You are on page 1of 29

ความสาคัญของการใช้ ข้อมูลในการ

ดาเนินงานการดูแลรักษาผู้ตดิ เชื้อ HIV
กับสถานการณ์ การดือ้ ยาต้ านไวรัส
เอกจิตรา สุขกุล
ศูนย์ ความร่ วมมือไทย-สหรั ฐด้ านสาธารณสุข
13 สิงหาคม 2557

อนุเคราะห์สไลด์สว่ นหนึ่งจาก พญ. ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวฒ
ั น์
สานักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

รายงานผู้ตดิ เชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ทลี่ งทะเบียนใน
ฐานข้ อมูล NAP-Plus
• รายงานผู้ตดิ เชือ้ ลงทะเบียนรับบริการสะสม 388,833 คน
• ยังมีชีวิตและมารับบริการ 256,391 คน แบ่ งเป็ น
– รั บยาต้ านไวรั ส 227,451 คน (ผู้ใ้ หญ่ 222,361 คน เด็ก 5,090 คน)
– ไม่ ได้ รับยาต้ าน 28,940 คน (ผู้ใหญ่ 28,475 คน เด็ก 465 คน)

• เป็ นผู้รับบริการสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่ งชาติ 74% ของ
ทัง้ หมด (รับยาต้ าน 175,559 คน และไม่ ได้ รับยาต้ าน 13,806 คน)
ที่มาข้ อมูล: ระบบบริการข้ อมูลสารสนเทศ การให้ บริการผู้ตดิ เชื ้อ/ผู้ป่วยเอดส์
สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
(http://napdl.nhso.go.th/NapDownload)

th/NapDownload) .nhso.go.รายงานผลการติดตามฯ ณ 30 กันยายน 2556 ข้ อมูลผู้ตดิ เชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ภายใต้ สิทธิหลักประกันสุ ขภาพแห่ งชาติ ที่มาข้ อมูล: ระบบบริการข้ อมูลสารสนเทศ การให้ บริการผู้ตดิ เชื้อ/ผู้ป่วยเอดส์ สานักงานหลักประกันสุ ขภาพ แห่ งชาติ (http://napdl.

มี 21.000 79.314 195.6% 39.000 100.000 128.559 200.035 175.342 19.044 คน (12%) กินยาสูตรสองหรื อสูงกว่า .806 5.3% 221.255 คน (73%) มี VL<50 copies/ml .255 70.มี 128.046 13.000 150.000 50.การยังคงอยู่ในระบบบริการของผู้รับบริการในระบบหลักประกัน สุ ขภาพแห่ งชาติ ระดับประเทศ ณ 30 กันยายน 2556 ผู้รับยาต้านไวรัส ผู้ทีย ่ งั ไมได ส ่ รั ้ บยาตานไวรั ้ 250.927 0 ทั้งหมด ยังมีชีวติ ยังมารับ ถึงเกณฑ์ บริการ รับยาต้ านฯ ทั้งหมด ยังมีชีวติ ยังรับ VL <50 ยาต้ านฯ copies/ml ในจานวนผูย้ งั มารับยาต้าน .

7 12.8 8.9 12. 2551-2556 ผู้ทยี่ งั ไม่ ได้ รับยา ผู้รับยาในช่ วง 1 ปี แรกหลังเริ่มยา อัตราเสี ยชีวติ (%) 18 16 14 12.6 13.อัตราเสี ยชีวติ ของผู้ตดิ เชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ทมี่ ารับบริการ ในระบบหลักประกันสุ ขภาพแห่ งชาติ ระดับประเทศ พ.6 8.7 12.9 13.2 8.1 8.7 8.ศ.5 12 10 8 แลวรพ. ้ เราตายไป เทาไรนะ ่ 6 4 2 0 2551 2552 2553 2554 2555 2556 .

3% มีภูมิคุม้ กันบกพร่ องรุ นแรงมาก (CD4 <100 cells/mm3) .307 คน ประมาณ 60% ของผูใ้ หญ่ ได้รับการวินิจฉัยและส่ งต่อเข้ารับบริ การ รักษาในช่วงระยะโรคเอดส์ (CD4 <200 cells/mm3) • ปี 2556 มีผรู ้ ับยารายใหม่ 18.และ 47.ประมาณ 80% ของผูใ้ หญ่ รับยาขณะอยูใ่ นระยะโรคเอดส์ (CD4<200 cells/mm3) .948 คน new NAP register .การเข้ าถึงระบบบริการรักษาช้ า (สาเหตุหลักของการเสี ยชีวติ ) VCT positive • ปี 2556 มีรายงานผูต้ ิดเชื้อรายใหม่ (ไม่รวมหญิงตั้งครรภ์) 17.

6 52.2 47. 2551-2556 ร้ อยละของผู้มี CD4 <100 cells/mm3 Median CD4 ร้ อยละ (%) 100 97 80 84 75 111 92 83 60 40 54.ศ.5 54.1 57.3 2551 2552 2553 2554 2555 2556 20 0 .6 50.ระดับ CD4 ของผู้ตดิ เชื้อเอชไอวี ณ เริ่มรับยาต้ านไวรัส ในระบบหลักประกันสุ ขภาพแห่ งชาติ พ.

0 20.5 63.2 0 2552 2556 2552 2553 2554 มี รพ.T-EWI1a และ T-EWI1c ความครอบคลุมของการตรวจ VL และ Virological failure ที่ 1 ปี แรกหลังเริ่มยา ผู้ใหญ่ เด็ก T-EWI1c: VL Failure 75 ร้ อยละ (%) 57.8 48. ทีผ่ ่ านเกณฑ์ (VL failure 0%) น้ อยกว่ า 40% 2555 2556 .8 25 20.1 6.0 7.1 50 26.0 7.0 T-EWI1a: VL coverage 66.5 65.5 22.1 62.9 63.3 6.1 2553 2554 2555 17.0 6.6 48.2 65.0 57.

ไมตรวจ ่ แลวจะรู ได ้ ้ ้ ไงวาดื ้ ยา ่ อ ที่มาข้ อมูล: ระบบบริ การข้ อมูลสารสนเทศ การให้ บริ การผู้ติดเชื ้อ/ผู้ป่วยเอดส์ สานักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (http://napdl.go.nhso.th/NapDownload) .

9 10 8.0 5.5 8.0 5.2 8 6 5.T-EWI3a และ T-EWI3b อัตราการขาดการติดตามของผู้รับยาต้ านฯ ทีม่ ารับบริการ T-EWI3b: อัตราขาดการติดตามรายใหม่ ในปี ทีร่ ายงาน T-EWI3a: อัตราขาดการติดตามภายใน 1 ปี แรกหลังเริ่มยา อัตราเสี ยชีวติ (%) 12 9.2 5.5 8.5 2551 2552 2553 9.0 4.3 2554 2555 2556 4 2 0 มีรพ.9 4. ทีผ่ ่ านเกณฑ์ (อัตราขาดการติดตาม <10% ใน T-EWI3a และ <5% ใน T-EWI3b) <65% .

0% ในปี 2556 National Health Security Office .9 4.7 4.6 1.5% ในปี 2552 เป็ น 2.8 1.3 1.3 1.9 4.9 2555 2556 3.5 2552 2553 2554 ในภาพรวม (ผู้ใหญ่ และเด็ก) การเปลีย่ นสู ตรยามีแนวโน้ มเพิม่ ขึน้ จาก 1.2 1.T-EWI2d: การเปลีย่ นสู ตรยาจากสาเหตุดอื้ ยาใน 1 ปี แรกหลังเริ่มยา ผู้ใหญ่ % 10 9 8 7 6 5 4 3 2 1 0 เด็ก 5.

500 2.000 1.721 1.211 คน 3. 3.500 กทม.211 3.210 1.500 1.000 2.จานวนผู้ทเี่ ข้ าเกณฑ์ รับยาต้ านไวรัส แต่ ว่ายังไม่ ได้ ยา จานวนคน ALL UC 3.000 822 674 628 500 0 447 318 252 289249 530 495 404 510 435 667 522 372 302 470 390 495 380 462 .191 1.

การใช้ ข้อมูล NAP ชีป้ ระเด็นปั ญหา และพืน้ ที่ท่ ตี ้ องการเพิ่มคุณภาพ .

ตัวอย่ างแนวทางในการทา Quality Audit โดยใช้ ข้อมูล NAP เพื่อนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพ ขัน้ ตอน ทบทวนปั ญหา ทบทวนข้ อมูล เปรี ยบเทียบกับประวัตกิ ารรั กษา ค้ นหาปั ญหาอุปสรรค ร่ วมกันเสนอแนวทางแก้ ไข แลกเปลี่ยนประสบการณ์ .

หน่ วยบริการ) • ตารางรายงาน/รายบุคคล (HN/NAP ID) ทบทวนข้ อมูล เปรี ยบเทียบกับประวัตกิ ารรั กษา ค้ นหาปั ญหาอุปสรรค ร่ วมกันเสนอแนวทางแก้ ไข แลกเปลี่ยนประสบการณ์ (2) Auditing tool เพื่อค้ นหาปั ญหา 2 • ปั ญหาคุณภาพข้ อมูล • ปั ญหาการให้ -รับบริการ • ปั ญหาเชิงระบบ 3 (3) ปรี กษาร่ วมกันในหน่ วยบริการ เพื่อวางแผนแก้ ไข 4 (4) ปรี กษาร่ วมกันระหว่ างหน่ วยบริการ กทม. เพื่อวางแผนแก้ ไข .แนวทางในการทา Quality Audit โดยใช้ ข้อมูล NAP เพื่อนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพ ขัน้ ตอน ทบทวนปั ญหา เครื่ องมือ (1) รายงาน NAP เพื่อค้ นหา Hot spot 1 • ตัวชีว้ ัด (กทม.

7 กค. ไม่ตอ้ งใช้ username และ password ในการเข้าดูรายงานในเว็บไซต์ . 7 มค.nhso.ความถี่ของการออกรายงานบน http://napdl. ไตรมาส 4 (รายปี ) สิ้นเดือน พย. กค. 7 พย. 7 เมย.go.th/NapDownload เริ่มปี งบประมาณ 2557 ช่ วงเวลา รายงานบน web ข้ อมูลดิบของ หน่ วยบริการ ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 สิ้นเดือน มค. เมย.

ข้ อเสนอแนะแนวทางการเพิม่ ประสิ ทธิภาพการดาเนินงาน • ส่ งเสริ มให้ผตู ้ ิดเชื้อฯ ได้รับการวินิจฉัยและเข้าสู่การรักษาแต่เนิ่นๆ ที่ภูมิ ต้านทานยังไม่ต่า • สร้างความเข้มแข็งระบบบริ การ และเพิ่มศักยภาพบุคลากร และแกนนาผู ้ ติดเชื้อฯ ในการพัฒนาและปรับปรุ งแนวทางให้บริ การให้มีคุณภาพ เพิม่ ขึ้น • ติดตามผลการดาเนินงานจากระบบข้ อมูลทีม่ ีอยู่ และ ค้ นหาสาเหตุ เพือ่ ใช้ วางแผนพัฒนาคุณภาพระบบ บริการ .

หลักการพัฒนาคุณภาพ .

Concept Quality management .

Performance measurement 2.ปัจจัย 3 ดาน ้ เพือ ่ การพัฒนาคุณภาพงาน เอชไอวี/เอดส์ ข้ อมูล PHIMS ข้ อมูล case ฯลฯ ข้ อมูล HIVQUAL ข้ อมูล NAP 1. Quality management สิ่งที่ทาเพื่อพัฒนา ระบบสนับสนุนให้ เกิดงานคุณภาพ (Infrastructure) การจัดการคุณภาพ ระบบการบริหารงานที่เป็ นคุณภาพในทุกด้ านขององค์ การ ที่ จะปรั บปรุ งการทางานให้ บรรลุเป้าหมายและมีสิทธิภาพอย่ างต่ อเนื่อง . Quality improvement 3.

.

QI improvement จุดโฟกัส-สิ่งท้ าท้ าย • การนาปั ญหามาคุยกันในทีมงาน • Problem indentified/เลือกปั ญหามาพัฒนางาน • ตัวอย่ างการหาสาเหตุท่ แี ท้ จริงร่ วมกับทีม เช่ น ก้ างปลา Flow chart • การบันทึกเกี่ยวกับการประชุม QI project • ระบบ Data information ที่มีคุณภาพ • QI project work plan แผนกิจกรรมไม่ สอดคล้ อง .

evaluation positive promotion=empower .การวางใจได้ (Trust) peer review voluntary self.

.

ตัวอย่างการวิเคราะห์สาเหตุการเสี ยชีวติ .

– 30% ไม่ร้ ูสาเหตุ วิเคราะห์ไม่ได้ – 14% ตายที่บ้าน – 8% ตายรพ.) Bacterial pneumonia 10.อื่น – 2% อื่นๆ • ตายมากในกลุ่มไหน – กลุม่ ที่มี CD4 ต่า – กลุม่ ที่ไม่ได้ รับยาต้ านไวรัส ตายสูง กว่าพวกได้ รับยา 3 เท่า – กลุม่ ที่ Loss FU – กลุม่ อายุมาก 1) TB 40% 2) PCP 20% 3) Crypto 12% 4.8% ตายตอนไหน •40% กลุม่ ที่ตายเร็วใน 90 วันหลังทราบผลการติด เชื ้อ •10% ตายช่วง 3-6 เดือน •27% ตาย 1-5 ปี •15% ตายมากกว่า 5 ปี หลังทราบผลการติดเชื ้อ •ถ้ าไม่ ได้ ยาต้ านไวรัส 60% มักตายใน 3 เดือน แรกหลังวินิจฉัย •ถ้ าได้ ยาต้ านไวรัส 19% ตายใน 3 เดือนแรกหลัง วินิจฉัย .เสี ยชีวติ เยอะสุ ดจากโรคอะไร • ตายที่ไหน – 46% ตายที่รพ.

ประเด็นเสี ยชีวติ • กลุม่ ที่ได้ เจาะ CD4 ก่อนตาย พบ initial CD4 ต่ามาก Median CD4 = 47 % CD< 100 = 67% • กลุม่ ที่ตายช้ ากว่า 90 วัน มักจะเป็ นตายจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ OI • กลุม่ ของ TB ที่ตายมักเป็ นมากกว่า 1 อวัยวะ และ เป็ น extrapulmonary TB ร่วมด้ วย .

ประเด็นที่ไม่มีขอ้ มูล แม้วา่ จะทบทวน Dead case แล้ว • • • • ทาไมถึงตาย.ทาไมต้ องตายจาก PCP ทาไมต้ องตายจาก ทีบี ทาอย่างไรเราจะ save life เขาได้ สาเหตุใดที่ทาให้ คนไข้ ไม่มาหาแพทย์ก่อนตาย ทาไมคนไข้ ไม่ได้ ยาต้ านไวรัสทังที ้ ่ CD4 < 350 หรื อว่าป่ วยมี OI แล้ ว และต้ องเสียชีวิต ...

ฝากไว้ •มีขอมู ้ ล แตไม ่ น ่ ามาวิเคราะห ์ = การไมมี ่ ขอมู ้ ล •การวิเคราะหข างาน ์ อมู ้ ลตองท ้ เป็ นทีมเพือ ่ หารากทีม ่ าของ • ปัข้ อญ มูลหา ทุกอย่างก็คือข้ อมูล ทุกอย่างมีที่มาที่ไป สิง่ สาคัญที่สดุ คือ พิจารณาดูที่คนไข้ และสนับสนุนคนทางาน • BAC ต้ องตระหนักถึงบทบาทตนเอง หน้ าที่รับผิดชอบคืออะไร ไม่ใช่เพียงแค่รับเปลี่ยนสูตรยา แต่ต้องคิดถึงระบบด้ วย ไม่งนก็ ั ้ คงต้ อง เปลี่ยนสูตรมากขึ ้นเรื่ อยๆ แล้ วคนไข้ ก็เสียชีวิตอยูด่ ี .