วันแสนยานุภาพ

พล * นิกร * กิมหงวน
เอื้อเฟอพิมพเปนเอกสาร โดย คุณอั
ณอัฐวุฒิ จินตนานุช
แปลงเปนไฟล pdf โดย โกหลังวัง
การแสดงแสดงยานุภาพของกองทัพซีอาโตที่สนามบินดอนเมืองนั้น ยอมแสดงใหเห็นวากองทัพซี
อาโตมีความเขมแข็งเปนปกแผนมั่นคง สามารถที่จะใหความชวยเหลือแกประเทศไทยไดโดยเร็ว ถาหากวา
ไทยถูกราชศัตรูลุกล้ํา
ผูที่ไปชมกําลังรบและการแสดงของซีอาโตในวันนัน้ ก็คงจะไดเห็นเครื่องบินแบบตาง ๆ ของ
กองทัพอังกฤษ อเมริกา ซึ่งจอดโชวอยูใ นสนาม นับตั้งแตเครื่องบินลําเลียงขนาดยักษ, เครื่องบินลําเลียง
ทหารราบอากาศและพลรม, เครื่องบินทิ้งระเบิดขนาดหนัก, เครื่องบินลาดตระเวน ตลอดจนเครื่องบิน
ประจัญบานแบบไอพนอันทันสมัยที่สุด และมีความเร็วกวาเสียง
ทานที่ไดชมงานแสดงแสนยานุภาพของกองทัพซีอาโตคงจะจําไดดวี า วันนัน้ สนามบินดอนเมือง
อันกวางขวางสุดสายตา ไดตอนรับประชาชนหญิงชายนับจํานวนแสน ที่หลั่งไหลไปจากพระนครหลวง
นับตั้งแตรุงอรุณของวันใหม
เราไดชมการแสดงของทหารราบชาติตาง ๆ ภาคพื้นดิน ชมการแปรขบวนของเครือ่ งบินแฮลิคอป
เตอร ตลอดจนการลําเลียงพล ชมการปฏิบัติการของพลรมอเมริกันและพลรมไทยที่ไดกระโดดรมลงสูพื้นดิน
อยางองอาจกลาหาญ แนนอนละ เมื่อกองทัพซีอาโตไดชวยเหลือเราเชนนี้แลวไทยก็จะตองดํารงคงเอกราช
ไปชั่วกาลปาวสาน
ไชโย แดดจะรอนอยางไรขอใหประเทศไทยจงเจริญ
คณะพรรค ๔ สหายของเราพรอมดวยภรรยาของเขาและทานผูใหญทุกคน ไดมีโอกาสไปชมการ
แสดงแสนยานุภาพของกองทัพซีอาโตที่สนามบินดอนเมืองในวันนั้นดวย ตามวิสยั ของคนที่มีรถเกง และมี
เงิน ซึ่งไมวาเขาจะมีอะไรกันก็ตองเฮไหนเฮนั่น
แตที่ดอนเมือง แดดรอนจัดเหมือนกับใจกลางอาฟริกาไมมผี ิด คณะพรรค ๔ สหายของเรายืนตาก
แดดอยูไดสองชั่วโมงเศษก็พากันกลับเขากรุงเทพ ฯ และปวดหัวตัวรอนไปตามกัน โดยเฉพาะคุณหญิง
วาดถึงกับเปนลมในรถยนตขณะที่เดินทางกลับ ซึ่งเดินทางออมจังหวัดนนทบุรีเขากรุงเทพ ฯ เพราะตาม
เสนทางพหลโยธินนั้นมีรถยนตยวั้ เยีย้ สับสนอลหมาน และรถติดกันเปนแถวตลอดทาง ทั้งนี้ก็เพราะคิด

เฉลี่ยพื้นที่ในจังหวัดพระนครแลวก็ปรากฏวาประเทศไทยเรามีรถยนตมากที่สุดในโลก ซึ่งบางครั้งรถยนต
เหลานี้ก็มกั จะขึ้นไปแลนบนอกคนบาง บนศีรษะคนบาง ทําใหผูคนเดินถนนลมตายไปตามกัน บางก็ชัก
ดิ้นชักงอแขนขาหักตามอัธยาศัย แลวนักขับรถยนตเหลานั้นก็หัวเราะชอบอกชอบใจกอนที่จะไปเขาตะราง
หลังจากวันซีอาโตผานพนไปแลว บานพัชราภรณกอ็ ุนหนาฝาคั่งไปดวยนักวิทยาศาสตรทั้งหลาย
ซึ่งสวนมากเปนดอกเตอรสําเร็จวิทยาศาสตรมาจากตางประเทศ บรรดานักวิทยาศาสตรเหลานี้ลวนแตเปน
เพื่อนของดร.ดิเรกของเรา แตบางคนที่เปนลูกศิษยก็มี
คณะพรรค ๔ สหายรูดีวา นายแพทยหนุม ไดเชิญนักวิทยาศาสตรมือเยี่ยมของประเทศไทยมาชุมนุม
กันเพื่อสรางอาวุธมหาประลัยหลายอยางสําหรับมอบใหกองทัพบก, กองทัพเรือและกองทัพอากาศของเรา
มีการทดลองภายในหองทดลองตลอดเวลา บางทีก็มีเสียงระเบิดตูมตาม ทําใหพวกนักวิทยาศาสตรเผน
ออกมาจากหองแทบไมรูทางไป บางทีกไ็ ดยนิ เสียงไดนาโมไฟฟาครางกระหึ่ม เสียงไฟฟาชอต สียง
เครื่องยนตเล็ก ๆ ทํางาน อันเปนเหตุใหเจาคุณประสิทธิ์ ฯ และคุณหญิงวาดกลุมใจไปตามกัน
“ถามันจะไมดีเสียแลวนะคะเจาคุณ” คุณหญิงวาดไดกลาวกับเจาคุณประสิทธิ์ ฯ ในตอนบายวัน
หนึ่ง “พอดิเรกกับพรรคพวกของเขาไดทําการคนควาทดลองอะไรตออะไรสารพัด จนกระทั่งเกิดระเบิด
ขึ้นตั้งหลายครัง้ ถาหากวาเกิดการระเบิดอยางรุนแรงขึน้ ตึกของเราก็คงพังทลายราบ”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ ยิ้มแหง ๆ
“นั่นนะซี ตึกพังนะไมเปนไรหรอก สําคัญวาตึกมันจะทับเราตายเทานั้น ความจริงการทดลองที่
นากลัวเชนนี้ เขาตองไปทดลองกันตามภูเขาที่หางไกลจากยานชุมนุมชน นี่ฉันไดขาววาขณะนี้ดิเรกเขา
กําลังทดลองระเบิดปรมาณูของเขา”
คุณหญิงวาดสะดุงเฮือก
“หรือคะ อายลูกระเบิดที่เคยถลมเมืองญี่ปุนใชไหมคะเจาคุณ”
“ถูกแลวคุณหญิง ฝรั่งไดใชเวลาคิดคนปรมาณูตั้งนาน ฝรั่งที่ฉันพูดถึงก็คืออเมริกานั่นเอง ลงทุน
ไปตั้งหลายพันลานกวาจะสรางปรมาณูสําเร็จ แตดิเรกบอกฉันวานักวิทยาศาสตรของอเมริกานัน้ โงกวา
เขามาก ดิเรกยืนยันวาเขาลงทุนเพียงหกสลึงเทานั้น สําหรับลูกระเบิดปรมาณูลูกหนึ่ง พอที่จะถลม
กรุงเทพ ฯ ทั้งเมืองใหราบเปนหนากลอง”
คุณหญิงวาดทําตาปริบ ๆ
“ลงทุนเทาไหรคะเจาคุณ”
“หกสลึงจะคุณหญิง หกสลึงหรือบาทหาสิบสตางคนั่นเอง”
คุณหญิงทําหนาชอบกล
“โอ-ทําไมถูกนักละคะ”
“ฉันก็วายังงัน้ แหละ ไมนาจะเชื่อ แตมนั ก็เปนไปได เจาดิเรกของเราคนนี้ไมใชยอ ยนาคุณหญิง
คิดอะไรไดทั้งนั้น จนกระทงแทบจะกลาวไดวาไมมีอะไรที่ดิเรกมันทําไมได ดูแตใบละรอยที่พมิ พมาจาก
ฮองกงเถอะ วันนัน้ ฉันไดมาใบหนึ่ง ลูกหนี้เขาเอามาชําระ พอฉันรูวาเปนธนบัตรปลอม แตดิเรกรับเอา

ไป หายเขาไปในหองวิทยาศาสตรเพียงครูเดียวก็กลับออกมา เอาธนบัตรนั้นใชใหเจาแหวเอาไปซื้อเบียร
สองขวด ใชไดอยางสบายเลย เมื่อเร็ว ๆ นี้เจากรซื้อล็อตเตอรี่ไวใบหนึ่ง เลขทายสามตัวของรัฐบาลออก
๓๙๙ แตของเจากรเปน ๓๙๐ ดิเรกมันใชวิชาวิทยาศาสตรทําเลข ๐ ใหเปน ๙ อยางแนบเนียน เจากรเลยให
เจาแหวไปขึน้ เงินเอามาอยางฉลาด”
คุณหญิงวาดหัวเราะชอบใจ
“จริงคะ พอดิเรกแกเกงมาก เข็มขัดทองดิฉัน ซึ่งเจาคุณซื้อใหเปนของขวัญวันเกิดเมื่อเร็ว ๆ นี้
มันขึ้นผิวหอม และชักจะออกสีเขียว ๆ บางแหง ดิฉนั เอาไปใหพอดิเรกแกชวยชุบใหชวั่ โมงเดียวเทานั้น
สุกปลั่งเปนทองรอยเปอรเซ็นตไปทีเดียว”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ ทําหนาชอบกล
“แฮะ ๆ นี่หมายความวาฉันซื้อของเกใหคณ
ุ หญิงยังงัน้ หรือ”
“อุย-เปลาคะ ดิฉันยังไมไดพูดสักนิดวาของเก ดิฉันหมายความแตเพียงวาเข็มขัดทองเสนนั้นทํา
ดวยทองแดงแลวชุบทองตางหาก
อา-ดิฉันเลยใหนังแจวไปแลว
และนึกอยูท ุกวันคืนวาผัวของดิฉัน
กลายเปนจั้บโปยเมื่อแก คนดี ๆ แท ๆ กลายเปนคนเลวไปได แตนั่นแหละคะดิฉันรูดีวาโลกหลังสงคราม
ครั้งที่สองนี้ ศีลธรรมคุณธรรมและวัฒนธรรมไดสูญสิ้นไปหมดแลว”
กอนที่เจาคุณประสิทธิ์ ฯ จะพูดวากระไรเจาแหวก็เดินยองเขามาในหองโถง แลวยอตัวรายงานให
ทานทั้งสองทราบอยางพินอบพิเทา
“รับประทาน
คุณหมอใหกระผมมาเชิญใตเทากับคุณหญิงไปที่หองทดลองวิทยาศาสตรสัก
ประเดี๋ยว”
คุณหญิงวาดทําตาเขียวกับเจาแหว
“ไปบอกพอดิเรกเขาเถอะวา อยาใหขาเกีย่ วของดวยเลย ขาไมชอบดูหรอก ลวนแตปนผาหนาไม
ลูกระเบิด และอะไรตออะไร ซึ่งเปนอาวุธฆาคนทั้งนั้น ขาเปนคนธรรมะธรรมโมโวย เรื่องฆาสัตวตัด
ชีวิตขาไมชอบไมอยากรูอยากเห็น”
เจาแหวทําหนาครึ่งยิ้มครึ่งแหย
“แฮะ ๆ รับประทานเมื่อตอนบายคุณหญิงไปนั่งพักรอนที่ศาลาริมสระใหญหลังบาน รับประทาน
ตกปลาหมอเทศไดถึงเกาตัว”
คุณหญิงวาดคอนขวับ
“ขาตกเฉย ๆ ขาไมไดฆามัน ปลามันถึงที่มันก็กนิ เบ็ดขา แลวขาก็มอบใหยายอิ่มเขาไป ขาไมได
สั่งยายอิ่มใหเอาไปแกงไปตม หรือทาเกลือพริกไทยทอดใหขากิน มันเปนเรื่องของยายอิ่มแก ขาไมรับรู”
ทันใดนั้นเอง นิกรก็เดินพรวดพราดเขามาในหองโถงอยางรอนรน
“คุณอาครับ” นายจอมทะเลนตะโกนลั่น “เชิญไปที่หองทดลองหนอยเถอะครับ แลวคุณอาจะ
ไดเห็นประดิษฐกรรมวิเศษของดิเรก”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ ยิ้มใหหลานภรรยาของทาน

“อะไรวะเจากร”
นิกรลืมตาโพลง
“หุนยนตนะซีครับ พูดได เคลื่อนไหวไดและสามารถโตตอบคําถามของเราไดอยางดี ดิเรกมัน
บอกวา ตอไปในไมชา มันจะสรางหุน ยนตไดปห นึ่งไมนอยกวาหาแสนตัว และถาสงครามเกิดขึ้น เราก็
ไมจําเปนจะตองใชทหารสูรบกับขาศึก หุนยนตเหลานี้จะออกรบแทนทหาร และปฏิบัติหนาที่ไดดีกวา
ทหารเสียอีกเพราะไมตองคอยหลบหลีกกระสุนปนขาศึก พอเห็นขาศึกก็รองไชโย วิ่งเขาตะลุมบอนเลย
ไปดูเสียหนอยซีครับ”
คราวนี้คุณหญิงวาดชักเลื่อมใส
“เอ-อายเรื่องจักร ๆ วงศ ๆ เมื่อสมัยกอนมันไมใชเรื่องเหลวไหลเลยนะคะ เจาคุณ ดิฉันคิดวาใน
สมัยโนน ศิลปวิทยาการคงจะรุงเรืองมากทีเดียว การลองหนหายตัวหรือใชหุนยนตมันเปนเรื่องที่ควรจะมี
ไดในสมัยนั้น”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ เห็นพองดวย
“ถูกทีเดียวคุณหญิง โลกเราในสมัยกอนเจริญรุงเรืองกวาสมัยนี้อีก แตแลวมนุษยไดเกิดรบราฆา
ฟนกัน ใชอาวุธมหาประลัยสังหารกัน ความเจริญรุงเรือง ศิลปวิทยาการตาง ๆ ก็ถูกทําลายหมด ไปดู
หุนยนตของดิเรกมันหนอยเถอะคุณหญิง”
ประมุขของบานพัชราภรณตา งพากันลุกขึน้ เดินออกไปทางหลังตึก นิกรกับเจาแหวตามไปดวย
เมื่อเขามาในหองทดลองวิทยาศาสตร เจาคุณประสิทธิ์ ฯ กับคุณหญิงวาดก็แลเห็นดร.ดิเรกอยูขา ง
หุนยนตของเขา และกําลังอธิบายใหพล, กิมหงวน, กับเจาคุณปจจนึก ฯ ฟง ถึงประสิทธิภาพของ
หุนยนตตัวนี้ นักวิทยาศาสตรหัวนอกสองคนซึ่งเปนเพือ่ นของดิเรกยืนอมยิ้มอยูขาง ๆ นายแพทยหนุม
พอแลเห็นเจาคุณประสิทธิ์ ฯ และคุณหญิงวาดดิเรกก็ยิ้มให
“เชิญครับคุณอา ผมกําลังจะแสดงอานุภาพของหุนยนตตัวนี้ใหคณ
ุ อาชมเปนขวัญตา หุน นีผ้ ม
กับดอกเตอรจอ งและดอกเตอรการุณยไดชว ยกันสรางขึ้นเพียงสองวันเทานั้น”
คุณหญิงวาดยิม้ แหง ๆ มองดูชายหนุมในวัยเดียวกับดร.ดิเรก แตมีรูปรางผอมกระหรองตัวเล็กนิด
เดียวแลวทานก็ถามวา
“เจาแหว มันบอกวาหุน ตัวนี้พูดไดใชไหมคะคุณจอง”
ดร.จองยิ้มแปน
“ออไร-มันเปนสามารถพูดไดครับคุณอา แตถาจะใหผมอธิบายวาทําไมมันถึงพูดได ผมจะตองใช
เวลาอธิบายถึงหกชั่วโมงเปนอยางนอย เอาเปนอันวาหุนตัวนี้พดู ไดก็แลวกันนะครับ”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ กลาวถามดอกเตอรการุณยชายหนุมรางสมารท
“มันสามารถตอบคําถามของเราไดดว ยหรือคุณการุณย”
ดร.การุณยนักวิทยาศาสตรหวั อเมริกันยิ้มเล็กนอย

“ไดบางประโยคครับคุณอา
แตตอไปในไมชา เราจะชวยกันทําใหหนุ ยนตเจรจาโตตอบไดทกุ
ประการ”
เสี่ยหงวนพูดโพลงขึ้นทันที
“อา-คุณดอกเตอรดิเรกครับ
คุณอธิบายฟุงอยูตั้งเกือบชั่วโมงแลว
เมื่อไหรจะลงมือแสดง
ประสิทธิภาพของหุนตัวนี้ใหเราชมละครับ”
นายแพทยหนุม คอนกิมหงวน
“ไอจะแสดงใหดูเดีย๋ วนี้แหละ อา-จะอธิบายใหทราบเสียกอน-“
เจาคุณปจจนึก ฯ พูดขึ้นทันที
“พอแลว-พอแลว แกอธิบายลวนแตหลักวิชาและอางสูตร บา ๆ บอ ๆ ของแก ซึ่งพอพยายามฟง
เทาไรก็ไมรูเรือ่ ง ไมผิดอะไรกับวาแกสีซอใหควายฟง พวกเราไมใชนักวิทยาศาสตร อยาอธิบายดีกวา
พวกเราอยากดูการเคลื่อนไหวของหุนยนตตัวนี้เทานั้น”
ดร.ดิเรกหัวเราะชอบใจ เขาหันมาทางชายหนุมรางบอบบางเพื่อนนักวิทยาศาสตรของเขา
“จองโวย แกไปบังคับเครื่องไฟฟา การุณยไปคุมเครื่องวิทยุ สวนกันจะเปนคนสัมภาษณหุนตัวนี”้
ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ ๔ สหายกับเจาแหว และทานผูใหญทั้งสามตางจองเขม็งมองดูหุนเหล็ก
อันเปนประดิษฐกรรมของดิเรกกับคณะ หุนตัวนี้มีขนาดสูงประมาณหกฟุต รูปรางล่ําสันทะมัดทะแมง
แตงเครื่องแบบทหารบก สวมหมวกเหล็ก มีเครื่องสนามพรอม และถือปนกลแบบหนึ่งในทาเตรียมยิง
รูปรางของหุนขนาดทหารฝรั่ง
เสียงเครื่องกําเนิดไฟฟาเริ่มทํางาน แลวดร.จองประจําเครื่องกําเนิด ๆ ไฟฟายืนอยูซ ายมือของหอง
สวนดร.การุณยนั่งที่โตะวิทยุขนาดใหญเต็มไปดวยเครื่องยนตกลไก และแลวดร.การุณยก็เริ่มบังคับหุนยนต
ใหเคลื่อนไหวดวยกระแสวิทยุ
ความประหลาดมหัศจรรยใจไดบังเกิดขึ้นแลว คุณหญิงวาดรองวายแลวถอยกรูดเมื่อหุนเหล็กเริ่ม
กระดุกกระดิกเคลื่อนไหวได แตมันไมไดเดินออกจากทีข่ องมันเพียงแตอาปากหาวดัง ๆ แลวยกแขนทั้งสอง
ขึ้นบิดขี้เกียจเทานั้น
“เฮิ้ว-ยืนอยูสองวันแลวงวงนอนเหลือเกินครับคุณหมอ”
คณะพรรค ๔ สหาย นัยนตาเหลือกไปตามกันเพราะนึกไมถึงวาหุน ยนตจะพูดได เสียงของมัน
หาว ๆ ชอบกล และภายในตัวหุน มีเสียงเหมือนเครื่องไฟฟาเล็ก ๆ ครางกระหึ่มตลอดเวลา
“เอาซีครับคุณพอ จะถามอะไรหุนของผมก็ได แตขอใหเปนปญหางาย ๆ นะครับ เพราะขณะนี้
หุนของผมมีความรูไมเกินเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ เนื่องจากอยูใ นขั้นทดลอง แตตอ ไปหุนของ
ผมทุกตัวจะมีความรูขนาดนักเรียนหัวนอกทีเดียว”
เจาคุณปจจนึก ฯ ทําหนากะเรี่ยกะราดชอบกล ทานเดินเขามาหยุดยืนเบื้องหนาหุน ยนตแลวพยัก
หนาใหหนุ ยนตตัวนัน้
“แกชื่ออะไร” เจาคุณปจจนึก ฯ ถามยิ้ม ๆ

หุนเหล็กตอบคําถามทันที
“ผมชื่อกายสิทธิ์ครับ นามสกุลยังไมมีครับ”
คณะพรรค ๔ สหายฮาครืน เจาคุณประสิทธิ์ ฯ นึกสนุกขึ้นมาก็เดินมาหยุดยืนขางเจาคุณปจจนึก ฯ
แลวถามหุนเหล็ก
“เธออายุเทาไร นายกายสิทธิ์”
หุนเหล็กโตตอบทันที
“อายุไดสามวันทั้งวันนี้แหละครับ”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ ทําปากจู หันมาทางเจาคุณปจจนึก ฯ
“ไมใชเลนแฮะเจาคุณ ดิเรกนี่มันยอดคนแท ๆ ”
เจาคุณปจจนึก ฯ เห็นพองดวย
“จริงครับ แตวาเราชมดิเรกคนเดียวไมได ตองชมคุณการุณยดว ยเพราะไดรวมมือกับดิเรกสราง
หุนยนตตัวนี”้ แลวเจาคุณปจจนึก ฯ ก็กลาวถามหุนเหล็กตอไป “เฮ-ฉันอยากจะลองความสามารถของเธอ
สักหนอย เธอคิดเลขงาย ๆ ไดไหม?”
หุนยนตพยักหนาและยิ้มละมัย
“พอจะทําไดครับ อา-ใตเทาทั้งสองกรุณาถอยออกหางผมหนอยเถอะครับ ผมไดกลิ่นตุ ๆ แลวจะ
พาลเปนลม”
คณะพรรค ๔ สหายหัวเราะครืน สองเจาคุณเมมปากแนนทําตาปริบ ๆ คุณหญิงวาดวาเสียงอหาย
เจาแหวไมกลาหัวเราะ คงกลั้นหัวเราะแทบแย ยกมือหยิกกนตัวเองเพื่อใหเจ็บจะไดไมหวั เราะ ดร.จองกับ
ดร.การุณยหวั เราะในลําคอ
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ ทําตาเขียวกับดร.ดิเรก
“หุนของแกทะลึ่งพอ ๆ กับอายหงวน หรืออายกรทีเดียว ถาขืนใหมันพูดมากปากพลอยยังงี้อกี ละ
กอ อาจะเอาไฟเผานะโวยจะบอกให”
นายแพทยหนุม หัวเราะหึ ๆ
“หุนของผมมันขวานผาซากสักหนอยครับ มันไมมีชวี ติ จิตใจนี่ครับคุณอา อยาไปถือสาหาความ
มันเลย”
คุณหญิงวาดหัวเราะจนเสียดทอง
ทานเดินเขามาหยุดยืนขางหนาหุนเหล็กแลวพูดพลางหัวเราะ
พลาง
“หุน-หุนจา”
“จา” หุนขานรับเสียงหาว ๆ
คุณหญิงวาดชักใจไมดีถอยหลังกรูด พยายามปลอบใจของทานใหเขมแข็งกลาวกับหุน เหล็กตอไป
“นี่แนะนายหุน ฉันถามเธอหนอยเถอะจะทดสอบเชาวของเธอ จงตอบซิวา สิบบวกหาเปน
เทาไร”

หุนยนตยิ้มแหง ๆ หันมามองดูดร.ดิเรกแลวยกมือปองปากกระซิบกระซาบถาม
“เทาไรครับคุณหมอ”
นายแพทยหนุม หัวเราะกาก
“คิดเอาเองซีโวย สอนใหแลวนี่หวา”
มนุษยเทียมทําปากหมุบหมิบ เปลี่ยนสายตามาที่คุณหญิง คณะพรรค ๔ สหายและทานผูใหญตาง
แปลกใจเหลือที่จะกลาว เทาที่หุนยนตตวั นี้สามารถเจรจาโตตอบไดเหมือนกับวามันมีชีวิตจิตใจจริง ๆ
“อา-โจทยเลขของคุณหญิงวายังไงนะครับ”
คุณหญิงวาดอมยิ้ม
“ฉันถามเธอวา สิบบวกหาเปนเทาไร”
หุนเหล็กนิ่งคิดสักครู ยกนิว้ มือขึ้นนับพูดพึมพําในลําคอ สักครูก็ตอบคุณหญิงวาดอยางนอบนอม
“สิบหกใชไหมครับ”
ดร.ดิเรกจุย ปากเดินเขามายกมือขวาเขกศีรษะหุน วิเศษของเขาเต็มแรงเสียงดังโปก
“นี่แนะ อายบัดซบ เลขในใจงาย ๆ อยางนี้ยังคิดไมถูกมีอยางหรือวะ สิบบวกหาเปนสิบหก”
แลวดร.ดิเรกก็ตวาดลั่น “คิดใหม”
หุนยนตทําหนาเบเหมือนกับจะรองไห อาปากหมุบหมิบคิดเลขในใจ แลวก็ตอบคุณหญิงเสียง
ออมแอม
“สิบหาครับ”
ทานผูใหญทั้งสามและ ๔ สหายตางตบมอใหเกียรติหนุ ยนตพรอม ๆ กัน หุนวิเศษกมศีรษะเล็กนอย
แลวยกมือทั้งสองประสานกันเหนือศีรษะ
“วิเศษมากหมอ” พลกลาวกับดร.ดิเรกอยางเปนงานเปนการ “แกเปนนักวิทยาศาสตรและนัก
ประดิษฐยอดเยี่ยมที่สุดในโลกแหงยุคปรมาณูนี้ และคุณจองกับคุณการุณยกเ็ ชนเดียวกัน กันขอชมดวย
ความจริงใจ”
ทันใดนั้นเอง ก็เกิดเสียงระเบิดขึ้นทีเ่ ครื่องไฟฟา ดังเหมือนเสียงปนสองนัด คุณหญิงวาดรอง
สุดเสียง โผเขากอดเจาคุณประสิทธิ์ ฯ แนน ดร.ดิเรกแลเห็นกลุมควันพุงออกมาจากเครื่องกําเนิดไฟฟาก็
ตกใจรองบอกเพื่อนเกลอของเขา
“เฮ-ไฟช็อทแลวโวยจอง ดึงสายสีดําออกเร็ว”
ดร.จองลนลานเอื้อมมือจับสายสีเขียวแทนที่จะจับสายสีดํา คราวนี้ทุกคนก็แลเห็นดร.จอง ชาย
หนุมรางเล็กผอมกระหรองสะดุงเฮือกสุดตัว ในทาทางของคนติดไฟฟา
“โอย” เจาแหวตะโกนสุดเสียง “รับประทานแยแลว”
นิกรวิ่งพรวดพราดเขาไปชวย ดร.จองเขาเอื้อมมือจับแขนขวาดร.จองเพื่อจะกระชากออก แตแลว
นิกรก็สะดุงสุดตัวดิน้ ทุรนทุรายนาสงสาร เพราะไฟฟาติดตัวเขา

ความโกลาหลอลหมานเกิดขึน้ ทั่วหองทดลองวิทยาศาสตรทันที
คุณหญิงวาดงันงกตกประหมา
เกรงวาหลานชายของทานจะติดไฟฟาตาย เสี่ยหงวนวิ่งเขาไปชวยนิกรและดร.จองทันที
แตอาเสี่ยก็โงพอ ๆ กับนายจอมทะเลน พอเขายกมือจับแขนนิกร แลวเสี่ยหงวนก็สะดุง มีกิรยิ า
ชักกระตุกเหมือนสุนัขถูกยาเบื่อ ทั้งสามคนพูดไมออกไดแตทุรนทุราย
นายพัชราภรณมีกิริยาระล่ําระลัก
“หมอ ชวยหนอยซิโวย”
ดร.ดิเรกยิ้มอยางใจเย็น เดินเขาไปหาดร.จองกับนิกรและกิมหงวน เขามองดูหนาคนทั้งสามอยาง
ขบขัน แลวกลาวสัพยอกกิมหงวน
“เปนยังไงบาง ไฟฟาดูดเพลินดีไหม”
กิมหงวนพูดไมได ไดแตชกั กระตุกนัยนตาตั้ง สวนดร.จองกับนิกรมีทีทาจะหมดแรงอยูแลว ดร.
ดิเรกเอื้อมมือยกสวิทขางเครื่องกําเนิดไฟฟาขึ้น เทานั้นเองไดนาโมก็หยุดทํางาน อาเสี่ยกับนิกรและดร.จอง
ยืนเซอทั้งสามคน ดร.การุณยดุดร.จองเอ็ดตะโร
“ยูไมนาจะเซออยางนั้น เสียแรงที่เปนศาสตราจารย ขามน้ําขามทะเลไปเรียนเมืองนอกเมืองนา
หวิดตายแลวไหมละ”
ดร.จองถอนหายใจเบา ๆ
“ไมทันดูใหแน เลยควาเอาสายไฟเขาเต็มที่ คุณนิกรกับเสี่ยหงวนก็เกือบจะตายกับกัน เพราะคิด
ชวยกัน”
เสียงจอกแจกจอแจดังขึน้ ทัว่ หองทดลองวิทยาศาสตร ดร.ดิเรกพิจารณาดูเครื่องกําเนิดไฟฟาสักครูก็
กลับมาหาคณะพรรค ๔ สหาย
“ไฟฟาช็อทเสียแลวครับ คุณอา” เขากลาวกับเจาคุณประสิทธิ์ ฯ “การแสดงสําหรับหุนวิเศษ
จําตองยุติลงเพียงเทานี้ ใหเราซอมเครื่องกําเนิดไฟฟาเสียกอนแลวเราจะแสดงใหดใู หม”
ทานผูใหญทั้งสาม และพล นิกร กิมหงวนตางชมเชยความสามารถของดร.ดิเรก กับเพือ่ น
นักวิทยาศาสตรทั้งสอง ทําใหนายแพทยหนุมกับดร.จองและดร.การุณยหนาบานไปตามกัน
ดร.การุณยกลาวขึ้นวา
“คนไทยเราทีไ่ ปเรียนเมืองนอกกลับมาโดยมากมักจะเขารับราชการกันหมด แตพวกผมไมยอมทํา
อยางนั้นหรอกครับ เราเรียนมาแลวก็ตองนําวิชาที่เรียนมาใชใหเปนประโยชนแกประเทศชาติ”
ดร.จองพูดเสริมขึ้นอยางจอง
“พวกเรานักวิทยาศาสตรไทย ซึ่งมีดอกเตอรดิเรกเปนผูนํา กําลังจะทําใหโลกตืน่ เตนในไมชานี้
แหละครับคุณอา”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ อมยิ้ม
“นั่นนะซี บอกอาหนอยไดไหมคุณ เทาที่พวกคุณมาชุมนุมกันทีน่ อี่ ยางคับคั่งนะจะคิดทําอะไรกัน
บางเรารูก็แตเพียงวา พวกคุณกําลังสรางอาวุธมหาประลัยใหแกกองทัพของเรา”

ดร.จองหันมาทางดร.ดิเรก
“ชวยเรียนใหคุณอาทราบหนอยซีเพื่อน”
ดร.ดิเรกยิ้มแปน เขายืดอกขึน้ ในทาเบง แลวกลาวขึ้นอยางภาคภูมวิ า
“เราจะจัดวันอีโตขึ้นในเร็ววันนีแ้ หละครับ”
คุณหญิงวาดอาปากหวอ
“วันอีโต ในครัวนะหรือพอดิเรก”
นายแพทยหนุม ทําคอยน ทามกลางเสียงหัวเราะอยางครื้นเครง ดิเรกพูดกับคุณหญิงวาดดวยเสียง
หัวเราะ
“ไมใชอีโตในครัวครับ คุณอาหญิง อีโตเปนภาษาอังกฤษและคํายอ แบบเดียวกับซีอาโต”
“ออ ยังงั้นหรือ อานึกวาเธอจะเอาอีโตในครัวมาเฉาะกบาลกันเลนแกกลุม แลวเรียกวันนัน้ วา
วันอีโตเสียอีก”
นิกรกลาวขึ้นดัง ๆ
“วันอีโต คือวันอะไรวะ”
ดร.ดิเรกหันมายิ้มใหนิกร แลวอธิบายใหทราบ
“วันอีโตก็คือ วันทีก่ ันกับนักวิทยาศาสตรมือเยี่ยมแหงประเทศไทยจะแสดงอาวุธมหาประลัยและ
การซอมรบดวยกระสุนจริงของกองทัพหุนเหล็กที่เคลื่อนไหวไดเหมือนมนุษยธรรมดา นอกจากนีเ้ รายังจะ
แสดงจรวดลางโลกตลอดจนระเบิดปรมาณู ระเบิดไฮโดรเจน การแสดงขับเครื่องบินไอพนประจัญบาน
โดยนักบินหุน เหล็ก การกระโดดรมในระยะต่ําของกองทัพพลรมหุนเหล็ก รวมความแลว จะเปนการ
แสดงอันนาตืน่ ตาตื่นใจที่สุด รับรองวาการแสดงของกองทัพซีอาโตจะไมมีความหมายอะไรเลย หาก
ประชาชนไดเห็นการแสดงของกองทหารหุนยนตหรือหุน เหล็กแลว
ถาหากกองทัพอากาศรวมมือกับเรา
การแสดงอานุภาพของอีโตกจ็ ะเปนไปดวยดี ที่สนามบินดอนเมืองภายในเร็ววันนี”้
กิมหงวนพูดโพลงขึ้นทันที
“เราสามคนจะมีโอกาสไดรว มแสดงดวยไหมดิเรก”
ดิเรกยิ้มใหเสีย่ หงวน
“ออไร แกทั้งสามคนตลอดจนคุณพอและอายแหวจะมีความสําคัญยิ่งในวันอีโตของเรา”
เจาแหวหัวเราะชอบใจ
“รับประทานหวานเลยครับ ผมจะไดเตรียมอีโตงาม ๆ ไวสักเลม”
นายแพทยหนุม กลืนน้ําลายเอื๊อก
“ไมตองโวย อีโตไมไดหมายความวามีดอีโต”
เสียงหัวเราะดังขึ้นลั่นหองทดลองวิทยาศาสตร ตอจากนั้น ดร.ดิเรกกับเพื่อนเกลอของเขาทั้งสอง
คนคือดร.การุณยกับดร.จองก็อธิบายแผนการอีโตใหสามสหายและทานผูใหญฟง ซึ่งมีสาระสําคัญวา ยุคนี้
เปนยุคปรมาณู สงครามโลกครั้งที่สามที่จะเกิดขึ้น ยอมจะนําความพินาศฉิบหายใหแกมนุษย ตลอดจน

๑๐

วัตถุ แมแตโลกของเรานี้ ก็อาจจะพังทลายดวยระเบิดปรมาณู ไฮโดรเจน, และนิวเคลียร ทหารในแนว
รบจะถูกฆาตายนับแสนลานในพริบตาเดียว ฉะนัน้ ดร.ดิเรกกับนักวิทยาศาสตรชั้นดี จึงรวมมือรวมใจกัน
สรางอาวุธราย และทหารหุน ยนตขนึ้ เตรียมไวสูรบกับศัตรูผูรุกรานประเทศไทยใหประชาชนชมเร็ว ๆ นี้ใน
วันอีโต
ดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์ กรรมการสภาปองกันราชอาณาจักร และนายกสมาคมพลังงานปรมาณูแหง
ประเทศไทย ไดวิ่งเตนติดตอกับกองทัพอากาศเพื่อเปดวันอีโตที่สนามบินดอนเมือง โดยมีพณ ฯ ทาน
รัฐมนตรีหลายคนสนับสนุน
นายแพทยหนุม ของเรานี้ ไดประดิษฐอาวุธและเครือ่ งมือสําคัญใหกองทัพอากาศหลายชิ้นมาแลว
ดังนั้นทางกองทัพอากาศจึงไมขัดของในการใหยืมสถานที่และพรอมทีจ่ ะรวมมือดวยทุกประการ เพื่อใหพี่
นองปลายตระกูลไทยไดเห็นความสามารถของนักวิทยาศาสตรไทย และจะไดอบอุนใจนอนตาหลับที่ไทยเรา
มีอาวุธราย มีทหารหุน สําหรับปราบปรามศัตรูผูรุกราน
ในที่สุด หนังสือพิมพรายวันทุกฉบับ ทัง้ ภาษาไทย, จีน, แขก, ฝรั่งที่พิมพจําหนายในกรุงเทพ ฯ
ก็ลงขางพาดหัวอยางครึกโครมถึงวันอีโต
หนังสือพิมพไทยแก ไดเสนอขาววา
...ภายใตดวงอาทิตยนี้ ไมมอี ะไรที่ดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์ทําไมได
ดร.ดิเรก นักวิทยาศาสตรผูยิ่งใหญของโลกและของประเทศไทยไดรว มมือกับนักวิทยาศาสตรไทย
อีกหลายทาน แหงสมาคมพลังงานปรมาณูแหงประเทศไทยสรางอาวุธรายขึ้นหลายชนิด ซึ่งเราไมสามารถ
จะเปดเผยได นอกจากนี้ ยังไดสรางหุนยนตไวมากมาย
ในวันอาทิตยที่ ๔ มีนาคม ศกนี้ กองทัพอากาศจะไดรวมมือกับดร.ดิเรกและคณะเปดวันอีโตขึ้นที่
สนามบินดอนเมืองนับตั้งแตเวลา ๘.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. เพื่อใหประชาชนไดชมการแสดงอาวุธราย และ
อภินิหารของกองทหารหุนเหล็ก ซึ่งเคลื่อนไหวได พูดได ทําการรบไดเชนเดียวกับทหารที่ไดรับการฝก
มาอยางดี
เราจะไดเสนอรายละเอียดวันอีโตในฉบับตอไป ดร.ดิเรกไดกลาวกับผูสื่อขาวของเราวา ผูที่ไดชม
การแสดงในครั้งนี้ จะนอนหลับไมตองหวาดระแวงภัยสงครามตอไป ภาพบนซายคือดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์
ภาพกลางดร.ดิเรกกับคณะพรรค ๔ สหายและพระยาปจจนึกพินาศพอตาของเขา และภาพขวา คณะ
นักวิทยาศาสตรมือเยี่ยมแหงสมาคมปรมาณู ผูที่ไดปรากฏในภาพเหลานี้ ลวนแตมีบทบาทสําคัญในการ
แสดงวันอีโต
อีกครั้งหนึ่ง ที่สนามบินดอนเมืองไดตอนรับประชาชนนับแสน
นับตั้งแตรุงอรุณของวันอาทิตยที่ ๔ มีนาคม รถยนตชนิดตาง ๆ ไดแลนไปตามถนนพหลโยธินเปน
แถวเหยียดสุดสายตา รถทุก ๆ คันบรรทุกคนแนน บายโฉมหนาไปสนามบินดอนเมือง เพื่อชมการแสดง
อีโต

๑๑

ยังไมทันจะถึง ๘.๐๐ น. สนามบินดอนเมืองอันกวางขวางก็เต็มไปดวยฝูงชนทําใหสนามบินแคบ
และเล็กไป ประชาชนคนไทยทั้งหลายตางรูดีวา ดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์ เปนนักวิทยาศาสตรยอดเยีย่ มคน
หนึ่งของโลก ทุกคนจึงเลื่อมใสศรัทธาเขา ยิ่งไดทราบรายการแสดงอันละเอียดถี่ถวนจากหนาหนังสือพิมพ
ประชาชนก็รสู ึกตื่นเตนอยากจะชมการแสดงนี้
บรรดาเจาหนาที่ของกองทัพอากาศตางลงความเห็นสอดคลองตองกันวา จํานวนประชาชนที่มาชม
งานวันอีโตนนั้ มากกวาวันซีอาโตถึงสามเทาเปนอยางนอย
ทามกลางแสงแดดอันแผดรอนกลา ประชาชนตางยืนหอมลอม มองดูอาวุธรายตาง ๆ ซึ่งดร.ดิเรก
กับเจาคุณปจจนึก ฯ และสามสหายเปนเจาหนาที่อธิบายใหประชาชนทราบ มีเจาแหวยืนรับใชอยูขาง ๆ
การแสดง ๘.๐๐ น. ถึง ๙.๐๐ น.เปนการแสดงอาวุธที่ตั้งไวใหชม อาวุธเหลานี้วางอยูบนยกพื้นสี่เหลี่ยมคลาย
เวทีมวย แตกวางใหญกวาหลายเทา ไกลออกไปจากยกพื้นราว ๑๐ เมตร มีเชือกกัน้ ทั้ง ๔ ดานเปนบริเวณ
สารวัตรทหารอากาศยืนอยูนอกเชือก ในระยะหางกันหนึ่งกาวตอคน ทําหนาที่ปองกันไมใหประชาชน
ลวงล้ําเขามาในเชือกกัน้ ทั้งนี้เพราะอาวุธที่นําออกแสดงบางชนิดอาจจะระเบิดขึ้นไดอยางงายดาย ถามีใคร
ไปแตะตองมันเขา
ดร.ดิเรก อธิบายกระสุน ปตอ. ใหประชาชนฟงจนคอแหงแลวเขาก็วางกระสุนปนใหญขนาด ๔๐
มม. ลงบนที่ของมัน นายแพทยหนุม ลวงกระเปากางเกงหยิบผาเช็ดหนาออกมาเช็ดเหงื่อทามกลางเสียง
จอกแจกจอแจของประชาชน
คณะพรรค ๔ สหายของเรากับเจาแหวและเจาคุณปจจนึก ฯ ตางแตงกายเลียนเครื่องแบบทหารบก
สวมหมวกเหล็ก สวมท็อปบูตสั้นสะพายปนกลมือแบบใหมคนละกระบอก ซึ่งใชยิงดวยกระสุนปรมาณู
ประชาชนคนดูตื่นเตนไปจามกันเมื่อไดเห็นอาวุธรายเหลานี้
ดร.ดิเรกกระซิบกระซาบกับพลเบา ๆ
“แดดรอนเหลือเกินโวย หาเมฆสักกอนเดียวก็ไมมี อีกตั้ง ๒๐ นาที กวาจะหมดรายการนีเ้ ราจะ
ไดเขารม”
เสียงประชาชนรองตะโกนโหวก ๆ ขอใหบรรยายอาวุธรายตอไป เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือตบหลัง
เสี่ยหงวนแลวกลาววา
“แกชวยอธิบายแทนดิเรกมันหนอยซีวะ ดิเรกมันเหนื่อยแลว”
กิมหงวนยิ้มอยางภาคภูมิ
“ไดซีครับ ผมนะยืนเปรี้ยวปากมานานแลว”
พูดจบเขาก็หนั มาทางนายแพทยหนุม “กันจะอธิบายจรวดวิเศษของแกใหประชาชนเขาฟงนะ”
ดร.ดิเรกพยักหนา
“ดีแลว เพราะในเรื่องจรวดวิเศษนี้แกเขาใจดี”
อาเสี่ยเดินเขาไปหยุดยืนที่จรวดปรมาณูของดร.ดิเรก ซึ่งตั้งอยูบนรางอันกะทัดรัดของมัน จรวดนี้
มีขนาดเล็กมาก ยาวเพียง ๑๒ นิ้ว และวัดเสนผาศูนยกลาง ประมาณสองนิ้ว หัวของจรวดทูไมแหลม

๑๒

กิมหงวนชี้มือไปที่จรวด แลวยิ้มใหกลุมประชาชนซึ่งยืนเบียดเสียดยัดเยียดกันอยูน อกเชือก
“ทานทั้งหลาย ทานทราบไหมครับวาอาวุธสิ่งนี้คืออะไร” เสี่ยหงวนตะโกนขึ้นดัง ๆ
กระทาชายนายหนึ่ง ซึ่งเปนผูเลื่อมใสในอาวุธมหาประลัยเหลานี้ ไดรองตะโกนตอบกิมหงวนตาม
ทรรศนะของเขาวา
“ไมตีพริกวิเศษใชไหมครับ”
เสียงหัวเราะและเสียงฮาอยางครื้นเครงดังขั้นทันที กิมหงวนทําตาปริบ ๆ ยกมือเทาสะเอวมองไป
ทางผูพูด
“วัตถุสิ่งนี้คือจรวดวิเศษครับ ไมใชไมตีพริก อา-โปรดเขาใจเสียใหม เราเรียกมันวาจรวดวิเศษ
หรือจรวดทะลายโลก ซึ่งดอกเตอรดิเรก ณรงฤทธิ์ นักวิทยาศาสตรผูยิ่งใหญของเราเปนผูประดิษฐขนึ้
มอบใหกองทัพบกและกองทัพเรือไวใชทาํ ลายพวกศัตรู ขอไดโปรดตบมือใหดอกเตอรดิเรกหนอยครับ”
เสียงตบมือโหรองดังขึ้นทันที ดร.ดิเรกปลื้มใจจนหนาแดงกล่ํา เขาชูมือขวาขึ้นเหนือศีรษะตอนรับ
เสียงตบมือโหรองของประชาชน อาเสี่ยกิมหงวนอธิบายประสิทธิภาพของจรวดวิเศษใหฟงตอไป
“พี่นองที่รักทั้งหลาย ความจริงจรวดนี้เล็กนิดเดียว เล็กกวาจรวดที่ทานเคยเห็นในวันแสดง
แสนยานุภาพของกองทัพซีอาโตมากมายนัก สามารถยิงไปไดรอบโลก และจะบังคับใหตกระเบิดเมืองใด
ไดทั้งนั้น สวนอํานาจระเบิดของมันรุนแรงเทากับระเบิดไฮโดรเจนบ็อมบถึง ๒๐ ลูก อา-ทานไมตองตกใจ
ขณะนี้ เราไดถอดสวนหัวของมันออกแลว รูปลักษณะของมันจึงมีสวนเหมือนกับไมตีพริกในครัวของทาน
โปรดอยาพยายามคิดวาไมตพี ริกเปนอันขาด เพราะไมตพี ริกเปนอาวุธที่ใชในครอบครัวเทานั้น”
ประชาชนตางหัวเราะชอบอกชอบใจไปตามกัน อาเสี่ยยิม้ นอยยิ้มใหญอธิบายใหฟงตอไปอีก
“ทานที่รัก ทานโปรดนอนใจไดแลวในเรือ่ งความปลอดภัยของประเทศชาติเรา ถาสงครามเกิดขึ้น
ถาใครรุกรานเรากอน กองทัพซีอาโตอันเกรียงไกรก็จะยกมาชวยราทันที และทหารแนวหนาของเรานั้นจะ
ใชทหารหุน พยนตทั้งสิ้น ขอใหทานอดใจรออีกสักครู ทานจะไดชมกองทัพหุน พยนตสูกัน แบบศึก
ตะลุมบอนอยางดุเดือด ดวยกระสุนจริงตามรายการในสูจิบัตรที่ทานไดรับแจก ทานไมตองกลัวสงคราม
แลว กองทัพขาศึกจะถูกกองทหารหุนโจมตีแตกพายยับเยิน เราจะสงฝูงเครื่องบินที่ไมมีคนขับ นําระเบิด
ปรมาณู ไปทิ้งบานเมืองของขาศึก และเราจะสงจรวดทะลายโลก ไปสูอาณาจักรของขาศึก เพียงเวลาไม
ถึงชั่วโมงประเทศคูสงครามของเราก็จะเหลือแตสิ่งสลักหักพัง ผูคนลมตายหมดไมมีเหลือ ทั้งนี้ก็ดว ย
ความสามารถของดอกเตอรดิเรกกับคณะของเขา โปรดตบมือใหดอกเตอรดิเรกอีกสักครั้งเถอะครับ”
คราวนี้ไมมีใครตบมือให ใครคนหนึ่งตะโกนขึ้นดัง ๆ
“มากไปโวย ตบหลายหนแลว”
กิมหงวนชักฉิว
“พี่นองที่รกั การตบมือใหเกียรติผูที่มีบญ
ุ คุณตอประเทศชาติหลาย ๆ ครั้งนะ เปนเรื่องที่ทานอิด
หนาระอาใจหรือครับ ทานคิดบางไหมวาดอกเตอรดิเรกผูนี้เปนผูทชี่ วยใหประเทศชาติของเรารอดพนภัย

๑๓

จากขาศึก ถาทานไมตบมือขาพเจาจะถือวา พวกทานเปนคอมมิวนิสตและทานจะมีความผิดตามมาตรา
๑๐๔ กบฏภายในพระราชอาณาจักร”
เทานี้เอง เสียงตบมือก็ดงั ขึ้นสนั่นหวั่นไหว แมกระทั่งคนแกหลังโกงก็ตองรีบตบมือดวยความ
หวาดกลัวคําขูข องเสี่ยหงวน
อาเสี่ยเดินกลับมาหาคณะพรรคของเขา ซึ่งยืนอยูขางเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวแลวเขาก็กลาว
กับนิกรอยางเปนงานเปนการ
“กันอธิบายจรวดปรมาณูเสร็จแลว ตอไปนี้เปนหนาทีข่ องแกที่จะอธิบายใหประชาชนฟง ถึงเรือ่ ง
ปนกลมือแบบใหม ที่เราสะพายอยูน ”ี้
นิกรอาปากหาว แลวปลดปนกลมืออันเปนประดิษฐกรรมแบบใหมของดร.ดิเรกลงมาจากบา เขา
เดินออกไปยืนกลางเวที ยิ้มใหประชาชนที่ยืนอยูรอบ ๆ บริเวณเชือกกัน้ นายจอมทะเลนยืนนิ่งอึ้งอยูสักครู
ก็กลาวขึ้นดวยเสียงฉาดฉานชัดถอยชัดคํา
“พี่นองทั้งหลาย ในที่สุดผมก็ไดมาพูดไฮดปารคอีกครั้งหนึ่ง”
เจาคุณปจจนึก ฯ นัยนตาเหลือก รีบวิ่งเขาไปหานิกร และยกมือปดปากลูกเขยจอมทะเลนของทาน
ทันที
“ที่นี่ไมใชไฮดปารคโวย แลวก็รัฐบาลทานปดไฮดปารคแลว อยูน อกคุกสบาย ๆ ไมชอบ อยาก
ยายบานเขาไปอยูในคุกหรืออยางไร”
นิกรยิ้มแหง ๆ
“แฮะ แฮะ เผลอตัวไปครับ วิญญาณนักไฮดปารคมันสิงอยูในตัวผมตลอดเวลา”
ทานเจาคุณถอนหายใจเฮือกใหญ
“เรื่องการเมืองอยาเอามาเกีย่ วของดวยเปนอันขาด”
“จริงซีครับ เราเปนขาราชการประจํายุงกับการเมืองไมได”
เจาคุณปจจนึก ฯ หัวเราะหึ ๆ
“ขาราชการกระทรวงไหนวะ”
“กระทรวงมหาเสนหย ังไงละครับ”
ใครคนหนึ่งรองตะโกนขึ้นดัง ๆ
“ไฮดปารคตอไปครับ เราไมตองการฟงเรื่องอาวุธราย เราตองการฟงไฮดปารค”
นิกรยกมือไหวไปทางประชาชนกลุมนั้น
“ประทานโทษครับ การแสดงอีโตในวันนี้ไมเกี่ยวกับการเมืองครับ แฮะ แฮะ รัฐบาลทานยังไม
อนุญาตใหไฮดปารค ขืนพูดผมก็ถูกกิ๊บกับ๊ เทานั้นเอง”
ขณะนัน้ ถึงเวลา ๑๐.๐๐ น.แลว เสียงโฆษกซึ่งเปนนายทหารอากาศไดพูกระจายเสียงจากทาอากาศ
ยานดอนเมืองแจงใหประชาชนทราบ”

๑๔

“ทานทั้งหลาย การแสดงอาวุธสมัยใหมของอีโตไดสิ้นสุดลงแลว อันดับตอจากนีไ้ ป กองทัพหุน
พยนตจะไดแสดงการประลองยุทธดวยกระสุนจริง และลูกระเบิดจริง ๆ ขอเตือนทานผูดูดว ยความหวังดี
วา เพื่อความปลอดภัยของทาน โปรดออกดูที่ขอบสนามดานตะวันออกและดานตะวันตก มิฉะนั้นทาน
อาจจะถูกลูกระเบิดหลงได”
สิ้นเสียงประกาศของโฆษก ประชาชนหลายหมื่นคนก็โกยแนบออกไปจากสนามบินทันที คณะ
พรรค ๔สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวพากันลงจากยกพื้นเดินเขาไปในเต็นทริมสนามดานตะวันตก
หลังหนึ่ง
โฆษกไดประกาศตอไป
“ทานทั้งหลาย เครื่องบินไอพนเครื่องหนึ่งกําลังบินมาทางทิศเหนือในระยะต่ํา ทานคงเห็นแลว
มันกําลังบินตรงมายังสนามบินในระยะต่ําดวยความเร็วสูง ขอใหทานคอยสังเกตใหดี เครือ่ งบินนี้ไมมี
นักบิน ถูกบังคับใหบินโดยวิทยุและเรดา อันเปนประดิษฐกรรมของดอกเตอรดิเรก เครื่องบินจะแสดง
การบินผาดแผลงทิ้งระเบิดนาปาลมและยิงปนกลลงมายังบริเวณเปาปกธงแดงกลางสนาม
ประชาชนตื่เตนไปตามกัน ทุกคนจองตาเขม็งมองดูเครื่องบินไอพนแบบเซเบอรเครื่องหนึ่ง อัน
เปนเครื่องบินประจัญบานทันสมัย ของกองทัพอากาศอเมริกัน และทางอเมริกาไดทําพิธีมอบใหกองทัพ
อากาศไทยเปนงวดแรก ๑๕๐ เครื่อง
เซเบอรบินในระยะสูงเพียง ๕๐๐ ฟต พอเขาเขตสนามบินก็บินต่ําลงมาอีก จนกระทั่งคนดู
มองเห็นที่นั่งนักบินวางเปลา แสดงวาเครื่องบินนี้ไมมคี นขับ
นับวาเปนความประหลาดมหัศจรรยยงิ่ ประชาชนตางสดุดีดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์โดยทั่วหนา เซเบอร
เริ่มแสดงทาผาดแผลงเชิดหัวขึ้นเปนเสนตรง แลวพลิกกลับในทาตาง ๆ บางทีก็บินหงายทอง และเลี้ยวเปน
วงกวางรอบสนาม
คนดูนับแสน จองตาเขม็งมองตามตลอดเวลา เซเบอรบินขึ้นสูระยะสูงและดําดิ่งลงมารัวกระสุน
ปนกลอากาศเสียงสนั่นหวั่นไหว พอบินขนานกับพืน้ ดินก็ยิงจรวดลงสูเปาหมาย ปรากฏวาจรวดทั้งสองลูก
ถูกเปาหมายอยางจังและระเบิดเสียงสนั่นหวั่นไหว ลูกระเบิดนาปาลมลูกหนึ่งลอยละลิ่วจากใตปกเครื่องบิน
หลนลงมาหางจากเปาเพียงเล็กนอย พอกระทบกับพืน้ ดินก็ระเบิดตูม
กลุมควันน้ํามันระคนกับเปลวไฟอันรอนแรงลุกโชติชวง ระเบิดนาปาลมของดร.ดิเรก มีอํานาจ
ระเบิดรุนแรงกวาระเบิดนาปาลมของอเมริกาถึง ๕ เทา ประชาชนทั่งทั้งสนามบินตางตื่นเตนเหลือที่จะกลาว
เครื่องบินประจัญบานแบบเซเบอรเครื่องนั้นแสดงทาผาดโผนใหดูอกี
สักครูก็รอนลงสูสนามบิน
โดยสวัสดิภาพ ทามกลางเสียงไชโยโหรอ ง เครื่องบินซึ่งไมมีนักบินบังคับเครื่องนั้น แลนชา ๆ ผานคนดู
ในระยะใกล ทุกสิ่งทุกอยางบังคับดวยเรดาและกระแสคลื่นวิทยุ
คณะทูตานุทูตทั้งหลาย
ซึ่งนั่งชมอยูบนดาดฟาของทาอากาศยานดอนเมือง
รูสึกประหลาด
มหัศจรรยใจไปตามกัน อัครราชทูตประเทศหนี่งไดถายภาพยนตรดวยฟลมขาวดําขนาด ๑๖ มม. ไวโดย
ตลอด

๑๕

ถึงแดดในตอนสายจะรอนแรงสักเพียงใด ประชาชนนับแสนก็มิไดสนใจกับความรอนแรงของแสง
อาทิตย ทุกคนเลื่อมใสศรัทธาในการแสดงของดร.ดิเรกกับคณะอยางยิง่
ตามเวลาที่กลาวนี้ คณะพรรคสี่สหายกับนันทา, นวลละออ, ประภา, ประไพ เจาคุณปจจนึก ฯ
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ คุณหญิงวาด ละเจาแหวไดนั่งชมการแสดงภายในเต็นทพิเศษ ซึ่งดร.ดิเรกกับนัก
วิทยาศาสตรชนั้ เยีย่ มของประเทศไทยชุมนุมกันอยูใ นเตนทใหญหลังนี้ เครื่องวิทยุเรดา และเครื่องมืออันมี
คามากมายวางอยูบนโตะสี่เหลี่ยมสองโตะ เจาหนาที่ตํารวจ ทหารอากาศยืนเรียงรายหอมลอมเต็นทนี้ ไม
ยอมใหผหู นึ่งผูใดเขามาในเต็นทหรือเดินผานเต็นทเปนอันขาด เวนแตเจาหนาที่หรือกรรมการจัดงานวัน
อีโตเทานั้น บรรดาชางภาพและนักขาวหนังสือพิมพ พยายามจะเขามาในเต็นทใหได แตทางทหารและ
ตํารวจไมยอมใหเขา ถึงแมผูแทนหนังสือพิมพบางฉบับขูวาจะไฮดปารคก็ตาม
เมื่อดร.ดิเรกกับคณะนักวิทยาศาสตรเตรียมพรอมที่จะแสดงในชุดตอไปไดแลว
ดิเรกก็พูดวิทยุ
ติดตอกับโฆษกใหประกาศการแสดงชุดตอไป
เสียงโฆษกดังกังวานออกมานอกลําโพงกองไปทั่วบริเวณสนามบินอันกวางขวาง
“ทานผูดูที่รัก ทานไดเห็นความสามารถของนักวิทยาศาสตรของเราแลวที่ใชเรดาและวิทยุบังคับ
เครื่องบินขับไลแบบเซเบอร ดอกเตอรดิเรกขอใหเราเรียนใหทราบวาถาไทยถูกรุกรานเมื่อใด ฝูงเครื่องบิน
ทิ้งระเบิดทางไกล ซึ่งไมมีนักบินและเจาหนาที่ประจําเครื่องบินจะนําระเบิดปรมาณูหรือไฮโดรเจนไปทิ้ง
เมืองหลวง และเมืองสําคัญของขาศึกใหแหลกลาน สวนทางภาคพื้นดินเราก็จะยิงจรวดปรมาณูไปยัง
ดินแดนขาศึก ไมวาจะอยูไ กลแคไหนเปนยิงถึง และถูกเปาหมายเสมอ อันดับตอจากนี้ไปเราจะไดเริ่ม
แสดงการรบภาคพื้นดินโดยทหารหุนเหล็กหรือหุนพยนต”
พอโฆษกประกาศเชนนี้ ประชาชนก็เฮโลเขาไปในสนามบินอีก โฆษกจึงจําเปนตองขอรองให
ออกไป
“ทานทั้งหลาย ถาทานยังตองการกลับไปเห็นบุตร, ภรรยา, สามี ญาติมิตรของทานละกอ
โปรดถอยออกไปยืนดูที่ขอบสนามดานตะวันออกและดานตะวันตกเทานั้น เพราะการประลองยุทธจะใช
กระสุนจริง ผูที่ยืนดูกลางสนามดานเหนือและดานใต มีหวังตายรอยเปอรเซ็นต”
เทานี้เอง ประชาชนก็ลาถอย แตกฮือเหมือนแมลงวันตอมเม็ดทุเรียนและถูกใครเอาไมกวาดฟาด
เพียงครูเดียวการดูก็มีระเบียบเรียบรอย ไมมีใครกลาล้ําเขาไปในสนาม แมกระทัง่ ทหาร, ตํารวจ หรือ
สารวัตรก็รีบลาถอยปลอดภัยไวกอน
เสียงเครื่องบินครางกระหึ่มเหนือนานฟาทางทิศเหนือ โฆษกประกาศใหทราบทันที
“พี่นองทั้งหลาย เครื่องบินลําเลียงรวมสามเครื่องเดินทางมาแลว สมมุติวา ฝูงเครื่องบินลําเลียง
ของขาศึก กําลังจะสงพลรมลงปฏิบัติการในดินแดนของเรา ทานจงจําไววาเครื่องบินลําเลียงทัง้ สามเครื่อง
ไมมีนักบินและเจาหนาที่และโปรดตั้งใจดูใหดี พลรมเหลานี้คือหุนพยนตหรือหุนเหล็ก คราวนีแ้ หละทาน
จะไดเห็นกองทหารหุนไทย กับกองทหารหุนขาศึกสูรบกันกลางสนามบินดอนเมือง”

๑๖

ประชาชนชายหญิงสงเสียงอื้ออึงไปทั่วสนามบินดอนเมือง
เครื่องบินสองเครื่องยนตทั้งสาม
เครื่องบินผานสนามบินดอนเมืองมาแลว พอเขาเขตสนามดานเหนือ พลรมก็กระโดดออกมาจากประตู
เครื่องบินเปนทิวแถว แลวรมชูชีพก็กางออกมองดูราวกับดอกเห็ดแลสะพรั่ง
“ทหารหุน! ทหารหุน! หุน พยนตโวย! กระดุกกระดิกไดดว ยโวย” ประชาชนตะโกนกันเชนนี้
“โอย! คนนัน้ รมไมกางโวย เฮย ตัวนัน้ ลืมเอารมลงมาโวย”
หุนเหล็กทั้งสองตัว ซึ่งตัวหนึ่งรมไมกางและตัวหนึ่งลืมเอารมลงมาจากเครื่องบินไดลอยละลิ่วลง
มาขางลาง ถึงแมจะเปนเหล็กประชาชนคนดูหวาดเสียวไปตามกัน หุนทั้งสองตัวกระแทกกับพืน้ สนามบิน
เสียงดังโครม เหล็กสวนประกอบตัวหุนแตกกระจายไปหลายชิ้น
เสียงโฆษกประกาศลั่น
“ทานทั้งหลาย พลรมหุนพยนตที่รางกายแหลกเหลวไปนั้นตามปกติไมใครมีวินยั นิสัยไมใครดี
ครับ ดอกเตอรดิเรกใหผมเรียนทานวา ตายแลวชางมัน สรางเอาใหมได ตนทุนสรางหุนเหล็กตัวละ ๖
สลึงเทานั้น”
พลรมหุนพยนตรวม ๕๗ คนลงสูพื้นดินแลว ประชาชนคนดูตื่นตาตื่นใจเปนที่สดุ เมื่อไดเห็น
ทหารหุนอยางชัดเจน
มันไมผิดอะไรกับวาหุน เหลานี้เปนมนุษยผูชายที่แข็งแรงและมีชีวิตจิตใจจริง ๆ
ทหารหุนแตงเครื่องสนามสวมหมวกเหล็กพรอม มีอาวุธปนปราบรถถังสองกระบอก เครื่องยิงระเบิดสี่
เครื่อง สําหรับพลทหารมีปนกลมือเปนอาวุธ สวนนายทหารมีปนพก
เมื่อถึงพื้นดิน ทหารหุนก็ปลดรมออกทิ้ง แลวรวบรวมกําลังเคลื่อนที่มาทางใตโดยไมรีบรอนอะไร
นัก
ทันใดนั้นเอง รถถังแบบเอ็ม ๒๔ รวมสีค่ ันก็แลนออกมาทางโรงเก็บเครื่องบิน แบรแคตทางดาน
ใตของสนาม มีทหารราบประมาณ ๕๐ คนติดตามรถถังมาดวย
ประชาชนสงเสียงเฮฮาทั้งสนาม เมื่อแลเห็นนายทหารประจํารถถังและทหารทีว่ ิ่งตามรถถังมานั้น
ลวนแตหุนพยนตทั้งสิ้น
โฆษกไดประกาศใหทราบอีก
“ทานทั้งหลาย เมื่อทางฝายเราไดทราบวามีพลรมลงปฏิบัติการที่พรมแดนของเรา กองทหารของ
เราก็รีบสงกําลังรถถังและทหารราบมายังที่พลรมลง ขอใหทานพยายามดูใหดี ทัง้ ฝายเราและฝายขาศึก
ลวนแตหุนพยนตทั้งนั้น โปรดอยาล้ําเขามาในสนาม ทหารทั้งสองฝายจะทําการสูรบกันแลว
ประชาชนอกใจเตนไปตามกัน มันไมนา จะเปนไปไดที่หุนพยนตในเครื่องแบบนักรบนี้จะเคลื่อน
ไหวไดเชนเดียวกับทหารจริง ๆ ถึงแมทาทางจะเกงกางไปบางก็นาชมไมนอย
“ทานผูดูโปรดระวัง ใครถูกลูกหลงตายจะมาตอวาเราไมได โปรดถอยออกไป ฝายรุกรานกับ
ฝายปองกันจะรบกันแลว”
รถถังเอ็ม ๒๔ ทั้งสี่คัน ซึ่งมีธงไตรรงคเขียนติดอยูที่ปอ มปนไดแปรขบวนเปนแถวเรียงเดี่ยวอยาง
นาดู นายทหารประจํารถผลุบเขาไปในรถแลว

๑๗

พลรมเปนฝายยิงกอน เสียงปนบาซูกาดังกึกกอง ขาศึกพยายามทําลายรถถังของเราแตยิงไมถกู
รถถังทั้งสี่คันโตตอบดวยกระสุนปนใหญ และนําทหารราบบุกเขาไป ทหารทั้งสองฝายตางกราดกระสุน
เหล็กเขาใสกนั ราวกับหาฝน
การประลองยุทธของทหารหุนพยนต ตื่นเตนนาดูทสี่ ุด ประชาชนเฮโลเขามาในสนามและถูก
กระสุนปนบาดเจ็บลมตายไปหลายคน แตถึงกระนัน้ ก็ไมไดทําใหศรัทธาของคนดูลาถอยไปเสียงนักนิยมดู
การประลองยุทธคนหนึ่ง รองตะโกนลั่น
“ตายเปนตายซีวะ ตองขอดูใกล ๆ ของประหลาดนีห่ วา บุกเขาไปโวยพวกเรา เอา...เฮ...”
รถถังฝายเราคันหนึ่ง ถูกยิงไฟลุกทั้งคัน ทหารหุนคนหนึ่งที่อยูในรถคันหนึ่งเผนแผลวออกมาวิง่
หนีเอาตัวรอด รถถังอีกสามคันใชปนใหญและปนกลระดมยิงขาศึก เสียงกระสุนปนใหญระเบิดกึกกอง
“ตูม! ตูม! บึม!”
ทหารพลรมหลายคนถูกชิ้นระเบิดของปนใหญรถถังหัวขาดตัวขาด แตพลรมเหลานั้นคงรุกคืบหนา
เขามา รถถังอีกคันหนึ่งถูกยิงอยางเหมาะเจาะ ไฟไหมลุกโพลน
เสียงปนดังสนัน่ หวัน่ ไหวตลอดเวลา พลรมลาถอยแลว แตการถอนตัวตอหนาขาศึกเปนไปดวย
ความยากลําบาก หนวยพลรมไดฝงทุนระเบิดไวกอนทีจ่ ะถอย
รถถังของเราสองคันนําหุนพยนตทหารราบบุกเขาไป พอถึงทุนระเบิดที่ฝงก็เกิดการระเบิดอยาง
รุนแรง รถถังคันหนึ่งชํารุดเสียหายอยางหนัก ปฏิบัติการรบตอไมได อีกคันหนึ่งไฟไหมลุกโพลนไปทั้ง
คัน
เมื่อกําลังรถถังขาศึกถูกทําลายหมด ทหารราบของเราก็กระจายกําลังกันออกไปใหไดแนวยาวที่สดุ
แลวเคลื่อนที่เขาหาขาศึก ในเวลาเดียวกันเหลาพลรมก็รุกเขามาอยางองอาจ
กระสุนปนกลมือที่ตางฝายตางยิงกราดเขาหากันนั้นไมทาํ ใหอีกฝายหนึง่ บาดเจ็บลมตายเลย เพราะ
ทหารหุนหาไดมีชีวิตจิตใจไม ประชาชนคนดูตื่นเตนประหลาดใจอยางลนพน ทุกคนปรารภเปนเสียง
เดียวกันวา ไดเห็นเชนนี้แลว ถึงตายก็ไมเสียดายชีวิต
ในที่สุด ทหารหุนทั้งสองฝายก็เขาระยะตะลุมบอน เสียงนายทหารหุน ฝายปองกันรองตะโกนลั่น
“ประจัญบาน ขาพเจาเปนผูน ํา ไชโย”
ทหารฝายเราคือฝายปองกัน ตางวิ่งประดาหนาเขาไปหาขาศึก หุนพยนตฝายขาศึกก็อาจหาญพอ ๆ
กันลุกขึ้นจากที่มั่นวิ่งเขาตะลุมบอนฝายปองกันทันที
“ไชโย! ไชโย! ไชโย!”
พอเขาถึงตัว ทหารหุนทั้งสองฝายก็เขาตะลุมบอนกันอยางไมคิดชีวิต ตีกันดวยพานทายปนกอด
ปล้ําฟดเหวี่ยงกันอยางอุตลุด หุนบางคนลมกลิ้งแตลุกไมขึ้นเรียกเสียงเฮฮาจากคนดูตลอดเวลา
การประจัญบานผานพนไปสักครู ฝายพลรมก็ถูกโจมตีแตกพายยับเยิน บางก็ทิ้งอาวุธชูมือทั้งสอง
ยอมจํานนโดยไมมีเงื่อนไข ทหารฝายปองกันบุกทะลวงรุกไลแคลวคลองวองไวมาก ในที่สุด ฝายพลรมก็

๑๘

ถูกจับปลดอาวุธ และยอมเปนเชลยโดยดี ฝายปองกันตางควบคุมเชลยศึกพาออกไปจากยุทธบริเวณ ฝาย
หุนที่แกลงเปนตายก็ลุกขึน้ เดินตามไป ทามกลางเสียงโหรองของประชาชนคนดู
เสียงโฆษกประกาศลั่น
“ทานที่รัก ทานไดเห็นอภินิหารของทหารหุนแลว ขอใหทานมัน่ ใจไดแลว ตอไปนี้ถาชาติใด
รุกรานขมเหงเรา กองทหารหุนยนตของดอกเตอรดิเรกก็จะถูกสงไปสูรบกับขาศึกทันที ทหารหุนเหลานี้
สามารถพูดไดและมีมันสมองจากอิเล็คโทรนิค ทานคงไดยนิ นายทหารหุนสั่งการรบ และทานยอมไดยนิ
พลหุนรองไชโยเมื่อเขาประจัญบานกัน ไทยจะตองดํารงคงเอกราชชั่วฟาดิน ไชโย”
ประชาชนคนดูรอบสนามบินตางเปลงเสียงไชโยขึ้นพรอม ๆ กัน แลวโฆษกก็ประกาศตอไป
“ทานผูมีเกียรติทั้งหลาย อันดับตอไปนีด้ อกเตอรดิเรก ณรงฤทธิ์ กับคณะจะแสดงการยิงจรวด
ทลายโลก จรวดนีเ้ ปนจรวดวิเศษ ไมผิดอะไรกับเรือ่ งจักร ๆ วงศ ๆ ที่คุณปาคุณนาคุณยายนิยมอานใน
สมัยกอน แตไมไดใชเวทมนตรคาถา ใชความรูอันยอดเยีย่ ม ในวิชาวิทยาศาสตร ดอกเตอรดิเรกจะยิง
จรวดใหวิ่งไปรอบ ๆ สนามบินดอนเมืองในระยะต่ําและจรวดมหาประลัยนี้กจ็ ะคอย ๆ รอนลงทอของมัน
ตามเดิม ขอเรียนใหทานทราบอีกครั้งหนึ่ง เมื่อจรวดวิเศษไดบรรจุหัวปรมาณูแลวจรวดนี้ก็สามารถวิ่งไป
รอบโลกไดหลายตอหลายรอบและจะใหตกระเบิดจุดใดจุดหนึ่งในโลกนี้ไดตามความประสงค ซึ่งดอกเตอร
ดิเรกจะเปนผูบ ังคับใหจรวดวิ่งไปจุดหมายของเขา โปรดคอยชมนะครับ อนึ่ง จรวดนีเ้ มื่อไมไดใสหัวของ
มัน รูปรางของมันก็อาจจะไมเหมือนกับจรวด ขอทานอยาไดเขาใจผิดคิดวาเปนอยางอื่น รับรองวาเปน
จรวดแน ๆ ”
ประชาชนรอบสนามตางสงเสียงอื้ออึงวิพากษวจิ ารณไปตามกัน ขณะนี้เอง รถบรรทุกสิบลอ
ขนาดใหญคันหนึ่ง ก็แลนออกมาจากดานขางสโมสรนายทหารอากาศ บนรถคันนี้มรี างสําหรับปลอยจรวด
ตั้งอยู และสีส่ หายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวยืนอยูบนรถคันนี้
ประชาชนตางโหรองใหเกียรตินายแพทยหนุม ทําใหดร.ดิเรกภูมใิ จเหลือที่จะกลาว บรรดา
ชางภาพหนังสือพิมพตางเขามาถายรูปเขาในระยะใกล ดานเจาคุณปจจนึก ฯ ของเราแตงเครื่องแบบคลาย
กับเครื่องแบบทหารบก คือแตงเครื่องสนาม และเครื่องหมายสังกัดกรมกอง เมื่อประชาชนโหรอง ทาน
เจาคุณก็เผลอตัวถอดหมวกเหล็กออกโบกตอนรับเสียงโหรองนั้น
คราวนี้เสียงโหรองก็กลายเปนเสียงหัวเราะเฮฮากัน ใครคนหนึ่งที่ปากมากสักหนอยไดรองตะโกน
ขึ้นสุดเสียง
“โอโฮ...พระอาทิตยขึ้นสองดวงนี่โวย ถึงไดรอนเหลือเกิน”
เสี่ยหงวนหันมาจุยปากกับเจาคุณปจจนึก ฯ
“ถอดหมวกออกทําไมละครับ แลวกัน...ยังงี้คนดูกห็ มดความเลื่อมใสในพวกเราเทานั้น”
ทานเจาคุณยิ้มแหง ๆ พาซื่อถามวา
“ทําไมละ”
“ก็เขาเห็นคุณอาหัวลานนะซีครับ”

๑๙

เจาคุณปจจนึก ฯ รีบสวมหมวกทันที คอนกิมหงวนปะหลับปะเหลือก
“นักปราชญนักประดิษฐในโลกนี้นะ หลายตอหลายคนที่เปนคนหัวลาน”
อาเสี่ยหัวเราะหึ ๆ
“ถูกละครับ แตเขาไมแดงแจเหมือนอยางคุณอา อยาถอดหมวกอีกนะครับ ขณะนี้คนดูเขากําลัง
เขาใจวาคุณอากับพวกผมหลายคน และอายแหวเปนนักวิทยาศาสตรผูมีชื่อเสียง”
รถบรรทุกสิบลอคันนั้นแลนไปทางวิ่งของเครื่องบินเมล
พอถึงตรงกลางสนามตรงกับทาอากาศ
ยานดอนเมืองคนขับรถก็บังคับรถใหหยุดนิ่ง ดร.ดิเรกยิ้มนอยยิ้มใหญเดินไปนั่งที่หนาโตะเหล็กโตะเล็ก ๆ
ซึ่งบนโตะนั้นมีเครื่องประดิษฐกรรมของนายแพทยหนุม ผูนี้
ในระหวางทีด่ ร.ดิเรกสาละวนอยูกับเครื่อง
ยนตกลไก โฆษกก็ประกาศใหมหาชนทราบ
“พี่นองที่รักทั้งหลาย ดอกเตอรดิเรกไดนั่งประจําที่ของเขาแลว สวนพรรคพวกของเขาก็กําลัง
เตรียมพรอมทีจ่ ะทําการปลอยจรวดทลายโลก ขอเลาใหทานฟงสักนิดวา จรวดวิเศษของดอกเตอรดิเรก
ถาหากวาใสหวั ปรมาณูเขาไปแลว เพียงลูกเดียวเทานัน้ จะถลมเมืองใหญ ๆ อยางนิวยอรคหรือมหานคร
ลอนดอนราบคาบไมมีอะไรเหลืออยูเลย อํานาจระเบิดของมันรุนแรงกวาไฮโดรเยนบอมบหลายเทา และ
ทานคงจะพอใจและแปลกใจมาก ถาเราจะบอกทานวา จรวดวิเศษนีส้ รางจากเศษเหล็กเกา ๆ ไมตองใชทุน
รอนมากมายอะไร จรวดลูกหนึ่งลงทุนประมาณหกสลึงเทานั้น”
เสียงประชาชนตบมือรอบสนามบิน ดร.ดิเรกหันไปพยักหนากับนิกร ซึ่งบัดนี้ทําหนาที่เปนผูชว ย
ของเขา แลวเขาก็รองออกคําสั่งแบบทหาร
“เตรียมบรรจุจรวดเขารางยิง”
นิกรรองตะโกนตอบแบบทหารเชนเดียวกัน
“เตรียมบรรจุจรวดเขารางยิง...ทราบแลว”
นายแพทยหนุม เมมปากแนน ทําตาปริบ ๆ มองดูนายจอมทะเลน
“ทราบแลวลงมือซีโวย ยืนทื่อเปนไมตีพริกอยูทําไมเลา”
นิกรยิ้มแหง ๆ
“อาว-ตอนนี้ไมไดซอมนี่หวา ทํายังไงละ”
ดิเรกจุย ปากจิก๊ จั๊ก
“ก็กมลงยิงจรวดในลังออกมาใหเจาพลซี แลวเจาพลสงใหเจาหงวนบรรจุเขารางยิง”
นิกรอดหัวเราะไมได กมลงหยิบจรวดลูกหนึ่งออกมาจากลังไมฉําฉา เขามองดูจรวดลูกนั้น ซึ่ง
รูปรางของมันมีลักษณะคลายกับขาวหลามกระบอกใหญ ๆ แลวนิกรก็กลาวถามดร.ดิเรกดวยเสียงหัวเราะ
“นี่นะหรือ จรวด”
“เออ” ดิเรกตวาดลั่น

๒๐

“ไงรูปรางมันยังงี้ละโวย มันจะวิ่งออกไปจากรางไดอยางไร กันมองไมเห็นเลย” พูดจบนิกรก็
สงจรวดใหพล พัชราภรณ เพื่อนเกลอของเขา “เอา-รีบสงใหอายหงวนบรรจุรางยิงเร็ว ๆ เขา กันคิดวา
อยางไรเสียจรวดนี่มนั ก็วิ่งไปไมไหว รูปรางของมันควรจะนอนอยูขางครกในครัวมากกวา”
“อยาดูถูกความสามารถของดิเรกโวย ดิเรกของเราคนนี้ไมใชยอย ไมเคยทําอะไรไมสําเร็จเลย
ประดิษฐกรรมทุกชิ้นถึงแมจะทําชุย ๆ แบบญี่ปุน แตก็มีประสิทธิภาพดีมาก จรวดแบบนี้นะ หากไมบรรจุ
ดินปนไวขางใน ใชตําน้ําพริกแกงไดอยางสบายทีเดียว”
นายแพทยหนุม เอ็ดตะโรพลกับนิกรเสียงลัน่
“มัวแตคุยกันอยูนั่นแหละ ประชาชนเขากําลังอยากดูจรวดของกัน มีเรื่องอะไรที่จะคุยกันอดใจ
ไปคุยกันที่บา นเถอะโวย รําคาญชิบหายพวกนี”้
พลมองดูจรวดวิเศษอยางขบขัน มันอาจจะเปนจรวดที่ประหลาดทีส่ ุดในโลก คือไมมีทั้งหัวและ
ไมมีทั้งหาง ที่โคนของมันมีชองกลม ๆ สี่หาชองเทานัน้ เอง แตพลกับนิกรหารูไ มวา ภายในจรวดนีย้ อม
เต็มไปดวยเครือ่ งยนตกลไกซึ่งนักวิทยาศาสตรชั้นเยี่ยมเทานั้นถึงจะดูรูเรื่อง
พลสงจรวดดุน นั้นใหอาเสี่ยกิมหงวนซึ่งยืนอยูขาง ๆ เขาดวยความอิดหนาระอาใจในความรอนแรง
ของแสงแดด อาเสี่ยพิจารณาดูจรวดอยางขบขัน แลวพูดขึ้นเปรย ๆ วา
“น้ําหนักเบาเสียดวยโวย ถาจะหลามคืนนี้เอง”
นายแพทยหนุม ทําคอยน
“จรวดโวย ไมใชขาวหลาม”
อาเสี่ยอดหัวเราะไมได รีบวางจรวดลงบนรางของมันทันที เจาคุณปจจนึก ฯ เปนผูยิงจรวดนี้
โดยมีเจาแหวเปนผูชวย
เมื่อจรวดไดบรรจุรางเรียบรอยแลว ดร.ดิเรกออกคําสั่งกับพอตาของเขาดวยเสียงอันดัง
“เตรียมยิง-ระวัง-ยิง”
มีเสียงดังฟูดและดังไปทัว่ สนามบินพรอมกับกลุมควันและเปลวเพลิงแลบออกมา จากตอนทายของ
จรวดคือตามทอที่จุดไวรวมหาทอดวยกัน
ประชาชนนับแสนตางจองตาเขม็งมาที่รถบรรทุกขนานใหญคันนี้ จรวดวิเศษของนายแพทยหนุม
ไดสงเสียงดังขึ้นอีก จนกระทั่งเสียงนัน้ แสบแกวหูซึ่งเสียงของมันไมผิดอะไรกับเครื่องบินไอพนตอนเริ่มวิ่ง
ขึ้นจากสนามบิน
ในราว ๒๐ วินาที จรวดนัน้ ก็คอย ๆ เลื่อนขึ้นไปตามสวนสูงของราง และรางนั้นตั้งเปนมุม ๓๕
องศา เมื่อจรวดวิ่งหลุดออกไปนอกรางประมาณหนึ่งศอก มันก็ตกลงตอนทายรถบรรทุกคันนั้นดังโครม
ทําใหประชาชนคนดูทั้งสนามหัวเราะกันจนงอหาย เมื่อแลเห็นจรวดยิงไปไดไกลเพียงไมถึงวานับวาเปน
จรวดทีย่ ิงไดระยะใกลที่สุดในโลกนี้
“เฮย” เจาคุณปจจนึก ฯ รองสุดเสียง “จรวดตะหวักตะบวยอะไรกันโวยยิงไดไกลแคนี้เทา
นั้นเอง”

๒๑

ดร.ดิเรกโกรธตัวเองจนแทบจะเปนบา เขามองดูเครื่องวิทยุของเขา ซึ่งใชบังคับจรวดแลวดิเรกก็
ตะโกนขึ้นสุดเสียง
“มายก็อด ใครดึงเอาหลอดวิทยุออกไปหนึ่งหลอดโวย”
พลหันขวับมาทางนิกรทันที
“อายกร แกนี่เลนไมรูจักเลน ไมใชเวลาที่แกจะสัพยอกหยอกลอดิเรกมันเลย ทําอยางนี้ขายหนา
เขาแยซีโวย”
นิกรขมวดนิ้วนิ่วหนา
“ปูโธ-ใหดิ้นตายซีเอา-กันไมไดไปแตะตองเลย ไมเชือ่ คนดูตามตัวกันก็ได ถามีหลอดวิทยุอยูใน
กระเปาของกันละกอใหกระทืบเลย”
เสี่ยหงวนเดินเขามาหยุดเผชิญหนานิกรในระยะใกลชิด
เอื้อมมือตบกระเปาเสื้อกางเกงแลวก็
ลวงมือไปในกระเปากางเกงขางซายของนิกร หยิบหลอดวิทยุขนาดจิว๋ หลอดหนึ่งออกมาเดินเขามาสงใหนาย
แพทยหนุมอยางขบขัน
ดร.ดิเรกขบกรามมองดูนายจอมทะเลนอยางเดือดดาล
“แด็ม เลนไมรูเลน มือไวยังกะจิ้งจกเผลอไมได เมือ่ เย็นวานนีก้ ็ทหี นึ่งแลววางเงินไวสองพันใน
หองทดลองวิทยาศาสตร เผลอแพล็บเดียวแกดอดเอาไปเสียพันบาท”
นิกรหัวเราะชอบใจ
“เงินทองนะอยาวางไว มันจะตํามือตําตีนใครเขาเขา กันไมตั้งใจจะขโมยเงินของแกหรอกแตเห็น
เขาแลวมือมันหยิบเองทั้ง ๆ ที่ใจไมคิด”
ดร.ดิเรกหัวเราะหึ ๆ จัดแจงสวมหลอดวิทยุลงในขาของมันตามเดิม เขาอธิบายใหเพื่อนเกลอของ
เขาและเจาคุณปจจนึก ฯ ฟงวา หลอดนี้เปนสวนประกอบสําคัญยิ่งที่จะทําใหจรวดมีกําลังงานปรมาณู เมื่อ
นิกรถอดเอาไปจรวดจึงวิ่งไดเพียงศอกเดียวเทานัน้ พอหลุดออกจากรางก็หลนตุบลงบนพื้นดิน ทําใหจรวด
หมดศักดิ์ศรีของมันไป ทั้งนี้ก็เพราะนิกรคนเดียว
แลวดร.ดิเรกก็พูดวิทยุติดตอกับโฆษกดวยเครื่องรับสงวิทยุขนาดจิว๋ ของเขาซึ่งรับสงไดภายในรัศมี
ประมาณ ๕ กิโลเมตร คลายเครื่องรับวิทยุของทหารแตมีประสิทธิภาพดีกวา ดร.ดิเรกไดชแี้ จงใหโฆษก
ทราบวาเนื่องจากเครื่องบังคับจรวดขัดของ จึงทําใหจรวดพุงออกจากรางไมได
หลังจากนัน้ เพียงครูเดียว โฆษกก็ประกาศใหประชาชนทราบโดยทัว่ กัน
“พี่นองที่รักทั้งหลาย ดอกเตอรดิเรกกับคณะตองขอโทษทานเปนอยางมาก ในการที่จรวดทลาย
โลกไมไดพุงขึน้ สูอากาศตามที่ไดโฆษณาไว ทั้งนี้ก็เพราะเครื่องบังคับจรวดเกิดขัดของ บัดนี้ไดแกไข
เรียบรอยแลว โปรดคอยชมจรวดทีใ่ ชแรงขับดวยพลังงานปรมาณูตอไป
ประชาชนนับแสนตางสงเสียงจอกแจกจอแจเสียงใครคนหนึ่งรองตะโกนลั่นสนามบินไดยินถนัด
“ลําบากนักก็อยาแสดงโวย พวกเราไมตองการดูไมตพี ริกเหาะ จรวดอะไรกันโวยรูปรางเหมือน
กระบอกขาวหลามหรือไมตีพริก”

๒๒

เจาแหวเอื้อมมือเขี่ยแขนนายแพทยหนุมแลวพูดเบา ๆ
“รับประทานไดยนิ ไหมครับ คนดูเขาตะโกนสวดคุณหมอ”
นายแพทยหนุม หันมาทําตาเขียวกับเจาแหวแตแลวก็ฝนหัวเราะเบา ๆ
“ไดยินแลว ประเดี๋ยวแกคอยดู กันจะบังคับใหจรวดวิเศษของกันสั่งสอนประชาชนคนดู ใหรู
สํานึกเสียบาง เลนกะดอกเตอรดิเรก ประชาชนเหลานีล้ วนแตโงเขลาทั้งนั้นไมมใี ครฉลาดไปกวากันแมแต
คนเดียว ซึ่งกฎธรรมดาก็มีอยูแลววาจะตองตกเปนเหยื่อคนฉลาดเสมอไป”
คราวนี้ดร.ดิเรกเปนผูบรรจุจรวดลงรางของมันดวยตนเองเมื่อวางจรวดลูกนั้นลงบนรางเรียบรอย
แลวนายแพทยหนุมก็กลับมานั่งที่โตะเครือ่ งวิทยุและเครื่องเรดา แลวดร.ดิเรกก็ยิ้มใหพอตาของเขา สักครูก็
ออกคําสั่งดวยเสียงเด็ดขาด
“เตรียมยิง-ระวัง-ยิง”
เจาคุณปจจนึก ฯ กระชากไกยิงทันที เครื่องกลไกของจรวดเริ่มทํางานแลว ดังกึกกองไปทั่ว
สนามบินอันกวางใหญ กลุมควันสีขาวและเปลวเพลิงแลบออกมาทางสวนทายของจรวด หลังจากนั้น
จรวดวิเศษหรือจรวดทลายโลกก็พุงปราดออกไปจากรางของมันขึ้นสูทองฟา มองดูไมผิดอะไรกับเครื่องบิน
ไอพนที่ถูกดีดขึ้นจากเครื่องสงของมัน บนเรือบรรทุกเครื่องบิน
คราวนี้ประชาชนคนดูตางตบมือโหรองกันเกรียวกราว ทุกคนแปลกใจอยางยิง่ ที่จรวดทลายโลก
ของดร.ดิเรกวิง่ ไปไดดว ยพลังงานปรมาณูและวิ่งเร็วกวาเสียงชั่วโมงละไมต่ํากวา ๘๐๐ ไมล เร็วกวาเครื่องบิน
ขับไลชนิดที่เร็วที่สุด
จรวดวิ่งทักษิณาวัตรสนามบินดอนเมืองในระยะสูงประมาณ ๑,๐๐๐ ฟต เสียงของมันดังจนแสบ
แกวหู ประชาชนตางแหงนหนาดูเปนตาเดียวโฆษกเริ่มบรรยายใหทราบ ลําโพงขยายเสียงซึ่งติดตั้งไวรอบ
สนามบินชวยใหประชาชนไดยินเสียงโฆษกอยางถนัดชัดเจน
“ทานผูมีเกียรติทั้งหลาย ทานเห็นแลวซินะวาดอกเตอรดิเรกของเราจะมีบทบาทสําคัญอยางยิ่งใน
การปองกันประเทศชาติ ขอถามหนอยเถอะครับ เขาควรจะเปนวีรบุรุษหรือมหาบุรษุ ที่ยิ่งใหญแหงประเทศ
ไทยเราไดหรือยัง พี่นองตอบหนอย”
เสียงประชาชนรองขึ้นพรอม ๆ กัน
“ไดแลว-ไดแลวครับ”
โฆษกพูดตอไป
“จรวดวิเศษนีจ้ ะถูกสงไประเบิดเมืองตาง ๆ ของขาศึกใหยอยยับทันที ถาหากวาขาศึกเปดฉาก
รุกรานเรากอน พี่นองทั้งหลายพอใจไหม”
ประชาชนทั้งสนามบินดอนเมืองซึ่งมีนิสัยชอบฟงไฮดปารคตางรองขึ้นเปนเสียงเดียวกัน
“พอใจ”
“ทานทั้งหลาย ตอจากนี้ไป ดอกเตอรดิเรกจะแสดงวิธีการบังคับจรวดใหบินผาดแผลงเหมือน
เครื่องบินและจะบังคับใหจรวดพุงชาที่สุดประมาณชัว่ โมงละสิบไมลเปนอยางมาก หรือจะใหหยุดนิ่งลอย

๒๓

ในอากาศก็ได โปรดคอยชมใหเปนขวัญตาของทาน อยางนี้รับรองวาชาติมหาอํานาจก็ทําไมได พวกเรา
ควรจะภูมิใจทีน่ ักวิทยาศาสตรไทยมีความรูค วามสามารถเกินหนาฝรั่งตาน้ําขาวทั้งหลาย”
ไมมีใครสนใจกับความรอนแรงของแสงอาทิตยในตอนเที่ยง
ทุกคนเฝาแตมองดูจรวดวิเศษดวย
ความตื่นตาตืน่ ใจยิ่ง หลังจากจรวดปรมาณูของนายแพทยหนุมไดบนิ รอบสนามบินดอนเมืองครบสามรอบ
แลว ความเร็วของจรวดก็ชา ลงตามลําดับ ชั่วโมงละ ๘๐๐ ไมลเหลือชั่วโมงละ ๑๐ ไมลเทานั้น และแลวก็
เริ่มแสดงทาผาดโผน มีการดําดิ่งลงมาแลวเชิดหัวขึ้น เรียกเสียงเฮฮาจากคนดูไดตลอดเวลา ทูตผูแทนจาก
ประเทศตาง ๆ ตกตะลึงพรึงเพริดไปตามกัน คณะทูตานุทูตเหลานี้ตางนึกในใจวา ในไมชานี้ประเทศไทย
จะตองครองโลกอยางไมมีปญ
 หาถาหากวาดร.ดิเรกกับคณะใชอาวุธวิเศษตาง ๆ เหลานี้ทําลายโลก จะไมมี
กองทัพของชาติใดสูกับกองทหารหุนพยนตได และจรวดปรมาณูนี้จะทําลายนครนอยใหญใหราบเปนหนา
กลองตามความประสงคของดร.ดิเรก
จรวดทลายโลกดําดิ่งตรงเขาหาคนดูดว ยความเร็วสูง ประชาชนวิ่งหนีกนั เกรียวกราวจรวดวิเศษไล
ชนประชาชนจนลมลุกคลุกคลาน แตไมไดทํารายใคร เพราะดิเรกคอยบังคับไว ถึงกระนั้นก็ตาม
ประชาชนรอบสนามบินดอนเมืองก็วิ่งหนีกันอยางไมคิดชีวิต
ลูกเด็กเล็กแดงลมลุกคลุกคลานไปตามกัน
ปรากฏวาคนดูเหยียบกันหลายรอยคน เจาหนาที่ทหารและตํารวจไมสามารถใหความชวยเหลือประชาชน
ไดเพราะทัง้ ทหารและตํารวจเหลานั้นตางก็วิ่งโกยอาวไมคิดชีวิต
เมื่อไดสัพยอกหยอกลอประชาชน พอหอมปากหอมคอแลว ดร.ดิเรกก็บังคับใหจรวดทลายโลก
ของเขาบินขึ้นสูระยะสูงสุด คราวนี้ประชาชนไดโหรอ งกันเกรียวกราว สักครูหนึ่งจรวดวิเศษก็ดําดิ่งมาที่
เครื่องสงของมัน แลวก็เชิดหัวขึน้ ลอยนิ่งเฉยอยูเ หนือรถบรรทุกคันนั้น เมื่อดร.ดิเรกกวักมือเรียก จรวด
วิเศษก็คอย ๆ เลื่อนตัวของมันมานอนสงบเงียบอยูใ นลังไมฉําฉาตามเดิม
นายแพทยหนุม ขึ้นไปยืนบนเกาอี้ตัวหนึ่ง เต็มไปดวยความภาคภูมใิ จในความสําเร็จผลที่เกิดขึ้นนี้
เขาชูมือขึ้นโบกใหประชาชนดู ทามกลางเสียงไชโยโหรองอึงมี่ทั่วสนามบินดอนเมือง
เสียงโฆษกประกาศลั่น
“ทานทั้งหลาน การแสดงจรวดทลายโลกไดสิ้นสุดลงแตเพียงเทานี้ อันดับตอจากนี้ไป ดร.ดิเรก
จะไดแสดงการตอสูเครื่องบินดวย ปตอ. ขนาด ๔๐ มิลลิเมตรซึ่งใชยิงดวยหัวกระสุนปรมาณู อีกสักครู คือ
ภายในนาทีนี้ เครื่องบินขับไลไอพนเครื่องหนึ่งซึ่งใชบังคับดวยวิทยุและเรดาจะบินขึ้นจากสนามบินดอน
เมือง คณะนักวิทยาศาสตรจะเปนผูบังคับเครื่องบินประจัญบานเครื่องนี้ทางภาคพืน้ ดิน โดยใชกระแส
คลื่นวิทยุ ขณะนี้เครื่องบินเริ่มวิ่งขึ้นแลว วิ่งไปทางเหนือสนามบินนี้ ทานโปรดสังเกตดูใหดี ภายในที่นั่ง
ของนักบินนัน้ วางเปลา เครื่องบินขึ้นสูงจากทางวิ่งแลว พับฐานเก็บแลวกําลังไตขึ้นระยะสูง และสักครูจะ
บินมาตามสนามบินนี้ ดอกเตอรดิเรกจะใช ปตอ. ขนาด ๔๐ มิลลิเมตรยิงเพียงนัดเดียวเทานั้น แลวทานผูดู
จะไดเห็นครื่องบินประจัญบานตกลงมากลางสนามบินนี้
ขาพเจาขอเตือนทานผูดูวาการดูตอนนี้เปนการ
เสี่ยงชีวิตหรือบาดเจ็บทุพลภาพซึ่งทางการจะไมขอรับผิดชอบ ดังนั้น ทานที่รักตัวกลัวตายโปรดหลบหลีก
ไปเสียกอน

๒๔

สิ้นคําประกาศของโฆษก
ประชาชนหญิงชายไมต่ํากวาหมื่นคนก็พากันวิ่งออกไปจากสนามบิน
ดอนเมืองอยางที่เรียกวาแตกฮือ แตประชาชนสวนมากตัดสินใจยอมเสี่ยงภัยเสี่ยงชีวิตโดยนึกถึงสุภาษิตที่วา
ไมถึงที่ตายก็ไมวายชีวาวาตม
ดร.ดิเรกกับ ๓ สหายและเจาคุณปจจนึก ฯ กับเจาแหว ตางพากันลงจากรถบรรทุกจรวดทลายโลก
คันนั้นและวิ่งไปยังปน ๔๐ มม. ซึ่งตั้งอยูกลางสนามบิน ปนกระบอกนี้ไดบรรจุกระสุนปรมาณูไวพรอม
แลว นายแพทยหนุมนั่งประจําที่ขางปนกระบอกนัน้ และหมุนแทนปนหันปากกระบอกปนไปทางเครื่องบิน
ขับไลไอพนซึ่งกําลังบินรี่เขาหาดวยความเร็วสูง
โฆษกไดประกาศตอไปวา
“ทานทั้งหลาย ดอกเตอรดิเรกกําลังจะยิงเครื่องบินเดี๋ยวนี้ โดยไมจาํ เปนจะตองใชการคํานวณหา
ระยะสูงของเครื่องบิน เมื่อกระสุน ปตอ. ปรมาณูถูกยิงขึ้นไประเบิดในอากาศ เครื่องบินที่บินอยูในรัศมี
สองไมลจะเสียหายทันที ฉะนั้นหากขาศึกสงเครื่องบินทิ้งระเบิด หรือเครื่องบินขับไลมารุกรานเราแลว
กระสุน ปตอ.ปรมาณูของดอกเตอรดิเรก จะทําลายเครื่องบินของขาศึกอยางที่เรียกวายอยยับไปทีเดียว
ดร.ดิเรกกระชากไกปนทันที เสียงระเบิดของกระสุนปนใหญ ๔๐ มม. ดังสนัน่ หวัน่ ไหวไปทั่ว
สนามบินดอนเมือง แลวกระสุนนัดนัน้ ก็แตกระเบิดในระยะสูง แลเห็นกลุมควันสีดําอยางถนัดตา เสียง
ระเบิดนัน้ รุนแรงที่สุด ไมผิดอะไรที่ฟารองติด ๆ กันเกือบครึ่งนาที พื้นแผนดินสั่นสะเทือนไปทัว่ ทุกคน
ที่อยูในสนามบินดอนเมืองรูส ึกรอนวูบไปหมดทั้งตัว
เครื่องบินประจัญบานที่ไมมคี นขับแหลกละเอียดเปนผุยผง ดวยอํานาจของกระสุนปรมาณูนดั นัน้
โฆษกไดอธิบายใหทราบวา
เทาที่เครื่องบินแหลกละเอียดเปนพัสมธุลีไปในอากาศก็เพราะอํานาจระเบิด
ของกระสุนปรมาณู แหวกอากาศออกไป แลวอากาศเหลานั้นก็กลับมารวมตัวกันอยางรวดเร็ว จึงทําให
เครื่องบินขับไลยอยยับไปกลายเปนชิ้นเล็กชิ้นนอย และกระจายลงมาทั่วสนามบินดอนเมือง ถึงแมจะถูก
ประชาชนคนดูก็ไมทําใหเจ็บปวด เนื่องจากชิ้นเหล็กเหลานั้นเปนชิน้ เล็ก ๆ ไมมีนา้ํ หนักอะไรแลว
คนดูเกือบแสนคนมีความรูสึกเหมือนกับตกอยูในความฝน
คณะทูตานุทูตไดวิพากษวจิ ารณกัน
จอกแจกจอแจ ตางพากันวิตกเปนทุกขกลัววาประเทศไทยจะครองโลกในคราวนี้ ถาหากวาประเทศไทย
เปนฝายรุกรานกอนดวยอาวุธรายเหลานีแ้ ลว ประเทศตาง ๆ ในโลกนี้ไมวาจะเปนคอมมูนิสย หรือเสรี
ประชาธิปไตย คณาธิปไตยหรือเผด็จการก็จะตองปราชัยยอยยับอยางไมมีปญหา
โฆษกไดประกาศใหทราบโดยทัว่ กันวา
“ทานผูดูทั้งหลาย บัดนี้ถึงเวลาเที่ยงแลว ตองขอหยุดพักการแสดงหนึ่งชั่วโมง เพื่อใหดอกเตอร
ดิเรกกับคณะตลอดจนเจาหนาที่ของเราไดหยุดพักผอนรับประทานอาหารกลางวันกัน การแสดงในรอบบาย
จะเริ่มตนในเวลา ๑๓.๐๐ น. จนกระทั่ง ๑๖.๐๐ น. ขอเชิญชวนพี่นอ งทั้งหลายไปรับประทานอาหารตาม
เต็นทตาง ๆ ซึ่งทางกองทัพอากาศไดจดั บริการทานทั้งอาหารและเครื่องดื่ม ในราคาตามทองตลาด แตเสียใจ
ที่เราไมมีเหลาขายใหทาน ทานผูใดตองการดื่มเหลาโปรดไปหาซื้อไดในตลาดดอนเมือง ขอความปลอดภัย

๒๕

จงมีแดทานผูดูทุก ๆ ทาน อนึ่งเราขอแสดงความเสียใจ ที่มีประชาชนตองเสียชีวติ ไปแลวหลายรอยคนใน
การดูการแสดงนี้”
ดร.ดิเรกกับเพือ่ นเกลอทั้งสาม พรอมดวยเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหว ถูกเชิญไปพักผอนที่สโมสร
นายทหารอากาศ เจาคุณประสิทธิ์ ฯ คุณหญิงวาดและสี่นางพรอมดวยนักวิทยาศาสตรอีกไมต่ํากวา ๓๐
คน ก็ถูกเชิญไปดวย เมื่อดร.ดิเรกผานไปทางไหน ประชาชนก็ตบมือโหรองใหเขา ทําใหนายแพทยหนุม
รูสึกปลาบปลื้มใจอยางลนเหลือ
ทางกองทัพอากาศไดมอบให พล.อ.ท. พระควงสวานเวหนและ พล.อ.ท. หลวงอึกทึกเวหาเปน
เจาหนาที่ชนั้ ผูใหญทําการตอนรับ และใหความสะดวกแกคณะอีโตตลอดเวลา ซึ่งนายทหารอากาศที่กลาว
นามทั้งสองทานรูจักคุนเคยกับคณะพรรค ๔ สหายของเราเปนอยางดีเพราะอดีตนัน้ พล นิกร กิมหงวนของ
เราเปนเสืออากาศที่มีชื่อเสียงในครั้งสงครามอินโดจีนและสงครามเอเชียบูรพาที่แลวมา
กองทัพอากาศไดจัดเลี้ยงอาหารกลางวันแบบฝรั่ง มีนายทหารอากาศรวมกินเลี้ยงหลายทาน ทุกคน
ไดกลาวขวัญชมเชยดร.ดิเรกกับพวกนักวิทยาศาสตรทั้งหลายโดยทัว่ หนากัน ทุกคนยอมรับวาอาวุธรายของ
ดร.ดิเรกนัน้ สามารถที่จะลางโลกได
พอไดเวลา ๑๓.๐๐ น. โฆษกก็ประกาศการแสดงภาคบายตอไป
“ทานทั้งหลาย ณ บัดนี้ถึงเวลาของอีโตในรอบบายแลว ในอันดับแรกนี้ดอกเตอรดิเรก ณรงฤทธิ์
กับคณะ จะแสดงการใชแสงมฤตยูสังหารรถถังของขาศึก โปรดฟงใหดีรถบรรทุกที่กําลังแลนเขามาใน
สนามบินนั้น เปนรถของดร.ดิเรกกับคณะ บนรถมีเครื่องประดิษฐกรรมอันวิเศษทีเ่ รียกวาแสงมฤตยู แสง
นี้ใชพลังงานจากดวงอาทิตยมีความรอนมากมายเหลือที่จะกลาวได ดอกเตอรดิเรกจะใชแสงมฤตยูเผารถถัง
คันหนึ่งใหไหมเปนจุลภายในพริบตาเดียว อา-ตอจากนี้ ดอกเตอรดิเรกจะมาปราศรัยกับทาน ซึ่งเขาจะ
พูดวิทยุจากรถคันนั้นมาที่หองกระจายเสียงของเราที่นี่และถายทอดไปยังทานอีกทีหนึง่ ”
คนดูตบมือโหรองกันเกรียวกราว ทุกคนเลือ่ มใส ศรัทธาในตัวดิเรกอยางที่สุด นายแพทยกลายเปน
มหาบุรุษของประเทศไทยไปแลว บรรดานักการเมืองทั้งหลายที่ไดมาชมการแสดงของวันอีโตตา งคิดในใจ
วาจะตองชวนนายแพทยหนุม ใหเปนสมาชิกพรรคของตน สวนนักพูดไฮดปารคก็เชนเดียวกัน คิดวาถาทาง
รัฐบาลใหเสรีภาพในการพูด คือเปดไฮดปารคอีกแลว พวกตนจะตองออนวอนดร.ดิเรกใหไปพูดไฮดปารค
ที่สนามหลวงใหไดทั้งนี้เพื่อจะไดเรียกแฟนไปใหชมอยางคับคั่ง จะไดชวยใหสภาพของไฮดปารคมีชีวิตชีวา
ขึ้น สวนคณะทูตผูแทนตางประเทศหลายประเทศก็กาํ ลังคิดสะระตะ ที่จะแจงเรื่องไปยังรัฐบาลของตน
เพื่อใหจางดร.ดิเรกดวยจํานวนเงินรอยลานพันลาน สรางอาวุธมหาประลัยใหประเทศของตนบาง
ดิเรกไดกลาวปราศรัยกับประชาชนคนดูโดยทัว่ หนา
“ทานพี่นองทีร่ ัก ขาพเจาปลาบปลื้มใจมากที่พวกทานมีความเลื่อมใสศรัทธาในตัวขาพเจากับพรรค
พวกถึงกับปรากฏวา ประชาชนที่มาชมการแสดงวันอีโตนี้ไดบาดเจ็บลมตายไปมากมาย เพราะถูกลูกหลง
ในการสูรบของทหารหุนและย่ําเหยียบกันตายเพราะจรวดวิเศษของขาพเจาอาละวาด ในรอบบายนี้ ขาพเจา
จะพยายามที่สดุ ที่จะใหคนดูตายเพียงเล็กนอย หรืออาจจะไมตายเลยก็ได ขณะนี้รถถังเอ็ม. ๒๔ คันหนึ่งซึ่ง

๒๖

ขับโดยทหารหุนของขาพเจา ไดแลนออกมาจากขางโรงเก็บเครื่องบินประจัญบาน ทางทิศใตของสนามแลว
ขาพเจาจะใชแสงมฤตยูหรือที่จีนเรียกวาแสงเฮากวง เผาทําลายรถถังคันนี้ใหไหมเปนจุลไปภายในพริบตา
เดียวเทานัน้ แสงวิเศษของขาพเจานี้ ไมไดลงทุนมากมายอะไร เพราะขาพเจาใชพลังงานจากแสงอาทิตย
คลาย ๆ กับทานเคยจุดบุหรีจ่ ากแวนขยาย ถาหากประเทศใดรุกรานเรา ขาพเจาจะใชแสงมหาพินาศนี้เผา
ผลาญเรือรบ, เครื่องบิน, ยานยนต ตลอดจนทหารของขาศึกใหราบเรียบเตียนโลงไมใหเหลือเลย”
ทานเจาคุณปจจนึก ฯ ทําตาเขียวกับนายแพทยหนุม
“พอแลว มันจะมากไป”
๔ สหายและเจาแหวมองดูหนากัน และหัวเราะคิกคักไปตามกัน ตอจากนัน้ ดร.ดิเรกก็รีบเตรียม
เครื่องมือเครื่องใช หันกระบอกแสงมหาพินาศไปทางรถถังขาศึก ซึ่งกําลังแลนใกลเขามาทุกที เสียงตีน
ตะขาบที่บดไปบนลานคอนกรีตอันกวางใหญ และเครือ่ งยนตของมันดังกึกกอง
เมื่อรถถังคันนั้นแลนเขามาในระยะหางประมาณ ๓๐๐ เมตร ดร.ดิเรกก็เปดแสงมฤตยูทันที
ประชาชนคนดูรูสึกรอนผาวและแสบตาไปตามกันเมื่อแสงนั้นปรากฏขึ้น มันเปนแสงสีเขียวนวล
ทําใหแสบตาจนแทบจะทนไมไหว ดร.ดิเรกเปดแสงเพียงสองวินาทีเทานั้น ทุกคนก็ไดยินเสียงระเบิดจาก
รถถัง เอ็ม ๒๔ และรถถังยักษคันนัน้ ก็ไหมละลายเหมือนกับทําดวยกระดาษ ไมถึงครึ่งนาที ก็ไมมีอะไร
เหลืออยูเลย กลายเปนกองเถาถานเล็ก ๆ ประชาชนคนดูประมาณรอยคนเศษที่ชะลาใจลวงล้ําเขามาทางดาน
หลังรถถัง ตางถูกแสงมหาพินาศไหมเปนจุลสูญหายไปในอากาศ ซึ่งนับวาเปนอุบัติเหตุที่สยดสยองหวาด
เสียวที่สุด แตหามีใครสนใจไม ความสนใจของประชาชนอยูที่รถถังคันนั้นถูกแสงวิเศษเผาไหมกลายเปน
กองเถาถานเล็ก ๆ ชั่วเวลาประเดี๋ยวเดียวเทานั้น
เสียงตบมือโหรองดังกังวานทั่วสนามบินดอนเมือง แลวโฆษกก็ประกาศใหประชาชนทราบตอไป
“ทานทั้งหลาย บัดนี้ทานไดเห็นสมรรถภาพของแสงเฮากวงแลว เปนอันวาทานคงนอนตาหลับ
ไมตองหวาดเกรงวาจะมีขาศึกรุกรานเรา การแสดงของคณะอีโตในวันนีจ้ ะเปนขาวสําคัญแพรไปทั่วโลก
มหาประเทศทัง้ หลาย จะตองหวาดกลัวอาวุธมหาประลัยเหลานี้ และคงจะกินไมไดนอนไมหลับไปตาม
กัน ขอใหทานเชื่อเถอะวาคนดีศรีอยุธยานั้นไมมวี ันสิน้ สุดไปได ตนตระกูลไทยของเราที่วาเกงกาจแลว
ยังแพดอกเตอรดิเรกซึ่งเปนปลายตระกูลไทยอยางหลุดลุย อันดับตอจากนี้ไป ขอเชิญการแสดงระบําโป
ของหุนยนตตวั หนึ่ง ซึ่งเปนหุนยนตสาว และดอกเตอรดิเรกไดพยายามสรางอยางประณีตที่สุด หุน นี้มี
รูปลักษณะเหมือนกับผูหญิงสาวจริง ๆ แตเปนผูหญิงสาวชาวตะวันตก ทานเคยดูแซดบอมย และระบํา
อียิปตพี่นองฝาแฝดที่ศาลาเฉลิมไทยมาแลว แตรับรองวาระบําหุนยนตนี้วเิ ศษกวาหลายเทา”
ทันใดนั้นเอง เสียงดนตรีลีลาศของดนตรีลูกฟา ก็ดงั กระหึ่มขึ้นจากเครื่องขยายเสียง ซึ่งดังไป
รอบสนามบิน รถยนตบรรทุกขนาดใหญคันหนึ่งแลนออกมาจากขางสโมสรนายทหารอากาศ และเลี้ยว
ซายไป บนรถคันนั้นมีโตะสี่เหลี่ยมยาวโตะหนึ่ง หุน ยนตหญิงสาวชาวตะวันตกคนหนึ่ง นุงนอยหมนอย
กําลังเตนระบําแบบระบําแขก สายสะโพกไปมาอยางนาดูอยูบนโตะตัวนั้นเขากับจังหวะเพลง

๒๗

รูปรางและใบหนาของหุนตัวนี้สวยมาก ราวกับผูหญิงสาวจริง ๆ ทาทางที่เยื้องกรายของหุนก็ออน
ชอยนาชม รถบรรทุกคันนั้นแลนไปรอบ ๆ สนามทามกลางเสียงโหรอ งอยางเกรียวกราวของประชาชนคนดู
นางระบําหุน พยนตไดเปลื้องผาออกทีละชิ้น และในที่สุดก็ถึงกับเปลือยกายลอนจอนอยางทีเ่ รียกวานุงลม
หมฟา มองแลเห็นทุกสัดทุกสวนเหมือนกับมนุษยจริง ๆ ไมมีผิด ทําใหคนดูโหรองกันสนั่นหวัน่ ไหว
นางระบําหุน พยนตเตนพลางสงจูบใหคนดู กะทาชายนายหนึ่งแลเห็นระบําโปจนเกินขนาด ก็วิ่ง
ออกมาจากกลุม คนดูและกระโจนไปบนรถคันนั้น กระโดดเขากอดหุนพยนตของดร.ดิเรก แตแลวก็ชกั
แหงก ๆ เพราะติดกระแสไฟฟาที่ตวั หุน เพียงครูเดียวเจาหนุมผูกําแหงก็ตายอยูแ ทบเทาของหุนพยนตตวั
นั้น ทามกลางเสียงโหรองของคนดู
นางระบําหุน พยนต ไดเตนโชวประชาชนคนดูโดยรอบสนามบินทั้งสี่ดาน เปนเวลาเกือบครึง่
ชั่วโมงแลวรถบรรทุกคันนั้นก็แลนออกไปจากสนามบิน
เสียงตบมือโหรอง ดังราวกับสนามบินดอนเมืองจะถลมทลาย รายการแสดงโชวในอันดับตอไป
พลพรรคหุนจํานวน ๔๐ คน ไดเดินแถวออกมาเปนระเบียบเรียบรอย และแสดงกายบริหารดัดตนมือเปลา
ซึ่งโฆษกประจําสนามบิน เปนผูออกคําสั่งใหพลพรรคหุนกระทําตามคําสั่งของเขา การแสดงทาดัดตนมือ
ทั้งนี้ก็เนื่องจาก
เปลานี้ไดเรียกเสียงเฮฮาตลอดเวลา เพราะพลพรรคหุนทําไมสูจะพรอมเพรียงกันนัก
เครื่องยนตกลไกในตัวหุนนัน่ เอง แตคนดูก็เห็นใจและอภัยให เทาทีห่ นุ เคลื่อนไหวไดเดินไดและพูดได ก็นับ
วาเปนความสามารถอยางยอดเยีย่ มแลว ไมมีนักประดิษฐประเทศใดทีจ่ ะสามารถสรางหุนพยนตไดดีเชนนี้
การแสดงของพรรคหุน ใชเวลาเพียง ๑๕ นาที หลังจากนั้นโฆษกก็ประกาศใหทราบ
“ทานทั้งหลาย รายการตอไปนี้เปนรายการสําคัญยิ่ง เครื่องบินประจัญบานแบบเซเบอรสองเครื่อง
ซึ่งไมมีนักบินผูขับจะบินขึ้นสูเวหา การสูร บกันนี้ ถาหากวาฝายใดเพลี่ยงพล้ําก็จะถูกยิงตก เพราะตางฝาย
ตางใชกระสุนจริง ๆ บางทีเครื่องบินประจัญบานทั้งสองเครื่องนี้อาจจะชนกันกลางอากาศ อยางที่เรียกวา
ประสานงาก็ได ฉะนั้นจึงขอใหทานผูดูทกุ ทานคุมรักษาตัวเอง หากเครื่องบินตกลงมาถูกทานเขา ก็ขอให
นึกวาเปนเวรกรรมของทาน อยางไรก็ดี นักวิทยาศาสตรผูบังคับเครื่องดวยวิทยุและเรดาไดใหคํามัน่ สัญญา
วา ถาเครื่องบินเครื่องใดเครื่องหนึ่งถูกยิงตก ก็จะพยายามบังคับใหเครื่องบินเครื่องนั้น ตกลงกลางสนาม
หรือในที่ที่หางไกลจากประชาชนคนดู
ณ บัดนี้เครื่องบินเซเบอรทั้งสองเครื่อง ไดติดเครื่องแลวดวย
เครื่องมืออัตโนมัติ โดยไมมีใครไปแตะตองมันเลย เครื่องบินทาสีแดงทั้งลํา สมมุติวาเปนเครื่องบินขาศึก
และเครื่องบินที่ทาสีบรอนซเงิน มีเครื่องหมายของธงไตรรงคอยูใตปกและทีแ่ พนหางคือเครื่องบินของเรา
สมมุติภูมิประเทศและเหตุการณวาขณะนีเ้ ปนเวลาเชาตรู ขาศึกไดสงเครื่องบินลาดตระเวนลวงล้ําเขามาใน
แดนของเรา เพื่อตรวจการณเคลื่อนไหวในการลําเลียงกําลังพลทางฝายเรา เครื่องบินของเราไดขนึ้ สกัดกัน้
โจมตีเครื่องบินขาศึก ซึ่งการยุทธทางอากาศระหวางเครื่องบินขับไลทั้งสอง จะไดเริ่มตน ณ บัดนี้
ครั้นแลว เซเบอรสีแดงก็วิ่งไปตามทางวิ่งของมันอยางรวดเร็ว จากทิศใตไปทิศเหนือดวยความเร็ว
สูงแลวก็ขึ้นสูอ ากาศ หางลูกลอทั้งสองขางพับหดเขามาหาตัว กลุมควันปรากฏเปนทางยาว ขณะที่เครื่องบิน
บินขึ้นสูระยะสูง

๒๘

ชั่วเวลาเพียงครูเดียว เซเบอรสีแดงก็หายลับไปในขอบฟา ตอจากนั้นเซเบอรสบี รอนซเงินก็วงิ่
ปราดไปตามสนาม ขึ้นสูอากาศทันที เสียงเครื่องยนตไอพนดังกึกกอง เซเบอรสีบรอนซเงินพนจากสนาม
เพียงเล็กนอยก็พับฐานลูกลอและเริ่มบินทาผาดแผลงตาง ๆ ซึ่งไมมีนักบินคนไหนในโลกที่จะทําได แต
เครื่องบินเครื่องนี้บังคับดวยวิทยุและเรดา จึงสามารถบินผาดแผลงไดตามความตองการของผูบังคับ คือ ดร.
จองซึ่งเปนผูบังคับเครื่องบินสีบรอนซเงินและ ดร.เปย ก กรรมการคนหนึ่งแหงสมาคมพลังงานปรมาณูแหง
ประเทศไทย เปนผูบังคับเครื่องบินสีแดง
เมื่อเครื่องบินสีบรอนซเงิน บินอวดลวดลายอยูสักครู เครื่องบินสีแดงอันเปนสีที่เราไมชอบ ก็บนิ
ตรงรี่เขามาในลักษณะจูโจม เครื่องบินสีบรอนซเงินปราดเขามาปะทะทันที เสียงปนกลอากาศดังรัวกราว
ใหญ เครื่องบินทั้งสองซึ่งไมมีคนบังคับ สามารถสาดกระสุนเหล็กเขาใสกันอยางดุเดือด และตางก็บิน
ผาดแผลงตามวิธีการสูรบของเครื่องบินประจัญบาน ตางฝายตางพยายามเอาเปรียบกันในการสูรบ
ครั้งหนึ่ง เครื่องบินสีบรอนซเงินสามารถบินหลบหลีกจนกระทั่งอยูข างหลังเครื่องบินสีแดงเครื่อง
นั้น และอยูใ นระยะสูงกวา ประมาณ ๕๐๐ เมตร เครื่องบินสีบรอนซเงินไดโอกาสก็เรงความเร็วเต็มที่
และจิกหัวลงมารัวกระสุนปนกลอากาศไปที่เครื่องบินสีแดง
ประชาชนคนดูทั้งสนาม ตางพากันไชโยโหรองเมื่อแลเห็นเครื่องบินสีแดงถูกไฟไหมลุกลามไปทั่ว
ทั้งสองปกและกําลังควงสวานลงสูพื้นดินในทาตาง ๆ
ดร.เปยกไดใชความสามารถของเขาบังคับเครื่องบินสีแดงเครื่องนั้นตกลงมากลางสนามพอดี พอ
กระทบกับพืน้ ดิน ก็บังเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นหวัน่ ไหว ประชาชนอกสั่นขวัญแขวนไปตามกัน แตไมมี
ผูใดไดรับภัยอันตรายจากเครื่องบินนั้น รถดับเพลิงสองคันของกองทัพอากาศแลนตรงมายังซากเครือ่ งบินเซ
เบอรสีแดงทันที เปดไซเลนซเสียงลั่น เจาหนาที่ดับเพลิงไดใชน้ํายาเคมีดับเพลิงใหสงบภายในเวลาเพียง
เล็กนอย เสียงประชาชนโหรองดังสนั่นหวั่นไหวตลอดเวลา เครื่องบินสีบรอนซเงินไดรอนลงสูสนามอยาง
สงาผาเผย และวิ่งไปทางใตของสนามบิน
แสงแดดในตอนบายรอนจนแทบจะเปนบา ประกอบทั้งลมก็ไมพัด แตประชาชนคนดูอดทนอยาง
ที่สุด ทุกคนบอกตัวเองวาการแสดงอีโตนี้เปนการแสดงที่มีคุณคาที่สุด ตื่นเตนนาดูที่สุด ยิ่งกวาการแสดง
ของซีอาโตมากมายนัก
เสียงโฆษกประกาศลั่น
“ทานผูมีเกียรติทั้งหลาย ขณะนี้มีแฟนเพลงคนหนึ่งไดเขียนจดหมายมาขอรองเรา เพื่อใหหุนพยนต
แสดงการรองเพลงใหฟงสักเพลงหนึ่ง ขาพเจาไดติดตอกับดอกเตอรดเิ รกแลว คุณหมอขอใหเรียนกับทาน
ผูขอเพลงวา การแสดงอีโตเปนการแสดงอาวุธยุทธภัณฑและประลองยุทธ ภาคพืน้ ดินและภาคอากาศ จึง
ไมสามารถที่จะใหหุนพยนตรองเพลงใหทา นฟงได แตถาหากแฟนเพลงผูนั้นตองการฟงลิเกกลอนสดแลว
คณะอีโตกจ็ ะใหคุณนิกร การุณวงศ รองใหทานฟงเดี๋ยวนี้ ถาพี่นองทั้งหลายตองการฟงก็ขอไดโปรดตบมือ
ขึ้น”
เงียบกริบไมมเี สียงตบมือแมแตแปะเดียว แตแลวก็มีเสียงใครคนหนึ่งรองตะโกนขึ้น

๒๙

“ไมเอาโวย คนรองไมเอา ตองการฟงหุนรองโวย คนรองเกาเสียแลว พวกเราตองการฟงหุน
รองเพลง”
๔ สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวยืนอยูหนาเตนท ผูที่ไดรับบัตรเชิญพิเศษ ลวนแตเปนคน
ใหญคนโตทั้งสิ้น เจาคุณประสิทธิ์ ฯ กับคุณหญิงวาดและ ๔ นางก็อยูในเต็นทหลังนี้ ดร.ดิเรกยิ้มใหนกิ ร
แลวกลาววา
“วาไงโวย คนดูเขาไมตองการฟงแกรองยี่เก”
นิกรพยักหนารับทราบ
“กันจะลองดีกับคนดู เพือ่ เอาชนะใจคนดูใหได” พูดจบนิกรก็เดินไปที่ไมโครโฟนหนาเตนท
ซึ่งมีสายติดตอกับเครื่องกระจายเสียงบนดาดฟาทาอากาศยานดอนเมือง แลวนิกรก็กลาวกับคนดูวา
“ทานทั้งหลาย ขาพเจาคือนายนิกร การุณวงศ นักยี่เกสมัครเลน ประเดี๋ยวกอนครับ...โปรดอยา
เพิ่งฮาปาผม กรุณาใหผมพูดอะไรสักเล็กนอย คือยังงี้ครับ ยีเ่ กทีผ่ มจะรองนี่นะ เปนยี่เกการเมืองนะครับ
รับรองวาผมรองดาอยางสะบั้นหั่นแหลกทีเดียว ทานจะฟงไหมครับ”
ทันใดนั้นเอง ประชาชนก็สง เสียงเกรียวกราวรอบสนามบิน
“เอา...ถายังงั้นพวกเราตองการฟง”
นิกรหัวเราะหึ ๆ แลวรองยี่เกทันที
“หงสทองนองแกว ถาหากวาผมรองแลวผมคงหมดสุข การเมืองผมไมยุงกับเขา ขี้เกียจพาตัวเรา
เขาไปในคุก หามเยีย่ มหามประกันมันลวนแตแสนทุกขตะเหรงเต็งเตรง เต็งเตรง ตูเร็ง เตงเตรง”
เสียงคนดูฮาครืน นิกรทําหนากะเรี่ยกะราดชอบกล อาเสี่ยกิมหงวนยกหลังมือทุบนิกรดังพลั่ก
แลวพูดพลางหัวเราะพลาง
“เขาทีโวย ถาจะใหดแี ลวแกถือโอกาสเปดไฮดปารคทีน่ ี่แทนสนามหลวงไมดีหรือ”
นายจอมทะเลนทําคอยน
“ชางเถอะ กันอยูอยางนี้ก็สขุ สบายดีแลว แฮะ แฮะ เรื่องการเมืองขอเสียที กันชอบแตการบาน
ทําอยางไรถึงจะมีกินมีใช เรื่องการเมืองเปนเรื่องของคนที่เขาไมกลัวคุกตาราง ที่ติดก็ติดไป ที่ไมติดก็
พยายามหาเรื่องจนติด ที่ออกมาแลวก็ติดอีก จับแลวปลอย ปลอยแลวจับ วันนี้ฟพู ุงนี้แฟบ วันนี้นั่งรถ
เกง พรุงนีว้ ิ่งเขาเรือกเขาสวนไมรูทางไป นี่แหละคือเรื่องของการเมือง”
เสียงพูดของนิกรดังไปทั่วสนามบินดอนเมือง ทําใหประชาชนหัวเราะกันอยางครืน้ เครง
โฆษกตัดสวิทไมโครโฟนที่เต็นทใหญแลวพูดกับคนดูตอไป
“ทานทั้งหลาย อันดับตอไปนี้ นายกิมหงวน ไทยแท สมาชิกคนหนึ่งของคณะอีโตจะไดนําพล
พรรค ๒๐ คน ออกมาปราศรัยกับทานผูดูทั้งหลาย ทานจะไดรับความแปลกใจอยางใหญหลวง เมื่อหุน
พยนตของดอกเตอรดิเรกสามารถพูดภาษาคนได และโตตอบคําถามของทานได ซึ่งนับวาประดิษฐกรรม
ของดอกเตอรดิเรกชิ้นนี้มีคณ
ุ คาเหลือที่จะกลาวได เราเสียใจที่ไมอาจจะใหพลพรรคหุนไปพบกับทานได
รอบสนามบิน เพราะอาณาเขตของสนามบินนั้นใหญโตมาก จึงจัดแสดงไดทหี่ นาอากาศยานนี้เทานั้น แต

๓๐

หลังจาก ๑๗.๐๐ น.ลวงแลว เราจะสงทหารหุนทั้งหมดแยกยายกันไปทั่วสนามบินเพื่อเปดโอกาสใหทาน
โอภาปราศรัยดวย”
เจาคุณปจจนึก ฯ หันมากลาวกับเสี่ยหงวนทันที
“ไปซีโวยหงวน พยายามแสดงใหดนี ะ”
อาเสี่ยยิ้มแปน เขาวิ่งหายไปในซอก ๆ หนึ่งขางตัวตึก สักครูเสียงแตรก็บรรเลงเพลงมารชอัน
ไพเราะดังไปทั่วสนามบินโดยเครื่องขยายเสียง
ครั้นแลว อาเสี่ยกิมหงวนก็นําทหารหุนหนึ่งหมวดมีจํานวน ๒๐ คน เดินแถวเสียงสองออกมาสงา
ผาเผย ทหารหุนเหลานี้แตงเครื่องสนามครบครัน แบกปนเล็กยาวถือดาบ ตะละคนทาทางคึกคักเขมแข็ง
และเดินตบเทาพรอม ๆ กัน เหมือนกับทหารที่ไดรับการฝกอยางชํานิชํานาญมาแลว
ทหารหุนเลีย้ วซายมือมาทางหนาเต็นทผูที่ไดรับเชิญซึ่งลวนแลวแตเปนผูที่มีเกียรติ แลวกิมหงวนก็
รองตะโกนออกคําสั่ง
“แถว...หยุด...ซายหัน”
แตรวงหยุดบรรเลงเพลงแลว หุนตัวหนึง่ ซึ่งอยูแถวหนาและนับจากหัวแถวเปนตัวที่สามไดหันผิด
คือหันไปทางขวา ดังนั้นหุนตัวนี้จึงหันกนใหคนดู ทําใหอาเสี่ยกิมหงวนซึ่งทําหนาที่เปนผูบ ังคับหมวด
รูสึกอับอายขายหนาอยางยิ่ง
อาเสี่ยวิ่งเขาไปหา ยกเทาเหวีย่ งลูกแปเตะกนหุนตัวนัน้ ดังปาบ แลวเอ็ดตะโรลั่น
“หันมาทางนีพ้ ลทหารตวน”
หุนพยนตที่ชอื่ ตวนหันหนากลับมาทางคนดู บรรดาทานผูมีเกียรติทงั้ หลาย ตางพากันหัวเราะอยาง
ครื้นเครง อาเสี่ยยกมือเทาสะเอวจองมองดุหุนพยนตทชี่ ื่อตวนแลวเอ็ดตะโรลั่น
“ใครเปนคนฝกเธอหาตาตวน”
หุนยิ้มแหง ๆ นาสงสาร
“ดอกเตอรดิเรกเปนผูฝกผมครับผูหมวด”
อาเสี่ยพยักหนารับทราบ
“เธอโงมาก โงอยางบัดซบทีเดียว ไมสมกับที่เธอเปนหุนพยนตเลย เธอหันผิดคนเดียวรูไหม
ฉันบอกวาหันซาย ดันหันไปทางไหนก็ไมรู”
หุนพลทหารตวนถอนหายใจหนัก ๆ แลวพูดฉาดฉานวา
“ผมคิดวาผมทําถูกแลวครับผูหมวด คุณหมอดิเรกสั่งผมไววา ถาบอกซายหันก็ใหหนั ไปทางหลัง
มือนี้” พูดจบเขาก็ยกมือขวาขึ้น
อาเสี่ยจุยปาก แลวกระซิบขางหุนพยนต
“อายเปรต...นัน่ มันมือขวาโวย ทําไมเซออยางนี้วะ”
หุนพยนตชักฉิว

๓๑

“อาว-ก็ผมไมไดเปนมนุษยที่มีชีวิตจิตใจอยางผูหมวดนีค่ รับ เทาที่ผมเคลื่อนไหวไดพูดไดอยางนีก้ ็
นับวาวิเศษแลว” แลวหุนพยนตก็กระซิบกระซาบกับอาเสี่ยกิมหงวนเชนเดียวกัน “อยาแอคดุผมใหมาก
นักเลยนา ถึงผมเปนหุนก็มีความอับอายขายหนาเขา ผมไมไดหนาดานเหมือนมนุษยบางคนหรอกครับ
ขืนดุผมมาก ๆ ผมแกลงยืนเฉยเสีย ผูหมวดจะวาอยางไร”
เสี่ยหงวนเห็นพองดวย
“เออ-จริงโวย ถางั้นกันจะไมดุแกอีกแลว กันคิดวาอยางชาอีกสิบปขางหนา พวกแกก็จะไดครอง
โลกนี้และเมื่อนั้น มนุษยทงั้ หลายก็จะเปนทาสของพวกหุนพยนต”
“อา-ยังงั้นก็ดนี ะซีคับผูหมวด มนุษยจะไดเลิกกําแหงเสียที พวกผมนะอยากจะครองโลกเสมอ
แตกลัววาจะเปนโรคหรืออมโรคเทานั้น”
อาเสี่ยทําคอยนแลวถอยหลังออกหาง
“แถว...ตรง...วันทยาวุธ...เรียบอาวุธ...ฟงทางนี้
ตอจากนี้ใหพวกเธอเดินเขาไปในเต็นทกลาวคํา
ปฏิสันถารทักทาย ปราศรัย กับทานผูมีเกียรติทั้งหลายโดยทั่วหนา ขาพเจาขอรองใหมนุษยหุนทุกตัวจงมี
กิริยามารยาทที่ดี และอยูในระเบียบวินยั อันดีงาม ใหสมกับที่พวกเธอเปนทหารหุน อยาใหใครเขาติฉิน
นินทาได”
สิ้นคําสั่งของอาเสี่ยกิมหงวน ทหารหุนทั้งหลายก็เดินออกจากแถว และพากันเขาไปในเต็นทสอง
สามหลังดานหนาของตน บรรดาทานผูมีเกียรติทั้งหลายที่ไดรับเชิญมาชมการแสดงของคณะอีโตตางลุกขึ้น
ยืน ตางโอภาปราศรัยกับหุน พยนตดว ยความตื่นเตนแปลกใจ
หญิงสาวคนหนึ่งเดินเขามายกมือตบบาอาเสี่ยกิมหงวนแลวหันไปพูดกับเพื่อนของหลอน ซึ่งติดตาม
มายืนอยูขาง ๆ
“หุนนายทหารตัวนี้นารักเหลือเกินนะคะ ฉวีวรรณ ทําอยางไรถึงจะไดเอาไปตั้งไวในหองโถงที่
บาน ดูใหดีซคี ะ หนาตาทะลึ่ง ๆ ดีเหมือนกัน”
อาเสี่ยกลืนน้ําลายเอื๊อก หญิงสาวผูนั้นหันมายกมือจับคางเขา โดยเขาใจผิดคิดวาอาเสี่ยเปนหุน
พยนตตวั หนึ่ง
“หุนจา...บอกฉันหนอยซิวาเธอชื่ออะไรคุณหมอดิเรกตั้งชื่อใหเธอหรือเปลา”
เสี่ยหงวนกัน้ หัวเราะแทบแย
“แฮะ ๆ ผมไมไดเปนหุนหรอกครับคุณ ผมเปนมนุษยเดินดินกินขาวแกงเหมือนอยางคุณนี่แหละ
แตผมเปนผูฝกทหารหุน เหลานี้”
หญิงสาวใจหายวาบ
“อุยตาย...” แลวหลอนก็ยกมือไหวอาเสีย่ กิมหงวน “รับประทานโทษเถอะคะ เทาที่ดิฉันตบบา
และจับคางคุณ ดวยความเขาใจผิดคิดวาคุณเปนหุนตัวหนึ่ง”
อาเสี่ยยิ้มนอยยิ้มใหญ แลวพูดออมแอมวา
“ไมเปนไรครับ ผูหญิงทุกคนถาจะถูกเนือ้ ตองตัวผมหรือกอดจูบผมบาง ผมไมถือหรอกครับ”

๓๒

หญิงสาวคอนขวับ แลวพาเพื่อนของหลอนเดินไปจากที่นั้น บรรดาทานผูมีเกียรติที่ไดรับเชิญมา
ชมวันอีโตตางตื่นเตนแปลกใจเหลือที่จะกลาว เมื่อหุนพยนตเหลานี้สามารถพูดคุยกับเขาและโตตอบคําถาม
ของเขาไดเปนอยางดี อาเสีย่ กิมหงวนไดทําหนาที่อธิบายใหใคร ๆ ทราบวาการเคลื่อนไหวของหุน พยนตนี้
เกิดขึ้นดวยเครือ่ งกลไกในตัวหุน ใชบังคับดวยเครื่องวิทยุ และเรดาอันเปนประดิษฐกรรมอันมีคายิ่งของ
ดร.ดิเรก
เมื่อทหารหุนเหล็กไดโอภาปราศรัย กับทานผูมีเกียรติทั้งหลายในราวครึ่งชั่วโมง อาเสี่ยกิมหงวนก็
เรียกแถว และนําทหารหุนพยนตกลับไปยังที่พักทามกลางเสียงตบมือเกรียวกราว พวกชางภาพหนังสือพิมพ
ติดตามถายรูปตลอดเวลา ซึ่งบางกลองก็มีฟล มบางกลองก็ไมมีฟลม บรรดาชาวตางประเทศทั้งหลาย ตางรูสึก
มหัศจรรยใจไปตามกัน
เสียงโฆษกประกาศลั่นสนามบิน
“ทานทั้งหลาย ทานทีย่ ังไมไดเจรจากับหุนเหล็กโปรดอดใจทูซี้ดกู ารแสดงอื่น ๆ ตอไปกอน ใน
เวลา ๑๕ น. ตรง เราจะสงทหารหุนพยนตไปทั่วสนามบินเพื่อใหพบปะสนทนากับทานในฐานมิตร อันดับ
ตอไปนี้เปนการแสดงเฮลิคอปเตอร โดยใชหุนพยนตเปนนักบินผูขบั ขี่ นักบินที่ไมมีชีวิตจิตใจ อนึ่งขอ
เรียนใหทานทราบวา หลังจากนักบินหุน พยนตหยอนบันไดเชือกลงมา พระยาปจจนึกพินาศ ผูเ ปนพอตา
ของดอกเตอรดิเรก จะแสดงกายกรรมในอากาศใหทานชมเปนขวัญตา”
เจาคุณปจจนึก ฯ เย็นวาบไปหมดทั้งตัว ทานหันควับมาทางนายแพทยหนุม ใบหนาของทานซีด
เผือดเหมือนกระดาษ
“อะไรกันโวยดิเรก พอยังไมรูเรื่องสักนิด”
ดร.ดิเรก ยิ้มแปน
“ก็เขาประกาศไปแลวนี่ครับ คุณพอ”
ทานเจาคุณกลืนน้ําลายอีอก
“แลวใครเสือกไปใหเขาประกาศ”
นายแพทยหนามหันไปทางอาเสี่ยกิมหงวน ซึ่งกําลังเดินเขามารวมกลุม กับคณะพรรคของเขา
“อายหงวนเปนคนไปใหเขาประกาศ”
เจาคุณปจจนึก ฯ โกรธจนตัวสั่น เพราะกิมหงวนจะทําใหทานคอยนลงไปรวมกับตาตุม ถาหากวา
ทานแสดงหอยโหนตามประกาศนัน้ พอเสี่ยหงวนเดินมาถึงทานเจาคุณก็ยกมือชี้หนา
“หมายความวากระไรวะ อายหงวน เสือกไปใหเขาประกาศทําไมวา ขาจะแสดงกายกรรมบน
บันไดเชือกของเครื่องบินเฮลิคอปเตอร”
อาเสี่ยขมวดคิว้ ยน
“แลวกัน คุณอามาดุผมถูกหรือครับ อายกรมันสั่งใหผมไปบอกใหเขาประกาศอยางนั้น”

๓๓

ทานเจาคุณหันควับมาทางลูกเขยจอมทะเลนของทานทันที แตนิกรทําเปนไมรูไมชี้ ยกมือขวาปอง
หนาผากมองดูเครื่องบินเฮลิคอปเตอรเครื่องหนึ่ง ซึ่งกําลังลอยขึ้นจากพื้นสนาม โดยมีนกั บินหุน พยนตเปน
คนขับ ทําใหประชาชนตื่นเตนไปตามกัน
“เฮ” เจาคุณปจจนึก ฯ เอ็ดตะโร “หันหนามาทางนี้หนอยซิคุณนิกร”
นิกรคอย ๆ หันหนามาทางพอตาของเขาแกลงทําหนาเซอเหมือนกับคนถูกสะกดจิต ครึ่งหลับครึ่ง
ตื่น
“เรียกผมทําไมครับ”
เจาคุณขบกรามกรอด
“แกเสือกใหอา ยหงวนไปบอกใหเขาประกาศทําไมวา ฉันจะแสดงกายกรรมที่บนั ไดเชือกเฮลิคอป
เตอร”
นิกรอมยิ้ม
“โธ-เรื่องเล็กครับ คุณพอ”
คราวนี้เจาคุณปจจนึก ฯ ตะโกนราวกับชางรอง
“ถูกแลว เรื่องเล็กสําหรับแก แตเปนเรือ่ งใหญยิ่งสําหรับฉัน แกจนปานนีแ้ ลว รูปรางของฉันก็
อวนแผละพุงพลุยเหมือนไหกระเทียมตอขา ฉันจะเอาเรี่ยวแรงทีไ่ หนเลนกายกรรมบนอากาศใหคนเขาดู
พลาดพลั้งตกลงมาก็คอหักตายเทานัน้ ”
พล พัชราภรณพูดเสริมขึ้น
“อยาเอะอะไปเลยครับคุณอา ขายหนาเขาเปลา ๆ คุณอาก็เสือเฒาคนหนึ่ง เมือ่ เขาประกาศไป
แลวเปนตายอยางไรก็ตองแสดง”
เจาคุณทําตาละหอย
“ก็มันกลัวตายนี่หวา”
อาเสี่ยพูดโพลงขึ้นดวยเสียงหนักแนน
“ตายอยางมีเกียรติ ดีกวาจะมีชีวิตอยูอยางไรเกียรติ”
“ฮั่นแน” เจาคุณปจจนึก ฯ อุทาน “จะยุใหขาตายละซี”
ดร.ดิเรกยิ้มใหพอตาของเขา แลวพูดกับทานอยางเปนงานเปนการ
“เฮลิคอปเตอรเริ่มแสดงทาพลิกแพลงแลวคุณพอ เตรียมตัวเถอะครับ เดินออกไปกลางสนาม
เดี๋ยวนี้ ถาคุณพอไมยอมออกไปแสดง คณะอีโตเสียชือ่ หมด อยาใหชาวตางประเทศเขาดูถูกเราได เลือด
ไทยเขมแข็งกลาหาญชาญชัยที่สุด เราจะตองพิสูจนธาตุแทของคนไทย”
นิกรพูดเสริมขึน้
“กลาหาญหนอยครับ คุณพอ อยางมากก็หลนลงมากระดูกออกนอกเนื้อ กลายเปนเตาไปเทานัน้
เอาเถอะ...เฮลิคอปเตอรมาแลว”

๓๔

เจาคุณปจจนึก ฯ เหงื่อแตก หายใจถี่เร็วนาสงสาร ทําหนาเหมือนจะรองไห ทานเจาคุณหันมา
มองดูเจาแหว แลวกระซิบกระซาบพูดกับเจาแหวเบา ๆ
“ไหวละวะอายแหว เอ็งชวยแสดงแทนขาหนอยเถอะวะ”
เจาแหวสะดุงเหมือนถูกเข็มแทง
“ออย รับประทานใตเทาวายังไงนะครับ รับประทานใหผมเลนกายกรรมกลางอากาศ...”
“เออ ถาตกลงขาจะไดใหดิเรกติดตอกับโฆษกใหเขาประกาศเปลี่ยนตัว เกิดมาจากทองพอทองแม
ขาไมเคยเลนกายกรรมเลย”
ดร.ดิเรก ยกมือไหวพอตาของเขา แลวพูดออนวอน
“เพื่อเห็นแกองคการอีโตของเรา คุณพอแข็งใจแสดงสักหนอยนะครับ ถึงอยางไรก็ไดประกาศให
ประชาชนทราบแลว”
ทานเจาทําปากแบะเหมือนกับจะรองไห
“ก็ถาเผื่อพลาดพลั้งขาตกลงมาตายละ”
นายแพทยหนุม ยิ้มเล็กนอย
“ตายก็ฝงหรือเผาซีครับ พวกผมจะชวยกันทําศพคุณพออยางหรูหราทีเดียว มีงวิ้ , ลิเก, หนังและ
โขนแสดงหนาศพ เสียเทาไรเสียไป คุณพออยาแกลงทําเปนคนขี้ขลาดหนอยเลยครับ”
เจาคุณปจจนึก ฯ ฝนยิ้ม
“ไมไดแกลงโวย กลัวตายจริง ๆ ”
พลวา “เอายังงี้ก็แลวกันครับ คุณอาติดรมชูชีพขึ้นไปดวย ถาพลาดพลั้งหรือหมดแรงปลอยมือ
จากบันไดเชือก คุณอาก็ปลดรมชูชีพใหกางออก ลอยลงสูพื้นดินอยางสงาผาเผย พอรุงขึ้นหนังสือพิมพ
ทุกฉบับก็จะลงรูปคุณอา และเสนอรายละเอียดใหประชาชนทราบวา คุณอาเปนคนแกทกี่ ลาหาญที่สุดใน
โลก”
ทานเจาคุณถูกลูกยอก็รูสึกคึกคักเขมแข็งทันที นิกรไดทกี ็เลยยกยอพอตาของเขาบาง
“มือชั้นคุณพอแลวผมเชื่อวาคุณพอคงแสดงกายกรรมกลางอากาศไดเปนอยางดี ไมตองทําอะไรให
มากหรอกครับ ยกแขงขานิดหนอยก็พอ คนดูไมไดสนใจทากายกรรมของคุณพอเลย จุดสนใจจะอยูทวี่ า
คุณพอลอยอยูบ นอากาศเทานั้น”
เสี่ยหงวนกลาวขึ้นบาง
“โบราณวา แรงเหมือนมด อดเหมือนกา กลาหาญเหมือนคนแก...คนเรายิ่งแกตวั ยิง่ ใจกลาเพราะ
ปลงตกเสียแลว เฮ-ดิเรกโวย พาคุณอาไปติดรมชูชีพหนอยเถอะวะ แลวบอกดอกเตอรจอ งใหบังคับ
เฮลิคอปเตอรบินผาดแผลงถวงเวลาไปกอน”
นายแพทยหนุม ยิ้มใหพอตาของเขา

๓๕

“ไปครับ คุณพอ คุณพอครับผมจะจัดการติดรมชูชพี วิธีใชไมยากกระชากสลักออกรมมันก็กาง
หรือคุณพออยากจะโชวลวดลายก็ปลอยตัวใหลอยละลิว่ ลงมา พอใกลจะถึงพื้นดินจึงปลดรมใหกาง เทานี้
คนดูก็จะอกสัน่ ขวัญแขวนไปตามกัน ผมเชื่อวาคุณพอทําไดแน ๆ ”
อานุภาพของลูกยอ ทําใหคนดี ๆ กลายเปนคนเสียมามากตอมากแลว เจาคุณปจจนึก ฯ ก็เชนเดียวกัน
ทานยืดหนาอกในทาเบง แลวพูดเสียงหนัก ๆ
“เอาละโวย อยางมากก็คอยนลงไปรวมกับตาตุมเทานั้น”
เสี่ยหงวนหัวเราะหึ ๆ
“ดีซีครับถาคุณอาคอยนลงไปรวมกับตาตุมได ผมจะเอาไปออกแสดงงานภูเขาทองปนี้ รูปรางคง
นาดูพิลึก”
ดร.ดิเรกจูงมือเจาคุณปจจนึก ฯ พาเดินไปจากที่นั้น เฮลิคอปเตอรซึ่งขับขี่โดยนักบินหุน ไดแสดง
การบินในทาตาง ๆ บางครั้งก็บินลงมาในระยะต่ํา เลีย้ วซายเลี้ยวขวา บินเอาขางไปกอน และเลีย้ ววงแคบ
คนดูตบมือโหรองตลอดเวลา
ในราว ๑๐ นาที เจาคุณปจจนึก ฯ ก็เดินออกไปในสนามบิน ที่หนาอกของทานมีรมชูชีพติดไว
ทานเจาคุณพยายามวางทาทางใหผึ่งผายที่สดุ ประชาชนคนดูพูดกันพึมพํา
ใครคนหนึ่งรองตะโกนขึ้น เมื่อเห็นเฮลิคอปเตอรหยอนบันไดเชือกลงมา
“คุณลุงครับ ลําบากนักก็อยาแสดงเลย”
ดร.จองใชกระแสคลื่นวิทยุและเรดาบังคับเฮลิคอปเตอรใหแลนไปตามความประสงคของเขา เมือ่
ดร.จองแลเห็นเจาคุณปจจนึก ฯ ออกไปกลางสนามบินก็บังคับใหนักบินหุนพยนตนําเครื่องบินบินต่ําลงมา
แลวนักบินหุน ก็หยอนบันไดเชือกลงมาให
เจาคุณปจจนึก ฯ พยายามคิดวา ทานเปนนักหอยโหนคนหนึ่ง พอบันไดเชือกหยอนลงมาเกือบถึง
ศีรษะทานก็กระโดดควาบันไดเชือกไวได ทันใดนัน้ เองเฮลิคอปเตอรก็ลอยขึ้นสูงทําใหทานเจาคุณเสียวไส
อกสั่นขวัญแขวน ดิน้ กระแดว ๆ นาสงสาร”
มันเปนการบังเอิญที่สุด
เครื่องวิทยุและเรดาเกิดขัดของเล็กนอย เฮลิคอปเตอรสูงขึ้นไปทุกที จนกระทั่งเจาคุณปจจนึก ฯ
แลเห็นคนตัวเทาตุกตาและเครื่องบินที่จอดในสนามลําเล็กนิดเดียว
“โอย-แยละโวยกู” ทานเจาคุณรองเสียงหลง แหงนหนาตะโกนพูดกับนักบินหุนพยนต “ลงต่ํา ๆ
ซีโวย”
นักบินหุนยิ้มใหทาน เขายักไหลและแบมือทั้งสองขางออก
“เสียใจครับ” เขารองตะโกนตอบ “การบังคับเครื่องอยูที่เจานายขางลางถาเขาไมบังคับผม ผมก็
แตะตองอะไรไมได”
ทานเจาคุณรองไหโฮ
“ออย-ขาเมื่อยเต็มทนแลวโวย ชวยดวยซี”

๓๖

หุนพยนตหวั เราะหึ ๆ
“ไตเชือกขึ้นมาหาผมซีครับ”
เจาคุณปจจนึก ฯ สั่นศีรษะ
“ไตไมไหว หมดแรงแลว โอย-พุทธังชวย ธรรมมังชวย สังฆังชวย”
ครั้นแลวทานเจาคุณปจจนึก ฯ ก็ปลอยมือจากบันไดเชือก ทันใดนั้นเอง รางอันอวนเตี้ยของทานก็
ลอยละลิ่วลงสูพื้นดิน ทามกลางความตืน่ ตระหนกตกใจของประชาชนนับแสน พวกผูห ญิงรองวีดวาย
พวกคนแกเปนลมไปตามกัน
เสียงโฆษกประกาศลั่น
“ทานทั้งหลาย โปรดอยาตกใจมันเปนอุบัติเหตุเล็กนอย ทานเจาคุณปจจนึก ฯ คงหมดแรง มือจึง
หลุดจากบันไดเชือก แตทา นมีรมชูชีพอยูแ ลว ถารมไมกางทานก็ตาย ถารมกางทานก็ปลอดภัย”
คณะพรรคสี่สหายตกตะลึงพรึงเพริดไปตามกัน เจาคุณประสิทธิ์ ฯ คุณหญิงวาดและสี่นางวิ่งออกมา
นอกเตนท ประไพแหงนหนามองดูบิดาบังเกิดเกลาของหลอน แลวตะโกนสุดเสียง
“โอย ! คุณพอ กระตุกรมซีคะ กระตึกรมเร็ว”
คุณหญิงวาดมีกิริยาลนลาน ดวยความหวงใยเจาคุณปจจนึก ฯ ซึ่งกําลังลอยละลิ่วลงมาเกือบถึง
สนามบินอยูแลว ทานปองปากรองตะโกนลั่น
“เจาคุณ ! อยาเอาหัวลงนะคะ พยายามลงอยางทิ้งยอคะ”
รางของเจาคุณปจจนึก ฯ หมุนไปมาในทาตาง ๆ ลมปะทะถูกรางและใบหนาของทานเต็มแรง
จนกระทั่งเจาคุณนัยนตาเหลือกเพราะหายใจไมออก ทานแลเห็นพืน้ สนามบินใหญขึ้นอยางรวดเร็ว
นิกรหันมายิ้มกับเมียรักของเขา
“ไพจา เราเอาศพทานไปไววัดไหนดีจะ”
ประไพรองไหโฮ พูดพลางรองไหพลาง
“กลัวจะจมลงไปในดินตั้งสองสามเสนหาศพไมพบนะซีคะ โถ ไมนาเลย เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แท ๆ ”
อีกในราว ๓๐๐ ฟตก็จะถึงพื้นดินแลว เจาคุณปจจนึก ฯ นึกขึ้นไดวา ทานมีรมชูชีพผูกติดอยูท ี่
หนาอกของทาน ซึ่งเปนรมชูชีพแบบใหมและไมมวี ันที่จะไมกาง เพราะดร.ดิเรกไดประดิษฐขนึ้ ดวยหลัก
วิชาของเขา ดังนั้นเจาคุณปจจนึก ฯ จึงกระชากสลักรมออกทันที
รมชูชีพกางพรึบ่ ออก รางอันอวนเตี้ยของทานเจาคุณแกวงโตงเตงไปมา ในระยะสูงจากพื้นดินราว
๑๕๐ ฟต นับวาเตี้ยมาก ประชาชนทั้งสนามบินพูดกันพึมพําโหรองเกรียวกราวที่เจาคุณปจจนึก ฯ รอดตาย
ไดหวุดหวิดเหมือนมีปาฏิหาริย
คณะพรรคสี่สหายและทานผูใ หญตางถอนหายใจเฮือกใหญพรอม ๆ กัน เจาคุณปจจนึก ฯ เพิ่งเคย
โดดรมเปนครัง้ แรกในชีวิตของทาน จึงไมรูจักและเขาใจในการบังคับรม ทานเจาคุณปลอยใหรมพาตัวไป
ตามยถากรรมนึกขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุมครองทานใหรอดพนจากคอยนลงไปรวมกับตาตุม ทานเกาะสาย
รมแนนและหลับตาป

๓๗

ในที่สุด รมชูชีพก็พาเจาคุณปจจนึก ฯ หลนลงบนหลังคาเต็นทหลังหนึ่ง ทําใหเตนทหลังนั้นยุบ
ฮวบพังลงมาทันที บรรดาแขกผูมีเกียรติที่อยูในเตนท ถูกเตนทและเสาเตนททับดิ้นกันขลุกขลัก ทหาร
อากาศหลายสิบคนกับตํารวจวิ่งมาชวยเหลือผูประสบภัย ซึ่งเปนเรื่องทุลักทุเลไมนอ ย
เสียงโฆษกประกาศใหประชาชนทราบ
“พี่นองทั้งหลายไดชมกายกรรมทางอากาศและการกระโดดรมชูชีพอยางนาหวาดเสียว ซึ่งแสดง
โดยพระยาปจจนึกพินาศแลว อันดับตอจากนี้ไปกองทหารหุนเหล็ก จะออกมาพบกับทุก ๆ ทานรอบ
สนามบินดอนเมือง ทานจะพูดคุยซักถามหุนพยนตอยางไรก็ได และหุนพยนตเหลานี้จะอยูใ กลชิดกับทาน
จน ๑๖.๐๐ นาฬิกา”
ประชาชนสงเสียงจอกแจกจอแจทั่วสนาม ทหารหุนประมาณ ๑๐๐ ตัวตางเดินออกมา และแยก
ยายกันไปทัว่ บางก็เดินลัดตัดสนามไปทางดานตะวันออก ประชาชนเฮโลกันเขามาหอมลอมทักทายหุน
พยนตเปนอยางดี ซึ่งหุนพยนตก็โอภาปราศรัยดวยอยางนอบนอม
การแสดงของอีโตสิ้นสุดลงในเวลา ๑๖.๐๐ น. ตามทีบ่ อกไวในสูจบิ ัตร คณะอีโตไดเปนแขกผูมี
เกียรติของกองทัพอากาศ ทุกคนถูกเชิญไปที่สโมสรนายทหาร ซึ่งตอนพลบค่ําวันนี้ กองทัพอากาศจะได
จัดเลี้ยงอาหารแบบโตะจีนแกดร.ดิเรกและคณะ ผลของการแสดงจะทําใหประเทศมหาอํานาจทัง้ หลายใน
โลกนี้เริ่มคํานึงถึงสันติภาพอันแทจริงเพราะถาเกิดสงครามขึ้นและประเทศไทยเขาขางไหน
อีกฝายหนึ่ง
จะตองพินาศยอยยับอยางไมมีปญหา
ณ บัดนี้ ดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์ ของเราไดกลายเปนนักประดิษฐ และนักวิทยาศาสตรผูยิ่งใหญที่สุดใน
โลกนี้แลว
หนังสือพิมพรายวันในกรุงเทพ ฯ ทุกภาษาและทุกฉบับ ตางเสนอขาวรายละเอียดในการแสดงของ
อีโตพรอมดวยภาพตาง ๆ หลายรูป หนังสือพิมพเหลานี้ตางสดุดียกยองดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์มากกวาใคร
วันรุงขึ้นจากวันนั้น ดร.ดิเรก ก็พาเพื่อนเกลอทั้งสามกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวเดินทางโดย
รถยนตเกงมุงตรงไปยังฐานทัพเรือแหงราชนาวีไทยที่สตั หีบ ทั้งนี้เพื่อมอบอาวุธมหาประลัยใหแกกองทัพ
เรือนั่นเองและจะฝกสอนทหารเรือใหรูจักใชอาวะเหลานัน้ ดวย คือ ปตอ. ปรมาณู กระสุนปนใหญปรมาณู
เครื่องมือพิเศษในการคนหาและทําลายเรือดําน้ํา
คณะพรรคสี่สหายไดไปพักอยูที่ฐานทัพเรือสามวัน
จึงเดินทางกลับกรุงเทพ ฯ อยางเงียบ ๆ
พยายามปดขาวไมใหพวกหนังสือพิมพรู แตหนังสือพิมพบางฉบับก็สามารถสืบรูจนได เขียนขาวลงพิมพ
มากมาย ขณะนี้ชื่อของดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์ ทําใหหนังสือพิมพจําหนายขายดีมาก ถาหนังสือพิมพฉบับใด
ไมมีขาวหรือรูปของนายแพทยหนุมแลว หนังสือพิมพฉบับนั้นจะไมมีใครหยิบเลย ดังนั้นพวกเหยีย่ วขาว
แรงขาวหรือกระจอกขาวจึงพาชางภาพปวนเปยนอยูหนาบานพัชราภรณตลอดวัน แตดร.ดิเรกไมยอมใหใคร
สัมภาษณเขา ทั้งนี้เพราะเขาจะตองปกปดทุกสิ่งทุกอยางไวเปนความลับกอน เพื่อสมรรถภาพของกองทัพ
ไทยทั้งสามทัพ

๓๘

บรรดาสมาชิกของสมาคมพลังงานปรมาณูแหงประเทศไทย ถึงแมไมมีใครมาที่บานพัชราภรณอกี
แตทุกคนก็ยังชวยเหลือดร.ดิเรกเสมอ ขณะนีน้ ายแพทยหนุมไดเสนอเรื่องไปใหคณะรัฐมนตรีแลวขอเบิก
จายเงิน ๕๐ ลาน เพื่อสรางอาวุธมหาประลัยใหกองทัพบก เรือ และอากาศของเรา ระหวางที่คอยเงิน
สําหรับลงทุน ดร.ดิเรกจึงมีเวลาวางตลอดวัน
นายแพทยหนุม ของเรามักจะหมกตัวอยูแตในหองทดลองวิทยาศาสตร
ซึ่งเขาไมไดเฉลียวใจวา
เขากําลังอยูในสายตาของชาวตางประเทศ คณะหนึ่งซึง่ มีแผนการที่จะลักพาดร.ดิเรกเดินทางไปยังประเทศ
ของเขา และจะบังคับใหนายแพทยหนุม สรางอาวุธมหาประลัยให โดยจะรับซือ้ ดวยเงินสกุลปอนดหรือ
ดอลลารอยางสูง
คืนวันนั้น
เวลา ๒๐.๐๐ น.เศษ ดร.ดิเรกนั่งดูโทรภาพอยูตามลําพัง ภายในหองทดลองของเขา ซึ่งโทรภาพ
เครื่องนี้เขาสรางขึ้นเอง ดวยการลงทุนเพียง ๖ สลึงเทานั้น
นายแพทยหนุม ไดยนิ เสียงใครคนหนึ่งเคาะประตูกระจกฝาจึงเอื้อมมือปดเครื่องรับวิทยุโทรภาพแลว
กลาวขึ้นดัง ๆ
“คัมอิน”
ประตูกระจกฝาถูกผลักออกชา ๆ เจาแหวเดินยิ้มกริ่มเขามาในหอง และหยุดยืนขางดร.ดิเรก
“รับประทานคุณพลใหมาเชิญคุณหมอขึน้ ไปขางบนสักประเดีย๋ วครับ รับประทานมีการเลนโปก
เกอรกันอยางถึงเงินเชียวครับ”
ดร.ดิเรกหัวเราะเบา ๆ และลุกขึ้นยืน
“งั้นเรอะ ถาไดเลนโปกเกอรบางก็จะชวยคลายอารมณอันตึงเครียดของกัน วันนี้อยูในหองทดลอง
ตลอดวัน แกชวยเก็บกวาดหองใหสะอาดเรียบรอยหนอยนะ แลวปดประตูหนาตางใสกุญแจใหดว ย” พูด
จบนายแพทยหนุมก็เดินออกไปจากหองทดลองวิทยาศาสตรและเอื้อมมือปดประตูกระจกฝาไวตามเดิม
เจาแหวยกมือไขวหลังเดินวนเวียนไปมารอบ ๆ หอง ผิวปากเพลงเทียบนาฬิกาเบา ๆ แอคทาทางให
เหมือนกับวาเขาคือดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์ เมื่อแลเห็นเสื้อยาวสีขาว ซึ่งเปนเสื้อที่คุณหมอใชแขวนอยูที่ผนังตึก
แหวก็หยิบลงมาคลี่ออก แลวสวมเสื้อตัวนั้นทันที
ดวยความทะลึ่งตามอุปนิสัยสันดานของเขา เจาแหวไดเดินไปนั่งที่โตะทํางานของ ดร.ดิเรก ณรง
ฤทธิ์ดึงลิ้นชักออกทีละลิ้นชัก พอแลเห็นกลองแวนสายตาสั้น อันเปนแวนตาสํารองของนายแพทยหนุม
เจาแหวก็หยิบออกมาจากลิ้นชักนั้นแลวเปดกลองออก หยิบแวนสีขาวกรอบทองขึ้นสวมทันที คราวนี้
ลักษณะทาทางของเจาแหวก็ดูคลาย ๆ กับดร.ดิเรกเหมือนกัน บนโตะนั้นมีแบบแปลนแผนหนึ่งวางอยู มัน
เปนแปลนของเครื่องบินไอพนซึ่งเจาแหวดูไมรูเรื่อง ถึงแมจะตั้งอกตั้งใจพยายามดูอยางไรก็คงไมรูเรื่องอยู
นั่นเอง

๓๙

ระหวางทีเ่ จาแหวสนใจกับแบบแปลนแผนนี้เหตุการณทไี่ มมีใครคาดหมายก็เกิดขึ้น ชายฉกรรจ
คนหนึ่งแตงกายชุดสีดําลวนรูปรางสูงใหญล่ําสัน กําลังปนหนาตางหองทดลองวิทยาศาสตรของนายแพทย
ดิเรกเขามาอยางระมัดระวังตัว
ชายลึกลับถือปนพก ยู เอส อารมี่ อยูในมือขวา ใบหนาของเขาเหี้ยมเกรียม บอกความเปน
อาชญากร ใบหนาที่แกมทัง้ สองขางตอบ นัยนตาโปน เกือบจะถลนออกมานอกเบา
ชายผูน้เี ปนดาวรายที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง ในวงการนักเลงอันธพาล เขาไดรับสินจางจากชาวตาง
ประเทศคณะหนึ่งใหมาจับกุมตัว ดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์ และใหนําตัวนายแพทยหนุม ไปมอบใหเขา ณ จุดทีไ่ ด
นัดหมายกันไว โดยสัญญากันวา ถานักเลงใหญผูนนี้ ําตัวดร.ดิเรกไปมอบใหเขาไดแลว เขาจะจายเงินสด
ใหแสนบาท
จอมนักเลงผูนไี้ ดเห็นรูปถายของดร.ดิเรกจากชาวตางประเทศคณะนัน้ แลว แตภาพที่เห็นจากรูป
ถายนั้นยอมไมเหมือนกับไดเห็นตัวจริงเขาจึงสําคัญผิดคิดวาเจาแหวนีแ่ หละคือ
ดร.ดิเรก
ณรงฤทธิ์
นักวิทยาศาสตรผูยิ่งใหญที่สุดในโลกนี้
ขณะนี้ เจาแหวกําลังฮัมเพลงพมางมหอยเบา ๆ ชายลึกลับเดินจรดปลายเทาตรงเขามาหาทาง
ดานหลังเจาแหว บกปากกระบอกปนพกจี้หลังเจาแหวทันที
“คุณหมอ...ถาหากรักที่จะมีชีวิตอยูตอไปละก็อยาสงเสียงขึ้นเปนอันขาด แลวก็...โปรดปฏิบัติ
ตามคําสั่งผม”
เจาแหวเย็นวาบไปหมดทั้งตัว คอย ๆ หันหนามามองผูราย พอสบตากับดาวรายคนนี้ เจาแหวก็
นัยนตาเหลือกลานเต็มไปดวยความรักตัวกลัวตาย ชายลึกลับกลาวกับเจาแหวตอไปดวยเสียงเฉียบขาด
“ลุกขึ้นเถอะครับคุณหมอเตรียมตัวไปกับผมเดี๋ยวนี้และปนลงทางหนาตางนี้ ผมจะพาคุณหมอ
หลบหนีออกไปทางสวนดอกไมหลังบาน”
เจาแหวคอย ๆ ลุกขึ้นยืน ใบหนาซีดเผือดเหมือนไกตม เขารูทันทีวาชายผูนี้ทีเจตนาที่จะลักพา
ดร.ดิเรก ไปใหชาวตางประเทศคณะหนึ่ง เพราะในระหวางนี้ มีผใู หญหลายคนไดจดหมาย หรือโทรศัพท
ใหระวังตัวใหดีเพราะอาจจะถูกจับสงตัวไปตางประเทศได ทานผูใ หญเหลานี้ไดขอรองใหดร.ดิเรกงดการ
เที่ยวเตรในเวลากลางคืนและไมใหประมาท ทางการตํารวจไดสงตํารวจคนหนึ่งมาเฝายามที่บานพัชราภรณ
ในตอนกลางคืนทุก ๆ คืน แตทางดานหลังบานไมมีตํารวจ คนรายลอบเขามาทางหลังบาน
เจาแหวพยายามปลอบใจตนเองใหเข็มแข็ง ยืดหนาอกขึน้ วางทาใหภาคภูมิ กระทําตัวเหมือนกับ
เขาเปนดร.ดิเรกจริง ๆ แลวเจาแหวก็ทําใจดีสูเสือ พูดกับเจาหมอนั่นดวยการทําเสียงขึน้ นาสิกเล็กนอย
“ทานตองการอะไรจากฉัน”
ชายลึกลับยิ้มแคน ๆ
“ผมไมมีเวลาพอที่จะตอบคําถามของคุณหมอหรอกครับ”
เจาแหวลืมตาโพลง
“ออ-ถายังงั้นก็เชิญซีเพื่อน กันไมไดไปหนวงเหนีย่ วแกไวนนี่ า แกไปไหนก็ไปเถอะ”

๔๐

เจาหมอนัน่ ขยับปนขึ้นในทาเตรียมยิง
“แตคุณหมอตองไปกับผมดวย”
เจาแหวพยักหนาชา ๆ
“ออไร-ออไร ยินดีมากที่ยูใหเกียรติไอมากมายเชนนี้ อา-ปนนั่นนะมันมีกระสุนหรือเปลา
ขอใหกันดูหนอยไดไหมเพื่อน”
เจาหมอนัน่ เอียงคอเล็กนอย แลวสั่นศีรษะปฏิเสธ
“เสียใจ ผมไมโงพอที่จะสงปนใหคุณหมอหรอกครับ เชิญคุณหมอปนลงทางหนาตางบานนี้
และโปรดทราบอีกครั้งหนึ่งวา ถาหากไมทําตามคําสั่งของผม ผมก็จําเปนที่จะตองสังหารคุณหมอเสีย”
เจาแหวทําตาปริบ ๆ หายใจไมทั่วทองเลย
“เดี๋ยวกอนพี่ชาย ขอเวลาใหกันสักหนึ่งนาทีไดไหม”
“คุณหมอจะทําอะไร” เขาพูดหวน ๆ
“กันจะขอพูดโทรศัพทไปบอกใหตํารวจเขาทราบวาแกมาขูกันลักพากันไปจากบานนี้
โนน
เครื่องโทรศัพทอยูโนน ใหกันโทรถึงกองปราบ ฯ หนอยนะ อยางมากครึ่งนาทีเทานั้น”
“ไมได” เจาหมอนั่นตวาดแวด “เร็วอยาร่ําไรคุณหมอ ชีวิตของคุณหมอมีคามากมายนัก อยา
เพิ่งตายเลยนะครับ ปนลงไปจากหนาตางบานนั้นเดี๋ยวนี้”
เจาแหวถอนหายใจหนัก ๆ
“อา-สมมุติวากันจะแหกปากรองตะโกนขึน้ แกจะวาอยางไร”
เจาหมอนัน่ เคนหัวเราะ
“ผมจะวาอยางไร ผมก็จะยิงคุณหมอทิ้งเสียเทานั้น การฆาคนสําหรับผมเปนเรื่องเล็กเหลือเกิน
แตการตายของคุณหมออาจจะเปนเรื่องใหญยิ่ง เพราะคุณหมอยอมมีความหมายแกคนทั้งโลก โดยเฉพาะมี
ความสําคัญยิ่งในประเทศไทย เชิญไดครับ ผมไมชอบพูดพลามทําเพลง ใครขัดขืนผมยิงเด็ดขาด”
ดวยอํานาจปนพก ๑๑ มม. ทําใหเจาแหวตองปฏิบัติตามคําสั่ง เขาเดินไปที่หนาตางขางตัวตึก
ใหญแลวปนออกไปนอกหนาตาง ซึ่งชายลึกลับไดติดตามไปในระยะกระชั้นชิด เมือ่ เจาแหงลงมาถึงพื้นดิน
ชายลึกลับก็ใชปนขู พาเจาแหวลัดเลาะเขาไปในสวนดอกไมหลังบานพัชราภรณแลวพาหนีออกไปจากบาน
โดยไมยากลําบากอะไรนัก เพราะคนรายมีพรรคพวกถึงสองคนรออยูนอกบาน พรอมดวยรถยนตเกงซึ่ง
เตรียมมาคอยรับดร.ดิเรก
เวลาผานพนไปตามลําดับ
จนกระทั่ง ๒๓.๐๐ น. เศษ ดร.ดิเรกไดพาพล, นิกร, กิมหงวนและเจาคุณปจจนึก ฯ เขามาใน
หองทดลองวิทยาศาสตรของเขา ทั้งนี้ก็เพราะคณะพรรค ๔ สหายของเราอยากจะชมภาพยนตรเกี่ยวกับการ
แสดงของคณะอีโตที่สนามบินดอนเมืองเมื่อวันอาทิตยที่ ๔ เดือนนี้
และฟลมนั้นดร.ดิเรกไดลางเสร็จ
เรียบรอยแลวเมื่อตอนบายวันนี้เอง

๔๑

เมื่อเขามาในหอง นายแพทยหนุมก็เอื้อมมือเปดสวิทไฟชอกลางหอง เพื่อชวยใหเกิดแสงสวาง
มากขึ้นกวาเดิม ไฟชอกลางเพดานทําใหหองทดลองของดิเรก สวางไสวราวกับกลางวัน
ตามปกติ ดร.ดิเรกของเราเปนคนชางสังเกต แสงไฟฟาอันสวางไสวชวยใหนายแพทยหนุมแล
เห็นรอยรองเทาขนาดใหญคูหนึ่งปรากฏอยูบนพื้นหอง ซึ่งพื้นหองนั้นเปนพื้นไมสักลงน้ํามันขัดเงาเปนมัน
ปลาด ดังนั้นนายแพทยหนุม จึงเห็นรอยรองเทาของชายลึกลับผูนั้นอยางถนัด
เขายกมือขวาขึ้นเหนือศีรษะ แลวหันมาพูดกับเพื่อนเกลอของเขา
“เฮ-ถาจะไมดเี สียแลวละโวย มีนกั เลงดีดอดเขามาในหองของกัน ดู-ดูรอยตีนนีซ่ ี เริ่มตนที่
ขอบหนาตางนั่น และตรงไปที่โตะตัวนัน้ ที่เห็นถนัดเพราะรองเทาคูนี้เปอนดินแฉะ ๆ
พล, นิกล,กิมหงวนและเจาคุณปจจนึก ฯ เงียบกริบ ตางพากันมองดูรอยเทาของคนรายดวยความ
สนใจยิ่ง แลวดร.ดิเรกก็กลาวขึ้นดัง ๆ
“เสื้อของกันที่แขวนไวมีเงินอยูในกระเปาเสื้อพันกวาบาทหายไปเสียแลว อายแหวนีเ่ หลวไหล
มาก สั่งแลวใหปดหองใหเรียบรอย ไมรูวา หายหัวไปไหน”
นิกรกลาวขึ้นดัง ๆ
“กันจะแสดงเปนนักสืบเองที่เห็นนีแ้ สดงวาคนรายสวมรองเทาเบอร ๔๐ ซึ่งคนรายจะตองเปนคน
รูปรางสูงใหญ”
เจาคุณปจจนึก ฯ ยิ้มเล็กนอย
“เออ-เขาทีโวย แกสันนิษฐานไดถูกตองดีมาก”
นิกรทรุดตัวลงนั่งแลวคลานไปรอบ ๆ หอง พิจารณาดูรอยตีนคนรายสัครูเขาก็หยิบอะไรอยาง
หนึ่งขึ้นมา ซึง่ ไมมีใครมองเห็น
“อะไรวะ” พลถาม
นิกรหัวเราะหึ ๆ
“ขนหนาแขงของผูรายโวย ผูรายทําขนหนาแขงหลนไปเสนหนึ่ง นี่ยังไงละ” แลวนิกรก็เปา
ขนหนาแขงเสนนั้นไปจากมือของเขา
เสี่ยหงวนกลาวกับดร.ดิเรกอยางเปนงานเปนการ
“แกลองสํารวจตรวจดูใหรอบหองซิ นอกจากเสื้อของแกแลวมีขาวของอะไรหายไปบาง”
“ออไร-ออไร ไอตองตรวจดูแนนอน แตของสําคัญยิ่งของกันนั้นกันเก็บไวในหองใตดินและไม
ตองลงไปสํารวจก็ได ถึงคนรายจะเกงกาจอยางไรก็เปดเซฟของกันไมออก เพียงแตแตะตองเซฟยักษของ
กันใบนั้น เทานั้นมันก็ตายแหงแกแลว ถึงแมจะมีความรูในวิชาไฟฟาก็แกไขอะไรไมได” ตอจากนั้นดร.
ดิเรกก็สํารวจขาวของตาง ๆ ซึ่งลวนแตเปนเครื่องมือใชในการทดลองวิทยาศาสตรเปนสวนมาก แลวดิเรกก็
มาที่โตะเขียนหนังสือของเขาดึงลิ้นชักออกตรวจของในลิ้นชัก “เฮย-แวนตาของกันหายไปอันหนึ่ง กัน
เพิ่งซื้อมาเมื่อเร็ว ๆ นี้เองสําหรับใชเปนแวนตาอาไหล ถาเผื่อแวนของกันชํารุดเสียหายเมื่อกอนที่กันจะ

๔๒

ออกไปเลนโปกเกอรกับพวกเรากันยังเอาออกมาใสลองดู และจําไดอยางแมนยําวากันใสไวในลิ้นชักทางซาย
นี้ คนรายที่ดอดเขามาในหองทดลองคงขโมยเอาไปแลวพรอมดวยเสือ้ ของกันหนึ่งตัว”
นิกรวางทาเหมือนกับวาเขาเปนนักสืบเขายกมือซายกอดอก และยกมือขวาลูบคลําคางเขา ขมวด
คิ้วนิ่วหนาในทาตรึกตรอง สักครูนิกรก็ตรวจดูรอยเทาอีก ในที่สุดเขาก็กลาวกับเพื่อนเกลอของเขาดวย
เสียงหนัก ๆ วา
“เรื่องนี้ไมใชเรื่องเล็กเสียแลว กันคิดวาระหวางที่แกออกไปจากหอง เจาแหวคงจะเอาเสื้อของ
แกสวมและเอาแวนตาของแกมาใสแสดงตนเปนตัวแก ตามวิสัยคนทะลึ่งขนาดหนักอยางเจาแหว ระหวาง
นั้นคงจะมีคนรายปนเขามาทางหนาตาง และมันคงเขาใจผิดคิดวาอายแหวเปนแก เลยจับเจาแหวไป
อยางไรเสียคนรายก็คงจะไดรับเงินสินจาง จากชาวตางประเทศคณะหนึ่งอันเปนเงินคาจางอยางสูงในการ
จับกุมตัวแกไปใหมัน เปนอันวาเจาแหวถูกจับไปแลว อยางไมมีปญหา”
ทุกคนฟงนิกรดวยความสนใจยิ่ง ทานเจาคุณปจจนึก ฯ หัวเราะหึ ๆ แลวกลาวกับลูกเขยจอม
ทะเลนของทาน
“แกตรัสรูไดอยางไรวะ”
“อาว ผมก็ใชปฏิภาณอันเฉียบแหลมของผมนะซีครับ ตามปกติผมรักงานสอบสวนสืบสวนมาก
เรื่องนักสืบทุก ๆ เรื่องผมอานเสมอ คุณพอมองดูใหดซี ีครับจากรอยเทาเหลานี้เองบอกใหผมรูวา เจาแหว
ถูกลักพาเอาไป ถาไมจริงอยางนี้ละก็เตะผมเลย หลักฐานมันบอกแหง ๆ ”
พลชักเลื่อมใสในนิกร จึงกลาวกับเจาคุณปจจนึก ฯ วา
“อายกรมันพูดมีเหตุผลเหมือนกันครับ คุณอาถาอายแหวถูกลักพาตัวเอาไป คนรายมันก็ตอง
เขาใจผิดคิดวา เจาแหวเปนดิเรก”
เสี่ยหงวนหัวเราะกาก
“ขําดีเหมือนกันโวย ถาคนรายมันสงตัวอายแหวไปเมืองนอก คงจะเกิดการอลเวงไมนอย
เพราะเจาแหวไมใชดิเรก ไมมีความรูในวิชาวิทยาศาสตรเลย”
เจาคุณปจจนึก ฯ กลาวกับดร.ดิเรก
“ลองชวยกันคนหาเจาแหวดูกอนดีไหม ถาเจาแหวไมไดอยูใ นบาน ก็หมายความวาเจาแหวถูก
ลักพาไปจริง ๆ และคนรายคงจะพาเจาแหวออกไปทางหลังบาน เพราะที่ประตูหนาบานมีตํารวจและคน
ยามตลอดคืน”
ครั้นแลว ๔ สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ ก็พากันออกไปจากหองทดลองวิทยาศาสตร แลวแยกยาย
กันออกไปเดินคนหาเจาแหวรอบบริเวณบานพัชราภรณแตก็ไมปรากฏวาไดพบเจาแหว พวกคนใชชายหญิง
๒-๓ คน ยังนั่งจับกลุมสนทนากันอยูทเี่ รือนพักคนใช ทุกคนปฏิเสธวาไมไดเห็นเจาแหวเลย นับตั้งแต
ตอน ๒๐.๐๐ น.แลว
อีกครั้งหนึ่งที่ ๔ สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ ไดยอนกลับเขามาในหองทดลองวิทยาศาสตร ทุกคน
วิพากษวจิ ารณกันแซดไปหมด และลงมติเห็นพองตองกันวาเจาแหวถูกคนรายลักพาเอาตัวไปแลว

๔๓

“แกจะตองระวังตัวใหมากทีส่ ุดดิเรก” พลกลาวกับเพื่อนเกลอของเขา “พรุงนี้คนรายมันคงจะ
ปลอยเจาแหวกลับมาบาน แลวมันก็จะพยายามหาโอกาสลักพาเอาตัวแกไปจนได”
ดร.ดิเรกพยักหนารับทราบ
“ออไร-กันจะจัดการรับมือกับคนรายรายนีเ้ อง ไมจําเปนที่กันจะตองไปขอใหตํารวจคุมครองกัน
หรอก ถาหากวาคนรายลักลอบเขามาในบานเราอีก เพื่อจะจับกุมตัวกันแลว กันนี่แหละจะจับมันใหได
ไปพักผอนหลับนอนกันเถอะพวกเราเรื่องนี้เปนเรื่องเล็กไมสลักสําคัญอะไรเลย
คนอยางกันไมใชคนโง
อายเรื่องที่จะมาจับเอาไปงาย ๆ นั้น กันรับรองวาเปนไปไมได เขี้ยวเล็บของกันมีเต็มตัวหรือไมเชื่ออายกร
จะทดลองดูก็ได”
นิกรยิ้มใหนายแพทยหนุม
“ทดลองยังไงเพื่อน”
ดร.ดิเรกยืน่ มือขวาใหนิกรจับ
“จับมือกันหนอยซี แลวแกจะรูว ากันเปนมนุษยที่มีอภินิหารในตัวของกันเอง”
นิกรพาซื่อยกมือขวาจับดร.ดิเรก ทันใดนั้นเองนิกรก็สะดุงเฮือกสุดตัว มีอาการเหมือนกับคนชัก
กระตุกปากคอบูดเบี้ยวนัยนตาเหลือกลาน ตัวสั่นเล็กนอย เสี่ยหงวนกับพลและเจาคุณปจจนึก ฯ ประหลาด
ใจไปตามกัน เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือขวาจับแขนซายดิเรกเขยาเพื่อจะกลาวถามนายแพทยหนุม แตแลว
ทานเจาคุณก็มอี าการเหมือนกับนิกร คือชักกระตุกนัยนตาตั้ง
อาเสี่ยกิมหงวนอาปากหวอ พูดกับพลดวยเสียงระล่ําระลัก
“เฮอ-ดิเรกมันมีไฟฟาในตัวโวย อายกรกับคุณอาติดไฟฟาแลว”
นายแพทยหนุม หันมายักคิ้วใหเสี่ยหงวน
“นี่แหละคือเขี้ยวเล็บของกัน อีกครึ่งนาทีเทานั้น อายกรกับคุณพอก็ตองตาย กระแสไฟฟาใน
ตัวกันสามารถใหความสวางแกบานเราในตอนกลางคืนไดเปนอยางดี แกคอยดูนะ...ประเดี๋ยวจะมีควันออก
จากปากอายกรและคุณพอ”
เสี่ยหงวนเดือดดาลนายแพทยหนุมอยางยิง่ ที่ทรมานนิกร และเจาคุณปจจนึก ฯ เขาปราดเขาไปยก
เทาขวาเหวีย่ งลูกแปเตะกนดร.ดิเรกดังปาบ แตแลวเทาขวาของเสี่ยหงวนซึ่งไมไดสวมรองเทาก็ตดิ แนนอยูที่
กนของนายแพทยหนุม ประกายไฟฟาแลบออกมาจากกนของดิเรก มองแลเห็นถนัด เหมือนกับ
ไฟฟาชอต
กิมหงวนมีกิรยิ าเชนเดียวกับนิกร และเจาคุณปจจนึก ฯ คือชักกระตุกนัยนตาตั้ง พลเผลอตัว
กระโดดเขากระชากแขนเสี่ยหงวน แตแลวนายพัชราภรณก็ถูกไฟฟาดูดดวย
นายแพทยหนุม หัวเราะงอหาย เขาบังคับตัวเองใหไฟฟาในตัวของเขาเสื่อมฤทธิ์ ทันใดนั้นเอง
สามเกลอกับทานเจาคุณปจจนึก ฯ ก็ปลอยมือออกจากตัวดร.ดิเรก ทุคนมีอาการออนเปลี้ยไปตามกัน และ
พากันมองดูนายแพทยหนุมดวยความประหลาดมหัศจรรยใจยิ่ง
“หมอ” นิกรรองสุดเสียง “นี่แกมีไฟฟาในตัวดวยหรือนี่”

๔๔

นายแพทยหนุม พยักหนารับรอง
“ออไร-มีมานานแลว ไฟฟาในตัวกันก็กําลังหากิโลวัตตเปนอยางนอย”
“ไอยา” อาเสี่ยคราง “แลวคุณประภามิแยหรือ”
นายแพทยหนุม ยิ้มเล็กนอย
“กันมีความสามารถเปนพิเศษ บังคับไฟฟาใหทํางานไดและหยุดได”
เจาคุณปจจนึก ฯ ถอนหายใจเฮือกใหญ
“อื้อฮือโวย ชาไปหมดทั้งตัวเลย นึกวามองเทงเสียแลว จะสะบัดมืออยางไรมันก็ไมหลุดจาก
แขนของแก เรี่ยวแรงมันหายไปไหนไมร”ู
ดิเรกยืน่ มือขวาใหพอตาของเขาอีก
“ลองดูอีกทีซีครับคุณพอ”
ทานเจาคุณตวาดแวด
“ไมเอาโวย”
คณะพรรค ๔ สหายตางหัวเราะขึ้นพรอม ๆ กัน แลวพลก็กลาวกับเพือ่ นเกลอของเขาวา
“ชักเปนหวงเจาแหวเสียแลว ไปบอกตํารวจใหเขาชวยติดตามเจาแหวไมดหี รือ”
ดร.ดิเรกรีบปฏิเสธทันที
“โน ๆ ๆ กันรับรองวาเจาแหวไมเปนอันตรายหรอก ถาเราไปแจงความกับตํารวจก็จะทําให
เรื่องอื้อฉาว และการไปแจงความนะ เราจะตองเสียเวลาแกรวอยูโรงพักสามสี่ชั่วโมงเปนอยางนอย คง
เปนธรรมเนียมของการแจงความ กันเชือ่ วาพรุงนี้เชาพวกผูรายมันก็ตองปลอยเจาแหวกลับมาบาน มันไม
กักขังไวใหเสียขาวหรอก”
เจาคุณปจจนึก ฯ มองดูนายแพทยหนุมอยางหวงใย
“แกตองระวังตัวใหมากนะดิเรก ขณะนี้แกเปนคนสําคัญของโลกทีเดียว ถาชาติไหนไดตวั แก
ไปกักขังไว และบังคับใหแกทําอาวุธใหมัน ชาตินั้นก็จะเปนเจาโลก”
ดิเรกวา “จะมาบังคับผมอยางไรกัน สมมุติวาจับตัวผมไปได และใชใหผมทําอาวุธรายเหลานี้
ผมก็จะถือโอกาสทําลายประเทศนัน้ เสียเลย เดีย๋ วนี้ฝรั่งมันโงกวาผมแลวฮะ”
คณะพรรค ๔ สหายและทานเจาคุณปจจนึก ฯ ตางพากันออกไปจากหองทดลองวิทยาศาสตรเพือ่
ไปพักผอนหลับนอน
ตอนสายของวันรุงขึ้น คณะพรรค ๔ สหายและผูใหญทั้งสามไดชุมนุมกันอยูในหองรับประทาน
อาหารของบานพัชราภรณและกําลังวิพากษวิจารณกนั ถึงเหตุการณที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ ซึ่งเปนอันแนนอนวา
เจาแหวไดถูกคนรายลักพาตัวไปจากบานพัชราภรณดว ยความสําคัญผิดคิดวาเจาแหวคือดร.ดิเรก ณรงฤทธิ์
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ กับคุณหญิงวาดและสี่นางตางเปนหวงเจาแหวไมนอย เพราะไมอาจจะทราบไดวาเจา
แหวจะเปนตายรายดีประการใด คุณหญิงวาดถึงกับรองไหดว ยความสงสารเวทนาเจาแหวคนใชเกาแกของ
ทาน ซึ่งทานอุปการะเลี้ยงดูมาตั้งแตเยาววัย

๔๕

เมื่อปะไพใหความเห็นวาเจาแหวอาจจะถูกฆาตายเสียแลว คุณหญิงวาดก็ปลอยออกมาเสียงโฮ
“อยาพูดอยางนี้ไพเอย อยาพูดใหรายมัน อาสงสารเจาแหวมันเหลือเกิน ถึงมันจะนิสัยทะลึ่งตึง
ตัง มันก็มีความซื่อสัตยสุจริตและรับใชการงานอยางคลองแคลว โธเอย...เห็นหนากันหลัด ๆ แท ๆ พวก
ผูรายมันอาจจะเอาไปยิงทิ้งเสียก็ได เขาพูดกันวาวิธีฆาคนอยางแนบเนียนก็คือเอาลงเรือไปในทะเลแลวก็ฆา
ใหตาย เอามีดแหวะทองโยนทิ้งทะเล ศพจะไมมีโอกาสโผลขึ้นมาเลยหรือไมกห็ ลอกเขาปาเอาปนยิงเอามีด
แทง แลวก็เอาน้ํามันเบ็นซินในรถยนตนนั่ แหละราดใหทั่วตัวเอาไฟจุด เจาแหวถูกเชนนี้เขา มันก็คงตาย
เปลา เราจะไปฟองรองเอากับใคร นี่แหละพระทานวาอนิจจังทุกขัง”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ ชักรําคาญในเมื่อเห็นคุณหญิงของทานรองไหสะอึกสะอื้นคร่ําครวญถึงเจาแหว
“อยาเพิ่งรองไหเลยนาคุณหญิง ขอใหรูแนวาเจาแหวมันตายเสียกอนคอยรองไห ฉันคิดวาคงยัง
ไมตายหรอก เพราะคนเลว ๆ อยางเจาแหว แมแตยมบาลก็คงไมตองการ”
คุณหญิงวาดสะอื้นดัง ๆ
“ไมจริงหรอกคะ เจาคุณขา สมัยนี้คนดีตางหากที่อยู ๆ ก็ตายจากเราไปออยางงายดาย สวนคน
ชั่วคนเลวนั้นมีทีทาเหมือนกับจะอยูค้ําฟาผูคนจะสาปแชงอยางไรมันก็ไมตาย
มีแตความสุขความเจริญ
รมเย็นเปนสุข ทั้งนี้กเ็ พราะโลกเรามันจะแตกดับแลว ดิฉันรูแนนอนทีเดียวคะ เจาคุณคะ ใน พ.ศ. ๒๕๐๐
กึ่งพุทธกาลนีแ่ หละโลกของเราจะถึงกาลพินาศ แตกออกเปนชิ้นเล็กชิน้ นอย”
นวลลออสนใจในเรื่องโลกแตกมาก หลอนทําหนาตืน่ ๆ แลวถามคุณหญิงวาดอยางเปนงานเปน
การ
“คุณอาหญิงทราบไดอยางไรคะ วาปหนาโลกจะแตก”
คุณหญิงวาดยิม้ ทั้งน้ําตา
“ก็ทราบจากหนังสือของพญายมที่ทิ้งลงมาจากเขาทับทิมนะซีหลาน หนังสือนั้นบอกวาใหมนุษย
ทั้งหลายใชเวลาที่เหลืออยูในปนี้บําเพ็ญบุญกุศล ละเวนการสรางบาปกรรม ระลึกถึงคุณพระศรีรตั นตรัยเปน
ที่พึ่ง เพราะในปหนาคือกึ่งพุทธกาลนี้ไฟบรรลัยกัลปจะมาลางโลก โลกเราจะแตกทลายออกเปนหลานลาน
เสี่ยง ผูคนจะลมตายเปนเบือ ส่ําสัตวมนุษยทั้งหลายถึงกาลพินาศแลว”
ประภาถามขึ้นทันควัน
“โลกเราอยูดี ๆ ทําไมมันถึงจะแตกไดละคะ คุณอาขา”
นันทาพูดเสริมขึ้นกอนที่คณ
ุ หญิงจะตอบ
“นั่นนะซีคะ ทุกสิ่งตองมีเหตุจึงจะมีผล”
คุณหญิงวาดลืมตาโพลง
“ก็พญายมราชทานทิ้งหนังสือบอกมายังงัน้ นี่พวกเธอกอนจะนอนนะอยาลืมสวดนะมะทะนะ
สวดมนตไวเถอะแมคณ
ุ ไมเสียหายหรอก”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ พูดโพลงขึ้นทันที

๔๖

“นี่เรากําลังวิจารณกันถึงเรื่องเจาแหว แตไหงมาพูดกันถึงเรื่องโลกแตก ฉันคิดวาเธออยาเพิง่
วิจารณเรื่องโลกเลยคุณหญิง พูดกันเรื่องเจาแหวดีกวา เรื่องโลกแตกนะไมมีปญหาอะไร เมือ่ มันแตก
เมื่อไร สิ่งที่มีชีวิตในโลกนีก้ ็จะตองตายหมด ฉันคิกวากินขาวอิ่มแลวคุณหญิงกับฉันไปที่กองปราบ ฯ สาม
ยอดไมดหี รือ”
คุณหญิงวาดกําลังสนใจในเรื่องโลกจึงตอบเจาคุณประสิทธิ์ ฯ วา
“โอย-ตํารวจเขาจะชวยอะไรไดคะ เมื่อถึงคราวที่โลกมันจะแตก ตํารวจเองก็ตองตาย”
เจาคุณประสิทธิ์ ฯ ยกมือเกาศีรษะอยางหัวเสีย
“เรื่องอายแหวจะคุณหญิง ไมใชเรื่องโลก บะแลว...ไปไหนมาสามวาสองศอก พูดกันคนละ
เรื่องเสียแลว ฉันบอกคุณหญิงวาคุณหญิงกับฉันควรจะรีบไปที่กองปราบ ฯ สามบอด แจงเรื่องใหโปลิศเขา
รูที่เจาแหวถูกลักพาไปจากบานเมื่อคืนนี้ เขาจะไดชว ยเหลือติดตามสืบหาผูราย”
ดร.ดิเรกพูดเสริมขึ้นเบา ๆ
“อยาตกอกตกใจใหเกินควรเลยครับ คุณอาทั้งสอง ตะกี้นี้ผมไดตรวจดูดวงชะตาของเจาแหว
ตามหลักวิชาโหราศาสตรแลว ในดวงปรากฏวาเจาแหวไมเปนอะไร”
ทุกคนมองดูดร.ดิเรกเปนตาเดียว อาเสี่ยกิมหงวนหัวเราะเสียงแหลมเล็กอยางกวนโทโส
“เฮย...แกเปนหมอยา หรือหมอดูแนวะ ดิเรก”
นายแพทยหนุม ยิ้มแปน
“เปนทั้งสองอยาง คนอยางกันเปนผูที่ไมอิ่มวิชาและหันถือวาไมมใี ครที่จะแกเกินเรียน กันใช
เวลาวันละครึ่งชั่วโมง ศึกษาวิชาโหราศาสตรมาปกวา ซึ่งเปนโหราศาสตรชั้นสูงตามหลักของอินเดีย
ทานมหาราชาจันทรกุมารไดกรุณาประทานตําราโหราศาสตรเกาแกของพระองคมาใหกนั หลายเลม รับรอง
วาพยากรณแมนราวกับตาเห็น ดูเคราะห ดูโศก ดูโรค ดูภัย โชคชะตาราศรี ดูเทวดาเสวยอายุไดทั้งนั้น
ในไมชานีก้ ันอาจจะเปดหองโหรขึ้นที่ใดที่หนึ่งก็ได คือรับพยากรณโชคชะตาและรับฉีดยาผาตัดรักษาโรค”
พลยิ้มใหนายแพทยหนุม
“อือ-แหวกแนวดีเหมือนกันโวย ถาเชนนั้นแกอาจจะเปนหมอดูคนแรก ที่เปนนายแพทยแผน
ปจจุบันปริญญาตางประเทศ และเปนนักวิทยาศาสตรผูเรืองนามของโรคดวย ถาแกเปดหองโหร แกจะคิด
คาพยากรณคนละเทาไรละ แพงนักคนจนก็ไมมีโอกาสที่จะไดรับคําพยากรณจากแก”
ดร.ดิเรกนิ่งคิด แลวพูดเสียงหนัก ๆ วา
“คิดคนละหกสลึง”
เสียงหัวเราะอยางครื้นเครง ดังลั่นหองรับประทานอาหาร นันทากลาวกับนายแพทยหนุมดวย
เสียงหัวเราะ
“คุณหมอนะไมวาจะทําอะไร ตองคิดเปนมูลคาหกสลึงเสมอ”

๔๗

ทันใดนั้นเอง ทุกคนก็สะดุงเฮือกไปตามกัน เมื่อแลเห็นเจาแหว เดินหนาเซอเขามาในหอง
รับประทานอาหารคลาย ๆ กับคนที่ถูกสะกดจิต เจาแหวถูกโกนผมเกลีย้ งแลเห็นศีรษะโลนเหมือนกับเตรียม
ตัวจะอุปสมบท คุณหญิงวาดเผลอตัวรองสุดเสียง
“ตาเถร”
เจาแหวทําคอยนแลวกลืนน้าํ ลายเอื๊อก
“รับประทานไมใชตาเถรหรอกครับ ผมเองแหละครับ”
ทุกคนมองดูเจาแหวดวยความประหลาดใจยิ่ง นิกรกลาวถามเจาแหวทันที ทั้ง ๆ ที่ในปากของ
เขามีขนมปงเต็มปาก ดังนัน้ จึงพูดสียงคับปากวา
“อายแหว-แกจะบวชลางซวยหรือนี่ ทําไมไมบอกใหพวกเรารูบางละโวย เมื่อคืนแกไปนอนที่
ไหนมาวะ”
เจาแหวถอนใจเฮือกใหญ
“ไปนอนทางปากน้ําครับ รับประทานผมไมทราบเหมือนกันวาบานที่ผมไปนอนอยูนั้นอยูที่ไหน
รับประทานรูแตเพียงวาอยูแถวสมุทรปราการ เพราะแลเห็นรถไฟสายปากน้ํา แลนผานไกล ๆ รับประทาน
ผมถูกผูรายบุกเขาไปในหองทดลองวิทยาศาสตร แลวมันก็เอาปนพกขูผม บังคับใหผมปนลงทางหนาตาง
รับประทานมันพาผมออกไปทางหลังบานครับ พาไปขึ้นรถเกงสีดําคันหนึ่ง รับประทานพรรคพวกของมัน
สองคนอยูในรถคันนั้น พอรถแลนออกไปนอกถนนใหญ รับประทานผูรายมันก็เอาดามปนตีศรี ษะผมครับ
รับประทานเลยสลบเหมือดอยูในรถคันนัน้ นั่นเอง”
“แลวยังไง” คุณหญิงวาดถามอยางรอนรน มองดูเจาแหวซึ่งสวมเสื้อหมอของนายแพทยดิเรก
และถือหมวกสักหลาดเกา ๆ อยูในมือทั้งสอง
เจาแหวทําหนาเหมือนกับจะรองไห
“รับประทานผมรูสึกตัว ก็พบตัวเองอยูในบานหลังหนึง่ ขอรับ ตอจากนั้นก็มีฝรั่งสองคนเขามา
พูดกับผมผมก็เลยคุยกับมัน รับประทานคุยกันเกือบชั่วโมงไมรูเรือ่ งเลยครับ เพราะมันพูดภาษาอังกฤษ
และผมพูดภาษาไทย ในทีส่ ุดมันก็รูวาผมไมใชคุณหมอดิเรก รับประทานพอตื่นเชา พวกนักเลงกลุมหนึ่ง
ก็เขาไปในหอง เอาปนขูผม แลวอายคนสูงใหญที่มาจับผมก็เอาตะไกรปตตาเลี่ยนกรอนผมครับ”
ทุกคนฟงเรื่องราวที่เจาแหวเลาใหฟงดวยความสนใจยิ่ง แลวก็ผลัดกันซักไซไลเลียงรายละเอียด
จากเจาแหว ซึ่งเจาแหวก็เลาใหฟงตามตรง
“แกกลับบานมาไดอยางไรละ” นันทาถามอยางเปนงานเปนการ
เจาแหวยิ้มแหง ๆ
“รับประทานผูราย
มันเอารถมาสงผมครับแตกอนจะออกจากบานมันชวยกันตุยผมเสียสลบ
รับประทานเมือ่ ผมรูสึกตัว รถก็แลนมาถึงสวนลุมพินีแลว พอถึงที่ปลอดคน ผูรายในก็ใหเงินผม ๒๐ บาท
บอกใหขึ้นรถกลับบาน และขูวารับประทานถาผมนําความไปแจงตํารวจพวกมันจะติดตามฆาผมเสีย”
กิมหงวนพูดเสริมขึ้น

๔๘

“แกก็เลยลงจากรถ ขึ้นรถแท็กซี่กลับมาบาน”
“รับประทาน ไมไดลงจากรถหรอกครับ อายพวกนั้นมันชวยกันถีบผมลงจากรถตางหาก ผม
เดินเปะปะออกมานอกสวนลุมพินี เรียกรถแท็กซี่คันไหนก็ไมยอมรับ รับประทานเขาคงสงสัยวาผมเปนบา
ในที่สุดคนขับรถแท็กซี่แก ๆ คนหนึ่งก็รับผมมาสงที่นี่”
เสียงจอกแจกจอแจ ดังขึ้นลั่นหองรับประทานอาหาร ทุกคนวิพากษวิจารณกันในเรื่องนี้ แลวก็
เตือนดร.ดิเรกใหระมัดระวังตัว
นายแพทยหนุม กลาววา
“ผมเชื่อวาขาวตางประเทศคณะนีไ้ ดรับคําสั่งจากรัฐบาลของเขา ใหจับตัวผมสงไปนอก มัน
จะตอง ใชความพยายามอีกอยางไมตองสงสัย”
คุณหญิงวาดเห็นพองดวย
“ถูกแลวพอดิเรก เธอควรจะตองระมัดระวังตัวใหมากทีเดียว กลางคืนไมควรออกจากบานไป
ไหน”
นายแพทยหนุม ยิ้มอยางใจเย็น
“เอาเถอะครับ คุณอาคอยดูความสามารถของผมก็แลวกัน ผมจะใชความสามารถในวิชา
วิทยาศาสตรของผมจับจารชนคณะนี้ใหได ผมไมกลัวมันหรอกครับ ผมกลาทาไดวา ถึงมันจะใชความ
มานะพยายามสักเพียงใดก็ไมมีโอกาสที่จะจับกุมตัวผมได”
ตอจากนัน้
คณะพรรค ๔สหายและทานผูใหญก็ปรึกษาหารือกันในเรื่องนี้ เจาแหวยอมรับ
สารภาพกับดอกเตอรดิเรกวา ที่คนรายเขาใจผิดคิดวาเขาเปนนายแพทยหนุมนั้น ก็เพราะเขาเอาเสื้อหมอ
ของดิเรกมาใส มิหนําซ้ํายังใสแวนตาของนายแพทยหนุมดวย
คืนวันนั้นอากาศรอนระงม
หลังจาก ๒๒.๐๐ น. ลวงแลว คนในบานพัชราภรณก็ไดพากันนอนหลับจนหมดสิ้น แตพล,
นิกร, กิมหงวนกับดร.ดิเรกและเจาคุณปจจนึก ฯ กับเจาแหวคงนั่งสนทนาอยูบนสนามเล็ก ๆ ในสวนดอกไม
หลังบานพัชราภรณ
ณ บัดนี้ นายแพทยไดเตรียมแผนการที่จะจับคนรายไวเรียบรอยแลว แตเขาไมยอมเปดเผยให
ผูใดทราบ ดิเรกเปนผูชวนสามสหายและเจาคุณปจจนึก ฯ กับเจาแหวมานั่งลอมวงสนทนากับเขาที่นี่ดวย
ความมั่นใจวา อยางไรเสียคนรายจะตองอุกอาจเขามาในบานพัชราภรณในคืนวันนี้ และคนรายจะตองมี
จํานวนหลายคนดวยกัน ถาหากวาแลเห็นเขานั่งลอมวงอยูกับเพื่อน ๆ ที่นี่ คนรายก็คงจะปราดเขามาใชปน
ขู ดวยความหวังที่จะพาเขาไปจากบานนี้
นายแพทยหนุม ยอมลงทุนซื้อวิสกี้ตราขาวสองขวด และกับแกลมอีกหลายอยางเลี้ยงคณะพรรค
ของเขา ดังนัน้ จึงปรากฏวา เมื่อวิสกี้ขวดแรกหมดไป อาเสี่ยกิมหงวนของเราก็เริม่ มึนเมา รองรําทําเพลง
เสียงเอะอะเอ็ดตะโร สวนนิกรสมัครใจกินกับแกลมมากกวาเหลาและไมชอบจะพูดคุยกับใครมากมายนัก
นิกรคนเดียวลอไกยางถึงสองตัวชั่วเวลาเพียงครูเดียวเทานั้น

๔๙

“เมื่อไรผูรายมันจะเขามาลักแกไปเสียทีวะดิเรก” อาเสี่ยกิมหงวนพูดเสียงลิ้นไกสั้น “กันอยาก
ดูหนาตาผูรายเหลือเกิน ใหดิ้นตาย...อยากรูนักวามันเปนผูหญิงหรือผูชาย ทําไมมันถึงกลาหาญชาญชัย
อยางนี”้
เจาคุณปจจนึก ฯ มองดูอาเสีย่ กิมหงวนอยางเศราใจ
“แกเมาก็ขึ้นไปนอนเสียเถอะวะ อายหงวน”
อาเสี่ยลืมตาโพลง เปนธรรมดาอยูเองที่คนเมาเหลานัน้ จะไมยอมรับวาตนเมาเหลา
“ใครวาเมา...เมายังไง...พูดยังงี้มันดูถูกกันนี่ คุณอาจะเอาเรื่องหรือจะเอาเลือดกับผมก็วามา”
เจาคุณปจจนึก ฯ ชักฉิว
“อาว...เดี๋ยวก็ยันเปรี้ยงเขาใหเทานั้นเอง คนเมาขาถือนะโวย เพราะวาถึงเมาอยางไรก็กนิ ขี้
ไมได”
เสี่ยหงวนหัวเราะกาก ยกมือตบหนาอกตัวเอง
“กินไดซีครับ ผมกินไดเด็ดขาด ไมเชื่อคุณอาขี้ออกมาเดี๋ยวนี้ ถาอายหงวนไมกนิ ไมใชลูกคน”
เสียงหัวเราะอยางครื้นเครง ดังลั่นสวนดอกไม แลวก็มีเสียงคุณหญิงวาดรองตะโกนมาจากชัน้
บนของตึกใหญ
“โวย-คุยกันเบา ๆ หนอยโวย ดึกดืน่ แลว คนอื่นเขาจะไดหลับนอนบาง”
นิกรยกมือปองปากแลวตะโกนสุดเสียง
“หนวกหูก็คยุ บางซีครับ”
เทานั้นเอง เสียงที่ไมเปนมงคลก็กระจายมาตามลม ทําให ๔ สหายและเจาคุณปจจนึก ฯ กับเจา
แหวนั่งคอแข็งไปตามกัน ตอจากนัน้ พลก็ผสมวิสกี้โซดาแจกจายคณะพรรคของเขา เจาแหวอยากสูบกัญชา
เต็มทน จึงคลานเขามาหาพลแลวพูดเบา ๆ วา
“รับประทานผมไปที่เรือนพักคนใชประเดี๋ยวไดไหมครับ”
พลหันมามองดูเจาแหว และรูเทาทันเจาแหว
“นั่งอยูนี่แหละ อยาไปไหนเปนอันขาด มีอะไรเกิดขึน้ จะไดชวยกัน ฉันรูวาแกจะเลี่ยงไปสูบ
กัญชา และถาแกสูบกัญชาเขาไปแลวแกจะกลายเปนคนทีข่ ี้ขลาดตาขาวสิ้นดี แมกระทั่งเห็นเชือกเสนเล็ก ๆ
แกก็จะเขาใจวาเปนงู”
เจาแหวยิ้มเจื่อน ๆ แลวก็นกึ ขึ้นไดวาในกระเปาของเขามีบุหรี่ผสมกัญชาเหลืออยูอีกมวนหนึ่ง เจา
แหวรีบลวงมือลงในกระเปาเสื้อเชิ้ตหยิบบุหรี่ออกมาจุดสูบทันที ควันระเหยของกัญชาชวยใหเจาแหวสด
ชื่นกระปลี้กระเปลาขึ้นไมผดิ อะไรกับปลาไดน้ํา
ขณะที่คณะพรรค ๓ สหายลอมวงสนทนากันอยางครื้นเครง รางของชายฉกรรจรวม ๔ คนก็
ปรากฏขึ้น

๕๐

บุรุษยามวิกาลทั้งสามคนนี้ถือปนกลมือ ในทาเตรียมยิง แลวเดินเขามาหาคณะพรรค ๔ สหาย
คนละดาน ชายฉกรรจทั้งสามซึ่งแตงกายในชุดทีก่ ลืนกับความมืดไดหยุดยืนหางจาก ๔ สหายกับเจาคุณปจจ
นึก ฯ และเจาแหวเพียงเล็กนอย
ชายรางใหญหนึ่งในสามคนของพวกคนรายซึ่งเปนผูลักพาเจาแหวไปเมือ่ คืนที่แลวมา ก็กลาวขึ้น
ดวยเสียงเด็ดขาด
“ยกมือขึ้น และอยาสงเสียงเปนอันขาด”
คณะพรรคสี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวตางปฏิบัติตามคําสั่งของคนรายทันที ดร.
ดิเรกยืน่ มือใหชายรางใหญ แสงสวางจากโคมไฟที่มอื ตุกตาหินออนชวยใหนายแพทยหนุมแลเห็นใบหนา
อันเหี้ยมเกรียมของคนรายอยางเลือนลาง
“ตองการอะไรจากเราหรือนองชาย”
ชายรางใหญแสยะยิ้ม จองตาเขม็งมองดูดิเรก
“สิ่งที่เราตองการคือตัวคุณหมอนั่น” พูดจบเขาก็ตวาดนิกรเสียงลั่น “คุณคนนัน้ อยากตายหรือ
เอามือลงทําไม”
นิกรยิ้มใหหวั หนาคนราย
“กันขอความกรุณาเปนพิเศษ จัก๊ กระแรเปนฝลูกหนูมาหลายวันแลว ชูมือขึ้นปวดเหลือเกิน
กันรับรองวากันไมตอสูแกหรอก แกทั้งสามมีปนกลมือคนละกระบอก ถาพวกเราคิดสูพวกแกก็โงเต็มแลว
หละ”
ทันใดนั้นเอง หุนพยนตของดร.ดิเรกก็ปรากฏออกมาจากที่ซอนรวม ๕ ตัวดวยกัน หุนพยนต
เหลานี้แตงกายแบบสุภาพชนและปราศจากอาวุธ หุนพยนตตางเรียงรายหอมลอมดาวรายทั้งสามและเดินทื่อ
เขามาหา คณะพรรคสี่สหายยิ้มแปนไปตามกัน
ดิเรกรองบอกหุนของเขา
“เอาละโวย จับใหอยู ถาคนรายตอสูใหจับตายได
พวกผูรายตางหันควับไปหาหุนพยนต ชายรางใหญยกปนกลมือขึ้นประทับบาในทาเตรียมยิง
“หยุดอยาเขามานะ พอยิงหงายทองเลย”
เสี่ยหงวนหัวเราะกาก กลาวกับพวกคนรายทันที
“อายนองชาย ลื้อแหกตาดูใหดีซิวา มันเปนคนหรือเปนอะไรกันแน ฮะ ฮะ ลื้อเสียทาดอกเตอร
ดิเรกเพื่อนอัว๊ เสียแลว วางปนกลมือเสียเถอะวะ ไมมีมนุษยคนไหนหรอกทีจ่ ะสูกับหุนวิทยาศาสตรได
อยาพยายามใชปนเลย เสียลูกปนเปลา ๆ ”
คนทั้งสามชักลังเลทําหนาเลิ่กลั่กไปตามกัน ตางรูดวี านายแพทยหนุมผูนี้ เปนผูประดิษฐหุนพยนต
หรือมนุษยเหล็กได ดวยวิชาวิทยาศาสตรอันยอดเยี่ยมของเขา
หุนเหล็กทั้งสามตัวเดินทื่อเขามาตะครุบคนรายไวตัวละคน อีกสองตัวยืนคุมเชิงคอยชวยเหลือ
ชายรางใหญหวั หนาคนราย ดิ้นรนสะบัดมืออก แตแลวหุนเหล็กก็ปลอยกระแสไฟฟาในตัวของมันทันที

๕๑

“โอย” ชายรางใหญรองสุดเสียง มีอาการชักกระตุกนัยนตาตั้ง แบบเดียวกับคนถูกไฟฟาดูด
ดิเรกรองตะโกนหามหุนพยนตของเขา
“พอแลวนองชาย อยาใหถงึ ตายเลย”
หุนพยนตหยุดปลอยกระแสไฟฟา แลวยกมือเขกกบาลหัวหนาผูรายดังโปก ผูรายอีกสองคนยืน
นิ่งเฉยไมคดิ สูหุนเหล็ก คณะพรรค ๔ สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ และเจาแหวลุกขึ้นยืน หุนพยนตทั้ง ๕
ตัวนําคนรายทัง้ ๓ คนเขามารวมกลุมเบื้องหนาสี่สหาย
เจาแหวจําหนาพวกคนรายไดดี ความโกรธทําใหเขามาหาหัวหนาคนราย แลวลั่นหมัดขวาชก
เจาหมอนัน่ ถูกปากครึ่งจมูกครึ่งพอดี
“นี่แนะ นี่คอื หมัดลางแคนของขารับประทานหมากเสียบางซีนะมึง เจ็บใจนักมึงโกนหัวกู”
ดร.ดิเรกสั่งใหหุนพยนตยึดปนกลมือทั้งสามกระบอกของคนรายไวแลวเขาก็กลาวกับชายรางใหญ
“นองชาย ในที่สุดพวกแกก็พาตัวเขามาติดกับกัน เลนกับดอกเตอรดิเรกลําบากหนอยนะเพื่อน
นะ บอกกันหนอยซิวาแกเปนใคร และพรรคพวกของแกสองคนนัน่ ชื่อเรียงเสียงไร”
หัวหนาคนรายขบกรามกรอด
“ไมจําเปนที่คณ
ุ จะตองรูจักพวกผม”
นายแพทยหนุม หัวเราะชอบใจ กลาวกับหุนของเขาที่ยนื่ มือจับแขนชายรางใหญไว
“หุนโวย แกชวยซอมอายหมอนี่ทีเถอะวะเอาขนาดหยอดน้ําขาวตมทีเดียว ซอมจนกวามันจะ
ยอมบอกวามันเปนใคร”
สิ้นคําสั่งของดร.ดิเรก ชายรางใหญก็ถูกหุนพยนตตบหนาเต็มแรง แลวถูกชกถูกเตะขึ้นเขาลง
ศอก ลูกนองของเจานั่นทั้งสองคนยืนนิ่งเฉยทําตาปริบ ๆ
เพียงครูเดียวทีถ่ ูกซอม หัวหนาดาวรายก็รอ งอุธรณ
“โอย-พอทีเถอะครับคุณหมอ ผมชื่อเดชครับ ลูกนองของผมสองคน คนนั้นชื่อสม อีกคน
หนึ่งชื่อเทียบ”
ดร.ดิเรกออกคําสั่งใหหุนของเขาหยุดซอม หุนพยนตกระชากแขนเจาเดชมาใหนายแพทยหนุม
นิกรกลาวขึ้นอยางขบขัน
“เปนยังไงพรรคพวก กินหมากเสียอิ่มเชียวนะ”
เจาเดชยิ้มแหย ๆ ยกมือลูบคลําริมฝปาก
“เลนซอมผมยังงี้ กอแยซีครับ ฟนโยกหมดปากเลย”
อาเสี่ยหัวเราะชอบใจ
“โยกยังดีกวาหัก แตระวังหนอยโวยเดชฟนโยกเขาหามไมใหเลีย้ งแมวตัวผู”
เจาเดชทําตาปริบ ๆ
“ทําไมละครับ”
“เถอะนา อั๊วเตือนลื้อไมใหเลี้ยงแมวตัวผูล ื้อเชื่ออั๊วก็แลวกัน ถาไมเชือ่ ลื้อจะเสียใจภายหลัง”

๕๒

พลเดินเขามาหาชายรางใหญแลวกลาวถามอยางเปนงานเปนการ
“นายเดช ใครเปนคนจางแกใหมาจับดอกเตอรดิเรก ถาสารภาพตามตรง ฉันจะชวยเหลือแกให
รอดพนคุกตาราง”
เจาเดชยอมสารภาพโดยดี
“ฝรั่งครับ”
นิกรตวาดแวด
“ฝรั่งชาติอะไรเลา หรือวาฝรั่งดอง”
“ชาติอะไรผมไมทราบครับ พวกผมเรียกเขาวานายหาง เขาจางผมกับพรรคพวกดวยจํานวนเงิน
แสน ใหมาจับคุณหมอดิเรกไปใหเขาเพือ่ จะสงไปลงเรือดําน้ํา เดินทางไปเมืองนอกแลวเขาจะไดใหคณ

หมอสรางอาวุธรายใหเขา”
เจาคุณปจจนึก ฯ ยกมือชีห้ นานายเดช
“แกและพวกแกเลวมาก แกควรจะรูดีวาดิเรกเปนบุคคลสําคัญยิ่งของประเทศไทยในเวลานี้ แก
รับทํางานเชนนี้เทากับแกทรยศตอชาติรูไหม”
“รูครับ” เดชพูดเสียงออย “กรุณาปลอยพวกผมไปเถอะครับ ผมเข็ดแลว คุณหมอดิเรกไมใช
คนอยางผมเสียแลว เคราะหดีเหลือเกินทีห่ ุนพยนตมีนไมฆาพวกผม”
ดิเรกวา “กันยังปลอยพวกแกไมได จนกวาแกพวกเราไปจับชาวตางประเทศคณะนี้ ขอรับรอง
ดวยเกียรติยศวา ถาแกพาพวกเรากับหุนพยนตของกันไปจับชาวตางประเทศคณะนี้ไดแลวเราจะปลอยแกทั้ง
สามคนใหไดรับอิสรภาพ”
เจาเดชรับคําทันที
“ตกลงครับคุณหมอ ผมรูสึกสํานึกตัวดีแลวครับ ผมไมควรรับจางฝรั่งพวกนีใ้ หมาจับคุณหมอ
เลย”
ดร.ดิเรกยิ้มสดชื่น หันมาพูดกับเพื่อนเกลอของเขา
“ไปโวยพวกเรา พาหุนพยนตทั้ง ๕ ตัวนีไ้ ปจับพวกแนวที่ ๕ ใหได เอารถของเราไป ๓ คันก็พอ
ถาจับฝรั่งพวกนี้ไดเรียบรอย กันก็จะปลอยตัวนายเดชกับเพื่อนรวมใจของเขาทั้งสองคน”
เจาแหวพูดเสริมขึ้น
“รับประทาน ขอใหผมพูดอะไรหนอยเถอะครับ”
นายแพทยหนุม พยักหนา
“ออไร จะพูดอะไรก็วามา”
เจาแหววา “รับประทานกอนจะปลอยตัวอายเดช รับประทานคุณหมอ ตองใหผมเอาปตตา
เลียนไถหัวอายเดชเสียกอนนะครับ ผมตองการใหอายเดชไดรูวา รับประทานกรรมยอมสนองกรรม”
เสียงหัวเราะอยางครื้นเครงดังขึ้นลั่นสวนดอกไม นิกรกลาวถามเจาเดชอยางขบขัน
“วาไงเดช ตกลงไหม”

๕๓

เจาเดชหนาจอย พูดออมแอมไมเต็มเสียง
“สุดแลวแตจะกรุณาเถอะครับ ผมยอมทุกอยางขออยาใหผมติดตารางก็แลวกัน แมยายผมกําลัง
ทองแกเสียดวย ใกลจะคลอดเต็มทนแลว”
เสี่ยหงวนลืมตาโพลง
“แลวมันเกีย่ วอะไรกับแกดวยละ เดช”
“เกี่ยวซีครับ ก็แกทองกับผมนี่ครับ พอพอตาของผมมีธุระไปติดตารางสองปหกเดือน ผมก็ถือ
โอกาสเซ็นสัญญารวมรบรวมรุกกับแมยายผมแลวก็ไลตะเพิดเมียผมไปจากบาน
สี่สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ หัวเราะครืน เจาคุณกลาวสัพยอกนายเดช
“แปลวา แกซอมคนแก”
“โอย-ยังไมแกหรอกครับ อายุ ๔๒ ขวบเทานั้นแกกวาผมเพียง ๑๘ ปครับ ใหดนิ้ ตายเถอะครับ
ถามอายสองคนนี่ดูกไ็ ดแมยายผมยังสาวและสวยพริ้งเนือ้ หนังตึงเปรี๊ยะ เชฟยังงี้แนไปเลยครับ ขาวทวม
ละมุนละมอม ปากนิด จมูกหนอย นัยนตาคมกริบเหมือนมีดโกนตราตุกตาคู”
“พอแลว” ดร.ดิเรกพูดตัดบท “เลิกพูดเรื่องแมยายของแกเสียทีเตรียมตัวพาพวกเราไปจับอาย
ฝรั่งตาน้ําขาวพวกนั้นเถอะ”
“ครับ ไปซีครับ พวกคุณเปนกันเองกับผมอยางนี้ทําใหสบายใจขึ้นมาก” แลวเขาก็หันไปทาง
สมุนทั้งสอง “เฮย-เราฝากตัวเปนลูกนองคุณหมอเถอะวะ อีกหนอยเราก็สนิทสนมกับหุน ๕ ตัวนี้ แลวเรา
ก็ชวนมันไปปลน”
นายแพทยหนุม ทําคอยน พูดพลางหัวเราะพลาง
“เห็นจะไมสําเร็จแนเดช ชะ ชะ คิดกาลไกลดีมาก”
ตอจากนัน้
เจาเดชกับสมุนทั้งสองก็พาคณะพรรค ๔ สหายกับเจาคุณปจจนึก ฯ ออกไปจาก
บริเวณสวนดอกไมหลังบานพัชราภรณ
ในชั่วโมงเดียวกันนั้นเอง
คณะพรรค ๔ สหายก็พาหุนพยนต ๕ ตัวบุกเขาจับคณะชาว
ตางประเทศ ซึ่งเชาบานหลังหนึ่งอยูทางสําโรง หุนเหล็กพาสี่สหายบุกเขาไปในบานอยางจูโจม จับชาว
ตางประเทศไดรวม ๖ คนดวยกัน มีการปะทะกันดวยหมัดมวยเพียงเล็กนอยแตแลวหุน เหล็กก็ซอมชาว
ตางประเทศทัง้ ๖ คนสะบักสะบอมไปตามกัน
ในที่สุด คณะพรรคสี่สหายก็ควบคุมตัวจารชนผิวขาวเดินทางกลับกรุงเทพ ฯ พรอมดวยหุน
พยนตทั้ง ๕ ตัวสวนเจาเดชและพรรคพวกไดรับอิสรภาพ
ดร.ดิเรกนําชาวยุโรปทั้ง ๖ คนมามอบให
เจาหนาทีต่ ํารวจกองปราบสามยอด ปรากฏวาฝรั่ง ๖ คนนี้ ไมมีหนังสือเดินทาง ลอบเขามาในประเทศ
ไทย

อวสาน

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful