ISSN 0859-547X

ปที่ 40 ฉบับที่ 6 : 20 กุมภาพันธ 2552

Volume 40 Number 6 : February 20, 2009

สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข / Bureau of Epidemiology, Department of Disease Control, Ministry of Public Health

รายงานการสอบสวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษ
ในประเทศไทย ป 2546-2551
การสอบสวนทางระบาดวิทยา
(Jellyfish Envenomation Situation in Thailand, 2003-2008)
chaninan33@yahoo.com

ชนินันท สนธิไชย Chaninan Sonthichai

ระหวางวันที่ 27 มกราคม – 4 เมษายน 2551 สํานักระบาดวิทยา
ได รั บ แจ ง ว า พบผู ป ว ยชาวต า งชาติ ไ ด รั บ บาดเจ็ บ จากการสั ม ผั ส
แมงกะพรุนพิษในเขตชายฝงทะเลจังหวัดตราดและจังหวัดกระบี่
จังหวัดละ 1 ราย เสียชีวิต 1 ราย สํานักระบาดวิทยาจึงไดจัดแพทย
สั ต วแพทย และนั ก วิ ช าการออกดํ า เนิ น การสอบสวนเหตุ ก ารณ
ดั ง กล า ว ร ว มกั บ สํ า นั ก งานสาธารณสุ ข จั ง หวั ด ตราด สํ า นั ก งาน
สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ และสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทาง
ทะเล ชายฝ ง ทะเล และป า ชายเลน กรมทรั พ ยากรทางทะเลและ
ชายฝง ในวันที่ 10-13 มีนาคม 2551 ที่จังหวัดตราดและวันที่ 2-4
กรกฎาคม 2551 ที่จังหวัดกระบี่ เพื่อศึกษาอัตราการบาดเจ็บและ
เสียชีวิตจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษในพื้นที่ชายฝงทะเลจังหวัด
ตราดและจังหวัดกระบี่ตั้งแตป 2546 ถึงป 2551 และเพื่อระบุสาย
พันธุ ของแมงกะพรุนพิ ษในบริ เวณชายฝ ง ทะเลของประเทศไทย
รวมทั้งเสนอแนะแนวทางเฝาระวังและมาตรการปองกันที่เหมาะสม
ใหแกจังหวัดชายฝงทะเลของประเทศไทย

โดยเลือกเวชระเบียนผูปวยที่ไดรับการวินิจฉัยตามรหัส ICD-10 ไดแก
X26 (Contact with venomous marine animals and plants) และ
T63.6 (Toxic effect of contact with other marine animals) รวมทั้ง
คนหาเพิ่มเติมจากทะเบียนผูเขารับการรักษาพยาบาลที่มีประวัติไดรับ
บาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษโดยเลือกผูป ว ยทีเ่ ขารับการรักษา
ตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2546 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2550 สําหรับพื้นที่
จังหวัดตราด และผูปวยที่เขารับการรักษาตั้งแตวันที่ 1 มกราคม 2546
ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2551 สําหรับพื้นที่จังหวัดกระบี่ รายละเอียด
ข อมู ลที่ ศึ กษาได แก อายุ เพศ ภู มิ ลํ าเนา สั ญชาติ วั นเวลาที่ สั มผั ส
แมงกะพรุ นพิ ษ และเข า รั บ การรั กษา บริ เ วณของร า งกายที่ ไ ด รั บ
บาดเจ็บ อาการและอาการแสดงของผูปวยแตละราย
2. สัมภาษณชาวประมงในทองถิ่นเพื่อศึกษาอุบัติการณการ
ได รั บ บาดเจ็ บ และอาการจากการสั ม ผั ส แมงกะพรุ น พิ ษ รวมทั้ ง
ประสบการณการพบเห็นแมงกะพรุนพิษระหวางออกเรือในทะเล
3. สํารวจและเก็บตัวอยางแมงกะพรุนโดยการวางอวนกุง
จากชายฝงทะเลบริเวณที่พบผูปวยเพื่อระบุสายพันธุของแมงกะพรุน

วิธีการศึกษา
1. ศึกษาระบาดวิทยาเชิงพรรณนา โดยการทบทวนเวชระเบียน
ผูปวยนอกและผูปวยในจากสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนในพื้นที่
จังหวัดตราดจํานวน 5 แหง และในพื้นที่จังหวัดกระบี่ จํานวน 4 แหง

ผลการศึกษา
1. ขอบเขตการพบผูปวย
จากการศึ ก ษาพบผู ป ว ยจากการสั ม ผั ส แมงกะพรุ น พิ ษ
ทั้งหมด 54 ราย เปนผูปวยในพื้นที่จังหวัดตราด 9 ราย และเปนผูปวย

บทนํา

สารบัญ
‹ รายงานการสอบสวนการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษในประเทศไทย ป 2546 - 2551
‹ การเพิ่มขึ้นของโรคคางทูม (Mumps) ในประเทศไทย พ.ศ. 2551
‹ สรุปการตรวจขาวของโรคในรอบสัปดาหที่ 6 ระหวางวันที่ 8 – 14 กุมภาพันธ 2552
‹ สรุปสถานการณเฝาระวังไขหวัดนกประจําสัปดาหที่ 6 ระหวางวันที่ 8 – 14 กุมภาพันธ 2552
‹ สถานการณโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา ขอมูล ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ 2552
‹ ขอมูลรายงานโรคเฝาระวังทางระบาดวิทยาเรงดวนประจําสัปดาหที่ 6 ระหวางวันที่ 8 – 14 กุมภาพันธ 2552

89
93
96
97
98
99

คณะที่ปรึกษา
นายแพทยสุชาติ เจตนเสน
นายแพทยธวัช จายนียโยธิน
นายแพทยคํานวณ อึ้งชูศักดิ์
นายองอาจ เจริญสุข

นายแพทยประยูร กุนาศล
นายแพทยประเสริฐ ทองเจริญ
นายสัตวแพทยประวิทย ชุมเกษียร
วาที่ ร.ต. ศิริชัย วงศวัฒนไพบูลย

หัวหนากองบรรณาธิการ : นายแพทยภาสกร อัครเสวี
ผูชวยหัวหนากองบรรณาธิการ
พงษศิริ วัฒนาสุรกิตต
สุเทพ อุทัยฉาย
สิริลักษณ รังษีวงศ

บริมาศ ศักดิ์ศิริสัมพันธ
อภิชาญ ทองใบ
ณัฐบดินทร นิมมานภุชชรัตน

กองบรรณาธิการวิชาการหลัก

นายแพทยโสภณ เอี่ยมศิริถาวร

กองบรรณาธิการดําเนินงาน
ฝายขอมูล
ลัดดา ลิขิตยิ่งวรา
สมาน สยุมภูรุจินันท
สมเจตน ตั้งเจริญศิลป
น.สพ.ธีรศักดิ์ ชักนํา
อัญชนา วากัส
ประเวศน แยมชื่น
ฝายจัดการ
วรรณศิริ พรหมโชติชัย นงลักษณ อยูดี
กฤตติกานต มาทวม
พูนทรัพย เปยมณี
สมหมาย ยิ้มขลิบ
เชิดชัย ดาราแจง
ฝายศิลป ประมวล ทุมพงษ
สื่ออิเล็กทรอนิกส บริมาศ ศักดิ์ศิริสัมพันธ
ณัฐบดินทร นิมมานภุชชรัตน

ผูเขียนบทความการสอบสวนทางระบาดวิทยา
ชนินันท สนธิไชย1 Chaninan Sonthichai1
ศศิธร ติคํารัมย1 Sasitorn Tikumrum1
พรรณราย สมิตสุวรรณ1 Pannarai Smithsuwan1
สมชัย บุศราวิช2 Somchai Bussarawit2 Dr. Michael O’Reilly1
1
โครงการฝ ก อบรมแพทย ป ระจํ า บ า นสาขาเวชศาสตร ป อ งกั น แขนง
ระบาดวิทยา สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
Field Epidemiology Training Programme (FETP) Bureau of Epidemiology,
Department of Disease Control, Ministry of Public Health
2
สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝงทะเล และปาชายเลน
Phuket Marine Biological Center

แกไข ขอมูล WESR ป 40 ฉบับที่ 5
บทบรรณาธิการ หนา 75
หัวขอที่1 ชื่อวา Histamine Food Poisoining (HFD)
แกไขเปน Histamine Food Poisoning (HFP)
สารฮีสตามีนเมื่อเกิดขึ้นเลยไมถูกทําลาย
แกไขเปน สารฮีสตามีนเมื่อเกิดขึน้ แลวไมถูกทําลาย

90

ในพื้ น ที่ จั ง หวั ด กระบี่ 45 ราย ผู ป ว ยเปน ชาวไทยจํ า นวน 39 ราย
ผูปวยทั้งหมดมีชวงอายุระหวาง 4 ปถึง 70 ป โดยมีคามัธยฐานของ
อายุ 26 ป ผูปวยรอยละ 49 มีอายุระหวาง 21-40 ป แบงเปนผูปวยชาย
25 คนและผูปวยหญิง 29 คน คิดเปนอัตราสวนชายตอหญิง 1:1.16
อัตราการไดรับบาดเจ็บจากแมงกะพรุนพิษในกลุมนักทองเที่ยว คิด
เปน 0.54 รายตอนักทองเที่ยวหนึ่งลานคนสําหรับจังหวัดตราด และ
1.51 รายตอนักทองเที่ยวหนึ่งลานคนสําหรับจังหวัดกระบี่
2. ลักษณะอาการและอาการแสดงที่พบในผูปวย
จากผูปวยจํานวน 54 ราย แบงเปนผูปวยนอก 43 ราย (รอยละ
79.63) ผูปวยใน 10 ราย (รอยละ 18.52) เสียชีวิต 1 ราย (รอยละ 1.85)
บริเวณที่ไดรับบาดเจ็บมากที่สุด ไดแก ขาสวนปลาย รอยละ 28.77
รองลงมาไดแก แขนสวนปลาย รอยละ 15.07 มือ รอยละ 12.33 และเทา
รอยละ 12.33 ตามลําดับ อาการที่พบมากที่สุดไดแก ปวดแสบปวดรอน
รอยละ 36.73 ปวดตามรางกาย รอยละ 26.53 และแนนหนาอก รอยละ
18.37 อาการแสดงที่พบมาก ไดแก ผื่นแดง รอยละ 51.22 แผลไฟลวก
รอยละ 19.51 และบวมรอยละ 12.20
3. จํานวนผูปวยจําแนกตามรายเดือน
จากการศึกษา พบวา ผูปวยในจังหวัดตราดไดรับบาดเจ็บจาก
การสัมผัสแมงกะพรุนพิษสูงสุดในเดือนเมษายน สวนผูปวยในจังหวัด
กระบี่ ได รั บบาดเจ็ บจากการสั มผั สแมงกะพรุ นพิ ษสู งสุ ดในเดื อน
พฤษภาคม สําหรับอัตราการไดรับบาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุน
พิษรายเดือนเปรียบเทียบกับจํานวนนักทองเที่ยวในพื้นที่จังหวัดตราด
และจังหวัดกระบี่(1) พบวาสูงสุดในชวงเดือนเมษายนถึงมิถุนายน
(รูปที่ 1)
4. ผลการสัมภาษณชาวประมงในทองถิ่น
จากการสัมภาษณชาวประมงจํานวน 4 ราย พบวา ชาวประมงที่
ออกเรือเพื่อวางอวนกุงมักจะสังเกตเห็นแมงกะพรุนพิษติดอวนมาก
ในชวงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคมของทุกป สําหรับชาวประมงที่มี
ประวัติสัมผัสแมงกะพรุนพิษ พบวาชาวประมง 1 รายมีประวัติสัมผัส
แมงกะพรุนพิษบริเวณหนาอก และมีอาการปวดเมื่อยตามตัว แนน
หน า อก ต อ งเข า รั บ การรั ก ษาในโรงพยาบาล นอกจากนี้ ยั ง พบ
ชาวประมงอีก 2 รายมีประวัติสัมผัสแมงกะพรุนพิษบริเวณมือและขา
แตอาการไมรุนแรงโดยมีอาการคันและเปนผื่นแดงบริเวณผิวหนัง
5. ผลการศึกษาตัวอยางแมงกะพรุน
คณะสอบสวนโรคไดดําเนินการเก็บตัวอยางแมงกะพรุนใน
บริเวณทะเลใกลกับตําแหนงที่พบผูปวย ซึ่งอยูทางทิศเหนือของเกาะ
ลันตา จังหวัดกระบี่ พบตัวอยางแมงกะพรุนพิษ 12 ตัวอยาง จากการ
ระบุสายพันธุโดยผูเชี่ยวชาญดานชีววิทยาทางทะเล พบวาทุกชนิดอยู
ในกลุม Cubozoan หรือ Chrysaoran ซึ่งจัดอยูในกลุม Box Jellyfish
(รูปที่ 2)

http://203.157.15.4/
Weekly Epidemiological Surveillance Report Vol. 40 No. 6: February 20, 2009

รูปที่ 1 แสดงอัตราการไดรบั บาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษตอนักทองเที่ยว 1 ลานคนตอป ในพืน้ ที่จังหวัดตราดและจังหวัดกระบี่ ตั้งแต
ป 2546-2551
10

อั ตร าการไดรับบาดเจ็บ
9
8
7
6

จั งหวัด กระบี่

5

จั งหวัด ตราด

4
3
2
1
0

ม.ค.

ก.พ.

มี.ค.

เม.ย.

พ.ค.

มิ.ย.

ก.ค.

ส.ค.

ก.ย.

ต.ค.

พ.ย.

ธ.ค.

เ ดือน

รูปที่ 2 แสดงตัวอยางแมงกะพรุนพิษในกลุม Box jellyfish ที่เก็บไดจากเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

อภิปรายผล
Box jellyfish (แมงกะพรุนจอก แมงกะพรุนกลอง หรือตัว
ตอทะเล) มีรูปรางเหมือนลูกบาศก ตัวมีลักษณะโปรงใสหรือมีสีฟา
ออน อาจมีหนวดมากถึง 15 เสนที่งอกออกมาจากแตละมุมของชวง
ตัวและสามารถยืดยาวไดถึง 3 เมตร หนวดแตละเสนจะมีเข็มพิษอยู
ประมาณ 5,000 เข็ม ซึ่งสามารถถูกกระตุนโดยสารเคมีจากผิวหนัง
ของเหยื่อ มักอาศัยอยูในทะเลตามแนวชายฝงของออสเตรเลียตอน
เหนื อ และทั่ ว อิ น โดแปซิ ฟ ก เช น ฟ ลิ ป ป น ส เวี ย ดนาม รวมทั้ ง
ประเทศไทย และแถบประเทศเขตรอนอื่นๆ
พิษของ Box jellyfish ถือกันวาเปนหนึ่งในพิษที่รายแรง ที่สุด
ในโลก ซึ่งมีผลตอรางกายมนุษยหลายประการ ไดแก Cardiotoxin
ทําใหหัวใจเตนผิดจังหวะหรือหัวใจหยุดเตนได Neurotoxin มีผล

กดระบบประสาททําให หยุ ดหายใจ และ Hematoxin ทํ าให เกิ ด
Hemolysis จากพิษที่เขาสูกระแสเลือดทําใหเกิดภาวะไตวายเฉียบพลัน
ตามมา นอกจากนี้ หนวดของแมงกะพรุนที่ตายแลวหรือแมแตหนวดที่
หลุดออกมาก็ยังสามารถปลอยพิษใหกับผูที่สัมผัสได ผูไดรับพิษนี้จะ
เกิ ดอาการเจ็ บปวดอย างรุ นแรง ผู สั มผั สแมงกะพรุ นพิ ษหลายราย
เสียชีวิตกอนที่จะไดรับการชวยเหลือไดทัน สําหรับผูปวยทีม่ อี าการไม
รุ นแรง มั กจะมี อาการปวดแสบปวดร อนและมี แผลไหม ที่ บริ เวณ
ผิวหนัง โดยจะมีอาการดีขึ้นภายใน 12 ชั่วโมง
จํานวนผูปวยจากแมงกะพรุนพิษมีความแตกตางกันในแต
ละช ว งของป ซึ่ ง อาจเกิ ด จากจํ า นวนแมงกะพรุ น พิ ษ ที่ ม ากน อ ย
ต า งกั น ในแต ล ะฤดู ก าลหรื อ เกิ ด จากจํ า นวนนั ก ท อ งเที่ ย วที่
เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลทองเที่ยวในแตละพื้นที่ และสาเหตุที่

http://203.157.15.4/
รายงานการเฝ า ระวั ง ทางระบาดวิ ท ยาประจํา สั ป ดาห ป ที่ 40 ฉบั บ ที่ 6: 20 กุ ม ภาพั น ธ 2552

91

อัตราผูไดรับบาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษสูงสุดในชวง
เดือนเมษายนถึงมิถุนายนนาจะเกิดจากชวงดังกลาวเปนชวงฤดูกาลที่
เหมาะแกการลงเลนน้ํา สําหรับจํานวนผูปวยที่ไดจากการทบทวน
เวชระเบียนในการศึกษาครั้งนี้นาจะมีจํานวนนอยกวาความเปนจริง
เนื่องจากผูปวยจํานวนหนึ่งไดรับการวินิจฉัยนอกเหนือไปจากรหัส
โรคที่เกี่ยวของกับการบาดเจ็บจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษ เชน
ผื่นคันหรือบาดแผลโดยไมระบุสาเหตุจึงไมสามารถเลือกเขามาใน
การศึกษาได และผูปวยชาวไทยซึ่งสวนใหญเปนชาวประมงไมได
เขารับการรักษาในสถานพยาบาล โดยมักจะรักษาดวยการปฐมพยาบาล
เบื้องตนหรือใชวิธีการรักษาแบบพื้นบาน
อาการและอาการแสดงของผูปวยสวนใหญจะไมรุนแรงนัก
ซึ่ ง รั ก ษาแบบผู ป ว ยนอกแล ว ก็ มั ก จะมี อ าการดี ขึ้ น ตํ า แหน ง ของ
รางกายที่ไดรับบาดเจ็บสวนใหญไดแก บริเวณแขนและขาจากการ
สัมผัสแมงกะพรุนโดยบังเอิญขณะวายน้ํา ดังนั้น นักทองเที่ยวที่นิยม
ดําน้ําหรือผูที่ตองปฏิบัติงานในน้ําจึงควรสังเกตบริเวณรอบๆ ตัว
รวมทั้งสวมชุดปองกันใหเหมาะสม
แมวาอัตราการไดรับบาดเจ็บจากแมงกะพรุนพิษจะคอนขาง
ต่ํา คือ 0-1 รายตอนักทองเที่ยว 1 ลานคนตอป แตสงผลกระทบตอ
การทองเที่ยว ดังนั้น หนวยงานที่เกี่ยวของทั้งภาครัฐและเอกชน ไม
วาจะเปนหนวยงานดานสาธารณสุข การทองเที่ยว และหนวยงาน
ดานชีววิทยาทางทะเล ควรสนับสนุนมาตรการปองกันที่เหมาะสม
โดยเฉพาะพื้ น ที่ ช ายฝ ง ทะเลที่ มี ร ายงานผู ป ว ยจากการสั ม ผั ส
แมงกะพรุนพิษ นอกจากนี้ องคความรูเกี่ยวกับแมงกะพรุนพิษใน
ทะเลไทยยังมีนอยมาก จึงควรไดรับการศึกษาเพิ่มเติม
ปญหาและขอจํากัดในการศึกษา
ผู ป ว ยที่ ไ ด รั บ บาดเจ็ บ จากการสั ม ผั ส แมงกะพรุ น พิ ษ
บางสวนไมไดรับการบันทึกสาเหตุการบาดเจ็บอยางชัดเจน จึงทําให
ผูปวยกลุมนี้ถูกคัดออกจากการศึกษา มีผลใหอัตราการบาดเจ็บจาก
การศึกษาครั้งนี้ลดลงกวาความเปนจริง
การดําเนินการและขอเสนอแนะ
เนื่ อ งจากประเทศไทยมี พื้น ที่ ติด ทะเลถึ ง 23 จัง หวัด การ
ป อ งกั น และเตรี ย มพร อ มในการช ว ยเหลื อ ผู ป ว ยจากการสั ม ผั ส
แมงกะพรุนพิษจึงเปนสิ่งที่สําคัญ
ควรมีการติดตั้งปายเตือนนักทองเที่ยวบริเวณชายหาดหรือ
นานน้ําที่พบแมงกะพรุนชุกชุม หรือบริเวณที่พบผูบาดเจ็บจากการ
สั ม ผั ส แมงกะพรุ น พิ ษ เพื่ อ ให ร ะวั ง อั น ตรายจากการสั ม ผั ส
แมงกะพรุ นพิษพรอ มทั้งจัดเตรี ยมอุปกรณ ปฐมพยาบาลเบื้องต น
สํา หรับ โรงแรมและเรื อนํ า เที่ ย ว ควรจั ด เตรี ยมน้ํ าส ม สายชูไ ว ใ ห
พรอมสําหรับใชราดบาดแผลเพื่อทําลายพิษจากแมงกะพรุน(2)

92

การดําเนินการและขอเสนอแนะ
เนื่ อ งจากประเทศไทยมี พื้น ที่ ติด ทะเลถึ ง 23 จัง หวัด การ
ป อ งกั น และเตรี ย มพร อ มในการช ว ยเหลื อ ผู ป ว ยจากการสั ม ผั ส
แมงกะพรุนพิษจึงเปนสิ่งที่สําคัญ
ควรมีการติดตั้งปายเตือนนักทองเที่ยวบริเวณชายหาดหรือ
นานน้ําที่พบแมงกะพรุนชุกชุม หรือบริเวณที่พบผูบาดเจ็บจากการ
สั ม ผั ส แมงกะพรุ น พิ ษ เพื่ อ ให ร ะวั ง อั น ตรายจากการสั ม ผั ส
แมงกะพรุ นพิษพรอ มทั้งจัดเตรี ยมอุปกรณ ปฐมพยาบาลเบื้องต น
สํา หรับ โรงแรมและเรื อนํ า เที่ ย ว ควรจั ด เตรี ยมน้ํ าส ม สายชูไ ว ใ ห
พร อ มสํ า หรั บ ใช ร าดบาดแผลเพื่ อ ทํ า ลายพิ ษ จากแมงกะพรุ น (2)
นอกจากนี้ ควรพิจารณาติดตั้งตาขายสําหรับปองกันสัตวทะเลที่มี
อันตรายในเขตสําหรับเลนน้ํา รวมทั้งใหคําแนะนําแกนักทองเที่ยว
และผูปฏิบัติงานในน้ําใหสวมชุดปองกันอันตรายขณะอยูในน้ํา
ในอนาคตควรมีการสรางความรวมมือระหวางหนวยงานที่
เกี่ ย วข อ ง ได แ ก หน ว ยงานสาธารณสุ ข ในพื้ น ที่ ช ายฝ ง ทะเล
หนวยงานดานการทองเที่ยว และหนวยงานดานชีววิทยาทางทะเล
เพื่อดําเนินมาตรการปองกันที่เหมาะสมตอไป
สรุปผล
การบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการสัมผัสแมงกะพรุนพิษเปน
ปญหาทางสาธารณสุขที่สําคัญในจังหวัดริมชายฝงทะเลของประเทศ
ไทย จึงควรพัฒนามาตรการปองกันและเพิ่มความเขมขนของการเฝา
ระวัง รวมทั้งศึกษาเพื่อเพิ่มพูนองคความรูเกี่ยวกับสัตวทะเลที่มีพิษ
นอกจากนี้ การสรางความรวมมือระหวางหนวยงานเปนสิ่งจําเปน
สําหรับการลดอัตราการไดรับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการสัมผัส
แมงกะพรุนพิษในอนาคต
กิตติกรรมประกาศ
ขอขอบคุณหนวยงานตางๆ ที่ใหความรวมมือในการศึกษา
ครั้งนี้เปนอยางดี ไดแก สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดตราด สํานักงาน
สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ โรงพยาบาลตราด โรงพยาบาลกรุงเทพตราด โรงพยาบาลแหลมงอบ โรงพยาบาลเกาะชาง โรงพยาบาลกระบี่
โรงพยาบาลอ าวลึ ก โรงพยาบาลเกาะลั นตา และสถาบั นวิ จั ยและ
พัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝงทะเล และปาชายเลน
เอกสารอางอิง
1.Tourism Authority of Thailand. Tourism Statistics in Thailand
1998-2007. Available from: URL: http://www2.tat.or.th/stat/web
/static_index.php
2.Craig Thomas, Susan Scott, All Stings Considered – First Aid
and Medical Treatment of Hawaii’s Marine Injuries, University
of Hawaii Press, 1997.

http://203.157.15.4/
Weekly Epidemiological Surveillance Report Vol. 40 No. 6: February 20, 2009

การเพิ่มขึน้ ของโรคคางทูม (Mumps) ในประเทศไทย พ.ศ. 2551
Increment of Mumps, Thailand, 2008

บทความพิเศษ
stungcharoensilp@yahoo.com

1

ในป พ.ศ. 2551 มีผูปวยโรคคางทูมที่รายงานผานทางระบบ
รายงาน 506 ของสํานักระบาดวิทยาจํานวน 12,985 ราย คิดเปนอัตรา
ปวยเทากับ 20.67 ตอประชากรแสนคน ซึ่งสูงกวาป 2550 ในชวงเวลา
เดียวกัน (8,169 ราย) และสูงกวาคามัธยฐาน 5 ป (2550-2546) ในชวง
เวลาเดียวกันถึง 8169 ราย แตไมมีผูปวยเสียชีวิต
เมื่อพิจารณาแนวโนมของผูปวยโรคคางทูมยอนหลัง 10 ป
(2541-2550) พบว าจํ านวนผู ป วยจะสู งในป 2541 แล วลดลงอย าง
รวดเร็วในป 2542 และ 2543 จากนั้นมีแนวโนมเพิ่มขึ้นอีกครั้งในป
2544 และไมคอยเปลี่ยนแปลงมากนัก แมวาในป 2548 จํานวนผูปวยดู
จะมีแนวโนมลดลง แตกลับเพิ่มขึ้นอีกในป 50 (รูปที่ 1)
เมื่อพิจารณาการกระจายของโรคคางทูมตามรายจังหวัด พบวา
ทุกจังหวัดมีรายงานผูปวยโรคคางทูม โดย 3 จังหวัดแรกที่มีอัตราปวย
สูงสุด คือ จังหวัด ตาก สตูล เชียงราย โดยมีอัตราปวยเทากับ 104.23,
72.10 และ 67.63 ตอประชากรแสนคน ตามลําดับ (รูปที่ 2)
เมื่อพิจารณาจํานวนผูปวยจําแนกตามรายเดือน พบวามีผูปวย
กระจายอยูทุกเดือน แตจะมีจํานวนผูปวยสูงอยู 2 ชวง คือ เดือนมีนาคม
และเดือนกันยายนถึงตุลาคม (รูปที่ 3)
อัตราปวยสูงสุดอยูในกลุมอายุ 5-9 ป โดยมีอัตราปวย 74.29 ตอ
ประชากรแสนคน รองลงมาเปนกลุมอายุ 0-4 ป, 10-14 ป และ 15+ ป
ตามลําดับ (อัตราปวย 61.95 , 26.97 และ 6.69 ตอประชากรแสนคน
ตามลําดับ) การกระจายตามกลุมอายุของผูปวยโรคคางทูมในป 2551 จะ
มีแนวโนมที่คลายคลึงกับการกระจายตามกลุมอายุของผูปวยโรคคางทูม
ในป 2550 และ คามัธยฐาน 5 ป (2546-2550) (รูปที่ 4)
ในป 2551 มีรายงานการระบาดของโรคคางทูมรายงานเขามาที่
กลุมเฝาระวังและสอบสวนโรคของสํานักระบาดวิทยาจํานวน 11 ครั้ง

สมเจตน ตั้งเจริญศิลป1 ศิริมา ปทมดิลก2
สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค 2กรมวิทยาศาสตรการแพทย

มีผูปวยจากการระบาดทั้งสิ้น 379 ราย การระบาดเกิดขึน้ ในทุกกลุม อายุ
ตั้งแตเด็กเล็ก เด็กโต วัยรุน และวัยทํางาน สถานที่ที่มีการระบาดมักจะ
เป นสถานที่ ที มี การรวมกลุ มกั นของบุ คคล เช น ชั้ นเรี ยนเดี ยวกั น
โรงเรียนเดียวกัน สถานที่ทํางานเดียวกัน หรือศูนยเด็กเล็กตางๆ ความ
ครอบคลุมของวัคซีน MMR ซึ่งไดจากการสํารวจชั้นประถม 1 ใน
โรงเรียน 360 แหง (พบวาโรงเรียน 16 แหงไมไดใหวัคซีน) จากจํานวน
6,806 คน พบวาไดรับวัคซีน MMR รอยละ 91.651
เมื่อพิจารณาการสงตัวอยางตรวจเพื่อหาไวรัสคางทูมโดยวิธี
ELISA พบวาในป 2551 มีการสงตัวอยางตรวจซีรั่ม จํานวน 235 ตัวอยาง
มาตรวจที่กรมวิทยาศาสตรการแพทย ปรากฏวาใหผลบวก 153 ตัวอยาง
(รอยละ 65.11) (รูปที่ 5)
ในจํานวน 153 ตัวอยางนี้ สวนหนึ่งนอกจากเก็บตัวอยางซีรั่ม
ตรวจเพื่อหา mumps specific IgM แลว ยังมีการเก็บตัวอยางอยางอื่น
เพื่อแยกเชื้ออีก โดยในป 2551 สามารถแยกเชื้อไวรัสคางทูมไดจาก
ตัวอยางทั้งหมด 15 ตัวอยาง จําแนกออกเปนจาก saliva 4 ตัวอยาง,
Buccal Swab 3 ตัวอยาง นอกนั้นเปนจาก Throat Swab โดยไวรัสคาง
ทูมที่แยกไดนั้นเปน Genotype J จํานวน 14 ตัวอยาง สวนอีก 1 ตัวอยาง
เปน Genotype G ซึ่งแยกไดมาจาก throat swab
ขอเสนอแนะ
1. เมื่ อพิ จารณาอั ตราป วยของโรคคางทู มจํ า แนกตามอายุ
พบวา อัตราปวยจะสูงในกลุมอายุกอนวัยเรียน (0-4 ป) โดยการให
วั คซี นป องกั นโรคคางทู มตามตารางเสริ มสร างภู มิ คุ มกั นโรคของ
กระทรวงสาธารณสุขในปจจุบัน จะให 1 ครั้งในเด็กประถมศึกษาปที่ 1
(อายุ 4-6 ป) ในรูปของวัคซีน MMR ฉะนั้น เด็กกอนวัยเรียนจึงเปน
กลุมที่เสี่ยงกลุมหนึ่งเนื่องจากยังไมมีภูมิคุมกันตอโรคคางทูม กลยุทธ

รูปที่ 1 อัตราปวยของโรคคางทูมจําแนกตามรายป , ประเทศไทย , 2541 -2550
20000

จํานวนปวย

16000
12000
8000
4000
พ.ศ.

0
41 42 43 44 45 46 47 48 49 50

http://203.157.15.4/
รายงานการเฝ า ระวั ง ทางระบาดวิ ท ยาประจํา สั ป ดาห ป ที่ 40 ฉบั บ ที่ 6: 20 กุ ม ภาพั น ธ 2552

93

รูปที่ 3 จํานวนผูปวยของโรคคางทูมจําแนกตามรายเดือน , ประเทศไทย , ป 2551
2000

จํานวนปวย

1600
1200
800

ธ.ค.

พ.ย.

ต.ค.

ก.ย.

ส.ค.

ก.ค.

มิ.ย.

พ.ค.

เม.ย.

มี.ค.

ก.พ.

0

ม.ค.

400

พ.ศ.

รูปที่ 4 : อัตราปวยตอแสนของผูปวยโรคคางทูมจําแนกตามกลุมอายุ , ประเทศไทย, พ.ศ. 2550, 2551(มกราคม-กันยายน) และคามัธยฐาน 5 ป (2546-2550)

อัตราปวยตอประชากรแสนคน

80
70

2551

60

2550

50

มัธยฐาน5 ป

40
30
20
10

กลุมอายุ(ป)

0
ต่ํากวา 1

94

1-4

5-9

10-14

15+

http://203.157.15.4/
Weekly Epidemiological Surveillance Report Vol. 40 No. 6: February 20, 2009

รูปที่ 5 : กราฟแสดงผลระหวางจํานวนตัวอยางคางทูมที่ไดรับกับจํานวนผลที่เปนบวก ระหวางปงบประมาณ 2548-2552*
จํานวน
235

250
200

จํานวนตัวอยาง
ที่ไดรับ

153

Positive

150
100
50

93
57

33

52
23

48

37

9

พ.ศ.

0
2548

2549

2550

2551

2552

*ปงบประมาณ2552 นับตั้งแตเดือนตุลาคมถึงสิ้นเดือนธันวาคม 2551

ในการควบคุมโรคคางทูมในเด็กกอนวัยเรียนจึงตองใหความสําคัญกับ
การแยกผูปวยออกจากคนอื่นๆ ระมัดระวังการใชภาชนะรวมกัน เชน
การใชแกวน้ํารวมกัน เปนตน เพราะการติดตอของโรคคางทูมเกิดจาก
การสัมผัสใกลชิดกับผูปวย
2. จากการสุมสํารวจความครอบคลุมของการใหวัคซีน MMR
ในเด็กนักเรียนประถม 1 จากโรงเรียนตางๆ ถึงแมวาความครอบคลุม
ของวั คซี นจะสู งถึ งร อยละ 91.65 แต ก็ เป นภาพรวมของความ
ครอบคลุมของวัคซีนในระดับประเทศ แตเมื่อเจาะลึกลงในระดับยอย
คื อ ในแต ล ะโรงเรี ย นแล ว อาจจะมี บ างโรงเรี ย นที่ มี ร ะดั บ ความ
ครอบคลุมของวัคซีนต่ํา ดังผลสํารวจของสํานักโรคติดตอทั่วไปที่ชี้วา
มี โรงเรียน 16 จาก 360 แหงจากการสํารวจไมไดใหวัคซีน MMR ใน
เด็กนักเรียน ซึ่งสอดคลองกับรายงานการสอบสวนโรคคางทูมที่สงเขา
มาที่สํานักระบาดวิทยา บงชี้ถึงการระบาดของโรคคางทูมเกิดขึ้นใน
โรงเรียนและสถานศึกษาตางๆ ที่สิ่งแวดลอมเอื้ออํานวยตอการระบาด
จากขอมูลขางตน แสดงวาโรงเรียนและสถานศึกษายังมีกลุมคนที่ไมมี
ภูมิคุมกันตอโรคคางทูมอยูจํานวนหนึ่ง และยังมีการหมุนเวียนของ
ไวรัสโรคคางทูมอยูในโรงเรียนและสถานศึกษาเหลานี้ ซึ่งเปนปจจัยที่
สนับสนุนตอการเกิดโรคตลอดเวลา
ดั งนั้ นเพื่ อป องกั นไม ให มี การระบาดของโรค หน วยงาน
สาธารณสุขที่รับผิดชอบจึงควรจะทราบความครอบคลุมของวัคซีนใน
แตละโรงเรียนหรือสถานศึกษา เมื่อพบวาโรงเรียนหรือสถานศึกษาใด
มีความครอบคลุมของวัคซีนต่ําก็ควรเขาไปใหวัคซีนเพื่อเพิ่มระดับ
ความครอบคลุมของวัคซีนใหสูงขึ้น และควรจัดตั้งระบบเฝาระวังที่
เขมแข็งเพื่อการสืบคนหาโรคที่รวดเร็ว (Early Detection) ซึ่งจะเปน
ผลดีตอการควบคุมการระบาดตอไป
3. การใหวัคซีนที่มีประสิทธิภาพ คือการใหวัคซีนในระยะ
ก อ นการเกิ ด โรค หมายถึ ง การให วั ค ซี น ในระบบปกติ (Routine
Immunization) เพราะเด็กที่ไดรับวัคซีนจะสรางภูมิคุมกันและปองกัน
การติดเชื้อไดแนนอน แตถาใหวัคซีนภายหลังที่มีการระบาดของโรค
ไปแลว วัคซีนจะปองกันโรคไดในรายที่ยังไมมีการติดเชื้อเทานั้น สวน

รายที่ติดเชื้อไปแลววัคซีนจะไมสามารถปองกันโรคได
4. ผู ป วยที่ มี ต อมน้ํ าลายอั กเสบนั้ นอาจเกิ ดได จากหลายๆ
สาเหตุ นอกเหนือจาก เชื้อไวรัสคางทูม เชน อาจเกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย
ไวรัสตัวอื่นๆ การอุดตันของทอน้ําลาย หรือ ปฏิกิริยาของ ยาบางชนิด
เชน iodides, phenylbutazone, thiouracil, heavy metals, sulfisoxazole
เปนตน ฉะนั้น ถาพบผูปวยที่มีตอมน้ําลายอักเสบโดยไมมคี นอืน่ ๆแลว
ควรจะมี ผลการตรวจทางห องปฏิ บั ติ การ ยื นยั นว าเป นโรคคางทู ม
หรือไม แตในกรณีที่มีการระบาดนั้น สวนใหญจะเกิดจากการติดเชื้อ
ไวรัสคางทูม
5. เมื่อมีการระบาดของโรคคางทูมเกิดขึ้นจะมีประมาณรอยละ
30-40 เทานั้นที่แสดงอาการของตอมน้ําลายอักเสบ (parotitid) นอกนั้น
อาจจะมีอาการไขต่ํา ออนเพลีย หรือ ปวดเมื่อยตามตัว และ ประมาณ
1 ใน 3 จะมี การติ ดเชื้ อโดยไม แสดงอาการ ดั งนั้ นการควบคุ มการ
ระบาด นอกจากการใหวัคซีนในพื้นที่ที่มีการระบาดและพืน้ ทีใ่ กลเคียง
แลว การบริหารจัดการความครอบคลุมของวัคซีนในแตละพื้นที่ใหได
ตามเกณฑมาตรฐาน จะเปนเครื่ องมื อที่สํ าคัญในการหยุ ดการแพร
ระบาดของโรคคางทูมอยางไดผล
6. ป จ จุ บั น ตารางเสริ ม สร า งภู มิ คุ ม กั น ของกระทรวง
สาธารณสุข กําหนดใหเด็กไดรับวัคซีนโรคคางทูมในชวงเรียนชั้น
ประถมศึกษาปที่ 1(อายุระหวาง 4-6 ป)ในรูปของวัคซีนรวม MMR
เนื่องจากไวรัสโรคคางทูมนั้นมีอยูแค Serotype เดียว วัคซีนที่ใหจึง
คอนขางมีประสิทธิภาพในการปองกันโรค ไมวาจะมี Genotype อะไร
ของไวรัสโรคคางทูมเขามาในชุมชนก็ตาม
เอกสารอางอิง
1. ขอมูลจากการสํารวจของ สํานักโรคติดตอทั่วไป กรมควบคุมโรค
2. Vaccine and Preventable Diseases : Mumps case Investigation &
Outbreak Control from http://www.cdc.gov/vaccines/vpdac/mumps/outbreak/case-control.htm
3. จํานวนปวย และ เสียชีวิตดวยโรคคางทูม จาก ระบบเฝาระวัง 506
ของสํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค(http://epid.moph.go.th)

http://203.157.15.4/
รายงานการเฝ า ระวั ง ทางระบาดวิ ท ยาประจํา สั ป ดาห ป ที่ 40 ฉบั บ ที่ 6: 20 กุ ม ภาพั น ธ 2552

95

ขาวระบาดใน/ตางประเทศ

สรุปการตรวจสอบขาวการระบาดของโรคในรอบสัปดาห
(Outbreak Verification Summary)

วรรณา หาญเชาววรกุล Wanna Hanshaoworakul
ทีมเฝาระวังสอบสวนเคลื่อนที่เร็ว สํานักระบาดวิทยา Surveillance Rapid Response Team (SRRT), Bureau of Epidemiology
wanna@health.moph.go.th

สถานการณโรคในสัปดาหที่ 6 ระหวางวันที่ 8 – 14 กุมภาพันธ 2552 สํานักระบาดวิทยา ไดรับรายงานและตรวจสอบขอมูล
เฝาระวังทางระบาดวิทยา พบโรค และเหตุการณที่นาสนใจ ดังนี้
สถานการณภายในประเทศ
1. โรค อาหารเปนพิษ จังหวัดรอยเอ็ด พบผูปวยกระจาย
ใน 3 อําเภอ คือ อําเภอจังหาร 46 ราย ระหวางวันที่ 9-11 ก.พ. 2552
อําเภอศรีสมเด็จ จํานวน 24 ราย ระหวางวันที่ 9-10 ก.พ. 2552
และอําเภอเมือง 54 ราย ระหวางวันที่ 10 - 12 ก.พ. 2552 ตรวจ
พบเชื้อ V. Parahemolyticus ในผูปวยจากทั้ง 3 อําเภอ รวม 28 ราย
จากการสอบสวน ผูปวยมีประวัติรับประทานสมตําปูนาดองเค็ม
แตมาจากคนละแหลง ไดเก็บตัวอยางปูดองสงตรวจ ไมพบเชื้อ
ตรวจพบเชื้อในแมคาสมตําที่อําเภอเมือง ทีมสอบสวนโรคได
ทํ า ลายเชื้ อ ที่ บ า นผู ป ว ยที่ พ บ รณรงค ล า งตลาด เพิ่ ม ปริ ม าณ
คลอรีนตกคางในน้ําประปา
2. โรคคางทู ม ที่ จั ง หวั ด ระยอง เกิ ด การระบาดใน
โรงเรี ย นวั ด บ า นฉาง อํ า เภอบ า นฉาง พบผู ป ว ย 59 ราย เป น
นักเรียนชั้นอนุบาล 1 และ 2 จํานวน 50 ราย จาก จํานวนเด็ก
299 คน ประถมศึกษาปที่4 จํานวน 8 ราย ประถมศึกษาปที่ 3
จํานวน 1 ราย จากจํานวนเด็กในชั้นประถมศึกษา 1-6 จํานวน
1,076 คน ผูปวยสวนใหญมีอาการตอมน้ําลายขางหูบวมโตทุก
คน รอยละ 80 มีไข ปวดหู ผูปวยสวนใหญอยูในวัยไมถึงเกณฑ
รับวัคซีน ทีมสอบสวนโรคขอใหโรงเรียนแจงเด็กที่มีอาการให
หยุดเรียน ทําหนังสือถึงผูปกครองขออนุญาตฉีดวัคซีน MMR
ใหเด็กอนุบาลและประถมศึกษาที่ยังไมเคยไดรับวัคซีน
3. ผู ป ว ยสงสั ย ไข ป วดข อ ยุ ง ลาย (chikungunya)
จํานวน 2 ราย จังหวัดอุตรดิตถ ผูปวยเพศชายอายุ 37 ป อาชีพ
ตํารวจตระเวนชายแดน ปฏิบัติชวยราชการที่จังหวัดยะลา เริ่มปวย
วันที่ 8 กุมภาพันธ 2552 ขณะเดินทางกลับจากยะลามาอุตรดิตถ
ผูปวยมีไข ปวดกลามเนื้ อ ไมไอ ไม เจ็ บคอ เขารับการรักษาที่
โรงพยาบาลบานโคก ตรวจเลือดพบ Hct 43 % เม็ดเลือดขาว
3,200 cell/mm3 Neutrophil 74 % Lymphocyte 20 % Monocyte
6 % เกร็ ดเลื อด 132,000 cell/mm3 ขณะอยู โรงพยาบาลผู ป ว ย
96

มี อ าการปวดข อ และมี ผื่ น แพทย ส งสั ย Chikungunyaได เ ก็ บ
เลื อ ดส ง ตรวจหาเชื้ อ ที่ กรมวิ ท ยาศาสตร ก ารแพทย และแยก
ผูปวยไวในโรงพยาบาลจนถึงวันที่ 16 กุมภาพันธ 2552
กรุ ง เทพมหานคร ผู ป ว ยเพศชาย อายุ 51 ป อาชี พ
เจาหนาที่โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ ที่อยูเขตบางคอแหลม เริ่ ม ป ว ยวั น ที่ 27 มกราคม 2552 มี ก ารตรวจทาง
หองปฏิบัติการพบ Chikungunya titer 1:320 แต PCR ใหผลลบ
กรุงเทพมหานครไดดําเนินการควบคุมยุงพาหะ สํานักระบาดวิทยา
จะไดสอบสวนเพิ่มเติม
**********************************
สถานการณตางประเทศ
1. สถานการณโรคไขเลือดออก ประเทศเวียดนาม ในป
2009 มีผูปวยเพิ่มขึ้น รอยละ 20 เมื่อเทียบกับชวงเวลาเดียวกัน
ของป 2008 พื้นที่ที่พบผูปวยมากที่สุด คือ เมือง Dong Nai และ
เมือง Tien Giang ในบริเวณ Mekong Delta
2. รายงานผูปวยวัณโรคในสายการบินไทย พบผูปวย
วัณโรคในระยะแพรเชื้อเดินทางจากกรุงเทพไปกรุงโคเปนเฮเกน
โดยเที่ยวบิน TG 950 ในวันที่ 29 มกราคม 2552 องคการ
อนามัยโลกแนะนําใหติดตามผูสัมผัสบนเครื่องบินที่นั่งในแถว
เดียวกับผูปวย และ 2 แถวหนาและหลัง รวมทั้งลูกเรือเพื่อแจง
ความเสี่ยงและใหคําแนะนําแกผูสัมผัส
3. การระบาดของเชื้อ Salmonella Typhimurium ที่
สหรัฐอเมริกา จํานวนผูปวย ณ วันที่ 8 กุมภาพันธ 2552 มีผูปวย
กระจายใน 44 รัฐ จํานวน 600 ราย ของสหรัฐฯ เริ่มปวยระหวาง
วันที่ 1 กันยาน 2551 ถึงวันที่ 23 มกราคม 2552 รอยละ 21 ของ
ผูปวยอายุนอยกวา 5 ป รอยละ 48 เปนหญิง คาดวามีผูเสียชีวิต
จากการระบาดในครั้งนี้ 8 ราย

http://203.157.15.4/
Weekly Epidemiological Surveillance Report Vol. 40 No. 6: February 20, 2009

สรุปสถานการณเฝาระวังไขหวัดนกประจําสัปดาห

สถานการณโรค/ภัย ที่สําคัญ

(Situation of Avian Influenza Summary under Surveillance)
ศูนยขอมูลทางระบาดวิทยา สํานักระบาดวิทยา
laddal@health.moph.go.th

Epidemiological Information Center, Bureau of Epidemiology

สัปดาหที่ 6 ระหวางวันที่ 8 - 14 กุมภาพันธ 2552 ไดรับรายงานผูปวยเฝาระวังไขหวัดนก จํานวน 6 ราย จาก 3 จังหวัด รวมตั้งแตตนป
ไดรับรายงานรวมทั้งสิ้น 57 รายงานจาก 25 จังหวัด จังหวัดที่มีผูปวยเฝาระวังสูงสุดในสัปดาหนี้ ไดแก นครปฐม 3 ราย สุโขทัย 2 ราย และ เลย 1
ราย ตามอันดับ ผลการตรวจ PCR ไดรับผลทั้งหมด 48 ราย จาก 57 ราย พบเปนเชื้อไขหวัดใหญ รอยละ 12.50 ของจํานวนผูปวยที่ไดรับผล PCR
รายละเอียดตามตาราง
ผลการตรวจ PCR ในกลุมผูปวยเฝาระวังไขหวัดนก

สัปดาหที่

PCR result
Total
negative
FluA:H3
FluB
FluA: Non-reactive for H5
ไมทราบผล
FluA:H1

2

3

Cum.

4

5

6

(wk1-wk6)

จํานวน

ตาย

จํานวน

ตาย

จํานวน

ตาย

จํานวน

ตาย

จํานวน

ตาย

จํานวน

ตาย

11

2

11

1

7

3

13

0

6

0

57

8

5

1

10

1

6

3

10

0

5

0

42

7

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

0

1

0

1

0

0

0

0

0

0

0

1

0

0

0

1

0

6

1

1

0

1

0

1

0

0

0

9

1

0

0

0

0

0

0

1

0

0

0

4

0

****************************************************************************************************************************************

แกไข สรุปสถานการณเฝาระวังไขหวัดนกประจําสัปดาห ปที่ 40 สัปดาหที่ 5
FluA: Non-reactive for H5

สัปดาหที่ 5 จํานวนปวย จาก 0 ราย ตาย 0 ราย เปน จํานวนปวย 1 ราย ตาย 0 ราย

หลักเกณฑการสงบทความวิชาการ
คณะกองบรรณาธิการฯ ไดเปดเวทีใหผูที่สนใจสงบทความวิชาการ/ผลการศึกษาวิจัย เกี่ยวกับการดําเนินงานปองกัน ควบคุมโรค
เพื่อตีพิมพเผยแพรในรายงานเฝาระวังทางระบาดวิทยาประจําสัปดาห และฉบับผนวก (Supplement) ของสํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค โดย
กําหนดหลักเกณฑการสงบทความวิชาการ/ผลการศึกษาวิจัยดังนี้
ลักษณะรูปแบบเรือ่ งทางวิชาการที่จะตีพมิ พ
1. บทความวิชาการเนื้อความตัวอักษร จํานวนไมเกิน1 - 3 หนา กระดาษ เอ 4 ประกอบดวย
- เนื้อหา
- สรุป
- เอกสารอางอิง(ถามี)
- บทนํา ซึ่งอาจมีวัตถุประสงคก็ได
2. การสอบสวนโรค เนื้อความตัวอักษร จํานวนไมเกิน 5 - 6 หนา กระดาษ เอ 4 และ รูปจํานวน 1 หนากระดาษ เอ 4
3. การศึกษาวิจัย เนื้อความตัวอักษร จํานวนไมเกิน 5 - 6 หนา กระดาษ เอ 4 และ รูปจํานวน 1 หนากระดาษ เอ 4
4. แนวทาง/ผลการวิเคราะหการเฝาระวังโรค เนื้อความตัวอักษร จํานวนไมเกิน 3 - 5 หนา กระดาษ เอ 4
5. งานแปล ประกอบดวย หนังสือ/เอกสารที่แปล, ชื่อผูแปล, เนื้อหาที่แปล จํานวนไมเกิน 3 หนา กระดาษ เอ 4
การสงตนฉบับ
สงแผนดิสกพรอมกับตนฉบับจริง จํานวน 1 ชุด หรือ สง E-mail พรอมแนบไฟลบทความที่จะลงตีพิมพ พร อมทั้งแจงสถานที่
อยู หมายเลขโทรศัพทของเจาของเรื่อง เพื่อที่คณะกองบรรณาธิการจะติดตอได และสงมาที่
กลุมงานเผยแพร สํานักระบาดวิทยา
กรมควบคุมโรค โทรศัพท 0-2590-1723 โทรสาร 0-2590-1784 E-mail : wesr@health2.moph.go.th หรือ wesr@windowslive.com
http://203.157.15.4/
รายงานการเฝ า ระวั ง ทางระบาดวิ ท ยาประจํา สั ป ดาห ป ที่ 40 ฉบั บ ที่ 6: 20 กุ ม ภาพั น ธ 2552

97

สถานการณโรคติดเชื้อไวรัสชิคุนกุนยา ขอมูล ณ วันที่ 7 กุมภาพันธ 2552
สถานการณโรค/ภัย ที่สําคัญ
(Situation of Chikungunya, 7 February 2009)
wanna@health.moph.go.th

วรรณา หาญเชาววรกุล Wanna Hanshaoworakul
สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข Bureau of Epidemiology, Department of Disease Control, Ministry of Public Health

การระบาดของโรคชิคุนกุนยา เริ่มตั้งแตเดือน กันยายน 2551
จํานวนผูปวยสะสม ตั้งแตเดือนสิงหาคม 2551 ถึงวันที่ 11 กุมภาพันธ
2552 รวม 5,899 ราย ใน 7 จั ง หวั ด ได แ ก สงขลา ป ต ตานี ยะลา
นราธิวาส นนทบุรี ศรีสะเกษ กระบี่
จั ง หวั ด ที่ มี ร ายงานผู ป ว ยในช ว ง 2 สั ป ดาห ที่ ผ า นมาคื อ
สงขลา (สะเดา เทพา) ปตตานี (มายอ สายบุรี ทุงยางแดง ไมแกน
ปะนาเระ ยะหริ่ง แมลาน) นราธิวาส (ระแงะ รือเสาะ)

วันที่ 13 กุมภาพันธ 2552 มีรายงานผูปวยสงสัยชิคุนกุนยา
จากโรงพยาบาลบ า นโคก จั ง หวั ด อุ ต รดิ ต ถ ผู ป ว ยเป น ตํ า รวจ
ตระเวนชายแดน เดินทางไปชวยราชการที่ยะลา ขณะเดินทางกลับ
โดยรถยนตสวนตัวมีอาการไข จึงแวะเขารักษาที่โรงพยาบาลบานโคก
ตรวจพบไข ปวดขอ ผื่น แพทยสงสัยวาจะเปนโรคชิคุนกุนยา ได
เก็ บ เลื อ ดส ง ตรวจหาเชื้ อ ที่ ก รมวิ ท ยาศาสตร ก ารแพทย และให
ผูปวยอยูโรงพยาบาลจนกวาจะปลอดระยะแพรโรค

ตารางที่ 1 จํานวนผูปวยโรคติดเชื้อชิคุนกุนยา ที่มีวันเริ่มปวยในชวง

รู ป ที่ 1 จํ า นวนผู ป ว ยโรคติ ด เชื้ อ ชิ คุน กุ น ยา ที่ มีวั น เริ่ มป ว ยในช ว ง

สัปดาหที่ 5 จําแนกรายอําเภอ ประเทศไทย พ.ศ.2552
จังหวัด

อําเภอ

สงขลา

สะเดา

จํานวน(ราย)
9

สงขลา

เทพา

4

ปตตานี

มายอ

59

ปตตานี

สายบุรี

29

ปตตานี

ทุงยางแดง

14

ปตตานี

ไมแกน

7

ปตตานี

ปะนาเระ

2

ปตตานี

ยะหริ่ง

1

ปตตานี

แมลาน

1

นราธิวาส

ระแงะ

7

นราธิวาส

รือเสาะ

2

สัปดาหที่ 5 วันที่ 1 - 7 กุมภาพันธุ 2552 จําแนกรายอําเภอ
ประเทศไทย พ.ศ.2552

ตารางที่ 2 จํานวนผูปวยโรค chikungunya fever พ.ศ.2551 - พ.ศ.2552 (ขอมูลถึง 11 กุมภาพันธ 2552)
จังหวัด
สงขลา
ปตตานี
ยะลา
นราธิวาส
นนทบุรี
ศรีสะเกษ
กระบี่
รวม

98

ยอดรวม
2078
982
171
2665
1
1
1
5899

2551
สิงหาคม

กันยายน

0
0
0
3
0
0
0
3

0
10
0
103
0
0
0
113

ตุลาคม
0
45
3
268
0
0
0
316

2552
พฤศจิกายน

ธันวาคม

มกราคม

79
77
0
403
0
0
0
559

448
183
47
562
0
0
0
1240

1538
554
121
1317
1
1
1
3533

http://203.157.15.4/
Weekly Epidemiological Surveillance Report Vol. 40 No. 6: February 20, 2009

กุมภาพันธ
13
113
0
9
0
0
0
135

ขอมูลรายงานโรคเฝาระวังทางระบาดวิทยาเรงดวนประจําสัปดาหที่ 6
รายงานโรคที่ตองเฝาระวัง

Reported Cases of Priority by Diseases under Surveillance, 6th Week

ศูนยขอมูลทางระบาดวิทยา และกลุมงานระบาดวิทยาโรคติดตอ สํานักระบาดวิทยา
laddal@health.moph.go.th
Epidemiological Information Center, Communicable Disease Epidemiological Section, Bureau of Epidemiology
ป 2552 สัปดาหที่

ป 2551 สัปดาหที่ 44 45 46 47 48 49 50 51 52 53
จํานวนจังหวัดที่สง 66 69 71 71 70 68 69 60 64 62

1

2

3

4

5

6

7

8

9

10 11 12

จํานวนจังหวัดที่สง 72 65 62 71 69 69

จังหวัดสงขอมูลรายงานโรคเฝาระวังทางระบาดวิทยาเรงดวนทันตามกําหนดเวลา 69 จังหวัด รอยละ 90.79
ตารางที่ 1 จํานวนผูปวยดวยโรคที่เฝาระวังเรงดวนตามวันรับรักษา โดยเปรียบเทียบกับชวงเวลาเดียวกันของปกอน ๆ ประเทศไทย สัปดาหที่ 6
Table 1 Reported Cases of Priority by Diseases Under Surveillance by Date of Treatment Compared to Previous Year, Thailand, 6thWeek
Cumulative (6th Week)

This Week

DISEASES
2009

2008

Median(2004-2008)

2009

2008

Median(2004-2008)

DIPHTHERIA

0

0

0

1

0

PERTUSSIS

0

0

0

3

0

3

TETANUS NEONATORUM

0

0

0

0

0

0
539

MEASLES

1***

66

139

121

683

705

MENIN.MENINGITIS

0

0

0

1

0

5

ENCEPHALITIS

0

4

4

21

38

25

ACUTE FLACCID PARALYSIS: AFP

2

7

6

10

30

30

CHOLERA
HAND, FOOT AND MOUTH DISEASE

0

6

1

0

32

4

62

627

35

380

4432

289

DYSENTERY

142

302

419

1318

2012

2528

PNEUMONIA (ADMITTED)*

728

1516

1884

6602

8297

9312

INFLUENZA

88

393

418

1202

1937

2470

LEPTOSPIROSIS

14

27

28

172

172

152

ANTHRAX

0

0

0

0

0

0

RABIES

0

0

0

3**

3

3

AEFI

2

9

3

69

23

61

ที่มา: สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด และสํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร: รวบรวมจากรายงานผูปวยที่เขารับการรักษาของจังหวัดใน แตละสัปดาห
และศูนยขอมูลทางระบาดวิทยา สํานักระบาดวิทยา: รวบรวมขอมูลในภาพรวมระดับประเทศ “ 0 ” = No Case “ – ” = No Report Received

* เริ่มเก็บขอมูลเมื่อป ค.ศ. 2004
** ไดรับรายงานจากจังหวัดกรุงเทพมหานคร 2 ราย และจังหวัดระยอง 1 ราย
***ไดรับรายงานจากจังหวัดยะลา 1 ราย

สรุปสาระสําคัญจากตาราง : ปภานิจ สวงโท Paphanij Suaugtho
กลุมงานระบาดวิทยาโรคติดตอ สํานักระบาดวิทยา Communicable Disease Epidemiological Section, Bureau of Epidemiology
paphanij@gmail.com
สัปดาหที่ 6 (8-14 กุมภาพันธ 2552) โรคเฝาระวังเรงดวนสัปดาหนี้ ทุกโรคมีจํานวนผูปวยนอยกวาสัปดาหเดียวกันของปกอน และโรค
ที่มีจํานวนผูปวยสะสม มากกวาคามัธยฐานยอนหลัง 5 ป (พ.ศ. 2547-2551) ไดแก โรคไอกรน พบผูปวย 3 ราย จากจังหวัดปตตานี 2 ราย และ
ยะลา 1 ราย และโรคเยื่อหุมสมองอักเสบ จากจังหวัดปตตานี 1 ราย
ในปนี้พบวาอากาศรอนเร็วกวาทุกป จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในเรื่องโรคติดตอจากอาหารและน้ํา นอกจากจากนี้ พื้นที่ในเขต
ภาคเหนือหลายจังหวัดประสบปญหาฝุนควันจากการเผาพื้นที่ไรนาของเกษตรกร เพื่อปรับสภาพพื้นที่เตรียมเพาะปลูก และปญหาไฟปา ใน
ฤดูแลงหากสูดฝุนควันเขาสูปอด จะสงผลกระทบตอสุขภาพ ทําใหประชาชนมีปญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ ผิวหนัง ตา และหลอดเลือด
จึงควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีการเผาพื้นที่ดังกลาว

http://203.157.15.4/
รายงานการเฝ า ระวั ง ทางระบาดวิ ท ยาประจํา สั ป ดาห ป ที่ 40 ฉบั บ ที่ 6: 20 กุ ม ภาพั น ธ 2552

99

100

http://203.157.15.4/
Weekly Epidemiological Surveillance Report Vol. 40 No. 6: February 20, 2009

th

REPORTED CASES AND DEATHS OF PRIORITY BY DISEASES UNDER SURVEILLANCE, BY DATE OF TREATMENT BY PROVINCE, THAILAND, 6 Week, February 8-14, 2009

C

0
0
BANGKOK METRO POLIS 0
ZONE 1
0
NONTHABURI
0
P.NAKORN S.AYUTTHAYA 0
PATHUM THANI
0
SARABURI
0
ZONE 2
0
ANG THONG
0
CHAI NAT
0
LOP BURI
0
SING BURI
0
ZONE 3
0
CHACHOENGSAO
0
NAKHON NAYOK
0
PRACHIN BURI
0
SA KAEO
0
SAMUT PRAKAN
0
ZONE 4
0
KANCHANABURI
0
NAKHON PATHOM
0
RATCHABURI
0
SUPHAN BURI
0
ZONE 5
0
PHETCHABURI
0
PRACHUAP KHIRI KHAN 0
SAMUT SAKHON
0
SAMUT SONGKHRAM 0
ZONE 9
0
CHANTHABURI
0
CHON BURI
0
RAYONG
0
TRAT
0
SOUTHERN REGION
0
ZONE 6
0
CHUMPHON
0
NAKHON SI THAMMARAT 0
PHATTHALUNG
0
SURAT THANI
0
ZONE 7
0
KRABI
0
PHANGNGA
0
PHUKET
0
RANONG
0
TRANG
0
ZONE 8
0
NARATHIWAT
0
PATTANI
0
SATUN
0
SONGKHLA
0
YALA
0

TOTAL
CENTRAL REGION

HFMD

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

380
165
49
33
19
2
1
11
4
3
0
1
0
26
4
1
4
1
16
22
15
2
0
5
21
9
3
8
1
10
2
4
4
0
49
25
0
7
16
2
9
1
0
3
0
5
15
0
1
0
13
1

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

62
28
0
7
3
0
0
4
1
1
0
0
0
9
0
0
1
0
8
2
2
0
0
0
6
3
0
2
1
3
0
2
1
0
5
0
0
0
0
0
0
0
0
5
0
0
0
5
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk.

CHOLERA

1318
162
8
12
6
5
1
0
3
0
2
0
1
60
12
22
5
17
4
29
12
9
0
8
8
0
2
2
4
42
12
7
12
11
67
7
3
1
0
3
34
2
0
4
12
16
26
6
2
1
5
12

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Cum.2009

142
10
0
2
2
0
0
0
0
0
0
0
0
3
0
3
0
0
0
2
0
0
0
2
1
0
0
0
1
2
0
0
1
1
5
0
0
0
0
1
1
0
0
4
0
0
0
1
3

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Current wk.

DYSENTERY
D

6602 40
2096 20
119 0
355 5
75 0
179 5
71 0
30 0
82 0
40 0
11 0
15 0
16 0
533 4
224 0
30 0
82 3
38 0
159 1
507 0
151 0
131 0
124 0
101 0
311 4
60 0
111 4
81 0
59 0
189 7
81 7
26 0
75 0
7 0
881 2
355 2
81 0
34 0
114 0
126 2
200 0
40 0
13 0
31 0
12 0
104 0
326 0
63 0
34 0
33 0
104 0
92 0

C

Cum.2009

728
212
1
16
3
5
3
5
11
4
1
6
0
69
18
0
11
6
34
57
16
16
15
10
42
10
17
5
10
16
11
2
3
0
61
15
6
0
9
12
4
1
7
34
4
1
5
9
15

C

2
2
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
2
0
2
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Current wk.

PNEUMONIA(ADMITTED)

MENIN.MENINGITIS

1202
372
101
29
16
8
2
3
6
1
2
0
3
22
4
0
6
7
5
76
26
9
29
12
54
24
16
2
12
84
32
28
12
12
437
123
0
27
68
28
104
12
1
14
2
75
210
143
9
13
44
1

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

88
38
3
3
3
0
0
0
1
0
0
0
1
4
1
0
0
0
3
10
3
1
3
3
7
2
5
0
0
10
5
5
0
0
10
1
0
0
1
1
0
0
1
8
3
0
1
4
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

1
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
1
0
0
0

C

1
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
1
0
0
0

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk.

INFLUENZA

21
8
0
2
0
2
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
1
0
0
5
3
0
2
0
4
2
0
0
1
1
1
0
0
1
0
0
1
0
0
0
1
0

C

1
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Cum.2009

AEFI***

PERTUSSIS

MEASLES

LEPTOSPIROSIS

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

61
30
7
4
1
2
1
2
2
4
3
1
0
8
1
2
5
5
5
0
13
4
1
1
2
6
2
4
3
1
2

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

2
0
0
0
0
0
0
0
1
1
1
0
0
-

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
-

D

3
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
3
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
3
0
2
0
0
1

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

683
349
72
56
19
10
4
23
6
4
0
0
2
68
13
0
13
16
26
43
22
7
5
9
48
2
1
44
1
56
2
45
8
1
144
24
16
0
2
6
6
0
2
3
0
1
114
64
30
3
7
10

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

66
29
0
5
4
1
0
0
2
1
0
0
1
7
2
0
1
0
4
3
1
2
0
0
5
0
0
5
0
7
0
7
0
0
14
0
0
0
0
0
0
0
0
14
9
3
0
1
1

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

172
8
1
1
0
1
0
0
1
0
1
0
0
2
0
0
0
2
0
1
1
0
0
0
1
0
0
0
1
1
1
0
0
0
39
13
0
5
6
2
9
0
2
2
0
5
17
7
2
2
6
0

C

D

D

3 14 0
0 3 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 2 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 2 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 1 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 1 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 3 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 0 0
0
- 0 0 0
0
- 0
- 0 0 0
0 0 0
0 0 0
0 3 0
0 1 0
0 0 0
0 0 0
0 2 0
0 0 0

C

Current wk. Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk.

ENCEPHALITIS

(CHOLERA, HAND, FOOT AND MOUTH DISEASE (HFMD), DYSENTERY, PNEUMONIA (ADMITTED), INFLUENZA, MENIN.MENINGITIS, ENCEPHALITIS, AEFI, PERTUSSIS, MEASLES, LEPTOSPIROSIS)

REPORTING AREAS**

TABLE 2

ตารางที่ 2 จํานวนผูปวยและตายดวยโรคที่เฝาระวังเรงดวนที่เขารับการรักษา รายจังหวัด ประเทศไทย สัปดาหที่ 6 พ.ศ.2552 (8-14 กุมภาพันธ 2552)

http://203.157.15.4/
รายงานการเฝ า ระวั ง ทางระบาดวิ ท ยาประจํา สั ป ดาห ป ที่ 40 ฉบั บ ที่ 6: 20 กุ ม ภาพั น ธ 2552

101

th

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

85
3
3
0
0
0
12
0
0
12
14
4
5
3
2
25
6
8
11
0
31
1
7
22
1
81
20
7
11
2
0
19
3
10
5
1
21
11
7
0
2
1
21
12
6
0
3

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

14
0
0
0
0
0
3
0
0
3
0
0
0
0
6
0
1
5
5
0
2
3
0
15
6
4
2
0
2
0
1
1
0
4
4
0
0
0
3
3
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

380
114
23
27
7
57
33
0
1
32
101
40
23
31
7
52
2
35
0
15
80
13
35
15
17
709
92
33
39
1
19
259
180
9
70
0
180
17
37
2
101
23
178
14
31
42
91

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

C

44
19
1
4
0
14
8
0
0
8
5
5
0
0
4
0
4
0
8
5
2
0
1
83
3
1
2
0
49
37
1
11
0
16
0
1
13
2
15
1
2
8
4

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

2093 1
188 0
12 0
6 0
72 0
98 0
121 0
22 0
84 0
15 0
620 0
65 0
381 0
127 0
47 0
487 0
25 0
269 0
187 0
6 0
677 1
164 0
118 0
305 1
90 0
1532 17
283 0
90 0
117 0
42 0
34 0
396 4
142 0
64 1
98 0
92 3
415 0
73 0
164 0
86 0
54 0
38 0
438 13
211 7
136 4
22 0
69 2

C

Cum.2009

323
17
0
1
0
16
7
3
4
0
115
97
13
5
80
3
49
28
104
33
29
32
10
132
19
8
4
7
39
21
4
6
8
30
12
12
4
2
44
32
6
2
4

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Current wk.

PNEUMONIA(ADMITTED)

INFLUENZA
C

230
50
10
10
17
13
11
2
5
4
51
4
15
25
7
30
0
25
1
4
88
43
13
5
27
163
27
16
9
2
0
42
18
13
10
1
77
19
32
5
13
8
17
5
6
0
6

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

27
2
0
1
0
1
0
0
0
0
6
2
4
0
8
0
7
1
11
9
0
1
1
13
1
1
0
0
7
2
3
2
0
4
1
1
1
1
1
1
0
0
0

C

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

6
1
0
0
0
1
0
0
0
0
1
1
0
0
0
4
1
2
1
0
0
0
0
0
0
3
0
0
0
0
0
2
2
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
1
0
0
0

C

***รายงาน AEFI (Adverse Event Following Immunization) *สัปดาหนี้มีรายงานผูปวยรายใหม 4 ราย จากจังหวัดขอนแกน 2 ราย และสมุทรสาคร 2 ราย

AEFI***
PERTUSSIS

MEASLES

LEPTOSPIROSIS

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C
C

12
0
0
2
2
8
4
4
0
2
2
6
4
1
1
2
0
0
2
2
-

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
-

C

1
0
1
1
0
0
0
0
0
0
0
0
-

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
-

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

90
4
1
0
0
3
3
0
0
3
16
3
9
4
0
10
0
5
5
0
57
24
3
18
12
100
44
44
0
0
0
8
5
2
0
1
22
7
4
5
0
6
26
9
12
2
3

C

D = Deaths,

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

12
1
0
0
0
1
0
0
0
0
1
0
1
0
3
0
1
2
7
5
0
1
1
11
1
1
0
0
1
1
0
0
0
4
2
0
0
2
5
1
4
0
0

C

D

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

C

112
32
16
0
0
16
2
2
0
0
37
10
15
6
6
11
1
9
1
0
30
21
1
2
6
13
0
0
0
0
0
4
1
0
3
0
6
3
1
2
0
0
3
1
1
1
0

D

CUM. = Cumulative year-to-date counts

" 0 " = No case , " - " = No report received = 7 provinces

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

2
0
0
0
0
0
0
0
0
0
2
2
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
0
1
0
0
0
0
0
0
0

C

7
2
0
0
0
2
0
0
0
0
3
2
1
0
1
0
1
0
1
0
0
0
1
1
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
1
0
0
0
0
0
0
0

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Current wk. Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk.

หมายเหตุ: ขอมูลที่ไดรับรายงานเปนเพียงขอมูลเบื้องตน ที่ไดจากรายงานเรงดวน จากผูปวยกรณีที่เปน Suspected, Probable และ Confirmed ซึ่งเปนขอมูลเฉพาะสําหรับการปองกันและควบคุมโรค จึงอาจมีการเปลี่ยนแปลงได เมื่อมีผลตรวจยืนยันจากหองปฏิบัติการ C = Cases,

** แบงจังหวัดตามเขตตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข

0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
1
0
0
0
0
0
1
1
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0
0

D

Cum.2009

MENIN.MENINGITIS ENCEPHALITIS

Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk.

ที่มา: สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด และสํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร: รวบรวมจากรายงานผูปวยที่เขารับการรักษาของจังหวัดในแตละสัปดาห) และศูนยขอมูลทางระบาดวิทยา สํานักระบาดวิทยา: รวบรวมขอมูลในภาพรวมระดับประเทศ

LOEI
NONG BUA LAM PHU
NONG KHAI
UDON THANI
ZONE 11
MUKDAHAN
NAKHON PHANOM
SAKON NAKHON
ZONE 12
KALASIN
KHON KAEN
MAHA SARAKHAM
ROI ET
ZONE 13
AMNAT CHAROEN
SI SA KET
UBON RATCHATHANI
YASOTHON
ZONE 14
BURI RAM
CHAIYAPHUM
NAKHON RATCHASIMA
SURIN
NORTHERN REGION
ZONE 15
CHIANG MAI
LAMPANG
LAMPHUN
MAE HONG SON
ZONE 16
CHIANG RAI
NAN
PHAYAO
PHRAE
ZONE 17
PHETCHABUN
PHITSANULOK
SUKHOTHAI
TAK
UTTARADIT
ZONE 18
KAMPHAENG PHET
NAKHON SAWAN
PHICHIT
UTHAI THANI

ZONE 10

NORTH-EASTERN REGION

Current wk.

DYSENTERY
Cum.2009

HFMD

Cum.2009 Current wk. Cum.2009 Current wk.

CHOLERA

(CHOLERA, HAND, FOOT AND MOUTH DISEASE (HFMD), DYSENTERY, PNEUMONIA (ADMITTED), INFLUENZA, MENIN.MENINGITIS, ENCEPHALITIS, AEFI, PERTUSSIS, MEASLES, LEPTOSPIROSIS)

REPORTED CASES AND DEATHS OF PRIORITY BY DISEASES UNDER SURVEILLANCE, BY DATE OF TREATMENT BY PROVINCE, THAILAND, 6 Week, February 8-14, 2009

REPORTING AREAS**

TABLE 2

ตารางที่ 2 (ตอ) จํานวนผูปวยและตายดวยโรคที่เฝาระวังเรงดวนที่เขารับการรักษา รายจังหวัด ประเทศไทย สัปดาหที่ 6 พ.ศ.2552 (8-14 กุมภาพันธ 2552)

ตารางที่ 3
TABLE 3

จํานวนผูปวยและตายสงสัยดวยโรคไขเลือดออก จําแนกรายเดือนตามวันเริ่มปวย รายจังหวัด ประเทศไทย สัปดาหที่ 6 พ.ศ.2552 (8-14 กุมภาพันธ 2552)
REPORTED CASES AND DEATHS OF SUSPECTED DENGUE FEVER AND DENGUE HAEMORRHAGIC FEVER UNDER SURVEILANCE, BY DATE OF ONSET BY PROVINCE, THAILAND,
th

6 Week, February 8-14, 2009

REPORTING AREAS**
TOTAL
CENTRAL REGION
BANGKOK METRO POLIS
ZONE 1
NONTHABURI
P.NAKORN S.AYUTTHAYA
PATHUM THANI
SARABURI
ZONE 2
ANG THONG
CHAI NAT
LOP BURI
SING BURI
ZONE 3
CHACHOENGSAO
NAKHON NAYOK
PRACHIN BURI
SA KAEO
SAMUT PRAKAN
ZONE 4
KANCHANABURI
NAKHON PATHOM
RATCHABURI
SUPHAN BURI
ZONE 5
PHETCHABURI
PRACHUAP KHIRI KHAN
SAMUT SAKHON
SAMUT SONGKHRAM
ZONE 9
CHANTHABURI
CHON BURI
RAYONG
TRAT
SOUTHERN REGION
ZONE 6
CHUMPHON
NAKHON SI THAMMARAT
PHATTHALUNG
SURAT THANI
ZONE 7
KRABI
PHANGNGA
PHUKET
RANONG
TRANG
ZONE 8
NARATHIWAT
PATTANI
SATUN
SONGKHLA
YALA
NORTH-EASTERN REGION
ZONE 10
LOEI
NONG BUA LAM PHU
NONG KHAI
UDON THANI
ZONE 11
MUKDAHAN
NAKHON PHANOM
SAKON NAKHON
ZONE 12
KALASIN
KHON KAEN
MAHA SARAKHAM
ROI ET

102

DENGUE HAEMORRHAGIC FEVER - TOTAL (DF+DHF+DSS) 2008
CASE RATE
CASE
OCT NOV DEC TOTAL TOTAL
PER 100000 FATALITY
C
C
C
C
D
POP.
RATE (%)
7859 5985 2249 87653 102
138.28
0.12
4305 3412 1133 43692 57
204.87
0.13
1659 1336 243 11846 15
207.43
0.13
521 428 197 5589
6
165.72
0.11
257 205
99 2498
3
237.32
0.12
130
89
42 1428
2
185.67
0.14
80
81
32
875
0
94.16
0.00
54
53
24
788
1
126.76
0.13
231 137
73 2868
3
180.36
0.10
67
33
21
798
1
280.17
0.13
31
20
3
552
1
164.31
0.18
129
76
45 1372
0
182.01
0.00
4
8
4
146
1
67.73
0.68
572 429 208 6592
9
215.17
0.14
120
70
41 1394
1
209.68
0.07
11
12
1
282
0
112.46
0.00
28
13
7
964
1
209.85
0.10
28
30
5
807
3
149.05
0.37
385 304 154 3145
4
274.14
0.13
723 547 227 7894 10
234.60
0.13
114 106
42 1174
4
139.61
0.34
263 201 115 2556
2
302.99
0.08
225 154
49 3103
4
371.23
0.13
121
86
21 1061
0
125.64
0.00
178 201
80 2747
6
168.37
0.22
26
32
33
637
2
138.79
0.31
23
27
14
771
1
154.08
0.13
122 137
31 1174
3
245.53
0.26
7
5
2
165
0
85.03
0.00
421 334 105 6156
8
237.39
0.13
33
28
5 1185
2
233.26
0.17
265 197
24 2389
4
188.90
0.17
107 103
68 2168
2
362.14
0.09
16
6
8
414
0
186.63
0.00
1083 925 635 11747 13
134.38
0.11
404 328 159 4277
6
122.67
0.14
50
27
7
771
2
159.06
0.26
184 141
80 1706
3
112.74
0.18
77
64
38
717
1
141.94
0.14
93
96
34 1083
0
110.12
0.00
172 148
88 2504
4
139.64
0.16
57
69
61
897
2
214.23
0.22
9
6
3
231
0
92.42
0.00
49
6
0
716
2
218.96
0.28
11
4
0
108
0
59.10
0.00
46
63
24
552
0
89.78
0.00
507 449 388 4966
3
143.45
0.06
69
93 120
868
0
120.57
0.00
57
57
61
737
1
114.77
0.14
32
30
18
491
0
170.24
0.00
271 202 142 2423
2
181.39
0.08
78
67
47
447
0
94.00
0.00
745 516 106 11934
7
55.66
0.06
42
28
13
837
2
23.51
0.24
10
7
1
258
0
41.72
0.00
2
0
1
112
0
22.42
0.00
3
1
0
170
2
18.75
1.18
27
20
11
297
0
19.34
0.00
29
19
2
478
1
22.20
0.21
12
12
2
132
0
39.11
0.00
5
1
0
128
0
18.30
0.00
12
6
0
218
1
19.53
0.46
222 173
39 2885
2
57.95
0.07
33
31
12
447
1
45.68
0.22
44
48
13
597
0
34.00
0.00
23
19
2
467
0
49.85
0.00
122
75
12 1374
1
105.11
0.07

DENGUE HAEMORRHAGIC FEVER - TOTAL (DF+DHF+DSS) 2009
CASE RATE
CASE
JAN FEB MAR APR TOTAL TOTAL
PER 100000 FATALITY
C
C
C
C
C
D
POP.
RATE (%)
2151 360
- 2511 5
3.96
0.20
1180 189
- 1369 1
6.42
0.07
431
0
- 431 0
7.55
0.00
160
30
- 190 0
5.63
0.00
71
14
85 0
8.08
0.00
40
6
46 0
5.98
0.00
32
7
39 0
4.20
0.00
17
3
20 0
3.22
0.00
66
15
81 0
5.09
0.00
27
3
30 0
10.53
0.00
9
1
10 0
2.98
0.00
28
9
37 0
4.91
0.00
2
2
4 0
1.86
0.00
184
46
- 230 1
7.51
0.43
27
12
39 1
5.87
2.56
6
0
6 0
2.39
0.00
15
6
21 0
4.57
0.00
8
0
8 0
1.48
0.00
128
28
- 156 0
13.60
0.00
174
44
- 218 0
6.48
0.00
32
1
33 0
3.92
0.00
51
27
78 0
9.25
0.00
62
9
71 0
8.49
0.00
29
7
36 0
4.26
0.00
58
26
84 0
5.15
0.00
17
18
35 0
7.63
0.00
9
1
10 0
2.00
0.00
30
7
37 0
7.74
0.00
2
0
2 0
1.03
0.00
107
28
- 135 0
5.21
0.00
5
1
6 0
1.18
0.00
57
12
69 0
5.46
0.00
42
13
55 0
9.19
0.00
3
2
5 0
2.25
0.00
645 116
- 761 2
8.71
0.26
171
20
- 191 1
5.48
0.52
13
3
16 0
3.30
0.00
64
11
75 1
4.96
1.33
54
6
60 0
11.88
0.00
40
0
40 0
4.07
0.00
75
0
75 0
4.18
0.00
16
0
16 0
3.82
0.00
0
0
0 0
0.00
0.00
17
0
17 0
5.20
0.00
7
0
7 0
3.83
0.00
35
0
35 0
5.69
0.00
399
96
- 495 1
14.30
0.20
45
10
55 0
7.64
0.00
99
26
- 125 0
19.47
0.00
9
6
15 1
5.20
6.67
206
39
- 245 0
18.34
0.00
40
15
55 0
11.57
0.00
70
19
89 0
0.42
0.00
6
2
8 0
0.22
0.00
3
0
3 0
0.49
0.00
0
0
0 0
0.00
0.00
1
0
1 0
0.11
0.00
2
2
4 0
0.26
0.00
2
1
3 0
0.14
0.00
2
1
3 0
0.89
0.00
0
0
0 0
0.00
0.00
0
0
0 0
0.00
0.00
22
0
22 0
0.44
0.00
5
0
5 0
0.51
0.00
7
0
7 0
0.40
0.00
1
0
1 0
0.11
0.00
9
0
9 0
0.69
0.00

http://203.157.15.4/
Weekly Epidemiological Surveillance Report Vol. 40 No. 6: February 20, 2009

POP.
DEC. 31,
2007
63,389,730
21,326,851
5,710,883
3,372,608
1,052,592
769,126
929,250
621,640
1,590,135
284,831
335,952
753,801
215,551
3,063,611
664,830
250,753
459,379
541,425
1,147,224
3,364,863
840,905
843,599
835,861
844,498
1,631,553
458,975
500,378
478,146
194,054
2,593,198
508,020
1,264,687
598,664
221,827
8,741,545
3,486,500
484,722
1,513,163
505,129
983,486
1,793,242
418,705
249,933
327,006
182,729
614,869
3,461,803
719,930
642,169
288,409
1,335,768
475,527
21,442,693
3,560,449
618,423
499,520
906,877
1,535,629
2,152,895
337,497
699,364
1,116,034
4,978,750
978,583
1,756,101
936,854
1,307,212

ตารางที่ 3 (ตอ) จํานวนผูปวยและตายสงสัยดวยโรคไขเลือดออก จําแนกรายเดือนตามวันเริ่มปวย รายจังหวัด ประเทศไทย สัปดาหที่ 6 พ.ศ.2552 (8-14 กุมภาพันธ 2552)
TABLE 3

REPORTED CASES AND DEATHS OF SUSPECTED DENGUE FEVER AND DENGUE HAEMORRHAGIC FEVER UNDER SURVEILANCE, BY DATE OF ONSET BY PROVINCE, THAILAND,
th

6 Week, February 8-14, 2009

REPORTING AREAS**
ZONE 13
AMNAT CHAROEN
SI SA KET
UBON RATCHATHANI
YASOTHON
ZONE 14
BURI RAM
CHAIYAPHUM
NAKHON RATCHASIMA
SURIN
NORTHERN REGION
ZONE 15
CHIANG MAI
LAMPANG
LAMPHUN
MAE HONG SON
ZONE 16
CHIANG RAI
NAN
PHAYAO
PHRAE
ZONE 17
PHETCHABUN
PHITSANULOK
SUKHOTHAI
TAK
UTTARADIT
ZONE 18
KAMPHAENG PHET
NAKHON SAWAN
PHICHIT
UTHAI THANI

DENGUE HAEMORRHAGIC FEVER - TOTAL (DF+DHF+DSS) 2008
CASE RATE
CASE
OCT NOV DEC TOTAL TOTAL
PER 100000 FATALITY
C
C
C
C
D
POP.
RATE (%)
158 108
21 2473
0
59.65
0.00
16
13
7
206
0
55.75
0.00
106
59
2 1440
0
99.90
0.00
35
35
10
708
0
39.43
0.00
1
1
2
119
0
22.07
0.00
294 188
31 5261
2
79.65
0.04
45
21
11 1474
1
95.61
0.07
29
23
10
724
0
64.49
0.00
162 120
5 1828
1
71.26
0.05
58
24
5 1235
0
89.78
0.00
1726 1132 375 20280 25
170.73
0.12
563 392 146 6263
4
202.31
0.06
384 285 118 4276
3
256.00
0.07
86
75
19 1301
0
169.49
0.00
50
16
5
348
0
85.90
0.00
43
16
4
338
1
133.76
0.30
205 147
26 2196
5
82.74
0.23
126
94
12
988
5
80.50
0.51
10
4
2
259
0
54.41
0.00
25
12
2
356
0
73.04
0.00
44
37
10
593
0
127.95
0.00
554 343 125 6742
9
195.61
0.13
67
17
15 2021
0
202.86
0.00
205 137
37 1821
2
215.76
0.11
38
20
9
549
3
90.92
0.55
126
98
34 1090
4
202.48
0.37
118
71
30 1261
0
271.65
0.00
404 250
78 5079
7
189.36
0.14
63
55
22 1097
2
151.06
0.18
173
96
29 2624
4
244.27
0.15
153
90
23
834
1
150.51
0.12
15
9
4
524
0
159.96
0.00

DENGUE HAEMORRHAGIC FEVER - TOTAL (DF+DHF+DSS) 2009
CASE RATE
CASE
JAN FEB MAR APR TOTAL TOTAL
PER 100000 FATALITY
C
C
C
C
C
D
POP.
RATE (%)
22
10
32 0
0.77
0.00
3
0
3 0
0.81
0.00
14
7
21 0
1.46
0.00
5
3
8 0
0.45
0.00
0
0
0 0
0.00
0.00
18
6
24 0
0.36
0.00
2
0
2 0
0.13
0.00
7
6
13 0
1.16
0.00
4
0
4 0
0.16
0.00
5
0
5 0
0.36
0.00
256
36
- 292 2
2.46
0.68
93
9
- 102 0
3.29
0.00
82
9
91 0
5.45
0.00
11
0
11 0
1.43
0.00
0
0
0 0
0.00
0.00
0
0
0 0
0.00
0.00
13
10
23 0
0.87
0.00
3
1
4 0
0.33
0.00
2
0
2 0
0.42
0.00
0
1
1 0
0.21
0.00
8
8
16 0
3.45
0.00
83
9
92 1
2.67
1.09
11
3
14 1
1.41
7.14
38
1
39 0
4.62
0.00
5
2
7 0
1.16
0.00
16
3
19 0
3.53
0.00
13
0
13 0
2.80
0.00
67
8
75 1
2.80
1.33
16
4
20 1
2.75
5.00
28
4
32 0
2.98
0.00
20
0
20 0
3.61
0.00
3
0
3 0
0.92
0.00

POP.
DEC. 31,
2007
4,145,625
369,476
1,441,412
1,795,453
539,284
6,604,974
1,541,650
1,122,647
2,565,117
1,375,560
11,878,641
3,095,749
1,670,317
767,615
405,125
252,692
2,654,164
1,227,317
475,984
487,386
463,477
3,446,578
996,231
843,995
603,817
538,330
464,205
2,682,150
726,213
1,074,239
554,112
327,586

ที่มา: สํานักงานสาธารณสุขจังหวัด และสํานักอนามัย กรุงเทพมหานคร: รวบรวมจากรายงานผูปวยที่เขารับการรักษาของจังหวัดในแตละสัปดาห)
และศูนยขอมูลทางระบาดวิทยา สํานักระบาดวิทยา: รวบรวมขอมูลในภาพรวมระดับประเทศ
** แบงจังหวัดตามเขตตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข

สถานการณโรคไขเลือดออก สัปดาหที่ 6 (ระหวางวันที่ 8 – 14 กุมภาพันธ 2552)
somboons@health.moph.go.th

สรุปสาระสําคัญจากตาราง : สมบุญ เสนาะเสียง Somboon Sanohsieng

กลุมงานระบาดวิทยาโรคติดตอ สํานักระบาดวิทยา Communicable Disease Epidemiological Section, Bureau of Epidemiology

สํานักระบาดวิทยา ไดรับรายงานผูปวยโรคไขเลือดออก จํานวนผูปวยสะสมตั้งแตตนป รวมทั้งสิ้น 2,511 ราย คิดเปนอัตราปวย 3.96 ตอประชากร
แสนคน เพิ่มขึ้นจากสัปดาหที่แลว 454 ราย (รอยละ 22.07) ผูปวยเสียชีวิต 5 ราย ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา เพชรบูรณ กําแพงเพชร นครศรีธรรมราช และสตูล
ภาคใต มีอัตราปวยสูงสุด 8.71 ตอประชากรแสนคน รองลงมา คือ ภาคกลาง 6.42, ภาคเหนือ 2.46 และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 0.42 ตอ
ประชากรแสนคน ทุกภาคมีอัตราปวยเพิ่มขึ้น เมื่อพิจารณารายเขต พบวา เขต 8 มีอัตราปวยสูงสุด 14.30 ตอประชากรแสนคน รองลงมา ไดแก เขต 3 เขต
4 เข ต 1 และเขต 6 เทากับ 7.51, 6.48, 5.63 และ 5.48 ตอประชากรแสนคน ตามลําดับ เขต 8 มีอัตราปวยสูงสุดติดตอกันทุกสัปดาห
จังหวัดที่มีอัตราปวยสูงสุด 10 อันดับ ไดแก จังหวัดปตตานี 19.47, สงขลา 18.34, สมุทรปราการ 13.60, พัทลุง 11.88, ยะลา 11.57, อางทอง
10.53, นครปฐม 9.25, ระยอง 9.19 ราชบุรี 8.49 และนนทบุรี 8.08 ตอประชากรแสนคน โดยที่จังหวัดอางทอง นครปฐม ระยอง ราชบุรี และนนทบุรี
เปนจังหวัดที่เคยมีอัตราปวยสูง อันดับ 1 ใน 10 พ.ศ. 2551 มาแลว
อําเภอที่มีอัตราปวยสูงสุด 10 อันดับ ไดแก อําเภอเมืองปตตานี จังหวัดปตตานี (อัตราปวย 77.50 ตอประชากรแสนคน ), เมืองสงขลา จังหวัด
สงขลา(44.88), ปาโมก จังหวัดอางทอง (33.81), เมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง (30.11), หาดใหญ จังหวัดสงขลา (29.74), กิ่งอ.นิคมพัฒนา จังหวัดระยอง
(29.60), บันนังสตา จังหวัดยะลา (27.28), เกาะพะงัน จังหวัดสุราษฏรธานี (26.71), สิงหนคร จังหวัดสงขลา (26.46) และรอนพิบูลย จังหวัด
นครศรีธรรมราช(23.54) จะเห็นวา จังหวัดสงขลา มีอําเภอที่มีอัตราผูปวยสูงสุดมากสุด 3 อําเภอ
สรุปโดยรวมโรคไขเลือดออก ตั้งแตสัปดาหที่ 1 – 6 มีจํานวนผูปวยเพิ่มขึ้นในทุกภาค โดยเขต 8 อัตราปวยสูงสุด และติดตอกันทุกสัปดาห
จังหวัดสงขลา มีอัตราปวยสูงสุด 1 ใน 10 อันดับของประเทศ และมีอําเภอที่มีอัตราปวยสูงสุดมากสุด 3 อําเภอ
http://203.157.15.4/
รายงานการเฝ า ระวั ง ทางระบาดวิ ท ยาประจํา สั ป ดาห ป ที่ 40 ฉบั บ ที่ 6: 20 กุ ม ภาพั น ธ 2552

103

แนวทางการตอบโต ก รณี เ หตุ ส งสั ย อาวุ ธ ชี ว ภาพ
การใหยาปองกันผูสัมผัส (chemoprophylaxis)
o
o
o
o

การเริ่มยาภายใน 24 ชม. หลังการสัมผัสสารสงสัยแอนแทร็กซ จะมีประสิทธิภาพดีที่สุด
ประสิทธิภาพการปองกันจะดีขึ้นหากไดรบั ยาควบคูก ับการรับวัคซีน วัคซีนนาจะมีอยูที่ AFRIM
แตขอมูลประสิทธิภาพและผลขางเคียงไมชัดเจน
ระยะเวลาในการรับประทานยาประมาณ 7-60 วันตามระยะฟกตัว
ชนิดและขนาดยาที่มีการแนะนํา ดังตาราง

ยา

ผูใหญ

เด็ก

Ciprofloxacin
Ofloxacin
Doxycycline
Penicillin VK
Amoxicillin

500 mg กิน วันละ 2 ครั้ง
400 mg กิน วันละ 2 ครั้ง
100 mg กิน วันละ 2 ครั้ง
7.5 mg/kg กินวันละ 4 ครั้ง
500 mg กินวันละ 3 ครั้ง

10-15 mg/kg แบงกินวันละ 2 ครั้งทุก 12 ชม.
ไมแนะนํา
5 mg/kg แบงกินวันละ 2 ครั้งทุก 12 ชม.
50 mg/kg/day แบงกิน 4 ครั้ง
80 mg/kg/day แบงกิน วันละ 3 ครั้ง

ขอมูลโรคแอนแทร็กซ และแนวทางการตอบโตกรณีเหตุสงสัยอาวุธชีวภาพ สามารถคนหาไดที่ website สํานักระบาดวิทยา
http://203.157.15.4/alert/file/y51/sopbio08.htm, www.cdc.gov, website องคการอนามัยโลก

ป ที่ 40 ฉบับ ที่ 6 : 20 กุ มภาพั น ธ 2552 Volume 40 Number 6 : February 20, 2009

กํา หนดออก : เป น รายสั ป ดาห / จํา นวนพิ ม พ 3,250 ฉบั บ
ส งบทความ ขอคิด เห็น หรือพบความคลาดเคลื่อนของขอมูล
กรุณาแจงมายัง กลุมงานเผยแพร ศูนยขอมูลทางระบาดวิทยา สํานักระบาดวิทยา
E-mail : wesr@health2.moph.go.th หรือ wesr@windowslive.com

ที่ สธ. 0419/ พิเศษ
ชําระคาฝากสงเปนรายเดือน
ใบอนุญาตเลขที่ 23/2552
ไปรษณียกระทรวงสาธารณสุข

ผูจัด ทํา

104

สํานักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ถนนติวานนท จังหวัดนนทบุรี 11000 โทร. 0-2590-1723, 0-2590-1827 โทรสาร 0-2590-1784
Bureau of Epidemiology, Department of Disease Control, Ministry of Public Health, Tivanond Road, Nonthaburi 11000, Thailand.
http://203.157.15.4/
Tel (66) 2590-1723, (66)2590-1827 FAX (66) 2590-1784

Weekly Epidemiological Surveillance Report Vol. 40 No. 6: February 20, 2009

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful