ภาคผนวก: กรณีตัวอยาง

การประยุกตใชกิจกรรมกลุมยอยกับการจัดการพลังงานในประเทศญี่ปุน

โรงงาน A ไดตรวจสอบการใชพลังงานของโรงงาน ซึ่งพบวา โรงงานมีการใช
พลังงานไฟฟาในปริมาณมาก ซึ่งเปนผลใหเกิดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด(CO2)
เปนจํานวนมาก ดังนั้นโรงงานจึงไดดําเนินการอนุรกั ษพลังงานภายในโรงงาน โดยกําหนด
นโยบายดังนี้
1.

ลดการปลอยกาซคารบอนไดออกไซด

2.

ลดตนทุนดานพลังงาน

เพื่อใหการดําเนินงานเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ โรงงานจึงจัดทํากิจกรรมกลุมยอย
ขึ้น โดยมีการดําเนินการตางๆ ดังตอไปนี้
1. การจัดตั้งคณะกรรมการอนุรักษพลังงาน
ไดจัดตั้งคณะกรรมการอนุรักษพลังงานภายในโรงงาน โดยแบงการปรับปรุงออกเปน
2 สวนคือ
(1) สวนหลักในการปรับปรุง (อุปกรณใหม) ฝายเทคโนโลยีการผลิตชิ้นสวน (สวน
การผลิตแมพิมพ สวนรักษาความรอน เปนตน) และฝายเทคโนโลยีการผลิตขั้นที่
2 (สวนประกอบชิ้นสวน) มีบทบาทหลักในการวิเคราะหขอมูล วางแผนการ
ตรวจวัด ปรับปรุง และดําเนินการตามแผน
(2) สวนยอยในการปรับปรุง (อุปกรณที่มีอยูแลว) ฝายเทคโนโลยีของโรงงานจะ
เปนสวนหลักในการวิเคราะหขอมูล วางแผนการตรวจวัด ปรับปรุง และ
ดําเนินการตามแผน

-1-

ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร อ นุ รั ก ษ พ ลั ง ง า น

อ นุ ก ร ร ม ก า ร ภ า ย ใ น โร ง ง า น

อุ ป ก ร ณ ใ ห ม

-

อุ ป ก ร ณ ที่ มี อ ยู แ ล ว

ฝ า ย เท ค โน โล ยี ข อ ง โร ง ง า น

ฝ า ย เท ค โน โล ยี ก า ร ผ ลิ ต ชิ้ น ส ว น
ฝ า ย เท ค โน โล ยี ก า ร ผ ลิ ต ขั้ น ที่ 2
ฝ า ย สิ่ ง แ ว ด ล อ ม

-

ฝ า ย วิ ศ ว ก ร ร ม
ฝ า ย ค ว บ คุ ม คุ ณ ภ า พ
ฝ า ย ผ ลิ ต ขั้ น ที่ 2
ฝ า ย ผ ลิ ต ขั้ น ที่ 1

รูปที่ ก-1: การจัดตั้งคณะกรรมการอนุรักษพลังงาน
2. ประชุมปรึกษาหารือ/ศึกษาปญหาและแนวทางแกไข
เมื่อจัดตั้งคณะกรรมการอนุรักษพลังงานและแบงบทบาทหนาที่ในการดําเนินงานแลว ได
จัดประชุมเพื่อศึกษาปญหาและแนวทางแกไข โดยไดรวบรวมขอมูลและวิเคราะหการใชพลังงาน
ของโรงงาน และวิเคราะหการใชพลังงานไฟฟาในอุปกรณตางๆ

รูปที่ ก-2: วิเคราะหการใชพลังงานไฟฟาในอุปกรณตางๆ

-2-

ซึ่งพบวา อุปกรณเกี่ยวกับความรอนจะมีการใชพลังงานไฟฟาสูง คิดเปนรอยละ 51
ของการใชพลังงานไฟฟาทั้งหมด จากนั้นจึงตรวจสอบการใชพลังงานไฟฟาของอุปกรณความรอน
ตางๆ (ตารางที่ ก-1) ซึ่งพบวา เตาหลอมเก็บความรอนและสวนชุบโลหะเปนอุปกรณที่มี
สัดสวนหนวยพลังงานตอกําลังไฟฟาสูง โดยเฉพาะเตาหลอมเก็บความรอนซึ่งมีสัดสวนหนวย
พลังงานตอกําลังไฟฟาสูงที่สุด ดังนั้นจึงเลือกเตาหลอมเก็บความรอนเปนอุปกรณที่จะปรับปรุง
เปนลําดับแรก
ตารางที่ ก-1: สัดสวนหนวยพลังงานตอกําลังไฟฟาของอุปกรณความรอนตางๆ
เครื่องจักร

ประเภท

Heater power

ลําดับการดําเนินการ

กําลังไฟฟา*

capacity ratio

อนุรักษพลังงาน

เตาหลอมเก็บความรอน

A

32

1

สวนชุบโลหะ

A

18

2

เครื่องทําความสะอาด

C

14

3

เครื่องขึ้นรูป

C

3.6

4

หมายเหตุ *: A คือ มากกวา 100 kW, B คือ 40~100 kW, C คือ 20~40 kW และ D
คือ ต่ํากวา 20 kW ตอหนวย
โรงงานจึงทําการสํารวจการปลดปลอย CO2 ตอเมกะแคลอรี่ (รูปที่ ก-3) และ
ตนทุนของพลังงานประเภทตางๆ ตอเมกะแคลอรี่ (รูปที่ ก-4)

รูปที่ ก-3: การปลดปลอยกาซคารบอนไดออกไซดตอเมกะแคลอรี่
-3-

คาใชจา
ยตอ
พลังงาน
พลังงานไฟฟามี
เปลี่ยนเปนพลังงานชนิดที่มี

รูปที่ ก-4: การสํารวจตนทุนพลังงานประเภทตางๆ ตอเมกะแคลอรี่
ในการพิจารณาเปลีย่ นแหลงพลังงานนั้น นอกจากจะพิจารณาจากการปลดปลอย CO2
และตนทุนตอหนวยแคลอรี่แลว ยังตองพิจารณาปจจัยดานอื่นๆ ประกอบกัน เชน ความปลอดภัย
ความสามารถในการดําเนินการ ความนาเชื่อถือและตนทุนเดิม เปนตน (รูปที่ ก-5)

การปลดปลอย CO2
ความปลอดภัย

ตนทุนเดิม

ตนทุนตอ
หนวยแคลอรี่

ความ
นาเชื่อถือ

น้ํามันเชื้อเพลิง A
ไฟฟา
กาซ

3 คะแนน: ดี
2 คะแนน: ปานกลาง
1 คะแนน: พอใช

ความสามารถ
ในการดําเนินการ

รูปที่ ก-5: ปจจัยที่ควรพิจารณาในการเลือกแหลงพลังงาน

-4-

3. จัดทําแผนงาน
จากการพิจารณาปจจัยในการเปลี่ยนแหลงพลังงานขางตนพบวา ควรจะเปลี่ยน
แหลงพลังงานจากไฟฟาเปนแกสเพื่อใชสําหรับเตาหลอมหมายเลข 1 และทําการทดสอบกับ
เตาหลอมหมายเลข 2 ซึ่งจากการดําเนินการพบปญหาตางๆ ดังนี้
ปญหาที่ 1: เตาหลอมแกสเกิดการสูญเสียแกสจากการเผาไหมมากกวาเตาหลอม
ไฟฟาและไดผลประสิทธิภาพต่ํากวาเตาหลอมไฟฟา
ปญหาที่ 2: เตาหลอมแกสมีปญ
 หาในเรื่องของการปลอยรังสีความรอนออกมาสูงจาก
ผนังเตา และอุณหภูมิของผนังเตาสูง
จากปญหาดังกลาว โรงงาน A จึงจัดทําแผนงานและตั้งเปาหมายในการเพิม่
ประสิทธิภาพการใชพลังงานจาก 48% เปน 59% (49,000 เปน 60,000 กิโลแคลอรี)่ โดยมี
รายละเอียดดังนี้
เปาหมาย 1: ลดการสูญเสียแกสจากการเผาไหมจาก 37% เปน 26% (38,000
เปน 27,000 กิโลแคลอรี่)
เปาหมาย 2: ลดอุณหภูมิผนังเตาลง (จาก 900ซ. เปน 800ซ.)
4. ดําเนินการตามแผน
ปญหาที่ 1 การสูญเสียแกสจากการเผาไหมมากกวาเตาหลอมไฟฟาและไดผลประสิทธิภาพ
ต่ํากวาเตาหลอมไฟฟา
เตาหลอมนี้ใชเชื้อเพลิงแกสในการเผาไหมอากาศซึ่งกอใหเกิดควันเสียที่มีอณ
ุ หภูมิสูง
(900 ซ. หรือสูงกวานั้น) โดยการไหลผานความรอนภายในชองวางของทอทรงกระบอกภายใน
และภายนอกไปสูตวั แลกเปลี่ยนความรอน ซึ่งแกสสวนนี้ถูกปลอยออกมาที่อุณหภูมิ 5000ซ.
จากการวิเคราะหหาสาเหตุ พบปญหาและวิธีการแกไขคือ
0

ปญหา:

มีพื้นที่ความรอนนอย
การนําความรอน
กลับมาใชใหมมีจํากัด พื้นที่จํากัด

-5-

แผนการ:

ใชหัวเผาใหมเพื่อเปลี่ยนเตาเก็บความรอนเปนเตาหลอมแกส

ดําเนินการตามแผน:

เตาหลอมเก็บความรอนหมายเลข 1 ถูกเปลี่ยนจากเตาหลอมไฟฟา
เปนเตาหลอมกาซ

ความรอนจากไอเสียจะ
ถูกเก็บไวใน
heat
storage และสงตอไยัง
combustion air

รูปที่ ก-6: การเปลี่ยนหัวเผาจาก radiant tube เปน regenerative burner
ปญหาที่ 2 เตาหลอมแกสมีปญหาในเรื่องของการปลอยรังสีความรอนออกมาสูงจากผนังเตา
และอุณหภูมิของผนังเตาสูง
ทําการตรวจวัดอุณหภูมิผิวผนังเตาหลอมแกสหมายเลข 2 และตั้งสมมติฐานการ
กระจายของอุณหภูมิผนังเตาแตละสวน ซึ่งพบวา
-

คาเฉลี่ยการกระจายของอุณหภูมิผนังเตาอยูที่ 900ซ.

- การกระจายของอุณหภูมิผนังเตาแตละสวนคํานวณไดโดยคาสัมประสิทธิ์ตานทานความรอน

-6-

Intermediate door

Gas heater

จุดวัด 9 จุด
ที่ผนังพื้นผิว

จุดวัดอุณหภูมิพื้นผิวของผนังดานใน

การกระจายตัวของอุณหภูมิผนังเตา
ภาพตัดขวางการกระจายตัวของอุณหภูมิผนังเตา

รูปที่ ก-7: การศึกษาอุณหภูมิผนังเตาหลอม
จากการวิเคราะหหาสาเหตุ พบปญหาและวิธีการแกไขตางๆ ดังนี้
ปญหาที่ 2.1 :

รังสีความรอนทําใหเกิดรอยแตกในอิฐ

แผนการ :

ศึกษาหาวัสดุที่ทนความรอนและขยายหรือหดตัวไดตามอุณหภูมิ

ดําเนินการตามแผน :

นําวัสดุที่ผา นการคัดเลือกมาใชในการทําอิฐสําหรับเตาหมายเลข 1

รูปที่ ก-8: การศึกษาหาวัสดุที่ทนความรอนหรือหดตัวไดตามอุณหภูมิ
ปญหาที่ 2.2 :

บอรดกันความรอนทนตอความรอนไดนอย

แผนการ :

ศึกษาหาวัสดุที่มีคา สัมประสิทธิ์ตานทานความรอนสูง
-7-

ดําเนินการตามแผน:

นําวัสดุที่ผา นการคัดเลือกมาใชในการทําบอรดกันความรอนสําหรับ
เตาหมายเลข 1

รูปที่ ก-9: ศึกษาหาวัสดุที่มีคาสัมประสิทธิ์ตานทานความรอนสูง
5. นําเสนอผลงาน
ผลจากการดําเนินการตามแผน
1) การกระจายของอุณหภูมิภายในเตาหลอม
การกระจายความรอนภายในเตาหลอมอยูในเกณฑมาตรฐานหลังจากเปลี่ยน
จากเตาหลอมไฟฟาเปนเตาหลอมกาซ
ตรงตามมาตรฐานทั้งกอนและหลังการ
เปลี่ยนแปลง

วัดทั้ง 9 จุดใน
เวลาเดียวกัน
การกระจายตัวของอุณหภูมิที่พนื้ ผิวดานในตรงตามมาตรฐาน
หลังจากที่เปลี่ยนจากที่ใชเตาหลอมไฟฟาเปนเตาหลอมกาซ

รูปที่ ก-10: การกระจายของอุณหภูมิภายในเตาหลอม

-8-

2) อุณหภูมิของกาซ
คาเฉลี่ยอุณหภูมิของแกสที่ไดจากการเผาไหมอยูที่ 3000ซ.

คาเฉลี่ยอุณหภูมิของกาซที่ไดจากการเผาไหมตกลงมา

รูปที่ ก-11: อุณหภูมิของแกสจากการเผาไหมจากหัวเผา radiant tube และ regenerative burner
ผลจากการดํา เนิ น การตามแผน
1) อุณหภูมิผนังเตาหลอม
หลังการปรับปรุง อุณหภูมิผนังเตาจะลดลงจาก 900ซ. ไปสู 760ซ.

รูปที่ ก-12: อุณหภูมิผนังเตาหลอม
2) การกระจายตัวของอุณหภูมิผนังเตาหลอมแตละสวน
หลังจากเปลี่ยนวัสดุที่ใชทําบอรดกันความรอนเปน microterm แลวผลปรากฎ
วา ความทนทานตอความรอนเพิ่มขึ้นและอุณหภูมิผนังเตาดานนอกลดลงจาก 900ซ. เปน 800ซ.

-9-

รูปที่ ก-13: การกระจายตัวของอุณหภูมิผนังเตาหลอมแตละสวน
6. การประเมินผลงาน
1) ประสิทธิภาพความรอน

ความรอนสูญเสียที่ผนังเตาและอื่นๆ

ความรอนสูญเสียที่ผนังเตาและอื่นๆ

กาซรอนสูญเสีย

กาซรอนสูญเสีย

รูปที่ ก-14: ประสิทธิภาพความรอน
การเพิ่มประสิทธิภาพเปน 59% ประสบผลสําเร็จเปนอยางดีซึ่งเกินกวาเปาหมาย
ที่ตั้งไว โดยผลของประสิทธิภาพเพิม่ ขึน้ จาก 48% เปน 70% การแผรังสีความรอนจากผนังเตา
ลดลงจาก 15% เปน 10% และการสูญเสียกาซจากการเผาไหมลดลงจาก 37% เปน 20%

-10-

2) ตนทุนเชื้อเพลิง/การผลิต
ตนทุนเชื้อเพลิง = คาใชจายพลังงานที่ใหแกเตาเก็บรักษาความรอน
ผลผลิต
ผลผลิต

รูปที่ ก-15: ตนทุนเชื้อเพลิงตอการผลิต
ถาความเขมของพลังงานจากการใชเตาหลอมไฟฟาเปนรอยละ 100 ดังนั้น การใช
เตาหลอมแกสหมายเลข 2 (radiant tube) จะคิดเปนรอยละ 88 และการใชเตาหลอมแกสหมายเลข
1 (regenerative burner) จะเปนรอยละ 67
เมื่อเปรียบเทียบระหวางการผลิตโดยใชเตาหลอมเก็บรักษาความรอนกับการใช
พลังงานในรูปของน้ํามันเชื้อเพลิงและการปลอย CO2 ตอเดือนพบวา
(1) เตาหลอมหมายเลข 1 มีความตองการใชพลังงาน (ในรูปของปโตรเลียม) ตอการ
ผลิต 1 กิโลกรัม นอยที่สุด

รูปที่ ก-16: ความตองการใชพลังงาน
(2) ปริมาณการเกิด CO2 ตอกิโลกรัมของการผลิตของเตาหลอมหมายเลข 1 มีคานอยที่สุด
-11-

รูปที่ ก-17: ปริมาณการเกิด CO2 ตอกิโลกรัมของการผลิต
สรุป (ผลจากการเปลี่ยนเตาหมายเลข 1 จากเตาหลอมไฟฟาเปนเตาหลอมแกส)
-

การใชพลังงานตอกิโลกรัมของการผลิตลดลง 36%

-

การปลดปลอยกาซ CO2 ตอกิโลกรัมของการผลิตลงลง 48%

-

ตนทุนดานพลังงานลดลง 33% (ลดลง 11,000,000 เยน/ป)

-

ความรวมมือของบริษัทกาซและผูรบั เหมาในการเปลี่ยนเตาหมายเลข 1 เปนเตา
หลอมกาซ ทําใหบริษัทบรรลุผลสําเร็จเกินกวาเปาหมายที่ตั้งไว

7. การใหรางวัล
จากการดําเนินงานที่ประสบผลสําเร็จเปนอยางดีและเกินกวาเปาหมายที่กาํ หนด
ไว โรงงาน A ไดใหรางวัลแกพนักงานเพื่อเปนขวัญและกําลังใจในการทํางานและการอนุรักษ
พลังงานตอไป

-12-