You are on page 1of 8

สมเด็จเจ้าฟ้ าพระอาจารย์ (1)

ชัชวิน เพชรเลิศ

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับพระกรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้จาก
พระบรมวงศ์ชัน
้ สูง ในการเสด็จพระดำาเนินมาทรงเป็ นพระอาจารย์แก่เหล่า
นิสิตจุฬาฯ ตัง้ แต่สมัยเริ่มแรกของมหาวิทยาลัย โดยเป็ นชัน
้ สมเด็จเจ้าฟ้ า
ถึง 4 พระองค์ได้แก่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ าจุฑาธุชธราดิลก
กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม
พระบรมราชชนก สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง
นราธิวาสราชนครินทร์ และ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช
กุมารี ซึ่งผู้เขียนจะพยายามนำ ามาเล่าสู่กันฟั งในลำาดับถัดๆ ไป แต่ในครานี้
เห็นเป็ นเวลาที่ควรจะนำ าพระประวัติของสมเด็จพระอาจารย์พระองค์นี้นำา
ขึ้นมาก่อนเป็ นเบื้องต้น ด้วยเหตุแห่งเดือนนี้จะมีพระราชพิธีพระราชทาน
เพลิงพระศพพระองค์ท่าน ด้วยสำานึกในพระเมตตาที่มีต่อชาวจุฬาฯ และ
พสกนิกรทัง้ ปวง

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิ วัฒนา กรม


หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็ นพระ
ธิดาพระองค์ใหญ่ในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก (สมเด็จพระเจ้า
บรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ ามหิดลอดุลยเดช กรมหลวง
สงขลานครินทร์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระศรีสวริ
นทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า) และ
สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และทรง
เป็ นสมเด็จพระโสทรเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล
อดุลยเดช
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร์ ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุง
ลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็ นพระธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิ
ตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกและสมเด็จพระศรีนครินท
ราบรมราชชนนี พระนามแรกประสูติตามที่โรงพยาบาลตัง้ ถวายคือ May

ซึ่งเป็ นเดือนที่พระองค์ประสูติ ต่อมาเมื่อความทราบฝ่ าละอองธุลีพระบาท


พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้าหญิงกัลยาณิ วัฒนา มหิดล (คำาว่า "วั
ฒนา" ในพระนาม ทรงตัง้ ตามพระนามาภิไธยของสมเด็จพระศรีสวรินทิ
ราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า หลังจากนัน
้ พระบาทสมเด็จพระ
ปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็ น พระวรวง
ศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิ วัฒนา สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
ทรงออกพระนามเรียกสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนา กรม
หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็ นการลำาลองว่า บี๋
หลังจากประสูติได้ไม่นาน สมเด็จพระบรมราชชนกทรงย้ายจาก
ลอนดอนไปประทับที่เมืองเซาท์บอนซึ่งอยู่ทางตะวันออกของอังกฤษ จาก
นัน
้ เสด็จไปยังเมืองบอสคัม อยู่ติดชายฝั่ งด้านทิศใต้ของอังกฤษ ต่อมาเมื่อ
พระชันษาได้ 6 เดือน สมเด็จพระเจ้าพีน
่ างเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนา กรม
หลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงตามเสด็จฯ สมเด็จพระบรมราชชนกและ
สมเด็จพระบรมราชชนนีกลับประเทศไทย
วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2468 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิ
วัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ตามเสด็จฯ สมเด็จพระบรม
ราชชนก และสมเด็จพระบรมราชนนีไปประทับที่ประเทศเยอรมนี ช่วง
เวลานั น
้ เองที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลได้ประสูติ ณ
เมืองไฮเดลเบิร์ก
สมเด็จพระบรมราชชนก เสด็จกลับประเทศไทยอีกครัง้ เมื่อ พ.ศ.
2469 เพื่อร่วมงานพระราชพิธีพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัว และประทับอยู่ร่วมในงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาท
สมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ช่วงเวลานั น
้ ดร.ฟรานซิส บี แซร์ ชาว
อเมริกันผู้เป็ นอดีตที่ปรึกษากระทรวงการต่างประเทศ เล่าถวายสมเด็จ
พระบรมราชชนกว่า ที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ มีสถานที่รับ
เลี้ยงเด็กชื่อ ชอมพ์โซเลย (Champ Soleil) มีเจ้าของเป็ นแพทย์ ดูแลเด็กอย่าง
ถูกหลักอนามัย สมเด็จพระบรมราชชนนีจึงนำ าพระธิดาและพระโอรสไป
ฝากให้อยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็กเป็ นเวลาหลายเดือน ทำาให้ทรงเริ่มรับสัง่
ภาษาฝรัง่ เศสได้
ปลายปี พ.ศ. 2469 สมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จพร้อมด้วยครอบครัว
มหิดลไปยังนครบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
เนื่องจากสมเด็จพระบรมราชชนกทรงศึกษาวิชาการแพทย์ ณ มหาวิทยา
ลัยฮาร์วาร์ด ในขณะที่สมเด็จพระบรมราชชนนีทรงศึกษาด้านจิตวิทยา
การทำาอาหารและโภชนาการที่วิทยาลัยซิมมอนส์ ด้าน
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงเข้าศึกษาในระดับอนุบาล
ทีโ่ รงเรียนพาร์ก (Park School) หลังจากสมเด็จพระบรมราช

ชนกทรงสำาเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์แล้ว พ.ศ. 2471


ทรงนำ าครอบครัวกลับประเทศไทย และสมเด็จพระเจ้าพี่
นางเธอฯ ก็ทรงเข้ารับการศึกษาในระดับประถมศึกษาที่
โรงเรียนราชินี
ภายหลังสมเด็จพระบรมราชชนกเสด็จสวรรคตในปี พ.ศ. 2472
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ยังประทับอยู่ในกรุงเทพฯ จนกระทัง่ เกิด
เหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงการปกครองใน พ.ศ. 2475 สมเด็จพระราชชนนี
ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้า
เจ้าอยู่หัว ในการที่จะทรงนำ าพระโอรสและพระธิดาไปประทับที่เมืองโลซาน
รัฐโว ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ทรงเข้าศึกษาที่ชอมพ์โซเลยอีกครัง้ เป็ น
เวลา 2 เดือน เพื่อเรียนภาษาฝรัง่ เศสเพิ่มเติม ต่อมาสมเด็จพระเจ้าพี่นาง
เธอฯ จึงทรงย้ายมาเรียนที่โรงเรียนเมียร์มองต์ (Miremont) จนจบระดับ

ประถมศึกษา หลังจากนัน
้ สมเด็จพระราชชนนีได้ย้ายไปประทับที่เมืองปุย
ยีซ่ ึงอยู่ติดกับโลซาน โดยพระราชทานนามสถานที่ประทับว่า “วิลล่า
วัฒนา” สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทรงศึกษาต่อในระดับมัธยมศึกษาที่
โรงเรียนสตรีช่ ือ École Supérieure de Jeunes Filles de la Ville de Lausanne ณ ที่นัน

พระองค์ได้ทรงศึกษาภาษาเยอรมันและภาษาละตินด้วย ต่อมาทรงย้ายมา
เรียนที่ International School of Geneva ณ กรุงเจนีวา ทรงสอบผ่านชัน
้ สูงสุดของ
ระดับมัธยมศึกษาเป็ นที่ 1 ของโรงเรียน และที่ 3 ของประเทศสวิตเซอร์
แลนด์
จากนัน
้ พระองค์ทรงเข้าศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาในสาขาวิชา
เคมีทค
ี่ ณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยโลซาน ในระหว่างนั น
้ พระองค์ก็ทรง
ศึกษาหลักสูตรสังคมศาสตร์ Diplôme des Sciences Sociales Pédagogiques อัน

ประกอบด้วยวิชาต่างๆ ในสาขาวิชาการศึกษา วรรณคดี ปรัชญา และ


จิตวิทยาด้วย เมื่อทรงสำาเร็จการศึกษาวิทยาศาสตร์สาขาเคมีซ่ ึงพระองค์
ทรงได้รับ Diplôme de Chimiste A พระองค์ก็ยังทรงศึกษาวิชาวรรณคดีและ

ปรัชญาต่อไปอีกด้วยความสนพระหฤทัย
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร์ ได้ทรงบำาเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ เพื่อ
แบ่งเบาพระราชภาระของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระ
ศรีนครินทราบรมราชชนนี มีโครงการในพระอุปถัมภ์หลายร้อยโครงการ
ทัง้ ด้านการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การแพทย์ และ การสาธารณสุข
การต่างประเทศ การศาสนา และอื่น ๆ ทัง้ นี้พระองค์ทรงมีพระปรีชา
สามารถด้านการเขียน ด้านการกีฬา และ ด้านการถ่ายภาพ
ในวโรกาสสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนาทรงเจริญ
พระชนมายุครบ 6 รอบ ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำาริว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นาง
เธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิ วัฒนา ทรงเป็ นพระโสทรเชษฐภคินีของพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวถึง 2 พระองค์ ด้วยทรงรับราชการสนองพระเดช
พระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็ นคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติ
อย่างอเนกอนันต์มาโดยลำาดับ รวมทัง้ ทรงเป็ นที่รก
ั เทิดทูนของปวงชนชาว
ไทยทัว
่ ไป จึงมีพระบรมราชโองการสถาปนาสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้า
ฟ้ ากัลยาณิวัฒนา เป็ นเจ้าฟ้ าต่างกรมฝ่ ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุ
พรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิ วัฒนา กรมหลวง
นราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งนับเป็ นเจ้าฟ้ าต่างกรมฝ่ ายในที่ได้รับการ
สถาปนาเป็ นพระองค์แรกในรัชกาล โดยมีการพระราชพิธีสถาปนาพระ
์ ละบำาเพ็ญพระราชกุศลฉลองพระชนมายุ 6 รอบ ณ พระที่นั่ง
อิสริยศักดิแ
อมรินทรวินิจฉัย ภายในพระบรมมหาราชวัง พระนามกรม "กรมหลวง
นราธิวาสราชนครินทร์" นัน
้ เป็ นพระนามตามนามเมืองในภาคใต้ สืบเนื่ อง
มาจากการที่พระราชโอรสและพระราชธิดาที่พระราชสมภพแต่สมเด็จพระ
ศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ล้วนได้รับพระกรุณา
์ รงกรมตามนามเมืองทางภาคใต้ทัง้
โปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยศักดิท
สิ้น
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร์ ทรงได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์จากพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดชดังต่อไปนี้
* เครื่องขัตติยราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติคุณรุ่งเรืองยิ่งมหาจักรีบรม

ราชวงศ์
* เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็ นโบราณมงคลนพรัตนราชวราภรณ์

* เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ชัน
้ ปฐมจุลจอมเกล้า
* เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็ นที่เชิดชูยิ่งช้างเผือก ชัน
้ มหาปรมาภรณ์
ช้างเผือก
* เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยิ่งมงกุฎไทย ชัน
้ มหาวชิรมงกุฎ
* เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็ นที่สรรเสริญยิ่งดิเรกคุณาภรณ์ ชัน
้ ปฐม
ดิเรกคุณาภรณ์
* เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันเป็ นสิริยิ่งรามกีรติ ลูกเสือสดุดีชัน
้ พิเศษ
* เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชัน
้ ที่ 1

* เหรียญรัตนาภรณ์ รัชกาลที่ 8 และ 9 ชัน


้ ที่ 1

* เหรียญกาชาดสรรเสริญ

นอกจากนี้ พระองค์ยังได้รับการถวายเครื่องราชอิสริยาภรณ์และ
เหรียญจากประเทศต่างๆ อันได้แก่
* เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชัน
้ Grand Officier de la Légion d'Honneur จาก

ประเทศฝรัง่ เศส ซึ่งจะมอบให้แก่บุคคลสำาคัญระดับประมุขของประเทศที่


ทรงคุณธรรม และมีบทบาทกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสาธารณรัฐ
ฝรัง่ เศส และประเทศของตน
* เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ชัน
้ Commandeur de L'Ordre National du Mérite จาก

ประเทศฝรัง่ เศส เป็ นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ระดับสูงสุดของตระกูลนี้ ซึ่งจะ


มอบให้แก่ผู้ได้ประกอบความดีและสร้างสรรค์ผลงานอันเป็ นคุณประโยชน์
อย่างยิ่งต่อสาธารณรัฐฝรัง่ เศส
* เครื่องราชอิสริยาภรณ์ชัน
้ Commandeur des Arts et des Lettres จากประเทศ
ฝรัง่ เศส เป็ นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ระดับสูงสุดของตระกูลนี้ ซึ่งจะมอบให้
แก่ผู้มีผลงานโดดเด่นด้านศิลปะและวรรณกรรมโดยการที่ได้แสดง
เกียรติคณ
ุ ของตนให้เป็ นที่ประจักษ์ชัดเจนในสาธารณรัฐฝรัง่ เศสและทัว

โลก
* เหรียญทอง วิกเตอร์ อูโก จากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และ
วัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (The UNESCO Victor Hugo Gold Medal) ทรงรับ

เมื่อครัง้ เสด็จไปงานที่องค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสห
ประชาชาติ ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเทิดพระเกียรติในวาระสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนกครบ 100 ปี

เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2550 สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ า


กัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงมีพระอาการผิดปกติ
เกี่ยวกับพระนาภี (ท้อง) และได้เข้าประทับรักษาพระอาการประชวร ณ
อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช คณะแพทย์ได้ถวายการตรวจ
พระวรกายและเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์ ตรวจพบมะเร็งซึ่งเป็ นชนิดเดียวกับ
ที่พระถันทีท
่ รงเคยได้รับการถวายตรวจรักษาเมื่อ 10 ปี ก่อน โดยช่วงเวลา
หลังการถวายรักษาครัง้ ก่อนนั น
้ ทรงมีสุขภาพดี และในการถวายตรวจ
ติดตามพระสุขภาพจึงได้ตรวจพบมะเร็งเกิดขึ้นใหม่เมื่อ 2 ปี ก่อน นอกจาก
นี้ คณะแพทย์ได้ถวายตรวจพระสมองด้วยเอกซ์เรย์คอมพิวเตอร์พบว่า มี
เนื้อสมองด้านซ้ายตายเป็ นวงกว้าง จากเส้นเลือดสมองอุดตัน คณะแพทย์
ได้ถวายการรักษาพระอาการอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ สำานัก
พระราชวังได้ ออกแถลงการณ์สำานักพระราชวัง เรื่อง สมเด็จพระเจ้าพี่นาง
เธอเจ้าฟ้ ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรงพระประชวร
ต่อเนื่ องเรื่อยมา จากแถลงการณ์ฉบับที่ 1 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม

พ.ศ. 2550 ถึงฉบับที่ 38 เป็ นฉบับสุดท้าย เมื่อวันอังคารที่ 1 มกราคม พ.ศ.


2551 จนกระทัง
่ เมื่อวันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551 พระอาการประชวรได้ทรุด
ลงตามลำาดับ และสิ้นพระชนม์เมื่อเวลา 02.54 น. รวมพระชนมายุ 84 พรรษา

หลังจากนัน
้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมี
พระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สำานักพระราชวังจัดการพระศพถวาย
พระเกียรติยศสูงสุดตามราชประเพณี มีพระราชพิธีถวายสรงนำ้ าพระศพ ณ
พระที่นั่งพิมานรัตยา แล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานเชิญ
พระศพลงสู่หีบ ประดิษฐานหลังพระแท่นแว่นฟ้ าทอง ประกอบพระโกศ
ทองใหญ่ ภายใต้เบญจปฎลเศวตฉัตร (เศวตฉัตร 5 ชัน
้ ) ณ พระที่นั่งดุสิต
มหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง
ต่อมาในพระราชพิธีทรงบำาเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุประทาน 7 วัน
ถวายพระศพนัน
้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการโปรด
เกล้าฯ ให้ประกาศสถาปนาพระเกียรติยศสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ โดยให้
เจ้าพนักงานจัดสัปตปฎลเศวตฉัตร (เศวตฉัตร 7 ชัน
้ ) กางกัน
้ พระโกศ
พระราชทาน และประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระศพในระหว่างวัน
ที่ 14-19 พฤศจิกายน ศกนี้
ด้วยความจำากัดของเนื้ อที่ในหน้ ากระดาษซึ่งมิอาจเขียนถึงพระ
กรณียกิจมากมายของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ทีท
่ รงมีคุณูปการต่อแผ่น
ดินและปวงชนชาวไทยอเนกนานัปการ และในหลายๆ ด้าน ผู้เขียนจึงจะ
ขอนำ ามาเสนอในโอกาสต่อไป