You are on page 1of 3

คุณคา ความหมาย และจินตนาการ

วิจักขณ พานิช

การศึกษาทางเลือกเปนประเด็นที่ผูคนในวงการศึกษาเริ่มใหความสนใจกันอยางกวางขวาง
มากขึ้น อาจเปนเพราะวาแนวทางการปฏิรูปการศึกษาในโครงสรางเกา ดูจะมองไมเห็นทางออกมาก
เทากับการเปดโอกาสใหกับแนวคิดการศึกษาใหมๆ ที่มีความเหมาะสมกับรูปแบบสังคมและวัฒนธรรม
ของเราเอง โดยเฉพาะเรื่องความหมายและคุณคาของการศึกษา ที่ไมนาจะถูกตีความอยางตายตัว และ
จํากัดอยูในรัว้ สถาบันอยางที่เปนกันอยูทุกวันนี้
การยอนหันกลับมามองรากฐานทางสังคมและวัฒนธรรม จะทําใหเราเขาใจและเห็นคุณคา
ในตัวเราเองอยางลึกซึ้งมากขึ้น จากนัน้ จึงคอยกําหนดทิศทางของการพัฒนาสังคมไทยไปในทิศทางที่
เราเลือกอยางที่ไมตองไปเปรียบเทียบกับใคร เมื่อไดทิศทางเปนที่ชัดเจนแลว การศึกษาก็จะทําหนาที่
เปนกลไกสําคัญในการพัฒนาบุคลากรทางสังคม เพื่อใหสังคมเคลื่อนไปสูเปาหมายทีว่ างไว
คําถามตอนนี้ก็คือวา เราเขาใจรากเหงาของเราดีแลวหรือยัง เราไดเห็นคุณคา ความ
หลากหลายทางวัฒนธรรมความเปนไทยทีเ่ รามีมากนอยเพียงไร เราเปนผูกําหนดทิศทางของการพัฒนา
สังคมไทยอยางไรอิทธิพลการครอบงําของตางชาติแลวจริงๆหรือไม และรากฐานของการพัฒนา
บุคลากรทางสังคมนั้นไดทําไปอยางสอดคลองไปกับคุณคาทางสังคมที่เรามีอยูจริงหรือไมอยางไร
เมื่อไมมีใครเคยคิดตั้งคําถาม และแสวงหาคําตอบเหลานี้ การปฏิรูประบบการศึกษาจะมี
ประโยชนอะไร นอกเสียจากการกําหนดกฏกรอบแบบเดิมๆ อยางไรซึ่งคุณคา ความหมายและ
จินตนาการเอาเสียเลย

ฟอเรสท เค็ทชิน โปรเฟสเซอรที่มีความลุมลึกในแนวคิดเรื่องการศึกษาอยางหาตัวจับยากคน


หนึ่งของมหาวิทยาลัยนาโรปะ เธอมีพื้นฐานทางดานมานุษยวิทยา และมีความสนใจในมิติทางดาน
ความศักดิ์สิทธิ์ของการเรียนรู เธอไดอธิบายความแตกตางของ ‘e’ducation (การเรียนรู) กับ
‘E’ducation (การศึกษา) ไววา

There's education with a little 'e', meaning the unfolding path of discovery an individual
walks through life. This can be healing or traumatizing, depending on a lot of variables.

สวนอีกคําหนึง่ เธอเขียนอธิบายวา
“There's Education with a big 'E', meaning the institutions of education, the
SYSTEMS of education. These also shape meaning and how the individual interprets what is
learned, and so can be healing or traumatizing. These systems are based in an ideology or
agenda that society or culture has a stake in, either pro or con.

การศึกษาทีก่ ําลังถูกจับตามองในสังคมไทยเวลานี้ คือ การศึกษา (‘E’) ที่มักจะมุงไปที่


รูปธรรมของการศึกษาเพื่อคนหมูมาก (mass education) เปนการตั้งเปามองไปที่ “ความสําเร็จ” ของ
การศึกษาที่จะพาสังคมไทยใหกาวไปสูความเปนประเทศที่พัฒนาแลว คนทั่วไปจึงมีความเชื่อที่วา หาก
เรามีระบบการศึกษา (‘E’) ที่ดี และทัดเทียมกับประเทศอืน่ ๆ สังคมไทยก็จะสามารถกาวทันสังคม
ประเทศอื่นๆไดอยางทัดเทียม
จึงดูเหมือนวาเวลาที่สื่อพูดถึงการปฏิรูปการศึกษา ก็มกั จะพุงเปาไปดูทกี่ ารเปลี่ยนแปลงตัว
ของระบบที่จะทําใหเกิดผลอยางรวดเร็ว ซึ่งผูเขียนมองวาแนวคิดลักษณะนี้เปนสิ่งที่สอดคลองการ
วัฒนธรรมการทํางานดวยการใชอํานาจทางการเมืองใหเกิดการเปลีย่ นแปลงในวงกวาง แตเมื่อใดที่
ระบบการศึกษาขาดซึ่งรากฐานของการแสวงหาคุณคา ความหมาย และจินตนาการของการศึกษา
(‘e’ducation) ก็คงไมตางอะไรไปจากระบบที่ตายแลว และรอวันลมสลายในที่สุด
ในประเด็นเรือ่ ง ‘e’ และ ‘E’ ของคําวาการศึกษานัน้ ฝรั่งเขามีความเขาใจเรื่องนี้มากกวาบาน
เรามาก และทีส่ ําคัญคือ เขาไมเห็นวา สองเรื่องนี้เปนเรื่องที่ขัดแยงกันแตอยางใด ใครที่ทํางานในระบบ
การศึกษา(‘E’) ก็จะมีใจที่เปดกวาง เรียนรูและรับฟงแนวคิดในเรื่องของการศึกษาใหมๆ(‘e’) ที่นาสนใจ
อยูเสมอ และเขาก็ไมไดเรียนรูและรับฟงเพียงอยางเดียวเทานั้น แตมักจะใหไดมกี ารทดลองนําไปปฏิบัติ
ในสถานการศึกษาตนแบบของแนวคิดเหลานี้ เพื่อใหไดเห็นผลที่แทจริง จะเห็นไดวาการทํางานในดาน
การศึกษาที่เห็นคุณคาของงานทั้งสองแบบ ก็จะเปนลักษณะของการเกือ้ กูลกัน เพื่อการพัฒนาคุณภาพ
การศึกษาที่เหมาะกับบริบทของสังคมนั้นๆอยางไดผลจริง
การทํางานดานการศึกษาอาจเปรียบไดกับการทํางานศิลปะแขนงหนึ่ง เมื่อเราเขาใจวาหัวใจ
ของการศึกษา คือ การเรียนรูเพื่อการคนหาตัวเองและการเปลี่ยนแปลงภายในของปจเจก หากนักการ
ศึกษารูจักทีจ่ ะเรียนรู ใหความสําคัญกับกระบวนการมากกวาความสําเร็จ โดยที่ไมมวั แตเดินตามทฤษฎี
ที่ไปคัดลอกเอามาจากฝรั่ง กระบวนการเรียนรูนั่นเองจะเปนกุญแจสําคัญที่จะพาใหเราเขาไปสัมผัสถึง
หัวใจของการศึกษา อันเกิดจากการสรางสรรคกระบวนการเรียนรูทหี่ ลากหลาย แทนที่จะไปมัวสนใจ
กันแตเรื่องงบ ระบบ นโยบายอันเปนเรื่องเปลือกนอกผิวเผิน
ระบบการศึกษาที่ถูกตัดขาดออกจากจินตนาการ อิสรภาพทางความคิดสรางสรรค และ
เสนทางการแสวงหาศักยภาพภายในของผูเ รียน ระบบการศึกษานั้นก็คงเปนไดเพียงแคโรงงานผลิตคน
ปอนเขาโรงงานแหงโลกทุนนิยม แทนที่การศึกษาจะจุดประกายความหมายอันสรางสรรคใหมๆให
สังคม ก็กลับทําหนาที่เปนเพียงกลไกในโครงสรางแหงความรุนแรง (structural violence) ที่กดทับ
ศักยภาพแหงปจเจกอยางเลวรายที่สุด ทั้งนี้คงไมตองพูดถึงเรื่องของความหลากหลายทางวัฒนธรรม
ชาติเชื้อเผาพันธุ อาชีพ และถิ่นกําเนิด ที่ระบบการศึกษาไมเคยใหความใสใจ ไดเพียงแตปอนขอมูลที่ทํา
ใหผูเรียนคอยๆตัดขาดจากรากเหงาทางวัฒนธรรม และความหลากหลายในคุณคาของผูคนในสังคมไป
ทีละนอยๆ
คงไดแตหวังวาผูคนในสังคมไทยจะหันกลับมาใหความสําคัญกับ “กระบวนการ” แทนที่
“ความสําเร็จ” กันมากขึ้น เมือ่ นั้นเราก็อาจจะไดเห็นประกายแสงแหงความหวังในรูปแบบการเรียนรูที่
หลากหลาย เชน มหาวิทยาลัยแนวพุทธ เครือขายการเรียนรูเพื่อการพึ่งตนเอง บานเรียน โรงเรียนชาวนา
กลุมเด็กรักนก ฯลฯ หรือแมแตตัวสถาบันการศึกษากระแสหลักที่นาจะเปดรัว้ ออกไปเรียนรูปญหา
สรางปฏิสัมพันธ กับผูคนและชุมชนรอบขางมากขึ้น
ดวยคุณคา ความหมาย และจินตนาการเหลานี้นี่เอง ที่จะหลอเลี้ยงใหหวั ใจแหงการศึกษา
คอยๆงอกงาม สอดผสานและถักทอ ปรากฏเปนแนวทางการปฏิรูปการศึกษาที่คนทุกคนมีสวนรวม
และเกิดผลเปนรูปธรรมตอสังคมไทยอยางยั่งยืนแทจริง

๏ ตีพิมพครั้งแรกใน วารสารสานปฏิรูป ในชื่อ “จดหมายถึงคุณลุงประเวศ”