You are on page 1of 12

1

โรคชิคุนกุนยา (Chikungunya)

ลักษณะโรค โรคชิคุนกุนยา เป็ นโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาที่มี
ยุงลายเป็ นพาหะนำา โรค มีอ าการคล้ ายไข้ เ ดงกี แต่ ต่า งกั นที่ ไม่ มีก ารรั่ว
ของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผ้ป ้ ่ วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึง
มีการช็อก
สาเหตุ เกิดจากเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา (Chikungunya virus) ซึ่ง
เ ป็ น RNA Virus จั ด อ ย่้ ใ น genus alphavirus แ ล ะ family
Togaviridae มียุงลาย Aedes aegypti, Ae. albopictus เป็ นพาหะนำา
โรค
วิธีการติดต่อ ติ ด ต่ อ กั น ได้ โ ดยมี ยุ ง ลาย Aedes aegypti เป็ น
พาหะนำา โรคที่ สำา คั ญ เมื่ อยุ ง ลายตั ว เมี ย กั ด และด้ ด เลื อ ดผ้้ ป่ วยที่ อ ย่้ ใ น
ระยะไข้ ส้ ง ซึ่ ง เป็ นระยะที่ มี ไ วรั ส อย่้ ใ นกระแสเลื อ ด เชื้ อไวรั ส จะเข้ า ส่้
กระเพาะยุง และเพิ่มจำานวนมากขึ้น แล้วเดินทางเข้าส่้ต่อมนำ้าลาย เมื่อยุง
ที่มีเชื้อไวรัสชิคุนกุนยาไปกัดคนอื่นก็จะปล่อยเชื้อไปยังคนที่ถ้กกัด ทำา ให้
คนนั้นเกิดอาการของโรคได้
ระยะฟั กตัว โดยทั่วไปประมาณ 1-12 วัน แต่ท่ีพบบ่อย
ประมาณ 2-3 วัน
ระยะติดต่อ ระยะไข้ส้งประมาณวันที่ 2 – 4 เป็ นระยะที่มีไวรัส
อย่้ในกระแสเลือดมาก
อาการและอาการแสดง ผ้้ป่วยจะมี อาการไข้ส้ งอย่ างฉับ พลั น มี
ผื่ น แ ด ง ขึ้ น ต า ม ร่ า ง ก า ย แ ล ะ อ า จ มี อ า ก า ร คั น ร่ ว ม ด้ ว ย พ บ ต า แ ด ง
(conjunctival injection) แต่ไม่ค่อยพบจุดเลือดออกในตาขาว ส่วนใหญ่
แล้วในเด็กจะมีอาการไม่รุนแรงเท่าในผ้้ใหญ่ ในผ้้ใหญ่อาการที่เด่นชัดคือ
อาการปวดข้อ ซึ่งอาจพบข้ออักเสบได้ ส่วนใหญ่จะเป็ นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อ
มื อ ข้ อ เท้ า อาการปวดข้ อ จะพบได้ ห ลายๆ ข้ อ เปลี่ ย นตำา แหน่ ง ไปเรื่ อยๆ
(migratory polyarthritis) อาการจะรุ น แรงมากจนบางครั้ ง ขยั บ ข้ อ ไม่
ได้ อาการจะหายภายใน 1-12 สัปดาห์ ผ้ป ้ ่ วยบางรายอาจมีอาการปวดข้อ
เกิดขึ้นได้อีกภายใน 2-3 สัปดาห์ต่อมา และบางรายอาการปวดข้อจะอย่้
ได้นานเป็ นเดือนหรือเป็ นปี ไม่พบผ้้ป่วยที่มีอาการรุนแรงถึงช็อก ซึ่งแตก
ต่ า งจากโรคไข้ เ ลื อ ดออก อาจพบ tourniquet test ให้ ผ ลบวก และจุ ด
เลือดออก (petichiae) บริเวณผิวหนังได้
ความแตกต่างระหว่าง DF/DHF กับการติดเชื้อ chikungunya
1. ใน chikungunya มีไข้ส้งเกิดขึ้นอย่างฉับพลันกว่าใน DF/DHF
คนไข้จึงมาโรงพยาบาลเร็วกว่า
2

2. ระยะของไข้ส้ันกว่าในเดงกี ผ้ป
้ ่ วยที่มีระยะไข้ส้ันเพียง 2 วัน พบ
ใน chikungunya ได้บ่อยกว่าใน DF/DHF โดยส่วนใหญ่ไข้ลงใน 4 วัน
3. ถึงแม้จะพบจุดเลือดได้ท่ีผิวหนัง และการทดสอบท้นิเกต์ให้ผล
บวกได้ แต่ส่วนใหญ่จะพบจำานวนทั้งที่เกิดเองและจากทดสอบน้อยกว่าใน
DF/DHF
4. ไม่พบ convalescent petechial rash ที่มีลักษณะวงขาวๆใน
chikungunya
5. พบผื่นได้แบบ maculopapular rash และ conjunctival infection
ใน chikungunya ได้บ่อยกว่าในเดงกี
6. พบ myalgia / arthralgia ใน chikungunya ได้บ่อยกว่าในเดงกี
7. ใน chikungunya เนื่ องจากไข้ส้งฉับพลัน พบการชักร่วมกับไข้ส้ง
ได้ถึง 15% ซึ่งส้งกว่าในเดงกีถึง 3 เท่า
ระบาดวิทยาของโรค การติ ด เชื้ อ Chikungunya virus เดิ ม
มีรกรากอย่้ในทวีปอาฟริกา ในประเทศไทยมีการตรวจพบครั้งแรกพร้อม
กับที่มีไข้เลือดออกระบาดและเป็ นครั้งแรกในทวีปเอเชีย เมื่อ พ.ศ. 2501
โดย Prof.W McD Hamnon แยกเชื้ อชิคุน กุ น ย า ไ ด้จ า ก ผ้้ ป่ ว ย โร ง
พยาบาลเด็ก กรุงเทพมหานคร
ในทวีปอาฟริกามีหลายประเทศพบเชื้อชิคุนกุนยา มีการแพร่เชื้อ 2
วงจรคือ primate cycle (rural type) (คน-ยุง-ลิง) ซึ่งมี Cercopithicus monkeys หรือ Barboon
เป็ น amplifyer host และอาจทำา ให้มีผ้ป่วยจากเชื้อนี้ ประปราย หรืออาจมีการระ
บาดเล็กๆ (miniepidemics) ได้เป็ นครั้งคราว เมื่อมีผ้ท่ีไม่มีภ้มิคุ้มกันเข้า ไปใน
พื้นที่ท่ีมีเชื้อนี้ อย่้ และคนอาจนำามาส่้ชุมชนเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่ท่ีมียุง
ลายชุ ก ชุ ม มาก ทำา ให้ เ กิ ด urban cycle (คน-ยุ ง ) จากคนไปคน โดยยุ ง Aedes
aegypti และ Mansonia aficanus เป็ นพาหะ
ในทวีปเอเซีย การแพร่เชื้อต่างจากในอาฟริกา การเกิดโรคเป็ น urban
cycle จากคนไปคน โดยมี Ae. aegypti เป็ นพาหะที่สำาคัญ ระบาดวิทยาของโรค
มีร้ปแบบคล้ายคลึงกับโรคติดเชื้อที่นำา โดย Ae. aegypti อื่นๆ ซึ่งอุบัติการของ
โรคเป็ นไปตามการแพร่ ก ระจายและความชุ ก ชุ ม ของยุ ง ลาย หลั ง จากที่
ตรวจพบครั้ง แรกในประเทศไทย ก็มี รายงานจากประเทศต่า งๆ ในทวีป
เอเชี ย ได้ แ ก่ เขมร เวี ย ตนาม พม่ า ศรี ลั ง กา อิ น เดี ย อิ น โดนี เ ซี ย และ
ฟิ ลิปปิ นส์
3

โรคนี้ จะพบมากในฤด้ฝน เมื่อประชากรยุงเพิ่มขึ้นและมีการติดเชื้อ
ในยุงลายมากขึ้น พบโรคนี้ ได้ในทุกกลุ่มอายุ ซึ่งต่างจากไข้เลือดออกและ
หัดเยอรมันที่ส่วนมากพบในผ้้อายุนอ้ ยกว่า 15 ปี ในประเทศไทยพบมีการ
ระบาดของโรคชิคุนกุนยา 6 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2531 ที่จังหวัดสุรินทร์ พ.ศ.
2534 ที่จังหวัดขอนแก่นและปราจีนบุรี ในปี พ.ศ. 2536 มีการระบาด 3
ครั้งที่จังหวัดเลย นครศรีธรรมราช และหนองคาย
การรักษา ไม่มีการรักษาที่จำา เพาะเจาะจง (specific treatment)
การรักษาเป็ นการรักษาแบบประคับประคอง (supportive treatment)
เช่นให้ยาลดอาการไข้ ปวดข้อ และการพักผ่อน

เอกสารอ้างอิง
1. สุ จิ ต รา นิ ม มานนิ ต ย์ . Chikungunya Infection . ใน : ศิ ริ ศั ก ดิ ์ วริ
นทราวาท, คำา นวณ อึ้งช้ศักดิ ์, ชไมพันธ์ สันติกาญจน์, นฤมล ศิลารักษ์,
ประวิทย์ ชุมเกษียร, องอาจ เจริญสุข, และคณะ, บรรณาธิการ. รายงาน
การเฝ้ าระวังโรคประจำา สัปดาห์. ปี ที่ 27 ฉบับที่7. 16 กุมภาพันธ์ 2539
กรุงเทพมหานคร: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์; 2539. หน้า 77- 87
2. ลั ก ขณา ไทยเครื อ , องอาจ เจริ ญ สุ ข , สุ น ทร เหรี ย ญภ้ มิ ก ารกิ จ ,
ประเสริฐ ดิษฐสมบ้รณ์ , รัศมี ผลจันทร์, อนันต์ นิ สาลักษณ์ . โรค Chikungunya
ในประเทศไทยและการสอบสวนและศึก ษาโรค จัง หวัด หนองคาย พ.ศ.
2538-2540 กองระบาดวิ ท ยา สำา นั ก งานปลั ด กระทรวงสาธารณสุ ข , ศ้ น ย์
วิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมแพทย์ทหารบก. เอกสารอัดสำาเนา
3. สุนทร เหรียญภ้มิการกิจ . รายงานการสอบสวนไข้ออกผื่น ปวดข้อ
อำา เภอเซกา จั ง หวั ด หนองคาย วั น ที่ 1 มิ ถุ น ายน ถึ ง 11 สิ ห าคม 2538 กอง
ระบาดวิทยา สำานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. พ.ศ. 2538. เอกสารอัด
สำาเนา
4. ลักขณา ไทยเครือ, องอาจ เจริญสุข. โรค Chikungunya : โรคติด
เชื้ อที่ กลั บ มาเป็ นปั ญหาใหม่ จ ริ ง หรื อ ?. ใน : ศิ ริ ศั ก ดิ ์ วริ น ทราวาท,
คำานวณ อึ้งช้ศักดิ ์, ชไมพันธ์ สันติกาญจน์, นฤมล ศิลารักษ์, ประวิทย์ ชุม
เกษียร, องอาจ เจริญสุข, และคณะ, บรรณาธิการ. รายงานการเฝ้ าระวัง
โ ร ค ป ร ะ จำา สั ป ด า ห์ . ปี ที่ 27 ฉ บั บ ที่ 16 19 เ ม ษ า ย น 2539
กรุงเทพมหานคร: องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ; 2539. หน้า 193-
203
4

5. ลักขณา ไทยเครือ, องอาจ เจริญสุข. โรค Chikungunya : โรคติด
เชื้ อที่ กลั บ มาเป็ นปั ญหาใหม่ จ ริ ง หรื อ . ใน : ศิ ริ ศั ก ดิ ์ วริ น ทราวาท,
คำานวณ อึ้งช้ศักดิ ์, ชไมพันธ์ สันติกาญจน์, นฤมล ศิลารักษ์, ประวิทย์ ชุม
เกษียร, องอาจ เจริญสุข, และคณะ, บรรณาธิการ. รายงานการเฝ้ าระวัง
โรคประจำา สั ป ดาห์ กองระบาดวิ ท ยา ปี ที่ 27 ฉบั บ ที่ 17 26 เมษายน
2539 กรุ ง เทพมหานคร: องค์ ก ารรั บ ส่ ง สิ น ค้ า และพั ส ดุ ภั ณ ฑ์ ; 2539.
หน้า 205- 218

อ่านเพิ่มได้อีกที่ http://en.wikipedia.org/wiki/Chikungunya

การเฝ้ าระวังโรค Chikungunya

1. นิ ยามในการเฝ้ าระวังโรค (Case Definition for Surveillance)
1.1 เกณฑ์ทางคลินิก (Clinical Criteria)
มีไข้ส้ง ร่วมกับ อาการอย่างน้อยหนึ่ งอาการ ดังนี้
 มีผ่ ืน
 ปวดกล้ามเนื้ อ
 ปวดกระด้กหรือข้อ
 ปวดศีรษะ
 ปวดกระบอกตา
 มีเลือดออกตามผิวหนัง
1.2 เกณฑ์ทางห้องปฏิบัติการ (Laboratory Criteria)
 ทัว่ ไป
 Complete Blood Count (CBC)
 อาจมีจำานวนเม็ดเลือดขาวตำ่า
 เกล็ดเลือดปกติ ซึ่งสามารถแยกจากไข้เดงกี
ได้
 จำาเพาะ
 ตรวจพบแอนติ บ อดี จำา เพาะต่ อ เชื้ อในนำ้ าเหลื อ งค่้
(paired sera) ด้ ว ยวิ ธี Haemagglutination Inhibition (HI) ≥ 4 เท่ า หรื อ

ถ้านำ้าเหลืองเดี่ยวนั้น ต้องพบภ้มิคุ้มกัน  1: 1,280 หรือ
5

 ตรวจพบภ้มิคุ้มกันชนิ ด IgM โดยวิธี ELISA หรือ
 ตรวจพบเชื้อได้จากเลือด โดยวิธี PCR หรือการแยก
เชื้อ (culture)

2.ประเภทผ้้ป่วย (Case Classification)
2.1 ผ้้ป่วยที่สงสัย (Suspected case) หมายถึงผ้้ท่ ีมีอาการตามเกณฑ์ทาง
คลินิก ได้แก่ ไข้ ออกผื่น ปวดข้อ
2.2 ผ้้ ป่ วยที่ เ ข้ า ข่ า ย (Probable case) หมายถึ ง ผ้้ ท่ ี มี อ าการตามเกณฑ์
ทางคลินิก และ มีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ ง ดังนี้
 มีผลการตรวจเลือดทั่วไป
 มีผลการเชื่อมโยงทางระบาดวิทยากับผ้้ป่วยรายอื่นๆที่มี
ผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการจำาเพาะ
2.3 ผ้้ ป่ วยที่ ยื น ยั น ผล (Confirmed case) หมายถึ ง ผ้้ ท่ ี มี อ าการตาม
เกณฑ์ทางคลินิก และ มีผลตามเกณฑ์ทางห้องปฏิบัติการจำาเพาะ

3. การรายงานผ้้ป่วยตามระบบเฝ้ าระวังโรค รง.506 (Reporting Criteria)
ให้ ร ายงาน ผ้้ ป่ วยที่ เ ข้ า ข่ า ย (Probable case) และผ้้ ป่ วยที่ ยื น ยั น ผล
(Confirmed case) โดยรายงานในช่องอื่นๆ ของรายการโรคในบัตรรายงาน 506

4. การสอบสวนโรค (Epidemiological Investigation)
4.1 สอบสวนเฉพาะราย (Individual Case Investigation) เมื่อมี
รายงานผ้้ ป่ วยที่ มี อ าการเข้ า ได้ กั บ นิ ย ามโรค Chikungunya ให้ ส อบสวน
โรค ยืนยันการวินิจฉัย ค้นหาแหล่งติดเชื้อ และควบคุมโรค
4.2 สอบสวนการระบาด (Outbreak Investigation) เมื่อมีรายงาน
ผ้้ป่วยที่มีอาการเข้าได้กับนิ ยามโรค Chikungunya โดยเกิดโรคเป็ นกลุ่ม
(cluster) ให้ ส อบสวนโรค ยื น ยั น การวิ นิ จ ฉัย /การระบาด หาสาเหตุ แ ละ
ระบาดวิทยาของการระบาด และควบคุมโรค
ดำาเนิ นการเฝ้ าระวังและสอบสวนโรคดังนี้
- เฝ้ าระวังผ้้ท่ีมีอาการไข้ส้ง ร่วมกับ อาการอย่างน้อยหนึ่ ง
อาการ ดังนี้ มีผ่ ืน ปวดกล้ามเนื้ อ ปวดกระด้กหรือข้อ ปวดศีรษะ ปวด
กระบอกตา มีเลือดออกตามผิวหนัง แนะนำาให้ไปรับการรักษาเพื่อได้รับ
การวินิจฉัยจากแพทย์ (อาการนำาของโรค Chikungunya จะคล้ายโรคไข้
เลือดออกหรือโรคหัดเยอรมัน อาจทำาให้วินิจฉัยโรคผิดพลาด และไม่ทราบ
ว่ามีโรคนี้ เกิดขึ้นในพื้นที่ จึงต้องสังเกตลักษณะทางระบาดวิทยาของโรค
ที่จะพบได้ทุกกลุ่มอายุและอาการปวดข้อที่เด่นชัด ซึ่งแตกต่างจากโรคไข้
เลือดออก ควรแยกโรคนี้ กับโรคไข้ออกผื่นอื่น ๆ เช่น หัดเยอรมัน ซึ่งไม่
เป็ นทุกกลุ่มอายุ และมักจะระบาดในช่วงต้นฤด้หนาว) รายงานผ้ป ้ ่ วยให้
6

สำานักงานสาธารณสุขจังหวัด สำานักระบาดวิทยา และสำานักงานป้ องกัน
ควบคุมโรค ทราบ
- สอบสวนโรคเพื่อหาผ้้ป่วยเพิ่ม แหล่งติดเชื้อ ปัจจัยเสี่ยง
ป้ องกันและควบคุมโรค โดย
-ค้นหาผ้้ป่วยเพิ่มเติม โดยใช้นิยามผ้้ป่วย ตามที่กล่าวแล้ว
ข้างบน(จากหนังสือ นิ ยามโรคติดชื้อ ประเทศไทย, กระทรวง
สาธารณสุข พ.ศ. 2546 จัดทำาโดย สำานักระบาดวิทยา กรม
ควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข)
- ค้นหาแหล่งติดเชื้อ จากการสอบถามประวัติเดินทางหรือ
การอย่้อาศัย เป็ นระยะเวลาเท่ากับระยะฟั กตัวของโรค ก่อนวันเริ่ม
ป่ วย
- สอบสวนหาปัจจัยเสี่ยงคือ ความชุกชุมยุงลาย
- ป้ องกันและควบคุมโรคเช่นเดียวกับโรคไข้เลือดออก

การเก็บตัวอย่างและการส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ

การตรวจเพื่อยืนยันการติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา มีหลายวิธีดังนี้
1.การแยกเชื้อไวรัสจากซีร่ ัม
2.ก า ร ต ร ว จ ท า ง นำ้ า เ ห ลื อ ง มี ก า ร ต ร ว จ ห ล า ย วิ ธี เ ช่ น ELISA,
Haemagglutination–inhibition test

การแยกเชื้ อไวรัส
7

เก็ บตั ว อย่ างโลหิ ตโดยเจาะจากเส้ น โลหิ ต ดำา ที่ แ ขนประมาณ 5
มิลลิลิตร ใส่ในหลอดที่ปราศจากเชื้อ ทิ้งไว้ที่อุณหภ้มิห้องประมาณ 15 – 30
นาที แช่น้ ำ าแข็งหรือเก็บไว้ในต้้เย็นธรรมดา (ห้ามแช่แ ข็ง) นำา ส่งห้อง
ปฏิบัติการภายใน 24 ชั่วโมง หรือ ในกรณี ท่ี มีต้แ ช่แ ข็ง -70 C หรือ liquid
0

nitrogen หรื อ dry ice สามารถแยก serum จาก blood clot เก็ บ ไว้ เ พื่ อนำา ส่ ง ห้ อ ง
ปฏิ บั ติ ก ารภายหลั ง โดยนำา ส่ ง ในนำ้ าแข็ ง แห้ ง หรื อ ใน liquid nitrogen
ภายใน 2 – 3 วัน

การตรวจทางน้้าเหลือง
นำ้าเหลืองประมาณ 1 – 2 มิลลิลิตร เก็บ 2 ครั้ง ห่างกัน 7-14 วัน ครั้ง
ที่ 1 ในวันที่ผ้ป่วยเข้ารับการรักษา ครั้งที่ 2 ห่างจากครั้งที่ 1 ประมาณ
7-14 วัน

การเก็บตัวอย่าง
เจาะเลือดจากหลอดเลือดดำาโดยวิธีการปลอดเชื้อ ประมาณ 3-5
มิ ล ลิ ลิ ต ร ใส่ ห ลอดแก้ ว ที่ ป ลอดเชื้ อ ปั่ นแยกเฉพาะนำ้ าเหลื อ งใส่ ใ น
หลอดที่ปลอดเชื้อ ปิ ดจุ กและพั นด้ วยพาราฟิ ล์ มหรือ เทปให้แ น่ น ปิ ด
ฉลากเขียนชื่อนามสกุลผ้้ป่วย วันที่เจาะเก็บเลือด และการตรวจทาง
นำ้าเหลืองวิทยาที่ต้องการ จากนั้นเก็บนำ้าเหลืองดังกล่าวไว้ท่ี 4 องศา
เซลเซียส หรือในช่องแช่แข็งของต้้เย็นรอจนได้ตัวอย่างที่ 2 แล้วจึง
ส่งพร้อมกัน

การนำาส่งตัวอย่าง
การส่ ง ตั ว อย่ า งมาที่ ห้ อ งปฏิ บั ติ ก ารให้ ใ ส่ ถุ ง พลาสติ ก แยกเป็ น
รายๆ รัดยางให้แน่ น แช่ในกระติกนำ้าแข็ง ส่งทางไปรษณีย์ด่วนพิเศษ
พร้อมแบบส่งตัวอย่างไปที่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรม
วิทยาศาสตร์การแพทย์

เอกสารอ้างอิง
1. สุ ร ภี อนั น ตปรี ชา . การเก็ บ ตั ว อย่ า งและการส่ ง ตรวจทาง
ห้องปฏิบัติการ. ค่้มือมาตรฐานการเฝ้ าระวังและสอบสวนโรคติดต่อ
นำา โด ยแม ลง สำา นั ก ร ะบาด วิ ท ยา กรม คว บคุ ม โ รค ก ร ะท ร ว ง
ส าธ าร ณ สุ ข พ .ศ . 2546 เ อก ส าร ใ น โ ค ร ง ก า ร ท ด ล อ ง ร้ ป แ บ บ
8

มาตรฐานการดำาเนิ นงานเฝ้ าระวังและสอบสวนทางระบาดวิทยาโรค
ติดต่อ . หน้า 137-139.

แบบส่งตัวอย่างตรวจโรคไข้ปวดข้อออกผืน
่ ชิคน
ุ กุนยา (Chikungunya
infection)
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์
กระทรวงสาธารณสุข
ถนนติวานนท์ อำาเภอเมืองนนทบุรี 11000 โทร. 0-2589-9850-8, 0-
2951-0000 แฟกซ์ 0-2951-1498

ชือ
่ ………………………………………เพศ…………..อายุ………….ปี …………เดือน
H.N………………….
ทีอ
่ ยู่เลขที…
่ ……….ซอย…………………………ถนน……………………………...หมู่
ที…
่ …………………….
ตำาบล / แขวง ……………………อำาเภอ / เขต ……………………………
จังหวัด………………………………...
รับการรักษาที ่
ร.พ…………………………..ตำาบล…………………….อำาเภอ…………………..จังหวัด…
………………
วัน/เดือน/ปี ทีเ่ ริม
่ ปู วย……………………………………..วัน/เดือน/ปี ทีร
่ ับ
ไว้…………………………………….
วัน/เดือน/ปี ทีจ
่ ำาหนูาย……………………………………..
การวินจ
ิ ฉัย : ( ) ไข้ปวดข้อออกผืน
่ ชิคุนกุนยา ( )
อืน
่ ๆ……………………………………………..(โปรดระบุ)
อาการและการตรวจพบ :
9

1. ไข้ วัน/เดือน/ปี ทีเ่ ริม
่ เป็ นไข้ …………………….เป็ นมา……………
วัน
วัน/เดือน/ปี ทีไ่ ข้ลด…………………………………
2. อาการเลือดออก
2.1 Tourniquet ( ) ไมูได้ทำา ( ) positive..…
2
จุด/Inch ( ) negative (วัน/เดือน/ปี ทีท
่ ำา……….….)
2.2 อาการเลือดออกทีผ
่ ิวหนัง ( ) petechiae
( ) ecchymoses
2.3 ( ) เลือดกำาเดาออก 2.4 ( ) เลือดออก
จากเหงือก 2.5 ( ) อาเจียนเป็ นเลือด
2.6 ( ) ถูายเป็ นเลือด 2.7 ( ) อืน
่ ๆ
(โปรดระบุ)………………………….
3. ตับ ( ) โต ขนาด……………ซม. ( ) คลำา
ไมูพบ ( ) กดเจ็บ
4. ( ) ปวดข้อ
5. อาการและการแสดงอืน
่ ๆ (Unusual manifestation)
……………………………………….
6. การตรวจทางปั สสาวะ ( ) โปรตีน……………………..(
) เลือด……………………..
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
CBC : วัน/เดือน/ปี ทีต
่ รวจ…………………………………..
เม็ดเลือดขาว..…../ลบ.มม., Hct…..%, PMN……%, L……
% Atyp. Lymph……….% อืน
่ ๆ……….
Platelet counts แรกรับ………/ลบ.มม. ส่งสุด………/ลบ.มม .
ตำ่าสุด………/ลบ.มม.
10

Hematocrit แรกรับ…………….% ส่งสุด………%
ตำ่าสุด………%
Liver function test : วัน/เดือน/ปี ทีต
่ รวจ………………AST
……………….unit ALT ……………….unit
NIH Staff only
Acute Convalesc
วัน/เดือน/ปี ทีเ่ จาะเลือด เพือ
่ ส่งตรวจทาง Serology
Serum ent
ครัง้ ที ่ 1 ………………..ครัง้ ที ่ 2 ………………..
D-titer
ชือ
่ แพทย์ผ้่รักษา………………………………………………
ชือ
่ และทีอ
่ ยู่ของผ้่ต้องการให้สูงผล Chik-titer

ชือ Interpreta
่ -สกุล………………………………………………………
tion
ทีอ
่ ยู่ …………………………………………………………………
Note
………………………………………………………………..

ข้อแนะนำาวิธีการเก็บและการส่งตัวอย่างตรวจโรคไข้ปวดข้อ
ออกผืน
่ ชิคุนกุนยา

เจาะเลือดครัง้ ทีห
่ นึง่ ในวันทีผ
่ ้่ปูวยเข้ารับการรักษา
เจาะเลือดครัง้ ทีส
่ อง หูางจากครัง้ แรก 7-14 วัน

วิธีการเก็บนำ้าเหลืองจากหลอดเลือดดำา
เจาะเลือดจากหลอดเลือดดำาโดยวิธีการปลอดเชือ

ประมาณ 3 - 5 มล. ใสูหลอดแก้วทีป
่ ลอดเชือ
้ ปั่ นแยกเฉพาะนำา
้ เหลืองใสู
ในหลอดทีป
่ ลอดเชือ
้ ปิ ดจุกและพันด้วยพาราฟิ ล์มหรือเทปให้แนูน ปิ ด
ฉลากเขียนชือ
่ นามสกุลผ้่ปูวย วันทีเ่ จาะเก็บเลือด และระบุการตรวจทาง
นำา
้ เหลืองวิทยาทีต
่ ้องการ จากนัน
้ เก็บนำา
้ เหลืองดังกลูาวไว้ ในชูองแชูแข็ง
ของต้่เย็นรอจนได้ตัวอยูางที ่ 2 แล้วจึงสูงพร้อมกัน
วิธีการเก็บตัวอย่างโดยใช้กระดาษซับเลือดมาตรฐาน
11

เจาะเลื อ ดจากปลายนิ ว
้ แตะเลื อ ดบนกระดาษซั บ

เลือดสูวน ก. หรือถ้าเจาะเลือดเพื่อการอื่นอยู่แล้วก็หยดเลือดลง

บนกระดาษสู ว น ก . ให้ เ ลื อ ดซึ ม จนชูุ ม ทั ้ง ด้ า นหน้ า และด้ า นหลั ง

ทิ ้ ง ไ ว้ ใ ห้ แ ห้ ง ที ่ อุ ณ ห ภ่ มิ ห้ อ ง

กระดาษทีซ
่ ับเลือดแล้วอยูาให้ถ่กแดด หรือเก็บในทีร
่ ้อน
และไมูควรเก็บไว้นานเกิน 1 เดือน

ข้อจำากัดในการเก็บตัวอย่างด้วยกระดาษซับเลือดมาตรฐาน
1. กระดาษซับเลือดมีราคาส่ง (ประมาณ 10 บาท/แผูน)
2. การเก็บกระดาษทีซ
่ ับแล้วไว้นานเกิน 1 เดือน จะมีผลให้ปริมาณ
แอนติบอดีลดลง ซึง่ อาจทำาให้ผลการตรวจผิดพลาดได้ นอกจากนี ้
ยังไมูสามารถสกัดเลือดทีถ
่ ่กซับในกระดาษออกมาได้
3. ไมูสามารถตรวจซำา
้ ได้ในรายงานทีใ่ ห้ผลกำากวม เนือ
่ งจากนำา
้ เหลือง
ทีส
่ กัดจากระดาษซับเลือดมีปริมาณน้อย
ข้อแนะนำา ควรสูงตัวอยูางตรวจเป็ นนำา
้ เหลือง เพือ
่ ผลการตรวจทีถ
่ ่กต้อง
เป็ นประโยชน์ตูอแพทย์และผ้่ปูวย
12

วิธีการนำาส่งตัวอย่าง
1) ตัวอย่างนำ้าเหลือง
การสูงมาทีห
่ ้องปฏิบัติการให้นำาหลอดตัวอยูางใสูถุงพลาสติกแยก
เป็ นรายๆ รัดยางให้แนูน แชูในกระติกนำา
้ แข็ง สูงพร้อมแบบ
สูงตัวอยูางนำาไปสูงที ่ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข หรือ
สูงตัวอยูางทางไปรษณีย์ดูวนพิเศษ
2) ตัวอย่างทีเ่ ก็บโดยใช้กระดาษซับเลือดมาตรฐาน
กลัดติดกับใบประวัติ สูงไปทีส
่ ถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข