หน่ วยที่ 1

เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้
สำาหรับคร้

คำำว่ำ "เทคโนโลยี”(Technology) มำจำกรำกศัพท์

"Technic" หรือ "Techno" ซึ่งมีควำมหมำยว่ำ วิธีกำร

หรือกำรจัดแจงอย่ำงเป็ นระบบ รวมกับ "logy" ซึ่งแปลว่ำ
“ศำสตร์” หรือ “วิทยำกำร” ดังนั้ น คำำว่ำ "เทคโนโลยี"

ตำมรำกศัพท์จึงหมำยถึง ศำสตร์ว่ำด้วยวิธีกำรหรือศำสตร์

ที่ว่ำด้วยกำรจัดกำร หรือกำรจัดแจงสิ่งต่ำง ๆ เข้ำด้วยกัน
อย่ำงเป็ นระบบ เพื่อให้เกิดระบบใหม่และเป็ นระบบที่

สำมำรถนำำไปใช้ตำมวัตถุประสงค์หรือเจตนำรมณ์ท่ีต้ ังใจ
ไว้ได้ ซึ่งก็มีควำมหมำยตรงกับควำมหมำยที่ปรำกฏใน

พจนำนุ กรม คือ วิทยำศำสตร์ประยุกต์ ดังนั้ น เทคโนโลยี
กำรศึกษำจึงเป็ นกำรจัดแจงหรือกำรประยุกต์หลักกำรทำง
วิทยำศำสตร์กำยภำพมำใช้ในกระบวนกำรของกำรศึกษำ

ซึ่งเป็ นพฤติกรรมศำสตร์ โครงสร้ำงมโนมติของเทคโนโลยี
กำรศึกษำจึงต้องประกอบด้วย มโนมติทำง

วิทยำศำสตร์กำยภำพ มโนมติทำงพฤติกรรมศำสตร์ โดย
กำรประสมประสำนของมโนมติอ่ ืนที่เกี่ยวข้อง ตัวอย่ำง

เช่น กำรประยุกต์หลักกำรทำงวิทยำศำสตร์กำยภำพทำง
วิศวกรรมและทำงเคมีได้เครื่องพิมพ์และหมึกพิมพ์

สำมำรถผลิตหนั งสือตำำรำต่ำงๆ ได้ และจำกกำรประยุกต์
หลักพฤติกรรมศำสตร์ทำงจิตวิทยำ จิตวิทยำกำรเรียนร้้
ทฤษฎีกำรเรียนร้้และหลักควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล

ทำำให้ได้เนื้ อหำในลักษณะเป็ นโปรแกรมขั้น ย่อย ๆ จำก
ง่ำยไปหำยำก เมื่อรวมกันระหว่ำงวิทยำศำสตร์กำยภำพ

และพฤติกรรมศำสตร์ในตัวอย่ำงนี้ ทำำให้เกิดผลิตผลทำง
เทคโนโลยีกำรศึกษำขึ้น คือ "ตำำรำเรียนแบบโปรแกรม"

อีกตัวอย่ำงหนึ่ งกำรประยุกต์วิทยำศำสตร์กำยภำพ
เกี่ยวกับแสง เสียงและอิเล็กทรอนิ กส์บนพื้ นฐำนทำง
คณิ ตศำสตร์ ใช้ระบบเลขฐำนสองทำำให้ได้เครื่อง

คอมพิวเตอร์ เมื่อประสมประสำนกับผลกำรประยุกต์ทำง
พฤติกรรมศำสตร์ท่ีเกี่ยวข้องกับจิตวิทยำกำรเรียนร้้

ทฤษฎีกำรเรียนร้้ หลักควำมแตกต่ำงระหว่ำงบุคคล หลัก
กำรวิเครำะห์งำน และทฤษฎีส่ ือกำรเรียนกำรสอนแล้ว

ทำำให้ได้ผลผลิตทำงเทคโนโลยีกำรศึกษำ คือ คอมพิวเตอร์
ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction: CAI)

จำกข้อพิจำรณำดังกล่ำวข้ำงต้นจะเห็นได้ว่ำ ควำม

หมำยของเทคโนโลยีกำรศึกษำมีสองลักษณะที่เน้นหนั ก
แตกต่ำงกัน คือ

1. เทคโนโลยีกำรศึกษำ หมำยถึง กำรประยุกต์หลัก

กำรวิทยำศำสตร์กำยภำพและวิศวกรรมศำสตร์ให้เป็ นวัสดุ
เครื่องมือ และอุปกรณ์ต่ำง ๆ ที่สำมำรถนำำมำใช้ในกำร

เสนอ แสดง และถ่ำยทอดเนื้ อหำทำงกำรศึกษำได้อย่ำงมี
ประสิทธิภำพ ควำมหมำยนี้ พัฒนำมำจำกควำมคิดของ
กลุ่มนั กโสต-ทัศนศึกษำ

2. เทคโนโลยีกำรศึกษำมีควำมหมำยโดยตรงตำม
ควำมหมำยของเทคโนโลยี คือ ศำสตร์แห่งวิธีกำร หรือ
กำรประยุกต์วิทยำศำสตร์มำใช้ในกำรศึกษำ โดยคำำ

ว่ำ”วิทยำศำสตร์”ในที่น้ ี มุ่งเน้นที่วช
ิ ำพฤติกรรมศำสตร์

เพรำะถือว่ำพฤติกรรมศำสตร์เป็ นวิทยำศำสตร์แขนงหนึ่ ง
เช่นเดียวกับวิชำฟิ สิกส์ เคมี ชีววิทยำ เป็ นต้น
ที่มา :

http://www.nmc.ac.th/database/file_science/unit1.doc

บทคัดย่อ
เทคโนโลยีเพื่อกำรศึกษำ (Technology in
Education) หมำยถึง กำรนำำเทคโนโลยีด้ำนต่ำง ๆ เข้ำมำ
ประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์ในกำรจัดกำรศึกษำ กำรจัดกำร
เรียนกำรสอน เพื่อให้กำรศึกษำกำรสอนกำรเรียนมี
คุณภำพ และมีประสิทธิภำพ

เทคโนโลยีท่ีนำำมำใช้ในกำรศึกษำ ได้แก่เทคโนโลยีต่ำง ๆ
ดังนี้

1. เทคโนโลยีส่ ือสำรโทรคมนำคม คือ เทคโนโลยีท่ี

เกี่ยวกับกำรสื่อสำรทำงไกลโดยผ่ำนระบบกำรสื่อสำร
คมนำคมต่ำง ๆ

2. เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ซึ่งใช้คอมพิวเตอร์ในกำร

รับข้อม้ล ประมวลผลข้อม้ลและนำำเสนอข้อม้ลตำมที่ผ้ใช้
ต้องกำร

3. เทคโนโลยีเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ ซึ่งแบ่งเป็ น

ประเภทใหญ่ ๆ ได้แก่ เครือข่ำยเฉพำะที่ (Local Area

Network-LAN) เป็ นระบบเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ขนำด
เล็กที่ต่อเชื่อมคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์ไม่มำกนั ก มักอย่้
ในอำคำรหลังเดียว เครือข่ำยบริเวณกว้ำง (Wide Area
Network-WAN) เป็ นระบบเครือข่ำยที่มีคอมพิวเตอร์

กระจำยอย่ำงกว้ำงขวำงทัว่ ประเทศ ช่วยให้สำำนั กงำนใน
จังหวัดติดต่อสื่อสำรและทำำงำนร่วมกับสำำนั กงำนใหญ่ท่ีอย่้
ในเมืองหลวงได้

4. ระบบสำำนั กงำนอัตโนมัติ เป็ นแนวคิดที่นำำระบบ
เครือข่ำยมำใช้เชื่อมโยงคอมพิวเตอร์กับอุปกรณ์สำำนั กงำน
เช่น ระบบไปรษณี ย์อิเล็กทรอนิ กส์ ระบบประชุมทำงไกล
5. เทคโนโลยีระบบสำรสนเทศ เป็ นกำรประมวลผล

ข้อม้ลในลักษณะต่ำง ๆ เพื่อช่วยในกำรจัดกำรและบริหำร
งำน

6. ระบบมัลติมีเดีย เป็ นเทคโนโลยีท่ีผสมผสำนภำพ

ภำพเคลื่อนไหว เสียง และข้อควำมเข้ำด้วยกันโดยใช้

ระบบคอมพิวเตอร์ช่วยในกำรแสดงผล นำำไปประยุกต์ใช้
ในกำรสอน เช่น คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (CAI) กิจกรรม
เพื่อกำรศึกษำที่ใช้เทคโนโลยีเข้ำมำช่วย ในปั จจุบน
ั นี้
ได้แก่ วิทยุกระจำยเสียงเพื่อกำรศึกษำ วิทยุโรงเรียน

โทรทัศน์เพื่อกำรศึกษำ กำรสอนทำงไกลผ่ำนดำวเทียม
ระบบประชุมทำงไกล ระบบเครือข่ำยคอมพิวเตอร์ เช่น

เครือข่ำยอินเทอร์เน็ต ในบทควำมผ้้เขียนได้กล่ำวถึงควำม
สำำคัญของเทคโนโลยีเพื่อกำรศึกษำที่มีในพระรำชบัญญัติ

กำรศึกษำแห่งชำติ พุทธศักรำช 2542 และประวัติกำรนำำ
เทคโนโลยีมำใช้ในกำรศึกษำของไทยไว้ด้วย

ที่มา:http://www.school.net.th/library/createweb/10000/technology/10000-4874.html

ควำมร้้ควำมสำมำรถของคร้เกี่ยวกับกำรใช้เทคโนโลยี
ในกำรใช้คอมพิวเตอร์ของคร้ มีคร้ท่ีมีควำมสำมำรถใช้

คอมพิวเตอร์ในระดับพื้ นฐำน คิดเป็ นร้อยละ 31.26 ใช้
Internet ในระดับพื้ นฐำนคิดเป็ นร้อยละ 35.09 และกำรบ้
รณำกำรเทคโนโลยีกับวิชำหรือกลุ่มสำระกำรเรียนร้้ใน

ระดับพื้ นฐำนคิดเป็ นร้อยละ 31.57 ใช้เทคโนโลยีประกอบ
กำรจัดกิจกรรมกำรเรียนร้้ในระดับพื้ นฐำน คิดเป็ นร้อยละ
37.27 แสดงให้เห็นว่ำคร้ยังมีควำมร้้ ควำมสำรถด้ำน
เทคโนโลยีเพียง ในระดับพื้ นฐำน ซึ่งส่วนใหญ่ใช้

เทคโนโลยีไม่เป็ น ทั้งนี้ อำจเป็ นเพรำะว่ำคร้ส่วนใหญ่มีอำยุ
ค่อนข้ำงมำกแล้วและไม่มีควำมร้้พื้นฐำนทำงด้ำน

เทคโนโลยีมำก่อนจึงทำำให้เกิดกำรพัฒนำตนเองค่อนข้ำง
ช้ำมำก โดยเฉพำะในเรื่องของกำรตั้งกลุ่มเพื่อกำรช่วย

เหลือซึ่งกันและกันเกือบจะไม่ได้ทำำเลย และคร้ส่วนมำกก็

ไม่นำำเทคโนโลยีไปบ้รณำกำรกับกลุ่มสำระกำรเรียนร้้ รวม
ทั้งกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนร้้ต่ำงๆ ส่วนใหญ่ก็ไม่นำำ

เทคโนโลยีมำใช้ท้ ังนี้ อำจจะเป็ นเพรำะว่ำคร้ไม่มีควำมร้้ด้ำน
เทคโนโลยีตลอดจนไม่สำมำรถติดตั้งและบำำรุงรักษำ
เครื่องได้

คร้ใช้เทคโนโลยีมำประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนำกำรจัด

กิจกรรมกำรเรียนร้้ จำก 8 กลุ่มสำระกำรเรียนร้้ คร้จะนำำ
เทคโนโลยีมำประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนำกำรจัดกิจกรรมกำร

เรียนร้้ในวิชำคอมพิวเตอร์คิดเป็ นร้อยละ 26.12 ส่วนวิชำ
ที่รองลงมำที่คร้นำำเอำเทคโนโลยีมำประยุกต์ใช้เพื่อ

พัฒนำกำรจัดกิจกรรมกำรเรียนร้้ได้แก่วิชำภำษำไทย คิด
เป็ นร้อยละ 14.61 แสดงให้เห็นว่ำนั กเรียนมีโอกำสในกำร
ศึกษำหำควำมร้้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ได้ในวิชำ

คอมพิวเตอร์มำกกว่ำวิชำอื่น ๆ ส่วนในรำยวิชำอื่น ๆ ก็

พอได้เรียนร้้บ้ำงแต่ไม่มำกนั ก ทั้งนี้ อำจจะเป็ นเพรำะว่ำคร้
ที่สอนวิชำคอมพิวเตอร์น้ ั นคงเป็ นผ้้ท่ีมีควำมร้้ควำม

สำมำรถในระดับดีพร้อมที่จะดำำเนิ นกำรจัดกิจกรรมกำร
เรียนร้้ให้กับผ้้เรียนได้

สภำพกำรใช้คอมพิวเตอร์ตำมวัตถุประสงค์ท่ีกำำหนดให้
ของคร้รำยกำรที่คร้ ใช้มำกได้แก่ ใช้พัฒนำทักษะวิชำชีพ
คร้ เตรียมกำรสอนและสร้ำงสื่อกำรสอน ค้นสำรสนเทศ

ทำงกำรศึกษำ และค้นคว้ำเรียนร้้ส่ิงใหม่ ๆ รำยกำรที่คร้ไม่
ได้ใช้เลย ได้แก่ สอนทักษะกำรใช้คอมพิวเตอร์ ใช้สำำหรับ
กำรนำำเสนองำน ใช้ส่ ือสำรระหว่ำงนั กเรียน คร้และผ้้

เกี่ยวข้องและใช้ตรวจสอบผลงำน/ทำำรำยงำนของนั กเรียน
แสดงให้เห็นว่ำสภำพกำรใช้คอมพิวเตอร์ตำมวัตถุประสงค์
ที่กำำหนดให้คร้จะใช้คอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนำทักษะวิชำชีพ
คร้ มำกกว่ำกำรเตรียมกำรสอนและสร้ำงสื่อกำรสอน

แสดงให้เห็นว่ำคร้ใช้คอมพิวเตอร์เพื่อพัฒนำตนเอง เช่น
จัดทำำผลงำนเพื่อเลื่อนระดับให้กับตนเองมำกกว่ำที่จะ
ค้นคว้ำหำควำมร้้เพื่อเตรียมกำรสอนรวมทั้งกำรจัด
กิจกรรมกำรเรียนร้้ให้กับนั กเรียน

การใช้ ICT ในการเรียนและ
บูรณาการ
ความนำา

คอมพิวเตอร์ ถือเป็ นสื่อนวัตกรรมใหม่อย่ำงหนึ่ ง

เพิ่งแพร่หลำยขึ้นมำประมำณ 40 ปี มำนี้ เอง

คอมพิวเตอร์เป็ นอุปกรณ์ท่ีใช้ในกำรจัดเก็บ คำำนวณ

ประมวลผลแสดงผล หรืองำนอื่นใด ตำมคำำสัง่ ที่จัดทำำ
ขึ้น แล้วบันทึกเก็บไว้ในหน่วยควำมจำำของอุปกรณ์น้ ั น

ปั จจุบันมีกำรพัฒนำคอมพิวเตอร์อย่ำงรวดเร็วมำก จน
เป็ นสื่อสำำคัญยิ่งในกำรนำำเข้ำส่้ยุคข้อม้ลข่ำวสำร ทุก ๆ

วินำที สำมำรถรับร้้ควำมเป็ นไปในทุกพื้ นพิภพได้เกือบ
พร้อมกัน ทั้งที่อย่้กันคนละซีกโลก กำรรับร้้ข่ำวสำรที่

รวดเร็วนำำประโยชน์ส่้ผ้ใช้ นำำประโยชน์ส่้ประเทศชำติได้
อย่ำงมหำศำล เช่น สำมำรถติดต่อค้ำขำยกันได้ตลอด 24
ชัว่ โมง โดยที่ผ้ซื้อและผ้้ขำยไม่ต้องพบหน้ำกัน ไม่มีข้อ
จำำกัดของเวลำ ไม่มีข้อจำำกัดด้ำนพรมแดน สำมำรถใช้

ระบบ E - Commerce และใช้ในเรื่องกำรศึกษำ กำร
แสวงหำควำมร้้ กำรสื่อสำร รวมถึงกิจกำรอื่น ๆ มำกมำย
หำกผ้้ใช้สำมำรถใช้ประโยชน์เป็ นอย่ำงคุ้มค่ำ

หลำยปี ที่ผ่ำนมำโรงเรียนที่มีควำมพร้อมเริม
่ นำำ

คอมพิวเตอร์มำใช้ในโรงเรียนกันมำกขึ้น โดยโรงเรียนดัง
กล่ำวมักจะอย่้ในกรุงเทพฯ และเมืองใหญ่ท่ีมีเศรษฐกิจดี

ผ้้ปกครองมีฐำนะทำงเศรษฐกิจมัน
่ คง ช่วงแรกเริม
่ ใช้เพื่อ
กำรบริหำรจัดกำรก่อน เรียกว่ำ Computer Assisted

Management โปรแกรมนี้ ช่วยจัดกำรด้ำนงำนธุรกำร เงิน
เดือน ห้องสมุด งำนปกครอง และอื่น ๆ ระยะต่อมำ

คอมพิวเตอร์มีรำคำถ้กลง โรงเรียนต่ำง ๆ เริม
่ นำำมำใช้ใน
กำรจัดกำรเรียนกำรสอน ซึ่งเรียกว่ำคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
(Computer Assisted Instruction) หรือเรียกย่อ ๆ ว่ำ "

CAI " หมำยถึง กำรใช้คอมพิวเตอร์เป็ นสื่อเสนอเนื้ อหำ
กระตุ้นเร้ำให้ผ้เรียนเกิดควำมสนใจ ต้องกำรเรียนร้้

บทบำทของ CAI มีมำกขึ้น ผลที่ได้ผ้เรียนได้เรียนในสิ่งที่

ตนเองต้องกำร ตรงตำมควำมประสงค์ เป็ นกำรตอบสนอง

ควำมเป็ น Child Center ได้ประกำรหนึ่ ง ในกระบวนกำร
จัดกำรเรียนร้้

ปั จจุบันรัฐบำลมีนโยบำยให้โรงเรียนต่ำง ๆ ใช้ ICT

เพื่อพัฒนำกำรเรียนร้้อย่ำงกว้ำงขวำง สภำพกำรณ์ดังกล่ำว
ทำำให้ผ้ปกครองเกิดควำมตื่นตัว ต้องกำรที่จะให้บุตรหลำน
ได้เรียนร้้จำกคอมพิวเตอร์มำกขึ้น จนกลำยเป็ นกระแส

ของควำมทันสมัย โรงเรียนใดไม่สอนวิชำคอมพิวเตอร์ ผ้้
ปกครองจะย้ำยเด็กไปเรียนโรงเรียนอื่นที่สอน

คอมพิวเตอร์ เป้ ำหมำยสำำคัญที่นอกเหนื อไปจำกภำระงำน
ปกติของโรงเรียน คือกำรจัดกำรศึกษำให้ตอบสนองควำม
ต้องกำรของชุมชน ผ้บ
้ ริหำร คณะคร้ กรรมกำรสถำน
ศึกษำ

การพัฒนาบุคลากร

โรงเรียนประถมศึกษำ โดยทัว่ ไปคร้จะมีคุณวุฒิตรง

สำขำวิชำเอกน้อยและยังไม่สำมำรถเลือกคร้ได้ตรงตำม

ควำมต้องกำรของโรงเรียน จึงส่งผลถึงกำรจัดกำรเรียน

กำรสอน หน้ำที่ของโรงเรียนต้องดำำเนิ นกำร คือ พัฒนำให้

คร้มีศักยภำพ สำมำรถทำำงำนสนองควำมต้องกำรของผ้้
เรียน และสนองตอบพระรำชบัญญัติกำรศึกษำแห่งชำติ
พ.ศ. 2542 ได้ กำรพัฒนำคร้ เป็ นสิ่งจำำเป็ นโดยอำจ
ดำำเนิ นกำรพัฒนำคร้ได้ ดังนี้

1. พัฒนำให้คร้ทุกคนมีควำมร้้พื้นฐำนในกำรใช้

คอมพิวเตอร์ เพื่อเป็ นฐำนในกำรเรียนร้้ และใช้
คอมพิวเตอร์จัดกำรเรียนกำรสอนได้

2. กำำหนดมำตรฐำนเบื้ องต้นของคร้ท่ีจะเข้ำทำำหน้ำที่

คร้คอมพิวเตอร์ ไว้ดังนี้

2.1 ต้องมีวิสัยทัศน์ มีควำมคิดกว้ำงไกล ทัน

เหตุกำรณ์ของโลก

2.2 พัฒนำตนเองอย่้เสมอ ให้รอบร้้และร้้รอบ ใน

เรื่องใหม่ ๆ อย่้เป็ นนิ จ

2.3 ขยัน ทันสมัย ใจรัก สละเวลำ คนที่มีใจรัก

ในสิ่งใด มักจะทุ่มเท เสียสละ ขยัน มุ่งมัน
่ ทำำในสิ่งที่ตน

รัก งำนคอมพิวเตอร์ เป็ นงำนที่หนั ก และมีควำมสำำคัญส้ง
ด้วยคร้มีภำระหลำกหลำย ด้วยเหตุท่ีไม่มีเจ้ำหน้ำที่ส่วน

อื่น ๆ เป็ นฝ่ ำยบริกำรอำำนวยควำมสะดวกได้ หลังจำกที่

โรงเรียนให้ควำมร้้ ฝึ ก และพัฒนำคร้ให้มีควำมร้้พื้นฐำน
ทำงคอมพิวเตอร์แล้ว

รูปแบบการใช้ ICT เพื่อพัฒนาการเรียนรู้

ควำมก้ำวหน้ำทำงเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และกำร

แข่งขันกำรพัฒนำทำงด้ำนซอฟต์แวร์ ในปั จจุบน
ั ส่งผล
ให้ประเทศต่ำง ๆ นำำคอมพิวเตอร์มำใช้ในด้ำนกำรศึกษำ

กันมำก กำรใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน(Computer Assisted
Instruction) มีบทบำทและมีประสิทธิภำพยิ่งขึ้น กำรใช้

คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็ นกำรพัฒนำผ้้เรียนอีกทำงหนึ่ ง
โดยอำศัยประสบกำรณ์ ควำมร้้ ปรับประยุกต์ใช้ภำยใต้
บริบทของโรงเรียน

1. จัดกำรเรียนร้้ "ตลอดเวลำ" (Anytime) เวลำใดก็

สำมำรถเรียนร้้ได้ ระยะแรกเริม
่ ให้นักเรียนสำมำรถใช้
Computer สืบค้นหำควำมร้้จำกห้องสมุด ซึ่งมีเครื่อง
คอมพิวเตอร์ให้บริกำรระบบ Internet

2. เรียนร้้จำกแหล่งเรียนร้้ "ทุกหนแห่ง"
(Anywhere) นั กเรียนสำมำรถเรียนร้้ร่วมกันจำกสื่อต่ำงๆ
เช่น คอมพิวเตอร์ วีดิทศ
ั น์ โทรทัศน์ CAI และอื่นๆ

3. กำรให้ทุกคน (Anyone) ได้เรียนร้้พัฒนำตนเอง

อย่ำงเต็มศักยภำพของตน ตั้งแต่ระดับอนุ บำลเป็ นต้นไป

การใช้ ICT เพื่อการเรียนรู้

กำรเรียนร้้ในปั จจุบันแตกต่ำงจำกเดิมไปอย่ำงสิ้นเชิง

ซึ่งหมำยควำมว่ำ ผ้้เรียนมีโอกำส มีอิสระในกำรเรียนร้้

ด้วยตนเอง สร้ำงองค์ควำมร้้ สร้ำงทักษะด้วยตนเอง คร้
เปลี่ยนบทบำทจำกผ้้สอนมำเป็ น ผ้้ให้คำำแนะนำำ นอกจำก
นี้ ทั้งคร้และศิษย์สำมำรถเรียนร้้ไปพร้อมกันได้ กำรจัดกำร
เรียนที่โรงเรียนดำำเนิ นกำรได้ในขณะนี้

1. กำรสอนโดยใช้ส่ ือ CAI ช่วยสอนให้เกิดกำรเรียนร้้

ตำมควำมสนใจ เช่น วิชำคณิ ตศำสตร์ วิชำภำษำไทย วิชำ
วิทยำศำสตร์ วิชำสังคม หรือ สปช. วิชำภำษำอังกฤษ

2. ส่งเสริมให้ผ้เรียนร้้จักสืบค้นวิทยำกำรใหม่ ๆ จำก

อินเทอร์เน็ต จำก E-book จำก E-Library

3. ส่งเสริมกำรเรียนร้้และสร้ำงเจตคติท่ีดีในกำรเรียน
และกำรค้นคว้ำหำควำมร้้ โดยกำำหนดให้ผ้เรียนได้เล่นเกม
กำรศึกษำ (Education Games ) ที่ผ่ำนกำรวิเครำะห์ของ
คร้ผ้รบ
ั ผิดชอบว่ำไม่เป็ นพิษภัยต่อผ้้เล่น และเป็ นกำร
สร้ำงเสริมควำมคิดสร้ำงสรรค์ท่ีดีให้กับเด็ก

4. ใช้แผนกำรสอนแบบ ICT บ้รณำกำรเรียนร้้ในสำระ

วิชำต่ำงๆ เช่นคณิ ตศำสตร์ วิทยำศำสตร์ ภำษำอังกฤษ
และ คอมพิวเตอร์

5. จัดระบบข้อม้ลสำรสนเทศเพื่อกำรบริหำรจัดกำร

เรียนร้้

6. ใช้เทคโนโลยีสำรสนเทศในกำรจัดระบบและเผย

แพร่ควำมร้้

7. จัดระบบข้อม้ลสำรสนเทศแหล่งเรียนร้้ภำยใน

โรงเรียน และภ้มิปัญญำชุมชนท้องถิ่น

8. พัฒนำเครือข่ำยกำรเรียนร้้ในกำรจัดกำรเรียนร้้ของ

ผ้้สอน
ที่มา :

http://www.eschool.su.ac.th/school31/web1.htm

บทสรุป
กำรนำำเอำเทคโนโลยี เข้ำมำมีส่วนร่วมในกำรจัดกำร

เรียนกำรสอน เป็ นกำรเพิ่มพ้น ประสิทธิภำพทำงกำร

เรียนร้้แก่ผ้เรียน และในสภำพปั จจุบน
ั กำรเรียนกำรสอนก็
ไม่อำจหลีกเลี่ยงสิ่งนี้ ได้ คร้จะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

กำรสอนของตนเอง ต้องยอมรับควำมเปลี่ยนแปลงที่ เกิด
ขึ้น จึงต้องเรียนร้้เทคโนโลยีต่ำง ๆ แล้ววิเครำะห์ควำม

เป็ นไปได้ ใช้ให้เกิดประสิทธิภำพส้งสุด ให้เหมำะสมกับ

สภำพของโรงเรียน ที่มีควำมพร้อมในระดับหนึ่ ง คร้ควร
ต้องพัฒนำตนเองเพื่อพัฒนำผ้้เรียนได้อย่ำงเหมำะสม

และยึดผ้้เรียนเป็ นศ้นย์กลำง เพื่อนำำพำผ้้เรียนให้สำมำรถ
เรียนร้้ ดำำรงตนอย่ไ้ ด้อย่ำงมีควำมสุข