http://surapong005.blogspot.

com/บล็อกครูพงศ์
อินเตอร์เน็ตเพื่อการศึกษา

เทคโนโลยี

สารสนเทศ

ได้กลายเป็ นปั จจัยสำาคัญอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาองค์กร
และสังคมในทุกๆ ส่วน อย่างที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้ นั บวันเทคโนโลยีดังกล่าว
ก็ย่ิงขยับเข้ามา

ใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกขณะ การพัฒนาทางการศึกษาในปั จจุบันมีการ
เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ทั้งในรูปแบบและขอบเขตของการศึกษาภายใต้การปฏิรูปทางการศึกษาตาม
เจตนารมณ์ของ

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ.2542 และความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยีสารสนเทศ

ได้เข้ามามีบทบาทสำาคัญเป็ นอย่างมากในการพัฒนาการศึกษาที่เกิดขึ้น โดย
เฉพาะอย่างยิ่ง 'อินเทอร์เน็ต'

ที่ชว่ ยขยายแหล่งความรู้น้ ั นให้กระจายไปยังเยาวชนนั กเรียนนั กศึกษา โดย
สามารถเข้าไปค้นคว้าด้วยตัวเอง

อย่างไร้ขีดจำากัด และขยายโอกาสการเรียนรู้ให้กระจายไปยังกลุ่มนั กเรียนที่
อยู่ในภูมิภาคห่างไกลด้วย

มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ระบุว่า การศึกษา
หมายถึง

กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการ
ถ่ายทอดความรู้ การฝึ กอบรม

การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างจรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การ

สร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อมสังคม
การเรียนรู้ และปั จจัยเกื้ อหนุ นให้บุคคลเรียนรู้อย่างผสานระหว่างการศึกษา
ในระบบ การศึกษานอกระบบ

และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อ
เนื่ องตลอดชีวิต

อินเทอร์เน็ตจึงเป็ นขุมความรู้ปริมาณมหาศาล และเป็ นเครื่องมือสื่อสาร
สืบค้นที่สะดวกรวดเร็วและไร้พรมแดน

สามารถเอื้ อให้เกิดการเรียนรู้จากทุกที่ไม่จำากัดแค่เพียงในห้องเรียน หรือใน
เวลาเรียนเท่านั้ น

จึงเป็ นการส่งเสริมให้เกิดการศึกษาทั้งในและนอกระบบ และตามอัธยาศัย

ที่สำาคัญยังเปิ ดกว้างสำาหรับทุกคนที่ต้องการศึกษาหาความรู้ ไม่ว่าจะอยู่ในวัย
ใดก็ตาม

ซึ่งเป็ นการสนั บสนุ นให้เกิดการศึกษาพัฒนาความรู้ตลอดชีวิตสอดคล้องกับ
พระราชบัญญัติ

อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา นั บได้ว่าเป็ นเครื่องมือที่สำาคัญอย่างยิ่งในการลด
ความเหลื่อมลำ้าทางการศึกษา

ระหว่างกลุ่มคนในสังคม และเป็ นการเพิ่มพูนการเรียนรู้ของบรรดานั กเรียน
ที่เตรียมพร้อมที่จะก้าวไปสู่การ

เป็ นบุคลากรที่เปี่ ยมด้วยความรู้ความสามารถ เพื่อเป็ นการผลักดัน
ประเทศไทยให้เข้าสู่สังคมแห่งปั ญญา

และความรู้ (Knowledge based Society) ในอนาคตข้างหน้า
สำาหรับประเทศไทย การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชน ยังปรากฏความ
ไม่เสมอภาคค่อนข้างชัด

อาจจะสืบเนื่ องมาจากข้อจำากัดทางทุนทรัพย์ ปั ญหาทางด้านการสื่อสาร หรือ
โทรคมนาคมพื้ นฐาน

การขาดความรู้ความเข้าใจ หรือไม่เล็งเห็นประโยชน์ซึ่งหากปั ญหาความไม่
เสมอภาคในเรื่องนี้

ยังไม่ได้รบ
ั การแก้ไขอย่างทันท่วงที ช่องว่างของโอกาสการเรียนรู้ของคน
ไทย และนั กเรียนจะกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเหลื่อมลำ้าทางด้านศึกษาเพิ่มมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็ นการสร้างความทัว่ ถึงและเท่าเทียมทางด้านการศึกษาให้

เกิดขึ้นในสังคมไทย และเป็ นการยกระดับการศึกษาของเด็กไทยให้ทัดเทียม
กับนานาประเทศ อีกทั้งยังเป็ นโครงการที่สนั บสนุ นการปฏิรูปการศึกษาไทย
ตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่มุ่งเน้นให้เด็กเป็ น

ศูนย์กลางการเรียนรู้ (Child Center) โดยมีครูอาจารย์คอยให้คำาแนะนำา และ

สนั บสนุ นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long Learning) เป็ นการพัฒนาบุคลากร
ไทยให้เป็ นบุคคลที่มีความสามารถและศักยภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาสังคม
และเศรษฐกิจไทยให้เจริญก้าวหน้าต่อไปในอนาคต
ที่มา
http://www.vcharkarn.com/varticle/39266