You are on page 1of 21

บทที ่ 1

จุดหมายของพัฒนาการเศรษฐกิจระหว่าง พ.ศ. 2504-


2506-2509

1. ร า ย ไ ด้ ป ร ะ ช า ช า ติ

ถ้ า ใช้ ร ายได้ ป ระชาชาติ ซึ่ง คำา นวณจากมู ล ค่ า ทั ้ง สิ น


้ ของ
่ ระชาชนผลิ ต ขึ้น ได้ ใ น พ.ศ. 2495
สิ ง่ ของและบริก ารต่ างๆ ที ป
เป็ นบรรทัดฐาน รายได้ประชาชาติในระยะเวลา 5 ปี คือ ตัง้ แต่
พ.ศ. 2495 จนถึง พ.ศ. 2499 ได้เพิม
่ ขึน ่ ร้อยละ 4 ต่อปี
้ คิดเฉลีย
ตั ้ ง แต่ พ.ศ. 2500 จนถึ ง พ.ศ. 2502 ถ้ า ใช้ วิ ธี คำา นวณอย่ า ง
เ ดี ย ว กั น จ ะ เ พิ ่ ม ใ น อั ต ร า ร้ อ ย ล ะ 4 เ ช่ น กั น ส่ ว น ร า ย ไ ด้
ประชาชาติคิดเฉลีย
่ ต่อประชากรคนหนึ่งในระยะเวลาดั งกล่า ว
่ ร้อยละ 2 ต่อปี เมื่อคำา นึงถึงจำา นวนประชากรที ่
ข้างต้น ได้เพิม
่ ขึ้น กว่ าร้อ ยละ 2 ต่อ ปี แล้ ว จึงพึง เห็ นได้ว่ า จำา นวนรายได้
เพิม
ป ร ะ ช า ช า ติ ที ่ เ พิ ่ ม นั ้ น อ ยู่ ใ น ร ะ ดั บ ค่ อ น ข้ า ง ตำ่ า

ในการทีจ
่ ะให้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้น และมีสภาพความ
เป็ นอยู่ดีกว่าทีเ่ ป็ นมาแล้ว จำาเป็ นต้องเร่งพัฒนาการเศรษฐกิจใน
ด้านต่างๆ ซึง่ มุ่งเพิม
่ การผลิตโดยทัว
่ ไป และบูรณะทางขนส่งให้
7

อ ยู่ ใ นสภาพที ่ ใ ช้ ไ ด้ ส ะ ด ว ก แ ละร ว ด เ ร็ ว ทั ้ ง นี ้เ มื่ อ คำา นึ ง ถึ ง


ทรัพยากรต่างๆ ทีม
่ ีอยู่และจะพึงใช้ในพัฒนาการเศรษฐกิจแล้ว
โดยส่วนรวมรายได้ประชาชาติในระยะ 6 ปี ข้างหน้า คือตัง้ แต่
พ.ศ. 2504 จนถึ ง พ.ศ. 2509 จะเพิม
่ ได้ ใ นอั ต ราร้ อ ยละ 5 ต่ อ ปี
และรายได้ประชาชาติคิดเฉลีย
่ ต่อประชากรคนหนึ่งควรจะเพิม

ใ น อั ต ร า ร้ อ ย ล ะ 3 ต่ อ ปี เ ป็ น อ ย่ า ง น้ อ ย

2. ก า ร ส ะ ส ม ทุ น

พัฒนาการเศรษฐกิจจะดำาเนินไปเร็วหรือช้า ย่อมขึน
้ อยู่กับ
อัต ราเพิ ม
่ หรื อ ลดของการสะสมทุ น ภายในประเทศ การสะสม
ทุนในทีน
่ ี ้ มิได้หมายถึงการลงทุนทีเ่ ป็ นตัวเงินโดยเฉพาะเท่านัน

หากแต่คลุมไปถึงการลงทุน ในการซื้อ หรือผลิต สิง่ ของประเภท
ทุ น ที ่ ใ ช้ ใ น ก า ร ผ ลิ ต วั ต ถุ ต่ า ง ๆ ด้ ว ย เ ป็ น ต้ น ว่ า
เครื่องจักร เครือ
่ งมือต่างๆ ถ้าสิง่ ของประเภททุนมีปริมาณเพิม

ขึน
้ ก็เป็ นสัญลักษณ์อย่างหนึง่ ทีแ
่ สดงว่า จะสามารถผลิตสิง่ ของ
และบริการอืน
่ ๆ เพิม
่ ขึน
้ ได้ อาศัยเหตุนี ้ การสะสมทุนซึง่ เพิม
่ ขึน

แต่ละปี จึงเป็ นเงื่อนไขสำา คัญอย่างหนึ่งในพัฒนาการเศรษฐกิจ
ด้านต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพสูงขึน
้ เมือ
่ ภาวะเศรษฐกิจขยายตัว
และมี ป ระสิ ท ธิ ภ าพดี ก็ ย่ อ มมี ค วามต้ อ งการแรงงานประเภท
ต่างๆ กว้างขวางออกไป เป็ นการยกระดับรายได้ของประชาชน
ไ ป ใ น ตั ว ใ น เ มื่ อ ค น มี ง า น ทำา ม า ก ขึ้ น
8

ในระยะเวลา 8 ปี ที แ
่ ล้ ว มา คื อ ตั ้ง แต่ พ.ศ. 2495 จนถึ ง
พ.ศ. 2502 การสะสมทุนของประเทศไทยเพิม ้ ร้อยละ 8 ต่อปี
่ ขึน
่ เท่ากับร้อยละ 14 ถึงร้อยละ 15 ของ
และมีอัตราส่วนโดยเฉลีย
ร า ย ไ ด้ ป ร ะ ช า -ช า ติ

เมื่ อ รั ฐ บาลมี น โยบายที จ


่ ะส่ ง เสริ ม อุ ต สาหกรรมประเภท
ต่างๆ ให้เกิดขึน
้ สิง่ ของประเภททุน เช่น เครือ
่ งจักร เครือ
่ งมือ
ฯลฯ ในการขยายอุตสาหกรรมก็มีความจำา เป็ นมากยิง่ ขึน
้ โดย
เหตุ นี ใ้ นระยะเวลา 6 ปี ข้ า งหน้ า คื อ ตั ้ง แต่ พ.ศ. 2504 จนถึ ง
พ.ศ. 2509 การสะสมทุ น ของประเทศไทยจะเพิ ่ม ขึ้ น และมี
อัตราส่วนไม่ตำ่ากว่าร้อยละ 15 ของรายได้ประชาชาติในแต่ละปี

3. เ ก ษ ต ร ก ร ร ม

โดยที ป
่ ระเทศไทยเป็ นประเทศที ผ
่ ลิ ต พื ช ผลเกษตรกรรม
มากกว่ า กิ จ การด้ า นเศรษฐกิ จ อื่ น ๆ และอาชี พ ของประชาชน
ธุรกิจทีส
่ ำา คัญ ภาวะการค้ากับต่างประเทศก็ล้วนเกีย
่ วเนื่องกับ
การผลิตในด้านเกษตรกรรมแทบทั ง้ สิ น
้ ทั ง้ ยั ง มี ท างที จ
่ ะขยาย
การผลิตด้านเกษตรกรรมให้กว้างขวางออกไปได้อีกมาก กล่าว
คือ มีทีด
่ ินแรงงานและงานในด้านวิชาการทีอ
่ าจจะปรับปรุงให้
เกิ ด ประสิ ท ธิ ภ าพยิ ง่ ขึ้น ได้ ฉะนั ้น การดำา เนิ น งานพั ฒ นาการ
เศรษฐกิ จ เพื่อ รั ก ษาระดั บ รายได้ ป ระชาชาติ ต่ อ ประชากรคน
ห นึ่ ง ใ ห้ เ พิ ่ ม ขึ้ น
ร้ อ ยละ 3 ต่ อ ปี จึ ง มี จุ ด หมายมุ่ ง ไปในด้ า นเพิ ม
่ การผลิ ต พื ช ที ่
9

สำา คั ญ ๆ อั น มี ค วามต้ อ งการทั ้ง ภายในและภายนอกประเทศ


และขยายงานเพื่อประโยชน์แก่เกษตรกรรมให้บังเกิดผลดียิง่ ขึน

รวมทั ้ง การขยายตลาดสำา หรั บ พื ช ผลเกษตรกรรม และกิ จ กา
รอื่น ๆ อั น มี ส่ ว นส่ ง เสริ ม สิ น ค้ า ขาออกทั ้ง ในด้ า นคุ ณ ภาพและ
ปริมาณ นอกจากนีจ
้ ุดหมายทีส
่ ำา คัญยิง่ อีกประการหนึ่งในด้าน
เกษตรกรรม ไ ด้ แ ก่ ก า ร ส ง ว น แ ล ะ บำา รุ ง
่ มบู ร ณ์ ป ระมาณร้ อ ยละ 50 ของเนื้อ ที ่
ป่ าไม้ เพื่อ ให้ มี ป่ าไม้ ที ส
ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย

ในการผลิตด้านเกษตรกรรมโดยส่วนรวม กะประมาณว่ า
่ ขึ้นร้ อยละ 3 ต่อปี และเฉพาะกิจการทีส
จะมีปริมาณเพิม ่ ำา คั ญ
มี จุ ด ห ม า ย ใ น ก า ร ผ ลิ ต ดั ง นี ้

(1) ่ ขึ้ น ในอั ต ราร้ อ ยละ 1.3 ต่ อ ปี


การผลิ ต ข้ า ว จะเพิ ม
และใน พ.ศ. 2506 ประมาณว่าปริมาณข้าวเปลือกทีผ
่ ลิตได้ จะ
่ จากจำา นวนใน พ.ศ. 2502 ประมาณ 400,000 ตั น ฉะนั ้น
เพิ ม
่ ลิตได้ทัง้ หมดใน พ.ศ. 2506 จะมีปริมาณ 7.6 ล้าน
ข้าวเปลือกทีผ
ตั น ถ้ า เ นื้ อ ที ่ ทำา น า เ สี ย ห า ย เ พี ย ง ร้ อ ย ล ะ 7 ข อ ง
้ ทีเ่ พาะปลูก ซึง่ เป็ นอัตราปกติอาจจะผลิตข้าวเปลือกได้ 8.1
เนือ
ล้ า น ตั น ถ้ า ก า ร ก่ อ ส ร้ า ง โ ค ร ง ก า ร
ชลประทาน (เขื่อ นเจ้ า พระยา) และโครงการเขื่อ นภู มิ พ ลแล้ ว
เสร็จ ใน พ.ศ. 2506 ในปี ต่อๆ ไป ปริ มาณข้ าวเปลือกทีผ
่ ลิต ได้
จ ะ มี อั ต ร า เ พิ ่ ม สู ง ก ว่ า ที ่ ป ร ะ ม า ณ ไ ว้ นี ้
10

(2) การผลิตยางในระยะ 3 ปี แรก (พ.ศ. 2504-2506) แห่ง


พัฒนาการเศรษฐกิจ จะเพิม ้ อย่างน้อยร้อยละ 6 ของปริมาณ
่ ขึน
่ ลิตได้ใน พ.ศ. 2502 (170,000 ตัน) ทัง้ นีโ้ ดยคำานึงถึงสวนยาง
ทีผ
ในจังหวัดจันทบุรี และจังหวัดระยอง ซึง่ ได้มีการปลูกยางพันธ์ุดี
ทีใ่ ห้นำา
้ ยางมากกว่าของเดิมมาก่อนแล้ว กับสวนในภาคใต้ซึง่ จะ
ครบอายุการตัดยางเพื่อปลูกต้นยางพันธ์ุดีแทนได้ในระยะเวลา
ดั ง ก ล่ า ว ด้ ว ย

ก าร ผ ลิ ต ย า ง จ ะ เ พิ ่ ม ขึ้ น ม า ก ห รื อ น้ อ ยอ ยู่ ที ่ ค ว า ม
ต้องการของตลาดโลก ถ้ายางราคาดีด้วย จำานวนยางส่งออกจะ
่ มากขึ้น ใน พ.ศ. 2502 ราคายางได้ เ ขยิ บ จากกิ โ ลกรั ม ละ
เพิ ม
9.50 บาท เป็ นกิ โ ลกรั ม ละ 14.00 บาท ปริ ม าณที ส
่ ่ ง ออกนอก
ป ร ะ เ ท ศ ไ ด้ เ พิ ่ ม ขึ้ น 30,000 ก ว่ า ตั น

(3) การผลิตข้าวโพด ใน พ.ศ. 2506 คาดว่าจะเพิม


่ ขึน
้ อีก
่ ลิตได้ใน พ.ศ. 2502 ในระยะ 3 ปี ที ่
หนึ่งเท่าตัว จากจำา นวนทีผ
แล้ว ปริมาณข้าวโพดทีส
่ ่งออกนอกประเทศได้เพิม
่ ขึ้นมาก อัน
เป็ นการแสดงว่ า ตลาดต่ า งประเทศยั ง มี ค วามต้ อ งการสิ น ค้ า
ป ร ะ เ ภ ท นี ้ อ ยู่

(4) การตั ด ฟั นชั ก ลากไม้ สั ก สำา หรั บ ใช้ ภ ายในประเทศ


และส่งออกนอกประเทศ ตัง้ แต่ พ.ศ. 2504 จนถึง พ.ศ. 2506 จะ
ลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 ต่อปี เพราะจะต้องควบคุมการตัดไม้
สั ก อ ย่ า ง
11

เคร่ ง ครั ด เพื่ อ มิ ใ ห้ สู ญ เสี ย ทรั พ ยากรประเภทนี ้ เพราะการ


ลักลอบตัดฟั นอีกต่อไป ในขณะเดียวกันจะได้สร้างสวนสักและ
จัดการบำารุงสวนสัก ถ้าการสงวนและบำารุงป่ าดำา เนินไปถูกต้อง
่ ว่าหลังจาก พ.ศ. 2509 บรรดาป่ า
ตามวิธีการของการป่ าไม้ เชือ
คุ้มครองและป่ าสงวน โดยเฉพาะป่ าทีอ
่ ยู่ต้น นำ้า ลำา ธาร จะเป็ น
ป่ า ที ่ ส ม บู ร ณ์ ขึ้ น

ส่วนการผลิตไม้อื่นๆ จะเพิม
่ ขึน
้ พอชดเชยกับปริมาณ
ไ ม้ สั ก ที ่ ล ด ล ง

(5) การผลิตมันสำา ปะหลัง ใน พ.ศ. 2506 คาดว่า จะเพิ ม



ขึ้น ไม่ น้ อ ยกว่ า ร้ อ ยละ 15 ของปริ ม าณที ผ
่ ลิ ต ได้ ใ น พ.ศ. 2502

(6) ่ ำา คั ญ ใน พ.ศ. 2497


ครั่ง เคยเป็ นสิ น ค้ า ขาออกที ส
ประเทศไทยส่ งครั่ง ดิบ ครั่ง เม็ ด และเชลแลค รวมกั น ปริ ม าณ
15,900 ตัน เป็ นมูลค่า 157 ล้านบาท ไปขายในต่างประเทศเมื่อ
3 ปี ม า แ ล้ ว
ตัวครัง่ เป็ นจำานวนมากได้ตายแทบทุกแห่งทีม
่ ีการเลีย
้ งครัง่ ในปี
ต่อๆ มาจำานวนครัง่ ทีผ
่ ลิตได้จึงลดลงมาก ปริมาณครัง่ ทีส
่ ่งออก
นอกประเทศใน พ.ศ. 2501 จำา นวน 3,672 ตั น และใน พ.ศ.
2502 จำานวน 4,802 ตัน คาดว่าการเพาะเลีย
้ งครัง่ ในระยะ 3 ปี
แรก (พ.ศ. 2504-2506) จะเพิ ม
่ ขึ้น อย่ า งรวดเร็ ว ถ้ า หากมี ก าร
ป รั บ ป รุ ง วิ ธี ก า ร ผ ลิ ต ใ ห้ ดี ขึ้ น
12

(7) ปริ ม าณสั ต ว์ ที ่ผ ลิ ตใ นระยะ 3-6 ปี ข้ าง หน้ า จ ะมี


ปริมาณเพิม ้ ในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี เป็ นอย่างตำ่า เฉพาะเป็ ด
่ ขึน
่ ปริมาณการผลิตได้ประมาณร้อยละ 10 ต่อปี
และไก่มีทางจะเพิม
ส่ ว น ก า ร จั บ
่ ขึ้น ให้ ไ ด้ ร้ อ ยละ 50 ใน พ.ศ. 2506
สั ต ว์ นำ้ า จะพยายามให้ เ พิ ม
โ ด ย คิ ด เ ที ย บ กั บ ป ริ ม า ณ ที ่ จั บ ไ ด้ ใ น พ .ศ . 2502

4. อุ ต ส า ห ก ร ร ม

ความต้องการผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมของประเทศเพิม
่ ขึน

ทุ ก ปี จึ ง มี ค ว า ม จำา เ ป็ น ที ่ จ ะ ต้ อ ง ข ย า ย ก า ร ผ ลิ ต ใ น ด้ า น
อุ ต สาหกรรมตามกำา ลั ง ทรั พ ยากรที ม
่ ี อ ยู่ แต่ ป ระเทศยั ง ขาด
บ ริ ก า ร ขั ้ น ร า ก ฐ า น ข อ ง
อุ ต สาหกรรมอยู่ เ ป็ นต้ นว่ า พลั ง งาน ความชำา นาญงานในการ
จัดการ ความรู้ความชำา นาญในด้านเทคนิค ช่างฝี มือ และการ
สำา รวจแหล่งของทรัพยากรธรรมชาติและวัตถุดิบ การทนุบำา รุง
ในด้านอุตสาหกรรมจะหนักไปในการส่งเสริมอุตสาหกรรมของ
เอกชนให้มากทีส
่ ุดเท่าทีจ
่ ะพึงกระทำาได้ โดยเพ่งเล็งเอากิจการที ่
ใ ช้ วั ต ถุ ดิ บ ภ า ย ใ น ป ร ะ เ ท ศ เ ป็ น สำา คั ญ

่ วบรวมได้ตัง้ แต่ พ.ศ. 2495 จนถึง พ.ศ. 2502 แสดง


สถิติทีร
ให้เห็นว่ารายได้ประชาชาติในด้านอุตสาหกรรมเพิม
่ ขึน
้ ร้อยละ
10 ต่ อปี เมื่อ มี ก ารส่ง เสริ ม การลงทุ น ในด้ า นอุ ต สาหกรรมและ
อุตสาหกรรมหลายประเภทมีท่าทีจะขยายออกไป จึงประมาณ
13

ว่ารายได้ประชาชาติทางด้ านอุตสาหกรรมระหว่าง พ.ศ. 2504


ถึง พ.ศ. 2506 จะเพิม ้ ในอัตราร้อยละ 12 ต่อปี การผลิตของ
่ ขึน
่ ำา คั ญในระยะ 3 ปี แรก จะเพิ ม
โรงงานอุตสาหกรรมทีส ่ ขึ้นดั งนี ้

่ ขึ้ น ใน พ.ศ. 2506 ร้ อ ยละ 50


การผลิ ต ปู น ซี เ มนต์ จ ะเพิ ม
จ า ก ป ริ ม า ณ ที ่ ผ ลิ ต ไ ด้ ใ น พ .ศ . 2502

การผลิตผ้า จะเพิม
่ ขึน
้ อีกหนึง่ เท่า จากปริมาณทีผ
่ ลิตได้ใน
พ .ศ . 2502

การผลิตนำา
้ ตาล จะเพิม ้ ร้อยละ 8 จากปริมาณทีผ
่ ขึน ่ ลิตได้
ใ น พ .ศ . 2502

การผลิ ต กระดาษ จะเพิ ม


่ ขึ้น อี ก สี เ่ ท่ า ตั ว จากปริ ม าณที ่
ผ ลิ ต ไ ด้ ใ น พ .ศ . 2502 เ พ ร า ะ ใ น
พ.ศ. 2506 โรงงานกระดาษที ส
่ ร้ า งใหม่ อ าจจะสามารถผลิ ต ได้
เ ต็ ม ที ่

ก า ร ผ ลิ ต ก ร ะ ส อ บ ใ น พ .ศ . 2506 จ ะ เ พิ ่ ม ร้ อ ย ล ะ 50

ก า ร ผ ลิ ต ย า สู บ ใ น พ .ศ . 2506 จ ะ เ พิ ่ ม ขึ้ น ร้ อ ย ล ะ 50

การผลิ ต แร่ โ ลหะ ในปี หนึ่ง ๆ มี จำา นวนมากน้ อ ยเพี ย งใด


ขึน
้ อยู่กับราคาตลาดโลก โดยเฉพาะการผลิตแร่ดีบุก ใน พ.ศ.
2501 และ พ.ศ. 2502 มี ป ริ ม าณตำ่ า กว่ า จำา นวนที ่ผ ลิ ต ได้ ใ นปี
ก่ อ นๆ มาก เนื่ อ งจากมี ก ารควบคุ ม การผลิ ต แร่ ดี บุ ก ระหว่ า ง
14

ประเทศในระหว่ า ง พ.ศ. 2504 ถึ ง พ.ศ. 2506 ถ้ า การควบคุ ม


ดีบุกระหว่างประเทศคลายลง และสามารถรักษาระดับราคาที ่
ต้องการไว้ได้ ประเทศไทยจะสามารถผลิตแร่ดีบุกได้ไม่น้อยกว่า
14,000 ตั น ต่ อ ปี การส่ ง ดี บุ ก ในปริ ม าณดั ง กล่ า วไปจำา หน่ า ยใน
ต่ า ง ป ร ะ เ ท ศ จ ะ เ ป็ น ผ ล ดี แ ก่ ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ม า ก

การผลิตลิกไนท์ ใน พ.ศ. 2506 จะผลิตเพิม


่ ขึน
้ ได้เป็ นสาม
เ ท่ า ข อ ง ป ริ ม า ณ ที ่ ผ ลิ ต ไ ด้ ใ น พ .ศ . 2502 (140,000 ตั น )

การผลิ ต ยิ บ ซั่ม ใน พ.ศ. 2506 อาจจะเพิ ม


่ ขึ้น อี ก สามเท่ า
ตั ว จ า ก ป ริ ม า ณ ที ่ ผ ลิ ต ไ ด้ ใ น พ .ศ . 2502

5. พ ลั ง ง า น

จุ ด หมายในด้ า นพลั ง งาน คื อ ดำา เนิ น การก่ อ สร้ า งเขื่ อ น


ภู มิพ ลให้แ ล้ว เสร็จ ใน พ.ศ. 2506 เพื่อ ผลิ ตไฟฟ้ าโดยใช้ พ ลั ง นำ้า
้ แรก 140,000 กิโลวัตต์ และปรับปรุงระบบจำาหน่ายกระแส
ในขัน
ไ ฟ ฟ้ า ใ น
พระนครและธนบุรี กับในจังหวัดอืน
่ ๆ ทีต
่ ้องการ ให้เสร็จก่อนที ่
จ ะ ใ ช้ ก ร ะ แ ส ไ ฟ ฟ้ า จ า ก เ ขื่ อ น ภู มิ พ ล

ใน พ.ศ. 2506 ประมาณว่ า พลั ง งานไฟฟ้ าของประเทศจะ


เพิ ่ ม ขึ้ น จ า ก จำา น ว น 138,000 กิ โ ลวั ตต์ ที ่ มี อ ยู่ เ ว ลา นี ้ เ ป็ น
370,000 กิ โ ล วั ต ต์

6. ค ม น า ค ม
15

การคมนาคมมี ค วามสำา คั ญ คู่ กั น ไปกั บ เกษตรกรรมและ


พาณิชย์กรรม จึงมีความจำา เป็ นต้องบูรณะทางหลวงและแม่นำ้า
ลำา คลอง ให้ อ ยู่ ใ นสภาพที ใ่ ช้ เ ป็ นเส้ น ทางขนส่ ง ได้ ส ะดวกและ
รวดเร็ ว กิ จ การใดที ่เ ป็ นรั ฐ วิ ส าหกิ จ ก็ จ ะดำา เนิ น การให้ เ ป็ น
กิ จ การที เ่ ลี ย
้ งตั ว เองได้ เพื่ อ แบ่ ง เบาภาระในการใช้ จ่ า ยของ
รั ฐ บ า ล

งานพั ฒ นาการด้ า นคมนาคมระหว่ า ง พ.ศ. 2504 จนถึ ง


พ .ศ . 2509 จ ะ มี ก า ร ส ร้ า ง ท า ง ห ล ว ง
่ ังขาดอยู่ให้เสร็จประมาณ 1,000 กิโลเมตร
แผ่นดินสายสำาคัญทีย
รวมทัง้ เส้นทางสายชุมพร -นครศรีธรรมราช เป็ นระยะทาง 295
กิโ ลเมตร การสร้ า งทางสายนี อ
้ าจจะใช้ เ งิ น กู้ จ ากต่ า งประเทศ
อนึ่ง การบู ร ณะทางหลวงที ไ่ ด้ ส ร้ า งไว้ แ ล้ ว เพื่ อ ให้ เ ป็ นทางที ่
ถาวรและใช้ ไ ด้ ทุ ก ฤดู เ ป็ นงานพั ฒ นาการสำา คั ญ ยิ ง่ อย่ า งหนึ่ ง
้ ในระยะ 6 ปี ข้างหน้า จึงมีจุดหมายทีจ
ฉะนัน ่ ะบูรณะทางหลวง
แผ่น ดินประมาณ 1,000 กิโลเมตร ให้ไ ด้ม าตรฐานดี ก ว่ า ที เ่ ป็ น
อ ยู่ ใ น ปั จ จุ บั น

การรถไฟ ในปั จจุ บั น มี ท างรถไฟที เ่ ปิ ดเดิ น รถแล้ ว 3,000


กิ โ ลเมตรเศษ จุ ด หมายในด้ า นนี ค
้ ื อ จะก่ อ สร้ า งย่ า นสถานี
บางซื่ อ ให้ แ ล้ ว เสร็ จ และการสร้ า งทางใหม่ ส ายแก่ ง คอย -
บัว ใหญ่ ยาว 272 กิโลเมตร ส่ว นในด้ า นบำา รุ ง รั กษาจะเปลี ย
่ น
รางสายใต้ และสะพานหลายแห่งทีย
่ ังค้างอยู่ให้แล้วเสร็จ เพื่อ
16

ใ ห้ รั บ
นำ้ า หนั ก ของขบวนลากจู ง ได้ ม ากขึ้น กั บ เพิ ม
่ อุ ป กรณ์ ข องการ
รถไฟให้ ทั น กั บ คว ามต้ อ งการ เพื่ อ อำา นวยคว าม สะดว กแ ก่
การขนส่ ง ทั ้ง นี โ้ ดยจะกู้ เ งิ น จากต่ า งประเทศสำา หรั บ ซื้อ เครื่อ ง
อุ ป ก ร ณ์ ต่ า ง ๆ

ส่ วนกิจการไปรษณีย์ โทรเลข วิ ทยุ และโทรศั พ ท์ นั น


้ จะ
ปรั บปรุง ให้ มีสมรรถภาพดีขึ้น โดยที ก
่ ารโทรคมนาคมเป็ นงาน
สื่อสารทีส
่ ำา คัญในปั จจุบัน ประกอบทัง้ การสำา รวจเบื้องต้น ก็ไ ด้
สิ ้ น สุ ด ล ง แ ล้ ว จึ ง จ ะ
ลงมื อ ก่ อ สร้ า งในไม่ ช้ า การสื่ อ สารทางโทรคมนาคมต้ อ ง
ป ร ะ ส า น กั น กั บ ก า ร วิ ท ยุ ก า ร โ ท ร ศั พ ท์ แ ล ะ ก า ร
โทรเลข เมือ
่ งานก่อสร้างเสร็จแล้วอาจจะรวมงานดังกล่าวให้มา
อยู่ ใ นรั ฐ วิ สาหกิ จ เดี ย วกั น หรื อ จั ด ตั ้ง เป็ นบริ ษั ท จำา กั ด ขึ้น เพื่อ
ดำา เนิ น การโดยอิ สระ และให้ บริ ก ารแก่ รั ฐ และประชาชนอย่ า ง
เต็มที ่ ฉะนัน
้ การขยายงานสื่อสารอย่างใดทีค
่ วรจะรอได้จนกว่า
งานโทรคมนาคมจะแล้ ว เสร็ จ เช่ น การโทรเลข เป็ นต้ น ควร
ระงั บ ไว้ พ ลางก่ อ น และควรทำา เฉพาะงานบำา รุ ง รั ก ษาเท่ า นั ้น

7. ก า ร ศึ ก ษ า แ ล ะ ส า ธ า ร ณ สุ ข

ในด้ า นการศึ ก ษาและสาธารณสุ ข จะขยายกิ จ การให้


ประสานกับ พัฒ นาการเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในด้ า นการศึ ก ษา
นัน
้ จะส่งเสริมอาชีวศึกษาเป็ นพิเศษ เพื่อฝึ กฝนผู้ทีจ
่ ะประกอบ
17

อาชีพให้มีความชำา นาญ ในทางปฏิบัติงานมากขึน


้ กว่าทีเ่ ป็ นอยู่
ใ น เ ว ล า นี ้

8. ก า ร ค้ า ร ะ ห ว่ า ง ป ร ะ เ ท ศ

ตั ้ ง แต่ พ.ศ. 2495 เป็ นต้ น มา โดยทั่ ว ไปประเทศไทยมี


ดุ ล ก า ร ค้ า เ สี ย เ ป รี ย บ ต ล อ ด ม า จุ ด ห ม า ย ข อ ง พั ฒ น า ก า ร
เศรษฐกิ จ ในด้ า นการค้ า ระหว่ า งประเทศ จึ ง อยู่ ที ก
่ ารรั ก ษา
ดุ ล การค้ าให้ อ ยู่ ใ นระดั บ ที อ
่ ำา นวยเสถี ย รภาพแก่ ก ารเศรษฐกิ จ
ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ

ตามสถิติสินค้าขาออกและขาเข้า ตัง้ แต่ พ.ศ. 2498 จนถึง


พ.ศ. 2502 แสดงให้ เ ห็ น ว่ า มู ล ค่ า ของสิ น ค้ า ขาออกเพิ ่ม ขึ้ น
ประมาณร้อยละ 1 ต่อปี ส่วนมูลค่าของสินค้าขาเข้านัน
้ เพิม
่ ขึน

ร้อยละ 4 ต่อปี ถ้าสภาพการค้าระหว่างประเทศทรงตัวอยู่เช่นนี ้
และถ้าพัฒนาการเศรษฐกิจของประเทศดำาเนินไปในระดับทีค
่ าด
ไว้ มูลค่าสินค้าขาออกและมูลค่าสินค้าขาเข้าในอนาคตควรจะ
่ ในอัตราร้อยละ 4 ต่อปี เช่นนีใ้ น พ.ศ. 2506 การค้าระหว่าง
เพิม
ป ร ะ เ ท ศ ค ง จ ะ ข า ด ดุ ล ป ร ะ ม า ณ 1,500 ล้ า น บ า ท ใ น ย อ ด
ดุลการค้าทีข
่ าดอยู่นี ้ เป็ นทีเ่ ข้าใจว่าต่างประเทศคงจะช่วยเหลือ
18

ประเทศไทยในทางเศรษฐกิจเช่นในปี ก่อนๆ กล่าวคือส่งอุปกรณ์


หลายอย่างมาให้โดยไม่คิดมูลค่าและมีสินค้าขาเข้าเป็ นจำา นวน
ไม่น้อยทีป
่ ระเทศไทยได้มา โดยการช่วยเหลือและการกู้เงินจาก
ต่ างประเทศ สิ นค้ าที ป
่ ระเทศไทยได้รั บโดยวิธีก ารเช่ นว่ านี ้ ใน
พ.ศ. 2502 มีมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยเหตุนีด
้ ุลแห่ง
การชำา ระหนีข
้ องประเทศไทยในอนาคต ยังคงจะมีสภาพมั่นคง
ดั ง ระยะ 3 ปี ที แ
่ ล้ ว มา ซึ่ง ไม่ ป รากฏว่ า ขาดแคลนเงิ น ตราต่ า ง
ป ร ะ เ ท ศ สำา ห รั บ ชำา ร ะ ห นี ้ แ ล ะ
ใช้จ่ายในการต่างๆ อย่างไรก็ตามจำา ต้องคอยสังเกตและศึกษา
ความเคลื่อนไหวของการค้าและหาทางแก้ไขดุลการค้าให้ดีขึน

โดยหาตลาดสำาหรับสินค้าสำาคัญเพิม
่ เติมในต่างประเทศ ในเมื่อ
มีการเพิม ่ ำาคัญบางอย่าง (ข้าว
่ ปริมาณการผลิตพืชและสินค้าทีส
มันสำาปะหลัง ข้าวโพด ครัง่ และยาง) หลังจาก พ.ศ. 2506 เมือ

งานก่ อ สร้ า งชลประทานในภาคกลางเสร็ จ บริ บู ร ณ์ และเป็ น
ประโยชน์แก่การเพาะปลูกอย่างเต็มที ่ ปริมาณข้าวและพืชอื่นๆ
อั น เป็ นสิ น ค้ า ขาออกที ส
่ ำา คั ญ ก็ จ ะเพิ ่ม ขึ้ น เป็ นการช่ ว ยรั ก ษา
เ ส ถี ย ร ภ า พ ข อ ง ก า ร ค้ า ใ ห้ มั่ น ค ง ยิ ่ ง ขึ้ น ด้ ว ย

9. ก า ร เ งิ น แ ล ะ ก า ร ค ลั ง

จุดหมายสำาคัญในด้านการเงินและการคลัง คือ การรักษา


เสถี ย รภาพของเงิ น ตราให้ มี ค่ า มั่น คงตลอดไป อั น เป็ นเงื่อ นไข
อย่างหนึ่งทีจ
่ ะส่งเสริมให้ประชาชนออมทรัพย์ และมีผลให้เกิด
ก า ร ล ง ทุ น ใ น
19

กิ จ การต่ า งๆ มากขึ้น โดยเฉพาะในด้ า นการคลั ง ถ้ า มี ค วาม


จำา เป็ นอาจจะปรั บ ปรุ ง ภาษี อ ากรเพื่ อ ประโยชน์ แ ก่ พั ฒ นาการ
เศรษฐกิ จ และดำา เนิ น การให้ ส่ ว นรายจ่ า ยที เ่ กิ น รายรั บ อยู่ ใ น
ระดั บ ที ่เ หมาะสม อั น เป็ นทางป้ องกั น มิ ใ ห้ เ กิ ด เงิ น เฟ้ อ กะ
ประมาณว่าตัง้ แต่ พ.ศ. 2504 จนถึง พ.ศ. 2509 งบประมาณราย
่ ขึ้น ปี ละ 500 ล้ า นบาท เริ ม
จ่ า ยประจำา ปี ของรั ฐ บาลจะเพิ ม ่ ต้ น
ด้ ว ย ร า ย จ่ า ย 7,700 ล้ า น บ า ท ใ น
งบประมาณรายจ่ ายปี พ.ศ. 2503 งบพัฒ นาการเศรษฐกิ จ ที ใ่ ช้
จ่ า ยจากงบประมาณแผ่ น ดิ น จะมี อั ต รา-ส่ ว นเป็ นร้ อ ยละ 19.5
ของรายจ่ายประจำา ปี พ.ศ. 2504 อัตราส่วนนีจ
้ ะค่อยๆ เพิม
่ ขึ้น
่ ุดจะเป็ นร้อยละ 28.7 เมือ
จนในทีส ่ เทียบกับงบประมาณรายจ่าย
ป ร ะ จำา ปี พ .ศ . 2509

อนึง่ การลงทุนในงานพัฒนาการเศรษฐกิจจากงบประมาณ
แผ่นดินแต่ทางเดียว ยังไม่พอแก่การขยายตัวทางเศรษฐกิจตาม
อัตราทีไ่ ด้ระบุไว้ในตอนต้น รัฐบาลจึงมีความจำาเป็ นจะต้องกู้เงิน
จ า ก
ต่างประเทศมาใช้จ่ายในพัฒนาการเศรษฐกิจในระยะ 3 ปี แรก
ประมาณ 3,000 ล้ านบาท (จำา นวนนี ร
้ วมเงิ น กู้ ต ามโครงการที ่
ต่างประเทศให้กู้เงินมาแล้ว แต่ยังคงต้องเบิกจ่ายต่อไป ระหว่าง
พ.ศ. 2504-2509 ประมาณ 1,500 ล้านบาท) และคาดว่าจะได้รับ
ความช่วยเหลือจากต่างประเทศทัง้ ในด้านเศรษฐกิจและวิชาการ
ป ร ะ ม า ณ 1,500 ล้ า น บ า ท
20
21

กราฟแสดงการเปรียบเทียบระหว่างแนวโน้มของรายได้
ประชาชาติ พ.ศ. 2495 – 2501

และรายได้ประชาชาติ พ.ศ. 2502 – 2509


22
23

การกะประมาณจำานวนผลิตผลทางเกษตรบางประเภท พ.ศ.

2504 - 2509
24
25

กราฟแสดงผลการเปรียบเทียบแนวโน้มระหว่างสินค้านำาเข้า
และสินค้าส่งออก

พ.ศ. 2495 – 2509


26

ปริมาณการผลิตของอุตสาหกรรมและการเหมืองแร่ทีส
่ ำาคัญๆ
บางประเภท ใน พ.ศ. 2502

หน่วย พ.ศ. 2502

บุหรี ่ ล้านมวน 17,920


ซิการ์ ล้านมวน 9
ซีเมนต์ พันเมตริกตัน 482
เ ห ล็ ก แ ล ะ พันเมตริกตัน 6
เหล็กกล้า
กระดาษ พันรีม 78
นำา
้ ตาล พันเมตริกตัน 100
ผ้า ล้านเมตร 13
กระสอบป่ าน ล้านใบ 6
ดีบุก พันเมตริกตัน 10
ยิบซัม
่ พันเมตริกตัน 5
ลิกไนท์ พันเมตริกตัน 140