You are on page 1of 3

บทสรุปสำำหรับผู้บริหำร

คนส่วนใหญ่ประเมินว่าคนเองเสี่ยงมาก ยิง
่ สูงยิ่งเสี่ยง ยิ่ง
เสี่ยงยิง
่ ผิด แม้จะมีการเตรียมความพร้อม เพศหญิง
ประเมินว่าเสี่ยงมากกว่าและมีแนวโน้ มจะวิ่งมากกว่า แต่
คนที่อยู่ใกล้บันไดหนี ไฟจะประเมินว่าตัวเองเสี่ยงกว่า แต่
จะไม่วิ่งจะมีพฤติกรรมถูก แสดงให้เห็นว่าสื่อในอาคารเป็ น
ตัว Delay การมีพฤติกรรมที่ผิดได้ เพราะเกิดการสื่อสาร
ภายในตัว

ทัศนคติเดิมมีผลเชิงลบโดยตรงต่อการเตรียมพร้อม และ
พฤติกรรม แต่มีผลเชิงบวกต่อการประเมินความเสี่ยง แต่ยิ่ง
เสี่ยงยิ่งผิด จึงสรุปได้ว่า ตนตอปั ญหาสำาคัญมาจากทัศนคติ
ประสบการณ์ ความร้้เดิม ไฟคือภัย แผ่นดินไหวคือ ภัย ทางหลบ
ภัยคือวิ่งออกจากอาคาร
ยิ่งคนกลัวไฟ ร้้พิษภัยของไฟไหม้ ยิ่งกลัวและยิ่งประเมินความ
ตัวเองมีความเสี่ยงภัยต่อเหตุแผ่นดินไหวไปด้วย เพราะไฟคือ
ภัย
โดยมีปัจจัยแทรกเข้ามาเสริมแรง(Reinforcement) จากการเปิ ด
รับข่าวสารทีท
่ ำาให้ร้ถึงพิษภัยจากเหตุแผ่นดินไหวยิ่งตอกยำ่าว่า
แผ่นดินไหวคือภัยสำาคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่ งของคนในอาคาร
เพราะการรับข่าวจากหนั งสือพิมพ์ลงภาพ
ระดับการเปิ ดรับข่าวมีผลเชิงบวกต่อการเตรียมความพร้อม
และต่อการประเมินความเสี่ยง ระดับการเปิ ดรับข่าวสารจึงความ
มีความสำาคัญอย่างยิ่ง แต่ไม่ได้ไปมีผลโดยตรงต่อพฤติกรรม ดัง
นั น
้ การให้ข้อม้ลข่าวสารจึงมีความสำาคัญ

จุดสำาคัญที่สุดต้องคำานึ งถึงคือ เรื่องระดับการประเมินความ


เสี่ยง ซึ่งมีหลายปั จจัยเป็ นศ้นย์กลางให้สิ่งต่างๆ เข้ามีอิทธิพลทัง้
ความร้้ความสามารถในการคิดวิเคราะห์และประสบการณ์ของ
แต่ละบุคคล และการรับร้้ข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องแผ่นดินไหว รวม
ถึงสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ซึ่งเป็ นปั จจัยที่
ควบคุมได้ยาก ไม่สามารถกำาหนดไว้ในการวางแผนการสื่อสาร
เพื่อการรณรงค์ป้องกันภัยได้ แต่จุดที่สามารถทำาได้คือ การกระ
ตุ้นให้เกิดการเปิ ดรับสื่อและประสบการณ์ใหม่เกี่ยวกับการ
ป้ องกันภัยจากเหตุแผ่นดินไหว เพื่อให้เกิดการรับร้้ไปถ่วงดุลกับ
ทัศนคติดัง้ เดิมที่มีเกี่ยวกับภัยด้านอื่นๆ เช่นเรื่องการป้ องกันอัคคี
ภัยที่มีอย่้ในทุกอาคาร โดยการสื่อสารที่จะส่งเข้าไปนี้จะต้องไม่
เป็ นไปในลักษณะที่ก่อให้เกิดความน่ าสะพรึงกลัวเกนไป เพราะ
ตามผลการศึกษาพบแล้วหากประชาชนได้รับข่าวสารเกี่ยวกับ
เหตุแผ่นดินไหว ดังเช่นจากสื่อหนั งสือพิมพ์ที่ให้ภาพเหตุความน่ า
กลัว โศกนาฎกรรมจากเหตุแผ่นดินไหวก็ยิ่งทำาให้คนกลัวมาก
และจะไปกระตุ้นให้มีพฤติกรรมที่ผิดคือวิ่งหนี เมื่อร้้ว่ามีเหตุแผ่น
ดินไหวเพราะเป็ นความกลัวที่ฝังเข้าไปในใจ การสื่อสารหรือการ
ให้ประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็ นการให้ข้อม้ลข่าวสาร การให้การฝึ ก
อบรมหรือการผลิตสื่อเพื่อส่งสารรณรงค์ต้องเป็ นไปในเชิง
บวก(Positive sign) เพราะต้องไม่ลืมว่าเหตุแผ่นดินไหวครัง้
ใหญ่ๆ หรือแผ่นดินไหวระยะใกล้ขนาด 5 ริกเตอร์ข้ ึนไปไม่ได้
เกิดในเมืองไทยมาเป็ นเวลานานมาก การรับร้้ข่าวสารต่างๆ
ประชาชนพร้อมที่จะมีจินตนาการโดยยึดโยงกับการรับร้้ข่าวสาร
จากข่าวโศกนาฎกรรมที่ได้รับจากแหล่งอื่นมาเป็ นความทรงจำา
ภายในที่เป็ นแรงผลักให้มีพฤติกรรมในทันทีหากเกิดแผ่นดินไหว
ใกล้ตัวไม่ว่าแผ่นดินไหวนั น
้ จะมีขนาดความรุนแรงเท่าใดก็ตาม
อันเป็ นหลักการ Association ตามหลักจิตวิทยาการเรียนร้้มี
พฤติกรรมของมนุษย์ คล้ายกับหลัก Stimulus and Response