You are on page 1of 10

เว็บเควสต คือ

เว็บที่มีการออกแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรูแบบสําเร็จรูปในลักษณะ
WebQuest กิจกรรมการเรียนทีป่ รับจากการสืบสอบ (Inquiry - oriented activities) โดย
มีแหลงสารสนเทศที่ผูเรียนจะมีปฏิสัมพันธดวยจากแหลงความรูตางๆ บน
อินเทอรเน็ต รูปแบบของเว็บเควสต (Webquest) นี้ พัฒนาขึ้นโดย Bernie
ดร.ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ Dodge และ Tom March แหงมหาวิทยาลัยซานดิเอโก ในป 1995
คณะครุศาสตร
จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย
praweenya@gmail.com

http://webquest.org/index.php

Praweenya Suwannatthachote

"Inquiry" is defined as
"a seeking for truth, information,
or knowledge
Inquiry-based Learning
-- seeking information
by questioning."
• ขั้นสรางความสนใจ (engagement) การนําเขาสู • ขั้นขยายความรู (elaboration)
บทเรียนหรือเรื่องที่สนใจ ขั้นการนําความรูที่สรางขึ้นไปเชื่อมโยงกับ
• ขั้นสํารวจและคนหา (exploration) ความรูเดิมหรือแนวคิดที่ไดศึกษาคนควา
เมื่อทําความเขาใจในประเด็นหรือคําถามที่สนใจ เพิ่มเติม หรือนําแบบจําลองหรือขอสรุปที่ได
จะศึกษาอยางถองแทแลว ก็มีการวางแผนกําหนด ไปใชอธิบายสถานการณหรือเหตุการณอื่นๆ
แนวทางการสํารวจตรวจสอบ ตั้งสมมติฐาน
กําหนดทางเลือกที่เปนไปได ลงมือปฏิบัติเพื่อเก็บ
ขอมูล • ขั้นประเมิน (evaluation)
• ขั้นอธิบายและลงขอสรุป (explanation) การประเมินการเรียนรูดวยกระบวนการตางๆ
วาผูเรียนมีความรูอะไรบาง อยางไร และมากนอยเพียงใด จากขั้นนี้จะนําไป
เมื่อไดขอมูลอยางเพียงพอจากการสํารวจแลว จึงนําขอมูลทีไ่ ดมา
วิเคราะห แปลผล สรุปผล และนําเสนอผล สูการนําความรูไปประยุกตใชในเรื่องอื่นๆ

Praweenya Suwannatthachote

การออกแบบเว็บเควสต
มีการกระตุนผูเรียนดวยคําถาม การแกปญ
 หา
และการคนควาจากแหลงการเรียนรูจริง
Developing
Thinking Skill การกระตุน และการตั้งคําถาม
(Motivation and Questioning)
Student Motivation
& Authenticity Why ผูเรียนเกิดการถายโยงความรู
WebQuest?
WebQuest? ในขณะทํากิจกรรม มีการแตกงาน แหลงขอมูลทีม่ คี วามหลากหลายและเชื่อถือได
เพื่อใหผูเรียนสามารถพัฒนาไปใน (Authentic and Dynamic Resource)
ลักษณะของ
ขั้นทีส่ งู ขึน้ โดยทีผ่ ูเรียนสราง เว็บเควสตที่ดี
ผูเรียนมีการเรียนรูรวมกัน Cooperative องคความรูขึ้นดวยตนเอง การสรางและการแสดงความรูใหม
สมาชิกในกลุมรวมกันทํางาน
Learning
(Creating and Demonstrating New Knowledge)
เพื่อใหกลุมประสบความสําเร็จ

(March, 2004) (Yoder, 2005)


การออกแบบเว็บเควสต ประเภทของเว็บเควสต
A
Dodge (1997) ไดแบงประเภทของเว็บเควสต ออกเปน
สิ่งที่ควรคํานึง
ผูเรียนเกิดการวิเคราะห สังเคราะห 2 ประเภท ไดแก
ในการออกแบบ
B เว็บเควสต เว็บเควสตระยะสั้น (Short Term WebQuests) มีเปาหมายเพื่อใหผูเรียน
การแขงขันทีท่ าทายเปนกุญแจสําคัญ 1 แสวงหาและบูรณาการความรูในระดับเบื้องตนเว็บเควสทประเภทนี้ใชเวลา
ในการศึกษาประมาณ 1-3 คาบเรียน
แหลงการเรียนรูมีความถูกตอง C
ประหยัดเวลาในการสืบคน เว็บเควสตระยะยาว (Long Term WebQuests) มีเปาหมายเพื่อพัฒนา
2 ระดับการคิดขั้นสูงของผูเรียน หลังจากจบบทเรียนแลวผูเรียนสามารถ
ผูเรียนตองเรียนรูท ี่จะประยุกตขอมูลเพื่อแกปญหา D วิเคราะหองคความรูที่ลึกซึ้ง ถายโอนไปใชในแบบใดแบบหนึ่งได
และสรางสรรคผลงานของตนเอง เว็บเควสทประเภทนี้ใชเวลาระหวาง 1 สัปดาหถึง 1 เดือน

(Glunt, 2005)

Praweenya Suwannatthachote

องคประกอบของเว็บเควสต องคประกอบของเว็บเควสต
1. ขั้นนํา (Introduction) 1. ขั้นนํา (Introduction)

2. งานที่มอบหมาย (Task) สวนที่เตรียมผูเรียนในการเขา


สูกิจกรรมการเรียนการสอน รวม
3. กระบวนการทํางาน (Process) ไปถึงใหสถานการณที่จะให
ผูเรียนแกปญหา หรือปฏิบัติ
4. แหลงการเรียนรู (Resources) กิจกรรมการเรียนรูที่ออกแบบไว

5. การประเมินผล (Evaluation)
6. การสรุป (Conclusion)

**ในบางครั้ง อาจจะมีสวนของครูผูสอน (Teacher Page) เปนสวนที่ผูพัฒนากิจกรรม


อธิบายหรือชี้แจงใหกับครูอื่นที่สนใจเขามาใช
องคประกอบของเว็บเควสต องคประกอบของเว็บเควสต
3. กระบวนการทํางาน (Process)
2. งานทีม่ อบหมาย (Task)
สวนที่อธิบายงานที่ตองการ สวนแนะนําขัน้ ตอนการทํางาน
ใหผูเรียนปฏิบัติ ควรเปน ที่นักเรียนควรปฏิบัติตามตลอด
สถานการณปญหาที่นาสนใจ การทํางาน เปนการอธิบายบทบาท
กําหนดใหผูเรียนคนหาและ หนาที่ การทํางานของผูเรียน
เปลี่ยนขอมูลเปนความรู แตละคน
ความเขาใจ

Praweenya Suwannatthachote

องคประกอบของเว็บเควสต องคประกอบของเว็บเควสต
4. แหลงการเรียนรู (Resources) 5. การประเมินผล (Evaluation)
สวนที่ใหรายชื่อฐานขอมูลที่ชวย สวนที่บอกใหผูเรียนทราบถึง
ใหผูเรียนทํางานที่มอบหมายได แนวทางในการประเมินการทํางาน
สําเร็จ ซึ่งอาจเปนรายชื่อเว็บเพจ ที่ไดรับมอบหมาย ผูเรียนสามารถ
หนังสือหรือเอกสารอื่น ๆ ที่ผูสอน ประเมินดวยตนเองกอน และ
คัดเลือกมาแลว เพื่อใหผูเรียน สามารถแกไขขอบกพรองได
สามารถเขาถึงแหลงสารสนเทศได จนพอใจวางานทุกสวนเปนไปตาม
อยางรวดเร็ว เปนการประหยัดเวลา เกณฑที่กําหนด

Rubrics
องคประกอบของเว็บเควสต การออกแบบเว็บเควสต
6. สรุป (Conclusion) • เลือกเรื่อง
(Choose a Topic)
สวนที่สรุปใหผูเรียนไดทราบวาไดเรียนรูอะไรไปแลวบาง ทําให • กําหนดงาน
ผูเรียนจดจําในสิ่งที่เรียนไปแลว และกระตุนใหเกิดประสบการณ (Choose a Task)
ที่มีคุณคา อาจมีการแนะนําใหผูเรียนศึกษาคนควาตอในอนาคตได
• ออกแบบการประเมินผล
(Design the Evaluation)

• พัฒนากระบวนการ
(Develop the Process)

• ปรับปรุงใหสมบูรณ
(Refine the Aesthetics)
(finish up the details)

Praweenya Suwannatthachote

The Task
• You will learn about one dinosaur and the time period in
which it lived. You will then work together with the other
members of your class to design a Dinosaur Zoo.

• Should the Prime Minister and the Government say "sorry"


to the Aboriginal People? Why/why not? ขอสังเกตเกี่ยวกับ “งาน” ในเว็บเควสต
• จริงหรือที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเปนประเทศมหาอํานาจทาง
เศรษฐกิจ ???

• เมื่อนักเรียนกลายเปนพยานปากเอกที่สามารถใหขอมูลลักษณะ
รูปพรรณสัณฐานของผูรายไดระหวางการไปทองเที่ยวที่ประเทศ
อังกฤษ เตรียมพรอมแลวยังที่จะสื่อสารกับตํารวจสากล
กระบวนการเรียนรูทางปญญา (cognitive process)
จํา เขาใจ ประยุกตใช วิเคราะห ประเมิน สรางสรรค
(Remember) (Understand) (Apply) (Analyze) (Evaluate) (Create)

ระดับมาก
กิจกรรมการเรียนรู
เปดโอกาสใหผูเรียนมีสวนรวมในการเรียน
ระดับนอย

Praweenya Suwannatthachote

ออกแบบกระบวนการเรียนรู รายการอางอิง
•เนนการเรียนรูทกี่ ระตุนการมีสวนรวมของผูเรียน Christie, A. What is a WebQuest?. [Online] Available from : http://www.west.asu.edu/

•เนนการทํางานและเรียนรูรวมกัน
ACHRISTIE/675wq.html.
Costello, J. and Maibroda, O. WebQuests. [Online] 2002. Available from :

– เทคนิคการตอบทเรียน http://doe.concordia.ca /cslp/Downloads/PDF/jobaids/WebQuest.pdf.

– เทคนิคการเรียนแบบรวมมือ
Dodge, B. Some Thoughts About WebQuests. [Online] 1997. Available from :
http://webquest.sdsu.edu/about_webquests.html.

– ฯลฯ Dodge, B. The WebQuest Design Process. [Online] 1997. Available from :

•วิธีการเขียน
http://webquest.sdsu.edu/process/webquestdesignprocess.html.
Glunt, D. Developing Your Own Social Studies WebQuest Project. [Online] 2005.

– นักเรียนคือคนที่จะอานและปฏิบัติ ดังนัน้ ตองเขียน Available from : http://www.glencoe.com/sec/teachingtoday/subject


/dev_ss_webquest.phtml.
กระบวนการเรียนรูใหละเอียด Hodges, P.J., Why Use WebQuest : A Theoretically Informed Argument. [Online]

•การเลือกและอางอิงแหลงการเรียนรู Available from : http://coe.west.asu.edu/students/esmarion/PeaceWQnf/

– คัดสรรแหลงเรียนรูอ อนไลนทนี่ าเชื่อถือ และเหมาะสมกับ


webquests.htm.
March, T. The Learning Power of WebQuests. [Online] 2004. Available from :
http://tommarch.com/writings/wq_power.php.
ผูเรียน Yoder, M.B. Inquiry Based Learning Using the Internet : Research, Resources,
WebQuest. [Online] 2005. Available from : http://www.uwex.edu/disted/
conference/Resource_library/proceedings/03_57.pdf.
WEBQUEST
1) บทนํา

สวนนี้เปนขั้นแรกในการสรางความสนใจและนําผูเรียนเขาสู
เว็บเควสท โดยจัดทําเปนคําอธิบายสั้นๆ
2) ภาระงาน

การกําหนดปญหาในการศึกษา สวนนี้ถือไดวาเปนหัวใจ
สําคัญของเว็บเควสท ถือเปนขั้นของการเสนอปญหา เปน
การจัดกิจกรรมที่ใหผูเรียนไดเผชิญปญหาที่ทาทายใหผูเรียน
คนหาคําตอบ หรือหาขอโตแยง
3) กระบวนการ

เสมือนกับคูมือการเรียนรูของผูเรียนที่จะนําทางใหผูเรียนทํา
ภารกิจหรือแกปญหาที่ไดรับเสร็จสิ้นได สวนนี้เปนการ
อธิบายขั้นตอนการทํากิจกรรมใหผูเรียนทราบและปฏิบัติ
ตาม
4) การประเมินผล

เกณฑการใหคะแนนการประเมิน (scoring rubric) ที่ชัดเจน


อาจเปนแบบองครวม หรือแบบแยกองคประกอบรายดาน
5) แหลงเรียนรู

การใหแหลงสารสนเทศเพื่อใหผูเรียนไดใชสารสนเทศที่ไดคัด
สรรไวใหแลวมาใชเพื่อสืบสอบหาคําตอบตามที่ไดรับ
มอบหมายงาน สารสนเทศอาจจัดอยูในรูปของเว็บไซต
ภายในตัวเว็บเควสทเอง หรือเปนการเชื่อมโยงออกไปยัง
เว็บไซตอื่นๆ ที่เกี่ยวของ สารสนเทศจะอยูในรูปแบบของ
ขอความอยางเดียว ขอความประกอบภาพ ขอความ
ประกอบภาพและเสียง หรือเปนการนําเสนอดวยภาพนิ่ง
ภาพเคลื่อนไหว เชน ภาพนิ่ง ภาพวาด กราฟก
ภาพเคลื่อนไหว วีดทิ ัศน
6) สรุป การนําเสนอสาระสําคัญโดยยอในสิ่งที่ผูเรียนได

เรียนรูจากกิจกรรรมเว็บเควสท

7) สวนของครูผูสอน
เอกสารประกอบการฝกอบรมเชิงปฏิบัติการ
ดร.ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ
15 ตุลาคม 2552
การเชื่อมโยงหลายมิติ (Hyperlink)
โปรแกรมนําเสนอ PowerPoint

การออกแบบและจัดทําเว็บเควสตนั้น นอกจากจะจัดทําเปนเว็บซึ่งออนไลนใหไดใชงานกันแลว สามารถ


ดัดแปลงการจัดทําเว็บเควสตในรูปแบบของสื่อออฟไลนไดดวยโปรแกรมนําเสนอ PowerPoint โดยใชคาํ สั่ง
การเชื่อมโยงหลายมิติ ชวยใหเกิดการเชื่อมโยงระหวางหนาสไลดนําเสนอ และภายในสไลดนําเสนอได มี
วิธีการทําอยางงาย ดังตอไปนี้

1. สรางสื่อนําเสนอ โดยกําหนดจํานวนหนาอยางนอย 7 หนา ตามองคประกอบของเว็บเควสตดังนี้


หนาที่ 1 เปนพื้นที่ของปก ซึ่งจะใสชื่อเว็บเควสต ผูจัดทํา รูปภาพประกอบตางๆ
หนาที่ 2 เปนพื้นที่ของ บทนํา
หนาที่ 3 เปนพื้นที่ของ งาน
หนาที่ 4 เปนพื้นที่ของ กระบวนการ
หนาที่ 5 เปนพื้นที่ของ แหลงสารสนเทศ
หนาที่ 6 เปนพื้นที่ของ ประเมินผล
หนาที่ 7 เปนพื้นที่ของ สรุป
2. ที่หนา 2-7 ใหพิมพขอ อความของแตละองคประกอบไวที่ตรงกลาง หรือบริเวณ Title
3. ที่หนา 2 ใหพิมพเมนูตางๆ ตามองคประกอบของเว็บเควสต ที่ตองการใหเปนจุดเชื่อมโยงหลายมิติ
ใหครบถวน

ภาพที่ 1 ผลของการทําตามขั้นตอนที่ 1-3

1
เอกสารประกอบการฝกอบรมเชิงปฏิบัติการ
ดร.ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ
15 ตุลาคม 2552

4. เลือกตัวอักษรที่ตองการเชื่อมโยง ดังภาพที่ 2จากนั้น


คลิกเมาสดานขวา จะปรากฏคําสั่ง การเชื่อมโยงหลายมิติ
(Hyperlink) คลิกเขาไปในจะปรากฏหนา “แทรกการ
เชื่อมโยงหลายมิติ” ดังภาพที่ 3

ภาพที่ 2 ขั้นตอนที่ 4

5. ในขั้นนี้เปนการสราง
การเชื่อมโยง ซึ่งสไลดที่
จัดทําจะเปนการ
เชื่อมโยงภายในระหวาง
กัน ดังนัน้ ที่แถบเมนู
ดานซาย “เชื่อมโยงไปยัง
หรือ Link to:” ใหเลือก
คําสั่งที่ 2 คือ “ตําแหนง
ในเอกสารนี้ หรือ Place
ภาพที่ 3 ขั้นตอนที่ 5 in This Document.”

2
เอกสารประกอบการฝกอบรมเชิงปฏิบัติการ
ดร.ปราวีณยา สุวรรณณัฐโชติ
15 ตุลาคม 2552

6. จากนั้นเลือกสไลดที่
ตองการใหจุดเชื่อมโยง ซึง่
อาจเปนขอความ หรือไอ
คอน ภาพตางๆ เชื่อมโยงไป
ถึง ใหสอดคลองถูกตองกัน
แลวคลิกปุม “ตกลง หรือ
OK”

ใหดําเนินการเชื่อมโยงเชนนี้
ภาพที่ 4 ขั้นตอนที่ 6
ไปจนครบเมนูหลักทั้งหมด

Tip กรณีที่ภาพประกอบ หรือไฟลเอกสารตางๆ อยูภ ายนอกสไลด จะตองเลือก การเชื่อมโยงไปยัง ใน


ขั้นตอนที่ 5 เปน “แฟมหรือเว็บเพจที่มอี ยู หรือ Exiting File or Web Page”

7. เมื่อดําเนินการเพิ่มจุดเชื่อมโยงจนครบทัง้ หมดแลว ตัวอักษรจะเปลี่ยนสี และมีขีดเสนใตเพิ่มขึ้น ซึ่ง


แสดงใหเห็นวาเราไดสรางจุดเชื่อมโยงสําเร็จแลว และเมื่อฉายสไลด ดวยคําสั่ง show slide จะมีรูปมือ
ปรากฏที่แตละจุดเชื่อมโยง

8. จากขั้นตอนที่ 7 แสดงวา หนาที่ 2 ของสไลดไดสรางจุด


เชื่อมโยง ซึ่งจะกลายเปนเมนูของทุกหนาสไลดเสร็จ
เรียบรอยแลว ในขั้นตอนนี้จะเปนการทําสําเนาจุดเชื่อมโยงที่
ถูกตองเหลานี้ไปยังสไลดหนาอื่นๆ ที่ยังไมมีเมนู

ใหเลือกจุดเชือ่ มโยงทั้งหมด แลวใชคําสั่งทํา


สําเนา Control+C เพื่อไปวางในหนาสไลดอื่นๆ
ตอไป ดวยคําสั่ง Control+V จนครบทั้งหมด