You are on page 1of 3

การแทรกสอดของแสงโดยวิธีของยัง

(Young’s Interference)

ในป ค.ศ. 1803 โทมัส ยัง (Thomas Young) นักฟสิกส


ชาวอังกฤษไดทดลองใหเห็นการแทรกสอดของคลื่นโดยใชแสงไฟ
จากการเผาโลหะโซเดียม แสงที่ไดจะเปนแบบอาพันธ ใชชองแคบ
เล็ก ๆ 2 ชองซึ่งหางกัน d (double slit) เมื่อแสงผานชองแคบนี้
จะทําใหเกิดหนาคลื่นของแสงชุดใหม 2 ชุด ซึ่งมีเฟสเหมือนกัน
ทุกประการ แสงทั้ง 2 ขบวนจะพบกันบนฉาก จะเกิดริ้วรอยการ
แทรกสอดบนฉากซึ่งเปนแถบมืดและสวางสลับกัน
เมื่อเขียนแผนภาพการทดลองของยัง จะไดดังรูป 1
ให θ เปนมุมระหวางเสนที่ลากจากจุด P มายังจุดกึ่งกลางของ
S1 และ S 2 กระทํากับแกน OQ แสง S1 P จะมีเสนทางเดิน
ยาวกวา S2 P ผลตางของทางเดินของแสงทั้งสองขบวนคือ

r1 − r2 = S1 R = d sin θ (1 )

1
ที่ตําแหนง P จะเปนแถบสวางหรือแถบมืด หาไดโดยใชเงื่อนไขในสมการการแทรกสอด เกิด
แถบสวางที่จุด P เมื่อ
d sin θ = mλ ( m = 0, ±1, ±2...) (2)
และจะเกิดแถบมืดที่จุด P เมื่อ
1
d sin θ = ( m + )λ ( m = 0, ±1, ±2...) (3)
2
ที่จุด Q มุม θ = 0 จะได d sin θ = 0 ไมเกิดผลตางของทางเดินแสงที่จุดนี้ ที่จุด Q จึงเกิด
แถบสวาง เครื่องหมายบวกและลบของ m หมายถึงแถบมืดและแถบสวางซึ่งเกิดขึ้นทั้งสองขางของจุด Q เมื่อ
เขียนกราฟระหวางความเขมของแสง ( I ) และความตางเฟสโดยความเขมของแสงจะแปรผันตรงกับกําลังสอง
ของแอมพลิจูด
I ∝ (แอมพลิจูด)2
δ
∝ 4 A2 cos 2 ( )
2

x
ถา θ มีคานอย ๆ sin θ ≅ tan θ ≅ แทนคา sin θ ในสมการ (1 ) จะได
D

2
mDλ
xm =
d
xm คือระยะแถบสวางที่ m อยูหางจากจุด Q

รูปแสดงรูปแบบการแทรกสอดของยัง สีเหลืองคือ Pattern ของการแทรกสอด


ที่ทุกคลุมดวย Pattern ของการเลี้ยวเบนสีฟา ภาพจริงคือแถบสีแดงดานลาง

รูปแบบของแสงเลเซอรที่ผานชองแคบคู เกิดการแทรกสอดแบบยัง