อินเตอร์เน็ตและสืบค้น

ได้กลายเป็ นปั จจัยสำาคัญอย่างยิ่ง ต่อการพัฒนาองค์กร

และสังคมในทุกๆ ส่วน อย่างที่ไม่อาจจะปฏิเสธได้ นั บวันเทคโนโลยีดัง
กล่าว ก็ย่ิงขยับเข้ามา

ใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกขณะ การพัฒนาทางการศึกษาในปั จจุบันมีการ
เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ทั้งในรูปแบบและขอบเขตของการศึกษาภายใต้การปฏิรูปทางการศึกษา
ตามเจตนารมณ์ของ

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ.2542 และความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยีสารสนเทศ

ได้เข้ามามีบทบาทสำาคัญเป็ นอย่างมากในการพัฒนาการศึกษาที่เกิดขึ้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 'อินเทอร์เน็ต'

ที่ช่วยขยายแหล่งความรู้น้ ั นให้กระจายไปยังเยาวชนนั กเรียนนั กศึกษา
โดยสามารถเข้าไปค้นคว้าด้วยตัวเอง

อย่างไร้ขีดจำากัด และขยายโอกาสการเรียนรู้ให้กระจายไปยังกลุ่ม
นั กเรียนที่อยู่ในภูมิภาคห่างไกลด้วย

มาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ระบุว่า การ
ศึกษาหมายถึง

กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและสังคม โดยการ
ถ่ายทอดความรู้ การฝึ กอบรม

การสืบสานทางวัฒนธรรม การสร้างจรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ
การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อมสังคม

การเรียนรู้ และปั จจัยเกื้ อหนุ นให้บุคคลเรียนรู้อย่างผสานระหว่างการ
ศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ

และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่าง
ต่อเนื่ องตลอดชีวิต

อินเทอร์เน็ตจึงเป็ นขุมความรู้ปริมาณมหาศาล และเป็ นเครื่องมือสื่อสาร
สืบค้นที่สะดวกรวดเร็วและไร้พรมแดน

สามารถเอื้ อให้เกิดการเรียนรู้จากทุกที่ไม่จำากัดแค่เพียงในห้องเรียน หรือ
ในเวลาเรียนเท่านั้ น

จึงเป็ นการส่งเสริมให้เกิดการศึกษาทั้งในและนอกระบบ และตาม
อัธยาศัย

ที่สำาคัญยังเปิ ดกว้างสำาหรับทุกคนที่ต้องการศึกษาหาความรู้ ไม่ว่าจะอยู่
ในวัยใดก็ตาม

ซึ่งเป็ นการสนั บสนุ นให้เกิดการศึกษาพัฒนาความรู้ตลอดชีวิตสอดคล้อง
กับพระราชบัญญัติ

อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา นั บได้ว่าเป็ นเครื่องมือที่สำาคัญอย่างยิ่งในการ
ลดความเหลื่อมลำ้าทางการศึกษา

ระหว่างกลุ่มคนในสังคม และเป็ นการเพิ่มพูนการเรียนรู้ของบรรดา
นั กเรียนที่เตรียมพร้อมที่จะก้าวไปสู่การ

เป็ นบุคลากรที่เปี่ ยมด้วยความรู้ความสามารถ เพื่อเป็ นการผลักดัน
ประเทศไทยให้เข้าสู่สังคมแห่งปั ญญา

และความรู้ (Knowledge based Society) ในอนาคตข้างหน้า

สำาหรับประเทศไทย การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชาชน ยังปรากฏ
ความไม่เสมอภาคค่อนข้างชัด

อาจจะสืบเนื่ องมาจากข้อจำากัดทางทุนทรัพย์ ปั ญหาทางด้านการสื่อสาร
หรือโทรคมนาคมพื้ นฐาน

การขาดความรู้ความเข้าใจ หรือไม่เล็งเห็นประโยชน์ซึ่งหากปั ญหาความ

ไม่เสมอภาคในเรื่องนี้

ยังไม่ได้รบ
ั การแก้ไขอย่างทันท่วงที ช่องว่างของโอกาสการเรียนรู้ของคน
ไทย และนั กเรียนจะกว้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความเหลื่อมลำ้าทางด้านศึกษาเพิ่มมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ ยังเป็ นการสร้างความทัว่ ถึงและเท่าเทียมทางด้านการศึกษา
ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย และเป็ นการยกระดับการศึกษาของเด็กไทยให้

ทัดเทียมกับนานาประเทศ อีกทั้งยังเป็ นโครงการที่สนั บสนุ นการปฏิรูป

การศึกษาไทยตามแนวพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ที่

มุ่งเน้นให้เด็กเป็ นศูนย์กลางการเรียนรู้ (Child Center) โดยมีครูอาจารย์
คอยให้คำาแนะนำา และสนั บสนุ นการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Life Long

Learning) เป็ นการพัฒนาบุคลากรไทยให้เป็ นบุคคลที่มีความสามารถ
และศักยภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจไทยให้เจริญ
ก้าวหน้าต่อไปในอนาคต
ที่มา

http://www.vcharkarn.com/varticle/39266