You are on page 1of 9

07017208 และ 07017217: วิชาสัมมนาหน่ึง

มิถุนายน 2550 – ตุลาคม 2550

ประกาศด่วน
1.
2.

โฮมเพจหน้านีใ้ห้ข้อมูลเก่ียวกับเน้ือหา, วิธีการ, ขัน้ ตอน, ระเบียบและกำาหนดการต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องกับวิชา


สัมมนาหน่งึ โดยละเอียด นักศึกษาท่ีลงวิชานีก ้ รุณาอ่านและทำาความเข้าใจอย่างถ่ีถ้วนเพ่ ือประโยชน์ของตัว
นักศึกษาเอง ถ้ามีคำาถามหรือข้อสงสัยประการใดท่ีเก่ียวข้องกับวิชานี ข้อให้ทำาการค้นหาคำาตอบในโฮมเพจหน้านี้
ก่อน ผมคิดว่าคำาตอบท่ีคุณสงสัยอยู่ในนีท ้ ัง้หมดแล้ว อย่างไรก็ตามถ้านักศึกษามีขอ ้ สงสัยประการใดท่ีไม่มีคำา
ตอบอยู่ในนี ส้ ามารถสอบถามโดยอีเมล์มาท่ีChanboon@it.kmitl.ac.th

หมายเหตุ:

1. โฮมเพจหน้านีไ้ด้ทำาการตรวจสอบโดยใช้ Microsoft Explorer 5.0 โดยเลือก Encoding Thai


2. โฮมเพจหน้านีจ้ะมีการอัพเดตเม่ ือมีประกาศท่ีเก่ียวข้องกับวิชาสัมมนาหน่ ึง นักศึกษาควรหมัน
่ ตรวจสอบ
ข้อมูลในโอมเพจนีเ้ป็ นระยะๆ
3. ความหมายของภาคการศึกษาท่ีใช้ในโอมเพจนีจ้ะหมายถึงภาคการศึกษาของนักศึกษาเอง นับตัง้แต่
นักศึกษาเร่ิมเข้า

อาจารย์ผู้ประสานงาน

• ผศ.ดร. จันทร์บูรณ์ สถิตวิริยวงศ์

ห้อง 611 คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

ดัชนี

• ภาพรวมของวิชาและจุดประสงค์
• โครงสร้างของวิชา
• โครงสร้างและหน้าท่ีของอาจารย์
• หลักเกณฑ์การให้เกรด
• ขัน
้ ตอนการปฏิบัติและกำาหนดการต่างๆ
• ระเบียบปฏิบัติ
• คุณสมบัติและรายช่ ืออาจารย์ท่ีสามารถเป็ นอาจารย์ท่ีปรึกษาได้
• เอกสารและแบบฟอร์มท่ีสามารถดาวน์โหลดได้
• คำาแนะนำาและแนวทางการทำาสัมมนา
• คำาถามท่ีถูกถามบ่อยๆและคำาตอบ

ภาพรวมของวิชาและจุดประสงค์

วิชาสัมมนาหน่ ึง (หน่ ึงหน่วยกิต) เป็ นวิชาท่ีนักศึกษาวิทยาการสารสนเทศ IS ต้องลงในภาคการศึกษาท่ีสอง


และเป็ นวิชาท่ีนักศึกษาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีเลือกแผน ก. ต้องลงในภาคการศึกษาท่ีสาม วิชานีไ้ม่
มีกำาหนดการเรียนการสอนในชัว่โมงเรียนแต่นักศึกษาต้องเข้าฟั งการบรรยายทางวิชาการท่ีคณะฯได้เชิญผู้ทรง
คุณวุฒิมาบรรยายประมาณหน่ ึงถึงสองครัง้ตามแต่ประกาศของคณะฯ ดังนัน ้ จึงเป็ นการเปิ ดโอกาสและสร้างแรง
จูงใจให้นักศึกษาได้ใช้เวลาในการรวบรวมและค้นคว้าหาข้อมูล, ศึกษาและวิจัย เพ่ ือประโยชน์ในการตัดสินใจเม่ ือ
ลงทะเบียนเรียนสำาหรับภาคการศึกษาท่ีสามว่าจะเลือกทำาวิทยานิพนธ์หรือโครงการพัฒนาระบบงาน (สำาหรับ
นักศึกษา IS) นอกจากนีน ้ ักศึกษายังจะได้ประโยชน์ในการได้ใช้โอกาสนีใ้นการพิจารณาเพ่ ือเลือกหัวข้อท่ีจะใช้ใน
การทำาวิทยานิพนธ์หรือโครงการพัฒนาระบบงานต่อไปได้อีกด้วย

วิชานีน
้ ักศึกษาจะต้องนำาข้อมูลท่ีรวบรวมค้นคว้า, ศึกษา/วิจัย มาเขียนบทความแล้วนำาส่งรายงานจำานวนสองครัง้
โดยครัง้แรกเป็ นการส่งรายงานบทความสัมมนาฉบับก้าวหน้าประมาณกลางเทอม (ก่อนสอบ Midterm
ประมาณหน่ ึงสัปดาห์) เพ่ ือรายงานความก้าวหน้า และครัง้ท่ีสองเป็ นการส่งรายงานบทความสัมมนาฉบับสมบูรณ์
ประมาณสิน ้ เทอม (ก่อนสอบ Final ประมาณหน่ ึงสัปดาห์) หลังจากนัน ้ นักศึกษาจะต้องนำาเสนอบทความท่ี
เขียนขึ้น (โดยการ Present) โดยท่ีมีอาจารย์ 3 ท่านเป็ นกรรมการสอบ (การจัดสอบจะจัดประมาณหลังจาก
สอบ Final เสร็จ) ซ่งึ วิชานีจ้ะทำาให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์ในการเขียนบทความทางวิชาการรวมทัง้มีความคุ้น
เคยกับบรรยากาศการสัมมนาหรือการประชุมทางวิชาการ กล่าวโดยสรุปวัตถุประสงค์ของวิชาสัมมนาหน่ ึงคือ

1. เพ่ ือให้นักศึกษามีความสามารถท่ีจะค้นคว้า และรวบรวมข้อมูลเพ่ ือประโยชน์ในการเลือกหัวข้อในการทำา


วิทยานิพนธ์ หรือโครงการพัฒนาระบบงานต่อไป
2. ให้มีประสบการณ์ในการเขียนบทความและการนำาเสนอผลการศึกษา/วิจัย
3. ให้มีความคุ้นเคยกับบรรยากาศการสัมมนาหรือการประชุมทางวิชาการ

โครงสร้างของวิชา

ตามท่ีได้กล่าวข้างต้นการเรียบเรียงเพ่ ือเสนอผลการศึกษา/วิจัย มีองค์ประกอบสองส่วนคือ

1. การเขียนบทความ เป็ นการเขียนบทความทางวิชาการ ผลงานการออกแบบทางวิชาการ ผลการวิจัย หรือ


ข่าวสารน่ารู้ทางวิชาการ เพ่ ือนำาเสนอให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจได้โดยไม่จำาเป็ นต้องมีการนำาเสนอในรูปแบบ
อ่ ืนอีก
2. การนำาเสนอบทความ เป็ นการนำาเสนอผลการศึกษา/วิจัย โดยวิธีบรรยายประกอบส่ ือการ นำาเสนอ เพ่ ือ
อธิบายให้ผู้ฟังสามารถเข้าใจผลงานท่ีนำาเสนอนัน ้ ๆ โดยผู้ฟังอาจจะอ่านหรือมิได้อ่านบทความนัน ้ มาก่อน

โครงสร้างและหน้าท่ีของอาจารย์

1. อาจารย์ผู้ประสานงาน เป็ นอาจารย์หลักของวิชา มีหน้าท่ีในการชีแ้ จงวิธีการ, หมายกำาหนดการต่างๆท่ี


นักศึกษาจะต้องทำา, อำานวยการจัดสอบสัมมนารวมทัง้ให้ขอ ้ มูลของอาจารย์แต่ละท่านเพ่ ืออำานวยความ
สะดวกในการท่ีนักศึกษาจะได้เลือกอาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนาตามหัวข้อสัมมนาท่ีนักศึกษาสนใจ
2. อาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนา (นักศึกษาสามารถดูรายช่ ืออาจารย์ท่ีสามารถเป็ น อาจารย์ท่ีปรึกษาได้ข้างล่าง
นี้) มีหน้าท่ีให้คำาปรึกษาแก่นักศึกษาในการเขียนบทความ และการให้คะแนนบทความสัมมนาฉบับ
ก้าวหน้าและบทความสัมมนาฉบับสมบูรณ์ โดยท่ีนักศึกษาทุกท่านจะต้องเลือกอาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนา
หน่ ึงท่านเพ่ ือขอคำาปรึกษาในการทำาวิชาสัมมนานี้
3. กรรมการสอบสัมมนา มีหน้าท่ีเป็ นกรรมการให้คะแนนสอบการนำาเสนอบทความ จำานวน 3 ท่าน ซ่งึ
อาจจะมีอาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนาของนักศึกษารวมอยู่ดว้ ยหรือไม่ก็ได้

หลักเกณฑ์การให้เกรด

1. สัดส่วนคะแนน แบ่งออกเป็ นสองส่วนคือคะแนนบทความและคะแนนสอบสัมมนาดังรายละเอียดดังนี้


1. คะแนนบทความ (อาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนาท่ีนักศึกษาเลือกเป็ นคนให้คะแนนแต่เพียงผู้เดียว)
คิดเป็ น 40 เปอร์เซ็นต์ โดยแบ่งออกเป็ น
1. คะแนนบทความสัมมนาฉบับก้าวหน้า จำานวน 15 เปอร์เซ็นต์ เป็ นการให้คะแนนกลาง
ภาคการศึกษา เพ่ ือติดตามความก้าวหน้าและตรวจสอบรูปแบบเน้ือหา แล้วส่งคืนให้
นักศึกษาทำาการปรับปรุงแก้ไขเป็ นบทความสัมมนาฉบับสมบูรณ์ต่อไป คะแนนแบ่งออก
เป็ น
1. รูปแบบ 10 เปอร์เซ็นต์ และ
2. เน้อ
ื หา (ปริมาณและคุณภาพของงาน) 5 เปอร์เซ็นต์
2. คะแนนบทความสัมมนาฉบับสมบูรณ์ จำานวน 25 เปอร์เซ็นต์ เป็ นการให้คะแนนปลาย
ภาคการศึกษา กำาหนดให้นักศึกษาส่งบทความสัมมนาฉบับสมบูรณ์ก่อนการสอบ
สัมมนาตามประกาศของคณะฯ คะแนนแบ่งออกเป็ น
1. รูปแบบ 15 เปอร์เซ็นต์ และ
2. เน้อื หา (ปริมาณและคุณภาพของงาน) 10 เปอร์เซ็นต์
2. คะแนนสอบสัมมนา (กรรมการสอบสัมมนา 3 ท่านเป็ นผู้ให้คะแนน) คิดเป็ น 60 เปอร์เซ็นต์ (
เฉล่ียท่านละ 20 เปอร์เซ็นต์) โดยแบ่งออกเป็ น
1. รูปแบบและวิธีการนำาเสนอ 10 เปอร์เซ็นต์
2. การโต้ตอบและความสามารถในการตอบปั ญหา 10 เปอร์เซ็นต์
3. ความเข้าใจเน้ือหาท่ีนำาเสนอ 20 เปอร์เซ็นต์
4. คุณภาพและปริมาณของเน้อ ื หา 20 เปอร์เซ็นต์
2. วิธีการคำานวณเกรด ค่าคะแนนในแต่ละส่วนข้างต้น อาจารย์ท่ีรับผิดชอบในการให้คะแนนจะกรอกค่า
คะแนนเป็ นตัวอักษรโดยตัวอักษรต่างๆมีแต้มดังนี้ (ตารางท่ี 1) แต้มท่ีได้ในแต่ละส่วน จะมาคิดเป็ น
คะแนนรวมโดยผ่านการถ่วงน้ำาหนักตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ท่ีชีแ ้ จงไว้ข้างต้นแล้วนำาคะแนนรวมท่ีได้มา
เปรียบเทียบเป็ นเกรดท่ีนักศึกษาจะได้รับดังตารางท่ี 2

ระดับคะแนน แต้ม
A 4
B+ 3.5
B 3
C+ 2.5
C 2
D+ 1.5
D 1
F 0
ตารางท่ี 1 การเปรียบเทียบค่าระดับคะแนนเป็ นตัวอักษรกับแต้มท่ีได้
คะแนนรวม เกรดท่ีได้
>= 3.75 A
>= 3.25 B+
>= 2.75 B
>= 2.25 C+
>= 1.75 C
>= 1.25 D+
>= 0.75 D
< 0.75 F
ตารางท่ี 2 แสดงเกณฑ์ในการให้เกรดจากค่าคะแนนรวม

ขัน
้ ตอนการปฏิบัติและกำาหนดการต่างๆ

1. นักศึกษาอ่านรายละเอียดเก่ียวกับวิชาสัมมนาท่ีโฮมเพจนีเ้พ่ ือทำาความเข้าใจวิธีการปฏิบัติ,ระเบียบ และกำา


หนดการต่างๆ และนักศึกษาควรจะเร่ิมหาหัวข้อสัมมนาท่ีตนเองสนใจจะทำารวมทัง้เลือกอาจารย์ท่ีปรึกษา
สัมมนาตัง้แต่ต้นเทอมการศึกษาภาคเรียนท่ีหน่ ึง (สำาหรับนักศึกษา IS) และ ตัง้แต่ต้นเทอมการศึกษา
ภาคเรียนท่ีสอง (สำาหรับนักศึกษา ITM) ซ่งึ นักศึกษาสามารถดูรายช่ ืออาจารย์ท่ีสามารถเป็ นอาจารย์ท่ี
ปรึกษาได้ทน ่ี ่ี และสามารถดาวน์โหลดดูหวั ข้อวิจัยท่ีอาจารย์แต่ละท่านสนใจได้ท่ท
ี น
่ี ่ี
2. นักศึกษากรอกแบบฟอร์มแบบขออนุมัติหัวข้อบทความสัมมนา (นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
ดังกล่าวได้ข้างล่าง) แล้วให้อาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนาท่ีคุณเลือกเซ็นรับรองเพ่ ืออนุมัติหัวข้อสัมมนา เสร็จ
แล้วก็ย่ืนส่งแบบฟอร์มดังกล่าวไปท่ีฝ่ายงานบัณฑิตศึกษาและวิชาการท่ีคณะฯท่ีลาดกระบังหรือท่ี
SHIN3 ก็ได้ ภายในระยะเวลาท่ีคณะฯกำาหนด (ดูตารางท่ี 3 ข้างล่าง)
3. หลังจากนัน ้ ถ้านักศึกษาต้องการท่ีจะเปล่ียนหัวข้อสัมมนาหรืออาจารย์ท่ีปรึกษา ให้กรอกแบบฟอร์มแบบ
อนุมัติเปล่ียนแปลงหัวข้อบทความสัมมนาและ/หรืออาจารย์ท่ีปรึกษา (นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดแบบ
ฟอร์มดังกล่าวได้ข้างล่าง) แล้วให้อาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนาท่ีคุณเลือกเซ็นรับรองเพ่ ืออนุมัติหัวข้อสัมมนา
เสร็จแล้วก็ย่ืนส่งแบบฟอร์มดังกล่าวไปท่ีฝ่ายงานบัณฑิตศึกษาและวิชาการท่ีคณะฯท่ีลาดกระบังหรือท่ี
SHIN3 ก็ได้ ภายในระยะเวลาท่ีคณะฯกำาหนด (ดูตารางท่ี 3 ข้างล่าง)
4. นักศึกษาเข้าฟั งการบรรยายต่างๆ ท่ีคณะได้เชิญผู้ทรงคุณวุฒิมาบรรยาย ตามประกาศของคณะฯ ซ่ ึง
นักศึกษาต้องเข้าร่วมฟั งการบรรยาย มิฉะนัน ้ จะไม่ผ่านวิชานี อ
้ ย่างไรก็ตามนักศึกษาสามารถเสนอช่ ือ
ผู้ทรงคุณวุฒิท่ีนักศึกษาต้องการให้มาบรรยายให้คณะฯทราบ (อ่านรายละเอียดวิธีการเสนอช่ ือได้ข้าง
ล่าง) เพ่ ือคณะฯจะได้ทำาการพิจารณาและดำาเนินการจัดเชิญต่อไป
5. นักศึกษาจัดทำาบทความสัมมนา (ตามรูปแบบท่ีคณะฯกำาหนดซ่งึ นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดรูปแบบและ
ตัวอย่างของบทความท่ีเขียนขึ้นด้วย Microsoft Words หรือ Latex ได้ข้างล่าง แล้วทำาการส่ง
บทความสัมมนาฉบับก้าวหน้า จำานวนสองชุดโดยทุกชุด ให้แนบกับแบบฟอร์มแบบเสนอบทความ
สัมมนาฉบับก้าวหน้า (แบบฟอร์มนีน ้ ักศึกษาสามารถดาวน์โหลดได้ข้างล่าง) ท่ีฝ่ายงานบัณฑิตศึกษา
และวิชาการท่ีคณะฯท่ีลาดกระบังหรือท่ี SHIN3 ก็ได้ ประมาณกลางภาคการศึกษา (ดูตารางท่ี 3 ข้าง
ล่าง)
6. นักศึกษาจะได้รับบทความสัมมนาฉบับก้าวหน้าคืนกลับมาพร้อมความเห็นและข้อเสนอแนะจากอาจารย์ท่ี
ปรึกษาสัมมนา เพ่ ือปรับปรุงแก้ไขเป็ นบทความสัมมนาฉบับสมบูรณ์ต่อไป
7. นักศึกษาส่งบทความสัมมนาฉบับสมบูรณ์ จำานวนหกชุด โดยทุกชุดให้แนบกับแบบเสนอบทความ
สัมมนาฉบับสมบูรณ์ ไปท่ีฝ่ายงานบัณฑิตศึกษาและวิชาการท่ีคณะฯท่ีลาดกระบังหรือท่ี SHIN3 ก็ได้ (
แบบฟอร์มนีน ้ ักศึกษาสามารถดาวน์โหลดได้ข้างล่าง) ประมาณปลายภาคการศึกษา (ดูตารางท่ี 3 ข้าง
ล่าง)
8. นักศึกษาเตรียมการ Present (ใช้ powerpoint) และเข้าสอบสัมมนาเพ่ ือนำาเสนอบทความท่ีเขียนขึ้น
ให้กรรมการสอบสัมมนา ตามวันเวลาท่ีคณะฯกำาหนด (ดูตารางท่ี 3 ข้างล่าง)

ขัน
้ ตอน วัน-เดือน-ปี
1. นักศึกษาอ่านและเข้าใจรายละเอียดวิชา ตัง้แต่ต้นเทอมภาคการศึกษาท่ีหน่ ึง (สำาหรับนักศึกษา IS) และ
สัมมนาหน่ ึง ตัง้แต่ต้นเทอมการศึกษาภาคเรียนท่ีสอง (สำาหรับนักศึกษา ITM ท่ี
จะเลือกแผน ก.)
2. คณะฯ ชีแ
้ จงแนะนำาเทคนิคการเขียน
วันศุกร์ท่ี 1 มิถุนายน 2550 เวลา 14.00 -16.00 น.
รายงานและการนำาเสนอ
3. นักศึกษาเลือกอาจารย์ท่ีปรึกษาและส่ง
ภายในวันท่ี 15 มิถุนายน 2550
หัวข้อสัมมนาพร้อมบทคัดย่อท่ีอนุมัติแล้ว
4. นักศึกษาส่งรายงานสัมมนาฉบับ
ภายในวันท่ี 3 สิงหาคม 2550
ก้าวหน้า ( 2 ชุด)
5. นักศึกษาได้รับคืนรายงานสัมมนาฉบับ
ติดต่ออาจารย์ท่ีปรึกษา
ก้าวหน้า
6. วันสุดท้ายของการถอนวิชาสัมมนา วันท่ี 31 สิงหาคม 2550
7. นักศึกษาส่งรายงานสัมมนาฉบับ
ภายในวันท่ี 18 กันยายน 2550
สมบูรณ์ (4 ชุด)
8. นักศึกษาเข้าสอบสัมมนา วันท่ี 8-12 ตุลาคม 2550
9. ส่งรายงานฉบับสมบูรณ์ 2 ชุด ภายในวันท่ี 19 ตุลาคม 2550
ตารางท่ี 3 แสดงกำาหนดการของวิชาสัมมนา

ระเบียบปฏิบัติท่ีสำาคัญ

• นักศึกษาจะต้องมีความเข้าใจในเร่ ืองท่ีทำามากเพียงพอ มีรูปแบบและวิธีการเขียนบทความ และการนำา


เสนอท่ีดี การนำาเสนอบทความ ควรจะมีการเตรียมการให้พร้อมและฝึ กซ้อมให้ดี โดยใช้เวลาในการ
บรรยายนำาเสนอประมาณ 15 นาที และมีเวลาให้กรรมการสอบสัมมนาและผู้ร่วมสัมมนาซักถามปั ญหา
หรือข้อสงสัยประมาณ 5-10 นาที
• รูปแบบบทความสัมมนาควรเป็ นไปตามคำาแนะนำาในการส่งบทความสัมมนาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ
สจล. มีความยาวของบทความระหว่าง 8-12 หน้า และเขียนเน้ือหาด้วยตนเอง ห้ามแปลบทความท่อ ี ยู่ใน
Magazine, Journal หรือ Transaction ฯลฯ ใดมาส่ง บทความท่ีเขียนขึ้นควรท่ีจะต้องเขียนขึ้นจาก
ความเข้าใจในเน้อ ื หาท่ีศึกษารวบรวมและค้นคว้ามาจากแหล่งข้อมูลหลายๆแหล่ง แล้วนำามาสรุปเขียนเป็ น
บทความสัมมนา และมีการอ้างอิงเอกสารท่ีถูกต้องทัง้รูปแบบและวิธีการ นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดคำา
แนะนำาในการส่งบทความสัมมนาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล. และตัวอย่างบทความตัวอย่างท่ีเขียน
ขึ้นด้วย Microsoft Words และ Latex ได้ข้างล่าง
• นักศึกษาจะต้องเลือกอาจารย์ท่ีปรึกษาและส่งหัวข้อสัมมนาพร้อมบทคัดย่อท่ีอนุมัติแล้วภายในระยะเวลา
ท่ีกำาหนดเท่านัน
้ มิฉะนัน ้ นักศึกษาจะต้องถอนวิชาสัมมนา 1 กรณีท่ีนักศึกษาไม่ได้ทำาการถอนออกไป
นักศึกษาจะได้เกรด F ในวิชาสัมมนานี้
• เม่ ือนักศึกษาได้เลือกอาจารย์ท่ีปรึกษาและส่งหัวข้อสัมมนาพร้อมบทคัดย่อท่ีอนุมัติแล้ว แต่ต้องการท่ีจะ
เปล่ียนแปลงหัวข้อหรือเปล่ียนอาจารย์ท่ีปรึกษา จะต้องย่ ืนเร่ ืองก่อนวันท่ีกำาหนดไว้ขา้ งต้นเท่านัน

คุณสมบัติและรายช่ ืออาจารย์ท่ีสามารถเป็ นอาจารย์ท่ีปรึกษาได้

• อาจารย์ประจำาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศท่ีมีรายช่ ือข้างล่างนีเ้ท่านัน

1. รศ.ดร. บุญวัฒน์ อัตชู (boonwat@kmitl.ac.th)
2. รศ.ดร. นพพร โชติกกำาธร (nopporn@it.kmitl.ac.th)
3. รศ.ดร. อาริต ธรรมโน (arit@it.kmitl.ac.th)
4. รศ.ดร. โชติพัชร์ ภรณวลัย (chotipat@it.kmitl.ac.th)
5. รศ.ดร. วรพจน์ กรีสุระเดช (worapoj@it.kmitl.ac.th)
6. ผศ.ดร. จันทร์บูรณ์ สถิตวิริยวงศ์ (chanboon@it.kmitl.ac.th)
7. ผศ.ดร. ภัทรชัย ลลิตโรจน์วงศ์ (pattarachai@it.kmitl.ac.th)
8. ผศ.ดร. พรฤดี เนติโสภากุล
ponrudee@it.kmitl.ac.th">(ponrudee@it.kmitl.ac.th)
9. ผศ.ดร. ธนารัตน์ ชลิดาพงศ์ (thanarat@it.kmitl.ac.th)
10. ผศ. อัครินทร์ คุณกิตติ (akharin@it.kmitl.ac.th)
11. อ. โอฬาร วงศ์วิรัตน์ (olarn@it.kmitl.ac.th)
• อาจารย์ประจำาของคณะอ่ ืนๆ เช่นคณะวิศวกรรมศาสตร์ใน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง ท่ี
จบปริญญาเอก หรือมีตำาแหน่งทางวิชาการตัง้แต่รองศาสตราจารย์เป็ นต้นไป

เอกสารท่ีสามารถดาวน์โหลดได้

• เอกสารรวบรวมรายช่ ือหัวข้อวิจัยท่ีอาจารย์แต่ละท่านมีความสนใจ (PDF)


• แบบขออนุมัติหัวข้อบทความสัมมนา (DOC)
• แบบขออนุมัติเปล่ียนแปลงหัวข้อบทความสัมมนาและ/หรืออาจารย์ท่ีปรึกษา (DOC)
• คำาแนะนำาในการส่งบทความสัมมนาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล. (DOC)
• ตัวอย่างบทความสัมมนาท่ีเขียนด้วย MS WORDS (DOC)
• ตัวอย่างบทความสัมมนาท่ีเขียนด้วย Latex (PDF)
• ตัวอย่างบทความสัมมนาท่ีเขียนด้วย Latex (TEX)
• Style file สำาหรับ Latex (STY)
• แบบเสนอบทความสัมมนาฉบับก้าวหน้า (DOC)
• แบบเสนอบทความสัมมนาฉบับสมบูรณ์ (DOC)

คำาแนะนำาและแนวทางการทำาสัมมนา

• นักศึกษาควรเลือกหัวข้อท่ีจะมีประโยชน์ในการเลือกหัวข้อในการทำาวิทยานิพนธ์หรือโครงการศึกษากรณี
พิเศษหรือโครงการพัฒนาระบบงานต่อไป อาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนาก็ควรจะเป็ นคนเดียวกับท่ีนักศึกษา
ต้องการให้เป็ นอาจารย์ท่ีปรึกษาวิทยานิพนธ์ หรืออาจารย์ท่ีปรึกษาโครงการพัฒนาระบบงานต่อไปด้วย
• นักศึกษาควรท่ีจะถ่ายเอกสารแบบฟอร์มต่างๆข้างต้นท่ีนักศึกษาได้กรอกและย่ ืนต่อคณะฯเป็ นสำาเนาเก็บ
ไว้กับตนเองหน่ ึงชุด เน่ ืองจากมักจะมีนักศึกษาส่วนหน่งึ ลืมไปว่าตนเองกรอกอะไรลงไป เช่นลืมหัวข้อท่ี
ตนเองได้เสนอขออนุมัติไป ทำาให้ช่ือบทความท่ีเขียนในบทความสัมมนาไม่ตรงกับท่ีขออนุมัติไว้ตอนแรก
• หัวข้อสัมมนาท่ีดีควรจะต้องเป็ นหัวข้อสัมมนาท่ีนักศึกษามีความสนใจและมีความต้องการท่ีจะทำาจริงๆ
นักศึกษาอาจจะเร่ิมจากลอง List ดูหวั ข้อท่ีน่าสนใจคร่าวๆ แล้วเข้าห้องสมุดเพ่ ือดูบทความสัมมนาของปี
ก่อนๆ และควรท่ีจะนัดหมายและพูดคุยกับอาจารย์หลายๆท่านท่ีนักศึกษามีความสนใจจะเลือกเป็ น
อาจารย์ท่ีปรึกษา (สามารถดาวน์โหลดดูหัวข้อวิจัยท่ีอาจารย์แต่ละท่านสนใจได้ท่ีข้างบนนี้) การเลือก
หัวข้อดีๆได้นัน
้ ไม่ใช่เร่ ืองง่าย จำาเป็ นท่ีจะต้องใช้เวลาเป็ นอย่างมากในการค้นคว้าและปรึกษากับอาจารย์
หลายๆท่าน ดังนัน ้ นักศึกษาควรท่ีจะต้องเร่ิมหาหัวข้อและอาจารย์ท่ีปรึกษาตัง้แต่เน่ินๆ ตัง้แต่ต้นเทอม
ภาคการศึกษาท่ีหน่ ึง (สำาหรับนักศึกษา IS) และ ตัง้แต่ต้นเทอมการศึกษาภาคเรียนท่ีสอง (สำาหรับ
นักศึกษา ITM ท่ีจะเลือกแผน ก.) ในขณะเดียวกันเม่ ือนักศึกษาสามารถเลือกหัวข้อและอาจารย์ท่ี
ปรึกษาได้แล้วควรท่ีจะลองเร่ิมทำาการค้นคว้าและขอคำาแนะนำาจากอาจารย์ท่ีปรึกษาเป็ นระยะๆซ่งึ
นักศึกษาจะได้ทราบแนวทางของอาจารย์ท่ีปรึกษาว่าเหมาะสมกับตัวนักศึกษาเองหรือไม่
• วิธีการนำาเสนอบทความสัมมนาท่ีดีต้องเร่ิมจากการท่ีมีการเตรียมพร้อมท่ีดี ถ้าจะต้องมีการ Demo
ซอฟท์แวร์ก็ควรท่ีจะมาตรวจสอบดูเคร่ ืองคอมพิวเตอร์ท่ีจะใช้ Present จริงว่าสามารถใช้ได้หรือไม่ หรือ
อาจจะต้องมีความจำาเป็ นการปรับละเอียดของจอให้เหมาะสมกับเคร่ ือง Projector เป็ นต้น ส่วนการ
Present ท่ีดีก็ควรท่ีจะต้องมีการจัดลำาดับขัน ้ ตอนของเร่ ืองท่ีจะ Present ให้เหมาะสม มีเหตุมีผล และ
การอธิบายโดยใช้รูปและการยกตัวอย่างก็จะช่วยทำาให้ผู้ฟังมีความเข้าใจได้ง่ายขึ้น
คำาถามท่ีถูกถามบ่อยๆและคำาตอบ

1. ไม่ทราบว่าการทำาวิทยานิพนธ์ หรือโครงการศึกษากรณีพิเศษ หรือโครงการพัฒนาระบบ


งานอย่างไรจะดีกว่ากัน?
2. ถ้าไม่สามารถเลือกหัวข้อสัมมนาและ/หรืออาจารย์ท่ีปรึกษาได้ สามารถให้อาจารย์ผู้
ประสานงานเลือกให้ได้หรือไม่?
3. อยากจะเปล่ียนหัวข้อสัมมนาหรืออาจารย์ท่ีปรึกษาจะต้องทำาอย่างไร?
4. ไม่สามารถเตรียมบทความสัมมนาฉบับก้าวหน้าหรือฉบับสมบูรณ์ทันตามเวลาท่ค ี ณะฯกำา
หนดไม่ทราบว่าจะขออนุญาตส่งช้าได้หรือไม่?
5. อยากจะให้คณะฯเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ (ท่านนี้) มาบรรยาย จะต้องทำาอย่างไร?
6. คำาแนะนำาในการส่งบทความสัมมนาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล. ไม่ค่อยละเอียด
อยากทราบรูปแบบของบทความสัมมนาท่ีถก ู ต้อง?
7. Latex คืออะไร?
8. บทความท่ีเขียนมีความยาวเกิน 12 หน้า หรือ น้อยกว่า 8 หน้า ได้หรือไม่?
9. ไม่ทราบว่าตารางการจัดสอบสัมมนาจะประกาศได้เม่ ือไหร่?
10. การจัดสอบสัมมนาสามารถขอเล่ ือนเป็ นวันเสาร์หรืออาทิตย์ได้หรือไม่?
11. สามารถท่ีจะเลือกอาจารย์ท่ีปรึกษาท่ีไม่ได้อยู่ในลิสต์ข้างต้นได้หรือไม่?
12. วิชาสัมมนานีส
้ ามารถขอทำาเป็ นกลุ่มได้หรือไม่
13. เอกสารรวบรวมรายช่ ือหัวข้อวิจัยท่ีอาจารย์แต่ละท่านมีความสนใจท่ีให้ดาวน์โหลดข้างบน
นัน
้ มีเฉพาะอาจารย์ประจำาของคณะฯ ถ้าต้องการอยากจะทราบข้อมูลเพ่ิมเติมเก่ียวกับ
อาจารย์ท่ีอยู่ในลิสต์ข้างต้น แต่ว่าไม่ใช่อาจารย์ประจำาของคณะฯ จะต้องทำาอย่างไร?
14. อยากทราบตารางเวลาท่ีสามารถนัดพบอาจารย์ท่ีปรึกษาแต่ละท่านเพ่ ือขอคำาปรึกษา?

1. ถาม: ไม่ทราบว่าการทำาวิทยานิพนธ์ หรือโครงการศึกษากรณีพิเศษ หรือ โครงการพัฒนาระบบงาน


อย่างไรจะดีกว่ากัน?
ตอบ: นักศึกษาน่าท่ีจะลองเลือกทำาวิทยานิพนธ์ แต่ทัง้นีแ ้ ละทัง้นัน้ ก็ขึ้นอยู่กับปั จจัยหลายๆด้านเช่นเวลา
ท่ีนักศึกษาสามารถทุ่มเทให้กับมันได้, ความแน่นของความรู้พ้ืนฐานท่ีนักศึกษามีอยู่ และความตัง้ใจท่ี
อยากจะทำาวิทยานิพนธ์จริงๆ เป็ นต้น การทำาวิทยานิพนธ์นัน ้ โดยทัว่ไปจะมีความยากกว่าการทำาโครงการ
พัฒนาระบบงาน แต่นักศึกษาจะได้รับความรู้และความคิดต่างๆท่ีเก่ียวข้องกับงานวิจัยและในด้านอ่ ืนๆ
เช่นการทำางานท่ีมีระบบและความสามารถในการท่ีจะเรียนรู้ด้วยตัวเองได้มากกว่าการทำาโครงการพัฒนา
ระบบงาน
2.
3. ถาม: ถ้าไม่สามารถเลือกหัวข้อสัมมนาและ/หรืออาจารย์ท่ีปรึกษาได้ สามารถ ให้อาจารย์ผู้ประสานงาน
เลือกให้ได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ได้ครับ ถือว่าได้ให้ขอ ้ มูลท่ีเก่ียวกับวิชาสัมมนาหน่งึ ไว้ในโฮมเพจนีโ้ดยละเอียดแล้ว และแจ้งให้
นักศึกษาทุกท่านได้ทราบเพ่ ืออ่านและทำาความเข้าใจระเบียบปฏิบัติอย่างถ่ีถว้ น ตัง้แต่ต้นเทอมภาคการ
ศึกษาท่ีหน่ ึง (สำาหรับนักศึกษา IS) และ ตัง้แต่ต้นเทอมการศึกษาภาคเรียนท่ีสอง (สำาหรับนักศึกษา
ITM ท่ีจะเลือกแผน ก.) ดังนัน ้ นักศึกษามีเวลากว่า 5 เดือนในการท่ีจะเลือกหัวข้อสัมมนาและอาจารย์ท่ี
ปรึกษาด้วยตนเองก่อนท่ีจะย่ ืนส่งแบบฟอร์มแบบขออนุมัติหัวข้อบทความสัมมนา และดังท่ีผมได้กล่าวไว้
ข้างต้นแล้วว่า หัวข้อสัมมนาท่ีดีควรจะต้องเป็ นหัวข้อสัมมนาท่ีนักศึกษามีความสนใจและท่ีความต้องการ
ท่ีจะทำาจริงๆ ดังนัน ้ จึงเป็ นความรับผิดชอบของนักศึกษาแต่ละท่านท่ีจะต้องหาหัวข้อและอาจารย์ท่ีปรึกษา
ท่ีดีท่ีสุดสำาหรับตัวเอง ซ่งึ จากระเบียบท่ีเขียนไว้ข้างต้นผมจะ ขอกล่าวอีกครัง้ดังนีว้า่ นักศึกษาจะต้องเลือก
อาจารย์ท่ีปรึกษาและส่งหัวข้อสัมมนาพร้อมบทคัดย่อท่ีอนุมัติแล้วภายในระยะเวลาท่ีกำาหนดเท่านัน ้ มิ
ฉะนัน ้ นักศึกษาจะต้องถอนวิชาสัมมนาหน่ ึง กรณีท่ีนักศึกษาไม่ได้ทำาการถอนออกไป นักศึกษาจะได้
เกรด F ในวิชาสัมมนานี้
4. ถาม: อยากจะเปล่ียนหัวข้อสัมมนาหรืออาจารย์ท่ีปรึกษาจะต้องทำาอย่างไร?
ตอบ: สามารถทำาได้ในระยะเวลาท่ีกำาหนดเท่านัน ้ (ดูตารางท่ี 3) โดยกรอกแบบฟอร์มแบบอนุมัติ
เปล่ียนแปลงหัวข้อบทความสัมมนาและ/หรืออาจารย์ท่ีปรึกษา (นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์ม
ดังกล่าวได้ข้างบน) แล้วให้อาจารย์ท่ีปรึกษาสัมมนาท่ีคุณเลือกเซ็นรับรองเพ่ ืออนุมัติหัวข้อสัมมนา เสร็จ
แล้วก็ย่ืนส่งแบบฟอร์มดังกล่าวไปท่ีฝ่ายงานบัณฑิตศึกษาและวิชาการท่ีคณะฯท่ีลาดกระบังหรือท่ี
SHIN3 ก็ได้)

5. ถาม: ไม่สามารถเตรียมบทความสัมมนาฉบับก้าวหน้าหรือฉบับสมบูรณ์ทันตามเวลาท่ีคณะฯกำาหนดไม่
ทราบว่าจะขออนุญาตส่งช้าได้หรือไม่?
ตอบ: ไม่ได้ครับ

6. ถาม: อยากจะให้คณะฯเชิญผู้ทรงคุณวุฒิ (ท่านนี)้ มาบรรยาย จะต้องทำาอย่างไร?


ตอบ: ในกรณีท่ีนักศึกษาต้องการให้คณะฯเชิญผู้ทรงคุณวุฒิท่ีนักศึกษาต้องการให้มาบรรยาย ให้
นักศึกษารวบรวมความคิดเห็นเป็ นมติในห้อง แล้วให้หัวหน้าห้องส่งอีเมล์เสนอช่ ือของผู้ทรงคุณวุฒิดงั
กล่าวมาให้ผม โดยเร็วท่ีสุดเพ่ ือท่ีจะได้ให้คณะฯจะได้ทำาการพิจารณาและดำาเนินการจัดเชิญต่อไป อย่างไร
ก็ตามผมไม่สามารถรับรองได้ว่าคณะฯจะทำาการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิท่านนัน ้ มาบรรยายหรือไม่และในกรณีท่ี
นักศึกษาไม่ต้องการเฉพาะเจาะจงให้ผู้ทรงคุณวุฒิทา่ นใดมาบรรยาย หัวหน้าห้องก็ไม่จำาเป็ นต้องอีเมล์มา
หาผมครับ

7. ถาม: คำาแนะนำาในการส่งบทความสัมมนาคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ สจล. ไม่คอ ่ ยละเอียด อยากทราบ


รูปแบบของบทความสัมมนาท่ีถูกต้อง?
ตอบ: คำาแนะนำาในการส่งบทความ (นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดคำาแนะนำาดังกล่าวได้ข้างบน) นัน ้ ไม่
ค่อยละเอียดเพียงพอ ขอให้นักศึกษาดูตัวอย่างบทความท่ีผมคิดว่าถูกต้องประกอบไปด้วย (นักศึกษา
สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างบทความตัวอย่างท่ีเขียนขึ้นด้วย Microsoft Words และ Latex ได้ข้าง
บน)

8. ถาม: Latex คืออะไร?


ตอบ: Latex เป็ นโปรแกรมสำาหรับเรียงพิมพ์ (Typesetter) ซ่ ึงนิยมใช้กันในวงการการศึกษาทัว่ไป
ซ่ ึงตอนนีส้ ามารถใช้ภาษาไทยได้ด้วย (แต่ยังมีปัญหาเร่ ืองการตัดคำาท่ียังไม่ค่อยจะสมบูรณ์เท่าไหร่ โดย
เฉพาะอย่างย่ิงเม่ ือเขียนเอกสารเป็ นลักษณะสองคอลัมน์) Latex มีความสามารถท่ีเหนือกว่า
WYSWYG Wordprocessor (เช่น MS WORDS) ในหลายๆด้านแต่ค่อนข้างจะใช้งานได้ยากกว่า
สำาหรับผู้เร่ิมต้น รายละเอียดเพ่ิมเติมนักศึกษากรุณาอ่าน
1. รู้จักกับ Typesetter ภาษาไทย ThaiTeX (PDF)
2. การใช้ภาษาไทยกับ LaTeX (PS.GZ)
3. Thai Project ท่ี NACSIS, JAPAN
4. ZzzThai Project ท่ี UEC, JAPAN

9. ถาม: บทความท่ีเขียนมีความยาวเกิน 12 หน้า หรือ น้อยกว่า 8 หน้า ได้หรือไม่?


ตอบ: สามารถมีความยาวน้อยกว่า 8 หน้าหรือเกิน 12 หน้าได้แต่ให้อยู่ในดุจพินิจของอาจารย์ท่ีปรึกษา
ว่าสมควรหรือไม่อย่างไร
10. ถาม: ไม่ทราบว่าตารางการจัดสอบสัมมนาจะประกาศได้เม่ ือไหร่?
ตอบ: ตารางสอบท่ีแน่นอนว่านักศึกษาท่านใดสอบเวลาใดท่ีใดและมีกรรมการสอบเป็ นใครบ้างนัน

คณะฯจะประกาศให้ทราบประมาณ 1-2 สัปดาห์ก่อนวันสอบสัมมนา

11. ถาม: การจัดสอบสัมมนาสามารถขอเล่ ือนเป็ นวันเสาร์หรืออาทิตย์ได้หรือไม่?


ตอบ: เข้าใจถึงความจำาเป็ นของนักศึกษาสมทบ แต่เน่ ืองจากเพ่ ือท่ีจะให้การอำานวยการจัดสอบของ
นักศึกษาในแต่ครัง้ท่ีมีจำานวนมาก (รวมสัมมนาสอง และ สัมมนา ITM) เป็ นไปด้วยดี มีความกระชับ
และต่อเน่ ือง คณะฯจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่าการสอบจะจัดในวันเสาร์อาทิตย์หรือวันธรรมดาตอนเย็น
ได้จงึ อาจจำาเป็ นต้องจัดสอบในวันธรรมดา โดยขอให้นักศึกษาลางานมาเพียงคร่ ึงวันเพ่ ือสอบสัมมนาใน
วันท่ีนักศึกษาต้องนำาเสนอบทความเท่านัน ้ แต่อย่างไรก็ตามถ้านักศึกษาติดธุระเร่งด่วนก็สามารถขอ
เล่ ือนสอบได้ โดยให้ส่งอีเมล์มาหาผมโดยแนบเอกสารแสดงถึงหลักฐานและความจำาเป็ น (ถ้ามี) มาด้วย
เพ่ ือจะได้พิจารณาเป็ นกรณีๆไป

12. ถาม: สามารถท่ีจะเลือกอาจารย์ท่ีปรึกษาท่ีไม่ได้อยู่ในลิสต์ข้างต้นได้หรือไม่?


ตอบ: ไม่ได้ครับ

13. ถาม: วิชาสัมมนานีส


้ ามารถขอทำาเป็ นกลุ่มได้หรือไม่
ตอบ: ไม่ได้ครับ

14. ถาม: เอกสารรวบรวมรายช่ ือหัวข้อวิจัยท่ีอาจารย์แต่ละท่านมีความสนใจท่ีให้ดาวน์โหลดข้างบน


นัน
้ มีเฉพาะอาจารย์ประจำาของคณะฯ ถ้าต้องการอยากจะทราบข้อมูลเพ่ิมเติมเก่ียวกับ อาจารย์ท่ีอยู่ใน
ลิสต์ข้างต้นแต่ว่าไม่ใช่อาจารย์ประจำาของคณะฯ จะต้องทำาอย่างไร?
ตอบ: ไม่มีขอ
้ มูลใดๆท่ีเก่ียวกับอาจารย์ท่ีไม่ใช่อาจารย์ประจำาของคณะฯนอกเหนือจากท่ีมีในโอมเพจนีค
้ รับ
นักศึกษาจะต้องติดต่อหรือสอบถามท่ีฝ่ายงานบัณฑิตศึกษาและวิชาการเอง

15. ถาม: อยากทราบตารางเวลาท่ีสามารถนัดพบอาจารย์ท่ีปรึกษาแต่ละท่านเพ่ ือขอคำาปรึกษา?


ตอบ: ไม่มีขอ
้ มูลตรงนีอ
้ ีกเช่นกันครับ นักศึกษาอาจจะติดต่อขอพบอาจารย์แต่ละท่านโดยอีเมล์ (ดูอีเมล์
แอดเดรสของอาจารย์ประจำาคณะฯได้ข้างบน) หรือสอบถามข้อมูลเก่ียวกับตารางดังกล่าวท่ีฝ่ายงาน
บัณฑิตศึกษาและวิชาการเอง