หน่วยที่ 2

คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา

1. ความหมายของคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
ปั จจุบันมีคำาศัพท์ท่ีเกี่ยวข้องระหว่าง

คอมพิวเตอร์และการศึกษาคือ "คอมพิวเตอร์
ศึกษา" (Computer Education) หมายถึง
การศึกษาหาความร้้เกี่ยวกับศาสตร์ด้าน

คอมพิวเตอร์ เช่น การเขียนภาษาโปรแกรมต่าง
ๆ การผลิต การใช้ การบำารุงรักษา

เครื่องคอมพิวเตอร์ (Hardware) และซอฟแวร์
(Software) รวมถึงการศึกษาวิธีการใช้ระบบ
คอมพิวเตอร์เพื่อกิจการด้านต่าง ๆ

สรุปแล้วการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา คือ

การนำาคอมพิวเตอร์มาใช้ในกิจการด้านการศึกษา
ประกอบด้วยงานหลัก 4 ระบบ

1. คอมพิวเตอร์เพื่อบริหารการศึกษา

(Computer for Education Administration)

เป็ นการนำาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการบริหารงาน
ด้านต่าง ๆ เช่น การบริหารงานด้านการศึกษา

ประกอบด้วยคร้ ผ้เ้ รียน และเจ้าหน้าที่บุคลากร
ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ เป็ นต้น

2. คอมพิวเตอร์เพื่อบริการการศึกษา

(Computer for Education Service) หมายถึง
การบริการการศึกษา ด้านต่าง ๆ เช่น การ
บริการสารสนเทศการศึกษา

3. คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนการสอน

(Computer Assisted Instruction) หมายถึง

การนำาคอมพิวเตอร์มาช่วยในกิจกรรมการเรียน
การสอนในเนื้ อหาวิชาต่างๆ

4. การร้้คอมพิวเตอร์ (Computer Literacy)

เป็ นการศึกษา การสอน/การฝึ กอบรมเกี่ยวกับ
ความร้ค
้ วามสามารถ และทักษะการใช้

คอมพิวเตอร์โดนตรงรวมทั้งการประยุกต์ใช้ และ
เจตคติต่อคอมพิวเตอร์และ ICT

ที่มา http://vod.msu.ac.th รศ.ดร.ไชยยศ เรือง
สุวรรณ

2. วัตถุประสงค์ของการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการ
ศึกษา

ในการนำาคอมพิวเตอร์มาใช้ในการศึกษาโดย
ทัว่ ไปมี 3 ลักษณะคือ

1.ใช้เพื่อทบทวนบทเรียน

2.ใช้เป็ นเครื่องมือในการเรียน
3.ใช้เป็ นเครื่องมือฝึ ก

ที่มา http://vod.msu.ac.th รศ.ดร.ไชยยศ เรือง
สุวรรณ

3. ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์
ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์

ส่วนประกอบทัว่ ไปของคอมพิวเตอร์จะประกอบ

ด้วยส่วนต่างๆ ดังนี้

1. หน่วยรับข้อม้ล input Unit เป็ นส่วนที่ทำา
หน้าที่รบ
ั ข้อม้ลเข้าส่้หน่วยประมวลผลกลาง
(CPU)

เพื่อทำาการประมวลต่อไป

2. หน่วยประมวลผลกลาง หรือ CPU (Central
Processing Unit) ทำาหน้าที่ในการประมวลผล
ข้อม้ล

เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ และทำาหน้าที่
ควบคุมการทำางานต่างภายในคอมพิวเตอร์

3. หน่วยแสดงผล Output Unit เป็ นหน่วยที่

แสดงผลลัพธ์จากการประมวลผลข้อม้ล ซึ่งมีร้ป
แบบการแสดง

ผลอย่้ 2 แบบ คือ แบบที่สามารถเก็บไว้ด้ภาย
หลังได้ และแบบที่ไม่มีสำาเนาเก็บไว้

ที่มา http://www.obec.go.th คร้สมเกียรติ แสน
ป้ อ

4. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

4.1. คอมพิวเตอร์ช่วยสอน หมายถึง

การนำาคอมพิวเตอร์มาใช้เป็ นเครื่องมือในการ
เรียนการสอน โดยที่เนื้ อหาวิชา แบบฝึ กหัด
และแบบทดสอบจะถ้กพัฒนาขึ้นในร้ปของ
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ลักษณะสำาคัญของ
เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยสอน คือ

1) สามารถเรียนแบบการสอนได้ และ

2) มีสมรรถภาพในการรวบรวมสารสนเทศและ
ข้อม้ลต่าง ๆ

4.2. หลักการของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
ประกอบด้วย

1. ใช้เป็ นรายบุคคล (Individualized) ไมโคร
คอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ออกแบบเพื่อใช้ส่วน

บุคคล นั บว่าเป็ นเครื่องมือที่ใช้ได้ผลดีท่ีสุด
2. มีการตอบโต้อย่างทันที (Immediate

Feedback)

3. เป็ นกระบวนการติดตามความก้าวหน้าของผ้้
เรียน (Track Learners Process)

4. ปรับให้ทันสมัยได้ง่าย (Each of Updating)

5. โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ไม่สามารถ
ทำางานได้ทุกอย่างเหมือนคน ด้วยเหตุน้ ี จึงนำา
มาเป็ นส่วนนึ่ งหรือช่วยสอนเท่านั้ น การแก้

ปั ญหาเหล่านี้ ขึ้นอย่้กับการเขียนโปรแกรมให้
สอดคล้องกับหลักจิตวิทยา

6. การเขียนโปรแกรมที่ดีต้องอาศัยความชำานาญ
อย่างมา

ที่มา http://vod.msu.ac.th รศ.ดร.ไชยยศ เรือง
สุวรรณ

5. การวัดประเมินผลคอมพิวเตอร์เพื่อการศึกษา
ในการวัดประเมินบทเรียน มีข้ ันตอนในการ
พิจารณาอย่้ 3 ขั้น คือ

1. การประยุกต์ใช้

1.1 บทเรียนนี้ ออกแบบและผลิตขึ้นมาเพื่อใช้ใน
หลักส้ตร

วิชาอะไรและในหลักส้ตรนี้ ผ้้เรียนจะได้รบ

ประโยชน์พิเศษเฉพาะ

จากบทเรียนนี้ อย่างไรบ้าง

1.2 บทเรียนนี้ บทบาททางการศึกษาอย่างไรบ้าง
เป็ นบทเรียนที่ใช้ในการเรียนการสอนโดยตรง
หรือเป็ นบทเรียนที่

ใช้ประกอบหรือเสริมการเรียนเท่านั้ น ถ้าบท
เรียนนี้

มีบทบาทเพียงเพื่อเสริมการเรียนการสอน มีส่ ือ
หรือ

กิจกรรมการสอนอื่นที่ออกแบบไว้ให้บทเรียน
สนั บสนุ นหรือไม่

1.3 บทเรียนนี้ ออกแบบมาสำาหรับผ้้เรียนนะดับ
ใด

และผ้้เรียนควรมีความร้้เบื้ องต้นระดับใดและ
อย่างไรบ้าง

1.4 บทเรียนนี้ ควรใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบ
ใด

2. การใช้โปรแกรม

2.1 ประสิทธิผลทางการเรียนการสอน การที่จะ
วัด

ประสิทธิผลทางการเรียนการสอนของบทเรียน
นั้ นเราจะต้อง

1) วิเคราะห์คุณลักษณะของบทเรียน

2) วิเคราะห์แนวปฏิบัติของคร้ในการใช้บทเรียน
นั้ น

3) ทบทวนประสิทธิผลของบทเรียนที่มีต่อการ
เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผ้้เรียนตามจุด
ประสงค์การเรียน

2.2 การบำารุงรักษาบทเรียน ในการประเมิน
เกี่ยวกับ

การบำารุงรักษาบทเรียนนี้ จะเน้นในเรื่องการ
ปรับปรุงบทเรียน

ให้เข้ากับสภาพการสอน ว่าทำาได้หรือไม่เพียงใด
ทั้งนี้ เนื่ องจาก มีบางบทเรียนที่เปิ ดโอกาสให้คร้
ดัดแปลงเพิ่มเติม

ตัดบางส่วนออกหรือจัดลำาดับใหม่ได้ เพื่อให้คร้
สามารถดัดแปลง

บทเรียน ให้สอดคล้องกับความสามารถของผ้้
เรียนบางคนได้

2.3 ความสะดวก ความสะดวกของบทเรียนในที่
นี้ หมายถึง

การที่เราสามารถใช้บทเรียนกับเครื่อง
คอมพิวเตอร์รุ่นต่างๆ ได้

เช่น เล่นได้ท้ ังเครื่อง XTAT และหรือจอภาพสี
3. ราคา

การเปรียบเทียบราคาของบทเรียน อาจจะ
พิจารณาได้ยาก

เพราะมีข้อจำากัดเช่น เรื่องเวลา ความต้องการใน
การใช้บทเรียน

และประสบการณ์ของผ้้ใช้เป็ นต้น นอกจากนั้ น
การผลิตบทเรียน

เรื่องเดียวกันจากผ้้ผลิตหลายๆ แหล่งนั้ นมีน้อย
ดังนั้ น การพิจารณาเปรียบเทียบในเรื่องราคา

ของบทเรียนจึงอย่้ในดุลยพินิจของผ้้ท่ีประสงค์
จะใช้บทเรียนนั้ นๆพิจารณาเอง

ที่มา http://vod.msu.ac.th รศ.ดร.ไชยยศ เรือง
สุวรรณ

เจ้าของบทความ

http://apportion.blogspot.com/2007/08/blogpost.html ขอขอบคุณครับ