ขข้อสอบกลลลุ่มสาระการเรรียนรข้รู้วท

วิ ยาศาสตรร์ ชชชั้นมชธยมศศึกษาปรี ทรีที่ 2
1.กระเพาะอาหารของคนเรามรี เ อนไซมร์ ชนวิ ดใดชล ว ยในการยล อ ยอาหารและ
ททางานไดข้ดรีในสภาวะเชลนใด

ค. อะไมเลส / เบส

ก.ไลเปส / เบส

ข. เปปซวิน / กรด

ง. กรด

ไฮโดรคลอก / กรด

2.ขข้อใดกลลาวถรู้กตข้องเกรีที่ยวกชบปรวิมาณนทชั้าทรีที่ถรู้กกทาจชดออกนอกรลางกาย
ก. ปช สสาวะ > ลมหายใจออก > เหงงที่อ

ข.

ปช สสาวะ > เหงงที่อ >

ค. เหงงที่อ > ปช สสาวะ > ลมหายใจออก ง.

เหงงที่อ > ลมหายใจ

ลมหายใจออก

ออก > ปช สสาวะ

3.อาหารในขข้อใดตลอไปนรีชั้ ใหข้พลชงงานสรู้งสลุ่ดในปรวิมาณทรีที่เทลากชน
ก. มชนเชงที่อม

ข. ขข้าวผชดไกล

ค. ผชดผชกรวมมวิตร

ง. ขข้าวเหนรียวทลุ่เรรียน

4. ขข้อใดกลลาวถรู้กตข้อง

ก. รชงไขลททาหนข้าทรีที่ผลวิตไขลและฮอรร์โมน

ข. การตกไขลจะเกวิดขศึชั้นภายหลชงจากไขลไดข้ร ชบการปฏวิสนธวิ
ค. อชณฑะจะสรข้างฮอรร์โมนเพศชาย มดลรู้กสรข้างฮอรร์โมนเพศหญวิง

ง. ผนชงชชชั้นนอกของมดลรู้กเมงที่อมรีการสลายตชวของหลอดเลงอด เรรียกวลา
ประจทาเดงอน

5. ขข้อใดสลงผลใหข้เกวิดโรคความดชนโลหวิตสรู้งมากทรีที่สลุ่ด
ก. หลอดเลงอดขยาย

ข. หลอดเลงอดเกวิดการอลุ่ดตชน

ค. ผนชงหลอดเลงอดเปราะ

ง. ระดชบไขมชนในเสข้นเลงอดตทที่า

6. โครงสรข้างใดในระบบยลอยอาหารทรีที่ไมลไดข้ผลวิตนทชั้ายลอย
1. ผนชงของกระเพาะอาหาร

2. ผนชงลทาไสข้สลวนโคลอน

3. ตชบ

4. ผนชงลทาไสข้สลวนดรู้โอดรีนชม

ค. 1, 2 และ 3

ง. 2, 3 และ 4

ก. 1 และ 2

ข. 2 และ 3

7. การทดสอบโปรตรีน มชกจะใชข้เนงชั้ อปลาโดยการเตวิมสารละลายไบยรู้เรร็ตลงไป
จะไดข้สรีมลวงหากไมล

เนงชั้ อปลาจะใชข้สที่งวิ ใดแทน
ก. มะละกอ
ค. ฟช กทอง

ข. ถชวที่ ฝช กยาว
ง. นทชั้าเตข้าหข้รู้

8. คารร์โบไฮเดรต ไขมชน โปรตรีน มรีธาตลุ่ใดทรีที่เปร็ นสลวนประกอบเหมงอนกชน
ก. คารร์บอนและออกซวิเจน

ข. ไฮโดรเจนและกทามะถชน

ค. ไนโตรเจนและคารร์บอน

ง. ไฮโดรเจนและไนโตรเจน

9. การทรีที่นกนางแอลนอพยพจากประเทศจรีนเขข้ามาในประเทศไทยในฤดรู้
หนาวเนงที่องจากในอวิทธวิพลจากสวิที่งใด
ก. แสงสวลาง

ข. อลุ่ณหภรู้มวิ

ค. สารอาหาร

ง. สชญชาตญาณ

10. สวิที่งมรีชวรี วิตทรีที่อยลรู้ในแหลลงทรีที่อยลรู้แบบใดมรีความสามรถในการปรชบตชวไดข้ดรี
ทรีที่สลุ่ดเพงที่อทนตลอการเปลรีที่ยนแปลงของสภาพแวดลข้อม

ขข้อใดกลลาวถรู้กตข้องทรีที่สลุ่ด ก. กทาหนดเพศ 14. การโคลนนวิที่งเปร็ นการสงบพชนธร์ลุ่แบบเพศ ข. พงชเหรีที่ยวเฉา 12. แกก๊สออกซวิเจน ค. สภาพแวดลข้อมทรีที่ไมลจทาเปร็ นตลอการงอกของเมลร็ดคงอ? ก. การปรชบปรลุ่งพชนธร์ ง. สระนทชั้าจงด ค. การใสลปปลุ่ยใหข้ตข้นไมข้คราวละมากๆ จะมรีผลเสรียแกลพงชดชงตลอไปนรีชั้ยกเวข้นขข้อ ใด ก. กข้นทะเล ข. อลุ่ณหภรู้มวิ ง. นทชั้า ข. พชนธลุ่วศ วิ วกรรม ค. สชตวร์แขร็งแรง ง. สารละลายในดวินมรี ง.การปลรู้กถลายอวชยวะในสวิที่งมรีชวรี วิตเพงที่อใหข้สามารถนทาอวชยวะทรีที่ปลลุ่กถลายมาใชข้ ประโยชนร์ไดข้เปร็ นเทคโนโลยรีชวรี ภาพแบบใด ก.ก. เกวิดการออสโมซวิสออกจากเซลลร์พงช ข.เทคโนโลยรีชวรี ภาพไมลสามารถชลวยผข้รู้มรีบลุ่ตรยากไดข้ ค.ขข้อใดไมลใชลจลุ่ดมลลุ่งหมายสทาคชญของการปรชบปรลุ่งพชนธร์สชตวร์ ค. แสงสวลาง ก. พงชดรู้ดนทชั้าจากดวินมากเกวินไปจนดวินขากนทชั้า ความเขข้มขข้นสรู้งมาก ค. การผสมขข้ามพชนธร์ ข. ปล าสน 11. เพวิที่มผลผลวิต 13. การผสมขข้ามพชนธร์ลุ่จะททาใหข้ลรู้กผสมมรีลชกษณะตามตข้องการและ ตข้องการสงบพชนธร์ลุ่ไดข้ . ทนตลอโรค ข. ปล าชายเลน ง. การถลายฝากตชวอลอน 15.

ขข้าวผชดไกล ค. ววิตามวิน ข. มชนเชงที่อม ข. การนทายรีนทรีที่สรข้างฮอรร์โมนอวินซรู้ลวินจากสชตวร์ชนวิดหนศึที่งไปตชดตลอใหข้แบททรี เรรียชนวิดหนศึที่ง ปรากฏวลาแบททรีเรรียสามารถสรข้างฮอรร์โมนอวินซรู้ลวินไดข้ เปร็ น เทคโนโลยรีแบบใด ก. ททาจากพงชไมลมรีคอเลสเทอรอล ง.เพราะเหตลุ่ใดจศึงแนะนทาใหข้เดร็กเลร็กๆ ดงที่มนมถชวที่ เหลงองแทนนมวชว ก. ผชดผชกรวมมวิตร ง. เมงที่อรชบประทานอาหารกลางวชน สารอาหารทรีที่มรีอยลรู้ในรลางกายประเภทใด จะถรู้กนทาไปใชข้เปร็ นอชนดชบแรก . การปรชบปรลุ่งพชนธร์ 17. โปรตรีน ง. พชนธลุ่ววิศวกรรม ข.ง.อาหารในขข้อใดตลอไปนรีชั้ ใหข้พลชงงานสรู้งสลุ่ดในปรวิมาณทรีที่เทลากชน ก. มรีวต วิ ามวินและเกลงอแรลครบ ค. โคลนนวิที่ง ค. ไขมชน ค. ชรีวเคมรี ง. การโคลนนวิที่งทรีที่ประสบความสทาเรร็จตลอจากการโคลนนวิที่งแกะคงอการ โคลนนวิที่งลวิง 16. ขข้าวเหนรียวทลุ่เรรียน 18.เมงที่อนทาอาหารชนวิดหนศึที่งมาทดสอบดข้วยสารละลายเบเนดวิกตร์ไดข้สรีนชั้ าท เงวิน และตรวจสอบดข้วยสารละลายไบยรู้เรร็ตไดข้สรีมลวง แสดงวลาอาหารชนวิดนรีชั้มรีสารใด เปร็ นองคร์ประกอบ ก. ราคาถรู้กแตลมรีประโยชนร์ ข. มรีกรดอะมวิโนทรีที่จทาเปร็ นตลอรลางกายครบทลุ่กชนวิด 20. คารร์โบไฮเดรต 19.

ฟงชั้ นฟรู้รลางกายและจวิตใจ ค.ก. ขชชั้นตอนการฟงชั้ นฟรู้ผข้รู้เขข้ารชบการบทาบชดเปร็ นการรชกษาในดข้านใด ก. อารมณร์ดรี ข. เปร็ นการอบรมญาตวิของผข้เรู้ ขข้ารชบการบทาบชด 24. สารเสพตวิดชนวิดใด ทรีที่ทางการแพทยร์นวิยมนทามาใชข้เพงที่อบรรเทาอาการเจร็บ ปวดกรณรีทที่ค รี นไขข้ เจร็บปวดไมลไหว ก. บารร์บวิทรู้เรท ค. การเสพสารเสพตวิดชนวิดใด มรีโอกาสททาใหข้เกวิดโรคโลหวิตจางไดข้ ก. กชญชา ข. แอลเอสดรี ง. ไกลโคเจน ก. ใหข้คทาแนะนทาถศึงววิธรีการบทาบชดรชกษา ง. มอรร์ฟรีน ข. กระตข้ลุ่นหชวใจใหข้เตข้นแรงขศึชั้น ง. ฝวิที่ น ค. โปรตรีน ค. ถอนพวิษของสารเสพตวิด ข. ทวินเนอรร์ . ทวินเนอรร์ 23. กชญชา ง. สารนวิโคตวิน มรีผลตลอรลางกายทางดข้านใดมากทรีที่สลุ่ด ค. ววิตามวิน ง. รชบประทานอาหารไดข้มากขศึชั้น 21. ไขมชน ข. ความดชนโลหวิตและเลงอดไหลเวรียน ชข้า 22.

27.B และ D 28. A C 26.ธาตลุ่ใดเปร็ นกศึที่งโลหะ ข.ธาตลุ่ใดมรีสมบชตวิเชลนเดรียวกชบธาตลุ่คารร์บอน ค. A ข. C และ D B ง.D ก.ขข้อใดเปร็ นสมบชตวิของธาตลุ่โลหะ(การววิเคราะหร์) ก. B B งD ก. นทาไฟฟข้ าไดข้ เหนรียว มรี ข. ค.จงพวิจารณาขข้อมรู้ลตลอไปนรีชั้แลข้วตอบคทาถามขข้อ 1-3 (การววิเคราะหร์) สมบชตข วิ องธาตลุ่ ชนวิดของ ไมลนทา ผวิวเปร็ นมชน ไฟฟข้ า วาว ธาตลุ่ นทาไฟฟข้ า A  -  - B -  -  C  - -  D -  - - เปราะ 25.ไมลนทาไฟฟข้ าไดข้ เปราะ มรี จลุ่ดหลอมเหลวตทที่า ไมลนทาไฟฟข้ าไดข้ เปราะ มรี จลุ่ดหลอมเหลวตทที่า . ค. นทาไฟฟข้ าไดข้ เหนรียว มรี ง. A ข.ธาตลุ่ใดเปร็ นโลหะ ก. C ง. ค.

ฟรู้ลออรรีน. 3 และ 4 ง 1 และ 3 31. สาร B เปร็ นของแขร็งสรีดทา จลุ่ดหลอมเหลว 2. คลอรรีน จงพวิจารณาขข้อมรู้ลตลอไปนรีชั้แลข้วตอบคทาถามขข้อ 6 1.ขข้อใดเปร็ นธาตลุ่กชมมชนตรชงสรี(ความเขข้าใจ และการววิเคราะหร์) ก. ฟลรู้ออรรีน ง. ค.คลอรรีน ค. 1 และ 2 2 และ 4 ข.จลุ่ดหลอมเหลวสรู้ง จลุ่ดหลอมเหลวสรู้ง 29. ธาตลุ่ A รวมกชบธาตลุ่ B เกวิดเปร็ นสารละลาย AB คายพลชงงานความ รข้อน 30. ไอโอดรีน .535 C และ o นทาไฟฟข้ า ข. โบรมรีน ข.ธาตลุ่ชนวิดโลหะชนวิดใดทรีที่มรีสถานะเปร็ นของแขร็งและแกก๊สตามลทาดชบ (การ ววิเคราะหร์) ก. ธาตลุ่ X เกวิดปฏวิกวิร วิยาเคมรีกชบธาตลุ่ Y เกวิดเปร็ นสารประกอบ Z คาย พลชงงานความรข้อน 3. ธาตลุ่ M ใหข้ร งช สรีคลงที่นแมลเหลร็กไฟฟข้ า เพงที่อลดพลชงงานสลวนเกวินใน นวิวเคลรียส 4.สารในขข้อใดจชดเปร็ นสารประกอบ (ความเขข้าใจ และการววิเคราะหร์) ก.โบรมรีน .030 C และไมลนทา ไฟฟข้ า o . สาร A มรีสาถานะเปร็ นของแขร็ง จลุ่ดหลอมเหลว 1. ไอโอดรีน . ธาตลุ่ W แผลร ชงสรีแอลฟาเพงที่อลดพลชงงานสลวนเกวินในนวิวเคลรียส 2.

ทองแดง – ททาถลาน ไฟฉาย ค.นทชั้าขรีชั้เถข้า ดวินประสวิว ดลาง ปรู้นใส ข. อะลรู้มวิเนรียม หวินปรู้น ออกซวิเจน ข. ดทา คารร์บอน – ททาไสข้ดวินสอ ข.การใชข้ประโยชนร์จากธาตลุ่ในขข้อใดถรู้กตข้อง ก.สารขข้อใดเปร็ นธาตลุ่ทชั้ งช หมด ก.อะลรู้มวิเนรียม – เคลงอบผวิว โลหะกชนสนวิม 35.กทามะถชน ทองแดง ไอโอดรีน 33. สาร C เปร็ นของเหลวใสไมลมรีสรีนทาไปแยกดข้วยไฟฟข้ าไดข้ธาตลุ่ X กชบธาตลุ่ Y ง.การใชข้ประโยชนร์จากธาตลุ่ในขข้อใดไมลถรู้กตข้อง . สชงกะสรี – แบตเตอรรีที่ ง. เกลงอแกง หวินปรู้น ยวิปซชม ง. กรดไฮโดรคลอรวิก โซดาไฟ แอมโมเนรีย ง. กรดเกลงอ นทชั้าสข้มสายชรู้ กรดคารร์บอนวิก ทชบทวิม 34. แมกนรีเซรียม คารร์บอนไดออกไซดร์ เกลงอแกง ค. แอมโมเนรีย โซดาไฟ นทชั้า ค.สาร D เปร็ นของเหลวสรีเงวิน เปร็ นมชนวาว เหนรียว จลุ่ดหลอมเหลว – 39 C o 32.ค.สารประกอบในขข้อใดเปลรีที่ยนสรีกระดาษลวิตมชสจากแดงเปร็ นนทชั้าเงวินทชชั้งหมด ก.

เกวิดฟองแกก๊ส ข. ปฏวิกวิร วิยาเคมรี หมายถศึง การเปลรีที่ยนแปลงทางเคมรีของสาร ข. เมงที่อเกวิดปฏวิกวิร วิยาเคมรีจะมรีพลชงงานเกวิดขศึชั้นดข้วย ง. ผลวิตภชณฑร์ทที่ไรี ดข้จากปฏวิกวิร วิยาเคมรีไมลสามารถกลชบไปเปร็ นสารตชชั้งตข้นไดข้ 38.สชงกะสรี 37. เมงที่อมรีปฏวิกวิร วิยาเคมรีเกวิดขศึชั้น จะสามารถสชงเกตการเปลรีที่ยนแปลงไดข้หลาย อยลาง ยกเวข้นขข้อใด ก. ทองแดง ค. แกก๊สคารร์บอนไดออกไซดร์ ข. สารมรีปรวิมาณเพวิที่มขศึชั้น ง. – นทชั้าแขร็งแหข้ง ค. การเพวิที่มอลุ่ณหภรู้มวิ ข. การเตวิมตชวหนลวง ค. ขข้อใดไมลเกวิดปฏวิกวิร วิยาเคมรี . ขข้อใดเปร็ นววิธรีทที่ช รี ลวยใหข้ปฏวิกวิร วิยาเคมรีเกวิดไดข้เรร็วขศึชั้น ก. โครเมรียม เหลร็ก ง. สารใหมลทที่เรี กวิดจากปฏวิกวิร วิยาเคมรี เรรียกวลา ผลวิตภชณฑร์ ค.ก.ธาตลุ่ชนวิดใดเปร็ นสลวนประกอบของเอนไซมร์ ใชข้ยลอยโปรตรีน ก. ขข้อใดกลลาวไมลถรู้กตข้องเกรีที่ยวกชบปฏวิกวิร วิยาเคมรี ก. การใสลสารตชชั้งตข้นปรวิมาณมาก ง. ก า ร ท า สรี ทรีที่ ผวิ ว ปฏวิกวิร วิยา ของโลหะ 44. ข. สารเปลรีที่ยนสรี 39. โซเดรียมไฮดรอกไซดร์ – แคลเซรียมคลอไรดร์ – ถนอมอาหาร ง แอมโมเนรีย – ททาปป ลุ่ย ททาสบลรู้ 36. เกวิดตะกอน ค.

อาหารกชบนทชั้า ข. การระเบวิด ก. ง. โ ล ห ะ ททา กระปป องกชบออกซวิเจน . ในการปรลุ่งอาหาร เพราะเหตลุ่ใดจศึงตข้องหชน ที่ อาหารเปร็ นชวิชั้นเลร็กๆ ข. ออกซวิเจน ค. เพงที่อใหข้นลารชบประทาน และไดข้อาหารปรวิมาณมาก 41. สารตชชั้งตข้นในการเกวิดสนวิมของกระปป องบรรจลุ่อาหาร คงอขข้อใด ก. เพงที่อความสวยงาม 42 ขข้อใดเปร็ นปฏวิกวิร วิยาเคมรี ก. การจลุ่ดเตาไฟ ง. การเกวิดสนวิม ข. ง. การตชดไมข้ ค. มรีปฏวิกวิร วิยาเคมรีเกวิดขศึชั้น ค.ก. ชลวยใหข้สะดวกในการกวิน ค. การกรองนทชั้า การเผาผลาญ อาหารในสวิที่งมรีชวรี วิต 43. เมงที่อผสมสาร A กชบสาร B ไดข้สาร C และแกก๊ส D ขข้อใดไมลถรู้กตข้อง ก. เพงที่อเพวิที่มพงชั้ นทรีที่ในการเกวิดปฏวิกวิร วิยา ชลวยใหข้อาหารสลุ่กเรร็ว ง. อ า ห า ร กช บ โลหะททากระปป องกชบนทชั้า ง. สาร A และสาร C เปร็ นสารชนวิดเดรียวกชน สาร B และแกก๊ส D เปร็ นผลวิตภชณฑร์ 44. การบดอาหาร ค. สาร A และสาร B เปร็ นสารตชชั้งตข้น ข. การตชกนทชั้าใสลถงช ข.

เปลวไฟ ขข้อใดเปร็ นววิธรีปข้องกชนการเกวิดสนวิมของโลหะ ผลวิตภชณฑร์ ง. การตชชั้งตข้น ค. ขยะและอากาศ ง. ง. ข. ไ ดข้ ส า ร ใ ด เ ปร็ น ผ ลวิ ต ภช ณ ฑร์ ก. A B + A C A D + C D A D + B C ค. . ตชวเรลงปฏวิกวิร วิยา ปฏวิกวิร วิยา 48. ตช ว ห นล ว ง . นทชั้าและขรีชั้เถข้า ข คารร์บอนไดออกไซดร์ . A B + C D ข. ออกซวิเจน ค. ส า ร ทรีที่ ททา ใ หข้ ป ฏวิ กวิ รวิ ย า เ กวิ ด เ รร็ ว ขศึชั้ น เ รรี ย ก วล า อ ะ ไ ร ก.45. เปลวไฟและขยะ ค. ขยะและออกซวิเจน และออกซวิเจน 46. เมงที่อสารตชชั้งตข้น 2 ตชว ททาปฏวิกวิร วิยากชน ดชงนรีชั้ A B + C D สารผลวิตภชณฑร์คงอขข้อใด ก. การเผาขยะ สารตชชั้งตข้นคงอขข้อใด ก. จ า ก ขข้ อ 9 ข. 49. ง ขรีชั้เถข้าและออกซวิเจน 47.

ปรากฏการณร์เรงอนกระจก ข ฝนไมลตกตามฤดรู้กาล เกวิดควชนจากรถยนตร์ ง.ไฟ ก. . การ . เมงที่อกรดรวมตชวพอดรีกชบเบสจะไดข้สารใดเปร็ นผลวิตภชณฑร์ ก. ทาสรีทที่ผ รี วิวโลหะ ข. กรด + กรด ข . เบส + เบส กลาง + กลาง 51. ปฏวิกวิร วิยาสะเทวิน เปร็ นปฏวิกวิร วิยาระหวลางสารใด ก. ค. ออกซวิเจน คารร์บอนไดออกไซดร์ ค. เ กร็ บ ไ วข้ ทรีที่ อลุ่ณหภรู้มวิตที่าท 50. นทา โลหะไปเผา ค. นทาโลหะไปลข้างหนข้า ง. ง. และนทชั้า 52. เกลง อ ขข้อใดไมลใชลผลทรีที่เกวิดจากปฏวิกวิร วิยาเคมรี ก. เกลงอ ข . การเกวิดฝนกรด ค. กรด + เบส ง .

ก. SO3 และ NO ง . ก. ค.53. CO ข . SO2 ง . ข . แ กก๊ ส เมงที่อนทาเอาทองเหลงองไปหลอมเหลวพลชงจะถรู้กดรู้ดเขข้าไปเพงที่ออะไร ก เพวิที่มพลชงงานจลนร์ในโมเลกลุ่ล . แกก๊สใดททาใหข้เกวิดฝนกรด H2 ง . CO2 ข. ก. โรงงานอลุ่ตสาหกรรมตลางๆ กลอใหข้เกวิดสารมลพวิษใดมากทรีที่สลุ่ด ควชน ก. SO2 และ NO ข . ปรอท ค. แกก๊สซชลเฟอรร์ไดออกไซดร์ คารร์บอนมอนนอกไซดร์ 57 ง. ค. แกก๊สใดเปร็ นสาเหตลุ่หลชกทรีที่ททาใหข้เกวิดปรากฏการณร์เรงอนกระจก CO2 NO 56. SO2 และ CO2 SO3 และ NO2 55. O2 ค. การสลายตชวของโซเดรียมไฮโดรเจนคารร์บอเนต (NaHCO3) เมงที่อไดข้ รชบความรข้อนจะไดข้แกก๊สใด SO3 54.

แรงทรีที่มรีทวิศทางตลอตข้านการเคลงที่อนทรีที่ของวชตถลุ่ ข. แรงทรีที่มรีขนาดเทลากชนกระททาตลอวชตถลุ่แลข้วททาใหข้วชตถลุ่หมลุ่น .ข เกวิดปฏวิกวิร วิยาดรู้ดกลงนพลชงงานความรข้อน ค ลดพลชงงานจลนร์ทที่อ รี ยลรู้ในระบบ ง 58 ขข้อปฏวิบชตวิในการเลงอกซงชั้ ออาหารกระปป องคงอขข้อใด ก ดรู้ปรวิมาณทรีที่บรรจลุ่เพงที่อจะไดข้มากๆ ข ดรู้ยที่ห รี ข้อทรีที่คนนวิยมซงชั้ อมารชบประทาน ง ดรู้ลชกษณะสรีของกระปป องทรีที่บรรจลุ่ ค 59 กระปป องตข้องไมลบวม บลุ่บ บข้บ รู้ ชั้ รี สารทรีที่ใชข้ในบข้านขข้อใดเปร็ นกรดทชชั้งหมด ก นทชั้าสข้มสายชรู้ นทชั้าสบลรู้ ข นทชั้ายาลข้างจาน ยาสรีฟชน ง นทชั้ายาลข้างหข้องนทชั้า นทชั้าสข้มสายชรู้ ก ใหข้ความรข้อนเพวิที่มขศึชั้น ค ใหข้ความเยร็นเพวิที่มขศึชั้น ค 60 ททาใหข้ปรวิมาตรของของแขร็งเพวิที่มขศึชั้น นทชั้าปลา ยาสรีฟชน สารละลายอวิที่มตชว จะสามารถละลายไดข้อรีกเมงที่อใด ข ง ใหข้ตวช ละลายเพวิที่มขศึชั้น ททาใหข้ตกผลศึก 61. ขข้อใดกลลาวถศึงแรงลชพธร์ไดข้ถรู้กตข้อง ก.

4 นวิวตชน ง. นวิวตชน ข. ถข้าตข้องการใหข้กลลองเคลงที่อนทรีที่ไปทางซข้าย จะตข้องออกแรงตามขข้อใด ก. ข. 5 นวิวตชน 65. 0 ค. เมงที่อแรง 2 แรงมรีขนาดเทลา กระททาตลอรถในทวิศทางตรงกชนขข้าม จะ มรีแรงลชพธร์เทลากชบเทลาไร ก.เดรียวกชน ค. 2 นวิวตชน ค. ค. 2 นวิวตชน ข. แรงทรีที่เกวิดขศึชั้นในเสข้นเชงอกขณะทรีที่เชงอกกทาลชงแขวนวชตถลุ่อยลรู้ ง. 0 4 นวิวตชน เมงที่อแรง 2 แรงมรีขนาด 5 นวิวตชน และ 2 นวิวตชน กระททาตลอรถ ในทวิศทางตรงกชนขข้ามกชนจะมรีแรงลชพธร์เทลากชบเทลาไร ก. ง. แรงรวมของแรงยลอยทรีที่กระททาตลอวชตถลุ่เดรียวกชนในเวลา 62 . 3 นวิวตชน ค. นวิวตชน 4 นวิวตชน ง. ข. 4 2 นวิวตชน นวิวตชน 63. เมงที่อแรง 2 แรงมรีขนาด 2 นวิวตชนเทลากชน กระททาตลอรถในทวิศทาง เดรียวกชนจะมรีแรงลชพธร์เทลากชบเทลาไร ก. . 64. 4 นวิวตชน ง.

รถจะเคลงที่อนทรีที่ไปตามทวิศทางของแรงทชชั้งสอง ง. รถจะไมลเคลงที่อนทรีที่ ข. ค. รถจะเคลงที่อนทรีที่ไปตามทวิศทางของแรง 5 นวิวตชน ค. ง. เปร็ นแถบสรีเหลงที่อมซข้อนกชน ไมลอาจบอกขอบเขตของสรีไดข้อยลาง ชชดเจน . ไปทางซข้าย ข.พฤตวิกรรมทรีที่วชด ความเขข้าใจ 66. จากรรู้ปทวิศทางของแรงลชพธร์จะเปร็ นอยลางไร ก. เปร็ นเสข้นสรีอยลรู้แยกหลางจากกชน 2. ขข้อใดแสดงคลาของแรงลชพธร์เทลากชบศรู้นยร์ ก. เปร็ นแถบสรีอยลรู้แยกหลางจากกชน 3. 68. ข. เมงที่อแรง 2 แรงมรีขนาด 10 นวิวตชน และ 5 นวิวตชน กระททาตลอรถ ในทวิศทางตรงกชนขข้ามกชน รถจะมรีการเปลรีที่ยนแปลงอยลางไร ก. มรีคลาเทลากชนศรู้นยร์ ง. ไปทวิศทาง ตรงกชนขข้าม 67. รถจะเคลงที่อนทรีที่ไปตามทวิศทางของแรง 10 นวิวตชน 69. เปร็ นแถบสรีตลอเนงที่องกชน มรีขอบเขตของแตลละสรีแนลนอน 4.เมงที่อแสงอาทวิตยร์ผลานปรวิซศึมจะกระจายออกเปร็ นสเปกตรชมสรีตลาง ๆ ดชงนรีชั้ 1. ไปทางขวา ค.

แสงเดวินทางผลานบรวิเวณทรีที่มรีความเขข้มของแสงมาก ง. แสงเดวินทางผลานบรวิเวณทรีที่หนาวจชด ค. เพราะเหตลุ่ใดเราจศึงมองเหร็นสระนทชั้าหรงอวชตถลุ่ทที่อ รี ยลรู้ในนทชั้าตงชั้ นกวลาทรีที่เปร็ น จรวิง ก เพราะ แสงจากกข้นสระเกวิดการสะทข้อนกลชบหมด ข เพราะ การหชกเหของแสงทรีที่มรีมลุ่มตกกระทบเลร็กกวลา มลุ่มหชกเห ค เพราะ การหชกเหของแสงทรีที่มรีมลุ่มตกกระทบโตกวลามลุ่มหชกเห ง เพราะ แสงจากกข้นสระเกวิดการหชกเห ททาใหข้มลุ่มตกกระทบเทลากชบ มลุ่มสะทข้อน 72. ในกรณรีใดทรีที่ททาใหข้มลุ่มตกกระทบและมลุ่มหชกเหมรีคลาเทลากชบศรู้นยร์ ก เมงที่อเรามองวชตถลุ่ในนทชั้าในแนวเฉรียง ข เมงที่อลทาแสงจากแทลงพลาสตวิกออกสลอ รู้ ากาศเปร็ นมลุ่มปข้ าน ค เมงที่อลทาแสงสลองผลานจากอากาศตชชั้งฉากกชบแทลงพลาสตวิก 73. ง เมงที่อลทาแสงสลองผลานอากาศไปสลรู้แทลงพลาสตวิกเปร็ นมลุ่มแหลม ขข้อตลอไปนรีชั้ขข้อใดกลลาวถรู้กตข้อง ก วชตถลุ่ทที่ม รี รีผวิวขรลุ่ขระ มชนวาว จะเกวิดการสะทข้อนแสงไดข้ดรี . แสงเดวินทางผลานบรวิเวณทรีที่มรีอลุ่ณหภรู้มวิแตกตลางกชน 71. แสงเดวินทางผลานละอองนทชั้า ข. ขข้อใดททาใหข้เกวิดปรากฏการณร์ทที่เรี รรียกวลามวิราจ ก.70.

แสงทรีที่เคลงที่อนทรีที่จากตชวกลางทรีที่มรีความหนาแนลนนข้อยกวลาไปสลรู้ตชวกลางทรีที่มรี ความหนาแนลนมากกวลา รชงสรีของแสงจะหชกเหอยลางไร ก ไมลหชกเห ข ยชงสรลุ่ปไมลไดข้ ค เบนเขข้าหาเสข้นปกตวิ ง เบนออกจากเสข้นปกตวิ 75. ถข้านทาพลอยทรีที่มรีสรีนชั้ าท เงวินเขข้าไปภายในหข้องทรีที่ฉายดข้วยแสงสรีแดง เราจะ มองเหร็นพลอยเปร็ นสรีอะไร ก สรีเขรียว ค สรีฟข้า ข สรีดทา ง สรีเหลงอง ..การทรีที่เรามองเหร็นวชตถลุ่ตลาง ๆ ไดข้เปร็ นเพราะอะไร ก แสงทะลลุ่ผลานวชตถลุ่เขข้าตา ข แสงสะทข้อนเขข้าสลรู้นชยนร์ตา ค แสงจากวชตถลุ่ทะลลุ่ผลานนชยนร์ตา ง แสงสะทข้อนหรงอทะลลุ่ผลานวชตถลุ่เขข้านชยนร์ตา 76.ข หลชกการสะทข้อนกลชบหมดของแสงนทาไปใชข้ในการสงที่อสารทาง โทรศชพทร์ ค ลทาแสงตกกระทบ ลทาแสงสะทข้อนอยลรู้บนแนวระนาบเดรียวกชนจะ ททาใหข้เกวิดมลุ่มฉาก ง มลุ่มตกกระทบทรีที่ททาใหข้เกวิดมลุ่มหชกเหมรีคลา 90 องศา จะไมลเกวิดการ สะทข้อนกลชบหมด 74.

ในการแสดงละครเวทรีถข้าตข้องการเปลรีที่ยนสรีเสงชั้ อผข้าของผข้รู้แสดงจากสรีขาว ไปเปร็ นสรีแดงทชนทรี ควร จะฉายสปอตไลตร์แสงสรีใดไปซข้อนทชบกชบสปอตไลตร์แสงสรีแดง มลวง ก แสงสรีเขรียว ข แสงสรีสข้ม ค แสงสรีเหลงอง ง แสงสรีนชั้ าท เงวิน 78 การผสมแสงสรีในขข้อใดเมงที่อนทามาผสมบนฉากสรีขาวแลข้วไมลเกวิดเปร็ นแสง สรีขาว ก แสงสรีแดง กชบแสงสรีนชั้ าท เงวิน ข แสงสรีนชั้ าท เงวิน กชบแสงสรีเหลงอง ค แสงสรีเขรียว กชบแสงสรีแดงมลวง ง แสงสรีนชั้ าท เงวินเขรียว กชบแสงสรีแดง 79. คนสายตายาวมรีสาเหตลุ่เนงที่องมาจากภาพของวชตถลุ่ตกอยลรู้ในระยะใด มรีวธ วิ รี แกข้ไขตามขข้อใด ก ตกอยลรู้หนข้าเรตวินา แกข้ไขโดยใชข้เลนสร์นรู้นเขข้าชลวย ข ตกอยลรู้บนโฟกชส แกข้ไขโดยใชข้เลนสร์ไบโฟคชลเขข้าชลวย ค ตกอยลรู้หลชงเรตวินาออกไป แกข้ไขโดยใชข้เลนสร์นรู้นเขข้าชลวย ง ตกอยลรู้ตรงเรตวินาพอดรี แกข้ไขโดยใชข้เลนสร์กาบกลข้วยเขข้าชลวย 80.77. ดวินเกวิดจากการสลายตชวของสวิงที่ ใดตลอไปนรีชั้ 1) จลุ่ลวินทรรียร์ 2) หวินและแรล 3) พงชและสชตวร์ .

การทดนทชั้าเขข้าทลวมพงชั้ นทรีที่ทชั้ งวิ ไวข้ระยะหนศึที่งแลข้วจศึงระบายทวิชั้งใชข้ในกรณรีทที่ด รี วิน มรีสภาพอยลางไร ก เปร็ นกรดจชด ข เปร็ นเบสจชด ค เปร็ นกลาง ง ขาดฮวิวมชส . สรีของดวินบอกสวิที่งใดแกลเราไดข้บข้าง ก อายลุ่ของดวิน ข การสรู้ญเสรียอวินทรรียร์สาร ค วชตถลุ่ตข้นกทาเนวิดดวิน ง ถรู้กทลุ่กขข้อ 82. การปรชบสภาพดวินทรีที่เปร็ นกรดจชดมรีววิธรีททาอยลางไร ก เตวิมผงกทามะถชน ข ทดนทชั้าเขข้าแลข้วระบายทวิชั้ง ค ไถพรวนดวินอยลรู้เสมอ ง เตวิมปรู้นขาวหรงอมารร์ล 83. 2 และ 3 81.ขข้อทรีที่ถรู้กตข้อง คงอ ก ขข้อ 1 และ 2 ข ขข้อ 2 และ 3 ค ขข้อ 1 และ 3 ง ขข้อ 1.

84.3 และ 4 85.2.4 ง ขข้อ 1. ซากดศึกดทาบรรพร์หรงอฟอสซวิลอาจพบไดข้ในหวินชนวิดใดไดข้มากทรีที่สลุ่ด ก หวินอชคนรี ข หวินตะกอน ค หวินแปร ง หวินหนงด 86. กทาแพงทรีที่มรีลชกษณะสรีนชั้ าท ตาลแดงเปร็ นเมร็ดลข้อมรอบดข้วยสรีแดงกระจายอยลรู้ ทชวที่ ไปเนงชั้ อหยาบแขร็งขรลุ่ขระเมร็ดกรวดเกาะกชนอยลรู้หลางๆ ลชกษณะนรีชั้นลาจะททา มาจากหวินชนวิดใด ก หวินกรวดมน ข หวินศวิลาแลง ค หวินปรู้น ง อวิฐแดง .2 ข ขข้อ 2. ภรู้เขาหวินตะกอนรวิมถนนมวิตรภาพเกวิดขศึชั้นไดข้จาก 1) บรวิเวณนรีชั้เดวิมอยลรู้ใตข้นชั้ าท 2) เกวิดการทชบถมของตะกอน 3) ตะกอนแตลละชชชั้นกลายเปร็ นหวิน 4) เปลงอกโลกโกลงตชวขศึชั้น ขข้อทรีที่ถรู้กตข้องคงอ ก ขข้อ 1 .3 ค ขข้อ 1.

แรลเชงชั้ อเพลวิงของไทยทรีที่ขด ลุ่ ขศึชั้นมาใชข้นข้อยทรีที่สลุ่ดไดข้แกลขข้อใด ก กก๊าซธรรมชาตวิ ข ถลานหวิน ค หวินนทชั้ามชน ง นทชั้ามชนปวิ โตรเลรียม 89. B นทชั้ามชนดรีเซล อยลางไหนมรีจลุ่ดเดงอดสรู้งกวลาและ อยลางไหนจะกลชน ที่ ทรีที่ระดชบสรู้งกวลาในหอ กลชน ที่ ใหข้ตอบตามลทาดชบ ก A B ข B A ง B B ค A A . การใชข้ทรชพยากรแรลอยลางรข้รู้คณ ลุ่ คลาควรมรีแนวทางอยลางไร ก ใชข้เทคโนโลยรีการสทารวจและการขลุ่ดทรีที่มรีประสวิทธวิภาพ ข สรข้างสรรคร์ผลวิตภชณฑร์ทที่ม รี รีคณ ลุ่ คลาแทนการสลงออกวชตถลุ่ดวิบ ค นทากากแรลไปใชข้และวชสดลุ่เหลงอใชข้กลชบสลรู้กระบวนการผลวิต ง ถรู้กทลุ่กขข้อ 90.87. A นทชั้ามชนเบนซวิน. ครกหวินควรททามาจากหวินชนวิดใดถศึงจะมรีความแขร็งแรงทนทาน ก หวินไนสร์ ข หวินทราย ค หวินปรู้น ง หวินควอรร์ตไซตร์ 88.

ววิธรีใดทรีที่ดรีทที่ส รี ลุ่ดในการปข้ องกชนปช ญหาเรงที่องนทชั้าเสรีย ก ควบคลุ่มจทานวนประชากรไมลใหข้เพวิที่มขศึชั้น ข ใชข้เทคโนโลยรีสมชยใหมลเขข้ามาชลวยแกข้ไข ค ออกกฎหมายควบคลุ่มอยลางเครลงครชด ง ใหข้ความรข้รู้แกลทลุ่กคนทรีที่มรีสลวนเกรีที่ยวขข้องกชบผลเสรียของนทชั้าเสรีย และ กระตข้ลุ่นใหข้เกวิดความรลวมมงอในการแกข้ปชญหา 93.91. ถข้านทชั้าพชดพาตะกอนมาตามหลุ่บเขาไปดข้วยความเรร็วสรู้ง เมงที่อไหลลงสลรู้ ทรีที่ราบจะททาใหข้เกวิดสวิที่งใดขศึชั้น ก หชวหาดโคข้ง ข เนวินตะกอนนทชั้าพารรู้ปพชด ค ดวินดอนสามเหลรีที่ยม ง แมลนชั้ าท สายยลอย 94.หวินทรีที่เกร็บปวิ โตรเลรียมมชกเปร็ นหวินอะไร ก หวินแปร ข หวินอชคนรี ค หวินนทชั้ามชน ง หวินตะกอน 92. แหลลงนทชั้าทรีที่เรรียกวลานทชั้าบาดาลนชชั้นมาจากทรีที่ใด ก บลอเจาะลงใตข้ดวินลศึกมาก ข นทชั้าทรีที่อยลรู้ในระดชบชชชั้นทรีที่เปร็ นหวิน ค นทชั้าทรีที่อยลรู้ตที่าท กวลาระดชบนทชั้าใตข้ดวิน .

ง นทชั้าฝนทรีที่ไหลไปรวมอยลรู้ในแอลงหวิน 95 เพราะเหตลุ่ใดนทชั้าบาดาลจศึงเปร็ นนทชั้าทรีที่สะอาดกวลานทชั้าในดวิน ก ใสไมลสที่งวิ เจงอปน ข ไหลผลานชชชั้นดวินทราย ค อยลรู้ตที่าท กวลาระดชบนทชั้าในดวิน ง ไมลเปลรีที่ยนแปลงไปตามฤดรู้กาล 96. สวิที่งทรีที่ชลวยลดการกชดเซาะดวินตามรวิมฝช ที่ งแมลนชั้ าท ไดข้ดรีตามธรรมชาตวิคงออะไร ก เรงอทรีที่จอดรวิมฝช ที่ ง ข บข้านทรีที่ปลรู้กรวิมฝช ที่ ง ค ตข้นหญข้าตข้นไมข้ร วิมทาง ง เขงที่อนคอนกรรีตรวิมฝช ที่ ง 98 การเปลรีที่ยนแปลงของเปลงอกโลกในขข้อใดทรีที่ไมลมรีอวิทธวิพลจากภายใตข้ผวิว โลก ก การกรลอน . มนลุ่ษยร์สามารถชลวยชะลอการกรลอนของเปลงอกโลกไดข้โดยววิธรีใด ก ไมลตชดไมข้ททาลายปล า ข ไมลสรข้างอาคารใหญลๆ ค ไมลขลุ่ดเจาะบาดาล ง ไมลสรข้างเขงที่อนและอลางเกร็บนทชั้า 97.

ขข้อความใดกลลาวถรู้กตข้อง ก บรวิเวณทรีที่มรีฝนตกนข้อยจะเกวิดการกรลอนโดยลมมากกวลาบรวิเวณทรีที่มรี ฝนตกมาก ข เมงที่อปล าไมข้ถรู้กททาลายจะททาใหข้ผววิ หนข้าดวินกรลอนโดยลมมากกวลากรลอน โดยกระแสนทชั้า ค บรวิเวณทรีที่มรีฝนตกนข้อยจะเกวิดการกรลอนโดยปฏวิกวิร วิยาเคมรีมากวลา บรวิเวณทรีที่มรีฝนตกมาก ง บรวิเวณภรู้เขาสรู้งทรีที่ตข้นไมข้ถรู้กตชดจนโลลงเตรียนจะเกวิดการกรลอนโดยลม มากกวลาบรวิเวณทะเลทราย ……………………………………………………………………… …………………………… .ข การเกวิดภรู้เขา ค แผลนดวินไหว ง การระเบวิดของภรู้เขาไฟ 99 บรวิเวณทรีที่อยลรู้หลางจากรอยตลอของแผลนเปลงอกโลก เชลน ประเทศไทยมรี โอกาสเกวิดภรู้เขาไฟระเบวิดหรงอไมล เพราะเหตลุ่ใด ก มรีโอกาส เพราะแผลนเปลงอกโลกเคลงที่อนทรีที่ตลอดเวลา ข ไมลมรีโอกาส เพราะอยลห รู้ ลางจากบรวิเวณทรีที่มรีโอกาสเกวิดภรู้เขาไฟ ค ไมลมรีโอกาสเพราะ ประเทศไทยไมลมรีรอยแยกของชชชั้นหวินอยลรู้เลย ง มรีโอกาสเพราะ หวินหนงดมรีโอกาสดชนขศึชั้นมาตามรอยแยกของชชชั้นหวิน ไดข้ 100.

92.29.53.เฉลยขข้อสอบววิทยาศาสตรร์ชชั้ น ช มชธยมศศึกษาปรี ทรีที่ 2 เฉลย ขข้อ ก ข ค ง 8.31.76.80.13.96.2.8 5 1.17.58 68.54.57.11.34.44.90.16.94.43.3 83. 49.2 3.82.19 1.91.40 1.77.5 25.87 79.15.65.97 89.35.5.7.60.85 2.39 63.93.30.99 .12.59 55.73.9.3 24.26 8 6 20 6.98.70.14.48.50.45.72.46.52 71.66 28.69.18 10.21.33.32.37.74.64.10 86.95 41.5 42.78 0 23.7 61.6.27.