You are on page 1of 2

บันทึกการปฏิบัติงานประจำาวัน ของ นายพันธุ์ทอง จันทรุสว่าง ประจำาเดือน ธันวาคม 1

2552 แผ่นที่

ยโสธร สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม : ซึ่ง การขยายความหมาย ยโสธร สร้างสุข สร้างรอยยิ้มไว้ได้อย่างครอบคลุม


ต้องขอขอบพระคุณ ข้อความ จาก ประชาทรรศน์ หัวข้อ นายพงษ์ศักดิ ์ นาคประดา ผวจ.ยโสธร“จะสร้างสุข
สร้างรอยยิ้มให้ชาวยโสธร”
ข้อความดังนี้

คอลัมน์ : คนของประชาชน

ในการบริหารราชการของจังหวัดนั้นมีผ้ว่าราชการจังหวัด รับผิดชอบการบริหารราชการ เป็ นผ้้รับนโยบาย


และคำาสั่งจากนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาล คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม ไปปฏิบัติให้เหมาะสม
กับสภาพท้องที่และประชาชน และเป็ นหัวหน้าบังคับบัญชาบรรดาข้าราชการ ฝ่ ายบริหารส่วนภ้มิภาคในเขต
จังหวัด และรับผิดชอบราชการของจังหวัดและอำาเภอ

ผ้้ว่าราชการจึงเป็ นผ้้รับผิดชอบทั้งในทางปฏิบัติและในด้านกฎหมาย ระเบียบแบบแผน กฎข้อบังคับ ต่างๆ


เป็ นตัวแทนของรัฐบาลในอันที่จะอำานวยประโยชน์สข ุ แก่ประชาชนอย่างกว้างขวาง

นายพงษ์ศักดิ ์ นาคประดา ผ้ว ้ ่าราชการจังหวัดยโสธร กล่าวว่า ตนร้้สึกสำานึ กในพระมหากรุณาธิคุณที่


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอย่้หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ดำารงตำาแหน่ ง ผวจ.ยโสธร ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2552 และ
ถือได้ว่าเป็ นเกียรติอย่างส้งที่ได้เข้ามาปฏิบัติราชการร่วมกับเพื่อนข้าราชการทุกกระทรวงทบวง กรม ผ้้บริหาร
และ เจ้าหน้าที่ส่วนท้องถิ่น กำานัน ผ้ใ้ หญ่บ้าน ภาคประชาชน ภาคเอกชน และขอส่งความปรารถนาดีมายังพี่
น้องชาวยโสธรทุกคน

นายพงษ์ศักดิ ์ กล่าวว่า ตนเคยมาดำารงตำาแหน่ งเป็ น รอง ผวจ.ยโสธร สามารถกล่าวได้ว่า จ.ยโสธร มีพ้ ืนที่
2,600,902 ไร่ พื้นที่ทำานา จำานวน 1,347,756 ไร่ พื้นที่ปล้กมันสำาปะหลัง ปล้กอ้อย ปล้กยางพารา และพืช
สวนอื่น จำานวน 142,118 ไร่ จำานวนประชากร 539,284 คน มีรายได้ประชากรเฉลี่ยต่อคนต่อปี อย่้ท่ี 33,365
บาท เป็ นลำาดับที่ 70 ของประเทศ

แต่ชาว จ.ยโสธร ยังคงสถานภาพอันแข็งแกร่งของวิถีชีวิตตามแนว “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” คือ ชาว


จ.ยโสธร มีท้ังรายได้ส้งและรายได้นอ
้ ย แต่ชาว จ.ยโสธร ทั้งมวลล้วนมีความสุขแบบพอเพียง พอประมาณ จาก
มรดกวัฒนธรรม “เมืองบั้งไฟ” ไร่นา นำ้าท่าอุดมสมบ้รณ์

สถานภาพอันแข็งแกร่งเช่นนี้ คือ จุดแข็งของจังหวัด คือ ต้นทุนของจังหวัด ไปส่้การพัฒนาอย่างยั่งยืน”


ผ้้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ได้ขอเชิญชวนภาคการเมือง ภาคประชาชน ภาคเอกชน และพี่นอ ้ งประชาชนชาว
จ.ยโสธร ทั้งมวลได้ร่วมกับตนในฐานะผ้้ว่าฯยโสธร คนใหม่ นำา “ดอกไม้ความคิด” อาจจะมีหลากสี แต่ทุกสี
ล้วนมีความงดงาม ร่วมกันประดับแจกัน “เมืองบั้งไฟ” ด้วยเป้ าหมายเดียวกัน คือ “จะสร้างสุข สร้างรอยยิ้ม ให้
ชาวยโสธร”

นายพงษ์ศักดิ ์ ยังกล่าวถึงความหมาย “ยโสธรสร้างสุข สร้างรอยยิ้ม” ว่า เป็ นความหมายในองค์รวม


จ.ยโสธร คือ เข้าใจยโสธร เข้าใจหม่้บ้าน เข้าถึงปัญหาสาธารณะระดับหม่้บ้าน เดินเข้าส่้ปัญหา ร่วมคิด ร่วม
แก้ไข ปัญหาที่ไม่แอบแฝงควรมีทางออก และมีคำาตอบที่บริสุทธิใ์ จโดยประชาคมหม่้บ้าน

สร้างสุข มุ่งหมายว่า คือ ร้ปธรรมของการพัฒนาที่จับต้องได้ เช่น ถนน 4 เลนเชื่อมระหว่างจังหวัด ถนน


ลาดยางเชื่อมระหว่างตำาบล ถนนไร้ฝุ่นภายในหม่้บ้าน ระบบชลประทานส้บนำ้าด้วยไฟฟ้ า สร้างคลองซอย คลอง
ไส้ไก่เข้าส่้ไร่นา จากอ่างเก็บนำ้าเข้าแปลงเพาะปล้ก เพื่อสร้างอาชีพเสริม ทำานาปี ละ 2 ครั้ง ขยายพื้นที่ทำาการ
เกษตรอินทรีย์ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์สินค้า OTOP ค้าขายดี มีเงินใช้ ไร้โรคา หน่ วยงานใดมีหน้าที่การงานใดต้อง
เร่งสร้างสุขในภารกิจนั้น
แผ่นที่ 1
บันทึกการปฏิบัติงานประจำาวัน ของ นายพันธุ์ทอง จันทรุสว่าง ประจำาเดือน ธันวาคม 2
2552 แผ่นที่

สร้างรอยยิ้ม มุ่งมั่นว่า คือ นามธรรม เช่น การบริการประชาชนที่ดี ด้วยมิตรไมตรี ยิ้มแย้มแจ่มใส ส่งเสริม


และเพิ่มบทบาทสถาบันการศึกษา เป็ นศ้นย์กลางสร้างภ้มิคุ้มกันยาเสพติดให้ล้กหลานที่ยังเป็ นเยาวชน คนรวย
คนจนมีธารนำ้าใจสายเดียวกัน สร้างบ้านพักอาศัยให้กันและกัน

“ยโสธร สร้างสุข สร้างรอยยิ้มเพียงใดมีตัวชี้วัดมากมาย แต่จะต้องเป็ นตัวชี้วัดที่ชาว จ.ยโสธร เป็ นผ้้กำาหนด


เอง ด้วยหลักพอเพียง พอประมาณ ในวิถีชีวิตยโสธร”
โดย กิตติ ศรีสมบูรณ์

ศึ ก ษ า ไ ด้ เ พิ่ ม เ ติ ม ที่ http://www.prachatouch.co.th/web/vdo_detail.asp?


pageno=6&vdoid=5603

ประสบการณ์ ที่ผมได้รับ จากข้อคิดขอ. ท่านพงษ์ศักดิ ์ นาคประดา ผ้้ว่าราชการจังหวัดยโสธร


วัน ที่ 18 ธันวาคม 2552 เวลา 08.29 น. พงษ์ศักดิ ์ นาคประดา มอบอำา นาจให้กับประชาชน: ผม นายพันธ์ุ
ทอง จั น ทร์ ส ว่ า ง ไปปฏิ บั ติ ห น้ า ที่ ณ หอประชุ ม อำา เภอคำา เขื่ อนแก้ ว กิ จ กรรม มอบผ้ า ห่ ม กั น หนาว ให้ กั บ
ประชาชน อำา เภอคำา เขื่ อนแก้ ว จั งหวั ด ยโสธร 13 ตำา บล 115 หม่้บ้าน จำา นวน 1,500 ผื น ประธานโดย ท่า
นพงษ์ศักดิ ์ นาคประดา ผ้้ว่าราชการจังหวัดยโสธร ซึ่ง นายสมเพชร สร้อยสระค้ นายอำาเภอคำาเขื่อนแก้ว นำา
หัวหน้าส่วนราชการ ผ้้บริหารท้องที่ ผ้้บริหารท้อถิ่น และ แขกผ้้มีเกียรติมาร่วมงานโดยพร้อมเพรียงกัน โดยมี
ท่าน รณ ฤทธิชัย คานเขต สส.ยโสธร เขต 1 ประสานงานและให้เกียรติมาร่วมงานในวันนี้ ด้วย ผมประทับใจ
โอวาท ที่ ท่ านพงษ์ศั กดิ ์ นาคประดา ผ้้ว่าราชการจังหวั ดยโสธร ได้ ขยายความ ของคำา ว่า ยโสธร สร้างสุข
สร้างรอยอยิ้ม ซึ่งท่าน อธิบายสั้นๆว่า ทุกหน่ วยงาน ทุกองค์กร ใน จังหวัด ยโสธร จะต้องร่วมกัน ทำา อย่างไร
ก็ได้ ให้ คนยโสธร มี ความสุ ข และมี รอยยิ้ ม ... สิ่ งที่ ประชาชนยโสธร จะมี ความสุ ข ได้ ไม่ ได้ ห มายความว่ า
ประชาชนไม่มีความทุกข์เลย แต่หมายความว่า หากแม้นประชาชนจะมีความทุกข์ หรือปัญหา อุปสรรค บ้าง ใน
การประกอบอาชีพโดยสุจริตแล้ว ปั ญหา อุปสรรคเหล่านั้ น มีหน่ วยงาน องค์กร ต่างๆ ที่รับผิดชอบ รับทราบ
ปั ญหา ให้การบรรเทา แก้ไข หรือช่วยเหลือในการแก้ปัญหาเหล่านั้นของประชาชน... ประชาชนก็จะมีความสุข
เมื่อมีความสุข ก็จะมีรอยยิ้ม ยิ้มน้อย ยิ้มใหญ่ ก็แล้วแต่ขนาดของความสุขของแต่ละคน... แต่โดยเป้ าหมายที่
มุ่งหวังของ ท่านพงษ์ศักดิ ์ นาคประดา ผ้้ว่าราชการจังหวัดยโสธร แล้ว หวังจะให้ จังหวัด ยโสธรเป็ นเมืองแห่ง
ความสุข และ รอยยิ้ม.. ซึ่งเป็ นวิสัยทัศน์ ที่ดีมากๆ..
ผมประทับใจ ประสบการณ์ การสร้างรอยยิ้มของท่าน 2 เรื่อง เรื่องที่ 1 การ สร้างคลองซอย คลองไส้ไก่เข้าส่้
ไร่น า จากอ่ างเก็ บนำ้ าเข้ าแปลงเพาะปล้ ก เพื่ อสร้ างอาชี พ เสริ ม ทำา นาปี ละ 2 ครั้ ง ขยายพื้ นที่ ทำา การเกษตร
อิ น ทรี ย์ จากประสบการณ์ของท่าน ใน จังหวัดกาฬสินธ์ุ ที่มีแนวคิด การแก้ปัญหาโดยยึดประชาชนเป็ น
ศ้นย์กลาง โดย นำางบประมาณจากกระทรวงแรงงาน จำา นวน 2 ล้านบาท ที่ตามแผนงานโครงการ การฟื้ นฟ้
ปั ญหาจากอุทกภัยในจังหวัด ที่เสนอ ขอทาสีร้ัว และสถานที่ราชการต่างๆ รวม จวนผ้้ว่าราชการจังหวัดด้วย ...
ท่าน ศึกษาแล้วพบว่า วิธีท่ีง่ายที่สุดสำาหรับท่านคือ ใช้จ่ายในการทาสี ตามแผนงานโครงการ แต่ท่านวิเคราะห์
แล้ ว พบว่ า หากนำา เงิ น งบประมาณ 2 ล้ า นบาท นี้ ไปให้ ป ระชาชนในชนบทได้ ใ ช้ จ่ า ยเอง จะเกิ ด ประโยชน์
มากกว่า ไม่ยึดติดกับตัวหนังสือ แต่ยึดถือประโยชน์ของประชาชนเป็ นที่ต้ัง... ท่านเลือกเส้นทางที่ยากกว่า คือ
จึงเสนอขอ เปลี่ ยนกิจ กรรม ไปเป็ น นำา เงิ น งบประมาณ 2 ล้ านบาทนี้ ไปให้ ชาวนา ขุ ด คลองไส้ ไก่ คือ คลอง
ขนาดเล็กๆ ตามท้องทุ่ง ในที่นาของชาวนาเอง ให้ ชาวนาเป็ นคนขุดเอง แต่ขุดแล้ว สามารถเบิกค่าแรงได้จาก
ทางราชการ... พบว่ าได้ผ ลลั พธ์ ดีเกิ นความคาดหมาย เพราะเนื้ องานที่ ได้ ประเมิ น คร่ าวๆ ว่ าหากเป็ นสิ่งที่
ดำา เนิ น การจ้ างานโดยรั ฐเองแล้ ว จะเท่ ากั บลงทุ น ประมาณ 10 ล้านบาท แสดงว่ าได้ ผ ลดี ถึง 5 เท่ า กับงบที่
ลงทุนไป ... จึงพบว่า 5 เท่าที่ได้มานั้นได้มาจาก เพราะ ชาวนาขุดคลองเอง จึง ขุดแบบดี เพราะขุดให้ตนเอง
ขุดไม่ดีแล้วจะขุดทำาไม ไม่พอใจจะหยุดทำาไม ทุกคนต่างขุดจนเป็ นที่พึงพอใจของตนเอง ขุดคนเดียวไม่พอ นำาพ่อ
แม่ พี่ น้อง ในครอบครัว มาช่วยกันขุด สร้างสัมพันธภาพในครอบครัวด้วย...
เรื่องที่ 2 คือ การไปร่วมรับฟั งและร่วมแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ ยกตัวอย่าง วันที่ 16 ที่ผ่านมา ท่านไป
ร่วมรับประทานอาหารเย็น ข้าวเหนี ยวจำ้ าแจ่ ว กั บพี่ น้อ งบ้ านคำา ผั กหนาม คำา ผั กก้ ด ตำา บลหนองแหน อำา เภอ
กุดชุม.. ท่านไปร่วม กิน นอน พ้ด คุย และที่สำาคัญ ท่านไป ฟั ง ชาวบ้านถึงพื้นที่ มีชาวบ้านให้ข้อเสนอแนะว่า
...พวกผมกำา ลั งปล้ กยางพารา ยางกำา ลั ง จะครบกำา หนดกรี ด แต่ พวกเรา กว่ า 300 คน กรี ด ยางไม่ เ ป็ น ทำา
อย่างไร พวกเราจึงจะกรีดยางเป็ น ไม่ต้องไปจ้างคนจากภ้มิภาคอื่น... ท่านพงษ์ศักดิ ์ นาคประดา ผ้้ว่าราชการ
จังหวัดยโสธร ได้ให้ประชาชนร่วม กันหาแนวทาง และเสนอท่าน และท่านก็อนุมัติโครงการในคืนนั้ นเอง คือ
โครงการฝึ กอบรมนั กรีดยางในชุมชน และส่งออก นักรีดยางด้วย... กล่าวคือ อบรมเตรียมความพร้อมเอาไว้
เมื่อทำา เป็ นแล้ว ขณะที่ยางในพื้นที่ยังไม่ครบกำา หนดกรีด ท่ านก็จั ดหาตลาดให้ คือ มีส วนยางจากจั งหวัดใกล้
เคียงที่ครบกำาหนดกรีดแล้ว ก็ส่งคนพวกนี้ ไปรับจ้างกรีดหารายได้เข้าครอบครัวได้ เช่น ที่ มุกดาหาร นครพนม
สกลนครเป็ นต้น ส่วนแผนงาน โครงการ ที่ท่านเสนอ และจะดำาเนิ นการในอนาคตอันใกล้ ที่น่าประทับใจและ
ถื อ ว่า เป็ นสิ่ ง ที่ ท้ า ทาย เป็ นอย่ า งยิ่ ง คื อ การมอบงบประมาณการป้ องกั น และแก้ ไ ขปั ญหายาเสพติ ด ให้ กั บ
กำา นั น ผ้้ใ หญ่ บ้ า น ไปดำา เนิ น การเอง ไม่ ต้ อ งผ่ า น นายอำา เภอ หรื อ ส่ ว นราชการ แล้ ว ให้ กำา นั น ผ้้ ใ หญ่ บ้ า น
สามารถใช้จ่ายงบประมาณได้โดยหม่้บ้านเอง หม่้บ้านละ 1 หมื่นบาท ...

แผ่นที่ 2