา 50 ลิตร

รูปกอนปรับปรุง
รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 42,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน 351,265 บาท
ระยะเวลาคืนทุน 0.11 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษัท เอ็น แอนด เอ็น ฟูดส จํากัด
5/7-8 ถนนเศรษฐกิจ หมู 4 ต.นาดี อ.
เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
มีแผนที่จะดําเนินการ

การอุนเชื้อเพลิงเหลวดวยไอนํ้า
บริษัท อําพลฟูดส โพรเซสซิ่ง จํากัด
ลักษณะการใชพลังงานในสวนของกระบวนการผลิต โรงงานใชหมอไอนํ้าที่ใชนํ้ามันเตา เกรด C เพื่อผลิตไอ
นํ้าที่ความดันสูงสุดเทากับ 10 barg โดยหมอไอนํ้ามีกําลังการผลิตเทากับ 6.8 ตันตอชั่วโมง มีการใชนํ้าซอฟทในการ
ปอนเขาสูหมอไอนํ้า
แตเดิมโรงงานมีระบบนํามั
้ นปอนเขาสูห วั เผา โดยใชเกียรปม ดูดนํามั
้ นจากถังเก็บนํามั
้ นชัว่ คราว จากนัน้ จะเขาสู
เครือ่ งแลกเปลีย่ นความรอนแบบทอ เพือ่ อุน นํามั
้ นโดยทีม่ กี ารใชฮตี เตอรไฟฟาเปนตัวใหความรอนแกนาํ้ ทีค่ วบคุม
0
้ นจะถูกสงไปยัง preheater ของหัวเผาเพือ่ ทําใหนามั
ํ้ นมีอณ
ุ หภูมสิ งู ขึน้ จนถึงประมาณ 110
อุณหภูมไิ วที่ 65 C จากนัน้ นํามั
องศาเซลเซียส กอนทีจ่ ะถูกฉีดเขาสูห อ งเผาไหมดว ยปม แรงดันสูง โดยทีม่ กี ารควบคุมการปริมาณอากาศทีใ่ ชในการเผา
ไหมแบบ modulate โดยทีก่ ารฉีดพนนํามั
้ นจะขึน้ อยูก บั โหลดการใชงานของไอนําที
้ ใ่ ชในกระบวนการผลิต
แตทางโรงงานเล็งเห็นวานาจะมีการนําความรอนจากไอนํามาทํ
้ าการอุนนํ้ามันเชื้อเพลิงกอนฉีดเขาหองเผาไหม
ทดแทนการใชฮตี เตอรไฟฟา เนือ่ งจากตนทุนคาเชือ้ เพลิงถูกกวาไฟฟาและยังเปนการใชพลังงานความรอนจากการผลิตของ
หมอไอนําเองมาใช

ประโยชน ดังนัน้ โรงงานจึงตอทอไอนําจากระบบจ

ายไอของหมอไอนําเข
้ าสูเ ครือ่ งแลกเปลีย่ นความรอน

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

87

ดวยเครือ่ งแลกเปลีย่ นความรอนแบบเปลือก โดยทีใ่ หไอนําไหลอยู

ภ ายในทอซึง่ เมือ่ มีการแลกเปลีย่ นความรอนแลวจะกลัน่
ตัวกลายเปนนําโดยการใช

สตีมแทรปในการระบายนําทิ
้ ง้ ไปและมีการควบคุมการฉีดไอนําเข
้ าสูเ ครือ่ งแลกเปลีย่ นความรอน
ดวยวาลวควบคุมอุณหภูมิ แตโรงงานจําเปนจะตองคงเก็บฮีตเตอรไวใชในกรณีเมือ่ มีการเริม่ ตนจุดเตาเนือ่ งจากยังไมมไี อนํา้
มาใชงาน แตเมือ่ สามารถผลิตไอนําได
้ เองก็สามารถปดฮีตเตอรและกลับมาใชไอนําในการอุ

น เชือ้ เพลิงทดแทนการใชไฟฟา
ผลตอบแทน
เงินลงทุน 30,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
ประหยัดคาใชจาย เมื่อใชไอนํ้าแทนการใช
ไฟฟา 22,468 บาท/ป
ระยะเวลาคืนทุน 1.33 ป

ขอมูลบริษัท บริษัท อําพลฟูดส โพรเซสซิ่ง จํากัด
57 หมูที่ 3 ต.กระทุมลม อ.สามพราน
จ.นครปฐม 73220
ความคืบหนาการดําเนินการ
ดําเนินการแลว

การเปลี่ยนหัวเผา
บริษัท ยันมาร เอส.พี. จํากัด
ประกอบธุรกิจผลิตเครื่องยนตดีเซล สวนของการใชพลังงานความรอน โรงงานจะนํามาใชในกระบวนการอบ
สีใหแหง ซึ่งแตเดิม ในหองอบสีจะใชหัวเผา KANSAI รุน PLG 50 1.15 Kw ซึ่งสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงมาก และมี
เขมาออกมาเปนจํานวนมาก ซึ่งเมื่อทําการปรับจูนหัวเตาเผา ก็ไมสามารถแกไขปญหาที่เกิดขึ้นได ดังนั้นโรงงานจึงแก
ไขปญหาโดยเปลี่ยนหัวเผา โดยใชหัวเผารุน CIB PG 60 1.1 Kw ซึ่งทําใหประหยัดนํ้ามันกาดได

รูปกอนการปรับปรุง

88

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 300,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
ประหยัดนํ้ามันกาดประมาณ 120 ลิตรตอเดือน คิดเปนเงิน 3,760 บาทตอเดือน
ระยะเวลาคืนทุน 6.66 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษัท ยันมาร เอส.พี. จํากัด
109 หมู 9 ถนนฉลองกรุง แขวงลําปลาทิว
เขตลาดกระบัง กรุงเทพ 10520
ดําเนินการแลว

การใชนํ้า RO เพื่อลดการ Blow down
บริษัท โตไก อิสเทิรน รับเบอร (ประเทศไทย) จํากัด
ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นสวนยานยนต เฉพาะยาง(rubber) การใชพลังงานความรอน โรงงานจะนําความรอนที่
ผาน heat exchanger เพื่ออุน/อบชิ้นงาน ซึ่งกอนการปรับปรุงกระบวนการผลิต มีการใชอุปกรณพลังงานคือ Boiler
ขนาด 2.4 ton/hr 9 barg ซึ่งใชนํ้ามัน Diesel 7,990 ลิตรตอเดือน1 และทําการ Blow down ทุก 1 ชม. โดยอุณหภูมิ
ํ้ อเชือ้ เพลิง 14/1 บริษทั จึงมีการนํานําผ
้ านระบบ reverse osmosis มาใชเพือ่ ลดการ
นําป
้ อน 100 oC. สัดสวนการใชนาต
blow down ดวยการตอทอนํ้าจากระบบ RO เขาระบบนํ้าปอนของหมอไอนํ้า โดยถายนํ้าในถัง feed และทําความ
สะอาดระบบ นอกจากนั้นโรงงานไดสงตัวอยางนํ้าในหมอไอนํ้าไปวิเคราะหคุณภาพนํ้า หลังการเดินเครื่องทุก 1 เดือน

รูปกอนการปรับปรุง

1

ราคานํ้ามันดีเซล 28.01 บาทตอลิตร (เดือนสิงหาคม 2549)

รูปหลังการปรับปรุง

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

89

ผลตอบแทน
เงินลงทุน ผลประหยัดพลังงาน
ประหยัดพลังงาน 13,195.4 MJ/เดือน คิดเปนเงิน 2,819 บาทตอเดือน
ระยะเวลาคืนทุน “0” เนื่องจากไมไดใชเงินลงทุน(ระบบ ROมีอยูแลว)
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั โตไก อิสเทิรน รับเบอร
(ประเทศไทย) จํากัด
111/3 หมู. 2 ถ.ซอยนิคม 13 ต.มะขามคู
กิง่ อําเภอนิคมพัฒนา จ.ระยอง 21180
ดําเนินการแลว

การใชนํ้าที่ผานระบบนาโนมาใชในระบบหมอไอนํ้า
บริษัท เท็คซปอรตไทย จํากัด
ประกอบธุรกิจฟอก ยอม กรอเสนดาย ลักษณะการใชพลังงานความรอนของโรงงานนั้นใชหมอไอนํ้าซึ่งใชนํ้า
มันเตาซีเปนเชื้อเพลิง ไอนํ้าที่ผลิตไดจะถูกนํามาใชในกระบวนการยอม โดยเปนการเพิ่มอุณหภูมิ ใหเครื่องยอม และ
เนื่องจากหมอไอนํ้าเปนเครื่องจักรที่มีความสําคัญมากในระบบโรงงานที่ตองใชความรอน ดังนั้นเพื่อใหการทํางานของ
หมอนํ้าเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใชงานของหมอไอนํ้า และมีความปลอดภัย จําเปนตองควบคุม
ปจจัยตางๆที่มีผลตอหมอไอนํ้า ซึ่งปจจัยหนึ่งที่สําคัญและมีความจําเปนมากก็คือ นํ้า ซึ่งถาสามารถควบคุมคุณภาพ
ของนํ้าที่ใชไดจะทําใหหมอไอนํ้ามีการทํางานที่มีประสิทธิภาพ
นํา้ ดิบ

กรองทราย

กรองเรซิน

หมอไอนํ้า

นํ้าดิบ

กรองทราย

กรองเรซิน

MF = Microfiltration

ถังพัก
หมอไอนํ้า

ขั้นตอนกอนการปรับปรุง

NF = Nanofiltration

ขั้นตอนหลังการปรับปรุง

โดยจากระบบเดิมที่ใชนํ้าบาดาลจายใหกับหมอไอนํ้า โรงงานจึงทําการปรับปรุงดวยการติดตั้งเครื่องกรองนํ้า
ในระบบ microfiltration และ nanofiltration เพื่อนํามาใชทดแทนในระบบกรองทรายแบบเกา เมื่อติดตั้งแลวได
ดําเนินการทดสอบและวัดคาที่จําเปนตางๆ ซึ่งผานมาตรฐาน ดังรูปที่ 1 และ 2

รูปที่ 1 เครื่องกรอง Microfiltration

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 750,000 บาท

รูปที่ 2 เครื่องกรอง Nanofiltration

90

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

ผลประหยัดพลังงาน
ประหยัดปริมาณเชื้อเพลิงประมาณ 14,850 ลิตรตอป
ประหยัดคาใชจาย 187,060 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 4.01 ป
ขอมูลบริษัท

บริษทั เท็คซปอรตไทย จํากัด

ความคืบหนาการดําเนินการ

เลขที่ 11 หมู 1 ต.บางเตย อ.สามพราน
จ.นครปฐม 73210
ดําเนินการแลว

การปรับลด pressure steam ใหเหมาะสมกับการใชงาน
บริษัท พรีเซิรฟฟูดสเปเชียลตี้ จํากัด
ประกอบกิจการผลิตอาหารอบแหง โรงงานนีม้ กี ารใชพลังงานความรอนโดยผลิตไอนําที
้ ค่ วามดัน 15 barg โดยใช
หมอไอนํา้ ขนาด 6 ตันตอชม. โดยไอนําที
้ ผ่ ลิตไดจะนําไปใชทกี่ ระบวนการผลิตอบแหงอาหารประเภทตางๆ ซึง่ เครือ่ งจักร
หรืออุปกรณไอนําที
้ ใ่ ชมี 3 กลุม ดวยกัน คือ กลุม ที1่ : กระบวนการผลิตฟรีสดราย มีชดุ เครือ่ งจักร processing ประกอบไป
ดวยเครือ่ งลวก ตูน งึ่ หมอสตรีมแจคเกท และชุดเครือ่ งจักรฟรีสดรายประกอบไปดวยระบบการแลกเปลีย่ นความรอน โดย
ใชนาร
ํ้ อนหรือนํามั
้ นแลกเปลีย่ นความรอน และระบบการละลายนําแข็
้ ง ดวยนําร
้ อน กลุม ที2่ : กระบวนการผลิตแอรดราย
ประกอบดวยชุดเครือ่ งอบแหงผลิตภัณฑดว ยลมรอนจากคอลยสตรีมจะประกอบไปดวยตูอ บแหงทัง้ หมด 16 ตูอ บ และกลุม
ที่ 3: กระบวนการผลิตสเปรยดราย ประกอบดวยชุด processing ประกอบไปดวยชุดหมอกวน หมอสตรีมแจคเกต และชุด
สเปรยดราย ใชลมรอนจาก coil heater (ไอนํา)

จากการสํารวจสภาพการใชพลังงาน พบปญหาการเปดใชไอนําในอุ
้ ปกรณความรอนในสายการผลิตเกินความจํา
เปน ไดแก steam jacket จํานวน 8 ใบ ในสายการผลิตฟรีสดราย บวม เนือ่ งจากพนักงานมีการเปดใชแรงดันไอนําสู
้ งกวา
ตัวถังจะทนแรงดันได เครือ่ งลวกแบบ 3 ตะกรา ทีค่ วบคุมการยกตะกราดวยกระบอกลม มีการใชไอนําเกิ
้ นความจําเปนคือ
เปดใชไอนําที
้ ่ 6 บาร ไมไดถกู ลดแรงดันลงเหลือแรงดันทีเ่ หมาะสมกอนเขาเครือ่ งลวก ดังนัน้ จึงดําเนินการปรับลดแรงดัน
ไอนํา้ 2 บริเวณดวยกันคือ (1)ทีห่ มอ steam jacket ทัง้ 8 ใบ ดําเนินการติดตัง้ safety valve ทีห่ มอตม โดยปรับวาลวให
ระบายไอนําออกที

่ 2 barg และอบรมพนักงานใหมกี ารเปดใชงานที่ 1–1.5 barg ไมเกิน 2 bargพรอมทํา เครือ่ งหมาย ที่
ตัว pressure gauge ที่ 2 barg และ (2) เครือ่ งลวกแบบ 3 ตะกรา ติดตัง้ reducing valve ขนาดชวงปรับจาก 10–3 barg
โดยปรับลดการใชแรงดันจากเดิม 5 barg เปน 3 barg

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

กอนปรับปรุง

91

กอนปรับปรุง

หลังการปรับปรุง

หลังการปรับปรุง
การปรับปรุงเครือ่ งลวกแบบ 3 ตะกรา

การปรับปรุงหมอ steam jacket

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 750,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
ลดความสูญเสียไอนํ้าได 260 ลิตร ตอวัน หรือคิดเปนเงิน 1,076,715 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 20 วัน
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษัท พรีเซิรฟฟูดสเปเชียลตี้ จํากัด
77 ม.6 ถ.พระราม 2 ต.โคกขาม อ.
เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
ดําเนินการแลว

การปรับปรุงคุณภาพนํ้าปอนหมอไอนํ้าดวยระบบ RO
บริษัท ลําสู
่ ง(ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)
เปนโรงงานสกัดนํามั
้ นปาลมดิบ ลักษณะการใชพลังงานความรอนของโรงงานจะเปนการผลิตไอนําที
้ ค่ วามดัน 24.5
barg โดยหมอไอนํามี
้ ขนาด 30 ตันไอนําต
้ อชัว่ โมง และใชใยปาลมเปนเชือ้ เพลิง ไอนําที
้ ผ่ ลิตไดใชในการผลิตกระแสไฟฟา
สําหรับใชในโรงงานโดยการใช steam turbine ขนาด 1500 KW ซึง่ ไอนําที
้ ผ่ า น turbine จะมีความดันลดลงเหลือ 3 barg จะ
ถูกนําไปใชในกระบวนการผลิต ไดแก การนึง่ ผลปาลม การสกัดนํามั
้ นปาลม อุน นํามั
้ นปาลม อบเมล็ดในปาลม
จากระบบผลิตไอนําของโรงงานพบว

ามีการสูญเสียพลังงานไปกับการโบลวดาวนสงู รวมทัง้ สูญเสียนําที
้ ไ่ ดจากการ
ปรับสภาพแลว กลาวคือ นําป
้ อนทีใ่ ชทหี่ มอตมไอนําจะถู
้ กบําบัดเพือ่ ลดความกระดางโดยใชระบบ Softener ซึง่ คุณภาพนํา้
ปอนมีคา ความนําไฟฟา ประมาณ 500 µS/cm และโรงงานควบคุมคาความนําไฟฟ
้ าของนําในหม

อนําที
้ ่ 5,000 µS/cm
และตองทําการโบลวดาวนตลอดเวลาโดยเปดวาลวไวทปี่ ระมาณ 10 % และอัตราการโบลวดาวนเฉลีย่ อยูท ปี่ ระมาณ 12 %
ซึง่ มีอตั ราทีค่ อ นขางสูง ทําใหสญ
ู เสียพลังงาน ดังนัน้ โรงงานจึงทําการศึกษาเกีย่ วกับการปรับปรุงคุณภาพนําป
้ อนเพือ่ ใหมคี า

92

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

ความนําไฟฟาตํา่ ทําใหประหยัดเชือ้ เพลิงจากการลดการสูญเสียความรอนจากการโบลวดาวนและประหยัดการใชนาจากการ
ํ้
ลดลงของโบลวดาวน โดยการพิจารณาใชระบบนํา้ Reverse Osmosis (RO) แทนการใชระบบ softener

รูปขั้นตอนระบบนํ้าปอนหมอไอนํ้ากอนการปรับปรุง

รูปขั้นตอนระบบนํ้าปอนหมอไอนํ้าหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน ประมาณ 3,000,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
ปริมาณเชื้อเพลิงที่ประหยัดได 1,781,280 กิโลกรัมตอป คิดเปนเงิน 152,006.4 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 19.7 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั ลําสู
่ ง(ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)
99/9 หมู 2 ถ.สิเกา-ควนกุน ต.กะลาเส
อ.สิเกา จ.ตรัง 92150
ไมมีแผนที่จะดําเนินการ

การปรับลด pressure steam ทีช่ ดุ อุน อากาศของ primary fan กอนเขาหองเผาไหมที่หมอไอนํา้
บริษัท ลําสู
่ ง(ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)
ในระบบผลิตไอนํ้ามีพัดลมเปาอากาศที่ใชในการเผาไหมอยู 2 ตัว คือ primary fan และ secondary fan ซึ่ง
พัดลมชุดแรกหรือ primary fan ติดตั้งเขาระบบอุนอากาศกอนเขาหองเผาไหม เพื่อชวยในการเผาไหมใหสมบูรณยิ่ง
ขึ้น โดยการใชไอนํ้าจากระบบ main steam ที่ผลิตได คือ ความดัน 24.5 บาร มาอุนอากาศที่ชุด heater ซึ่งใชทอสง
ขนาดเสนผานศูนยกลาง 2 นิ้ว และมีอัตราการใชไอนํ้าที่ 0.636 kg/s หรือ 2.29 m3/hr. ซึ่งเปนอัตราที่สูงมาก
ทางโรงงานจึงเปลี่ยนมาใชไอนํ้าจาก back pressue steam ซึ่งเปนไอนํ้าที่ผานการใชที่ turbine ซึ่งมีความดัน
3 barg มาใชอุนอากาศที่ primary fan แทนการใชไอนํ้าที่แรงดัน 24.5 barg เพื่อลดการใชไอนํ้า โดยทําการศึกษา
เปรียบเทียบในเรื่องการลดลงของปริมาณความรอนที่ถายเทใหอากาศ กับการลดลงของปริมาณความรอนที่ตองใชใน
การผลิตไอนํ้า รวมถึงปริมาณนํ้าที่ลดลง และความแตกตางของปริมาณเชื้อเพลิง

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

93

ถัง back pressure
ทอไอนํา้ จาก back
pressure ขนาด 2 นิว้
ความดัน 3.0 barg

รูปกอนการปรับปรุง

รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 13,800 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
คิดเปนเงินที่ประหยัดได 184,180 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 0.07 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั ลําสู
่ ง(ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน)
99/9 หมู 2 ถ.สิเกา-ควนกุน ต.กะลาเส
อ.สิเกา จ.ตรัง 92150
ดําเนินการแลว

การนํา Condensate กลับมาปอนเขาหมอไอนํ้า
บริษัท ลีพัฒนาผลิตภัณฑ จํากัด (มหาชน)
ประกอบธุรกิจผลิตอาหารสัตว ลักษณะการใชพลังงานความรอนในโรงงานมีการใชหมอไอนํา้ ขนาด 10 ตัน
ไอนําต
้ อชัว่ โมง โดยใชเชือ้ เพลิงแข็ง (ถานหิน กะลาปาลม) ผลิตไอนําที
้ ค่ วามดัน 7 barg ซึง่ ในปจจุบนั จายไอนําเฉลี
้ ย่ 6.5
ตันตอชัว่ โมง โดยจายไปตามทอสงไปยังอุปกรณใชไอนํา้ ไดแก ตูอบอาหาร ซึง่ เปนการใชแบบไมผสม จึงทําใหมี
condensate ในระบบมากพอสมควร ดังนัน้ โรงงานจึงไดพิจารณาหาแนวทางนําความรอนสวนนี้กลับมาใชงาน โดยนํา
มาผสมกับนํ้าเติมเขาหมอไอนํ้า ซึ่งเดิมมีเพียงนํ้าที่ผานการหลอเย็นจากเครื่องจักรเทานั้นที่นํากลับมาผสมกับนํ้าดิบ
เพื่อสงไปยังถังนํ้ารอนกอนปอนเขาหมอไอนํ้า ซึ่งมีแนวทางดําเนินการตามรูป

94

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

แผนผังกระบวนการผลิตและใชไอนํ้าเดิมกอนปรับปรุง
ไอนํา้ สําหรับอุนนํ้าปอน

นํา้ จากการหลอเย็น

ถังนํ้าปอน ปมนํ้า

อุปกรณใชไอนํ้า
แบบไมผสม

ถังนํ้ารอน ปม นํ้ารอน
(Deaerater)

หมอไอนํ้า 10 ตัน

อุปกรณใช
ไอนํา้ แบบผสม

Dryer
Steam trap

Blow down

Condensate

ปอนเขาหมอไอนํ้า

Condensate จากตูอบ
(Dryer )

ถัง Condensate รวมกับ
นํา้ หลอเย็น

ถัง Deaerater ใชนํ้าจาก
ถัง Condensate

แผนผังและรูปกระบวนการผลิตและใชไอนํ้าหลังปรับปรุง
ผลตอบแทน
เงินลงทุน 171,560 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
ปริมาณเชื้อเพลิงที่ประหยัดได 351,492 กิโลกรัม/ป
คาเชื้อเพลิงที่ประหยัดได 847,095 บาทตอป
เมื่อราคาถานหิน (Bituminous ) เทากับ 2.41 บาทตอกิโลกรัม
ระยะเวลาคืนทุน 0.20 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั ลีพฒ
ั นาผลิตภัณฑ จํากัด (มหาชน)
65 ม. 2 ต.หวยทาชาง อ.เขายอย จ. เพชรบุรี
76140
ดําเนินการแลว

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

95

การนํา Condensate กลับมาใช
บริษัท เอ็น แอนด เอ็น ฟูดส จํากัด
ประกอบกิจการผลิตอาหารกึ่งสําเร็จรูปแชแข็ง ในขัน้ ตอนการเตรียมวัตถุดบิ มีการใชถงั ตมขนาด 100 ลิตร
จํานวน 2 ใบ หรือใชเครือ่ งผสมขนาด 300 ลิตร จํานวน 1 เครือ่ ง เพือ่ ใชในปรุงอาหารหรือใชลวกผัก โดยใชไอนําแลก

0
0
เปลีย่ นความรอนแบบ jacket 2 ชัน้ ในการทําใหความรอนของนําที
้ ม่ อี ณ
ุ หภูมเิ ริม่ ตน 30 C ใหเปนอุณหภูมิ 138 C ซึง่ จะ
0
ทําใหอณ
ุ หภูมใิ นถังตัมหรือเครือ่ งผสมมีอณ
ุ หภูมเิ ปน 100 C ทําใหภาชนะดังกลาวมี condensate หรือความรอนเสียทิง้
0

100 ลิตร จํานวน 1
210 ลิตร/ชม. ทีอ่ ณ
ุ หภูมิ 78 C ดังนัน้ โรงงานจึงปรับปรุงกระบวนการผลิต โดยสรางถังเก็บนําขนาด
0
้ บ่ รรจุภายในถังตมหรือเครือ่ งผสม กอน
ใบ เพือ่ นําความรอนเสียทิง้ หรือนําร
้ อนทีม่ อี ณ
ุ หภูมิ 78 C มาใชใน preheat นําที
การนําไปปรุงอาหาร โดยถังเก็บนําติ
้ ดตัง้ ไวใกลกบั ถังตมหรือเครือ่ งผสม ทัง้ นีเ้ พือ่ ลดการสูญเสียความรอนในการเดินทาง

ถังนํ้า

Preheat

condensate นํ้าทิ้ง

ทอนํ้าใชปรุงอาหาร

รูปกอนการปรับปรุง

ถังตั ม

เครืเครื
่องผสม
่อง

รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 8,500 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
ลดการสูญเสียพลังงาน 154,713 MJ/ป เทากับลดการสูญเสียนํ้ามันเตา 4,409 ลิตรตอป
ลดคาใชจาย 74,204 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 0.11 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษัท เอ็น แอนด เอ็น ฟูดส จํากัด
5/7-8 ถนนเศรษฐกิจ หมู 4 ต.นาดี อ.เมือง
จ.สมุทรสาคร 74000
ดําเนินการแลว

96

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

การนํา Condensate จาก Steam Trap กลับมาใช
บริษัท สหอุตสาหกรรมนํ้ามันปาลม จํากัด (มหาชน)
โรงงานมีการใชหมอไอนําแบบ

water tube โดยใชเสนใยจากผลปาลม ทีเ่ รียกวา ไฟเบอรเปนเชือ้ เพลิงในการผลิต
ไอนําที
้ ค่ วามดัน 20 barg โดยหมอไอนํามี
้ ขนาด 20 ตันตอชัว่ โมง และ 13.6 ตันตอชัว่ โมง อุณหภูมไิ อนําที
้ ผ่ ลิตจะอยูท ี่
0
้ ง้ สองใชทอ main รวมกัน ปริมาณการใชไอนําของหม

อไอนําทั
้ ง้ สอง
ประมาณ 250 C ซึง่ เปน superheat steam หมอไอนําทั
รวมกันประมาณ 24 ตันตอชัว่ โมง เพือ่ นําไปใชกบั steam turbine ขนาด 1,200 kW และ 850 kW สําหรับผลิตกระแสไฟ
ฟาใชในโรงงาน สํานักงาน และ exhaust ทีอ่ อกจาก steam turbine ความดันประมาณ 3 barg นําไปใช (1)นึง่ ผลปาลมเพือ่
หยุดยัง้ เอนไซนตา งๆในผลปาลม (2)อุน ใหความรอนกับนํามั
้ นปาลมใหแตกตัวแยกชัน้ กับสลัดจ (3)อบเมล็ดในใหแหง
ไอนํ้าเมื่อนําไปใชงานจะเกิดเปน condensate ซึ่งจะถูกระบายออกที่กับดักไอนํ้า ไหลลงสูรางระบายนํ้าตาม
จุดตางๆ และเนื่องจากยังไมมีการนํา condensate กลับไปใชงาน อีกทั้ง condensate ที่ถูกระบายทิ้งนั้นมีความดันสูง
ซึ่งเมื่อถูกปลอยสูบรรยากาศจะทําใหเกิดไอแฟลชจํานวนมากสงผลใหสภาวะแวดลอมในการทํางานไมเหมาะสม เกิด
ความรอน อีกทั้งสูญเสียตนทุนในการผลิตไอนํ้าโดยใชเหตุ โรงงานจึงนํา condensate ทีป่ ลอยทิง้ ไปกลับมาใชจงึ เปนการ
ชวยใหเกิดการประหยัดคานํา้ คาสารเคมีปรับสภาพนํา้ คาบําบัดนํา้ พลังงานความรอนและทําใหทศั นวิสยั ในการทํางานดี
ขึน้ การปรับปรุงกระบวนการผลิตเริม่ จากทําการสํารวจจุดทีป่ ลอย condensate ทิง้ และจุดทีจ่ ะนํา condensate กลับไปใช
งานได จากนัน้ ทําการวางแผนปรับปรุงตามแผนงาน ซึง่ พบจุดปลอย condensate ทิง้ ทีส่ ามารถกลับมาใช ไดแก จุดแผนก
กะเทาะ แผนกนํามั
้ น แผนกหมอไอนํา้ และแผนกหองเครือ่ ง

แผนกกะเทาะ

แผนกนํ้ามัน

แผนกBoiler

แผนกหองเครื่อง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 100,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
สามารถประหยัดนํ้าได 4,350 M3/ป คิดเปนเงิน 44,260 บาท/ป
ระยะเวลาคืนทุน 2.25 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั สหอุตสาหกรรมนํามั
้ นปาลม จํากัด
(มหาชน)
98 ม.6 ต.หวยยูง ถ.เหนือคลอง-เขาพนม
อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ 81130
มีแผนที่จะดําเนินการ

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

97

การปรับปรุงกับดักไอนํ้า
บริษัท สหอุตสาหกรรมนํ้ามันปาลม จํากัด (มหาชน)
ประกอบธุรกิจผลิตนํ้ามันปาลมดิบจากผลปาลมสด ปจจุบันกระบวนการผลิตของโรงงานมีการใชไอนํ้าตาม
แผนกตางๆ และไอนํ้าเมื่อนําไปใชงานจะเกิดเปน condensate ซึ่งจะถูกระบายออกที่กับดักไอนํ้า ไหลลงสูรางระบาย
นํ้าตามจุดตางๆ เนื่องจากยังไมมีการนํา condensate กลับไปใชงาน อีกทั้ง condensate ที่ถูกระบายทิ้งนั้นมีความดันสูง
ซึ่งเมื่อถูกปลอยสูบรรยากาศจะทําใหเกิดไอแฟลชจํานวนมากสงผลใหสภาวะแวดลอมในการทํางานไมเหมาะสม เกิด
ความรอน ดังนั้นโรงงานจึงสํารวจ steam trap ในโรงงานทุกตัววาแตละตัวสภาพการทํางานเปนอยางไร แลวทําการแก
ไขปรับปรุงตัวที่ชํารุด โดยพบวา มี steam trap ที่ใชงานไมไดมีจํานวน 8 ตัว จากแผนก boiler แผนกหองเครื่อง แผน
นํ้ามัน แผนกกะเทาะ และแผนก tank farm ดังนั้นจึงดําเนินการเปลี่ยน steam trap ที่รั่วและเปลี่ยนวาลวที่รั่ว และเดิน
ทอ steam tap ใหม
ผลตอบแทน
แผนก Boiler

แผนกนํ้ามัน

แผนกหองเครื่อง

เงินลงทุน 120,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
สามารถประหยัดพลังงาน
961,520 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 0.12 ป

คิดเปนเงิน

แผนกกะเทาะ

แผนก tank farm

ขอมูลบริษัท บริษัท สหอุตสาหกรรมนํ้ามันปาลม จํากัด
(มหาชน) 98 ม.6 ต.หวยยูง ถ.เหนือคลองเขาพนม อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ 81130
ความคืบหนาการดําเนินการ มีแผนที่จะดําเนินการ

การปรับปรุงกับดักไอนํ้าในโรงงาน
บริษัท พรีเซิรฟฟูดสเปเชียลตี้ จํากัด
กับดักไอนํ้า ถือวาเปนอุปกรณไอนํ้าที่มีบทบาทสําคัญมากในระบบไอนํ้า กับดักไอนํ้าที่เหมาะสมจะชวยให
ประสิทธิภาพโดยรวมของระบบไอนํ้าดีขึ้น มีความทนทานมากขึ้น และยังสงผลใหเกิดการประหยัดพลังงาน และลด
การสูญเสียไอนํ้า การเลือกขนาดกับดักไอนํ้าใหเหมาะสมตองคํานึงถึงปริมาณคอนเดนเสทที่เกิดขึ้นและตองการกําจัด
ออกจากระบบเปนหลัก ถากับดักไอนํ้าที่ไดรับการติดตั้งเล็กเกินไป คอนเดนเสทก็จะสะสมแลวไหลยอนกลับไปปดกั้น
การไหลของไอนํ้าที่จะไปยังกระบวนการแลกเปลี่ยนความรอน กับดักไอนํ้าที่ใหญเกินไปก็จะสึกกรอนกอนเวลาอันควร
ดังนั้นโรงงานจึงทําการตรวจเช็คสตรีมแทรป ทั้งหมด 48 จุดในสายการผลิต

98

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 155,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
ลดการสูญเสียไอนํ้า 167.52 ลิตร/วัน คิดเปนเงิน
691,020 บาท/ป
ระยะเวลาคืนทุน 0.224 ป หรือ 2.7 เดือน

ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษัท พรีเซิรฟฟูดสเปเชียลตี้ จํากัด
77 ม.6 ถ.พระราม 2 ต.โคกขาม อ.
เมือง จ.สมุทรสาคร 74000
ดําเนินการแลว

กับดักไอนํ้า
บริษัท ชารเตอรพริ้นท จํากัด
เปนโรงงานพิมพผา โดยลักษณะการใชพลังงานเปนการใชหมอไอนําขนาด

5.5 ตันไอนําต
้ อชัว่ โมง ใชนามั
ํ้ นเตาซี
เพือ่ ผลิตไอนําที
้ ค่ วามดัน 8 barg ไอนําที
้ ผ่ ลิตไดใชในขบวนการอบผา fix สี ซักผา โดยมีอปุ กรณใชไอนําแบบผสมโดยตรง

และแบบไมผสมโดยตรง อุปกรณทใี่ ชไอนําแบบไม

ผสมโดยตรงจะมีกบั ดักไอนํา้ ซึง่ มีทงั้ หมด 72 ตัว เพือ่ นํานํา้ condensate
กลับมาอุน นําป
้ อนหมอไอนําในถั
้ ง deaerator แตพบวาในสวนตรงนีม้ ี steam flash ออกทางทอระบายอากาศมากผิดปกติ
สันนิษฐานวาพนักงานคงเปดวาลวบายพาสทิง้ ไวจงึ ทําการตรวจสอบระบบ ไมพบวามีการเปดวาลวทิง้ ไว จึงสันนิษฐานวากับ
ดักไอนําหรื
้ อวาลวบายพาสชํารุด แตไมสามารถรูว า ตัวไหนชํารุด จึงทําการสํารวจเพือ่ ตรวจสอบการทํางานของ steam trap
โดยการใชเครือ่ งมือวัดการรัว่ แบบอุลตราโซนิคในการตรวจสอบ การตรวจสอบพบวา จากกับดักไอนํา้ 72 ตัว มีเพียง 57 ตัว
ทีม่ กี ารทํางานไดถกู ตอง ทําใหมปี ริมาณการสูญเสียทัง้ หมด 84.59 kg/hr. คิดเปนคาใชจา ยทีส่ ญ
ู เสียทัง้ หมด 758,191.67
บาท/ป จึงทําการปรับเปลีย่ นอุปกรณทชี่ ารุ
ํ ด

รูปกอนการปรับปรุง

รูปหลังการปรับปรุง

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

99

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 93,124.24 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
ประหยัดพลังงาน 758,191.67บาท /ป
ระยะเวลาคืนทุน 0.12 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั ชารเตอรพริน้ ท จํากัด
389 หมู 2 ซ.เจริญรัชดา ถ.เศรษฐกิจ ต.
ออมนอย อ.กระทุม แบน จ.สมุทรสาคร
74130
มีแผนที่จะดําเนินการ

การสูญเสียความรอนจากการรั่วไหลของ กับดักไอนํ้า
บริษัท ลีพัฒนาผลิตภัณฑ จํากัด (มหาชน)
ในกระบวนการผลิตอาหารปลาจะใช dryer เปนตัวอบและไลความชืน้ ออกจากอาหาร โดยใชความรอนจากไอนํา้
ทีค่ วามดัน 7 barg ในลักษณะ indirect heat ไอนําที
้ ผ่ า นการใชงานจะคลายความรอนกลัน่ ตัวกลายเปนนํา้ ถูกนํากลับไปใช
งานใหมอกี ครัง้ โดยมีกบั ดักไอนํา้ เปนตัวระบาย condensate และสงไปยัง condensate tank เพือ่ ปอนเขาหมอไอนําขนาด

10
ตัน อีกครัง้ ทางโรงงานมีการตรวจสอบการทํางานของกับดักไอนํา้ รุน FT14–10 DN 25 ของ Spirax sarco (ball float
mechanical type steam trap size 1 inch) พบมีการรัว่ ไหลจํานวน 4 ตัว ความดันไอนําที
้ จ่ า ยเขา dryer 7 barg Steam trap
size 1 inch (25 mm.) มีขนาดของรู orifice 7.5 mm. จึงดําเนินแกไขการรัว่ ไหลของกับดักไอนําดั
้ งกลาว
Dryer

ทอรวม Condensate

Steam trap FT14-10 DN 25

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 56,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน ลดการสูญเสียไอนํ้า 908 ตันตอป คิดเปนเงินที่ประหยัดได 279,772.41 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 0.2 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั ลีพฒ
ั นาผลิตภัณฑ จํากัด (มหาชน)
65 ม. 2 ต. หวยทาชาง อ. เขายอย จ. เพชรบุรี
76140
ดําเนินการแลว

100

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

หุมฉนวนทอ
บริษัท โตไก อิสเทิรน รับเบอร (ประเทศไทย) จํากัด
การใชพลังงานความรอน โรงงานจะนําความรอนที่ผาน heat exchanger เพื่ออุน/อบชิ้นงาน เดิมการติดตั้ง
ระบบทอไอนํ้า จะไมมีการหุมฉนวนตามวาลวและขอตอตางๆ หมอไอนํ้าใชนํ้ามันดีเซล2 ซึ่งมีประสิทธิภาพ 80% ชั่ว
โมงการทํางาน 7,700 ชม.ตอป เกิดการสูญเสียความรอน 1,657,260 เมกกะจูลตอป หลังติดตั้งฉนวนความรอน
การสูญเสียความรอนเหลือเพียง 146,030 เมกกะจูลตอป คิดเปนผลการประหยัดได 1,511,230 เมกกะจูลตอป

Supply pipe

รูปกอนการปรับปรุง

รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 27,000 บาท
ผลประหยัดพลังงาน 45,770 ลิตรตอป หรือคิดเปนเงิน 1,282,090 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 0.02 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

2

ราคา 28.01 บาทตอลิตร (เดือนสิงหาคม 2549)

บริษทั โตไก อิสเทิรน รับเบอร (ประเทศไทย) จํากัด
111/3 หมู. 2 ถ.ซอยนิคม 13 ต.มะขามคู
กิง่ อําเภอนิคมพัฒนา จ.ระยอง 21180
มีแผนที่จะดําเนินการ

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

101

การหุมฉนวนทอ
บริษัท ยูเนี่ยนไพโอเนียร จํากัด (มหาชน)
ประกอบธุรกิจผลิตสายยางยืดทอ สายยางยืดถัก เสนยางยืด และแถบยางยืด โรงงานมีการใชหมอไอนําเพื
้ อ่ ผลิต
ไอนําที
้ ค่ วามดัน 8 barg โดยไอนําที
้ ผ่ ลิตไดจะนําไปใชในกระบวนการผลิต โดยมีระบบสงจายไอนํา้ ทอ วาลว และหนาแปลน
เพือ่ สงไอนําไปใช
้ ใหความรอนในหมออบยาง (vulcanizing Pan) เพือ่ อบยางใหมอี ณ
ุ หภูมสิ งู ขึน้ แตทอ วาลว และหนาแปลน
ของระบบสงจายไอนําบางส

วนทีไ่ มไดหมุ ฉนวน สงผลใหเกิดการสูญเสียความรอนใหกบั บรรยากาศ อีกทัง้ ทําใหไอนํานั
้ น้ เปยก
มากขึน้ เนือ่ งจากสูญเสียความรอน โดยอุปกรณทใี่ ชไอนําที
้ ค่ วรปรับปรุง คือ ทอสงไอนําที
้ ห่ มออบยาง จํานวน 16 เครือ่ ง ขนาด

้ ่
ทอ 1" (25 มม.) ความยาวรวม 54.4 ม. (3.4 ม. x 16 เครือ่ ง) อุณหภูมผิ วิ 165 C. ทางโรงงานจึงหุม ฉนวนทอสงไอนําที
3
หมออบยาง จํานวน 16 เครือ่ ง โดยหุม ฉนวนใยแกวความหนาแนน 64 kg/m และมีอลูมเิ นียมฟอยลดา นนอก
อลูมิเนียมฟอยล

ฉนวนใยแกว

ทอเมน 3 "

ไอนํ้า
ทอ 1 " L = 3.40 ม.

175 ºC

หมออบยาง
หมออบยาง = 16 เครือ่ ง

อุณหภูมิอากาศแวดลอม
39 ºC

อุณหภูมิผิวฉนวนความ
48 ºC

หุมฉนวนใยแกวและ
อลูมิเนียมฟอยล

อุณหภูมิอากาศแวดลอม
ไอนํ้า
175 บ
C

390C
อุณหภูมิผิวทอ
165 0C

รูปกอนการปรับปรุง

รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 27,962 บาท
ผลประหยัดพลังงาน 49,690 บาทตอป
ระยะเวลาคืนทุน 0.56 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั ยูเนีย่ นไพโอเนียร จํากัด (มหาชน)
ง.1 หมู 13 ถ.เสรีไทย แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี
กรุงเทพฯ 10510
ดําเนินการแลว

102

บทที่ 1 หมอไอนํ้าและระบบสงจายหมอไอนํ้า

การหุมฉนวนทอและอุปกรณ
บริษัท ชารเตอรพริ้นท จํากัด
โรงงานมีการใชหมอไอนํ้าขนาด 5.5 ตันไอนํ้าตอชั่วโมง ใชนํ้ามันเตาซีเพื่อผลิตไอนํ้าที่ความดัน 8 barg
หมอไอนํ้าจะสงไอนํ้าผานระบบทอจายไอนํ้าไปยังอุปกรณใชไอนํ้า ระบบทอจายไอนํ้าไดทําการหุมฉนวนเพื่อปองกัน
การสูญเสียความรอนผานพื้นผิว โดยทั่วไปฉนวนความรอนจะมีอายุการใชงานนานประมาณ 5-15 ป ซึ่งขึ้นอยูกับ
ชนิดและสภาพการติดตั้งใชงาน ระบบทอสงจายไอนํ้า เมื่อใชงานหลายประบบทอจายไอนํ้าเกิดการรั่วหรือประเก็น
เสื่อม จําเปนตองถอดฉนวนหุมทอออกเพื่อทําการซอมแซม เมื่อทําการซอมเสร็จแลวก็ไมใสฉนวนกลับเขาตามเดิม
อาจเปนเพราะฉนวนเสื่อมสภาพจากการโดนนํ้าที่เกิดจากการรั่วไหลของไอนํ้า หรือมีการติดตั้งระบบทอจายไอนํ้าไป
ยังอุปกรณใชไอนํ้าที่ติดตั้งใหมแตยังไมไดหุมฉนวน
ทางโรงงานไดทํากรณีศึกษาเกี่ยวกับการสูญเสียความรอนทางพื้นผิว การหุมฉนวนกันความรอนจะสงผลให
ลดการสูญเสียทางพื้นผิวของวัตถุไดประมาณ 95% จึงไดทําการสํารวจจุดที่ยังไมมีการหุมฉนวนและจุดที่ฉนวนมีการ
เสื่อมสภาพ
ตัวอยางทอ
สตรีมที่ติดตั้ง
ใหมยังไม
หุม ฉนวน

รูปกอนการปรับปรุง

รูปหลังการปรับปรุง

ผลตอบแทน
เงินลงทุน 18,505 บาท
ผลประหยัดพลังงาน
เชื้อเพลิงที่ประหยัดได 21,559.26 ลิตร/ป คิดเปนเงินที่ประหยัดได 337,402.42 บาท/ป
ระยะเวลาคืนทุน 0.05 ป
ขอมูลบริษัท

ความคืบหนาการดําเนินการ

บริษทั ชารเตอรพริน้ ท จํากัด
389 หมู 2 ซ.เจริญรัชดา ถ.เศรษฐกิจ ต.ออมนอย
อ.กระทุม แบน จ.สมุทรสาคร 74130
ดําเนินการแลว

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful