1

เรื่องเลา…ครั้งผมครองเพศบรรพชิต 49 คืน 50 วัน ที่เปลีย่ นชีวิตลูกผูชายคนนี้ ไมให "หายใจทิ้ง
โดยคุณ ฐานวิชโช สมาชิกลานธรรมเสวนา
ตอนที่ 1: สมัครบวช
“เอสาหัง ภัณเต, สุจิระปรินิพบุตัมป ตัง ภะกะวันตัง สะระณัง กัจฉามิ. “
ผมขมวดคิ้วและไหวทานหนึ่งครั้ง กอนที่จะรับแผนกระดาษ 2 ใบจากมือของพระผูมีหนาที่รับสมัครบวชพระใหมของวัดนั้น
ทานกําชับใหทองบทขออุปสมบททั้งหมดนี้ใหไดกอนที่จะเขามาเปนนาคเตรียมตัวกอนเขาพิธีอุปสมบทจริงในวันที่ 5 พฤษภาคม ทานได
ทองใหฟงเปนตัวอยาง 1 รอบ ซึ่งแนนอนผมจําไมได และที่สําคัญคือ สําเนียงแปลกๆ ดวยซี…ผมไมเคยไดยินมากอนเลย ทานวาเปน
สําเนียงมคธ นิยมใชกันทั่วไปในการอานหรือพูดภาษาบาลีระหวางประเทศ ถือวาเปนสําเนียงอินเตอรฯ วาอยางนั้นเถอะ เราผูจะขอบวช
ตองทองใหถูกไมใหอักขระวิบัตไิ มเชนนั้นจะถือวาสังฆกรรมนั้นไมสมบูรณ การบวชไมสําเร็จตามพิธี กลายเปนผาเหลืองหมตอไป
หลายวันโดยไมรูตัว
ผมรับคําทานและกราบลาแบบเบญจางคประดิษฐ 3 ครั้ง กอนเดินลงมาจากกุฏิ “ตติยานุสรณ” 2 ชั้น แลวเดินสํารวจไปรอบๆ
วัด

ผมไดเขามาวัดนี้เปนครั้งที่สามแลว ครั้งแรกมาเยี่ยมนมัสการหลวงเพื่อนที่มาบวชเมื่อปลายปกลาย ครั้งที่สอง ปลายเดือนมีนาคม
หางจากครั้งนี้ไมกี่วัน เพราะครั้งนั้นผมตั้งใจมาสมัครบวชเขาเดือนเมษายน แตก็ไดรับขาวรายวาผูสมัครบวชของเดือนเมษายนเต็มแลว
ถาจะบวชที่วัดนี้จริงๆ ตองรอไปเดือนพฤษภาคม ซึ่งผมไมอยากรอนานไปกวานี้แลว อยากบวชเรียนอยูวัดประหยัดเงินตราในกระเปาที่
นับวันรอยหรอลงไปเพราะไมมีงานทํามารวมครึ่งป จึงตัดสินใจออกไปสมัครบวชที่วัดอื่นๆ อีก 2-3 แหง
ปรากฏวาทุกวัดลวนเต็มหมด ไมมีที่ใหอยู ดวยผมเองก็ลืมนึกไปเสียสนิทวาเปนชวงปดเทอมฤดูรอน ชายไทยเขาชอบบวช
ตามประเพณีกันชวงนี้ ที่วัดแหงหนึ่งอยูตางอําเภอออกไปกวา 60 กิโลเมตร เปนวัดของพระอาจารยดังมีชื่อเสียง เมื่อเขาไปถึงก็ไดรับ
ความสงบเย็นจากสถานที่ดูสัปปายะดีและพรอมที่จะรับผมบวชทันที แตเมื่อไดไปพบกับพระผูมีหนาที่ดูแลการรับสมัครบวชทานฟง
เครื่องเสียงสเตอริโอดอรบี้เซอรราวนรอบทิศในกุฏิทานแลว ก็ถอยฉากออกมากอนเลย เพราะรับพฤติกรรมนี้ไมไดจริงๆ สวนวัดบาง
แหงก็ไมรับผมเขาบวชตั้งแตยังเดินทางไปไมถึงในวัดเสียดวยซ้ํา ดวยวาเปนใครที่ไหนไมรูจัก ไมมีใครแนะนํามา ไมมีใครรับรอง
สุดทายผมก็ตองหอบตัวเองกลับมานมัสการพระผูมีหนาที่รับสมัครบวชพระใหมของวัดนี้อีกครั้ง และลงทะเบียนวาจะบวชใน
เดือนพฤษภาคมอยางแนนอน เนื่องจากไมมีวัดไหนใหผมไดบวชไดเร็วกวานี้
นับเปนการตัดสินใจที่ถูกตองที่สุดในชีวิตอันเล็กนอยของผมหนึ่งนี้แลว

2

นอกจากวัดนี้จะรมรื่นไปดวยตนไมใบหญาที่สวยงามมีปายพุทธภาษิตสอนใจอยูทั่วไป เสนาสนะใหญโตและสวยงามตามแบบ
ศิลปะลานนาประยุกต พื้นที่พุทธาวาสและสังฆาวาสแบงเปนสัดสวน เปนพระอารามหลวงหนึ่งใน 7 วัดของจังหวัดเชียงใหมและเปน
โรงเรียนสอนธรรมและบาลีศึกษาที่มีผลสอบในอันดับตนๆ ของภูมิภาคแลว
ยังทําใหผมไดสัมผัสกับความเมตตาของพระผูมีหนาที่รับสมัครบวชพระใหมรูปนี้ ซึ่งตอมาทานจะเปนพระพี่เลี้ยงของพระใหม
และเปนพระอาจารยของผมในที่สุด “พระอาจารยเอก” พระภิกษุที่ตองทําใหผมเสียน้ําตาในวันลาสิกขา หลังจากไดเรียนธรรมะ ศึกษา
พระวินัยและปรนนิบัติรับใชทานตามสมควรเปนเวลากวา 50 วันที่วัดแหงนี้.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 2: รูจักเพื่อนใหม 1
ผมมีกําหนดเขาพิธีอุปสมบทพรอมกันกับเพื่อนๆ นาคอีก 6 คนที่พระอาจารยเอกนัดมาอยูวัดพรอมกันในวันที่ 2 พฤษภาคม
เรียกวามาประเดิมลองอยูวัด นอนวัดกันกอนเลย นี่ถาไมแนจริงรับกันไมไดก็จะไดไปหาที่อยูอื่นเสีย ไมตองมาทนอุดอูทนอยูคับที่คับใจ
กันตอไป
แตอันที่จริงแลวทานตั้งใจจะใหมาซอมขานนาคกันใหพรอมเพรียง ฝกครองจีวรและเรียนรูกฎขอบังคับตางๆ ไปทีละเล็กละ
นอย เพื่อที่วาเมื่อบวชเปนพระแลวจะไดปฏิบัติอยูในขอวัตรไดทันทีโดยไมเกอเขิน ไมตองมาถาม มาสงสัยกันอีกใหวุนวาย
เพราะฉะนั้นนาคทุกคนที่มาอยูวัดก็ตองตั้งใจเรียนรูสิ่งตางๆ เหลานี้ใหดีและเร็วดวย เพราะเวลามีนอย เหลืออีก 3 คืนก็บวช
แลว ยังครองจีวรไมไดแลวหลุดลุยตอหนาธารกํานัลละก็ดูไมจืด ซึ่งเรื่องสนุกๆ เหลานี้ผมจะเลาใหฟงอีกครั้งหนึ่ง
แมว คือนาคที่ผมรูจักเปนคนแรก เพราะเขาเดินเขาวัดมาหลังจากผมนิดเดียวเลยไดทักทายกัน
อันที่จริงแมวนาจะชื่อวา “แมว” มากกวา เพราะตอนเปนนาคมานั้นผมชี้ๆ ฟูๆ แบบญี่ปุน ตัวเล็กๆ หนาขาวๆ ตาใสๆ ยิ้มแลว
แกมเปนเสนๆ เหมือนหนวดแมว แตแมวไมคอยพูด ดูนิ่งๆ และเงียบเฉย เราไดพักหองติดกันอยูบนชั้นสองของอาคารกุฏิไฮโซ 2 ชั้น
ตางกันตรงที่หองผมวีไอพีกวาที่มีหองน้ําในตัว สวนแมวตองเดินออกมาที่โถงกลางเพื่อเขาหองน้ํารวม นัยวาเพราะผมเดินเขาวัดมากอน
จึงไดหองพิเศษกวา

3

ที่ชั้นลางมีนาคอีกหนึ่งคนที่มาถึงกอนพวกเราแลวชื่อ พี่วัฒน ที่เรียกพี่ไดเต็มปากเต็มคําก็เพราะอายุอานามก็ปาเขาไป 29 จะ 30
อยูแลว หนาตาก็ออนวัยกวา 50 ปนิดหนอย อันนี้ก็ตองยกใหเขาละครับ โดยเฉพาะเรื่องสีผิวที่ดาํ เนียน แตเปนคนภาคกลางแถบๆ
สิงหบุรี พูดเหนอนิดๆ แถมเจาตัวภูมิใจในความเปน “ปลารักเร” ของตัวเองมาก เนื่องมาจากวามีความจําสั้นเหมือนปลาทอง แตดวยวา
ผิวดําเนียนเลยขอเปนปลารักเรจะดูเหมาะสมกวา พี่วัฒนเปนคนยิ้มเกง คุยสนุกและคิดถึงแฟนอยูตลอดเวลาที่มาอยูวัด
พูดถึงอาคารกุฏิสองชั้นที่ผม แมวและพี่วัฒน มาพักอยูดวยกันนี่ ไดยินกิตติศัพทมานานแลววามีของครับ
เพื่อนๆ ที่เคยมาบวชที่วัดนี้เลาใหฟงถึงปรากฎการณบางอยางที่ประสบพบเจอมา ฟงผานหูมาบางเกี่ยวกับเสียงฝเทาบนหัวนอน
ประหลาดๆ หรือแมกระทั่งจุดแสงสวางที่หาสาเหตุไมได ทันทีที่ไดเห็นอาคารหลังนี้จิตก็ปรุงแตงไปแลวละครับวา เรื่องที่ไดยินมาทา
ทางจะจริงแท เหลือแควาจะมาหลอกกันหรือเปลาเทานั้นเอง
เมื่อเริ่มกาวเขาที่อาคารชั้นลางที่ปูพรมอยางดีแลว เครื่องเรือนทุกชิ้นยังเปนไมจริง เกาไมเกาไมตองสาธยายกันละ เมื่อเดิน
ผานโถงโลงๆ ไปแลวขึ้นบันไดไปบนชั้นสอง จะพบกับกลุมโตะหมูบูชาสุดอลังการขนาดเต็มความกวางของอาคารนั้น ประดิษฐานประ
พุทธรูปขนาดใหญนอยเรียงตามลําดับอยางสวยงาม สะอาดสะอานมันวาวดําขลับ มีเครื่องสัตตภัณฑและของบูชาครบชุด ในความมืด
มิดนั้นผมสังเกตทุกอยางไดจากแสงสวางจากภายนอก

เพียงเทานี้ก็ทําใหผมเขาออนทรุดลงไปไหวสิ่งศักดิ์สิทธประหลกๆ ขออนุญาตทานนอนสักคืนสองคืนแลวจะรีบหาทางไปจาก
อาคารนี้แลวในใจก็คิดวาตัวเองโชคดีแทที่หองพักมีหองน้ําในตัว ผิดกับแมวที่เวลาจะเขาหองน้ําตองมาเดินผานโถงนี้กอนทุกครั้ง สวิตช
เปดไฟที่หองโถงนี่ก็อยูใกลกับโตะหมูนิดเดียว จะเดินไปเปดทามกลางความมืดนี่ก็บาแลว ผมมุดเขาหองไปเลยดีกวา ตอนเชาสวาง
แลววากันใหม.
ติดตามตอนตอไป.

4

ตอนที่ 3: รูจักเพื่อนใหม 2
ตอนเชา ผมแอบถามแมววานอนหลับสบายดีไหม แมวก็วาสบายดี สวนพี่วัฒนก็บนวานอนไมหลับเพราะเสียงไกกับเสียง
หมาในวัด ผมแอบยิ้มยองอยูในใจวาสองคนนี้ชางไมรูอะไร
ผมนะนอนไมหลับเลย คอยระแวดระวังเสียงแปลกๆ และจองมองดูแตในความมืดนั้นอยูตลอด ดีนะที่ไมมีอะไรเกิดขึ้นใหผม
ตกใจ ลองสอบถามพระเณรบางรูปในวัดก็เลาลือกันพอสมควร แตพอไดลองเลียบๆ เคียงๆ ถามพระอาจารยเอกแลว ทานก็ตอบวา…
”คุณไมตองกลัววาจะเห็นอะไรหรอก เขาไมมาใหคุณเห็นแนๆ คุณนะเปนใคร มีบุญญาธิการแคไหนใหเขาตองเปลือง
กําลังมาปรากฎตัวใหคุณเห็น ศีลก็ไมไดรักษา บุญก็ไมมี อยากังวลไปเลย”

ดูเหมือนจะจริงครับ ผมนี่โงแทๆ คิดไปกอนแลว จิตใจก็ไปกังวล ดูแมวสินอนหลับสบาย สวนผมตองงวงนอนทั้งวันเพราะ
ไมไดหลับไดนอน คราวหนาไมคิดแลว ทุกขใจไปเปลาๆ ปลี้ๆ
พี่เจมส, อั๋น, เกงใหญและเกงเล็ก เปนนาคสี่คนที่เหลือที่ผมไดรูจักในเวลาตอมา
พี่เจมส เปนผูชายตัวใหญ ผิวขาวแตยอมสีแดงมาจนผมระบุสัญชาติไมได นัยวาเปนลูกพี่ลูกนองมาบวชพรอมกันกับ อั๋น ที่ตัว
ยอมลงมาหนอยแตหัวโต ผิวคล้าํ และตาโต ทาทางคุยไมรูเรื่อง ดูแลวไมนาจะเปนสายเลือดเดียวกันเลย
สวนทั้งสองเกงนั้นชื่อซ้ํากัน จึงตองมีการะบุใหชัดเจนวาเกงไหน ที่ไดชื่อเกงใหญเพราะอายุมากกวาเกงเล็กนั่นเอง แตใน
ความเปนจริงแลวเกงเล็กนั้นตัวโตกวาเกงใหญเสียอีก ใครที่ไมรูอายุและลําดับการบวชกอนหลังของทั้งสองคนนี้เมื่อไดยินการเรียกชื่อก็
จะเขาใจวา เกงใหญหมายถึงคนที่ตัวโตกวาทุกครั้งไป ดูเอาเถิดความสับสนทางโลก นี่แคชื่อที่สมมติกันก็สรางความสับสนถึงเพียงนี้
แลว
เกงใหญและเกงเล็กนี่ผมจะสนิทมาก ดวยเหตุวาบวชอยูดวยกันนานวันกวาพี่อั๋นกับเจมส เกงใหญ นั้นสูงประมาณ 165
เซนติเมตร ตัวปอมๆ หนอยและทาทางประหมา มักจะมีโลกสวนตัวมากสักหนอย สวน เกงเล็ก นั้นสูงกวาผมมาก ตัวผอมบางแบบ
ผูชายภาคเหนือ แตเกงเล็กนี่สําคัญตรงที่มีมนุษยสัมพันธดีเดน คุยกับใครก็ไดหมดทุกเรื่อง ทุกเพศ ทุกวัย ที่กุฏิเบอร 31 ของเกงเล็กจึง
มักเปนที่ชุมนุมของเหลานาคทั้งเจ็ด คุยกันเรื่องสัพเพเหระในเวลาวาง
เรื่องที่คุยกันเปนอันดับแรกคือคําถามที่วา “มาบวชที่นี่ไดไง บวชทําไมแลวบวชกี่วัน” ซึ่งตางคนก็ตางมีคําตอบของตัวเอง

5

จากการแลกเปลี่ยนกันทําใหรูวาพี่เจมสจะเปนคนแรกที่จากเราไปกอน เพราะลางานมาไดแค 9 วัน พี่วัฒนนี่เตรียมมาบวช 11
วันบอกกับทุกๆ คนวากอนจะมาวัดนี่ไปทํางานกอนแลวขี่มอเตอรไซตมาที่วัด กะวาจะจอดทิ้งไวจนกวาจะสึกแลวขับรถไปทํางานตอเลย
ในวันนั้น นับวาเปนคนเอาการเอางานมาก
เกงใหญและเกงเล็กบอกเหมือนกันวาจะบวช 20 วันจนถึงสิ้นเดือน สวนแมว - - ที่ภายหลังแนะนําคนอื่นวาชื่อ “โอ” - - ยังไม
แนใจจํานวนวันที่จะบวช แตลางานมา 1 เดือน จะขอบวชดูสักอาทิตย สองอาทิตยกอน เพราะตอนนี้ยังไมแนใจวามาบวชทําไม
(อาว!!)
แตสําหรับคนอื่นๆ แลวลวนมาบวชตามประเพณีทั้งสิ้น คือเมื่ออายุถึงวัยแลว สามารถหาเวลาวางได จึงบวชทดแทนคุณพอ
แมและบุพการีทันที นับวานาดีใจที่อยางนอยประเพณีไทยยังชักจูงเด็กหนุมใหเขาวัดเขาวาได แมจะเปนระยะเวลาอันสั้น.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 4: มาบวชทําไม
“มาบวชทําไม?”
จะเปนคําถามแรกๆ ที่ทุกคนจะตองโดนถาม สําหรับโอ (เปลี่ยนชื่อจากแมวแลวจะ นัยวาไมอยากซ้ํากับนายกฯ) แลวจะโดน
ถามซักไซมากเปนพิเศษ เพราะไมสามารถใหคําตอบกับเพื่อนๆ นาคไดสักทีวามาบวชทําไม บอกแตเพียงวามาหาอะไรสักอยาง ผมเอง
ก็เลยไมคอยอยากจะถามตอวามาบวชหา…อะไร เพราะจะกลายเปนกวนอวัยวะกันไปเสีย แตเทาที่สังเกตดู เขากําลังหาอะไรสักอยาง
อยูจริงๆ ซึ่งเปนสิ่งที่ผมอยากรูมาก…..คอยติดตามดูพฤติกรรมเขาอยูตลอด
มีคําคลองจองอยูบ ทหนึ่งพูดถึงสาเหตุของการมาบวชไววาเปนการ “บวชตามประเพณี หนีทหาร ผลาญขาวสุก สนุกตาม
เพื่อน เลื่อนลอยคอยงาน” สําหรับผมแลวหากจะตอบวาบวชตามประเพณีก็ดูดีพอสมควรอยูแลว แตความจริงนี่ยังโดนเขาไปอีกสอง
ขอคือมาบวชผลาญขาวสุกและเลือ่ นลอยคอยงาน

6

เพราะเรื่องราวชีวิตของผมกอนที่จะเขามาบวชนั้นมันออกจะซับซอน แตเพราะผมมีอายุเหมาะสมที่จะบวชเรียนแลว และกํา
ลังมีเวลาวางจากการคอยใหที่ทํางานใหมเรียกตัวไปเริ่มทํางาน ประกอบกับเงินเดือนจากที่ทํางานเกาก็กําลังรอยหรอลง จึงหวังตั้งใจจะ
บวชเรียน อาศัยกินอยูหลับนอนในวัดนับวาเปนการประหยัดดีแท
ผมตั้งใจบวชอยางนอย 1 เดือนครับ หรือจนกวาทางที่ทํางานใหมจะเรียกใหไปรายงานตัว ซึ่งจะทําใหผมประหยัดเงินที่จะตอง
ใชจายในทางโลกมาก สวนใครที่ชอบมาทักวาผมบวชเพราะวาอายุเขาเบญจเพสพอดีนี่เสียใจครับ ผมไมเชื่อเรื่องนั้นเลย มันเปนความ
บังเอิญมากกวาครับที่มาบวชตอนอายุ 25 ป
เหตุผลในการบวชของผมดูจะทุเรศทุรัง แตก็ดูจริงใจดีเวลาตอบคําถามนี้กับใครๆ ครับ พราะในสวนลึกแลว ผมไมยอมปลอย
วันเวลาใหเสียโอกาสไปกับการบวชในครั้งนี้แนนอน
ชวงที่ผมรองานใหมอยูนี้ ไดประกอบอาชีพหลากหลาย ดวยความตั้งใจจะเก็บเกี่ยวประสบการณทํางานหลายๆ รูปแบบ ไว
เปนบทเรียนบันทึกชีวติ ของตัวเอง เรื่องการตัดสินใจบวชนี่ผมคิดเองคนเดียวทั้งสิน้ พอแมก็ไมไดเห็นดีเห็นงามดวยมากไปกวาใหการ
สนับสนุนในสิ่งที่ผมตองการจะทํา วัดผมก็หาเอง ติดตอขอบวชเอง รวมถึงการติดตอญาติมิตรใหมารวมงานก็จัดแจงเองทั้งสิ้นเทาที่
จําเปน เรื่องดีๆ แบบนี้ไมตองใหใครมาบงการครับ ผมจะถือโอกาสนี้เรียนธรรมะและปฏิบัติตามพระวินัย 227 ขอของพระสัมมาสัมพุทธะ
เจาอยางเครงครัด

บางคนเคยบอกผมวา หากตองการจะศึกษาธรรมะแลวละก็ไมตองบวชก็ได หนังสือหนังหาที่มีขายอยูทั่วไปทางโลกก็มากมาย
มีใหศึกษา แตผมคิดวา มันไมไดอรรถรสครับ มันไมถึงซึ่งการปฏิบัติที่แทจริง ตัวผมมีบุญแคไหนแลวที่ไดเกิดมาเปนมนุษย เกิดมา

7
ในประเทศที่มีพระพุทธศาสนาเปนศาสนาประจําชาติ ไดเกิดเปนผูชาย มีอายุรอดตายมาถึงเพียงนี้แลว เหมาะสมแกการบวชแลว ไมรู
วาชาติหนาจะมีคุณสมบัติครบถวนถึงเพียงนี้อีกหรือไม ก็บวชมันเสียเลยในชาตินี้ ถึงแมวาจะตั้งใจไวแคไมกี่เดือนก็ตาม
อีกอยางหนึ่งคือผมเคยบรรพชาเปนสามเณรมาแลว 20 วัน ทําใหแนใจวาการอุปสมบทเปนพระสักเดือนหนึ่งนี่ไมใชเรื่องเหลือ
กําลัง ผมทําไดและจะทําใหดดี ว ย
สาเหตุแหงการบวชนั้นมีหลากหลาย แตเหตุผลเดียวอันประเสริฐยิ่งคือ การบวชเพื่อหนีสงสาร หรือการมุงหวังใหถึงนิพพาน
ในชาตินี้นั่นเอง ซึ่งเทากับวาจะเปนการตัดภพตัดชาติกันไปไมเวียนวายตายเกิดกันอีก ชายไทยบางคนที่ตั้งใจบวชตลอดชีวิตเพื่อเหตุผล
นี้และบรรลุถึงมรรคผลนิพพานไปแลวก็มีมาก สวนที่ยังปฏิบัติอยูถือเปนการสั่งสมบุญไวก็ยังคงปฏิบัติตอไป ผมขออนุโมทนากับทาน
เหลานั้นดวยครับ.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 5: ภารกิจของนาค
ทําไมตองเปนนาค? เปนตัวอื่นไมไดเหรอ? นาคมีจริงไหม?
อพิโธ…นี่ไมใชตนฉบับภาพยนตเรื่อง 15 ค่ําเดือน 11 นะครับ หากใครไดชมภาพยนตเรื่องนี่แลวจะไดเห็นหางนาคอยูไหวๆ
เลื้อยลงแมน้ําโขงไป
นาคมีจริงครับ ถาเปนพระอาจารยเอกก็จะเลาวา “นาคมีจริงนะคุณ ครูบาอาจารยทานเลาไวในประวัติวาไดพบเจอ บางสี
เขียว บางสีแดง…” อันนี้ขอใหไปหาอานกันเอาเองครับ แลวใชวิจารณญาณกันดวย แตถารูสึกวาหาคําตอบเรื่องนี้จริงๆ จังๆ ไมได ก็
อยาสงสัยกันไปเลยครับ เลิกเถอะ
แตจะใหผูเตรียมตัวที่จะบวชเปนตัวอื่นที่ไมใชนาคนี่เห็นทีจะไมไดครับ เพราะตามประวัติเลาวา ในสมัยที่พระพุทธเจายังคง
ทรงพระชนมชีพอยู มนุษยผูชายที่ศรัทธาในพระพุทธศาสนาไดขอประทานอุปสมบทกันมากมาย พญานาคเปนสัตวที่มีใจเปนกุศลอยาก
บวช จึงแปลงกายเปนคนมาบวช เพราะถาไมใชคนแลวไมสามารถบวชได และในคืนหนึ่งที่พญานาคหลับไป จนลืมสะกดรูปรางของ
ตนเอาไว ความรูถ ึงพระพุทธเจาพระองคจึงทรงตรัสหามมิใหพญานาคบวชพระ พญานาคเสียใจมาก จึงทูลขอพระองควาตอจากนี้ไป
ผูชายที่เตรียมตัวกอนบวช ใหเรียนวานาค เพื่อใหนาคนั้นไดมีโอกาสอนุโมทนากุศลแหงการบวชนั้นดวยทุกๆ ครั้งไป

ภาระกิจที่นาคตองทํากอนบวชนั้นมีหลากหลายครับ
พระอาจารยเอกทานไดกําชับใหเรามานอนวัดกอนสองสามคืนเพื่อเรียนรูสิ่งตางๆทานสอนเรารับบาตร-เก็บบาตรครูบาอาจารย
กอนเปนอันดับแรก นอกจากจะเปนการแสดงถึงการรูคุณทานแลวนั้น เมื่อถึงเวลาที่เราจะตองมีบาตรเปนของตัวเองจะไดดูแลกันเปน

8
บาตรนั้นถือเปนหนึ่งในเครื่องอัฐบริขารที่สําคัญมากสําหรับพระ จากประสบการณการบวชของผมนั้นคิดวา บาตรเปนเครื่อง
อัฐบริขารที่สําคัญที่สุด ตามเรื่องเลาประวัติของครูบาอาจารยทานยังเคยบอกวา เวลาไปธุดงคกลางปาไดพบเห็นพระบางรูปนั่งกอดบาตร
เสียชีวิตอยูอยางนั้นก็ยังมี เพราะบาตรนี่เกี่ยวของกับปากทอง ไมมีบาตรก็รับอาหารบิณฑบาตรจากชาวบานไมได พระหาอาหารหรือ
ปรุงอาหารเองก็ไมได อดตายก็เทานั้นเอง
เวลาธุดงคก็อาศัยบาตรเปนเหมือนที่เก็บบริขารอื่นๆ โดยเฉพาะเก็บสังฆาฏิไมใหเปยกฝนเวลาธุดงคในปา เพราะสังฆาฏิจะ
กลายเปนผาหมกันหนาวได บาตรใชตักน้ําอาบก็ได เพราะฉะนั้นรายละเอียดในการบํารุงดูแลรักษาบาตรนั้นจึงมีมาก ถึงกับมีกําหนด
ไวในพระวินัยก็หลายขอทีเดียว
หลังจากทําวัตรเชาเสร็จตอนหกโมงเชาแลว นาคทุกคนตองวิ่งไปที่กุฏิพระอาจารยที่ตนเองมีหนาที่อุปฏฐาก จะพบกับบาตรที่
ไดรับการจัดวางแบบพึ่งลมไวอยางเรียบรอย เก็บของใชทุกอยางทีจ่ ําเปนลงในบาตร ไมวาจะเปน ผาเช็ดปาก ผาเช็ดบาตร ผารองนั่ง ถุง
ชอน-สอมและมีด ของแข็งหามใสลงไปในบาตร เพราะนอกจากจะทําใหเสียงดังแลว บางทียังอาจทํารอยใหกับภายในบาตรเสียหายได

จัดบาตรเสร็จเอาสายบาตรคลองคอเขาไหลแลวรีบมาที่หอฉัน มองหาตําแหนงที่นั่งของพระแตละรูปตามลําดับพรรษาแลวปูผา
รองนั่ง แกะสายบาตรออกจากขาบาตรแลวผูกเขากนบาตรเพื่อเตรียมสําหรับใหพระทานคลองไปบิณฑบาต จัดวางผาเช็ดบาตร ผาเช็ด
ปาก ชอน-สอมและแกวน้ําไวทางขวา เพราะมีกระโถนอยูทางซาย แลวคลองบาตรเดินออกไปรอทานที่จุดนั้นพบ ถือเปนจุดรวมผลของ
แตละสายบิณฑบาต กอนที่จะมอบบาตรใหทานเริ่มบิณฑบาต สวนนาคก็ไปเดินอยูทายแถวตอจากนองเณรทําหนาเจี๋ยมเจี้ยม คอยสอดสอง
ดูสีกาที่มาใสบาตร วาใสอาหารมามากมายจนลนบาตรไหม จะไดจัดแจงหาถุงมาถายเทของออก พระเณรจะไดไมลําบาก.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 6: นาคเดินตามบาตร
เรื่องการไปเดินบิณฑบาตนี้เลาขานกันเทาไหรก็ไมจบ พวกเรานาคทั้งเจ็ดคนจะมีเรือ่ งมาเลาใหฟงกันเสมอหลังจากการไปเดิน
ตามบาตร เรื่องเจ็บเทาระหวางการเดินระยะทางไกลที่ไมไดใสรองเทานั้นดูเหมือนจะตองนํามาเกทับกันไมรูจักจบสิ้น วาสายบิณฑบาต
ไหนโหดกวากัน

9
พี่เจมสกับอั๋น ไดไปเดินบาตสายตลาด ที่ถือวาไดรับของบิณฑบาตเพียบทุกครั้งแตวาอาย…อาย เพราะวาทั้งสองคนมีบานอยู
แถวนั้น เดินไปทางไหนก็มีแตคนรูจัก ถึงขั้นโอดครวญขอเปลี่ยนสายบิณฑบาต เพราะวาอายสายตาชาวบานตอนเปนพระนี่แหละ พระ
อาจารยเอกเห็นวาไมเปนสาระจึงไมเปลี่ยนให
เกงเล็ก ไดไปเดินบาตรสายที่เรียกวาเปน Off road คือสะเทิ้นน้ําสะเทิ้นบกทุกรูปแบบ ไมวาจะเปนพื้นคอนกรีต ยางมะตอยที่
ผิวหนาเสียแลว - - คือเปนปุมมาก เจ็บมาก - - พื้นหญา คันนาและพื้นในสวน นับวาวิบากมาก หากวันไหนฝนตกแลวทางนั้นดูไมจืด
เลย กลับมาขาเละเทะทุกทีไป

โอ ไดไปเดินบาตรสาย Off-road-Hard cape ที่ไมยิ่งหยอนไปกวาสายของเกงเล็ก เพราะวาสายนี้เจอของแข็งลวนๆ ทั้งพื้น
คอนกรีต ยางมะตอย เศษกระจกจากตูโทรศัพทที่แตกละเอียด กระจกจากรถชนกัน กรวดเม็ดเล็กๆ ริมถนนและที่สําคัญคือตะแกรง
เหล็กทอระบายน้ําที่เจ็บสาหัสจริงๆ
พี่วัฒน ไดไปเดินบาตรสายในคายทหาร ไมคอยมีอะไรมาเลาใหฟง เพราะวันหนึ่งหลังจากแกบวชแลว โดนผึ้งกระทํากามิ
กาเซถวายชีวิตบินแทรกตัวเขาไปตอยฝาเทาทั้งๆ ที่แกก็ใสรองเทาอยู ไดรับความเจ็บปวดทรมาณมาก ไปบิณฑบาตไมไดหลายวัน
เกงใหญ ไดไปเดินบาตรสายน้ําตกนี่สบายหนอย เพราะครึ่งทางขากลับจะไดนั่งมอเตอรไซตพวงที่โยมจัดถวายมาสงใหถึงวัด
สวนผมนี่ไมบนอะไรใหใครฟงเลย นั่งยิ้มแหงๆ อยูเพราะวา ไมมีสายบิณฑบาตใหไปแลว ไมมีใครใหไปดวยเลยเพราะคน
เยอะแลว พระอาจารยเอกเลยใหไปอุปฏฐากแกแทน สายบิณฑบาตแกเดินออกจากวัดไป 100 เมตรรับบิณฑบาตสองบานก็เสร็จแลว
เวลากลับมาบอกใครๆ วาไปแคนไี้ มมีใครเชื่อ ตองใหลองมาเดินเองก็จะตะลึงวา แคนี้ จริงๆ เทียบไมไดกับสายอื่นๆ ที่บนๆ กันเลย
หลังจากรับบิณฑบาตบานสุดทายเสร็จ นาคตองรีบวิ่งไปขอพระรับบาตรที่เต็มไปดวยอาหารนั้นมาคลองแทน แลวเดินกลับ
วัดใหเร็วกอนทีพ่ ระทานจะเดินไปถึง เพื่อมาจัดบาตรเขากับที่นั่งที่เตรียมไว ถอดสลกบาตรออก พับใหเรียบรอยตามรูปแบบที่ครูบา
อาจารยสอนกันมา วางบาตร ลงบนขาบาตร หามวางบนพื้นเพราะบาตรจะบุบเปนรอยได เมื่อพระทานเดินมาถึงก็ประเคนอาหาร
ทั้งหมดนั้นพรอมบาตรใหกับทาน เราก็มารอกินขาวกนบาตรพระอยูในหอฉันนั้นเอง

10

หลังจากพระทานฉันเสร็จแลวจะสงสัญญาณใหเราเก็บบาตรไปลางได
วิธีถือบาตรนี่ตองจับขอบบาตรแบบคว่ํามือลง สวนมืออีกขางก็ถอื ฝาบาตรที่มีกระโถน แกวน้ํา ชอนสอมและผาเช็ดปากไป
ดวย หลังจากเทเศษอาหารใหนองหมาแลว ที่ลางบาตรจะมีลอยางเล็กๆ ไวรองกนบาตรสําหรับวาง ใชผาเช็ดปากเปนเหมือนสกอต
ไบรท ลางทําความสะอาดบาตรใหหมดจด ลางผาเช็ดปากใหสะอาดแลวเดินกลับไปหอฉัน ประกอบบาตรใหเปนรูปแบบเดิมกอนที่
จะบิณฑบาต
ขั้นตอนนี้ปราบเซียนมานักตอนักแลว เพราะสลกบาตรนั้นถอดก็ยาก ใสก็ยาก พระอาจารยทานจะมัดไวอยางดีเพื่อไมใหหลุด
งายๆ เวลาบิณฑบาต พี่เจมสเคยมาแลว ถอดสลกบาตรไมออก ตัดสายที่ผูกไวเฉยเลย หลวงตาถึงกับรองจาก เพราะอัฐบริขารนี่บอก
แลววาพระทานสุดรักสุดหวง บางอันเปนของที่ครูบาอาจารยเขามอบใหมา เพราะฉะนั้นนาคเราตองรักษาใหดีๆ
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 7: ซอมครองจีวร
ถัดจากเรื่องบาตรแลว สบง จีวรและสังฆาฏิ ถือเปนบทเรียนตอไปของพวกเราเหลานาคเจ็ดตน
เครื่องแบบอันทรงเกียรตินี้ถือไดวาเปนธงชัยของพระอรหันตเลยเชียวครับคุณ วากันวาบอยครั้งเวลาที่พระกรรมฐานเดินทาง
ธุดงคไปในปาเขา รอดชีวิตมาจากคมเขี้ยวของสัตวรายไดก็เพราะจีวรผืนเดียวนี้มาแลว
ผาไตรที่พวกเราจะไดมาหอกายนี้มีสีน้ําตาลเขมครับ มีชื่อเรียกเฉพาะวา “สีกรัก” เปนแบบพระปานิยมกัน ไมเหมือนกับพระ
บานที่เรามักจะเห็นๆ กันวาออกไปทางสีเหลืองสดๆ หรือไมก็สมๆ หนอย นั่นก็เพราะเวลาทานเดินเหินอยูในเมืองแลวจะไดอยูในสายตา
ของผูขับขี่ยวดยาน ไมไปเชี่ยวชนทานไดโดยงาย นี่เปนวิทยาศาสตรนะครับเพราะสีเหลืองนั้นเปนสีที่มองเห็นไดงายที่สุดในตอน
กลางวัน

11

สวนพระปานั้นเราเพลาๆ ความจี๊ดจาดลงมาหนอย ตมยอมแกนขนุนจนมีสีน้ําตาลแกๆ เวลาอยูในปาในเขาแลวดูกลมกลืน
ดี ซึ่งคงไมมีชางปาตัวไหนทะลึ่งเดินมาชนพระใหบาดเจ็บ และไมแนวาถาหากพระธุดงคใสสีแจมๆ เดินปาแลว คงเปนที่สนใจของ
สัตวปามิใชนอย
การครองจีวรเปนศาสตรและศิลปที่จะวาไปแลวสอนกันไมงายเลย นับวาเปน “ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺโพ วิญูหิติ” คือ เปนสิ่งที่ผูรูก็รู
ไดเฉพาะตน
ในครั้งแรกพระอาจารยเอกไดมอบหมายใหพระพี่เลี้ยงรูปอื่นๆ ที่เพิ่งบวชเมื่อกอนหนานี้ไมนานสอนพวกเราหม เห็นพระรุนพี่
หมกันงายๆ ในเวลารวดเร็วก็เสร็จเรียบรอยดูสวยงาม แตตอนที่สอนใหเราหมเองนั้นมันยากจัง ตองใชเวลานานกวาจะเรียบรอย พาลให
นึกถึงวาเวลาบวชไปเปนพระแลวคงไมตองทําอะไรนอกจากครองจีวรนี่ก็หมดเวลาไปครึ่งคอนวันแลว
สบง คือ ผาครองที่เหมือนกับกระโปรงนั้นหมงาย เพียงแตจัดใหผาสูงประมาณครึ่งนอง ดานหนาจับจีบสลับฟนปลาความกวาง
ประมาณหนึ่งฝามือพับเขาหากลางลําตัว แลวรัดใหแนนหนาดวยประคตที่ตําแหนงสะดือกลางทองของเรา จากนั้นก็พับปลายผารอบเอว
ลงมาปดประคตใหเรียบรอย ยกเวนดานหนาใหพับกลับลงไปดานในเปนอันเสร็จพิธี
แต จีวร นี่สิที่ถือวาเปนของจริง จากประสบการณสอนหมจีวรของผมหลังจากที่ไดเปนพระพี่เลี้ยงแลวนั้น ไดกําหนดขั้นตอน
หมจีวรไว 3 ขั้นตอนงายๆ คือ
สวยในเบื้องตน คือ หลังจากคลุมจีวรหาปลายผาเจอแลว มวนลูกบวบใหแนนเหมือนปลายดินสอใหได 2 ขันธ
สวยในทามกลาง คือ เหยียดแขนซายใหสูงสุดตรงแลวมือขวาดึงเก็บลูกบวบบริเวณกลางผาใหแนน
และสวยในบั้นปลาย คือ การตั้งทาเตรียมสะบัดลูกบวบ ซึ่งถือเปนขั้นตอนไคลแมกซของเรือ่ งทั้งหมด จัดขอบผาคลุมไหลซาย
แลวสะบัดลูกบวบขามไหลคลองแขนซายไปใหดี เทานี้รับรองสวยงามไมมีที่ติแนนอน เปนสูตรของผมเองใชทั้งตอนหมเฉียงเปดไหลขวา
เพื่อทําวัตรหรือไหวพระในวัด และหมคลุมไหลเพื่อบิณฑบาตและเดินทางนอกวัด

12
ใครเห็น ใครก็ชมละวาผมครองจีวรสวยแนนเปรี๊ยะ ตอนกราบพระไมมีหลุดใหรําคาญใจ มือซายไมตองกําลูกบวบไวตลอดเวลา
เพราะกลัววาจะหลุดเลย
แตแนวทางการหมของผมนี่เทียบไมไดกับพระเกาๆ หรือครูบาอาจารยทั้งหลายทานหมกัน เพราะทานจะหมงายๆ พันลูกบวบ
หลวมๆ ก็ดูดีแลว ไมตองมาเสียเวลานานเหมือนผม ผมจึงมักบอกใครตอใครวาเปนสัญลักษณบงบอกความเปนพระใหม-พระเกา (พระ
แกๆ) แตที่สําคัญคือ การหมครองจีวรใหสวยงามก็ถือเปนขอหนึ่งในพระวินัย ไมใชวาภิกษุจะติดเรื่องสวยงามดูดี แตทําใหเกิดความนา
เลื่อมใสแกสาธุชนทั่วไป วาภิกษุเองก็ดูแลตัวเองอยางเรียบรอยอยางมีสติในทุกอิริยาบถ.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 8: ซอมขานนาค
สิ่งที่ยากที่สุดสําหรับนาคที่จะบวช คงไมมีอะไรมากไปกวาการทองจําบทขานนาคขอบรรพชาและอุปสมบท ซึ่งเปนภาษา
บาลีลวนๆ ที่เราไมคุนเคย และหากไมสามารถทองจําได ก็ไมสามารถบวชได
ถาจะวากันตามตั้งแตสมัยโบราณครูบาอาจารยเกาแกแลว การทองขานนาคนั้นไมเพียงแคตองทองจําแลวผานไป แตเปน
เครื่องบงชี้สติปญญาของผูที่สนใจจะศึกษาธรรมะวามีความสามารถเพียงพอหรือไม ถาแคสามหนากระดาษนี่ทองจํากันไมไดแลว
บทสวดมนตอื่นๆ หรือยอดพระกัณฑไตรปฎกตางๆ ก็คงเรียนไมไหวแน ทานไมใหบวชเลยเชียว
บางคนใชเวลาเปนนาคนับเปนเดือน ซอมทองขานนาคไดคลองปรอ พอถึงเวลาจริงแลวกลับติดขัดหรือลืมไปเสียอยางนั้น
ทานก็ไลลงอุโบสถไปเลย
แมกระทั่งสําเนียงการออกเสียง อยางที่เคยเลาใหฟงแลววาอักขระจะตองไมวิบัติแลวนั้น เสียงบางเสียงยังออกเสียงไม
เหมือนกับภาษาไทย ยกตัวอยางเชน ตัว ณ.เณร นี่ไมไดออกเสียงวา นอ-เนน ธรรมดานะ แตมันตองออกมาจากลําคอและยกลิ้นกด
เพดานบนพรอมทั้งอาปากออก อูย..อันนี้ขอไปลองสังเกตฟงกันเอาเองเถิด ผมเองก็ยังออกเสียงนี้ใหเพราะๆ ไมได

พระอาจารยเอกทานเคี่ยวเข็ญเราทั้งเชาและค่ําสําหรับการทองขานนาคนี้ ซอมกันทุกวัน วันละหลายๆ รอบ ถึงขั้นวาเดิน
ไปก็ทอง ทํางานไปก็ทอง อาบน้ําก็ทอง หรือแมแตนอนละเมอเพอพกก็ขอใหทอง อันนี้เปนมาแลว ผมเองในคืนกอนบวชฝนวา
ทองไมไดกลางฮอลลอุโบสถ ตื่นขึ้นมายังคิดวาตัวเองบวชไมผาน ตองนั่งงงๆ อยูพักหนึ่งเลย บางคนบอกวาทองมาไดแลว แต
พออยูตอหนาพระอาจารยเอกแลวลืม ลืมตอนเวลาทานจองทําตาโตๆ ใส ที่ทองมาในหัวก็มลายสิ้น เพราะทานดูนาเกรงขาม จน
กลัวจะทองผิดไปเลย

13
การทองขานนาคบางบทดีหนอย ทองพรอมกันทั้งหมด 7 คน บางคนยังจะพอออมแอม ถั่วงาๆ แบบเบิรดๆ ไปไดไมอาย
กัน แตพอบทหลังๆ เริ่มเหลือกลุม 3 คนบาง คนเดียวบางละก็นับเม็ดเหงื่อดูเปนรายคนได โดยเฉพาะบทที่ทองคนเดียว คือ สมาทาน
ศีล 10 นี่บางคนวายากมาก ในหัวมันสับสนอลหมานประหนึ่งวาชาตินี้ขาไมเคยรูจักแมกระทั่งเรียงลําดับศีล 5 ยังไมถูกเลย มานับศีล
10 นี่ฆากันใหตายเลยดีกวา โดยเฉพาะตั้งแตขอ 6 7 8 ขึ้นไปนี่แทบไมเคยไดยิน ยิ่งรูความหมายของสิ่งที่ควรงดเวนแลวยิ่งบอกตัวเอง
วา ทํามายดายยย…!!!
แตใชวามีเพื่อนทองอยูดวยแลวจะดีขึ้นนะ เพราะถาหากคูนาคเราเขายังทองไมไดเลย แลวครั้นจะมาเกาะชายผาเหลืองเรา
ขึ้นสวรรคไปดวยละก็ ชิชะอยามาหวังกัน
เพราะที่เราวาทองไดๆ มาเจอคนทองไมไดก็เสียจังหวะ เสียความมั่นไปเหมือนกัน ที่ซอมมาเปนอยางดีก็ตองมาลมกลาง
หนอง ตองอับอายบรรดาญาติโยมกันก็คราวนี้ นี่จึงเปนเรื่องที่นาคทุกคนไมมีทางยอมเสียหนาในวันสําคัญ เพราะฉะนั้นหลังจาก
ซอมกับพระอาจารยเอกแลว เราก็ไปซุมซอมกันเองอยูที่กุฏิเบอร 10 ของสองพี่นองคนละฝาพี่เจมสกับอั๋นซอมกันอีกหลายๆ รอบดัง
ระงมไปทั่วทั้งวัด

ความไดยินถึงทานพระอาจารยเอกยังอดชื่นชมมาไมไดวาพวกเรานี่ขยันกันจริงๆไมเสียแรงที่อนุญาตใหมาบวชได เพราะวา
ทานเอยวาตองการคนที่ตั้งใจจริงในการศึกษาธรรมะมาโดยตลอดหากใครมาบวชเลนๆ บวชทิ้งขวางไมใสใจแมคําสั่งสอนของครูบา
อาจารย ก็นับวาเสียขาวสุกและถือเปนการกันที่คนอื่นที่จะเขามาปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบในพระพุทธศาสนา เมื่อตั้งใจกันดีเชนนี้ บาย
วันนี้จะโกนหัวใหกับทุกคนเพื่อเตรียมเขาพิธีบรรพชาอุปสมบทในวันรุงขึ้น.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 9: เปดตัวแฟนนาค
ชวงเวลาสําคัญของนาคในวันนี้คือการโกนหัว
มาถึงตอนนี้แลวบอกไดเลยวาไมมีใครรองเสียดายผมเหมือนเด็กๆ สมัยมัธยมที่หนีอาจารยปกครอง เพราะเราไดเรียนรูมาแลว
บางวา ผม ขน เล็บ ฟนและหนังทั้งหลายนั้น เปนของไมสวยงาม ไมนาดูไมนาชม เกิดขึ้นแลวดับไป มีขึ้นแลวหายไป ไมควรไปอาลัย
อาวรณถึงสิ่งเหลานี้อีกตลอดที่กําลังจะครองเพศบรรพชิตนี้

14

แตที่สําคัญกวานั้นใจในของนาคบางคน คือการไดพบหนาแฟนเปนครั้งแรกนับตั้งแตที่มาอยูที่วัด หางหายไปนานไมได
เจอ คิดถึ๊ง…คิดถึง…
พี่วัฒน เปนคนแรกที่ออกอาการกระดี๊กระดาที่แฟนสาวจะมาดอมๆ มองๆ การโกนหัววันนี้อยูหางๆ เพราะวายังไมไดเปดตัว
กับทางบานจริงๆ จังๆ เชนเดียวกับ โอ ที่ลือกันมาหนาหูวาแฟนนารักสวยใส พวกเราทุกคนก็อยากจะสัมผัส…ทางตากันสักครั้ง สูแฟน
พี่เจมส ไมได เพราะคนนี้ตัวจริงเสียงจริง หลังบวชมีเบียดกันแนๆ ไมตองหลบๆ ซอนๆ ครับ มาไดอยางเปดเผย สวนเกงใหญนั้น
แฟนไมไดอยูแถวนี้อดแซวไป ออ…ไอพวกที่แซวนี่คือคนที่ผมไมไดเอยชื่อถึง เพราะลวนแตไมมีแฟนแมเพียงใหหวังวาเขาจะมาหรือ
เปลาเลย ไมตองหวังเลย มาแตพอแม ญาติมิตรก็ดีใจกันแลว
เรื่องญาติๆ ของนาคนี่ก็นับวาเปนเรื่องสนุกสนาน เพราะอยางที่นาคทราบอยูแกใจแลว พระอาจารยเอกก็เนนย้ําแลววาพิธีโกน
หัวไมมีอะไรเลย เพียงแคโกนผมลงบนใบบัวแคนั้นจบ ญาติไมตองมากันมากมายใหเปลืองเวลา แตญาติโยมก็ลวนแตมีใจศรัทธา อยากจะ
มาย่ํายีหัวของนาคกอนที่จะหมผาเหลืองใหได
ญาติของนาคบางคนมากัน 3 รถกระบะ หวังที่จะมาตัดผมนาค ตัดไปตัดมาพระอาจารยแทบไมตองโกนแลว ญาติบางคนอยาก
มีพิธีรีตรองมากกวานั้น ก็มารับตัวนาคที่โกนหัวแลวออกไปแหแหนเสียรอบเมือง กลับมาแตงตัวชุดขาวราวกับเทวดา มีสายสรางทอง
คลองกายมาใหยุงเหยิง อันนี้ก็นับวาแปลกสําหรับแนวทางพิธีกรรมของวัดปา
อยากใหบรรดาญาติพี่นองและพอแมผูปกครองของนาคและพระใหมแตละคนไดเขาใจวา ที่ทานสงบุตรหลานใหเขามาบวชใน
วัดตางๆ นั้นก็ขอใหเขาใจปฏิปทาของวัดนั้นๆ ใหดีเสียกอน วาพิธีกรรมตางๆ ของวัดนั้นเปนอยางไร เราในฐานะญาติจะจัดใหมีงานเอิก
เกริกแบบนั้นจะสมควรอยูหรือไม หากบางวัดไมตองการใหมีพิธีใหญโต เราก็ไมควรฝนเพื่อทําลายความสงบของวัด และถาไมถูกจริต
กันจริงๆ ก็ควรจะเปลี่ยนวัดไปเลย หากไปวัดบานจะไดรับความพึงพอใจในการบวชมากกวาก็ขออนุโมทนา

15

ผมไดเห็นความศรัทธาของบางครอบครัวที่กําหนดใหบุตรหลานจะตองมาบวชที่วัดปาทางเหนือ เนื่องจากชอบใจในพิธีกรรมที่
ไมยุงยาก เรียบงายตรงไปตรงมาตามพระวินัยที่ปฏิบัติกันมาครั้งเกากอน ทั้งๆ ที่ครอบครัวนั้นพื้นเพเดิมอยูนครปฐมที่เวลามีงานบวชที
นั้นจะตองสิ้นเปลืองเงินเปนแสนบาท ตองเชิญคนมาเปนรอย เลีย้ งอาหาร จัดโตะจีน มีมโหรีวงปพาทย แหแหนกันสามวันเจ็ดวัน
ครอบครัวนั้นกลับมีความคิดเห็นวานาจะนําเงินสวนนี้มาทําบุญพัฒนาวัดมากกวาที่จะเอาไปละลายแมน้ํา สวนเรื่องหนาตาของ
ความเปนเจาภาพนั้นเขาคิดวาไมจําเปนเลย ลูกชายคนเดียวของเขาจึงดั้นดนเดินทางมาสมัครบวชถึงภาคเหนือนี่ หนีจากความวุนวายของ
สังคมเมือง หนีจากสภาพแวดลอมที่คุนเคย มาอยูอยางลําบากกับคนที่ไมรูจัก มาศึกษาธรรมะของพระพุทธเจา โดยที่ไมตองลงทุนลง
แรงอะไรมากกวาจิตใจที่มีความศรัทธาตั้งมั่นนั้นอยางเดียว
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 10: โกนหัว
“แกรกๆ…แกรกๆ…” เสียงลงมีดของพระอาจารยเอกดังขึ้นทันทีที่นาคพรอมสําหรับการโกนหัว
กอนที่นาคจะบวชจะตองไดรับการยินยอมจากพอแมผูปกครอง เซ็นในเอกสารของทางวัด และหลังจากที่ญาติผูใหญทุกคนได
ตัดผมนาคลงในใบบัวพอเปนพิธีแลว พระอาจารยเอกก็ลงมือทันทีดวยความชํานาญ กับนับพันๆ หัวที่ทานเปนมือโกนของวัดนี้มานับ 6
ป ประสบการณโชกโชนแตไมโชกเลือดนั้น สอนใหทานดูลักษณะลูกศิษยที่กําลังจะเปนพระใหมในวันรุงขึ้นนี้ไดจากการโกนหัว
ทานวา ผมคนก็เหมือนจิตใจคน ใครผมแข็งๆ โกนยากๆ นั้นทานวามักจะเปนคนหัวแข็ง ดื้อเงียบอยูภายใน สวนหัวใครโกน
งายๆ ผมออนๆ ทานวาคนนี้นิสัยนอบนอมและเชื่อฟงครูบาอาจารย
หัวใครมีเลือดออกมาหลังจากการโกนนี่แสดงวาไมดูแลตัวเอง ไมรักษาความสะอาดหนังหัว ทําใหเปนสิว (ขอนี้เปนสัจธรรม
มาก)
อันที่จริงทานไมไดตัดสินคนดวยเรื่องเพียงแคนี้หรอกครับ นับตั้งแตพอแมผูปกครองพามาสมัครบวช ทานก็ดูจริตของทุกคน
ในบานประกอบกับนิสัยของนาคทุกคนไวแลว ทานจําไดแมน เวลาสอนขานนาคหรือมารยาทตางๆ ทานก็มองรูไดจากการสบสายตา
ใครตาแปวแหวว ใครหลบสายตา ใครใชหางตา ใครมองหนาตาใส เหลานี้ ถือเปนกลยุทธที่รูจักนิสัยของนาคไวกอน สอนรอยครั้ง
ก็ชนะกันรอยครั้งทุกทีไป

16

หลังจากการโกนหัวและคิ้วไปในคราวเดียวกันแลว ก็เปนอันเสร็จพิธี ญาติบางบานก็ยังวาวุนอยูกับการเลือกวิธีจัดการกับผมที่
หออยูในใบบัวนี้วาควรจะทําอยางไรถึงจะดี พระอาจารยเอกทานก็มักตอบวา ทําอยางไรก็ไดแลวแตที่เชื่อกันมาของแตละบาน เพราะทาน
ก็ไมอยากขัดใจญาติบางคน อยากเอากลับบาน อยากเอาไปลอยน้ํา อยากไปฝงดินและอยากอื่นๆ อีกมากมาย
สวนในใจพระอาจารยเอกทานจะบอกวาใหทิ้งไปเสีย ก็เพราะอยางที่รูกันแลวนี่วาของเหลานี้ไมนาดูไมนาชม แลวจะไปยึด
ติดพิธีกรรมกับสิ่งที่ไมจีรังอยางนี้อยูทําไม
สวนผมของผมนั้นแมเอาเก็บใสกระเปากลับบานไป ผมก็ไมไดถามอีกวาเอาไปไวที่ไหนแลวเพราะวาไมตองการใสใจกับมัน
อีก สงญาติกลับบานแลวเตรียมซอมขานนาคเปนครั้งสุดทาย

พระอาจารยเอกจัดใหพวกเราไปซอมกันในโบสถ ซึ่งจะเปนสถานที่จริงในการประกอบพิธีกรรมในวันพรุงนี้ เกงใหญคูนาค
ของผมแสดงความมั่นใจสําหรับการขานนาคที่ผมคอยจ้ําจี้จ้ําไชใหเขาซอมทองมาใหได ผมกับเกงใหญนับเปนคูนาคคูกลางเพราะวานับ
เรียงตามลําดับอายุ ผมอยากจะประสานเสียงกันออกมาดังๆ ใหดูวา คูดูโอคูนี้เตรียมตัวมาดีกวากลุมของพี่วัฒน พี่เจมสและอั๋น กับคูของ
เกงเล็กและโอ ทั้งนี้จริงๆ แลวก็เพื่อเสริมกําลังใจใหกับคูสุดทายนั่นแหละ ที่ยังทองกันไมคอยได มีใหลุนมีใหเสียวกันทุกบททีเดียว

17

ครับ!! ผมพรอมแลวครับสําหรับการเขาพิธีบรรพชาอุปสมบท ไมใชประจําปภาคฤดูรอน แตออกจะเปนฤดูเหงาเสียมากกวา เปนชวงเวลา
ที่วางจากการมีภาระกิจทางโลกทั้งปวงแลว เหงาๆ ก็เขามาบวชตามความตองการของตัวเองที่จะศึกษาธรรมะ พรอมๆ กับเพื่อนสหธรรมิก
อีก 6 คนที่มาบวชพรอมกันที่นี่โดยไมไดนัดหมาย ไมไดรูจักกันมากอน มีพระพี่เลี้ยงคือพระอาจารยเอก ซึ่งนับแตที่พวกเรากาวเขามาใน
เขตวัด ทานก็จับจองดูแลสอนสัง่ เรามาอยางเต็มที่ ทั้งการดูแลบาตร การนุงหมจีวร การซอมขานนาคและมารยาทตางๆ ในวัด ทาน
โกนหัวใหเราแลว และพรุงนี้คือวันจริงที่จะไดเห็นผลจากการพยายามมาทั้งหมดตลอด 3 วันที่ผานมาในวัดปาแหงนี้.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 11: วันบวช
เชาวันบวช…พวกเราเหลานาคเจ็ดตนทําวัตรเชาเสร็จแลวไมตองเดินตามบาตร เพราะพระอาจารยเอกสั่งใหทุกคนอาบน้ําเสีย
ใหม ชําระลางรางกายกอนที่จะเปลี่ยนเปนชุดนาคสีขาวที่ทางวัดไดเตรียมไวให แลวไปกินขาวเชาและรอเขาพิธีอุปสมบทในอีกไมกี่ชั่ว
โมงขางหนา
เมื่อถึงวันงานใหญๆ อยางงานบวชพระใหมเชนนี้ ผมไมเคยเห็นพระอาจารยเอกลงบิณฑบาตและฉันเชากับเขาสักที แตทาน
กลับวิ่งขึ้นลงกุฏขิ องนาคเพื่อแตงชุดนาคใหกับทุกคนแบบปฏิบัติการสายฟาแลบ
ขณะที่ผมกําลังงวนอยูกับการทบจีบดานหนาของสบงสีขาวเพื่อจะรัดประคดเอวอยูใ นหองนั้น พระอาจารยเอกก็เปดประตู
“พลั๊ว !” เขามาในหองผมโดยที่ผมยังนุงผาไมเสร็จ ผมจึงรีบรวบผาสบงมาชิดตัวจนรุมราม
“ไมไดเรื่องๆ ถอดกางเกงในออกเดี๋ยวนี้!” ทานสั่ง
“แอะ!” ผมรองอุทานขึ้นในใจ นี่เราตองจําพรากจากนองลิงไปแลวเหรอ ผาสบงนาคก็สีขาวนะ
ผมไมมีเวลาคิดอะไรมากไปกวานั้น เพราะสีหนาดุดันของพระอาจารยเอกสะกดผมไวใหตองทําตาม ในขณะที่ทานก็รวบหัว
รวบหางแตงตัวใหผมเสร็จโดยที่ไมไดพูดอะไรมากไปกวานั้น แลวทานก็หายตัวไปขึ้นกุฏิอื่นตอ ทําอยางนี้อยู 7 ครั้งตลอดเชานั่น มารูที
หลังวา โอกับพี่วัฒน ยังไมยอมหางหายจากนองลิง ยังแอบใสไวอยู นัยวาไมคุนกับความโลงและพูดประหนึ่งวา เราจะไมพรากจากกัน…

18
วันนั้นกอนเริ่มพิธี ญาติโยมมาไมมากเทาที่คาดคิดไว ก็คงเปนเพราะพวกเราสวนใหญไมคอยนัดใครใหมารวมงาน เพราะรูดีวา
งานบวชแบบวัดปานี้ตองการความสงบและไมมีงานรื่นเริง เรื่องทีจ่ ะเลี้ยงแขกมากๆ บวชประกาศความยิ่งใหญของฐานะทางบานจึงไมมี
ทุกคนมารวมพิธีและอนุโมทนาบุญรวมกัน
กอนจะเขาสูอุโบสถเพื่อเริ่มพิธีบวช นาคและญาติๆ จะตองเดินเวียนประทักษิณสามรอบ นาคเดินนํา พอถือบาตร แมถือผาไตร
และญาติถือเครือ่ งไทยทานอื่นๆ ตามมา เพื่อเปนการขออนุญาตเขาสูเขตพันธสีมาแหงการที่จะทําสังฆกรรมบวชในครั้งนี้ เมื่อนาคทุกคน
นั่งประจําที่ตามลําดับอาวุโส ใครบวชกอนบวชหลัง พระอุปฌชาย พระคูสวด 2 และพระอันดับอีก 12 นั่งพรอมกันแลว พิธีอุปสมบทแบบ
“ญัตติ” ก็เริ่มขึ้นอยางเรียบงาย แตยังความปลาบปลื้มในใจของพอแม ญาติมิตรทุกคนที่มารวมงาน
สวนในใจของนาคทุกคนตอนนั้นคิดสะระตะไปตางๆ นานา “กลัวผาหลุด กลัวลืมบททองขานนาค” และสารพัดจะนึกคาดเดา
ไปกอน แตภาษาฝรั่งบอกไววา “เดอะ โชว มัสต โก ออน” ใชแลวละ “เราจะทําดีที่สุด !”

เมื่อถึงเวลาอันเปนมงคลฤกษ คือ ฤกษสะดวก นาคจะเริ่มจากการเปลงวาจาขอบรรพชาเปนสามเณรกอน คือบท เอสาหัง ภัณเต
ที่ทุกคนทองกันจนขึ้นใจแลว พระอุปฌชายทานจะสอนพระรัตนตรัยและบทกรรมฐานเบื้องตนให หลังจากนั้นใหนาคไปเปลี่ยนชุดครอง
จีวรเขามาในหัตถบาตใหม พระใหมกลาวขอไตรสรณคมณเปนที่พึ่ง จากนั้นพระใหมกลาวขอสมาทานศีล 10 เปนอันจบไดเปนสามเณร
กอนในเบื้องตน
จากนั้นเริ่มขออุปสมบทเปนพระโดยการขอนิสสัยจากพระอุปฌชาย พระกรรมวาจารยบอกบาตรและจีวรวามีพรอมแลวสําหรับ
การบวช สอนซอมถามถึงอันตรายิกธรรม คือ ถามถึงความเปนผูมีคุณสมบัติพรอมที่จะบวชได เชน เปนผูไมมีโรคติดตอ ไมไดรับราชการ
เปนมนุษยผูชาย และพอแมอนุญาตใหมาบวชได สามารถบอกนามของตนเองและพระอุปฌชายได สุดทายพระใหมเปลงวาจาขออุปสมบท
เปนขั้นตอนสุดทาย คือบท สังฆัม ภัณเต…และไมมีภิกษุรูปไหนหรือผูใดคัดคานการบวชในครั้งนี้ เปนอันเสร็จพิธีบวชแบบ “ญัตติ”
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 12: ความผิดครั้งแรก
ภายหลังจากพิธีบวชเสร็จสิ้นลง เปนเวลาของญาติๆ และเพื่อนของพระใหมที่จะเขามามะรุมมะตุมขอถายรูปคู รูปหมูไวเปนที่
ระลึก ประหนึ่งกับวาเราเปนดารา ผิดเสียแตวาไมมีมาขอลายเซนต
ผมเองเปนพระใหมก็เกกมาก พยายามทําทีใหดูขรึมนาเลื่อมใส จะไปเลนหัวกับเพื่อนๆ ก็ไมไดแลว เวลาถายรูปก็ไมกลายิ้ม
หรือชูสองนิ้วสูตายเหมือนเมื่อกอน เดี๋ยวจะเสียภาพพจนพระกรรมฐานเขาหมด

19

ผมโดนลองของทันทีที่มีคนรูจักนําปจจัยมาถวายไวใหใชยามที่เปนพระ เรื่องนี้พระอาจารยเอกทานประกาศลั่นไวตั้งแตกอน
บวชแลววา เมื่อรับศีลสิบแลว ชาตะรูปะระชะตะ ปะฏิคะหะนา เวรมณี นั้นหามจับตองใชเงินทองจะอาบัติ ผมจึงแนะนําใหใสตูบริจาค
บํารุงวัดเสียใหหมด เปนวิธีแกปญหาที่นึกขึ้นไดในตอนนั้น
แตเรื่องผิดพลาดในชีวิตพระก็เกิดขึ้นกับผมจนได
เมื่อมีผูใหญมาถวายสังฆทานใหผมที่โรงฉัน ถึงแมขณะนั้นเปนเวลาจวนจะเที่ยงวันอยูแลว ดวยความที่ลืมขอหามในกาลิก 4
ประกอบกับอยากโชวเพื่อนพระใหมวาสามารถใหพรบท ยะถา…สัพพี ไดตั้งแตวันแรกที่บวช ผมก็รับของประเคนมาแลวหันไปสบตา
กับพระอาจารยเอก ขออนุญาตใหพร ทานก็พยักหนา ผมก็เริ่มใหพรทันที
ปรากฏวาสังฆทานนั้นประกอบไปดวยนมตราหมี มามาและอาหารแหงอื่นๆ ซึ่งลวนแลวแตจะหมดอายุฉันลงทันทีเมื่อพนเที่ยง
วันของวันนั้น พระอาจารยเอกทานมองดูผมอยูหางๆ กอนที่จะมากระซิบสั่งใหสละสังฆทานนี้ใหกับนองเณรและเจาหนาที่ของวัดไปให
หมด
“สอนไมจํา!” ทานวาผมหลังจากนั้น
“หลวงพี่สอนแลวไมใชเหรอวา ของที่มาถวายพระจําพวกอาหารนั้น ถารับประเคนแลวจะมีอายุถงึ เที่ยงของวันนั้น สวน
วัตถุดิบจําพวกน้ําออย น้ําผึ้ง เนยขนและเนยใสมีอายุ 7 วันหลังจากวันที่นับประเคน น้ําปานะที่เปนผลไมมอี ายุ 1 คืนและพวกที่เปนยา
เทานั้นที่พระจะสามารถฉันไดตลอด…นมนี่วัดเราฉันเปนปานะหลังเที่ยงไมได เอาเก็บไวใหนองเณรฉันตอนเชากอนไปโรงเรียน ที่
เหลือเอาเขาโรงครัวของผูที่มาพักปฏิบัติธรรมใหหมด หามนํากลับมาประกอบอาหารใหพระอีก”
ครับ…ใชแลวพระอาจารยสอนแลว แตผมกลับไมทันระวังตัวเลย ไมพิจารณาของใหดีกอนที่จะรับประเคน สงสารคนที่มา
ถวายสังฆทานแกเราที่เปนพระกลับไมไดใช ตองยกใหกับคนอื่นไป กลัววาโยมเขาจะไมไดรับผลที่สุดแหงบุญที่ตั้งใจทํานั้น เปน
เพราะเราเปนพระที่บกพรองนั่นเอง คราวหนาจะตองระวังใหมากและตองกลับไปทบทวนเรื่องการรับประเคนกับกาลิก 4 นี้ให
มั่น เพราะพระอาจารยเอกทานจะไมมาสอนพวกเราซ้ําซากอีก ใหตนเปนผูเตือนตนเองดีที่สุด

20
เย็นวันนั้น พระอาจารยเอกเรียกเหลาพระใหม “ขบวนการจูเรนเจอร” ทั้งหมดมารวมกันที่กนกุฏิทาน กําชับพวกเราเรื่องสิ่งของ
ตองประเคนที่เคยมีสะสมกันไวในกุฏิกอนบวช ใหสละออกมาใหหมด ภิกษุหามสะสมอาหารและใหมาฉันปานะรวมกันที่โรงน้ํารอนใต
กุฏิทาน แมแตยาสีฟน พระใหมตองวิ่งโรไปเรียกนองเณรมาประเคนใหม เพราะเปนสิ่งที่อาจกลืนลวงเกินลําคอลงไปได ผาครอง สบง
จีวรและสังฆาฏิ บาตร รวมทั้งเครื่องบริขารตางๆ พระอาจารยเอกทานสอนใหเราทําพินทุ กับปะและอธิษฐานใชใหมทั้งหมด
“ทําใหถูกตอง ทําใหเหมือนกัน ทําเสียทีเดียว ทําเฉพาะที่บอกใหทําและหามทํานอกเหนือจากที่ไดบอกไป” ทานวาเพื่อ
ไมใหมีขอผิดพลาดแบบเมื่อเชาเหมือนผม ขอใหทุกคนทบทวนขอวัตรปฏิบัติตางๆ ที่พระอาจารยทานสอนไปดวย ตอไปนี้จะสอน
อนุศาสนแปดและพระวินัย 227 ขอ ใหรักษาศีล เพื่อศีลจะกลับมารักษาเราเอง.
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 13: กุฏิ 29 กับวันอัศจรรยของผม ภาคแรก
พักเรื่องวินัยละเอียดๆ มาขึ้นกุฏิใหมกันกอนดีกวาครับ.
หลังจากที่ผมบวช มีกุฏิในซอยกลางวางอยู 1 หลังคือเบอร 29 เพราะ หลวงพี่โตโตทานยายไปอยูกุฏิ 6 หลังกุฏิของพระอาจารย
เอกเพื่อที่วาจะไดดูแลโรงน้ํารอนแทนทานและอุปฏฐากพระอาจารยไดทันทวงทีที่เรียกหา กุฏิหมายเลข 6 นั้นถือวาศักดิ์สิทธิ์ยิ่งเพราะวา
คนที่รูงานเทานั้นถึงจะไดมีสิทธไปอยู และตอนนี้หลวงพี่โตโตก็เปนลูกศิษยกนกุฏิอันดับหนึ่งของทานแลวจึงไดยายไป
กุฏิเบอร 29 ยกพื้นสูงประมาณ 60 เซนติเมตร เปนพื้นโครงสรางไม ผนังกุฏิกออิฐฉาบปูนเรียบสีขาวธรรมดาๆ มีระเบียงดาน
หนากวางพอประมาณและมีหองน้ําอยูติดกับสวนหองนอน หลังคามุงกระเบื้องใยหินแบบบานสมัยเกา ขนาดกวางยาวนั้นไมเกินขอกํา
หนดในพระวินัยเลย คือ 2.5 x 2 เมตร

หลวงพี่โตโตทําความสะอาดเก็บกวาดกุฏิใหแลวก็ไมเหลืออะไรเลย กุฏินี้ไมมีเครื่องเรือนมากไปกวาโตะญี่ปุน 1 ตัวสําหรับ
อานหนังสือและเกาอี้พลาสติก 1 ตัววางที่ระเบียง ไมมีเตียงและไมมีตู หองน้ําขนาด 1 x 2 เมตร พื้นปูกระเบื้องโมเสครุนเกา มีโถสวม
นั่งราบแบบตักราดกับถังรองน้ําอาบ 1 ใบก็เต็มพื้นที่หองน้ําแลว
“หลวงพี่โตโตมีอะไรจะบอกผมไหมเกี่ยวกับกุฏินี้” ผมถามเพื่อใหแนใจวากุฏิหลังนี้คงไมมี ‘อะไร’ แบบที่ผมเสียวไมอยากใหมี
อุตสาหไดยายมานอนที่ใหมแลว ตองดีกวาที่เกาสินา…
“ไมมีอะไรนะ ก็นอนดี เออ! ระวังหองน้ําไวสักหนอยละ ดึกๆ มันชอบออกมา” หลวงพี่ตอบทําใหผมชักสีหนาไมดี
“ตุกแก กับ คางคงนะ มันชอบเขาไปอยูในหองน้ําถาไมปดประตู” โฮ…ผมละโลงใจ ผมไมกลัวตุกแกผีเหมือนในหนังหลอก
เด็กหรอกนา คางคกก็นาเอ็นดูจะตายไป
แตสําหรับ หลวงพี่เจมส เรื่องนี้เปนเรื่องสําคัญมาก

21
ที่กุฏิ 34 ก็มีตุกแกขาประจําอยูเชนกัน เรื่องทราบมาวาตกโตตัวนี้เดิมทีไมไดอยูที่นี่แตวานองเณรไปจับมาแกลงพระรุนกอนๆ ที่
กลัวสัตวเลื้อยคลานตาโตนี้ขึ้นสมอง บัดนี้ทานไดสึกไปแลว มรดกตกทอดก็มาถึงพี่เจมสที่ไดยายจากกุฏิเบอร 10 ที่อยูกับหลวงพี่อั๋นมา
ฉายเดี๋ยวที่นี่ แถมไดของแถมเปนสัตวเลี้ยงนารัก ที่พี่เจมสเกลียดมากๆ แคไดยินเสียงก็ขนพองสยองเกลา ไมกลาเขาใกล กลัววาวันดี
คืนดีมันจะพิศวาสมาจูบตนคอ งานนี้พระใหมคงมีกรี๊ด…หลวงพี่เจมสไมรีรอขอปรึกษาพระอาจารยเอกทันที
“ผมสอนคุณไปแลวไมใชหรือ เรื่องประวัติของบทสวดเจริญพระพุทธมนตสิบสองตํานาน โดยเฉพาะคาถาขันธะปะริตนะ”
พระอาจารยไมไดกลาวอะไรมากไปกวานี้ แตหลวงพี่เจมสกลับรูสึกวาเปนสรณะที่พึ่งสูงสุด คาถานี้เปนคาถาไลสัตวเลื้อยคลานนี่ พระ
กรรมฐานทานใชเวลาปกกลดนอนธุดงคกลางปา ไดผลชะงัดนักแล
วาแลวหลวงพี่เจมสก็กลับกุฏิมองหาเจาวายราย ขออโหสิหนึ่งทีกอนกมหนากมตารายคาถาเริ้มดวย “วิรูปกเขหิ เม เมตตัง…”
หวังวาจะลาแลวลาลับกันเสียที คาถานี้ยาวแคไหนใจทนได หลวงพี่เจมสวาจนจบแลวเพิ่มบทแผเมตตาใหอีกเปนโบนัสพิเศษ แลวจึง
เงยหนาดูผลลัพททันที…

“จาก!! มันยังอยูที่เดิม” หลวงพี่เจมสเลาใหเหลาพระใหมฟงจนหัวเราะงอหาย หลังจากที่ไปโอดครวญกับพระอาจารยเอกวา
มนตบทนี้ไมไดผลเลย ตกโตยังคงเกาะติดผนังแนนเหมือนเดิม พระอาจารยทานอมยิ้มปลอยใหเปนปริศนาธรรมอยูอยางนั้นเอง.
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 14: กุฏิ 29 กับวันอัศจรรยของผม ภาคหลัง
กุฏิเบอร 29 ของผมนั้นอยูเยื้องๆ กับกุฏิเบอร 31 ของเกงเล็ก แตวาขนาดไมเทากันเพราะสรางกันคนละป กลุมกุฏิในแถวของ
ของเกงเล็กมีระเบียงกวางเหมือนกันทั้งหมด หันหนาเขาหากลุมกุฏิในแถวของผม ที่หางออกมาสัก 10 เมตร มีทางเดินผานตรงกลางใน
สวนลิ้นจี่
หลังจากที่ผมจัดแจงปูเครื่องนอนลงบนพื้นหองแลวก็พบวา หองนอนของผมไมมีอะไรมากไปกวาหมอนสองใบกับใจเหงาๆ
และผาหมหนึ่งผืน ที่วางบริเวณหัวเตียงผมเวนไววางหนังสือธรรมะของหลวงพอชาและทานพุทธทาสที่พกมาจากบาน 5-6 เลม วางบาตร
สังฆาฏิและกระปองน้ํา ทางดานปลายเทามีเสนลวดขึงอยูระดับเหนือหัวถึงผนังสองดาน เพื่อตากจีวร เทานี้ก็เพียงพอแลว เทานี้ผมก็อยู

22
ได เพราะถานับเอาตามความจําเปนที่จะตองมีเสนาสะสําหรับจําพรรษาแลว เพื่อกันความรอน-หนาว เพื่อกันสัตวตางๆ มาทํารายและ
ปองกันอันตรายอันจะเกิดจากลมฟาอากาศทั้งปวง เทานี้ก็ดีเกินพอแลว

การจําวัดบนกุฏิที่วัดนี้ ตองอาศัยการปรับตัวและความอดทนมากในชวงแรกๆ เปนเพราะผมนอนบนตึกใหญมากอน โดยไม
รูวาที่กุฏิชั้นเดียวนี่เขาตองประสบกับปญหาอะไรบางในตอนกลางคืน
ในบริเวณสังฆาวาสของวัดผมเปนตนลิ้นจี่สูงใหญครับ ในชวงเดือนพฤษภาคมเชนนี้ ลิ้นจี่ออกลูกออกรวงกันแดง ลิ้นจี่ที่สุก
ก็รวงหลนลงมาราวกับพายุลูกเห็บเวลามีลมกรรโชก ทุกเชาเย็นพระเณรตองมาเก็บกวาดทําความสะอาด เพราะหากปลอยไวนานๆ ลูก
ลิ้นจี่จะเนาและสงกลิ่นเหม็น อีกทั้งลิ้นจี่ก็ยังเชิญขวนใหผึ้งนอยมาดอมดม เปนผึ้งกลุมเดียวกับที่ถวายชีวิตไปตอยเทาหลวงพี่วัฒนคราว
นั้นนั่นเอง
และนี่เองเปนที่มาของเสียง ตะลุบตุบตั้บ ทั้งคืนบนหลังคากุฏิบริเวณนี้
ยามที่ลูกลิ้นจี่รวงหลนลงบนหลังคากระเบื้องบางๆ เสมือนหนึ่งโดนเครื่องบินทิ้งระเบิด ทั้งคืน หลนทั้งคืน ไมโดนหลังคาโนน
ก็ลงหลังคานี้ กวาจะทําใจยอมรับกับเสียงนี้ไดก็หลายคืน
และโชคประจวบเหมาะอีกวา ชวงนั้นเองนองหมาทั้งวัดก็เปนสัด ถึงเวลาผสมพันธุที่รอคอยกันมายาวนาน กลางค่ํากลางคืน
ถาไมเหาแยงตัวเมียกันแลวละก็ จะตองหอนครวญครางบงบอกอารมณที่เสพสุขใหตัวอื่นๆ ไดรับรู นองหมาตัวอื่นๆ ก็หอนรับประมาณ
วา “รูแลว ๆ ๆ ๆ” ทั้งคืน หอนทั้งคืน โดยเฉพาะอยางยิ่งตัวไหนมาหอนใตกุฏิดวยละก็ เสียวสันหลังวาบ เพราะนี่ผมกําลังนอนอยูในวัด
ที่เคยเปนตําแหนงปาชาเกามากอน แลวเสียงหมาหอนก็มักจะคูกับการบงบอกถึงการมาของอาคันตุกะที่ไมไดรับเชิญมาทุกยุคทุกสมัย ก็
เราเปนคนนี่ ฟงเสียงหอนไมออกวานองหมากําลังหอนวา “รูแลวๆ ๆ ๆ” หรือวา “ผีมาแลวๆ ๆ ๆ” กันแน

และแลวคืนหนึ่ง ผมก็เจอดี !!

23
ในขณะที่ผมกําลังนอนหลับอยูนั้น ผมไดยินเสียงอะไรบางอยางอยูหนาประตู มันใกลมากเหมือนมีใครยืนอยูหนาประตูแลว
พูดดวยเสียงยานคางวา
…”ป…วาาาา…โลงงงง…ๆ ๆ” นั่นชื่อผมนี่
เสียงที่เรียกชื่อผมซ้ําๆ อยูนี่ ใครมาเลนตลกนะ ผมนอนนึกในใจ
เสียงนั้นยังไมหยุด แตในใจผมสะดุดนึกไดวาเสียงเหมือนหลวงพี่อั๋นพระใหมรวมรุนกุฏิ 10 ใกลๆ นี้มาก หลวงพี่อนั๋ เรียกชื่อ
ผมอยางนี้เสมอเลย ผมเลยทําไมใสใจตามตํารา ถาเราแสดงวากลัวเดีย๋ วเขาจะไดใจ อุอุ
รุงเชากอนแสงตะวันจับขอบฟา ผมเจอหลวงพี่อนั๋ กอนขึ้นวิหารทําวัตรเลยถามไปทันทีวา เมื่อคืนตอนดึกๆ มาเรียกผมทําไม
คําตอบที่ไดคือ
“ไมไดไป! บาเหรอ หลอกภิกษุใหกลัวผี อาบัติชัดๆ ผมไมทําหรอก” หลวงพี่อั๋นตอบทําใหผมอึ้งไปสักพัก คิดทบทวนในใจวา
ถาไมใชคนเรียก แลวที่เหลือจะเปนอะไร…ถาไมใช…ผี!!!
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 15: หมาวัด
ผมเก็บความสงสัยนี้ไวไดไมนาน เรื่องเด็ดๆ แบบนี้ ตองไปไลถามพระใหมทุกคนใหรูเรื่อง
สวนตัวผมนะไมกลัวเรื่องแบบนี้แลวนับตั้งแตพระอาจารยสอนสั่งใหสติในคราวนั้น แตที่ตองเลาสูใหรูกันทั่วไปเพราะจะไดเพิ่ม
บรรยากาศความนากลัวใหกับการนอนในวัด พระใหมหลายรูปเปดไฟนอนกันเลยทีเดียว บางรูปไมกลาลุกขึ้นมาเขาหองน้ํากลางดึก ทุก
คนเรงทําความเพียรตั้งใจทําวัตรสวดมนตและรักษาศีล หวังใหศีลรักษาก็นับวาเปนกุศโลบายที่ใชไดเหมือนกัน

หลายคืนตอมา…
เสียงเรียกชื่อผมกลางดึกกลับมาอีกครั้ง “ป…วาาาา…โลงงง…ๆ ๆ”แตคราวนี้ไมธรรมดา ที่ประตูหองนั้นเหมือนมีเสียงเล็บกรีด
“แกรกๆ ๆ” อยูหลังประตูดวย
“โอว…แมเจา! คราวนี้มีซาวน เอฟเฟคประกอบดวย” ผมคิดในใจวาไมไหวแลวนะ จะหลับจะนอนก็มากวนกัน ในเมื่อพระพุทธ
เจาทานตรัสวาทุกสิ่งลวนมีมาแตเหตุ คราวนี้แหละจะขอจะเอตนเหตุกันอยางกระจะๆ ตากันไปเลย
ผมลุกพรวดพราดไปเปดประตูทันที “ผลั๊วะ !” สิ่งที่ผมเห็นในระดับสายตาคือความวางเปลา
“แตเอะ ! จะดีใจดีไหมนะ ที่ไมเห็นอะไร เพราะถาเปนผีเราก็คงไมเห็นเขาอยูดี” ผมคิดพลางกมลงมองบนพื้นระเบียงหนาหอง
ก็พบกับตนเหตุแหงเรื่องราวทั้งหมด
“ไอ แคบหมู!”

24
แคบหมู เปนหมาวัดพันธุแทที่นารักนาชัง ขนสั้นๆ สีน้ําตาลออน อยูเปนนายทหารอารักขาประจํากุฏิ 29 มานานแลว หลวงพี่
โตโตยังไดเคยสั่งเสียใหดูแลใหอาหารมันบาง เพราะวาตัวเล็ก แยงอาหารจากพี่หมาตัวอื่นๆ ไมได แลวในวันนี้ความจริงก็ปรากฏ เมื่อ
แคบหมูพูดภาษาคนไดงั้นเหรอ? ผมคิดวาคงไมนาใช แตแคบหมูคงพรรณาละเมอเพอพกไปถึงแมหมาตัวเมียอยูนะสิ ทําเสียงครางหงุง
หงิงๆ งุงิๆ อยูหนาประตูหองผม คืนนี้คงออกอาการมาตะกรุยประตูหองผมดวยละสิ คนเราก็ฟงไมไดศัพทกลับมาคิดวาหมาเรียกชื่อ
คน อุย…อุตริกันเขาไป…เปนอันวาจบคคีปริศนาไปอีกเรื่องหนึ่ง

พูดถึงแคบหมูแลว ตองกลาวถึงวงศาคณาญาติของมันดวย เพราะที่วัดนี้มีนองหมามากถึง 20 ตัวหรือมากกวานั้นที่บางทีมันก็
ชักชวนแขกเหรื่อนอกวัดเขามารวมสังสรรคอาหารกนบาตรกันตอนเชาๆ
‘แคบหมู’ เปนลูกของ ‘แมหมู’ ซึ่งในครอกเดียวกันนั้นยังมีเจา ‘ลูกหมู’ และ ‘น้ําปู’ ออกมาพรอมกันดวย
นองหมารุนลูกทั้งสามตัวนารักนาชังเปนที่เอ็นดูแกพระเณรทั่วไป ทําหนาที่พิทักษรักษาประจํากุฏิตางๆ โดยเฉพาะกุฏิเบอร 14
ของหลวงพี่แจคนั้น ถือเปนแหลงอาศัยชั้นดีมีขาวกินและบริการอาบน้ําใหเสร็จสรรพ
แคบหมูอยูกับผมไดไมนานก็มีอันตองระเห็จไปอยูท ี่อื่น เพราะวา ‘เจาขาว’ ที่อายุมากกวามาเบียดบังที่นอนหนากุฏิและอาหาร
เชาจากผมบอยๆ เขา แคบหมูก็เริ่มกลัว แตดวยความรักที่ผมมีตอแคบหมูมากอน เปรียบเจาขาวเหมือนเปนตัวอิจฉามาทําเปนเจาขาวเจา
ของผมตั้งแตเมื่อไหร ผมเลยมักจะเก็บอาหารดีๆ ไวใหแคบหมูเสมอๆ แตตองระวังไมใหเจาขาวเห็นเพราะมันจะกัดแคบหมูจนจมเขี้ยว
ได
ไกลออกไปที่กุฏิเบอร 3 มี ‘เจาเตี้ย’ ‘ไสกรอก’ และ ‘อีดํา’ วนเวียนอยูใตรมเงาของพระอาจารยเชาวน
หมานอยเหลานี้ถือเปนนองหมาชั้นดี มีความนารักนาชังสวนมากจะตัวสีขาวหรือไมก็ทําตัวเรียบรอยๆ สามารถอยูประจํากุฏิ
ไดตลอดเวลา เรียกวาเปนนองหมาพรรคเทพ สวนนองหมาพรรคมารนั้นสวนมากจะตัวสีดําๆ ไมสะอาดสะอานและชอบสงเสียงขูเวลา
ใครเดินผานใหเปนที่นาเกรงขาม ผมเองก็ไมอยากเขาใกลเทาไหรเลย.
ติดตามตอนตอไป

25

ตอนที่ 16: ศีลที่รักษายาก
สองวันแรกของการบวช พระอาจารยเอกจับพวกเรามาเคี่ยวหนักเรื่องพระวินัยในศีล 227 ขอ ใหรูวาสิ่งไหนทําได สิ่งไหน
ไมควรทํา ทุกคนจะตองมีปาฏิโมกขสังวรศีล เพื่อที่จะเปนเกราะปกปองตนเอง ตามคําสวดทุกๆ เย็นวา…บัดนี้เรามีเพศตางจาก
คฤหัสถแลว กิริยาอาการใดๆ อันบรรพชิตควรประพฤติ เราตองทํากิริยาอาการนั้นๆ…
พระอาจารยเอกย้ําเสมอวาที่เราไดมาบวชนั้นมีโอกาสดีกวาหลายๆ คน จงตั้งใจรักษาศีลใหบริสุทธิ์ มิเชนนั้นแลวก็ไมตาง
อะไรกับ ‘ผาเหลืองหมตอ’ ไมไดชวยจรรโลงพระพุทธศาสนาซ้ํายังจะทําใหเศราหมองลงไปดวย

“เผี๊ยะ!” หลวงพี่วัฒนกับหลวงพี่เกงเล็กนําทีมตบยุงกอนเพื่อนเลย ทั้งๆ ที่กําลังเรียนพระวินัยตอหนาพระอาจารยเอก

เรื่องของเรื่องก็คือวาชวงที่พวกเรากําลังบวชนั้น ละแวกหมูบานที่วัดตั้งอยูเปนเขตเตือนการระบาดของโรคไขเลือดออก
พอดี มีเด็กนอยเสียชีวิตไปแลวดวย 1 คน และที่สําคัญ หลวงพี่รูปหนึ่งก็ไดรับการวินิจฉัยจากแพทยที่โรงพยาบาลวา ‘อาจจะ’ เปน
ไขเลือดออก พวกเราก็เลยหนาวๆ รอนๆ ไมอยากใหยุงกัด แตเนื่องจากวัดเราเปนวัดปายุงมหาศาลทั้งกลางวันกลางคืน หลีกเลี่ยง
ไมไดจะตองโดนกัดกันทุกคน
ใจจริงพี่วัฒนกับเกงเล็กก็ไมไดตั้งใจตบหรอกครับ แตเปนความเคยชินติดมาจากกอนบวชวา ยุงกัดตองตบ ลืมยั้งคิดไปเสีย
ทุกที ตอนหลังพี่วัฒนเริ่มมีสติมากขึ้น ใชปากเปาไลยุงเอาครับ เปาจนลิ้นแหงเลย
พี่วัฒน นี่มีเรื่องสนุกอีกมาก เนื่องจากเปนคนอารมณดีเหลือประมาณใครพูดอะไรนิดหนอยก็คิดเอาเปนเพลง รองออกมา
เสียอยางนั้นแหละ
ผมตองคอยเตือนอยูตลอดวา "พี่วัฒน รองเพลงอีกแลว”
แกก็จะซึมๆ ลง นัยวา “ขอโทษทีลืมตัวอีกแวววว” สักพักก็เอาอีกสะกดกลั้นไมใหรองไดแตก็ฮัมออกมาอยูดี บางทีแกนึก
อยากจะรองเพลงมากๆ ก็แสรงทําทํานองเปนเหมือนบทสวดมนต มีความพยายามเหลือเกิน ผมขําแกจริงๆ

26
ยิ่งเรียนพระวินัยผมก็ยิ่งเกิดความสงสัยวาผูที่ปฏิบัติอยูในศีล 227 ขอนี่จะไดเปนถึงพระอรหันตทุกคนเลยหรือ ? ในเรื่องเลา
ครั้งพุทธกาลสามเณรหรือแมแตคฤหัสถก็สามารถเปนพระอรหันตดับสิ้นกิเลสได แลวทําไมจะตองมีภิกษุที่ตั้งอยูในศีลตอไปดวย ?
เรื่องนี้พระอาจารยเอกทานคลายเมฆหมอกแหงมิจฉาทิฎฐิออกจากใจผมวาดังนี้ครับ
“ จริงอยูที่ใครๆ ก็สามารถบรรลุอรหันตได ในสมัยพุทธกาลคุณคงเคยไดยินการมีดวงตาเห็นธรรมที่งายดายของเหลาพระ
อริยสาวก นั่นก็เปนเพราะทานมีบุญญาธิการมาดวยสวนหนึ่ง และที่สําคัญทานเหลานั้นลวนมีใจตั้งมั่นอยูในความสะอาด สวาง
และสงบแลว กิเลสไมสามารถครอบงําจิตใจทานไดอีกตอไป แตเมื่อภิกษุมีมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะสมมติสงฆที่ยังไมรูผิดชอบ
ชั่วดี ทําสิ่งที่ผิดเพี้ยนไปจากที่สมณะพึงกระทํา พระพุทธเจาจึงตองบัญญัติพระวินัยมาเพื่อปกครองสงฆ ภิกษุทุกวันนี้อยูรวมกัน
ไดเพราะพระวินัย และผลของการมีปาริสุทธิศีลคือสามารถนําไปสูการละกิเลสไดเร็วขึ้น ในเมื่อตอนนี้ทุกคนมาบวชเพื่ออยางนอย
สงผลบุญถึงพอแมบุพการี หากเราไมตั้งมั่นในศีลแลว จะใหเขามากราบไหวใครกัน” สุดทายทานหันมาสบตาผม
“เราเปนสมมติสงฆ ยังตองฝกอีกมากนะ แมจะมีบุคคลที่สามารถบรรลุอรหันตไดโดยที่ไมเคยรูจักขอกําหนดของศีลมาก
กอน เขาผูนั้นก็เปนคนที่ตั้งอยูในความดีทั้งกาย วาจา สงผลไปถึงใจ ชาวบานธรรมดาถือศีลหาศีลแปด ก็ไปไดชาหนอย เรา
เปนพระถือศีล 227 ขอแลว ใหเรงทําความเพียรเถอะ” ผมเขาใจแลวครับ.
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 17: กิจวัตรของพระใหม 1
“ในวันหนึ่งๆ ทําอะไรบาง?” ญาติโยมใหความสนใจสอบถามพระใหมกันแทบทุกคน เพราะอยากรูวาจริงๆ แลวพระนั้นอยู
สบายอยางคําที่ภาคเหนือชอบพูดกันวา “สบายอยางตุ!” หรือไม?
พระใหมตองรีบตื่นกอนที่เสียงระฆังทําวัตรเชาจะดังขึ้นในเวลาตีหา เพื่อหมจีวรดวยความรีบเรงทั้งๆ ที่ยังหมไมคอยคลอง
บางรูปตื่นตั้งแตตีสี่ครึ่งเพื่อหมรอไวแลวจําวัดตอก็ยังมี เพราะกลัววาจะหมไมทันถาตื่นดวยเสียงระฆัง หมเฉียงเรียบรอยแลวอยาลืมนํา
ผาสังฆาฏิขึ้นวิหารไปดวย เดี๋ยวจะขาดผาครอง อาบัตินิสสัคคียปาจิตตียอีก
ผมควาหนังสือสวดมนตและผารองนั่งออกจากกุฏริ ีบเดินฝาความมืดไปนั่งรอในวิหาร พระใหมควรจะไปกอนครูบาอาจารยมัน
ถึงจะถูก หานาฬิกาตรง เสียงนําสวดมนตจากทานเจาคุณดังผานเครื่องขยายเสียงออกมาแผขยายไปทั่วบริเวณวัดและบานใกลเรือนเคียง
เปนสัญญาณของวันใหม พระสงฆสวดมนตทําวัตรเชาใชเวลาประมาณครึ่งชั่วโมงและนั่งสมาธิภาวนาอีกครึ่งชั่วโมงตอจากนั้น

หกโมง เมื่อออกจากสมาธิ พระทุกรูปจะนําบาตรและอุปกรณตางๆ ไปวางประจําตําแหนงลําดับพรรษาในหอฉัน ยกเวนแต
บางรูปที่มีนองเณรอุปฏฐากก็จะยกมาเตรียมไวให เวลาสักหกโมงนิดๆ จึงเริ่มออกบิณฑบาตกัน ไปเชามากไมไดเดี๋ยวญาติโยมตื่นไมทัน
ลําบากเขาจะตองตามมาจังหันที่วัด จะไปสายกวานั้นก็ไมไดเพราะเดี๋ยวจะกลับมาไมทันเวลาฉันเชาพรอมกัน พระรูปอื่นจะตองรอนาน

27

แตละสายบิณฑบาตมีความยากงายแตกตางกัน เพราะฉะนั้นพระที่เดินนําจะตองควบคุมเวลาใหดีเชียว บางครั้งพระใหมก็ถูกทิ้งเนื่องจาก
มารวมพลบิณฑบาตชา มัวแตหมคลุมไมเสร็จสักที โดนทิ้งนั่งทําหนาเศราๆ อยูบนหอฉันก็มี
กลับจากบิณฑบาตแลวพระทุกรูปทุกสายมารวมกันที่หอฉัน รวมอาหารบิณฑบาตที่ไดมาไวในถาดตรงหนาของตนเอง เก็บไว
เฉพาะจํานวนสวนที่เราจะฉัน นอกเหนือจากนั้นสละใหพระรูปอื่นๆ ตอไปตามลําดับ นอกจากนั้นแลวจะมีศรัทธาญาติโยมมาถวายจังหัน
เพิ่มเติมบางสวน โดยเฉพาะวันสําคัญทางศาสนาจะมีจังหันมาก พระทานเก็บฉันไวไมหมด ญาติโยมก็ไดอานิสงสกินขาวกนบาตรพระ
อิ่มบุญกันไปแทน
เรื่องการเลื่อนถาดอาหารเชานี่เคยพูดกันเลนๆ วานาเจ็บใจจริงๆ กอนบวชขณะที่เรายังเปนนาคนั้น มีศักดิ์นอยกวานองเณรตอง
นั่งตอจากนองเณร เพราะฉะนั้นจึงไมเหลืออาหารที่ ‘อยากกิน’ มากนัก โดยเฉพาะนมและนมเปรี้ยวนี่จะโดนนองเณรเก็บเรียบไมมีมาถึง
มือนาคเลย ขนมถุงประเภทมันฝรั่งทอดก็เชนกัน บางวันพวกเรามองตากันปริบๆ พรอมคิดไวในใจวารอบวชกอนเถอะนองเณร หลวง
พี่จะแยงนม !!
พอเราบวชเปนพระแลวก็อัพเกรดมานั่งสูงขึ้น ที่เคยอยากฉันนมก็ไดฉัน ที่เคยอยากไดขนมนั่นนิดโนนหนอยก็พลอยอิ่มทองมาก
ขึ้น แตในใจก็นึกสงสารนองเณรเหมือนกับตอนที่เราตองนั่งขางหลัง จึงนึกขึ้นไดวาหากเราสละความอยากของตัวเองไมหยิบอาหารที่ไหล
มาตามถาดแลวคนอื่นไดอิ่มทองขึ้น ก็จะเปนทานอยางหนึ่งเหมือนกัน
โดยเฉพาะอยางยิ่ง มะมวง เปนผลไมสุดโปรดของผม ผมไมหยิบมาฉันเลย สละใหคนอื่นไป เพราะคิดวาถาเราชอบมากก็คง
มีคนอื่นชอบมากเชนกัน
ตอนหลังทางวัดเปลี่ยนสถานที่ฉันไปอีกอาคารหนึ่ง จึงสามารถแบงแถวสามเณรตางหากไดอีกหนึ่งแถว นองเณรจึงไดรับของ
ตนจังหันมากขึ้น อุดมสมบูรณดีกินอิ่มกอนไปเรียน ถึงกระนั้นก็ตามบางครั้งพวกเราพระใหมก็เก็บนมหรือขนมที่นองเณรชอบจากแถว
พระใหมไปยื่นใหแถวนองเณรเหมือนกัน…
อโหสิใหหลวงพีน่ ะ หลวงพี่ไม ‘อยาก’ แลวละ
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 18: สงครามในโรงฉัน
หลังจากสวดใหพรแกญาติโยมที่มีจิตศรัทธามาใสบาตรพระและจังหันอาหารแลว พระภิกษุจะพิจารณาสวดบท ตังขะณิกะปจ
จะเวกขะณะวิธี วาดวยเรื่องของการขบฉันวาเปนไปเพื่อเลี้ยงรางกายนี้ใหมีกําลังเพื่อที่จะปฏิบัติธรรมและศาสนกิจอื่นๆ ตอไปได ไมได
ฉันเพราะความอยาก ไมไดเพื่อปรุงแตงสังขารรางกายแตอยางใดเลย แลวพระทุกรูปก็ฉันกันอยางสงบ
“ แกงงงงง ! “ ยกที่หนึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเสียงชอนกระทบกับขอบบาตรทําลายความเงียบสงบระหวางที่พระทุกรูปกําลังฉันกันอยู
ทุกสายตาจองมาหาตนกําเนิดเสียงซึ่งก็หาไมยากครับ ตองเปนพระใหมคนใดคนหนึ่งแนนอน มองปราดมาไดเลย ยิ่งใครกําลัง
ทําหนาเออเหรออยูละก็ยิ่งรูชัด บางวันหลายแกงหลายกองจนทานเจาคุณตองเหลียวมามองบอกใหมีสติหนอยเวลาฉัน
เรื่องนี้เกิดจากบาตรของพระใหมมีขนาดฝาบาตรเล็ก แลวยิ่งใชชอนขนาดธรรมดาตักอาหารที่เทรวมกันทุกอยางในบาตรแลว
ดวยยิ่งไมถนัด สวนตัวผมเลือกใชชอนกลางที่สั้นกวาชอนปรกติ จึงมีลีลาในการตักอาหารในบาตรไดอยางคลองแคลว แตก็ไมวายเคย
เปนตนกําเนิดเสียงเหมือนกัน
วิธีแกคือเมื่อชอนเรากระทบขอบบาตรแลวใหรีบเอามืออีกขางมาจับบาจรไวเสียงจะเงียบลงทันที และทําสีหนาปรกติเรียบเฉย
เขาไวจะดูเนียน เหมือนไมมีอะไรเกิดขึ้น อะไรเหรอ ใครทําเสียงดังนะ บาจริง !

28

‘หลวงพี่ฉันเร็ว’ เปนฉายาของหลวงพี่รูปหนึ่งซึ่งภายหลังทราบนามทานวา ‘หลวงพี่อั๋น’ ไมใชอั๋นพระใหมนะครับ แตหลวงพี่
อั๋นรูปนี้เปนที่เลื่องลือจากพฤติกรรมการฉันของทาน ที่เมื่อจบการพิจารณาปฏิสังขาโย…แลวไมกี่อึดใจทานจะฉันเสร็จ ไหวพระแลวลุก
ขึ้นยืนถอดจีวร นําบาตรไปลางทันทีเปนรูปแรก ในขณะที่ผมเองเนี่ยยังแกะหออาหารเทลงบาตรไมเสร็จเลยเสียดวยซ้ํา พอผมฉันไปได
สักหนอยทานจะกลับมาเก็บบาตรไปเรียบรอยแลว นับวาเร็วมาก
พวกเราพระใหมวางแผนกันวาจะสงหลวงพี่วัฒนลงแขงขันเกมสนี้ แตทุกวันพี่วัฒนไมเคยลมแชมปได ก็เพราะวาหวงที่จะตอง
ฉันมากๆ เขาไวเนื่องจากวาหิวไมไดทานขาวเย็น
วันหนึ่ง ‘หลวงตาหัวขาว’ รูปหนึ่งทําลายสติโลกดวยการลุกขึ้นยืนกอน ฉันเสร็จกอนหลวงพี่อั๋น พวกเรามองหนากันแลวทําทา
เยส! ความเปนแชมปแสดงอนิจจังก็คราวนี้ รูสึกสะใจกันอยูเล็กๆ ทั้งที่ไมไดมีสวนไดสวนเสียกับการขบฉันของพระทานทั้งสองรูปเลย แต
หลังจากนั้นไมกี่อึดใจหลวงพี่อั๋นก็ฉันเสร็จตามสเตป แลวไปลางบาตรตีโคงเขาวินโดยการเก็บบาตรออกไปจากหอฉันเปนคนแรกเชนเคย
เรื่องนี้ไมขอยอมกันเลยทีเดียว

ภายหลัง หลังจากที่พวกผมเหลาพระใหมเริ่มฉันมื้อเชามื้อเดียวไมลงเพล ศึกครั้งใหมก็เริ่มขึ้นเพื่อหาตําแหนง ‘หลวงพี่ฉันชา
เปกและปอ เปนพระใหมรุนที่บวชหลังจากพวกผม เปนคูแขงผมเพื่อหาสุดยอด ‘แฟนฉันชา’ ประจําวัน เราสามรูปมักนั่งหัน
หนาเขาหากันเปนสามเหลี่ยมแลวฉันไปเรื่อยๆ สบายอารมณ ใครจะเสร็จแลวไปลางบาตรกลับมาเช็ดบาตรกลับออกไปกุฏิเราก็ไมสน
ฉันไปเรื่อยๆ เพราะดวยความคิดทีว่ าถาฉันไวนอย ตอนเพลก็ไมไดลงแถมขาวเย็นก็ไมไดกินละก็เปนอันอยูไมไดแนนอน ตอนกลางคืน
ตองดิ้นพราก เพราะฉะนั้นตองเตรียมเสบียงไวเลี้ยงตัว (ขอยืมศัพทจากพี่ดังตฤณ)

29
ฉันจนเขาเก็บกวาดหอฉันกันแลวยังไมคอยจะอยากลุกเลย ดวยความที่เก็บอาหารมาฉันมาก ตองรับผิดชอบ ถาฉันไมหมดละ
ก็จะโดนพระอาจารยทานวาละโมบโลภมาก เก็บอาหารไวเกินตัวไมเผื่อแผผูอื่น เพราะฉะนั้นตองฉันใหหมด ผลการแขงขันสลับ
ผลัดเปลี่ยนกันไปแทบทุกวัน…แตพวกเราก็ไมไดสนใจมากไปกวาไดอิ่มทอง มีแรงศึกษาธรรมะไปอีกวันหนึ่ง.
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 19: กิจวัตรของพระใหม 2
ฉันเชาเสร็จประมาณเกือบสองโมงเชา ผมเดินคลองบาตรอาดๆ กลับกุฏิดวยความที่แนนทอง ฉันอาหารเกินประมาณ อยางนี้
ตองยอยอาหารสักหนอยดวยการซักผาและกวาดบริเวณวัด
การซักผาถือเปนสุดยอดแหงการบริหารงานชั้นนําที่ไมตองเรียน MBA ก็ตองทําใหได เพราะวาพระใหมเราจะไดจวี รเพียงรูป
ละ 1 ผืน สังฆาฏิ 1 ผืน สบง 2 ผืนและอังสะอีก 2 ผืน พระอาจารยเอกทานกําหนดมีไวใหใชเทาที่จําเปน มีมากจํายากสมบัติมากเปนคน
ฟุมเฟอย ทานวาเชนนั้น

ทุกวันผมจะตองซักอังสะ ซึ่งเปนเหมือนเสื้อขางในตองใสตลอดวัน สวนสบงนี่ 2-3 วันจะซักทีหนึ่งถาหากวาไมตองลุยงานมาก
แตผมมีเทคนิคครับใชสบงครองในตอนเชามืดไปบิณฑบาตจนถึงฉันเชา แลวเปลี่ยนเปนสบงสํารองใสตลอดวันจนนอน ตื่นเชามาเปลี่ยน
ใสสบงครองใหม อยางนี้ คือผลัดเปลี่ยนใหไดผึ่งแดดผึ่งลมทั้งสองตัว จะไดใชไดนานๆ สวนจีวรนี่หนึ่งสัปดาหซักเสียหนึ่งครั้งครับ เพราะ
วาผืนใหญมาก จะซักทีหนึ่งนี่สาวจนสุดแขน บิดจนแขนปูดดวยความที่กลัวจะแหงไมทันทําวัตรเย็นจะไมมีใสขึ้นวิหาร และสังฆาฏิผม
ไมซักเลยตลอดการบวช เพราะวาไดใชนอยมากแคตอนทําวัตรเชากับตอนลงอุโบสถเทานั้นเอง
แคนี้ใครรูเขาก็หาวาผมเปนภิกษุซกมกกันไปหมดแลว
จากนั้นผมก็ลงไปเก็บกวาดทําความสะอาดรอบกุฏิ ดานหนากุฏิเบอร 29 ของผมเปนเหมือนสวนหยอมเล็กๆ แตเต็มไปดวยลูก
ลิ้นจี่และใบไมที่รวงหลนลงมา ทุกเชาผมตองเก็บทุกเชา เพราะวาหากทิ้งลิ้นจี่ไวนานมันจะเนาสงกลิ่นเหม็น อุปกรณที่ใชเปนไมกวาด
ทางมะพราวดามยาวที่พระในวัดทําขึ้นเอง
เรื่องการทําไมกวาดเองนั้นก็เปนศาสตรอยางหนึ่งที่พระปาอยางเรานาจะตองทําเปน ครูบาอาจารยภิกษุนองเณรวัดไหนเขาก็ทํา
เองกันทั้งนั้น เริ่มจากการเหลาทางมะพราวไดเปนเสนๆ มาแลวนําไปรมควันเสียหนอย กอนนํามาจับมัดเล็กๆ สานดวยเชือกทาบกับดาม
ไมของเราจนเปนกําใหญ หากทางมะพราวยาวๆ แลวละก็กวาดมันสมาก ใชวิธีดันไปขางหนาเก็บกวาดไดเร็วดี
ปอ เปนพระใหมที่เขามาบวชหลังกลุมพวกผม มีความฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสาในการกวาดบริเวณวัดเปนอยางมาก ทุกเชา
จะเห็นปอเริ่มกวาดตั้งแตหนากุฏิตนเองเรื่อยไปจนถึงประตูดานขางของวัด วกกลับเขามาขางโบสถ เลียบวิหาร เลี้ยวปราดเขามาแถวๆ
หอฉันแลวกลับมาเก็บรายละเอียดที่หนากุฏิตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เรียกวากวาดรูปเดียวก็สะอาดทั้งวัด

30
โดยเฉพาะอยางยิ่งถาไดไมกวาดคูใจดวยแลวละก็ ปอจะโฆษณาวาเปน “เครื่องซุปเปอรพุทโธแอปโดมิไนเซอร” อยางดีทีเดียว
โอว จอรจ ! ปญหาไขมันสวนเกินจะหมดไปเมื่อหลวงพี่ยืนกลางถนนแลวจับสุดปลายดามไมกวาดเหวี่ยงจากซายไปขวา กลับไปกลับมา
เปนมุม 180 องศา เศษใบไมจะตกลงขางทางไปหมดถนนแลดูดีสะอาดตา เอวก็ไดบริหาร หนาทองที่เคยหยอนยานก็กลับกระชับไดรูป…

ผมหลงโฆษณาชวนเชื่อของปอนับแตนั้น รูสึกวาไดผลดีและภูมิใจกับการบริหารรางกายดวยไมกวาดมาก เพราะวินัยสงฆมีอา
ภิสมาจารหามไมใหภิกษุออกกําลังกาย ฉะนั้นการกวาดลานวัดเปนทางออกที่ดีทางหนึ่ง
การซักผาดวยตัวเองและการกวาดลานวัดนั้น เปนสิ่งที่ผมไมไดคาดคิดที่จะมาเจอเมือ่ บวชเปนพระเพราะตอนอยูที่บานก็เปนคุณ
ชายไมไดทําเรื่องเหลานี้แตเมื่อไดสัมผัสผมกลับชอบที่จะไดรับผิดชอบตัวเองและขณะทํางานก็แฝงคติธรรม การกวาดลานวัดเหมือนกวาด
จิตใจตนเอง พระอาจารยเอกย้ําเสมอ การซักผาก็เหมือนกับการชําระความสกปรกออกจากจิตใจของผมเชนกัน.
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 20: เรียนธรรมะกับพระอาจารย
เกาโมงถึงเวลากอนเพล คือเวลาเริ่มเรียนพระไตรปฏก และในบางวันอาจจะมีสอนเสริมในตอนบายในกรณีที่พระอาจารยกําลัง
จะสอนไมทัน เนื่องจากกําหนดการสึกของหลวงพี่เจมสเปนคนแรกที่จะจากเราไปกอนนั้นแคเพียง 9 วันเทานั้น พระอาจารยเอกจึงอยาก
ใหพี่เจมสไดเรียนเทาๆ กับคนอื่นๆ ดวย
สองสามวันแรกเปนเรื่องการเรียนพระวินัยโดยพระอาจารยเอก มีคําถามมากมายพรั่งพรูออกมาจากพระใหมรวมทั้งผมเองดวย
ถือเปน “เจาหนูจําไม” อันดับหนึ่งที่พระอาจารยเอกยังตองสบตามามองทุกครั้งที่ทานหยุดพูด เพื่อที่จะดูวา มันมีคําถามอีกไหมเนี่ย?
ก็เรื่องพระวินัยนี่ละเอียดออนผมไมอยากจะพลาดเลยจริงๆ อีกทั้งตนบัญญัติของพระวินัยขอตางๆ ก็มีความสนุกสนาน พระ
อาจารยเอกทานมีสายเลือดครูมากอนก็มักจะชอบเลาเรื่องราวๆ ตางใหพวกเราฟงเลยเถิดตะเลิดเปดเปงไปไกลสุดกู ยังไงผมและเพื่อนๆ
พระใหมก็ชอบที่จะฟง

31

พระอภิธรรม สอนโดยหลวงพี่ปอม ที่เพิ่งยายตัวเองมาจากสํานักสงฆไนทซาฟารี สืบมาไดความวาทานไปอยูวิเวกเพื่ออานหนัง
สือเตรียมสอบนักธรรมโทและบาลีไวยกรณศึกษาเพียงลําพังที่นั่น และผลจากความเพียรนั้นเองทานก็ประสบความสําเร็จดวยดีมาเปนลํา
ดับ แตที่นาเสียดายคือหลวงพี่สายตาสั้นมากๆ เลนสของแวนนี่หนาเตอะอยางที่ผมก็ไมเคยเห็นมากอน
เคยสังเกตเห็นเวลาหลวงพี่ทําวัตรเชา-เย็น ถึงแมจะใสแวนแลวแตก็ตองยกหนังสือสวดมนตที่พิมพขึ้นเองดวยตัวหนังสือขนาด
ใหญมาจอที่ตรงหนาอยูดี ผมนึกขึ้นไดทันทีวาที่สํานักสงฆนั้นคงไมมีไฟฟาใช หรือถาหากมีก็คงไมสวางไสวและไดใชอยางจํากัดจํา
เขี่ยเพราะวาบานญาติโยมเจาของสายไฟที่ตอลากมาคงตองรับภาระมาก แสงสวางจึงไมเพียงพอสําหรับการอานหนังสือ
พวกเราพระใหมจะไดรับแจกหนังสือเตรียมสอบนักธรรมชั้นตรี เริ่มเรียนไปตั้งแตทุกะ คือ หมวด 2, ติกะ คือ หมวด 3 ไปจนถึง
ทศกะ คือ หมวด 10 ตัวเลขของแตละหมวดหมายถึงจํานวนขอยอยของหลักธรรมนั้นๆ เชนในจตุกกะ คือ หมวด 4 มีหลักธรรมอันหนึ่งที่
เปนหัวใจของพระพุทธศาสนา คือ อริยสัจ ซึ่งประกอบไปดวยขอยอย 4 ประการ ไดแก ทุกข สมุทัย นิโรธและมรรค เปนตน
ผมและเหลาพระใหมสามารถตอบความหมายของหลักธรรมและขอไดก็แบบนกแกวนกขุนทองที่เคยทองมาตั้งแตสมัยเปนเด็ก
นอย แตหลวงพี่ปอมทําใหผมเขาใจวาที่ผานมาผมไมเคยเขาถึงหลักธรรมและไมไดนําเอาไปใชในวิถีที่พระพุทธเจาทรงตรัสรูและสั่งสอน
ไวไดเลย บางหลักธรรมถึงกับเขาใจผิดๆ นําไปใชผิดๆ นาละอายที่จะเรียกตัวเองวาเปนชาวพุทธจริงๆ

พระสูตร หรือพุทธประวัตินั้นสอนโดยพระอาจารยเชาวน ผูเกงกาจสามารถในดานการเรียนตั้งแตครั้งยังเปนฆราวาส จนเมื่อ
มาอยูใตรมกาสาวพัสตรก็สามารถเรียนนักธรรมและบาลีศึกษาจนไดเปน “มหา”
พระอาจารยมหาเชาวนรับหนาที่การสอนพุทธประวัติมานาน มีสื่อการสอนเปนภาพเขียนพุทธประวัติของอาจารยเหม เวชกร
เปนอาวุธและที่สําคัญทานมีความจําเปนเลิศในเรื่องราวสมัยพุทธกาล แตพระใหมก็มีความเปนเลิศดานการเขาฌานเชนเดียวกัน เรื่องนี้
ไมตองไปร่ําเรียนที่ไหน พระใหมก็เหมือนเด็ก ฟงพระสูตรเหมือนฟงนิทานกอนนอน นั่งฟงไปเรื่อยๆ ตาชักเยิ้มหวาน พอพระอาจารย
เชาวนหันมาสบตาอีกทีก็คอพับสัปหงกกันหมด
ดังนั้นกอนเริ่มเรียนวิชาพุทธประวัติ ทุกคนจะตองไปอัดกาแฟสูตรเขมเต็มเทอรโบเสียกอน แตก็มักไมเปนผล เพราะดวยน้ําเสียง
ที่ทุมนุมลึกของพระอาจารยประกอบกับอากาศรอนอบอาวในชวงบาย พระใหมที่ไหนจะทานทนได แตพระอาจารยเชาวนทานก็ไมเคย

32
บนวาเราสักที กลับยิ้มหัวเราะและยังคงดําเนินเรื่องตอไป
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 21: การจากไปของสหธรรมิก
ยังไมทันที่พระใหมจะเรียนพุทธประวัติจบ ก็ถึงกําหนดที่หลวงพี่เจมสจะตองลาสิกขาไปกอนคนอื่นๆ แตที่นาตกใจมากกวา
นั้นคือโอ ที่ตอนแรกบอกวาจะบวช 2 อาทิตย กลับเปลี่ยนใจขอลาสิกขาออกไปพรอมกัน!
ผมมองดูโออยูหางๆ มาโดยตลอด เพราะวาโอเปนคนเงียบๆ ไมคอยพูดกับใครมากนัก และที่สําคัญโอเปนคนที่เหมือนกับมี
แนวทางของตัวเองในการเรียนรูชีวิตของความเปนสงฆ ไมไดเขาหาครูบาอาจารยแตใชวิธีอานหนังสือเอาเอง ทําความเขาใจธรรมะดวย
ตนเอง ซึ่งนับวาเปนเรื่องอันตรายมากสําหรับพระใหมที่ยังไมรูวาทางไหนที่ถูกที่ควร
ผมเห็นดังนั้นก็เคยเอาหนังสือของตัวเองจากที่บานไปใหโออาน เพราะมั่นใจในแนวทางของหลวงพอชาวาเปนคําสอนที่ดีแลว
เพื่อที่วาบางทีโออาจจะเปลี่ยนใจอยูศึกษาธรรมะกับพวกเราตอ
แตโอปฏิเสธการเชื้อเชิญของพวกเราทั้งสิ้น ดวยเหตุผลที่วาเขารูแลววาเขามาบวชเพื่ออะไร กอนที่จะมาวัดเขาสงสัยในชีวิต
ของนักบวช ตองการรูเพียงวาพระสงฆมีวิถีชีวิตอยางไร ทําตัวอยางไรอยูในศีลในธรรมและถึงเวลานี้มันเพียงพอแลว เขาขอลาสิกขา
และขอใชชีวิตแบบมนุษยธรรมดาคนหนึ่งเสียที
ในตอนที่ผมไดทราบเรื่องนี้จากปากของเกงเล็กซึง่ ผมไหววานใหชวยไปเจาะใจโอถึงเหตุผลที่จะตองลาจากกอนเวลาอันควร ผม
รูสึกเสียใจมาก คิดวาอาจเปนเพราะเขาทนที่จะอยูใ นกรอบของผาเหลืองไมไดแลว ผมก็ไมสามารถไปรั้งจิตใจเขาไวได รูสึกเสียดายที่
โอกําลังปลอยโอกาสที่สําคัญที่สุดในชีวิตไป สําหรับพี่เจมสแลวกําลังจะสึกออกไปทํางานและเตรียมแตงงานมีครอบครัวกับคนที่เขารัก
โอก็บอกวา เรื่องที่ตองไปสะสางเปนอันดับแรกคือเรื่องของหัวใจเชนเดียวกัน เพราะตอนนี้ไมรูจะเลือกใคร

วันที่พี่เจมสกับโอสึก ผมและพระใหมที่เหลือไปรวมตัวกันอยูหนากุฏิพระอาจารยเอก มองดูการปลงอาบัติครั้งสุดทายของเพื่อน
สหธรรมิกทั้งสอง กอนที่เขาจะใหทานเจาคุณชักผาสังฆาฏิออกแลวกลาวคําลาสิกขา
ทั้งสองเปลี่ยนชุดเปนฆราวาส โอใสชุดเดิมที่ผมไดเจอกับเขาวันแรกที่วัดนี้ตอนเปนนาค ผิดเสียแตวาตอนนี้โอไมมีผมชี้ฟูและ
คิ้วจางๆ ก็หายไป เราไมไดร่ําลาอะไรกันมากมาย เพราะผมไมกลาที่จะพูดอะไรมากไปกวานี้แลว บัดนี้เรามีเพศตางกันแลว คงเหลือแต
สายตาของผมที่พยายามบงบอกใหเขาระลึกถึงความทรงจําที่ดีๆ ในวัดนี้ อยาลืมเพื่อนรวมรุนบวชและอยาประมาทในธรรมสําหรับการ
ดําเนินชีวิตในโลกที่ยุงเหยิง
อีกอาทิตยตอมาผมไดเจอกับโอที่วัดหลังการทําวัตรเย็นในค่ําคืนของวันพระจันทรเต็มดวง ผมดีใจหายรีบพาโอไปนมัสการ
พระอาจารยที่กุฏิ โดยไมไดสังเกตวาวันนี้โอเดินกระโผลกกระเผลก พระอาจารยถามไถสารทุกขสุกดิบและชีวิตหลังการบวช

33
โอเลาใหฟงวา…ตั้งแตเขาสึกไปมีแตเรื่องไมดีเกิดขึ้นกับชีวิต อันที่จริงเขาลาที่บริษัทมาหนึ่งเดือนเพื่อบวช แตเขาบวชไดเพียง 9
วันก็สึกออกไป วันหนึ่งเจานายจับไดวาเขาไมไดบวชแลวเพราะวาขับรถสวนกัน จึงตองกลับไปทํางานที่เดิมแถมโดนเจานายตําหนิ
มิหนําซ้ําเรื่องของหัวใจสุดทายก็ไมไดลงตัวกับคนที่หวังไว สวนคนที่เธอรักโออยูแลว ก็ตองเลิกรากันไป วันหนึ่งเกิดมีเรื่องทะเลาะ
วิวาทกับเด็กวัยรุนในรานอินเตอรเน็ตถึงกับเลือดตกยางออก ทําใหเขาไดรับบาดเจ็บที่ขายังเดินไมถนัดจนถึงตอนนี้ แลวยังตองเปนคดี
ขึ้นโรงขึ้นศาลเสียเวลาและเงินทอง และสุดทายสุดๆ รถยนตที่มีใชอยูกับชนกับคูกรณีพังยับตองเขาอูซอม ยังไมมีรถใชตอนนี้
โอเลาเรื่องของเขาใหฟงแลวผมก็ไมอยากจะเชื่อวา นี่อาจจะเปนผลของการสึกกอนกําหนดที่ลั่นวาจาไวตั้งแตกอนบวช หรือ
เปนกรรมที่แมแตการบวชก็ไมอาจจะชดใชได
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 22: ทําวัตรสวดมนต บทที่หนึง่
เย็นวันนั้น ที่นั่งทําวัตรภายในวิหารของพระใหมวา งไป 2 ที่ เพราะหลวงพี่เจมสกับหลวงพี่โอลาสิกขาไปแลว พวกเราพระ
ใหมเลือกที่จะนั่งที่สุดทายปลายแถว เพราะวาพรรษาออนกวาพระรูปอื่นในวิหารทั้งหมด
ภายในวิหารที่ออกแบบตกแตงอยางวิจิตรนั้น เมื่อเงยหนาขึ้นจะพบกับโครงสรางหลังคาแบบมาตั่งไหมเอกลักษณของสถาปตย
กรรมลานนา ตุงหรือธงนับรอยอันถูกยึดติดกับโครงสรางหลังคาทัง้ สองดานซายขวา ปลิวไสวเมื่อยามลมตอง เสากลมลงรักปดทองอราม
แตก็ไมอาจสูความเรืองรองของพระประธานที่ประดิษฐานอยูในหอแกวทรงมณฑปพรอมทั้งพระพุทธรูปที่เปนบริวารรายลอมอยูบนฐาน
ชุกชี เครื่องสัตตภัณฑชุดใหญ กระถางดอกไมและเชิงเทียนตั้งอยูถัดออกมาและอาสนะของทานเจาคุณพรอมทั้งเครื่องขยายเสียงวาง
พรอมอยูทุกครั้งที่จะเริ่มทําวัตรสวดมนต
บนพรมสีแดงผืนใหญที่วางตอๆ กันมาบนพื้นวิหารที่ปูดวยหินแกรนิตสีเทานั้น เปนสวนที่นั่งของพระสงฆหันหนาตรงสูพระ
ประธาน ทางเดินที่เลยออกจากแนวเสามานั้นเปนสวนที่นั่งของนองเณร และในบางครั้งก็เปนที่นั่งของนาคที่กําลังจะเจาพิธีอุปสมบท ที่สุด
ปลายของพรมแดง แมขาวอุบาสิกาทั้งหลายจะนั่งถัดพรมออกไปจนถึงประตูดานหลัง

เมื่อใครไดผานไปผานมาเขาแวะเยี่ยมชมวิหารหลังนี้ตองบอกเปนเสียงเดียวกันวาสวยและงามสงามาก ทุกครั้งที่ผมสวดมนต
ในใจจะนอมระลึกถึงพระพุทธเจามหาศาสดาและมักจะคิดวา กําลังสวดมนตตอหนาพระพักตรของทาน มุมมองที่พระประธานมองลง
มานั้น ชางปนไดเสกสรรราวกับวากําลังจับจองทุกคนที่นั่งอยูภายในวิหาร ยิ่งหากคืนไหนจุดเทียนสวางไสวมากเทาไหร ความรูสึกที่วา
เหมือนกับไดอยูบนสรวงสวรรคก็ยิ่งชัดเจนเหมือนภาพจริงมากขึ้นเทานั้น นี่เปนอีกหนึ่งคุณคาของชางฝมือลานนาที่อุทิศกายถวายชีวิต
สรางเสนาสนะที่เปรียบไดเหมือนกับเปนธงชัยแหงความเจริญของพระพุทธศาสนา ใหผูคนไดเลื่อมใสศรัทธาสืบตอพระพุทธศาสนา
ตอไป

34
ตั้งแตวันแรกที่เปนนาค พวกเราไดรับแจกหนังสือสวดมนตคนละหนึ่งเลม ถือเปนอาวุธประจํากายไปไหนไปดวย เพราะนอก
จากจะมีบทสวดมนตทั้งตอนทําวัตรเชา วัตรเย็น บทสวดสิบสองตํานานและบทสําคัญๆ ตางๆ ทานเจาคุณไดบรรจุไวในเลมนี้ทั้งหมด
พรอมทั้งคําแปลเปนภาษาไทยใหผูทองบนไดเขาใจความหมาย นอกจากนั้นแลวยังมีบทพิธีการที่จําเปนตางๆ ที่พระจะตองรวมประกอบ
พิธีกรรมกับญาติโยม ขอวัตร กิจปฏิบัติตางๆ รวมถึงคําแนะนํานวกะใหม รวมๆ แลวความหนาเกือบเทาสมุดหนาเหลือง
ผมเชื่อวานี่จะเปนหนังสือสวดมนตประจําวัดที่หนาที่สุดเทาที่เคยมีมาในประเทศไทย
ทุกเชาเย็น พระใหมจะตองเตรียมตัวใหพรอมสําหรับบทสวดที่จะตองใชในแตละวัน เพราะตลอดทั้งเดือนทานเจาคุณไมเคยสวด
ซ้ําบทเลย เมื่อทานกลาวนําวา “หันทะมะยัง….” เราจะตองรีบจับภาษาบาลีวาวันนี้ทานจะนําสวดบทอะไรแลวรีบพลิกหาหนานั้นใหทัน
พระใหมตอนเริ่มแรกหนาตาเหรอหราเปดหาก็ไมเจอ กวาจะเจอก็พอดีทานเจาคุณสวดจบบทยายไปบทอื่นแลว วุนวายโกลาหลพอประ
มาณพระรุนพี่ทานก็เอ็นดูระยะหลังๆ ทานมานั่งประกบชวยเปดหาใหจะไดสวดทันกัน
มารูภายหลังวาที่วัดนี้มีโพยบทสวดประจําวันอยูในหนังสือสวดมนตนี่เอง พระใหมขี้เกียจไมยอมเปดศึกษาดู พอพวกเราทราบ
ดังนั้นแลว เวลาเดินสวนกันจะตองเตือนกันกอนเลยวา วันนี้จะสวดบทอะไรหนาที่เทาไหร เมื่อถึงเวลาสวดจะไดเริม่ สวดไดทันที.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 23: ทําวัตรสวดมนต บทที่สอง
การสวดมนตเปนกิจที่ภิกษุพึงกระทําทุกๆ วัน นอกจากจะเปนการเรงความเพียรทําสมาธิอยางหยาบแลว การทองบทภาษา
บาลีจะชวยสืบตอพระวจนะของพระพุทธองค ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณและพระสังฆคุณในคราวเดียวกัน
ผมเองไดรับความรูดีๆ จากบทสวดมนตประจําวันนี้มากมาย บางบทผมสามารถนํามาเลาสอนใหกับเพื่อนที่มานมัสการที่วัดได
เขาใจธรรมะมากขึ้น เวลาทองใหญาติโยมฟงแลวดูดี ดูนาเชื่อถือเหมือนกับวาไดเรียนเปนมหามาหลายประโยคแลว อันที่จริงก็ครูพักลัก
จําจากคําแปลในหนังสือสวดมนตเอาทั้งสิ้น
ในตอนนั้นผมคิดไดวาถาเราทําวัตรเชาและเย็นไดโดยไมตองเปดหนังสือสวดมนตจะดูดีมากๆ อยางนอยก็บทที่สวดเปนประจํา
ตอนตนๆ เชน โยโสตะถาตะโต อะระหังสัมมาสัมพุทธโธ และบททายๆ ประจําทุกวันอยางบทแผเมตตาหรือวันทาหลวง วันทานอย เมื่อ
มีเวลาวางผมจะทองจําใหไดในทันที
บทสวดทําวัตรเย็นที่เปนที่นิยมของพวกเราพระใหมและหลวงพี่รูปอื่นๆ นั้นจะเกิดขึ้นทุกๆ คืน 3 ค่ําและ 4 ค่ํา เพราะเปนการ
สวดบทสิบสองตํานานยอแบบสําเนียงมคธและสังโยค ทั้งสองวันนี้จะตองใชความสามารถในการพลิกหนังสือสวดมนตใหทันในแตละ
บท เพราะทานเจาคุณจะไมหยุดเวนวรรคระหวางตํานานเลย เรียกวาใครเปดหาไดกอนแลวเปนคนบอกพระใหมรูปอื่นๆ ใหเปดตามก็จะ
ดูดีมากๆ เชนเดียวกัน ผมจึงพยายามจดเปนกระดาษแผนเล็กๆ ออกมาวาจากหนาไหนบรรทัดไหน ตอไปที่หนาไหนบรรทัดที่เทาไหรเปด
ไดเร็วมาก เร็วกวาพระใหมรูปอื่นเพราะซอมมาดีกวา
ทําไมผมตองพยายามทําใหคนอื่นมองแลวดูดีอยูเสมอ
ผมก็ไมเขาใจตัวเองมากไปกวาตองการที่จะทําทุกอยางใหดีที่สุดในระยะเวลาที่บวชนี้ และในความคิดของผมบทสวดมนตนี้มี
คามาก นึกถึงความเปนเอกตัคทัคคะของพระอานนทที่เปนผูฟงมากแลวจําไดมาก ทานจําพระวจนะอันมีคาของพระพุทธเจาไดทั้งหมด
จนมาเปนบทสวดมนตใหคนทั้งโลกไดศึกษา ผมจึงอยากดําเนินรอยตามทาน จําบทสวดใหไดมากที่สุด เตรียมไวใชสวดกอนนอนทุก
คืนเวลาที่เปนฆราวาสดวย

35

มีความนารักๆ หลายครั้งเกิดขึ้นในวิหารระหวางการทําวัตร เริ่มที่นองเณรตอนเวลาทําวัตรเชา บางครั้งตื่นสายรีบมากๆ คุกเขา
สวดมนตอยูดีๆ สบงและจีวรหลุดลุยตามประสาเด็กที่แตงตัวไมเรียบรอย ตองประคองตัวเองออกจากวิหารไปกอนที่จะโปโชวเณรนอยตอ
หนาธารกํานัล เมื่อสวดมนตไปไดสักครึ่งหนึ่งนองเณรจะเริ่มหลับ คอพับคอออน เพราะการทําวัตรเชาที่วัดนั้นเริ่มเวลาหานาฬิกา นอง
เณรก็งวงตามประสาเด็ก
ยิ่งตอนนั่งสมาธินั้น นองเณรตัวออนสามารถนั่งขัดสมาธิเพชรแลวเอาหนาผากแตะพื้นวิหารดานหนาเพื่อหลับได ใครไมเขาใจ
จะพาลคิดวานองเณรกําลังทําโยคะบริหารรางกายอยู
ในระหวางการทําวัตรเย็นคืนหนึ่ง ขณะที่หลวงพี่นพกําลังหลับตาทองมนตอยูนั้นก็มีเสียง “ตั้บ!!” เขามาแทรกบทสวด เมื่อ
หลวงพี่นพลืมตาขึ้นก็ตองเบิกตาโพลง เพราะวาตกโตที่รักเกิดพลาดตกจากขื่อคานดานบนวิหารลงมาที่หนังสือสวดมนตของหลวงพี่นพ
พอดี และมันคงกําลังจุกอั้กอยู หันหนามาสบสายตาหวานกับหลวงพี่เหมือนเปนเพื่อนเกา
เมื่อมันหายจุกก็เริ่มปฏิบัติการจูโจมคลานเขาหาหลวงพี่นพทันที
ซึ่งปฏิกิริยาตอบโตเร็วกวาความคิด หลวงพี่กระโดดผล็อยขึ้นไปนั่งบนอาสนะดานขางวิหารไดในเวลาเพียงเสี้ยววินาที รอง
อุทาน “เฮย!!” พรอมกับเสียงพระเณรที่วงแตกทันทีเพราะตกโตตัวนั้นไมยอมหยุดวิ่งพลานราวกับวายังหาสรณะที่พึ่งไมไดสักที เมื่อเรา
พูดถึงเหตุการณนี้ทีไร นึกขันกันขึ้นมาไดทุกครั้งทีเดียว
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 24: เที่ยวบิณฑบาต 1
การออกบิณฑบาตถือเปนประสบการณของพระใหมที่หางไกลจากกิจกรรมธรรมดาของชาวบานทั่วไปมากๆ เมื่อกอนเคยแต
ใสบาตรใหพระ “นิมนตครับ/คะ” แลวนั่งยองๆ รอรับพร วันดีคืนดีมีการเรียกรองใหพระทานเพิ่มบทใหพรใหยาวเปนพิเศษดวยเนื่องวา
เปนวันเกิด
แตพอเปลี่ยนสถานะเปนผูรับอาหารใสบาตรแลว ความลับในจิตใจตางๆ ของพระก็เปดเผยขึ้น ผมเพิ่งจะรูวาพระสงฆก็คงจะ
รูสึกไมตางจากผมแนๆ
ผมไดไปรวมสายบิณฑบาตกับหลวงพี่เกงใหญเปนประจําในตอนหลังๆ เรียกวา “สายน้ําตก” เนื่องจากวาเปนเสนทางถนนไปสู
น้ําตกที่มีชื่อเสียงของจังหวัด เปนสายบิณฑบาตที่สบายที่สุดเพราะไดนั่งรถมอเตอรไซตพวงกลับวัดเปนประจําทุกวัน พระอาจารยครรชิต
ทานเปนผูนําสายและทานไมเคยปลอยใหพระใหมใหพรเองเลยสักครั้ง ทานตองใหพรดวยตนเอง

36
เกงใหญชอบใจมากๆ เพราะวายังทองบท “ยะถา…สัพพี” ไมคอยคลอง กลัววาถาตองเปนคนใหพรเองจะทองติดๆ ขัดๆ สวน
ผมทองไดมากอนแลวและพรรษาออนนาทีกวาเกงใหญที่บวชมาพรอมกัน ยังไงก็ไมถึงคราวผม และเณรทัศนที่เดินตามตอยๆ มาดวยทุก
วัน
ชวงเวลาเดือนพฤษภาคมก็เริ่มมีฝนตกลงมาบางประปราย ทุกเชาหากฝนเพิ่งหยุดเม็ดลงมา ทองถนนลาดยางแอสฟลตจะโรย
ไปดวยกลีบดอกหางนกยูงสีแดงสดที่ถูกฝนชะลงมา ในชวงถนนใตรมไมครึ้มสีเขียวสดนั้น เพิ่มพลังความชุมชื่นใหกับชีวิตของผมทุกๆ
ครั้งที่ไดเดินผาน เกงใหญก็บอกวาชอบมากโดยเฉพาะเวลาเดินเหยียบลงไปบนกลีบดอกไมนั้น สัมผัสไดถึงความนุมแทนที่จะเจอความ
แข็งของถนน

บานแรกที่รอใสบาตรคือลุงรานชําปากซอย แกใสขาวเหนียวกับใสอั่วยาวประมาณ 2 นิ้วทุกวัน พระอาจารยครรชิตเลาวาบาน
นี้ใสบาตรทุกวันเพราะวัดเราทําใหเขามีรายไดจากการขายสินคาพวกเครื่องไทยทานและสังฆทานไดทุกวัน ดวยความละโมบของผมเองก็
มักคิดนอยใจวา
“แหมๆ ขายของไดตั้งเยอะ ใสบาตรนิดเดียวเอง”
เดินตอไปสักหนอยจะเจอรถกระบะครอบครัวของเกงใหญมารอใสบาตรลูกชายทุกเชา ผมชอบมากๆ เพราะวาบานเกงใหญมี
ของใสบาตรมากครบทั้งเครื่องคาวหวาน ถามเกงใหญภายหลังไดความวาโยมแมใสแตอาหารที่เขาชอบทั้งนั้นเลย สมแลวที่เปนแมลูกกัน
ผมก็พลอยไดอานิสงสตรงนี้ไปดวย ไดฉันอิ่มอรอย
ระหวางทางที่เดินรับอาหารบิณฑบาต พระอาจารยครรชิตจะทราบวาโยมหลังไหนมีศรัทธาอยางตอเนื่องตื่นมาใสบาตรทุกวัน
ทานจะเดินเขาไปในซอยนอยใหญอยางคลองแคลวเปนอัตโนมัติ หากวันไหนโยมไมมาใสบาตร พระอาจารยครรชิตจะแสดงความเปน
หวงเปนใยวาอาจจะไมสบายหรือวาเกิดความยากลําบากในชีวิตบางอยางทําใหขาดการทําบุญไป หากวันรุงขึ้นทานไดเจอก็จะตองถามไถ
ดวยความหวงใยทุกครั้ง เพราะคนเคยเจอกันทุกเชา แมนไมคอยไดคุยกันทุกครั้ง แตก็เปรียบเสมือนเปนญาติทางธรรมกันอยางหนึ่ง
สายลมเอื่อยๆ พัดมาโดนแกมผมครั้งแลวครั้งเลา รถมอเตอรไซตพวงคันนี้มีโยมออกปจจัยวาจางใหมารอรับพระอาจารยครรชิต
และพระลูกศิษยไปรับอาหารบิณฑบาตที่บานของเขาทุกวันจันทรถึงศุกร เนื่องจากวาบานของโยมไกลเกินกวาที่พระจะเดินไปรับบิณฑ
บาตไดทุกวันโยมจะตองเสียคาวาจาง 50 บาทและยังตองเตรียมของใสบาตรอีกตางหาก

37
อาหารคาวหวานของบานนี้ปราณีตมาก ทําใหผมนึกอนุโมทนาในบุญของโยมคนนี้อยูตลอด อวยพรใหมีความสุขดั่งที่พระ
อาจารยเอกชอบพูดวา “ใหทานปราณีต ยอมไดรับของปราณีต “ฉันใดก็ฉันนั้น
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 25: เที่ยวบิณฑบาต 2
เชาวันที่ฝนตกพระเณรจะลําบากมากในการออกบิณฑบาต เพราะนอกจากมือหนึ่งจะตองเปดปดฝาบาตรแลว อีกมือหนึ่ง
จะตองประคองสายคลองบาตรพรอมกับหนีบคันรมไวในมือดวย
รมที่เหมาะสมสําหรับพระเวลาบิณฑบาตรคือรมกานยาวที่มีคันรมตรง โดยเฉพาะสวนที่เปนมือจับไมควรเปนแบบงอๆ
เพราะวาพระเณรประคองจับลําบากจริงๆ ควรเลือกแบบที่มีความกวางสักหนอยพอที่จะกันฝนไดทุกทิศทาง
ในเชาวันนั้นพระใหมตองทําใจวาจีวรจะตองเปยกมาก ปลายดานลางของจีวรจะถูกน้ําฝนผสมขี้โคลนกระเด็นใส ใหนึก
ลําบากใจตอนเวลาซักจีวรแลวยิ่งหนาฝนเมฆครึ้มขนาดนี้ ซักตากอยางไรคงไมแหง ผมรับอาหารบิณฑบาตรกลับมาที่วัดไดอยางไม
ทุลักทุเลเพราะวาระหวางทางไดนั่งรถมอเตอรไซตพวงที่มีหลังคาคลุม แตหลวงพี่เกงเล็กจีวรเปยกไปทั้งตัวทั้งๆ ที่ถือรมคันใหญไป
เพราะวามีสิงหคะนองทางใจบาปขับรถเหยียบน้ําฝนที่ขังอยูบนถนนสาดเขาใสหลวงพี่ทั้งแถวบิณฑบาต ชางไมมีความระมัดระวังแก
สมณะผูทรงศีล
ยิ่งเดินบิณฑบาตรหลายวันผมก็ยิ่งไดพบกับเรื่องไมพอใจ
ชวงหนึ่งผมไดมีโอกาสไปบิณฑบาตรสาย off-road hard cape ซึ่งมีความยากลําบากมากเพียงพออยูแลวกับถนนหนทางที่โรยไป
ดวยกอนกรวดและเศษกระจก ยังตองพบกับโยมที่ไมมีความรูความเขาใจในการใสบาตร ไมมีความเคารพในพระสงฆเอาเสียเลย

บานหนึ่ง ทุกเชาจะใหเด็กประถมตัวนอยมาใสบาตรกอนไปโรงเรียน ผมยังนึกอนุโมทนาอยูในใจวาพอแมของเด็กสองคนนี้ดี
จริง ปลูกฝงใหลูกไดรูจักการทําบุญใสบาตร แตเขาคงตองใสใจมากํากับแนะนําเด็กๆ ดวย ผมนึกเศราใจจริงๆ เวลานองๆ ทั้งสองคน
เอาน้ําสําหรับกรวดน้ํามาสาดเลนกันขณะที่ผมกําลังใหพรอยู หรือไมบางวันก็เหมือนจะตั้งใจหยาดน้ําลงดิน แตพยายามเทรดลงในรังมด
หรือทางที่มดกําลังเดิน
อุบายแหงการหยาดน้ําอุทิศสวนกุศลหลังจากการทําบุญตักบาตรนั้น แทจริงแลวก็เพื่อใหผูนั้นสํารวมจิตตั้งใจอธิษฐานสงผล
บุญทั้งหมดที่ไดกระทํานี้ใหแกผูลวงลับ โดยใชการหยาดน้ําใหเปนสายไมขาดจากกันเปนเครื่องมือชวยในการทําสมาธิ พอแมของเด็ก
จะรูไหมวาผลบุญที่ตั้งใจตระเตรียมไวทุกๆ วันไมไดสัมฤทธิ์ผลตามที่ตั้งใจไว

38
หลายๆ บานมีจิตศรัทธาใสผลไมลงมาในบาตรดวย มะมวงคือที่สุดของความปวดราวเวลาที่โยมใสบาตรมาทั้งลูก ชางไมรูเลย
วาสิ่งที่ภิกษุจะฉันไดตองเปนของที่ควรผักผลไมที่สามารถนําไปใชเพาะปลูกไดอีก ตองใหอนุปสัมบันทําใหสมควรหรือ ‘กัปปยะ’ เสีย
กอนโดยการจรดดวยมีดหรือเล็บก็ได
มะมวงลูกนั้นที่ใสบาตรมา พระสงฆจะไมไดฉัน เพราะทานเองไมสามารถนั่งปอกผลไมเพื่อฉันเองได พระสงฆประกอบ
อาหารเองไมไดอยูแลว ครั้นจะไหววานใหโยมในวัดนําไปจัดสํารับมาใหก็เข็ญใจเต็มที และที่สําคัญพระสงฆองคเจาก็ไมอยากทําเชน
นั้นเพื่อแสดงถึงความโลบอยากได อยากมีและอยากฉันมากจนเกินงาม
พบบอยมากๆ คือการที่โยมไมยอมถอดรองเทาเวลาใสบาตร บางบานถอดรองเทาแลวแตก็ยังยืนอยูบนรองเทาของตัวเองอยู
ดี ไมตางอะไรกับการใสรองเทาเลย ที่สะเทือนใจมากคือบานหนึ่งไมยอมออกมารอใสบาตรนอกบาน กลับยืนรออยูในชานหนาบาน
ใตหลังคาคลุมเพื่อใหพระเดินเขาไปหา อยางนี้เทากับวายืนอยูสูงกวาพระสงฆทุกกรณี
ขอสาธุชนทั้งหลายพึงอยาลืมวาพระสงฆทานไมไดใสรองเทามาบิณฑบาต เราตองแสดงความนอบนอมแกทานในฐานะที่ทาน
คือผูมีศีลสูงกวานิมนตทานใหสุภาพ ไหวลงสวยๆ วางเทาเปลาของคุณลงบนพื้นดินแลวบรรจงใสอาหารดวยความสํารวม นั่งยองประนม
มือรับพร ตั้งจิตอุทิศสวนกุศลและดื่มด่ํากับผลบุญของคุณใหเต็มที่สิครับ.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 26: เรงความเพียร
“ประมาณสามทุม ถาหลวงพี่สนใจไปสวดมนตรอบดึกตอที่พระเจาทันใจก็เชิญนะ”หลวงพี่บอย หนึ่งในพระรุนพี่ไดเขามาชัก
ชวนผมหลังจากที่ผมกําลังเดินกระเผลกๆ ออกจากวิหาร เพราะกําลังสะทานจากอาการเหน็บชาที่มักจะเกิดขึ้นหลังจากการนั่งพับเพียบ
สวดมนตทําวัตรนานๆ
ในมุมมองที่ผานแวนสายตากรอบสีดําบางๆ นั้น ผมพบแววตาแหงความตั้งใจจริงที่สงมาให
“ถาอึดอัดใจก็ไมเปนไร พรอมเมื่อไหรก็มานะ” หลวงพี่บอยลงทายเพราะคงเห็นผมลังเลและแบงรับแบงสู
กอนหนานั้นผมเห็นหลวงพี่เกงเล็กและเกงใหญไปสวดมนตรอบดึกกันมาแลว ไดยินมาวาหลวงพี่ปอมทานนําชุมนุมเทวดา
เสียงดังกังวานเพราะมาก หลังจากนั้นทานก็นําสวดอิติปโส 108 จบ กวาจะเลิกกลับมาจําวัดที่กุฏิก็เกือบจะเที่ยงคืน
“ยุงก็เยอะ เกงนับตามไปดวยวากี่รอบแลวยังเผลอหลับเลย งวงก็งวง เปนเหน็บสับเปลี่ยนขาไปไมรูกี่ครั้ง” ผมไดยินเกง
เล็กบอกเลามาอยางนี้ก็ขยาดไมกลาไปสวดมนตกับเขาดวย
ผมบอกตัวเองวาไมพรอมที่จะไปสวดมนตรอบดึก เพราะผมอยากนอนเร็วๆ สักสี่ทุมนี่ควรจะรีบนอน เพราะจะไดมีแรงตื่นตอน
ตีสี่ครึ่งเพื่อไปทําวัตรเชา สวดมนตกอนนอนที่กุฏิคนเดียวแบบลวกๆ ทุกคืนนาจะเพียงพอ เปนอยางนี้อยูหลายราตรี กิติศัพทความเพราะ
ของเสียงสวดมนตดึกยังคงมีเขามาเนืองๆ เกงเล็กก็ไปทุกวันไมไดขาด ทั้งๆ ที่เจาตัวก็บนอุบออกปานนั้น
เกงเล็กบอกวาเวลาที่เหลืออยูนี้อยากจะไดฟงเสียงสวดมนตเพราะๆ ทุกคืน นอกจากจะไดมนตแลวยังสรางกุศลแกตัวเองดวย
ตอนหลังผมจึงเปลี่ยนใจดวยความฉงนยิ่งนักวาเสียงสวดมนตดึกนั้นไพเราะกวาเสียงทานเจาคุณตอนทําวัตรแคไหนกันเชียว

39
คืนหนึ่งผมตกลงใจรวมสังฆกรรมสวดพระพุทธมนตที่มณฑปพระเจาทันใจดวย หลวงพี่ปอมไดยายไปจําที่วัดอื่นแลว เหลือ
เพียงหลวงพี่แจคที่กลาวตอนรับผมและแสดงความยินดีที่ผมเริ่มมาสวดมนตดึกดวย
หลวงพี่แจคเลาวาไดตั้งใจอธิษฐานวาจะสวดมนตเชนนี้ทุกคืนไมใหขาด ถือวาเปนการเรงความเพียรไมใหงอนแงนคลอนแคลน
ไดอานิสงสแกตัวเองมากมาย อยางนอยพระใหมจะสามารถจําบทสวดมนตได เปดหนังสือวองไวขึ้นและฝกอานภาษาบาลีใหคลอง ออก
เสียงใหชัดถูกอักขระก็นับวาไดประโยชนมากแลว
หลวงพี่แจค หลวงพี่บอย เกงเล็ก เกงใหญและผม นั่งลอมมณฑปพระเจาทันใจทางดานหนา ตางคนตางมีเทียนไขจุดเรียงราย
เพื่อใหแสงสวางในคืนเดือนมืดเชนนี้ที่กลางแจงไหนๆ ก็มืดมิด มีแตแสงเทียนเทานั้นที่ทําใหผมมองเห็นบทสวดมนตในหนังสือ บางครั้ง
ลมพัดมาแรงแสงเทียนก็วูบ ตองปองมือประคองใหลําแสงเทียนกอตัวตั้งตรงอีกครั้ง เปรียบเสมือนธรรมะของพระพุทธเจาที่เปนแสงสวาง
สองมรรคาอันจะนําไปสูความสุขสงบใหกับสรรพสิ่งมีชีวิตตางๆ บนโลก ที่ชาวพุทธจะตองชวยกันประคับประคองรักษาความดีงามแหง
คําสอนของพระองคใหดํารงอยูอยางสวางไสวยิ่งๆ ขึ้นไป
หลวงพี่แจคอัญเชิญเทวดาดวยทวงทํานองที่ไพเราะในแบบฉบับของตัวเอง กอนที่ทานจะเริ่มพาเขาสูบทสวดสิบสองตํานาน
พรอมคําอธิบายที่มาที่ไปของมนตแตละบทใหพระใหมฟง จบทายดวยบทแผเมตตาและนั่งสมาธิสั้นๆ เพื่อสํารวมจิตใจ
คืนแรกในการสวดมนตดึกของผมนั้นผานไปไดดวยดีถึงแมวาจะโดนยุงกัดและตองพะวงกับเทียนที่จะดับเพราะแรงลมอยูตลอด
แตผมรูสึกไดวานี่เปนอีกวิถีหนึ่งของภิกษุที่มีความสําคัญไมแพกับกิจวัตรประจําวันตางๆ ของสงฆ หลังสวดมนตแลวผมใจนิ่ง นอนจําวัด
ไมเคยไดฝนอุตลุดอีกเลย ดังนั้นผมเลือกที่จะไปรวมสวดมนตดึกกับหลวงพี่แจคทุกคืนที่ทําได ผมพยายามเรงความเพียรและรอคอยผล
ของความเพียรนั้น เหมือนเด็กที่รอคอยของขวัญอยางใจจดใจจอ.
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 27: วันพระใหญ วันของพระใหม 1
เปนเรื่องที่คาดหมายเอาไวลวงหนาเล็กนอยแลววาในขณะที่ผมครองเพศบรรพชิตอยูนี้ จะไดรวมเหตุการณสําคัญทางศาสนา
ระดับโลก คือวันวิสาขบูชา เปนโอกาสอันดียิ่งที่ผมจะไดสัมผัสกิจกรรมของพระสงฆในวันสําคัญอยางนี้วาตองทําอะไรบาง…ในมุมมองที่
ฆราวาสไมเคยรูมากอน
กอนวันพระใหญหนึ่งวันเชนนี้ มักจะมีแมขาวอุบาสิกามาถือศีลที่วัดกันเปนจํานวนมาก แปลกใจพี่ ‘พอขาว’ ไมเห็นจะมีมา
หรือมาก็นอยเต็มที คงเปนเพราะผูชายมีโอกาสไดบวชเรียน จึงเฉยๆ กับการเขาวัดและถือศีลแปด ถาคิดเชนนี้กันหมดอีกหนอยสีกาก็
เต็มวัดกันพอดี
แมขาวมักจะมาพรอมดวยของแหงใสบาตรตลอดสองสามวันที่พักอยูที่วัด นองเณรจะไดอานิสงสไดรับนมกลองมากมาย จน
บางทีไมอยากจะรับ เพราะเยอะเหลือเกิน เต็มบาตรแลวแมจา…ขอถุงใบนึง นี่ขนาดยังไมไดกาวออกนอกวัดนะนี่
การทําวัตรเชาของวันพระใหญจะคงเหมือนกับวันพระทั่วๆ ไป คือ การสวดบทมหาสมัยสูตร ซึ่งมีความยาวมากและซ้ําไปซ้ํา
มามากกวา 20 นาทีไมมีหยุด หลังจากนั้นสํารวมจิตใจทําสมาธิเปนปรกติ กอนแยกยายออกไปบิณฑบาต ซึ่งเปนไปตามคาดวาอาหารที่
รับมานั้นมากมายเหลือเกิน หลวงพี่เกงเล็กไดถุงเพิ่มมาอีกสามสี่ถุง ถือมาจนแขนตก ดีที่วามีนาคชุดใหมมารอบวชกอนแลว ชวยแบง
เบาภาระของพระไปไดบาง สวนผมกับเกงใหญ ไดอาหารตามพอดี เพราะเราเดินไปทางที่คนไมพลุกพลานมาก แตอยางนอยก็พอชื่น
ใจวาคนไทยยังระลึกถึงวันสําคัญทางพระพุทธศาสนา พยายามออกมาทําบุญกันตั้งแตเชา

40
กิจของสงฆวันนี้ไมปรกติ เนนไปที่เรื่องการทําความสะอาดรอบบริเวณวัด ถึงแมวาวัดเราจะไดชื่อวาเปนวัดที่สะอาดเปนอันดับ
หนึ่งของประเทศ จากการจัดอันดับของพระใหมที่พวกเราทําความสะอาดกันอยางหนักทุกวัน แตก็ยังไมเพียงพอสําหรับวันที่ญาติโยมจะ
มากันมากมาย ทานเจาคุณไดสั่งใหเราดูแลทุกซอกทุกมุม จนถึงพระพุทธรูปแตละองคที่เก็บไวตามตูตางๆ ในวิหารหรืออุโบสถ เช็ดถู
เครื่องทองเหลืองมันปลาบแวววาว โดยเฉพาะในวิหารนั้นตองสะอาดที่สุด เพราะจะมีการอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาประดิษฐานให
ประชาชนไดกราบไหวกันอยางใกลชิด
หลวงพี่แจค ไดรับมอบหมายจากทานเจาคุณใหดูแลความเรียบรอยสวยงามของวิหาร โดยมีเหลาพระใหมเดินตามเปนพรวน
คอยเปนลูกมือ ที่สําคัญวันนั้นมีศรัทธาญาติโยมจากตางประเทศตั้งใจจะมาทําบุญวันพระใหญที่วัด ทานเจาคุณทานตั้งใจจะตอนรับเปน
พิเศษดวยการสวดมนตสืบชาตาใหซาบซึ้งตามแบบวิถีชาวเหนือ
ผมตองผูกโยงสายสิญจจากพระประธานในวิหาร คลองสัมพันธกับพระบรมสารีริกธาตุแลวกระจายออกไปลอมรอบแนวเสา
เปนสี่เหลี่ยม ผูกโยงเปนตารางสี่เหลี่ยมดานในแลวเตรียมหอยสายสิญจนลงมาทุกตารางเมตรใหญาติโยมไดถือไวประนมมือตอนทําพิธี
พระบรมสารีริกธาตุไดรับการประดิษฐานอยูบนโตะหมูที่จัดตั้งขึ้นมาใหม รายลอมดวยพระพุทธรูปองคสําคัญของวัด เพื่อ
รวมความศักดิ์สิทธิ์ใหเปนหนึ่งเสมือนตัวแทนของพระมหาศาสดา จากนั้นหลวงพี่แจดไดใหพระใหมและนองเณรชวยกันจัดเตรียมถาง
ประทีป จัดวางตามจุดตางๆ รอบบริเวณวัด เตรียมถาดเทียนสําหรับจุดภายในวิหารยามที่สวดมนตทําวัตรเย็นในคืนนี้
ใกลจะหนึ่งทุมแลว พระใหมยังทํางานตัวเปนเกลียวงวนอยูกับการจัดการวิหาร ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อฉลองศรัทธาญาติโยมที่มีกุศล
จิตมาทําบุญเวียนเทียนระลึกถึงพระพุทธคุณ ถึงแมจะเหนื่อย แตก็เปนงานสืบสานพระพุทธศาสนาใหยั่งยืนตอไปในใจของสาธุชน ผล
ตอบแทนยอมคุมคาตอความสงบสุขแหงโลกเปนแนแท.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 28: วันพระใหญ วันของพระใหม 2
เนื่องจากเปนวันสําคัญครั้งใหญของพระพุทธศาสนา ทานเจาคุณไดมีดําริใหเพิ่มบทสวดมนต ‘มหาสันติงหลวง’ หลังจากทํา
วัตรเย็นวันนี้ดวย เปนการสวดเพื่อสืบชาตาเมืองเชียงใหม เหมือนเชนครั้งที่ฉลองอายุเมืองเชียงใหมครบ 700 ป
ที่วัดมีการเตรียมพับสา คลายๆ หนังสือกัณฑเทศนเวลาพระทานเทศนสอนเรื่องตางๆ ผมเอามาลองซอมสวดดูกอนแลวจะเปน
ลม เพราะบทสวดมีความยาวมากกวาบทมหาสมัยสูตร ยาวยิ่งกวาขบวนรถไฟสายเหนือจากเชียงใหมไปกรุงเทพฯ เสียอีก
สาธุชนหลั่งไหลเขามาที่วัดมากขึ้นเรื่อยๆ จนตองมีการจัดเวียนเทียนเปนสองรอบ รอบแรกนั้นกอนที่จะเริ่มสวดทําวัตรเย็น สํา
หรับญาติโยมที่มีธุระรีบรอนและไมอยากเดินทางกลับในเวลาค่ําคืนดึกดื่น โดยเฉพาะผูที่พาลูกเด็กเล็กแดงมาดวย กลัวนองจะงอแงเวลา
สวดมนตก็พาเดินเวียนเทียนเสียแตวันเลยก็นับวาดี
เมื่อถึงเวลาอันเปนมงคลฤกษ ทานเจาคุณนําสวดมนตทําวัตรเย็นแบบแปลทุกบท เพื่อความเขาใจของสาธุชนที่เขามารวมสวด
มนต จากนั้นตอดวยบทธัมมจักรกัปปวัตนสูตร แบบเต็มไมมียอ ซึ่งมีความยาวเหยียดถึงสวรรคชั้นฟาทุกระดับ ยาวยิ่งกวาบทมหาสมัย
สูตรตอนเชา
ในตอนทายของบทธัมจักรนั้นจะกลาวถึงการมาชุมนุมกันของเทวดาทั้ง 16 ชั้น หลวงพี่แจคจะเปนผูลั่นฆองกองกังวานไปทั้ง
วิหารหลวง ในทันทีที่ผมไดยินเสียงฆอง รูสึกขนลุกซูชูชันประหนึ่งวาเทวดาทานมาวนเวียนอยูบริเวณนี้เปนจํานวนมาก
แสงเทียนที่สองสวางทามกลางความมืดมิดของวิหารนั้นกระทบจิตรกรรมฝาผนังและลวดลายสีทองในวิหารวับวาม ในเวลานี้
ความงามของเสนาสนะดั่งพระพุทธวจนะเรืองรองทาทับจิตใจของพุทธศาสนิกชนทุกคนที่มารวมกันอยูที่นี้แลว ยังความปลาบปลื้มในดวง
จิต จนคิดหาสรณะที่พึ่งอื่นใดคงไมมี

41

หลังจากนั้นทานเจาคุณไดเทศนและใหโอวาทเนื่องในวันวิสาขบูชา ใหทุกคนนอมรําลึกถึงพระพุทธคุณอันยิ่งใหญที่มีตอสรรพ
สัตวและชาวโลกทั้งปวง นําสํารวมจิตใจทําสมาธิกอนที่จะทยอยกันลงไปเวียนเทียนรอบพระเจดีย
ทานเจาคุณไดกลาวเชื้อเชิญใหสาธุชนที่ยังมีจิตศรัทธารวมกันสวดบทมหาสันติงหลวงบนวิหารหลวงอีกครั้ง เพื่อสืบชาตาเมือง
เชียงใหมและเปนสิริมงคลแกตัวเองยิ่งๆ ขึ้นไป ผมและพระรูปอื่นๆ เขาไปนั่งประจําที่ในวิหารเหมือนเดิม เตรียมพรอมสําหรับบทสวด
ที่มีความยาวที่สุดเทาที่เคยไดสวดมานาคชุดใหมที่รอบวชไดมาถวายน้ําเปลาและปานะใหกับพระทุกรูป เพราะตลอดทั้งวันนี้ก็ทํางานหนัก
สวดมนตจนคอแหบแหง เพิ่งจะเคยเห็นพระสวดมนตไปฉันน้ําไปดวยก็คราวนี้เอง
45 นาทีผานไปสําหรับการสวดบทมหาสันติงหลวงแบบนอนสตอป ผมจิบน้ําไปหลายอึกและยังไมวายมีแอบสติวูบไปเปนพักๆ
เนื่องจากวาเริ่มเหนื่อยและตาลายกับตัวหนังสือเล็กๆ ในพับสา
วันพระใหญ เปนวันของพระใหมจริงๆ เราทํางานหนักเหนื่อยทั้งนี้ก็เพื่อวัดของเราเอง คนที่อยูประจําวัดก็คือพระ เปรียบวัด
เหมือนบานของเราเองที่ตองดูแล ยามที่มีงานสําคัญพระทุกรูปก็ตองชวยกัน ผมไมไดมาอยูอาศัยวัดฟรีๆ ใหติดหนี้สงฆ อีกทั้งกิจอันบรรพ
ชิตพึงประพฤตินั้นผมและพระใหมทุกคนก็ไมไดขาด ทั้งเรื่องการกวาดลานวัดหรือสวดมนตภาวนา นับวาผมเหนื่อยมากในวันดังกลาว
แตผม พระใหม หลวงพี่แจคและหลวงพี่รูปอื่นๆ ก็ไมไดลด ละ เลิก ในการเรงความเพียร คืนนั้นเราไปสวดมนตรอบดึกเหมือน
เดิมที่มณฑปพระเจาทันใจ พรอมทั้งอธิษฐานวา…สพพ ทานํ นิพพานสส ปจจโย โหตุ นิจจํ…ผลทานอันใดที่ขาพเจาไดทําในวันนี้ ขอให
เปนปจจัยสูพระนิพพานอันเปนที่สุด ดวยเทอญ.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 29 : มรณานุสติ ภาคตน
ทานเจาคุณเปนพระผูใหญที่มีผูคนใหความเคารพศรัทธาทานมากมาย ทานจึงมักมีกิจนิมนตตามสถานที่ตางๆ บางครั้งออก
ตางจังหวัดเพื่อไปเทศนหัวขอธรรม
เชนวันนี้ทานรับนิมนตไปเปนประธานในพิธีและเทศนใหกับชาวบานในสํานักสงฆแหงหนึ่งที่จังหวัดพะเยา เนื่องในวัน
‘อัฐมีบูชา’ เปนวันสําคัญทางศาสนาอีกวันหนึ่งที่ผูคนกลับลืมเลือน หลังจากที่พระพุทธเจาทรงเสด็จปรินิพพานแลว คณะสงฆไดจัด

42
ประชุมเพลิงพระสรีระของพระองค นั่นก็คือ 7 วันหลังจากวันวิสาขบูชาของทุกป เปนวันอัฐมีบูชา วันแหงไฟที่ประชุมเพลิงพระ
พุทธสรีระ
พระอาจารยเอกและหลวงพี่แจค ไดรวมเดินทางไปกับทานเจาคุณดวย สวนผมและหลวงพี่ฟลุคพระใหมหมาดๆ จากการ
อุปสมบทไมถึงสัปดาหเปนผูติดตามไปดวย นัยวาเปนการพาพระใหมไปเปดหูเปดตานอกสถานที่บาง แถมดวยนองเณรอีก 2 รูปเปน
เณรอุปฏฐากทานเจาคุณนั่งดานหลังสุดของรถตู เราเริ่มออกเดินทางหลังจากฉันเชาเสร็จ เคลื่อนที่ไปชาๆ จากจังหวัดเชียงใหมมุงสู
จังหวัดพะเยา ถนนหนทางก็ดูเรียบรอยดีไมนากลัว แตมีฝนโปรยปรายลงมานิดหนอยระหวางทาง
เปนครั้งแรกตั้งแตบวชมาผมยังไมเคยออกนอกวัดไปไกลๆ แบบนี้นอกจากตอนบิณฑบาต ใจก็คิดสนุกเปดเปงมองดูถนน
หนทางในเมืองเชียงใหมวาจะเปลี่ยนแปลงไปมากนอยสักเพียงใด ผานไปยี่สิบกวาวันจะเกือบเดือนแลว ชาวเชียงใหมจะสบายดี
ไหม จะเจอคนรูจักบางไหม
สวนฟลุคไมใชคนเชียงใหม พอไดออกมาสูโลกภายนอกก็กระดี๊กระดาไมแพผมหละ สักพักคนขับรถก็นึกคึกเปดเครื่อง
เสียงในรถขึ้นมา คงจะเปนเพราะงวงเวลาขับรถไปนานๆ ในตอนแรกผมนึกเพงโทษโกรธเคืองเขาวาไมรูกาละเทศะเลย พระเณร
นั่งเต็มรถอยางนี้เปดเพลงใหฟงไดอยางไร พาลจะผิดศีลกันไปหมด สักพักพอถึงเพลงที่ผมเคยชอบ ใจมันก็วาบหวาม ปากขมุบ
ขมิบจะรองตาม ปลอยใจไปตามเสียงเพลงเสียอยางนั้น
พระอาจารยเอกเห็นทาทางของผมแลวคงไมสบายใจ ตักเตือนผมใหสํารวมประสาทสัมผัสทั้งหาดวย “เห็นสักแตวาเห็น ได
ยินสักแตวาไดยิน อยาประมาทปลอยใจไปกับสิ่งยั่วยุทางกามารมย” โอว…มันชางยากแท
ผมนั่งตัวสั่นงันงกหลับตาทองบนบทสวดมนตที่จําไดไปตลอดทาง ไมไดทันสังเกตวามีรถที่ขับมาพรอมๆ กันผลัดกันแซง
ผลัดกันชิงเลนกับรถตูของวัดมาโดยตลอด
แตระหวางทางถนนสูอําเภอวังเหนือเปนทางลาดชันลงเขา ฝนที่ตกปรอยๆ ทําใหถนนกําลังแฉะพอดีๆ ผมเพิ่งจะลืมตามอง
หนาตางทางดานขวาอยูพอดี จึงเห็นทุกการเคลื่อนที่ของรถโตโยตา อแวนซาสีน้ําเงินคันนั้นที่คิดวาไดจังหวะ ออกตัวแซงขวาลงเนิน
ไปโดยไมไดเห็นวาขางหนาเปนทางโคงที่ลาดชัน
เมื่อแซงพนรถของเราไปได เขาชะลอความเร็วลงทันทีเพื่อเขาโคง ไฟเบรคลุกแดงยาวนานแตก็ไมทําใหสถานการณดีขึ้น
รถแวนขนาดครอบครัวคันนั้นทายปดแลวผันตัวลงไปในรองน้ําเชิงเขาขางทางทันที กอนที่จะกระแทกขึ้นมามวนตลบสามรอบครึ่ง
แลวกระดอนกลับไปหงายทองอยูในรองน้ําอีกครั้งหนึ่งบนถนนเสนเดิม ถนนเสนที่รถตูของเรากําลังขับตามเขาไปติดๆ เชนกัน
ผมและหลวงพี่ทั้งคันรถประสบเหตุรองกันเสียงหลง เพราะภาพที่เห็นทําใหยากจะเชื่อวาจะมีผูรอดชีวิตอยูในรถคันนั้น
เวลาที่รถคันนั้นกําลังพลิกคว่ําอยูตอหนาตอตานั้นชางกินเวลาเนิ่นนานใจจิตใจของเราทุกคน จนไมอยากจะคิดวาความรูสึกของคนที่
อยูในรถคันนั้นจะเปนอยางไร ทานเจาคุณและพระอาจารยเอกสั่งใหคนขับรถจอดรถทันที มีเพียงรถของวัดคันเดียวที่ประสบเหตุ
และกําลังมีคนตองการความชวยเหลือ.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 30: มรณานุสติ ภาคปลาย
ทันทีที่เปดประตูรถตูออก เสียงแผดรองของแตรรถแวนคันนั้นหวีดหวิวเสียดแทงใจของหลวงพี่ทุกคน เขาสงสัญญาณขอความ
ชวยเหลือ แสดงวามีคนรอดชีวิต!!!
คนขับรถของวัดรีบรุดไปที่รถแวนที่กําลังหงายทองอยูทันที แตอปุ สรรคก็คือรถคันนั้นลงรองน้ําแบบพอดิบพอดีจนยากที่จะ
เปดประตูใหคนขางในออกมาได ยังไมมีรถคันอื่นมาประสบเหตุและมีอุปกรณชวยชีวิตไมเพียงพอ
“โทรเรียกตํารวจ!!” พระอาจารยเอกสั่งผม
ซึ่งนับวาเปนเรื่องที่แปลกมาก วันนั้นกอนเดินทางมีความรูสึกแปลกๆ พกโทรศัพทมือถือติดตัวมาดวย ทั้งๆ ที่ตอนอยูในวัดก็
ไมเคยเปด กะวาเผื่อมีเหตุฉุกเฉินจะไดมีมือถือใช ซึ่งผมก็เปนคนแรกที่หยิบโทรศัพทมือถือออกมาโทรเรียก 191 ใหรีบมาที่เกิดเหตุทันที

43

หลังจากนั้นไมนานคนขับรถของวัดสามารถแงมประตูออกมาไดนิดหนอย นํารางของเด็กนอยอายุไมเกิน 4 ขวบที่กําลังมึนงงอยูออกมา
ได หลวงพี่แจครีบเขาไปอุมรับเด็กคนนั้นทันที ทั้งที่ผมยังชะงักอยูเล็กนอยเพราะกําลังลังเลไมแนใจวาเปนเด็กผูหญิงหรือเด็กผูชาย
“หลวงพี่จะไมชวยเหรอ ตอนนี้ไมมีใครแลวนะนอกจากพระ” หลวงพี่แจคพูดเชนนั้นก็เรียกสติผมกลับคืนมา ควักทิชชูที่รอยวัน
พันปก็ไมเคยพกมาในอังสะ มาใหพระอาจารยเอกซับเลือดที่นิ้วเทาของเด็กคนนั้น พรอมทั้งสงยาดมที่พกติดตัวมาประจําใหเขาไป
ไมกี่อึดใจเริ่มมีรถชาวบานผานมาประสบเหตุบางและเขามาใหความชวยเหลือมากขึ้นเรื่อยๆ กลุมพระจึงทําหนาที่เปนเพียงผู
แนะนําอยูหางๆ เครื่องมืออุปกรณจากรถคันตางๆ มีมากมายไมวาจะเปนแมแรงหรือแทงเหล็กเพื่อชวยงัดประตูใหไดกวางขึ้น แลวราง
ของคนเจ็บก็ทยอยลําเลียงออกมา
ยิ่งกวาปาฏิหาริย เพราะคนแลวคนเลาที่ออกมาจากรถนับรวมได 6 คนไมมีเลือดตกยางออกอยางที่พวกเราไดคาดคิดไวกอนที่
จะเขาไปชวยเหลือ ทุกคนมีอาการฟกช้ําดําเขียวและมึนงงกับเหตุการณที่เกิดขึ้น ที่หนักที่สุดเห็นจะมีผูหญิงคนหนึ่งมีอาการเจ็บหลัง
และภรรยาของคนขับที่นั่งดานหนาคงจะไดรับบาดเจ็บที่ขา เขาใจวาขาจะหักจากแรงกระแทกกับแผงควบคุมดานหนารถ และในไมชา
รถตํารวจก็ลําเลียงคนเจ็บไปสงโรงพยาบาลทันทวงที
จากนั้นทานเจาคุณ พระอาจารยเอก พลวงพี่แจคและนองเณรขึ้นรถตูเดินทางตอไป แตก็ยังคงวิพากษวิจารณถึงเหตุการณที่เกิด
ขึ้นวา โยมคันนั้นโชคดีมาก เพราะในสถานการณเชนนั้นหากเขาขับรถมาคันเดียวแลวตกอยูในทองรองก็ยากที่ใครจะมองเห็นได แตผา
เหลืองที่ยืนเรียงรายอยูริมถนนเปนจุดเดนใหคนขับรถคันอื่นๆ ตองสะดุด เพราะชาวเหนือเราพรอมที่จะชวยเหลือกันอยูแลว ยิ่งเห็นวา
พระกําลังไดรับความลําบากจะตองรีบมาชวยเหลือทันที
เมื่อมีโยมชวยเหลือมากๆ เขา พระก็ไมตองหวงอะไรอีก ปลอยใหเปนหนาที่ของโยมและตํารวจไปจะดีที่สุด ผมก็นึกภาพไม
ออกเหมือนกันวาถายังไมมีใครมาชวยแลวพวกเราพระสงฆจะชวยเหลือสีกาทั้งคันรถนั้นไดอยางไร
มีเรื่องตลกรายที่ขําไมออกตามมาจากเหตุการณวันนั้นวา ในสภาพที่เฉียดตายของโยมในรถคันนั้น ทันทีที่มองออกมาเพื่อขอ
ความชวยเหลือ เห็นแตพระสงฆ 5 รูปพรอมนองเณรอีก 2 รูป เปน 7 รูปพอดีกําลังยืนรายลอมอยู จะรูสึกวาตัวเองไดตายไปแลวพรอมที่
จะสวดอภิธรรมกันเลยกระมัง เรื่องนี้ที่ผมไดประสบเหตุการณมากับตัวนั้น ทําใหผมเขาใจในความไมประมาทที่เปนคําสั่งสอนสุดทาย
ของพระพุทธเจาอยางแจมแจง
“หลวงพี่แจคครับ ผมมีมรณานุสติแลวละ…”
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 31: เดินจงกรม
นับจากวันที่ผมประสบเหตุการณคาบเสนระหวางความเปนความตายของคนเราไปแลวนั้น การสวดมนตรอบดึกกับหลวง
พี่แจคก็สัมฤทธิ์ผลมากขึ้น ผมยิ่งเรงความเพียรและพิจารณามรณานุสติ ซึ่งเปนหนึ่งในกรรมฐาน 40 กอง การเจริญมรณานุสตินี้ก็
เพื่อพิจารณาวาที่สุดแลวมนุษยก็มีความตายรออยูเบื้องหนาทั้งสิ้น จงดํารงตนอยูดวยความไมประมาทเถิด
สิ่งนี้เองยิ่งทําใหผมรูสึกวา นอกจากการทําบุญทําทาน รักษาศีลอยางเครงครัดในขณะที่ครองเพศสมณะอยูนี้ ยังมีสิ่งใด
อีกบางที่บรรพชิตพึงประพฤติ เพื่อสั่งสมบุญบารมีใหเขาใกลพระนิพพานมากขึ้น ตัดภพตัดชาติไดเร็วขึ้น การเกิดเปนทุกขแทหนอ
ทําอยางไรจะหลีกนี้ไดพน
พอแมครูบาอาจารยหลายทานมีแนวปฏิบัติหนึ่งที่สั่งสอนถายทอดกันมานาน พระอาจารยหลายรูปในประเทศไทยก็กลาวถึง
การเจริญสมาธิภาวนาแบบหนึ่งวาชวยสรางความสงบรํางับในใจไดดีขึ้น ทานเจาคุณทานก็แอบมามองดูพวกเราพระใหมและหลวงพี่
แจคสวดมนตดึกและทําสมาธิเองอยูบอยๆ ทานคงเห็นสมควรแกเวลาจึงไดมอบหมายใหหลวงพี่แจคสอน ‘การเดินจงกรม’ ตามแบบ
ที่พอแมครูบาอาจารยสอนกันมา ตามแบบฉบับของหลวงตามหาบัวศิษยกนกุฏิของหลวงปูมั่น ภูริทัตโต ที่พระวัดปาใหความเคารพ
บูชาสูงสุด

44
‘การเดินจงกรม’ นิยมเดินยางอยางกับการเดินไปธุระธรรมดา ระหวางเดินจะมีการบริกรรมพุทโธหรือพิจารณาเกี่ยวกับสัง

ขารรางกาย เพื่อใหเกิดความสงบ สมาธิและปญญาจะตามมา บางครั้งเปนการเดินจงกรมแกงวงหลังจากการฉันหรือนั่งสมาธินานๆ
หลวงพี่แจคจึงแนะนําลําดับของการสวดมนตดึกเสียใหม เริ่มจากการสวดมนตประมาณ 45 นาที เดินจงกรม 45 นาทีและนั่งสมาธิ
ภาวนาอีก 45 นาทีหรือจนกวาที่พระใหมแตละรูปจะพอใจ
ทุกคืนจะเริ่มสวดมนตดึกประมาณสามทุมสิบหนานาที เลิกก็เกือบๆ จะเที่ยงคืนทุกวัน เรื่องนี้พระอาจารยเอกทานเห็นดวย
วาพระใหมสมควรจะไดรับการฝกตนดานนี้แลว ทานยังสอบถามพระใหมทุกวันถึงผลของการปฏิบัติและยังไดแนะนําการเอาชนะ
อุปสรรคตางๆ ในแบบที่ทานเคยประสบมาดวยตัวเอง
หลักสําคัญประการหนึ่งคือ ใหเนนวาธรรมะทั้งหลายอยูภายในกายของเราเองในการภาวนาใหสงจิตเขาภายในกาย ศึกษา
ภายในกาย ไมใหสงผานออกมาภายนอก เพราะวาจิตที่แสสายนอกจากจะไมเกิดประโยขนแลวยังทําใหเกิดการลองลอยของจิตดวย
เมื่อจิตรวมได สมาธิจะมา ปญญาก็จะเกิด

ทุกคืนหลังสวดมนตดึกเสร็จ ผมจะหยิบเทียนไขติดตัวไปสองเลมจุดที่ดานหัวและทายของทางจงกรมที่เปนอิฐบลอกรูปตัว
หนอนขางๆ โบสถ ที่ปลายทางจงกรมนั้นผมยืนสงบนิ่งประนมมือสวดมนตระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณและพระสังฆคุณบท
สั้นๆ อธิษฐานจิตแรงกลาถึงความมุงมั่นที่จะสํารวมจิตภาวนาในวันนี้เพื่อใหเปนบุญเปนกุศล จากนั้นลดมือลงประสานพักไวที่บริเวณ
ทอง กมมองต่ําหางจากปลายเทาสักหนึ่งถึงสองเมตร กําหนดลมหายใจเขาออกอยางชาๆ พรอมทั้งบริกรรมพุทโธ กาวเทาออกไป
ขางหนาอยางไมรีบรอนและไมชาเกินไปจนทรงตัวไมได ควบคุมจังหวะการกาว ยก ยาง เหยียบใหคงที่จนเปนอัตโนมัติ แลวสุดทาย
ใหมีจิตจดจออยูที่ลมหายใจเขาออกที่บริกรรมพุทโธอยูนั้น เดินไปและกลับในทางจงกรมอยูเชนนั้น ควบคุมจิตไมใหแสสายหรือสน
ใจสิ่งรบกวนภายนอกไมสนใจกาลเวลาจนกวาจะไดยินเสียงระฆังบอกเวลาของหลวงพี่แจค จากนั้นจึงนั่งสมาธิภาวนาตอ จิตจะสงบ
ไดเร็วขึ้น
ฝกตนอยูอยางนี้ทุกคืน สมาธิละเอียดขึ้นเปนลําดับ จิตที่เคยชอบเพงโทษคนอื่นก็ลดลง ความโกรธโมโหรําคาญในใจก็
เกิดชาลง เพราะสามารถกําหนดรูดูใจตัวเองไดแลววา นี่เปนอารมณ นี่คือใจของเราที่เปนทุกขเอง รูเทาทันอารมณของตัวเองอยู
ตลอดเวลา.
ติดตามตอนตอไป.

45

จากใจ...ฐานวิชโช
ความคิดที่จะเขียนเรื่องเลาฯ นี้มีมาตั้งแตขณะที่กําลังบวชอยู แตตอนนั้นรูสึกวาเรากําลังครองเพศบรรพชิตก็ไมควรจะประ
พฤติตัวเยี่ยงคฤหัสถ จะเขียนหนังสือเปนไดอารี่เก็บไวทุกคืนๆ ขณะที่อยูในกุฎินั้นก็จะดูกุกกิ๊กเกินไปสักหนอย
จนเวลาลวงเลยมาปานนี้ พนกระแสสมณะเพศมาแลวก็คิดแตเพียงวา จะทําอยางไรดีที่จะถายถอดความรูสึกและเรื่องราว
ตางๆ ที่ถือเปนประสบการณที่ดีที่สุดในชีวิตนี้ใหกับคนอื่นๆ ไดรับทราบกัน ก็กลับไปที่จุดเดิมวา ตองเขียนเลา...เรื่องเลาฯ จึงเกิดขึ้น
จวบจนวันนี้ เลยสามสิบตอนมาแลว สองรอยกวาขอความคิดเห็น หมื่นกวาผูชมที่รวมอนุโมทนา บอกไดคําเดียววาไมเคย
คาดคิดวาจะมาไกลถึงเพียงนี้และปลาบปลื้มใจเปนที่สุดครับ.
ขอขอบคุณเจาของเวปไซตลานธรรมเสวนาและผูดูแลระบบทุกทาน ที่รวมดวยชวยใหมีพื้นที่จุดหนึ่งบนโลกไซเบอรสํา
หรับงานเขียนเล็กๆ นอยๆ งานแรกของผมชิ้นนี้ เผยแผใหกับทุกๆ คนที่ไดผานเขามาดวยใจที่เปยมไปดวยปติแหงกระแสธรรมะ ได
เบิกบาน ขอบคุณผูอานทุกทาน ทุกความคิดเห็นที่ผานเขามาครับ ผมเก็บไวทุกขอความและหวังเปนอยางยิ่งวาจะติดตาม เรื่องเลาฯ
ตลอดไป.
ชวงหลังๆ เลาเรื่องชาเพราะเรียนหนักเหลือเกินครับ แบงเวลามาเขียนไดไมมาก แตเมื่อไดเห็นวายังมีผูสงขอความมาให
กําลังใจอยูเนืองๆ ก็เปนเหมือนน้ําทิพยชโลมใจใหผมมีกําลังจะเลาทุกๆ อยางที่ผมไดสัมผัส ใหทุกทานไดรับทราบ จนถึงบทสุดทาย
ครับ.
ขอบพระคุณทุกๆ ทานจากใจจริงครับ
ขอใหเจริญในธรรมครับ.
ฐานวิชโช...ผูเลาเรื่อง

ตอนที่ 32: ฟลุค ไมฟลุค 1
ทุกค่ําคืน หลวงพี่แจคจะนําพระใหมสวดมนตดึก ยิ่งตอนหลังไดเปลี่ยนสถานที่เปนการสวดมนตในอุโบสถเพราะหนีพายุใน
ฤดูฝนเชนนั้นแลว การสวดมนตก็ดูเปนพิธีที่สําคัญ มีที่ทางสะดวกสบายและมีแสงสวางเพียงพอไมตองลุนวาเทียนจะดับหรือแสงจะริบหรี่
ลงเพียงใดเลย การเรงความเพียรของพระใหมก็ตอเนื่องและไดผลมากขึ้นตามลําดับทุกคน
นอกจากผม เกงเล็กและเกงใหญที่ตอนนี้ถือเปนพระรุนพี่แลว ฟลุค เปก ปอและบอย ก็ถือเปนกลุมพระบวชใหมที่เปนกําลัง
สําคัญของการสวดมนตดึก ถาไมนับแรงผลักดันที่เกิดจากคําแนะนําของทานเจาคุณใหพระที่บวชใหมนับจากรุนผมสวดมนตดึกที่อุโบสถ
ทุกคืนแลว ผมก็คิดวาพระใหมเหลานี้มีความตั้งใจดี อยางนอยก็มีความอดทนตอสิ่งที่ทําไดยาก เมื่อทําแลวก็ถือเปนบุญเปนกุศลอยาง
หนึ่งตลอดระยะเวลาที่ไดบวชเปนบรรพชิตอยูนี้ พวกเขายังตองเรียนรูอีกมาก
นับแตพระรุนใหมบวชเขามา พระอาจารยเอกและพระอาจารยเชาวนก็ตองอบรมสั่งสอนพระใหมอีกครั้ง เปนวงจรวนเวียนอยู
เชนนี้มาชานาน ลูกศิษยก็ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนออกไปจากวัดนี้ก็หลายรอยคนแลว เชน ฟลุค เปนตัวอยางของผูที่บวชจากวัดนี้ไปแลว
ใหความเคารพศรัทธา ติดตอและทะนุบํารุงวัดเสมอมา
ตอไปนี้เปนเรื่องของฟลุค ลูกศิษยวัดคนหนึ่งที่ผมภูมิใจ
ฟลุค เปนลูกชายคนเดียวของครอบครัวใหญจากนครปฐม มีฐานะร่ํารวยจากการทําสวนผัก มีพอคามารับซื้อถึงที่สวนและใน
บางครั้งก็มีรายไดจากการใหเชาที่สวนปลูกผัก ปนี้ฟลุคจบปริญญาแลวพอแมจึงตั้งใจอยากใหบวชเรียนในชวงที่รอพิธีพระราชทานปริญ
ญาบัตรและยังไมไดเริ่มทํางาน
ครอบครัวของฟลุคเดินทางขึ้นลงเชียงใหมบอยๆ ไดยินวาที่วัดของเรารับพระบวชใหมอยูเนืองๆ จึงไดเขานมัสการพระอาจารย
เอก นัดแนะวันบวชใหกับลูกชาย เปนวันหลังวันวิสาขบูชาหนึ่งวัน ขณะนั้นผมเพิ่งบวชไดเพียงยี่สิบกวาวันเทานั้นเอง

46

ฟลุค เลาวา เมื่อถึงกําหนดที่จะตองมาเปนนาคอยูที่วัดกอนวันบวชจริง เขาโดยสารรถทัวรมาคนเดียวถึงจังหวัดเชียงใหมตั้งแต
ฟายังไมแจง ลงที่สถานีขนสงอาเขตแลวก็ไมรูวาจะเดินทางไปวัดอยางไร จึงมีรถแดงรับจางใจดีอาสาพาไปสงใหถึงทารถไปอําเภอแม
ริม – แมแตง โดนฟนคารถไปสองรอย (คนในพื้นที่จายเพียงสามสิบบาท) จากนั้นฟลุคก็ตอรถเขาอําเภอ ถามไถชาวบานถึงไดรูวาตอง
ลงกลางทางแลวเดินแยกจากถนนใหญเขาไปอีกประมาณหารอยเมตร ถึงวัดฟลุคก็เปนอันสลบ
ทานเจาคุณถามไถไดความวาฟลุคเดินทางมาไกล มาบวชคนเดียวไมมีญาติโยมที่ไหนมาดูแลจัดแจงเรือ่ งตางๆให ทานจึงให
ความเอ็นดูกําหนดใหฟลุคอยูกุฏิ 1 เรือนรับรองพระผูใหญหลังเกา มีระเบียงกวาง เครือ่ งเรือนไมจริง มีเครื่องปรับอากาศโบราณๆ และที่
สําคัญมีน้ําอุนอยูในหองน้ําในตัวดวย กุฎิ 1 นี้อยูใกลกับกุฏิทานเจาคุณที่สุด ตองพบกับทานตลอดเวลาทั้งเชา สาย บายและเย็นไมวาฟลุค
จะคิดวาโชคดีหรือโชครายที่ไดอยูกุฏิดีแตใกลทานเจาคุณ ก็คงมีคนแอบเคืองนิดๆ วาไดรับความสะดวกสบายกวาเขาเพื่อน
ฟลุคมาถึงวัดวันแรกก็ไมสบายอยางหนัก จนเพื่อนๆ และพระอาจารยเอกตองเปนหวง ฟลุคไมรูจะคุยกับใครหรือขอความชวย
เหลือจากใครในที่ตางถิ่นแบบนี้ มีแตโทรศัพทมือถือที่สามารถติดตอกับคนรูจักที่บานได ฟลุคเลาใหผมฟงภายหลังวาใจจริงเขาอยากจะ
บวชวัดใกลบาน แตทางบานโดยเฉพาะคุณพอใหความเคารพเลื่อมใสในปฏิปทาของวัดปาทางภาคเหนือ และดวยอีกเหตุผลหนึ่งวาจะได
ประกอบพิธีบวชไมยุงยากใหญโต ไมเสียคาใชจายมากเพราะไมตองรับรองแขกเหรื่อมากมาย เขาตามใจพอจึงตองมาโดดเดี่ยวแบบนี้.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 33: ฟลุค ไมฟลุค 2
ในสายตาพระอาจารยเอกและพระใหมอยางผมแลว ฟลุคไมใชเด็กที่เกเรกาวราว แตคงมีปญหาสักหนอยในเรื่องการปรับตัว
กับถิ่นที่อยูใหมและสังคมแบบชาวพุทธที่ตลอดทั้งชีวิตยี่สิบสามปนี้หางเหินมาโดยตลอด
ทุกคนจึงใหความสนใจเอ็นดูฟลุคเปนพิเศษ อยางเชน เรื่องรองเทาฟองน้ําพระราชทานจากทานเจาคุณนั้นก็ขจรขจายไปไกล
นัยวาเมื่อฟลุคบวชเปนพระแลวไมมีรองเทาแตะใส คูที่ติดตัวมาจากบานนั้นเปนสีแดงสดใสไมเหมาะกับสมณะ ทานเจาคุณจึงใหรองเทา
แตะปบปาสีน้ําตาลเขมมาใส ฟลุคชอบใจมากบอกวาเปนรองเทาแตะดีมีแบรนดกําลังฮิตในหมูวัยรุน ตอนหลังรองเทาคูนี้ก็ถูกเวียนใช
ไปเรื่อยหลังจากที่ฟลุคลาสิกขาไปแลว ผมเองก็เคยลองใส แตรูสึกวาจะดูดีมีชาติตระกูลเกินไป ฟองน้ําดาวเทียมเทานั้นที่เหมาะกับผม
ปญหายิ่งใหญสําหรับหลวงพี่ฟลุคคือ อาหารการกิน เพราะเปนคนที่ฉันอะไรไดนอยมาก จัดวาเปนคนที่ ‘เลือกกิน’ ประเภท
หนึ่ง เพราะฉะนั้นภัตตาหารบิณฑบาตที่รับมาเมื่อถึงหอฉันจะถูกเทออกจากบาตรเสียหมด เพื่อคนหาแตเพียงหมูปงสักไม ไกทอดหรือ
ไสกรอกสักชิ้น นม ขนมปงและกับขาวบางอยางที่ไมใชผักเทานั้นที่ฟลุคฉันได
เรื่องนี้ยังความเดือดรอนแกพระรุน ราวคราวเดียวกันตองแบงอาหารที่คิดวาหลวงพี่ฟลุคฉันไดใหเปนกองพะเนิน หรือแมแตเรื่อง
การออกไปบิณฑบาตแลวตองเจ็บเทา ครั้งหนึ่งโดนเศษกรวดปกเทาจนเปนแผลอักเสบก็ไมไดดูแลรักษาตัวเองจนแทบจะเดินไมไหว

47
เรื่องที่ใครๆ ก็จะทราบคือหลวงพี่ฟลุคเสพยติด ‘น้ําอัดลมน้ําดํา’ มากเปนที่สุด ไมวาฟาถลมดินทลายอยางไรขอใหมีน้ําอัดลม
ชนิดนี้ใหหลวงพี่ไดดื่มแกกระหาย โดยปรกติแลวพระที่วัดจะหลีกเลี่ยงปานะประเภทนี้ ถึงแมวาจะเขาขายน้ําหวานแตวาประกอบไป
ดวยกรดที่ทําลายกระเพาะอาหารมาก โดยเฉพาะพระที่ไมไดฉันเพลหรือขาวเย็นดวยแลว ไมสมควรดื่มน้ําอัดลมอยางยิ่ง แตฟลุคไม
ยอมจะตองยองมาโรงน้ํารอนเพื่อสิ่งนี้ใหได
หลังๆ ความทราบถึงโยมบางกลุมวาพระชอบฉันน้ําอัดลมจึงซื้อมาถวายยกใหญ ฟลุคก็ไดแตยิ้มแกมปริ
และแลวฟลุค ก็คน พบคนคอเดียวกันในวัด หลวงพี่แบงค เปนพระที่เพิ่งบวชไดไมเต็มพรรษาดี กอนหนานี้เคยไปฝกปฏิบัติอยูที่
วัดสาขาของวัดเรา ชวงนี้กลับมาเพื่อรอฤกษลาสิกขา เปนนิสิตจากรั้วสถาบันเดียวกัน คณะเดียวกันกับฟลุค ฟลุคไมรอชารีบเขาหาประ
หนึ่งวาพบเพื่อนสนิทหรือคนบานเดียวกันอยางไรอยางนั้น ทุกชวงที่มีเวลาวาง ผมจะพบฟลุคนั่งคุยกับหลวงพี่แบงคในเรื่องความหลัง
ครั้งยังเยาว เรื่องสรรพเพเหระทางโลกบาง หรือตางฝายตางก็เลาประสบการณในชีวิตที่ผานมาใหกันและกันฟง
ชวงแรกของการมาบวชของฟลุคอาจดูเปนเรื่องสนุก ขําๆ เพราะคิดแตเพียงวา 7 วันเทานั้นก็จะกลับบานแลว แตเรื่องนี้พระ
อาจารยเอกไมอนุญาต เพราะทานจะรับบวชเฉพาะคนที่ตั้งใจบวชตั้งแต 15 วันขึ้นไปเทานั้น
ฟลุคเหงาจับจิตเมื่อหลวงพี่แบงคลาสิกขาออกไป มีปฏิทินในหองที่กุฏิก็ขีดฆานับวันรอเลยทีเดียว การเรียนการสอนที่พระ
อาจารยแตละทานจับพระใหมไปอบรมนั้น ฟลุคก็รับฟงเทาที่จําเปนตองปฏิบัติใชใหถูกตองก็เทานั้น เรียกไดวาเรื่องธรรมะอื่นๆ ไมได
เขาหัวเลย ถามพระพุทธประวัติก็คงจะตอบไมไดเปนแนแท
ความประพฤติของฟลุคอยูในสายตาของผมตลอด ดวยความที่เปนหวงและตองการใหฟลุคไดดีมากกวาที่เปนอยู บทบาทพระ
พี่เลี้ยงของผมก็เริม่ ขึ้นอยางลับๆ ควบคุมกิริยามารยาทและหยิบยื่นเรื่องราวธรรมะ หนังสือหลักธรรมใหฟลุคไดอานอยูเนืองๆ ประกอบ
กับใหหลวงพี่แจคเนนการสวดมนตดึกและการทําสมาธิภาวนากับพระรุนใหมมากขึ้น หวังที่จะใหฟลุคเปนพระแท เปนพระจริงที่ยังบุญ
กุศลใหแกตัวเองก็เพียงเทานั้น.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 34: ฟลุค ไมฟลุค 3
โชคดีเหลือเกินที่หลวงพี่แจคกับฟลุคนั้นมีจริตถูกกัน ฟลุคจึงถูกชักชวนเขามาทางธรรมไดโดยงาย เริ่มจากการไปสวดมนตดึก
กับหลวงพี่แจคทุกคืนไมเคยขาด ผมเองก็ขนาบขางไปดวยชวยเปดหนังสือสวดมนตใหกับพระรุนใหมคนอื่นๆ จะไดสวดทันกัน เวลา
หลวงพี่แจคสวดมนตหรือนํานั่งสมาธิภาวนาดูเหมือนวาพระรุนใหมจะเชื่อฟงและปฏิบัติตามอยางดี เปนผูนําทางดานจิตใจใหแกพระรุน
ใหมได
ในขณะที่พระอาจารยเอกนั้นทานจะเปนผูนําทางดานขอวัตรและความประพฤติของสงฆ บางครั้งทานทําตาดุๆ วากลาวฟลุคก็
หลายครั้งจนฟลุคหงอไปเลย ทุกครั้งที่ฟลุคโดนพระอาจารยเอกวามาจะเดินมาหาผมทําทาเศราๆ บอกวา “ผมทําผิดอีกแลวๆ” ผมก็จะชี้
แจงในรายละเอียดวิธีที่ถูกตองใหกับเขา ใหประพฤติปฏิบัติตัวเสียใหม
เพราะเหตุนี้ฟลุคจึงไมคอยกลาแวะเวียนไปที่กุฏิพระอาจารยเอกเทาใดนัก ติดตรงที่วาโรงน้ํารอนที่มีน้ําอัดลมตั้งอยูใตกุฏิทาน
เทานั้นเอง จึงตองทําใจดีสูเสือยางกรายเขาไปฉันปานะแลวรีบเผนออกมา
นับเปนเรื่องดีที่หลวงพี่ฟลุคยังคงติดตอกับโลกภายนอกผานทางโทรศัพทมือถือ เมื่อฟลุคเลาถึงสิ่งที่ไดทําขณะบวชใหทางบาน
หรือเพื่อนๆ ที่เคยบวชที่วัดอื่นๆ ฟง ทุกคนก็ประหลาดใจในปฏิปทาของวัดนี้ที่ไมเคยเห็นที่ไหนเครงครัดเทา ทุกคนตางอนุโมทนาบุญ
การบวชผานมาทางสายโทรศัพท ทําใหหลวงพี่ฟลุคงงๆ วาบัดนี้เขากําลังทําอะไรอยู ฟลุคบอกผมกอนที่จะถึงกําหนดสึกวา
“อาจจะกําลังพลาดสิ่งดีๆ ในชีวิตไป ทั้งที่อยูใกลแคเอื้อม” ฟลุคกําลังปรับปรุงตัวใหม พรอมที่จะศึกษาธรรมะอยางจริงจังใน
ชวงเวลาที่เหลือนอยเต็มที พรอมๆ กับการทาทายครั้งยิ่งใหญจากพระอาจารยเอกก็เริ่มขึ้น
“คุณไมมีทางบวชที่วัดนี้ไดนานถึงเดือนหรอก…ฟลุค เดี๋ยวคุณก็กลับไปมีชีวิตสบายๆ เหมือนคนอื่นๆ เขาแลว ทิ้งผาเหลืองไว
ที่นี้แลวเดินหันหลังกลับออกไปเหมือนที่คุณเดินเขาวัดมาเถอะ” พระอาจารยเอกทราบดีวาฟลุคยังมีเวลาอีกมากกอนที่จะเขาพิธีรับปริญญา

48
ถาฟลุคจะกลาหาญเพียงพอที่จะรับคําทา พระอาจารยก็พรอมที่จะถายทอดสิ่งดีๆ ใหกับฟลุคอยางแนนอน พระรุนใหมที่บวชพรอมกัน
กับฟลุคนั้นไมมีใครตั้งเปาหมายไวต่ํากวาหนึ่งเดือนเลย ทุกคนตางเกลี้ยกลอมใหฟลุคอยูตอ
และดวยความที่เปนคนไมยอมใคร เขาจึงรับคําทานี้และเปนจุดเริ่มตนแหงบุญกุศลของเขาที่ทําไดดวยตัวของเขาเอง
อานิสงสแหงการเดินจงกรมและนั่งสมาธินั้นแรงกลายิ่งกวาหลักธรรมที่ประทับเปนตัวอักษร ดวยความที่ฟลุคไมชอบอานหนัง
สือ แตเนนการถามไถพระอาจารยและฝกปฏิบัติดวยตัวเองเปนหลัก ทําใหเขากําหนดรูมองดูใจของตัวเองมากขึ้น พิจารณาเหตุการณตางๆ
ที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเขาตั้งแตเด็กนอยจนถึงตอนนี้มองไมเห็นสิ่งใดเปนสาระ ทําตัวเปนเด็กเกเรทั้งที่จริงแลวเนื้อแทก็เปนคนดี บาง ครั้งทํา
ใหพอและแมเปนหวง จึงคงเปนสาเหตุหนึ่งที่ทําใหถูกสงมาอยูไกลปนเที่ยงคนเดียวลําพังแบบนี้ แมขณะที่กําลังบวชเปนพระก็ดูเหมือน
จะสรางปญหาใหกับคนอื่นๆ ทั่วไป บัดนี้ถึงเวลาแลวที่ฟลุคจะลด ละ เลิกและเรงความเพียรใหมากขึ้น
เริ่มจากการไมบนเมื่อกลับจากบิณฑบาต สํารวมกิริยา ฉันมื้อเดียวหลังบิณฑบาต ไมขอรับการแบงปนอาหารจากพระรูปอื่น ตั้ง
ใจทําวัตรสวดมนตเชาและเย็นไมไดขาด ตอยอดสวดมนตดึกและภาวนาถึงเที่ยงคืนทุกวัน บางเรื่องที่หวนคิดแลวละอายแกใจก็ปรับ ปรุง
ตัว เชน ไปฉันปานะที่โรงน้ํารอนทุกวันไมเคยทําความสะอาดเลย ก็จัดแจงเปนธุระตั้งแตลางกระติกน้ําแข็งไปจนถึงปดกวาดเช็ดถู จนถือ
ไดวาหลวงพี่ฟลุคเปนผูนําการทําความสะอาดโรงน้ํารอนนับแตนั้น โดยที่พระอาจารยเอกไมตองเหนื่อยเหมือนเดิมอีกตอไป ยังความ
สบายใจแกพระอาจารยและเพื่อนสหธรรมมิกรวมรุนไปตามๆ กัน
หลวงพี่ฟลุคเปลี่ยนไปแลวครับ จากเด็กที่เคยสุขสบายมีคนดูแลและมีเงินใชสอยบันดาลสิ่งตางๆ ไดไมขาดมือ บัดนี้เงินหรือ
คนอื่นก็ชวยฟลุคไมได เขาทําดวยตัวของเขาเอง กุศลเกิดขึ้นกับตัวเขาเองแลว ผมเชื่อเหลือเกินวา ระยะเวลาที่เหลือในการครองเพศ
บรรพชิตของฟลุคจะไมใชการหายใจทิ้ง แตมีเรื่องหนึ่งที่ฟลุคยังไมยอมเปลี่ยน...
"ขอเปบซี่ผมสักแกวนะ...หลวงพี่"
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 35: โรงน้ํารอน – โรงธรรม
ที่โรงน้ํารอนใตกุฏิพระอาจารยเอกนั้น เปนแหลงรวมตัวของพระใหมในทุกยุคทุกสมัย เมื่อถึงเวลาบายคลอยหลังจากการทํา
ความสะอาดวัดรอบบายเสร็จสิ้นลง พระใหมจะมาพักเหนื่อยที่นี่ และอีกครั้งชวงเวลาหลังจากสวดมนตทําวัตรเย็นที่วิหารเสร็จ ก็จะมา
ฉันปานะอีกหนึ่งครั้งเพื่อเตรียมตัวไปสวดมนตรอบดึกตอกับหลวงพี่แจคและเขาจําวัด โดยที่ไมบนหิวหรือปวดทองจนจําวัดกันไมได
โรงน้ํารอนนั้นปูกระเบื้องเซรามิกเรียบงาย มีรั้วไมกั้นโดยรอบ ยกพื้นที่สูงครึ่งหนึ่งเปนสวนที่นั่งของพระ มีกาน้ํารอน กระติก
น้ําแข็งและเครื่องดื่มปานะสําหรับพระวางจัดอยู สามเณรหรือโยมหามจับตองเด็ดขาด เพราะจะถือวาของฉันนั้นขาดประเคน พระที่ไม
ทราบฉันเขาไปจะเปนอาบัติได
สวนพื้นที่อีกครึ่งหนึ่งต่ํากวาที่นั่งของพระก็จะเปนสวนของเณรและโยม มีอุปกรณและสิ่งตางๆ เหมือนกับของพระ และแน
นอนวาพระก็ไมสามารถไปหยิบจับสิ่งของเหลานัน้ ได เพราะยังไมไดรับประเคน หากจับตองหรือหยิบมาฉันก็จะอาบัติอีก เพราะฉะนั้น
พระเณรในวัดจะตองมีสติเตือนตนเองตลอดวา ตรงไหนนั่งได ของชิ้นไหนหยิบจับได ไมเชนนั้นแลวพระอาจารยเอกตวาดใหก็ตัวใคร
ตัวมันละครับ
เมื่อพระใหมมารวมตัวกันก็จะเกิดเรื่องดีๆ ขึ้นมากมาย อันดับแรกคือการเลาเรื่องประสบการณการบวชในแตละวัน เรื่องการ
ออกไปบิณฑบาตพบเจอสิ่งใดแปลกๆ ใหมๆ เรื่องการนั่งสมาธิหรือเดินจงกรมเมื่อคืนเปนอยางไร หรือแมแตทางโลกบางเรื่องที่ไดยิน
ไดรับรูมาจากญาติโยมที่มาเยี่ยมก็เลาสูกันฟง
แตเมื่อใดที่พระอาจารยเอกทานลงจากกุฏิมานั่งเปนองคประธานในโรงน้ํารอนแลว หัวขอสนทนาจะเปลี่ยนไปทันที
คําถามแบบพระใหมจะพรั่งพรูออกมาอยางไมขาดสาย มีตั้งแตเรื่องเล็กนอย เชนการทําบุญ ทําบาป ความเชื่อตางๆ ที่กําลังเปน
ขาวอยูในกระแสสังคม หรือแมกระทั่งหลักธรรมบางขอที่ไมเขาใจ แตทุกครั้งพระอาจารยเอกทานจะยกขอความในพระสูตรมาตอบปญหา
ของพวกเราไดจนหมดสิ้น หรือแมแตคําสั่งสอนของพอแมครูบาอาจารยก็หยิบยกนํามาตอบคําถามได เพราะพระอาจารยเอกทานเปนนัก

49
อานตัวยงมีหนังสือมากมายหลากหลาย โดยเฉพาะประวัติพระอาจารยรูปตางๆ ทานจําไดมาก และพระใหมก็ชอบที่จะฟงปฏิปทาของ
พระอาจารยมั่นและลูกศิษยเวลาธุดงคออกไปในที่ตางๆ
เพราะวาวัดของเราถึงแมจะชื่อวาเปนวัดปา แตก็ตั้งอยูใกลเมือง เรื่องบางเรื่องยังไมเคยประสบพบเจอมากอนจึงเกิดความอยากรู
อยากเห็น จนพระอาจารยเอกทานรับปากวาจะพาพวกเราพระใหมไปทัศนศึกษานอกสถานที่บางไปตามวัดปาสาขาตางๆ ที่ทานเคยรูจัก
ไปดูชีวิตความเปนอยูของพระปาสายวิปสนาธุระ และถือเปนการเดินทางตามรอยครูบาอาจารยดวย
ผมและฟลุคเองก็ไดรับความรูจากการสนทนาธรรมงายๆ จากพระอาจารยเอกหลายครั้ง เมื่อไดทราบถึงวิธีการเรงความเพียร
ของครูบาอาจารยแตละทานแลว ก็เหมือนเปนการเติมเชื้อไฟใหพวกเราตองพยายามมากขึ้น
สุดทายแลวพระอาจารยเอกยังคงยืนยันใหผมอยูกับใจของตัวเองมากขึ้น สํารวมการรับรูทั้งหา ควบคุมแตจิตใจของเราใหสงบ
นิ่งอยูเปนอารมณเดียวเทานั้นเปนเพียงพอ เมื่อไดใจที่สงบนิ่งแลวพิจารณาสิ่งใดก็จะรูแจงทะลุปรุโปรง ความสะอาด สวางและสงบจะ
เกิดขึ้นเปนปติแกตัวของเราเอง
สามทุมสิบหาแลว หมดเวลาสําหรับการสนทนาธรรมยามค่ําคืน แสดงเทียนสีเหลืองทองเรืองรองสดใสลอดผานตาขายบางๆ
ของโคมธุดงคทแี่ ขวนใหแสงสวางกลางวงสนทนาดับลงแลว เปนสัญญาณบอกเวลาแหงการเรงความเพียร ที่นับจากนี้ใครก็ชวยเราไมได
นอกจากตัวของเราเอง ไดกุศลแกตัวเองเทานั้น.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 36: การเดินทางของพระใหม
ใกลจะถึงกําหนดสึกของหลวงพี่เกงเล็กและหลวงพี่เกงใหญ เพื่อนสหธรรมิกบวชรุนเดียวกันกับผมแลว ถือวาเปนธรรมเนียม
ที่พระอาจารยเอกจะตองพาพระใหมไปทัศนศึกษานอกวัด จึงจะถือวาจบหลักสูตรอยางสมบูรณพรอม
ครั้งนี้พระอาจารยเอกจะพาไปเยี่ยมเยียนนมัสการพระผูใหญตามวัดปาสาขาตางๆ ที่พระอาจารยเอกไดเคยรูจักครั้งออกเดินธุดงค
ในพรรษาตนๆไปดูวิถีชีวิตของพระปาที่อยูในปาแทๆ วาสันโดษเพียงใด แตละวัดแตละสํานักสงฆก็มีประวัติเกี่ยวของกับพอแมครูบาอา
จารยรุนเกากอนตางกันไป ถือวาเปนการตามรอยความเพียรของทาน เพื่อเปนแบบอยางนอมเขาสูการปฏิบัติของเราเอง
ทุกครั้ง ตามประสาคนที่นานๆ พบกันที พระอาจารยเอกยอมมีของติดไมติดมือไปฝากเสมอ เชน น้ําปานะ ยาหรือของใชที่
จําเปน โดยมีหนานเอกใหญ หนานตอมและลุงซง ที่มาอาสาผลัดเปลี่ยนกันรับหนาที่ขับรถพาพระใหมไปเที่ยวอยูเปนประจํา
เชานี้ก็เชนกัน เมื่อจัดของลงรถเสร็จหลังเวลาฉันเชา พระและนองเณรไปลาทานเจาคุณเพื่อขออนุญาตออกนอกวัดแลวหม
ครองพรอมออกเดินทางสูวัดปาทันที
เรื่องการเดินทางเขา-ออกวัดนั้น มีเรื่องยุงยากอยูเพียงนิดเดียววา ขณะเดินทางอยูบนยานพาหนะหรือเดินอยูนอกวัดตองหมครอง
คือปดหัวไหลทั้งซายและขวา เมื่อเขาไปในเขตวัดอีกครั้งก็ตองเปลีย่ นกลับมาเปนหมเฉียงเปดไหลขวาเพื่อกราบพระ เปนอยางนี้อยูร่ําไป
มีอยูครั้งหนึ่งหลวงพี่แจคพาผมกับหลวงพี่ฟลุคไปนมัสการพระพุทธรูปสําคัญๆ 9 วัดในเมืองเชียงใหมภายในวันเดียว ผมตอง
หมเปลี่ยนกลับไปกลับมาอยูหลายครั้งจนเหงื่อตก แตก็ชํานาญกวาพระรุนใหมอยางฟลุคที่สุดทายชายจีวรก็เลอะฝุนโคลนเพราะปรกติเคย
ชินกับการหมจีวรบนกุฏิ ไมเคยหมจีวรบนพื้นดิน แถมยังหมชาอีกดวยผมตองไปชวยจับอีกแรง
เราเดินทางไปไกลเริ่มจากถนนใหญสี่เลนมีเกาะกลางถนน จนเหลือสองเลนสวนกันและสุดทายก็เปนทางลูกรังแคบๆ ลัดเลาะ
มาในหุบเขา ที่นี่เขาติดปายบนตนไมวาเปนเขตอุทยานแหงชาติ นับระยะทางมาจากวัดก็เกือบๆ 60 กิโลเมตร มองไปรอบๆ จะเห็นบาน
คนก็นอยเต็มที
พระอาจารยเอกทานวาเคยผานมาพักอยูที่นี่ชวงออกธุดงคเมื่อหลายปกอน เดิมชื่อ ‘ปางมะไฟ’ เพิ่งไดขาววาไดรับความเดือด
รอนเพราะถูกเผาไลที่ จึงอยากจะมาเยี่ยมเยียน เกิดมาผมก็เพิ่งเคยไดยินวาพระถูกวางเพลิงไลที่ก็คราวนี้
รถจอดสนิทแลวพระเณรกระโดดลงจากทายรถ เห็นปายชื่อวัดก็พยายามหมเฉียงกันจาละหวั่น ผมมองหาซายขวาก็ไมเห็น
เสนาสนะอะไรเลย จนพระอาจารยเอกทานมองไปดานบนภูเขาผมจึงเขาใจ
“ปูน….” เปนภาษาเหนือ แปลวา อยูตรงนูน…อยูไกลมาก วัดปางมะไฟอยูบนภูเขาปูน…. เราตองเดินเทาขึ้นไป

50
พระอาจารยเอกบอกวาพระใหมยังไมตองหมผา เพราะทามกลางแดดเปรี้ยงกับระยะทางบนภูเขาสูงนั้น พระก็เปนลมไดเหมือน
กัน นองเณรประเคนปานะของฝากบางอยางใหพระใหมชวยถือขึ้นไปบนวัดดวย โดยเฉพาะของที่ประเคนแลวเก็บไวไดนานวัน เชน ยา
น้ําหวานหรือน้ําตาล สวนของทีจ่ ะหมดอายุภายในวันเดียวเชนน้ําผลไม นองเณรจะถือไปเองเพื่อไปเก็บไวในโรงครัวของวัดนั้นๆ ทาน
จะฉันเมื่อไหรคอยจัดออกมาประเคนกันเปนสวนๆ ไป ของฝากจะไดไมเสียประเคน พระทานก็จะไดไมตองสงสัยในของฉันนั้นๆ
ทุกยางกาวที่ดําเนินไป ใจก็คิดสะระตะวาเหตุใดพระปาตองมาอยูที่เชนนี้ลําบากลําบน เชนที่ปางมะไฟนี้ตองเดินขึ้นลงเขานับ
รอยๆ เมตร โชคดีที่มีโยมมาถวายปจจัยจางชางชาวบานมาขุดแตงทางใหเปนขั้นบันไดไวใหกาวไดงายขึ้น แตเรื่องสาธารณูปโภคอื่นๆ
คงไมมีเหมือนวัดเราเปนแน ทานมาอยูที่นี่ทําไมกัน.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 37: เที่ยววัดปา…ปางมะไฟ
ขึ้นมาถึงยอดเขาไดเลนเอาหมดแรง แตภาพทิวทัศนที่ปรากฎอยูเบื้องหนาก็ทําใหคลายความออนลาลง บนยอดเขาแหงนี้สามารถ
มองเห็นความสลับซับซอนของขุนเขาเมืองเหนือไดอยางเต็มตา
ลมบนพัดเอื่อยๆ มาปะทะตัวผมจนสะทานแลวจึงฉุกคิดไดวาสมควรแกเวลาครองจีวรสักที แตมองหาเสนาสนะสักหลังเพื่อหม
จีวรก็ไมพบ กลิ่นลมผสมขี้เถาลอยมาเตะจมูกจนตองเหลียวกลับมามองจุดที่ตัวเองยืนอยูอีกครั้งก็ตกใจวา ผมกําลังยืนอยูบนกองเถาถาน
ของเพิงไมเดิมที่คาดวานาจะเปนศาลาวัด ที่นี่ถูกไฟไหม !!
ปางมะไฟ เปนสํานักสงฆที่ตั้งอยูบนยอดเขาที่มีบานของชาวบานกลุมเล็กๆ รวมตัวกันอยูที่เชิงเขา พระที่นี่ทั้งหมด 4-5 รูปได
อาศัยบิณฑบาตจากชาวบานกลุมนี้ แตมีชาวบานบางคนไมพอใจการมาอยูของพระบนดอยที่นี่ คงเปนเรื่องผลประโยชนที่ดินซึ่งไมใช
ครั้งแรกที่วัดโดนเผาไลที่
ครั้งกอนกุฏิทานก็วอดวายไปแลว ลาสุดเพิงศาลาชั่วคราวก็ไหมไปอีกโดยที่พระทานก็ไมสามารถดับไฟไดทัน คืนนั้นมีพระ
ทานจําวัดอยูรูปเดียว และชาวบานก็ขึ้นมาชวยไมไหว ปจจุบันมีการตอกพื้นไมกระดานเรียงตอๆ กันทับที่เพิงศาลาเดิม เอาเสื่อยาวปู
ตลอดแนวและตัง้ เสาขึ้นรอบดานขึงผาพลาสติกซาแลน ทบสองถึงสามชั้นกันแสงแดดสอง
ที่ปลายสุดของไมกระดานนั้นเปนกองอิฐเกาแกเหลือเพียงฐานเชื่อกันวาเปนเจดียบรรจุพระบรมธาตุ ทางวัดไดตั้งโตะหมูบูชา
ประดิษฐานพระประธานและมีรูปปนหลวงปูมั่นองคเล็กตั้งอยูที่นดี่ วย
พระทานเลาวาไมไดตอสูอะไร อยูเทาไหนไดก็อยูไปไมลําบากสักเทาไร มีพระพุทธเจาและคําสอนของทานเปนที่พึ่งอยูในใจ
เทานั้นเปนพอ จนถึงบัดนี้ผมก็ยังไมเขาใจวา เหตุใดคนเราถึงอยากได อยากมี อยากเปนกันมากมายจนตองเบียดเบียนผูอื่นถึงเพียงนี้ โลก
ไมสงบสุข ทุกขก็มาถึงสมณะเพศโดยไมมีขอยกเวน
หลวงพี่รูปหนึ่งอาสาพาพระอาคันตุกะไปเที่ยวน้ําตกที่อยูหางออกไปจากสํานักสงฆ แตมเี งื่อนไขคือตองเดินลงไปจากภูเขาลูก
นี้อีกครั้ง แตเมื่อทุกคนอยากไปผมก็จํายอมเดินตามไปดวยหางๆ
ทุกคนเดินแถวเรียงหนึ่งเพราะทางแคบมาก พระทานเดินนําแบบผูชํานาญทาง หายเขาในในความซับซอนของตนไมใบหญา
ในปาพรอมกับพระเณรรูปอื่นๆ ผมกับหลวงพี่เกงใหญรั้งทาย จากที่มองเห็นหลังกันไวๆ จนในที่สุดก็ตามไมทัน ผมเดินเดาทางสะกด
รอยมากับเกงใหญสองคนแบบวิชาลูกเสือที่เคยเรียนสมัยเด็กนอย เดินลัดลวดหนาม ขามสะพานไมไผแหงเสียงดังเอีย๊ ดอาด ลุยลําธาร
เล็กๆ และกระโดดขามลําธารอีกสายหนึ่งมาดวยความงงงวย
สุดทายภาพที่ปรากฎตรงหนาคือพระพุทธรูปสีขาวองคใหญตั้งอยูก ลางความรกชัฏของปา ขางๆ องคทานมีอาคารเพิงเล็กๆ
สภาพทรุดโทรม ที่นี่คงเปนที่ที่พระทานเลาใหฟงวา บางครั้งก็จะมาภาวนากันคราวละ 3 วัน 7 วัน โดยไมไดพบปะใครเลย ผมยังไมคอย
เขาใจถึงการปฏิบัติเชนนี้สักเทาใด แคคิดในใจวาคงทําไมไดแนนอน อยางนอยก็หิวขาวเดินซมซานออกมาตั้งแตวันที่สองแลว วาแลวก็
จะเดินตอไปเพื่อหาแหลงน้ําตก
“กลับเถอะ…” เกงใหญพูดพลางฉุดแขนผมไวไมใหเดินหาพระรูปอื่นๆ ตอ “รูสึกไมคอยดี…”

51
ผมมองหนาเกงใหญแลวก็ฉงน แตสีหนาเกงใหญไมสูดีจริงๆ ตอหนาพระองคขาวนี้เกงใหญคงกลัวอะไรสักอยาง ผมตามใจ
เกงใหญแลวเดินกลับทางเกาแบบเรงฝเทาจัด เกงใหญนําหนาไปรวดเร็วเหลือเกินแมแตตอนเดินขึ้นเขายังทําเวลาไดดีกวาขาขึ้นมาครั้ง
แรก แถมยังเดินขึ้นทางลัดตรงขึ้นสูเว็จกุฏีทันที
“ผมปวดทอง…ขอเขาหองน้ํากอนนะ” เกงใหญบอกผมถึงสาเหตุที่เดินกลับมาอยางเร็ว
อพิโธ…รูจักไหมครับเว็จกุฎี คือ สวมนั่นเอง.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 38: เที่ยววัดปา…โปงเดือด
รออยูนานกวาคณะเที่ยวน้ําตกจะกลับกันมา ทาทางคงจะเดินไปอีกไกลจากจุดที่ผมกับเกงใหญหลงทาง ทุกคนดูอิดโรยแทนที่
จะสนุกสนาน สวนผมกับเกงใหญฉันปานะเย็นๆ รออยูอยางสบายอารมณชมทิวทัศนมาเกือบชั่วโมงแลว
วันนี้พระเณรจากวัดเราบางรูปไมมีโอกาสฉันเพล พระปาเขาถือธุดงควัตรฉันมื้อเดียวจากการบิณฑบาตกันหมดจึงไมมีโยมมา
จัดสํารับเพลถวาย เมื่อนมัสการลาพระทานแลวก็เดินลงเขาเพื่อออกเดินทางไปวัดอื่นตอไป โดยไมลืมที่จะอนุโมทนาบุญแกชางและชาว
บานที่มาขุดทําขั้นบันไดขึ้นวัดไวให
รถเคลื่อนตัวออกมาไดไมถึงหากิโลเมตร พระอาจารยเอกก็แนะนําสํานักสงฆอีกแหงที่ไดเคยมาพักอยูครั้งกอน ‘โปงเดือด’
เปนที่ที่มีประวัติของครูบาอาจารยหลายทานยาวนานหลายสิบป หลวงปูชอบทานก็เคยอยูที่นี่ หลวงพอพระสิทธิ์ซึ่งเปนพระอาจารยของ
พระอาจารยเอกอีกทีทานก็เคยมาพักที่นี่เชนกัน จนมีศรัทธาญาติโยมมาบํารุงวัดไวในชวงแรกๆ มีทางลูกรังเขาถึงวัด จนไดสรางศาลาไม
แบบวัดปาดั้งเดิมหนึ่งหลังดูกวางขวาง แตก็แคบไปถนัดใจเมื่อพวกเราขึ้นไปนมัสการ ‘ครูบา’ บนศาลา
พระอาจารยเอกแนะนําใหพวกเรากราบนมัสการ ‘ครูบาแจค’ และ ‘ครูบาเล็ก’ ดูพระอาจารยเอกสนิทสนมกับพระทานทั้งสอง
มาก ทักทายพูดจากันเปนภาษาอีสานซึ่งพวกผมฟงไมเขาใจเลย
ภายหลังพระอาจารยจึงไดบอกใหฟงวา คําวา ‘ครูบา’ สําหรับคนอีสานนั้นใชเรียกพระที่เพิ่งบวชใหมไดพรรษาไมมากถึงสิบป
แตบางทีกเ็ รียกติดปากกันไปเรื่อยๆ เพราะคุนชินไปแลว สวนในความรูสึกของคนทางเหนือนั้นคําวา ‘ครูบา’ จะใชเรียกนําหนาชื่อพระผู
เปนที่เคารพเลื่อมใสศรัทธาแกมหาชนหรือวามีอาวุโสมาก เชน ครูบาศรีวิชัย เปนตน ทานเปนคนเหนือ จึงไดรับการยกยองจากชาวเหนือ
วาเปนครูบา สวนคนอีสานนั้นเรียกพระใหมๆ วาครูบาไปเสียหมด ฉะนั้นผมเองก็เปนครูบาไดเหมือนกัน แตฟงแลวก็ทะแมงๆ เพราะ
คิดวาตัวเองไมไดนาเลื่อมใสแบบที่คนทางเหนือเขาคิดกันเลย
ที่นี่เปนสํานักสงฆแบบวัดปาที่ไดรับการจัดการมาในระดับที่นาพอใจแลว มีศาลาไมหนึ่งหลังเปนประธาน มีถังเก็บน้ําฝน มี
เพิงหมาแหงนเปนโรงครัวเก็บอาหารแหง มีที่ลางบาตรแบบมาตรฐานวัดปาลอมรอบลานดินกลางพื้นที่ไวสําหรับทํากิจกรรมบางอยาง
หองน้ําอยูไกลจากศาลาออกไปทางดานลางเพื่อใหหางกับบอน้ําใช สวนกุฏินั้นที่นี่มีหาหลังกระจายออกไปในพื้นที่ปาหลังศาลา แตละ
หลังหางกันมากกวารอยเมตร พระใหมเดินชมไปทั่วทุกกุฏิตองใชเวลานานพอดู
สิ่งที่ทุกคนประทับใจที่นี่คือความเงียบของปาและทางจงกรมที่สวยมากๆ สวยในที่นี้คือไดมีการขุดยกรองดินขึ้นมาถมบนทาง
จงกรมใหสูง รองดานขางจะชวยไมใหน้ําผิวดินกัดเซาะทางจงกรมพัง แตละกุฏิจะมีทางจงกรมเปนของตัวเอง ผานการเดินภาวนามา
อยางยาวนานนับหลายสิบป ทางเดินจึงเรียบเสมอกัน และดวยความที่ดินบริเวณนี้เปนดินลูกรัง เมื่อตากแดดแหงแลวจะกลายเปนผงดิน
แดงละเอียด
ผมไดลองถอดรองเทาเดินบนทางจงกรมนั้นแลวรูสึกนุมเทามากๆ เหมือนกับวาเทาไมไดสัมผัสพื้นเลย ที่ปลายสองดานของทาง
จงกรมมีตอไมและเทียนพรรษาที่ถูกตัดแบงมาใหความสวางสําหรับการภาวนายามค่ําคืน วัดปาทุกทีมีแบบนี้เหมือนๆ กัน ราวกับวาไม
วาจะมาจากครูบาอาจารยทานไหนก็ตองทําแบบนี้ จนอดนึกไมไดวา ตนสายแบบฉบับแหงแนวทางนี้มีมาแตหลวงปูมั่นเปนแนแท ปจจุบัน
มีลูกศิษยทานผานมาเกือบสองอายุคนแลว ยังคงดําเนินรอยตามทานอยู ผมจึงเริ่มสนใจในปฏิปทาของหลวงปูมั่นนับแตนั้นเปนตนมา.
ติดตามตอนตอไป.

52

ตอนที่ 39: เที่ยววัดปา…แมแมม
พระอาจารยเอกเห็นสมควรแกเวลาบอกใหทุกคนนมัสการลาครูบาทั้งสองทาน และรีบเดินทางไปวัดสุดทายของวันนี้อยาง
เรงดวน เพราะวาเมฆฝนตั้งเคามาแตไกล พระอาจารยเอกทานวาหากฝนตกลงมาตอนนี้จะลําบากมาก
รถลัดเลาะพาไปในขุนเขาบนถนนลูกรังอีกครั้ง พื้นที่สูงๆ ต่ําๆ พาผมเวียนหัว จนที่สุดปลายถนนแลวก็ยังไมพบวัดหรือสํานัก
สงฆใดๆ ทีนี้ผมเขาใจไดทันทีวา “วัดอยูบนดอยปูน….” อีกเปนแนแท
ครั้งนี้พระอาจารยเอกทานกําชับใหพวกเรานําของติดตัวไปใหนอยที่สุด ยามที่พกของสวนตัวมาไมตองเอาไป และอนุญาตให
ไมตองนําจีวรไปดวย สวนปานะของฝากที่นํามาใหถือไปไดคนละหนึ่งชิ้น หามบาพลังถือไปมากกวานั้นถาไมอยากตองเปนภาระใหกับ
พระรูปอื่น เพราะหนทางเดินขึ้นเขาในครั้งนี้ยาวไกลกวาที่ปางมะไฟมาก และเราตองรีบเพราะฝนกําลังจะตกลงมา
พระเณรเดินเรียงหนึ่งขึ้นไปตามทางที่ชาวบานเดินหาของปา ผมชอบเดินรั้งทายเพื่อมองไปที่หัวแถวดานบน เปนมุมมองแปลก
ใหมที่ผมไมเคยเห็นมาเลยตลอดชีวิตนี้ ทิวแถวผาเหลืองเวนระยะหางกันอยางพอดีแทรกความเขียวของพรรณไมในปา มองเปนจุดตอจุด
หายขึ้นไปบนยอดเขาสูวัดดานบนนั้น วัดที่ประดิษฐานคําสอนขององคศาสดา เปรียบไปเหมือนกับครั้งเมื่อตอนพระพุทธองคจําพรรษา
อยูบนยอดเขาคิชกูฏและมีผูแสวงบุญหรือแมแตนักบวชเดินทางดวยความยากลําบากขึ้นไปขอรับฟงคําเทศนจากพระองค
นานมากกวาครึ่งชั่วโมงแลวแตก็ยังไมมีวี่แวววาจะเห็นอาคารสักหนึ่งหลัง ปานะที่นํามาฝากเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ แปรผันตรงตาม
บุญกุศลที่จะไดรับ
ในขณะที่พระเณรกําลังหมดแรงหลังจากตอสูกับความชันที่ไมมีทาทีจะราบลงไดเชนกัน ฝนก็เริ่มโปรยปรายลงมาโชคดีที่ตนไม
ใบไมหนาแนนชวยปกคลุมเสนทางในปา แตละอองฝนก็ยังความหนาวสะทานมาสูพระเณรทุกรูปที่ตอนนี้ไมไดพกจีวรมาดวย ทุกรูป
เรงฝเทากันสุดแรงเมื่อเริ่มเห็นขั้นบันไดที่กอดวยศิลาแลงแบบโบราณ เดินขึ้นไปจนพบกับศาลาริมทางหลังหนึ่ง ผมคิดวาจะหยุดพักสักครู
ก็เหลือบไปเห็นศาลาหลักตั้งอยูเหนือขั้นบันไดขึ้นไปไมมาก ผมตัดสินใจใชแรงฮึดสุดทายวิ่งนําฝาสายฝนออกไปขึ้นบันไดอีกนับสิบขั้น
จนถึงศาลาไดสําเร็จ พรอมกับพระรูปอื่นๆ ทะยอยตามกันมาเปยกปอนกันไปตามๆ กัน
พระทานสั่งเณรตมน้ํารอนแลวมาประเคนพระเณรทุกรูปที่ตอนนี้หนามืดและตัวสั่นงันงกดวยความหนาวในเวลาเดียวกัน ผม
ฉันน้ํารอนผสมน้ําตาลทรายสองชอนโตะและเกลือครึ่งชอนชา ทําเปนน้ําเกลือแรหลังจากการเสียเหงื่อจึงคอยยังชั่ว
ฝนตกหนักมาขึ้นเรื่อยๆ จนเปนพายุฝนฟาคะนอง ศาลาหลักหลังนี้มีฝากระดานปดเพียงสองดาน อีกสองดานเปดโลงแบบศาลา
มาตรฐานวัดปาทั่วไป ไมสามารถกันละอองฝนได พระใหมเชนผมหนีไปซุกอยูที่มุมของศาลาดานในสุด เสียงดัง โครม! ของกิ่งไมหลน
ใสหลังคาสังกะสีบางๆ จนแทบจะทะลุ พรอมทั้งขาวของบางอยางรอบๆ ศาลาก็กระจัดกระจายออกไปตามแรงลม ฝนแรงมากจริงๆ ดู
พระทานที่นี่ไมสะทกสะทานกับเรื่องนี้เลย ทานยังคงปราศรัยกับพระอาจารยเอกอยางคนคุนเคยกันมานาน
พระเณรผูมาเยี่ยมเยียนติดฝนอยูนานเกือบชั่วโมง เมื่อฝนซาดีแลวจึงนมัสการลาพระทานกลับ ระหวางทางเดินลงมานั้นผมนึก
สงสัยในใจวา เวลาพระที่ ‘แมแมม’ ทานบิณฑบาตตองเดินขึ้นลงไกลมากอยางนี้คงไดฉันเชาสักเกาโมง และถาหากเจ็บไขไดปวยขึ้นมา
ก็ยากที่จะติดตอกับโลกภายนอกได พระปาจะตองเปนผูที่มีความพรอมทางดานรางกายและจิตใจมากจึงจะสามารถอยูในที่แบบนี้ได นึก
ถึงคําสอนของพระอาจารยเอกวาศีลจะรักษาผูบริสุทธิ์ สําหรับพระปาแลว ศีลคงเปนเหมือนเกราะกําบังอันตรายไดเปนอยางดี.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 40: วันแดงเดือด
คณะสงฆและนองเณรเดินลงมาจากยอดเขา ‘แมแมม’ ฟนฝาอุปสรรคนานับประการ เรื่องใหญที่สุดคือ สบง ที่เปนเหมือน
กระโปรงนั้นมันไมเหมาะกับการเดินปาในสภาพชื้นแฉะอยางนี้เลย
ผมจึงแอบถกสบงขึ้นมาถึงระดับเขาเพื่อใหกาวขามกิ่งไมยอดหญาและลําธารตางๆ ไดงายขึ้น การทําเชนนี้ไมสูจะ 'งาม' นัก
สําหรับภิกษุแตก็ตองขอระมัดระวังความปลอดภัยของตัวเองไวกอน เพราะถาเหยียบสบงหกลมหรือชายสบงไปเกี่ยวกับตนไมรอบขาง
ทางเดินหลุดลุยกันก็จะเปนเรื่องที่ ‘ไมงาม’ กวาเปนแน

53
แตถึงอยางไรก็ดี เดินลงมาถึงรถที่จอดรออยูดานลางแลวชายสบงก็มอมแมมเปยกปอนไปถวนทั่วกัน พระเณรทุกรูปหมครอง
กันอยางงายๆ แลวขึ้นรถออกเดินทางกลับวัดปาฯ ของเราทันที แตครั้นแลวอุปสรรคก็ไมหมดสิ้น ระหวางทางดินลูกรังบนถนนผสมกับ
น้ําฝนและความลาดชันของพื้นที่ ทําใหรถของหนานตอม ‘ติดหลม’ และรถตูข องวัดไมอาจไตขึ้นเนินเขาได พระเณรตองลงจากรถเพื่อ
ไปชวยกันเข็น!!!
ครั้งนี้พระเณรอยูก ลางปาและไมไดสนใจเรื่องของ ‘ความงาม’ อีกตอไป เพราะทุกรูปตองชวยกัน ดึงและดัน รถออกจากหลม
ชวยกันผลักสงรถตูใหไตระดับบนพื้นลูกรังลื่นๆ ไปใหได
พระรุนพี่มีกําลังมากกวานองเณรก็เสียสละดันอยูทายรถ ลอที่ติดหลมอยูก็ตะกุยดินโคลนเละๆ ใหเลอะเทอะเปรอะเปอนสบง
และอังสะไปหมด ดีที่วาสีโคลนกับสีจีวรใกลเคียงกัน นําไปซักก็คงจะดูสะอาดไดอยางงายดาย สุดทายแลวคณะสงฆและสามเณรก็
สามารถกลับขึ้นนั่งบนรถไดอีกครั้งหนึ่ง ในสภาพที่เละเทะไมแพถนนลูกรังที่เพิ่งผานมา
เรานั่งหลับหนั่งคุยกันมากวา 60 กิโลเมตร กอนจะถึงวัดเล็กนอยพระอาจารยเอกทานใหคนขับรถแวะพักที่ปมน้ํามัน ใหพระ
เณรทุกรูปไดลางคราบโคลนออกบางสวน เขาวัดไปในสภาพที่ดูดีหนอยทานเจาคุณทานจะไดสบายใจวาไมไดไปลําบากลําบนกันที่ไหน
มา
ผมเองเมื่อลงรถแลวมองกลับไปดูที่เบาะของตัวเองดวยความหวงวาจะทําใหรถของวัดเปอนโคลน แตสิ่งที่เห็นเปอนเบาะกลับ
ไมใชโคลนสีน้ําตาลแดงเขม แตเปนน้ําสีแดงขนๆ เหมือน ‘เลือด!!’ ผมตกใจมากรีบเอี้ยวหลังไปดูที่สบงทันที
“เลือดออก!!!”หลวงพี่เกงเล็กอุทานมาทันทีที่เห็นสบงดานหลังของผม พรอมๆ กับความคิดของผมที่กําลังมึนรอยแปดวาเลือด
อะไร ออกมาจากไหน ยังไงเนี่ย!!!
วินาทีตอจากนั้นคือความอาย ผมรีบเอามือปดดานหลังไวแลวเดินจ้ําๆ เขาหองน้ําปดประตูทันที โดยมีคณะสงฆและสารเณร
ตามมาดูดวยความใกลชิด ที่ไมทราบวาเต็มไปดวยความหวงใยหรือวากําลังรอดูของแปลกจากผมอยู
ผมผลัดสบงออกทันทีเพื่อหาตนเหตุแหงเลือดนั้น หนาขาและตนขาของผมแดงฉานไปดวยเลือดที่บางสวนก็แหงกรังไปแลว
และยังมีบางสวนทําทาวาจะไหลออกมาอยางไมหยุดยั้ง เสียงเกงเล็กเดินมาเคาะประตูหองน้ําถามไถอาการ
“หลวงพี…
่ . เปนอยางไรบาง?” เกงเล็กถาม ซึ่งผมเขาใจวาเปนเสียงแหงความหวงใยเพื่อนบรรพชิตดวยกัน
“เลือดออก…” ผมตอบแบบกําปนทุบดิน เพราะไมรูวาจะบอกอยางไรดีแลว เลือดยังไมหยุดไหลเลย
“ออกตรงไหน?” เกงเล็กเริ่มซ้ําซี้
“ตรงนั้นแหละ” ผมตอบเสียงออยๆ เมื่อพบความจริงวาตนกําเนิดเลือดมันไหลออกมาจากบริเวณนั้น
“ตรงนั้น!!” เกงเล็กทําเสียงหลงแลวรีบวิ่งออกไปบอกพระเณรที่กําลังรอฟงขาวอยูน อกหองน้ํา หลังจากนั้นผมไดยินเสียง
เซ็งแซขานรับกันอีกไมต่ํากวา 5 ครั้งถึงคําวา ‘ตรงนั้น!!” ซึ่งมันเสียดแทงใจผมเหลือเกิน ผมกําลังมีเลือดไหลไมหยุดออกมา
จาก ‘ตรงนั้น’ ที่ผมยังไมทราบสาเหตุ มีเพียงสติเทานั้นที่ครองใจผมอยูแลวพยายามคิดทบทบทวนวามันเปนไปไดอยางไร
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 41: การใหทานดวยชีวิต
พระอาจารยเอกผลุนผลันเขามาเคาะที่ประตูหองน้ําเมื่อทราบวาผมเปนอะไร ขณะที่ผมพบกับตนเหตุแหงการเสียเลือดเสียเนื้อ
ในครั้งนี้
“โดนทากกัดใชไหม?” พระอาจารยถามดวยความหวงใยจริงๆ
“ใชครับ แตมันแตกตายไปแลว” ผมตอบทานไปตามสภาพที่เห็น
โอ...อนิจจาทากตัวนอย มาแอบดูดเลือดผมไมบอกกลาวแถมยังตะกละตะกรามกินไมรูจักพอพุงแตกตายไปเสียอยางนั้น ตาม
คําสอนครูบาอาจารยทานวาการใหเลือดเหมือนใหชีวิต อานิสงสแรงยิ่งกวาการทําทานไหนๆ แตสวนของผมแลวไมแนใจวานี่จะเปนบุญ
หรือบาป หรือวาผมนั่งหนีบ ‘นองทาก’ จนตัวแตกตายไปก็ไมรู

54
ติดใจอยูอยางเดียววามาไดยังไง เกงจัง เลือกที่หมายก็แมนยํา ดีนะที่ผมรูตัวกอน ไมเชนนั้นแลวอาจจะเปนลมลมพับเพราะเสีย
เลือดมากหรือซีดตายไปกอนแลวก็ได
ผมรีบลางเลือดดวยน้ําและใชทิชชูซับเลือดที่จนถึงตอนนี้ก็ไมมีทีทาวาจะหยุดไหล ปากแผลที่นองทากกัดจมเขี้ยวไวนั้นกวาง
มาก ผมกดทิชชูปดแผลไวแลวหมสบงกับอังสะตัวเดิม โชคดีที่วันนี้หมสบงสํารองมา ถึงเปอนมากตองซักคืนนี้ก็ไมหวง เพราะสบง
ครองสําหรับทําวัตรเชานั้นยังสะอาดอยู ใสไปไดตลอดทั้งวันไมผิดพระวินัยใหพระวินัยธรตองเอ็ดเอา
คณะสงฆและสามเณรโตเถียงกันอยางถึงลูกถึงคนจนลงความเห็นวา นองทากตัวนี้รายกาจนัก ดักหาจังหวะที่ผมถกสบงขึ้น
แลวเดินลงจากเขามา หรือไมเชนนั้นก็ตอนที่ทุกคนกําลังชวยกันดันรถใหพนจากหลม เพราะมีพยานบุคคลบอกวาเห็นทากตัวหนึ่งกําลัง
กระดึ๊บอยูขางทางขณะนั้นดวย อาจจะเปนตัวเดียวกัน
สิริรวมแลวก็ตองขอสรุปวา นองทาก ตัวนี้พิเรนมากๆ ที่จองเลนงานพระสงฆองคเจาโดยไมเลือกที่หมายและสถานที่จูโจม ยัง
ความหวาดกลัวใหกับพระเณรไปหลายวัน เพราะใครจะทราบวาวันดีคืนดี นองทาก ตัวอื่นๆ จะอยากเลียนแบบเปนเจาเหรียญทองกระโดด
สูงแบบรุนพี่บาง
เมื่อกลับถึงวัด ผมก็กุมดานหลังเดินงุดๆ เขากุฏิไปสํารวจแผลอีกครั้งพบวาเลือดก็ยังไมหยุดไหล พระอาจารยเอกทานจึงเอายา
เสนหยิบมือหนึ่งมาใหพรอมกับสําลี ทานวาอุดปากแผลไวแลวเลือดจะหยุดไหลไดเร็ว ไมตองทานยาสมัยใหม ไมตองทําอะไรใหอยู
เฉยๆ เลือดจะหยุดไหลเอง
นี่เปนความรูใหมในตอนนั้นวา ยาเสน เปนยาชวยแกปญหาเรื่องเกี่ยวกับทากได ทานเลาวาบางครั้งนักทองเที่ยวจะใชยาเสน
ละลายกับน้ําเพื่อนํามาทาขากอนเดินทางในปา ชวยกันทากได ที่วัดยังมียาอื่นๆ อีกมากมายที่ผมไมเคยรูจัก พระอาจารยเอกทานมีเตรียมไว
เชน น้ํามูตร ขิงดอง ยารอนหรือยาสมทานก็มี แตหวังวาผมจะไมตองไดใชมากไปกวานี้
ค่ํานั้นผมขึ้นวิหารเพื่อทําวัตรเย็น ยางกาวดวยความระมัดระวังกลัววาสําลีกับยาเสนจะหลุดออกจากแผล แตเรื่องราวของผมนั้น
ลือสะพัดไปไกลแลว ทุกสายตาบนวิหารจับจองผมเหมือนกับอยากจะถาม ผมตองทําหนาตาวาสบายดี หายแลวครับไมตองเห็นหวงครับ
อยูตลอดเวลา
จนแลวจนรอดก็ไมมีใครกลามาถามผมตรงๆ ยกเวน เณรเที่ยง ที่มีทาทียียวนอยูเสมอ
“หลวงพี่...โดนทากกัดเหรอครับ?”
“อืมม” ผมตอบแบบไมตองการใหถามตอ
“ตรงนั้นนะเหรอครับ?”
“เออ...” ผมวาผมก็สุภาพพอควรนะถาเณรเที่ยงจะหยุดถามสักที
“ตรงไหนอะครับ หลวงพี่ ?” เณรเที่ยงยังไมหยุด
“เอา...ก็ตรงนั้นนะ...ตรงนั้น ใครเลาใหฟงมาละ เขาไมไดเลาใหฟงหรือวา ตรงไหน” ผมรูแลววาเณรเที่ยงมากวนผมแนๆ
“ตรงไหนอะครับหลวงพี่?” เณรเที่ยงยังอยากใหผมระบุใหแนชัด ผมจึงใชฝามือตบไปที่กระหมอมของเณรเที่ยงหนึ่งทีดวย
ความรักแลวบอกวา “ตรงนี้มั้ง...หลวงพี่ก็จําไมไดแลว...” ผมตอบใหเณรเที่ยงไดหายสงสัยไปนานเลย
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 42: เวทีนี้ขอเปนพี่เลี้ยง
เมื่อผมอยูที่วัดนานๆ เขาก็เริ่มทราบขนบธรรมเนียมตางๆ ของวัดมากขึ้น โดยเฉพาะพิธีกรรมที่เกี่ยวกับการบวชและการเตรียม
ตัวตางๆ สําหรับนาคที่กําลังจะบวชเปนพระใหมในเร็ววัน
ดวยความอยากจะแนะนําพระใหมเพราะวาเราผานเรื่องแบบนี้มากอนแลว บวกกับวาตองการชวยเหลือแบงเบาภาระพระอาจารย
เอกบาง ผมเดินไปที่บันไดกุฏิทานแบบเชาถึงเย็นถึง“พระอาจารยมีอะไรใหรับใชมั้ยคาบบบ…”
ถามอยางนี้ตลอดเวลาที่เดินผานและตั้งใจเดินผานกุฏิทาน ตอนแรกๆ ทาทางผมคงไมนาไววางใจสักเทาใด ทานไมเคยเรียกใช
สักที หลังๆ มาทานคงรําคาญหางานใหผมทําเสียเลย เปน ‘พระพี่เลี้ยง’ นี่แหละ ที่ผมตองการ

55
ผมชักชวนหลวงพี่เกงใหญและเกงเล็กใหมาทํางานตรงนี้ดวย ถือวาเปนงานชวยวัด ชวยพระอาจารยครั้งสุดทายกอนที่จะลาสิก
ขาออกไป เพราะหลวงพี่ทั้งสองบวชรวมรุนเรียงเคียงพระอุปชฌายกันมากับผม ซึ่งนับวาเปนพระใหมรุนพี่ที่อยูนานที่สุดแลว
พระอาจารยเอกจึงไดมอบหมายใหเราทั้งสามแบงเปนสามกลุม รับผิดชอบนาคไปกลุมละ 2-3 คน สอนเรื่องการหมผาและการ
ถอดลางประกอบบาตร สอนเรื่องวิธีการเปดบทสวดมนตประจําวันใหทันทานเจาคุณและสอนงานในหนาที่ประจําตางๆ เชน งานประจํา
หอฉัน งานประจําวิหารหรืองานประจําโบสถ
ในสวนการสอนขานนาคนั้นพระอาจารยเอกทานตองดูแลการผลิตเอง เพื่อที่จะไดเปนมาตรฐานเดียวกัน คงสําเนียงและลําดับ
ขั้นตอน นอกจากนั้นแลวเรื่องตางๆ ที่พระพี่เลี้ยงอยางผมสอนไป ทานจะเรียกนาคมาสอบกอนบวชทุกครั้งวาผานหรือไม โดยเฉพาะ
เรื่องการหมผา พระพี่เลี้ยงจะตองไปลุนอยูดวยวานาคสามารถสะบัดลูกบวบขามไหลไปไดหรือไม ถาไดแลวก็ยังความโลงใจใหกับพระ
พี่เลี้ยงทุกคน
เรื่องขอวัตรปฏิบตั ิและวินัยตางๆ นั้น พระพี่เลี้ยงเปนอันรูกันวาตองทําตัวเปนตัวอยางและพรอมที่จะตอบคําถามนี้กับพระใหม
อยูเสมอ ดวยความที่ผมอยากปฏิบัติตัวใหดีและงามอยางสมณะเพื่อเสริมสรางศรัทธาพระใหมในตัวพระอาจารยและทานเจาคุณที่ไดเคย
พร่ําสอนมา ทําใหตัวเองไมเปนธรรมชาติ จะคิดจะทําสิ่งใดก็ตองตรองดูกอนวาถูกตองหรือไม ทั้งที่ในความเปนจริงแลวเนื้อแทของผม
ไมทําอะไรผิดขอวินัยไดโดยงาย หรือบางครั้งเวลาเห็นพระใหมทําสิ่งใดไมถูกไมควรก็อดไมไดที่จะเขาตักเตือนหรือเก็บมาคิดหาวิธีอุบาย
แยบยลอยางไรที่จะสื่อสารใหพระใหมไดเขาใจถึงแนวทางที่ถูกตอง เห็นสิ่งใดผิดก็เพงโทษใสคนอื่นไปเสียหมด
ในบางครั้งผมอดทนรอพระอาจารยเอกตักเตือนพระใหมไมไหว ตองขึ้นไปนมัสการทานบนกุฏิ
“พระอาจารยครับ พระใหมเขาทํา…..พระอาจารยเห็นหรือไมครับ?” ผมถาม
“เห็น…แลวเรารูส ึกอยางไร?”
“ผมเห็นแลวทนไมไดจริงๆ ครับ เรื่องนี้อยากจะตักเตือนเองแตก็คดิ วาบารมีไมพอจะบอกพระใหมได” ผมพูดแฝงความนัยไป
ใหทานทราบวาผมอยากใหทานเตือนพระใหมดวยตนเอง แตก็ไมกลาพูดตรงๆ เพราะเปนการไมสมควร
“เราหรือใครที่ทําผิด ทําไมจิตใจถึงไดรุมรอนรําคาญ เราก็ชอบที่จะมองดูแตเรื่องของคนอื่นๆ นอกตัวเรา ไมมองดูตัวของ
เราเองใหเขาใจ”ผมเหมือนกับโดนคอนปอนดทุบหัวดังเปรี้ยงเมื่อสิ้นเสียงพระอาจารยตอบกลับมา ทุกขของผมขณะเปนภิกษุก็มีมากเพียง
พออยูแลว ยังจะแสสายหาเอาเรือ่ งของคนอื่นมาเปนอารมณอีก
“คนทําผิด ยอมไดรับผลแหงการกระทํานั้นทั้งจากในใจของเขาเองและสังคมรอบขาง เขามีความสุขไดไมนานหรอก อยากังวล
ไปเลย ดูใจของตัวเองเถิด….” พระอาจารยเอกย้ําอีกครั้ง
ทําใหผมเขาใจแลววาเหตุใดทานจึงไมแสดงทาทีเวลาเกิดปญหา เพราะความผิดชอบชั่วดีจะเปนเครือ่ งมือจัดการปญหาตางๆ ได
ดวยตัวเอง และผากาสายะนี้จะเปนเครื่องเตือนใจใหคนในผาเหลืองไดเกรงกลัวและละอายตอบาป ตราบเทาที่พระพุทธศาสนายังคงเจริญ
อยูในพุทธภูมิที่มีแตผูปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแลว.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 43: ทุกขของสมณะ
และแลว วันเวลาของการพรากจากกันก็มาถึงอีกครั้ง ครั้งนี้หลวงพี่เกงทั้งสองจะตองลาสิกขาออกไป หลังจากใชชีวิตในสมณะ
เพศกวาหนึ่งเดือน
ทั้งสองไมตองซอมพิธีการอะไรมากมาย เพียงทําตามลําดับขั้นตอนที่จําเปน ปลงอาบัติ ขอขมา กลาวคําลาสิกขา ผลัดผาเหลือง
ออกครองเสื้อผาอยางฆราวาสแลวขอสมาทานศีลหากลับเปนมนุษยปรกติ ก็เปนอันเสร็จพิธี
ผมไดแตมองดูอยูหางๆ เพราะในความรูสึกนั้นผูกพันกับสหธรรมิกทั้งสองคนนี้ยาวนานที่สุดและไมอยากใหเขาลาจากไป ทุกข
ของการพรากจากสิ่งอันเปนที่รักก็เปนเชนนี้ เพื่อนทั้งสองตองออกไปใชชีวิตในโลกที่สับสนวุนวายอีกครั้ง สําหรับผูที่ยังดํารงตนอยูอยาง
ผูมีศีลก็ยังตองรักษาใจของตัวเองกันตอไป

56
จะรูสึกแปลกสักแคไหนที่เพียงชั่วขามนาที คนที่เคยเรียกกันวา “หลวงพี่” หรือบางครั้งก็เรียกแทนตัวเองกันวา “ทาน” นั้น บัดนี้
มากราบเราเสียแลว ในบทสนทนากอนลาจากนั้นเต็มไปดวยความตลกขบขันเพราะวายังคงติดที่จะเรียกสรรพนามเดิมกันอยู บางครั้งผม
ก็เรียกโยมเกงวาหลวงพี่บาง ทานบาง ตุ (พระ) บาง และบางทีเกงก็เรียกผมวาทานเหมือนเดิม เมื่อรูตัววาพูดผิดก็จะตองหัวเราะรวนกัน
เสียทุกครั้งไป
เกงเล็กจะไปเริ่มหางานทําหลังจากที่เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ สวนเกงใหญนั้นทางบานไดเตรียมที่ทํางานตรงตามสายงานวิศวกร
ไวใหทําในตัวจังหวัดเรียบรอยแลว ตอไปก็คงกาวหนาในหนาที่การงานขึ้นเปนลําดับ
ผมถือโอกาสที่ยังคงมีศีลในผาเหลืองอวยพรใหเพือ่ นทั้งสองประสบความสําเร็จในสิ่งที่มุงหวังในทางที่ดีและประเสริฐ ขออยา
ใหเขาไดลืมสิ่งดีๆ ที่ไดจากการบวชครั้งนี้ หมั่นทําบุญ เห็นผาเหลืองเมื่อไหรขอใหนึกถึงวัด ขอใหนึกถึงชวงเวลาที่สงบสุขปราศจาก
กิเลสกันเปนเครื่องเศราหมองของตัวเอง ที่กําลังจะเริ่มเขามารุมเราพวกเขาอีกครั้ง
เมื่อเพื่อนรุนราวคราวเดียวกันลาสิขาออกไป ผมจึงเปนพระใหมที่มีอาวุโสมากที่สุดในวัด เนื่องจากบวชมานานวันกวา การ
ไปรวมตัวเปนหมูคณะกับภิกษุรูปอื่นๆ ก็ลดนอยลงไปดวย มีเพียงบางครั้งที่ไปกราบพระอาจารยเอกขอสนทนาธรรมกับทาน บางครั้ง
ผมเลาเรื่องความทุกขของตัวเองกอนที่จะบวชที่วัดใหทานไดฟง บางเรื่อง บางแนวคิดที่ผมไดประสบพบเจอมา คลายคลึงกับที่พระอาจารย
เอกไดผานพนมาแลว ทานชี้แนะใหผมฟงอยางตลอดปลอดโปรง คงเหลือแตเพียงวาผมจะปฏิบัติตามเชนนั้นไดหรือไม ทุกวันผมจึงชอบ
หาเวลามาปรนนิบัตรทาน เพื่ออยางนอยจะมีโอกาสไดสนทนาธรรมกับทานบางตามกาลและเวลาสมควร เพราะเมื่อใดที่ผมรูสึกทุกขใจ
มาเลาใหทานฟง ทานจะรับฟงและใหคติเตือนใจมาโดยตลอด
ทุกขของผมในระหวางที่เปนสมณะนั้นคือการตองรับมือกับญาติโยมที่มาเยี่ยมเยียนที่วัดไมเวนวัน
โดยเฉพาะโยมพอและโยมแมของผมไมเหมือนของพระใหมรูปอื่นๆโยมทั้งสองจะเดินทางจากบานกวายี่สิบกิโลเพื่อมาพบผม
ในเวลาเย็นทุกวัน จนพระในวัดทุกรูปจําไดและตองเปนเรื่องวุนวายตามหาตัวผมใหกลับกุฏิ นานวันเขาผมเริ่มเกรงใจ จึงตองคอยมอง
สอดสองเอาเองวาโยมทั้งสองมาถึงหรือยังจะไดรีบกลับกุฏิทันทีโดยไมตองรบกวนใคร เปนอยางนี้ทุกวันจนใจผมเองไมสงบเพราะตอง
คอยหวงคอยกังวลอยูตลอด
โดยเฉพาะอยางยิ่งเมื่อไดพบกับโยมทั้งสองแลว โยมพอมักจะพาคุยเรื่องสัพเพเหระเหตุการณทางโลกนอกกําแพงวัด สวน
โยมแมจะเริ่มบทโศก ถามถึงความเปนอยู ความยากลําบากขณะที่เปนพระอยูนี้ ประหนึ่งวาจะเลียบเคียงใหผมสึกกลับไปอยูที่บานจะ
สะดวกสบายกวา ผมเองยังยืนยันที่จะไมขอรับรูเรื่องทางโลกและมีความสุขสบายดีที่อยูที่วัดนี้ แตโยมทั้งสองก็ยังคงปฏิบัติกับผม
เชนเดิมจนบางวันผมก็เก็บเอามาคิดจนทุกขใจ.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 44: มรรคาสูสวรรค
พระอาจารยเอกทานเคยตั้งขอสงสัยถึงการมาเยี่ยมของโยมพอแมของผมวาเพราะเหตุใดถึงไดมาทุกวัน ผมจึงเลาใหทานฟงวา
คงเปนเพราะผมเปนลูกคนเดียวที่ทานทั้งรักและหวง โดยเฉพาะโยมแมจะเปนเอามาก บางครั้งก็บนวาคิดถึงแลวน้ําตาก็คลอออกมา เสียงก็
สั่นเครือ
ผมขณะที่เปนพระอยูนี้ก็จิตใจหวัน่ ไหวนึกสงสารแม แตอีกใจหนึ่งก็คิดวาเรายังไมไดเรียนรูอะไรอีกหลายอยางในผาเหลือง และ
การที่ผมมาบวชก็ชวยรักษาสภาพจิตใจและความทุกขหลายๆ อยางจากทางโลกใหคลายลงไดมาก ผมจึงยังไมอยากสึกออกไปทั้งที่เลยกํา
หนดที่ตั้งใจไววาจะบวชเพียงหนึ่งเดือนมาหลายวันแลว
ในหนังสือ “พระแท” ที่หลวงพี่แจคไดชักชวนใหผมอานนั้น ไดยกเรื่องของ “สามัญผล” คือ อานิสงสของความเปนสมณะ มี
ใจความหนึ่งกลาวถึงอานิสงสแหงการที่ลูกชายบวชเปนพระนั้น ไมไดหมายความวาจะทําใหพอและแมไดขึ้นสวรรคในทันที แตเมื่อลูก
ชายบวชแลวตางหากจะเปนเหมือนเนื้อนาบุญอันประเสริฐที่พอแมจะไดมีโอกาสทําบุญกับภิกษุ สงฆและวัดที่พระจําวัดอยู ผมเชื่อใน
ความมีปาริสุทธิศีลของตัวเอง เหมาะสมแลวที่จะเพิ่มบุญใหกับพอและแมได พระอาจารยเอกทานก็สนับสนุนเห็นเปนเรื่องดีดวย

57
ผมจึงไดบอกโยมพอและโยมแมถึงวิธีการทําบุญแบบงายๆ ตื่นเชาสักหนอยมาใสบาตรไดไหม ที่วัดมีพระออกบิณฑบาตกี่สาย
ไปทางไหนบางก็บอกโยมไวใหทราบแลว ถาหากอยากใสบาตรลูกก็เปนเสนทางนี้นะ ขอเพียงแตวาใหไปศึกษาอาหารที่สามารถจะ
ถวายพระไดมาใหดี เพราะขณะเปนพระอยูนั้นผมเองก็ไมสามารถบอกกลาวญาติโยมไดวาสิ่งไหนควรไมควร เรื่องนี้โยมตองรูเทาทัน
เอาเอง
ในใจของผมนั้นอยากที่จะใหโยมพอและโยมแมมาใสบาตรทุกวันตอนเชาแทนที่จะมานั่งคุยกันในตอนเย็น แตก็เปนเพราะปจจัย
หลายอยางของแตละบานก็ไมเหมือนกัน บางบานอยูใกลก็มางาย บางบานติดธุระไปทํางานตอนเชาก็มาไมได
สุดทายผมก็ตองแลวแตเทาที่โยมพอและโยมแมจะทําไดถือเปนที่สุดแลว อนุโมทนาใหเขาทุกครั้งที่พยายามมาใสบาตรตอนเชา
แมเพียงสัปดาหละหนึ่งครั้งก็ยังดีกวาไมไดทําอะไรเสียเลย
บางวันโยมมาใสบาตรเจาะจงแตเพียงผมรูปเดียวในหอฉัน ผมก็ตองพยายามบอกใหโยมทราบวาการทําบุญแบบสังฆทาน คือ
ไมไดระบุใหกับพระรูปใดรูปหนึ่งในวัดนั้นจะมีอานิสงสมากกวา หลังจากวันนั้น นอกจากโยมพอและโยมแมจะมาถวายภัตตาหารให
ผมแลว ยังมีตมจับฉายชามใหญยักษมาเปนจังหันพิเศษแกพระและสามเณรทุกรูปในหอฉันดวย
ทุกสัปดาหผมจะคอยเตือนโยมทั้งสองวาวันไหนเปนวันพระบางขอใหมานั่งทําวัตรเย็นและเวียนเทียนดวยกันกับอุบาสก
อุบาสิกาที่มารักษาศีลอุโบสถ คอยแนะนําแนวทางวิธีปฏิบัติตางๆ ที่พุทธศาสนิกชนควรทราบใหกับโยมบางตามสมควร หลังจากที่โยมทั้ง
สองไดปฏิบัติตามแลว แมเพียงวินาทีเดียวที่มีความปติ อิ่มในบุญกุศลที่ไดทําแลวนั้นก็นับวาไดเอาใจเขามาฟนฟูในวัด สิ่งนี้เปนสิ่งหนึ่ง
ที่ผมรูสึกวาประสบความสําเร็จในการครองเพศบรรพชิต ไดชักชวนใหบุพการีทั้งสองมีโอกาสทําบุญและเขาวัด ใกลชิดกับพระ พุทธ
ศาสนามากขึ้น
พุทธศาสนิกชนทุกคนพึงทราบวา วัดไมใชสถานที่ทองเที่ยว วัดไมใชแหลงรับบริจาคสิ่งของเงินทองแลวเดินตัวปลิวออกไป
วัดไมใชที่นั่งปรับทุกขหรือเพื่อคุยเลนหยอกลอ แตวัดเปนสถานที่อบรมจิตใจ พัฒนาความสุขของมนุษยดวยความสงบภายในใจของแต
ละคนเอง โดยเฉพาะชาวพุทธทั้งหลายนั้น ที่พึ่งทางใจอื่นใดลวนไมประเสริฐเทากับความสุข สงบรมเย็นภายใตรมเงาคําสั่งสอนของพระ
สัมมาสัมพุทธเจาแลว.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 45: การตัดสินใจ
เวลาลวงมากวาหนึ่งเดือน สิ่งที่ควรทําระหวางการบวชก็ปฏิบัติไดดีมาโดยตลอด บางครั้งแอบไดยินผานหูมาบางวาทานเจา
คุณและพระอาจารยเอกทานชมมาวาเปนเด็กดี เปนพระที่ดีอยูในแนวทางของครูบาอาจารยอยางเครงครัด
ผมก็รูสึกวาเปนผลตอบแทนจากการที่ตั้งใจไววาจะไมขาดบิณฑบาต ไมขาดสวดมนตทําวัตรเชาและเย็น รวมทั้งสํารวมกิริยา
อาการเอาไว สวนเรื่องการสํารวมใจนั้นตองคอยเปนคอยไปกันอีกที
แตสิ่งหนึ่งที่ผมรูสึกวายังไมถึงการปฏิบัติตามแบบฉบับพระปาก็คือการถือธุดงควัตร 13 ใหไดครบถวน ธุดงควัตร คือขอปฏิบัติ
เขมงวด เพื่อความขัดเกลากิเลส เหมาะสมสําหรับภิกษุที่จําพรรษาอยูในปา หรือภิกษุรูปใดจะปฏิบัติเพียงขอหนึ่งตลอดระยะเวลาหนึ่งๆ
ที่ตั้งใจไวก็สามารถทําได ประกอบไปดวย 3 หมวดเกี่ยวกับจีวร เกี่ยวกับบิณฑบาตและเกี่ยวกับเสนาสนะ ผมเองตั้งแตบวชมาก็ปฏิบัติได
เพียงการครองไตรจีวรเพียง 3 ผืน การฉันมื้อเดียว ฉันในบาตรและเที่ยวบิณฑบาตตามลําดับบานเทานั้น ขออื่นๆ นั้นไมสามารถปฏิบัติ
ไดเลย ผมจึงไปกราบพระอาจารยเอกแลวขอทานวาจะขอธุดงคไปในปา
ครับ! ผมจะไปอยูปาสักครั้ง!!!
“จะไปจริงหรือ จะไหวเรอะ?” พระอาจารยเอกถาม แตคงสีหนาเรียบเฉย เพราะอันที่จริงผมเคยเปรยเรื่องนี้ใหทานฟงหลายครั้ง
แลววา หากมีโอกาสจะขอดําเนินรอยตามทาน ไปจําวัดอยูในวัดปาตางๆ ที่ทานเคยธุดงคผานมา
“ไหวครับ ผมไมไดเปนคนติดสุขสบายกับสิ่งไหนเปนพิเศษ อยากลองอยูเงียบๆ ในปา เพื่อที่จะไดไมรูไมเห็นอะไรที่คน
อื่นเขาทําวุนวาย ไมคิดฟุงซานและเปนการเรงความเพียรสําหรับการนั่งสมาธิภาวนาดวยครับ” ความตั้งใจจริงผมเปนเชนนั้น

58
“คนเราเกิดมาในเมืองมนุษย ตองพบมนุษยอยูร่ําไป พระพุทธเจาสอนใหอยูดวยความสงบ วิเวกดวยใจ อยาไปยึดเอาเรื่องของ
คนอื่นมาไวเปนอารมณของใจ แลวก็จะวิเวกอยูคนเดียว ถาใจไมสงบแลวจะไปอยูปาคนเดียวมันก็ไมสงบอยูดีละ” พระอาจารยเนนย้ํา
นิสัยเดิมของผมที่แกไมหาย
“แต…” ผมพยายามอธิบาย
“ไปเถอะ…เห็นตั้งใจเอาไวนานแลว ก็จะสงไปฝากไวกับครูบาที่เราคุนเคย” พระอาจารยเอกไมขัดขวางการไปในครั้งนี้ แตผม
กลับรูสึกสลดใจอยางประหลาด ความกลาที่จะไปอยูคนเดียว กลับกลายเปนความกลัวที่จะไมมีพระอาจารยอยูใกลๆ ทันทีที่ทานอนุญาต
ใหไป ใจมนุษยเราก็เปนอยางนี้เอง
“ไปบอกทานเจาคุณใหทราบกอน” พระอาจารยเอกบอกใหผมบอกกลาวพระผูใหญตามมารยาท
ทานเจาคุณเปนพระผูใหญที่มีเมตตาและมองเห็นความตั้งใจจริงของผมแลวทานก็อนุญาตใหไป แตขอใหดูแลตัวเอง เพราะอยู
ในปาไมเหมือนอยูในเมืองแบบนี้ ผมรับคําทานและบอกกําหนดการทานวาจะไปในอีกสองวันขางหนาหลังจากการฟงปาฏิโมกข
ความรูถึงหูของหลวงพี่ฟลุค เด็กนอยจากนครปฐมที่เกิดอยากจะไปพิสูจนตัวเองลบลางขอครหาตางๆ รีบแจนไปขออนุญาต
พระอาจารยเอกเพื่อที่จะไปพรอมกับผมดวย แตพระอาจารยทานก็แบงรับแบงสู ผมเขาใจพระอาจารยดีเพราะวาเห็นฟลุคอยูที่วัดนี้แลวไม
คอยสะดวกสบายสักเทาไหร เกรงวาจะดูแลตัวเองไมไดเมื่อตองไปออกธุดงค หลวงพี่เปกกับหลวงพี่ปอ สองสหธรรมิกของฟลุคก็ไม
เห็นดีเห็นงามดวย เพราะกลัววาฟลุคจะไปทําใหผมตองลําบากเมื่อไปถึงที่โนน ไมเปนอันปฏิบัติตามที่ผมตั้งใจในฐานะพระรุนที่ที่เคย
อบรมกันมา ผมไมขัดศรัทธาฟลุคแตก็ขอใหคิดใหรอบคอบเสียกอน ฟลุคเทียวไปเทียวมากุฏิผมหลายครั้งตลอดสองวัน เพื่อสอบถาม
ถึงสถานที่ที่จะไปอยูและการปฏิบัติตางๆ สุดทายฟลุคก็โบกมือบายบาย ในขณะที่ผมดีใจเปนที่สุด เพราะวาไมอยากใหฟลุคไปดวย
ตั้งแตตน เพื่อผลแหงการปฏิบัติสูงสุด ขอทิ้งนองไปสักเจ็ดวันเถอะ!
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 46: การเดินทางครั้งใหม
เมื่อใกลวันเดินทาง ผมจัดเตรียมขาวของที่ไมไดมีอยูมากมายเทาไรใหพอดีกับบาตรใบนอย อันที่จริงบาตรของพระธุดงคนั้น
จะขนาดใหญกวาบาตรของผมมาก เนื่องจากวาตองใสบริขารหลายชิ้น แตผมเปนพระเด็กนอยไมมีบาตรใหญก็ตองพยายามเอาบริการที่
จําเปนไปใหนอยที่สุด
พระอาจารยเอกมอบถุงยามสําหรับใสบาตรเดินทางของทานใหไปใช พรอมกับมุงและกลดรมสีน้ําตาลแบบพระปา พระอาจารย
เอกแนะนําใหเปลี่ยนขาบาตรเปนแบบที่แข็งแรงขึน้ เพราะวาการขึ้นรถลงเรือจะตองกระแทกกระทัน้ บาง สิ่งเหลานี้ที่ไดจากพระอาจารย
เอกนั้นผมตื้นตันใจเปนที่สุด ถึงแมทานจะใหผมไปแตทานก็คงจะหวงผมอยูลึกๆ ผมคิดเชนนั้น
ผมบรรจุสบงสํารอง อังสะ ผาเช็ดบาตร ผาเช็ดปาก กระบอกน้ํา ไฟฉาย สมุดโนตเล็กๆ กับปากกา ชอนสอมและเทียนไขกับ
ไฟแช็คไวในบาตร ปดฝาบาตรแทบไมลง จากนั้นก็ผูกยามเขากับขาบาตรแลวดึงรั้งขึ้นมาก็จะมีพื้นที่รอบขางบาตรอีกนิดหนอยสําหรับ
มวนเก็บมุงใหรอบ เสมือนกันตัวบาตรกระแทก แลววางหนังสือสวดมนตและสังฆาฏิดานบนฝาบาตร
ไมนาเชื่อวาของเพียงเทานี้จะทําใหพระดํารงชีวิตอยูในปาไดแลว
หลังจากฟงสวดปาติโมกขจบ เกงเล็กและอั๋นมารอผมอยูแลวที่กุฏิ วันนี้เขาอาสาขับรถไปสงผมถึงที่หมาย พรอมกับหลวงพี่ฟลุค
ที่ขาดเสียไมไดตองไปใหเห็นกับตาและมีเณรทัศนติดตามไปดวยอีกหนึ่งรูป
ผมลาทานเจาคุณกอนแลวคอยไปลาพระอาจารยเอก ทานบอกวาสิ่งที่ควรรูก็สอนไปหมดแลว พระอาจารยไมหวงอะไรอีก ขอ
ใหดูแลตัวเองใหดี อีกเจ็ดวันพบกันใหม ผมรับคําทาน กราบลาทานสามครั้งสวยที่สุดในชีวิตแลวเดินจากมาดวยความรีบรอน กลัวน้ําตา
จะไหลออกมาเสียกอน
รถกระบะของอัน๋ เคลื่อนออกจากวัดทันทีที่ผมกาวขึ้นไป จุดหมายครั้งนี้อยูที่สํานักสงฆโปงเดือด ที่ๆ พระอาจารยเอกเคยพา
ไปทัศนศึกษาครั้งหนึ่งแลว สําหรับที่ปางมะไฟนั้นถึงแมจะอยูใกลๆ กันแตก็ยังคงมีปญหากับญาติโยมอยูเนืองๆ คงไมสงบ สวนที่แมแมม

59
นั้นผมไมไดกลัวทาก แตคิดวาการเดินขึ้นลงเขาขนาดนั้นเพื่อรับบิณฑบาต รางกายจะตองพรอมมากๆ ผมเกรงจะสูไมไหว ลําบากพระที่
นั่นจะตองเปนหวงผมเปลาๆ ที่โปงเดือดจึงเปนที่เหมาะสมอยางยิ่งแลวในตัวเลือกทีผ่ มมีอยู
สํานักสงฆโปงเดือดตั้งอยูในเขตอุทยานแหงชาติ ซึ่งทางสํานักสงฆกับกรมปาไมตางพึ่งพาอาศัยกันอยางถอยทีถอยอาศัย แตเดิม
ที่นี่มีประวัติยาวนานมาหลายสิบปตั้งแตสมัยหลวงปูชอบทานมาบุกเบิก สํานักสงฆนี้จึงเปรียบเสมือนเปนพื้นที่ของครูบาอาจารยเรื่อยมา
จนถึงสมัยหลวงพอประสิทธิ์ และพระรูปอื่นๆ ที่ผานไปผานมาไดพํานักพักเหนื่อย กอนที่ผืนปาแหงนี้จะไดรับการประกาศแตงตั้งเปน
เขตอุทยานแหงชาติเสียดวยซ้ํา
ดังนั้นสํานักสงฆนี้จึงตั้งโดดเดี่ยวอยูกลางปา หางไกลบานชาวบานที่ไมสามารถตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ปาได ดวยเหตุนี้เองจึงมี
ความสงบเงียบเหมาะสมแกการปฏิบัติสมณะธรรม

ที่สํานักสงฆประกอบไปดวยศาลาหลักหนึ่งหลังยกพื้นสูงสรางดวยไมจริงและหลังคามุงสังกะสี มีอาคารบริวารเล็กๆ สองหลัง
คือ โรงครัวกับที่ลางบาตรและวางภาชนะ มีกุฏิอยูทั้งหมด 5 หลังหางกันกวารอยเมตรแทรกตัวอยูในปา สรางดวยวัสดุตามมีตามเกิด ตาม
ศรัทธาของชาวบาน
เมื่อรถไปถึงที่วัด ฝนก็ตกลงมาโครมใหญ ผมพาคณะเดินทางขึ้นนมัสการครูบาบนศาลาและบอกความประสงคของผมใหทาน
ทราบ ครูบาบอกใหรอกอนเพราะกําลังจะขึ้นสวดปาติโมกข ผมจึงพาฟลุคเดินชมพื้นที่ใหหายอยากมาลําบาก เมื่อฝนซาผมจึงขออนุโมท
นาทุกคนที่มาสงแลวใหกลับไป นัดแนะกับเกงเล็กไวเรียบรอยวาอีก 7 วันใหมารับ เพราะวาที่นี่ไมมีสัญญาณโทรศัพทจะผิดนัดกันไมได
เลย.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 47: วันแรกของพระปา
หลังจากปาติโมกขเสร็จ ผมเขาไปนมัสการครูบาแจคผูมีพรรษาสูงสุดในสํานักนี้ แลวบอกทานวาพระอาจารยเอกสงตัวมาให
ขอนิสสัยอยูที่นี่ 7 วัน ทานก็อนุญาตแถมบอกวาดีจริงอยูๆ สํานักก็มีพระมากมายอยางไมเคยเปนมากอน เพราะเมื่อสามวันที่แลวก็มีครู
บาสองรูปเดินทางมาขอจําวัดที่นี่เหมือนกัน สรุปแลวตอนนี้มีพระอยู 5 รูป ไมมีเณร ไมมีโยม อยูกันเทานี้มีอะไรใหชวยเหลือกัน
ครูบาเล็ก เปนอีกรูปหนึ่งที่อยูสํานักสงฆนี้มากอนไดจัดแจงหาเสื่อ ผาหมและหมอนหนุนใหผมสําหรับใชที่กุฏิเบอร 4 หลังเดียว
ที่วางอยูตอนนี้ นับวาผมเริ่มไดธุดงควัตร 2 ขอขึ้นมาทันที คือ ถือการอยูปาเปนวัตร ไมอยูในหมูบานและถือการอยูในเสนาสนะที่เขาจัด
ไวใหเปนวัตร โดยไมเลือกวาสะดวกสบายหรือถูกใจหรือไม

60
กุฏิเบอร 4 นั้นอยูหางจากศาลาหลักประมาณเกือบหารอยเมตร เสนทางเดินนั้นเปนทางเดินในปาที่สองขางทางก็เปนตนไม
ครึ้ม ลื่นเล็กนอยเนื่องจากฝนชะดินใหเปนโคลนและมีตะไครจับเพราะความชื้นมากในฤดูฝน กอนถึงกุฏิจะตองกาวขึ้นเนินเล็กนอย ผม
เห็นสภาพของกุฏิแลวก็จําไดวาหลังนี้เคยมาดอมๆ มองๆ ไวตั้งแตมาคราวแลว

กุฏิตั้งโครงสรางหลักจากทอนไมจริงที่หาไดจากในปา ขนาดกวางยาวไมเกินดานละ 2 เมตร สวนพื้นและฝาผนังนั้นเปนทอน
ไมไผตีแตกและคลี่ออกจากกัน ทางเหนือเรียกวา ฟาก มีประตูไมอัดบานหนึ่งที่ติดตั้งแบบเบี้ยวๆ แตพอปดบังลมหนาวและสัตวรายได ที่
ผนังอีกสามดานเจาะชองเปนหนาตางบานกระทุงที่จะตองเอาไมค้ําไวดานลาง หลังคานับวาดีหนอยเพราะมุงสังกะสี หากเปนใบตองตึง
ก็คงจะตองหนาวเหน็บเพราะน้ําฝนหยดลงหัว
กุฏินี้มีชานเล็กๆ รับบันไดทางขึ้นกอนเขาสูหองในกุฏิ เปนตําแหนงที่วางถังน้ําสําหรับลางเทาและคงไวนั่งอานหนังสือในบาง
ครั้งทุกยางกาวบนกุฏินั้นใหความรูสึกยวบยาบเพราะไมฟากไมสูจะแข็งแรงเทาไหร คงฝกใหเราสํารวมในกิริยาอาการตางๆ บนกุฏิ ถา
เคลื่อนไหวเร็วมากๆ หรือกระโดดโลดเตนมีหวังจะพังครืน
ขางๆ กุฏินั้นมีทางเดินจงกรมที่ปรับแตงขุดยกรองไวดีแลว ยาวประมาณ 45 กาว ที่ปลายทั้งสองขางมีตอไมและเชิงเทียนสําหรับ
วางเทียนพรรษาใหความสวางยามที่เดินจงกรมตอนกลางคืน

61

บรรยากาศดูสงบเงียบและเย็นยะเยียบจากละอองฝนที่เพิ่งหยุดตกไปหมาดๆ ผมสํารวจพื้นที่โดยรอบเพื่อจดจําตําแหนงของทาง
เดินที่สิ่งของใหดใี นขณะที่ยังพอมีแสงอาทิตยรําไรอยู อีกทั้งรีบกางกลดและมุงในกุฏิตามแบบที่พระอาจารยเอกไดสาธิตใหดูกอนจะมา
ที่นี่ ไมงายเลยสําหรับการทําคนเดียวแตก็ตองทําเวลากอนที่พระอาทิตยจะตกดิน เพราะหลังจากนั้นจะไมมีไฟฟาใชแลว
ครูบาเล็กเห็นวาผมจัดแจงทุกอยางพรอมแลวจึงไดขอตัวกลับกุฏิ บอกวาพรุงนี้เชาจะเริ่มบิณฑบาตตั้งแตเวลาหานาฬิกา ขอให
ไปรออยูที่ศาลาหลัก ผมรับคําและสอบถามทานเรื่องเวลาทําวัตรเย็น วัตรเชาและทีส่ รงน้ํา ครูบาเล็กบอกวาที่วัดนี้ตางคนตางทําวัตรของ
ตัวเองในกุฏิ สวนเรื่องการสรงน้ํานั้นขอใหไปใชบอน้ําที่อยูใกลๆ กับศาลาหลัก ผมเขาใจดีแลวขอบคุณครูบากอนที่ทานจะเดินลับหายไป
ในปา
บรรยากาศรอบดานมืดลงแลว ผมมองไปรอบๆ ตัวในกุฏิเพื่อหาเทียนมาจุดใหความสวางชั่วคราว แวบแรกคิดแตเพียงวาใน
ความมืดนี้ผมจะอยูไดอยางไร ไมใชวากลัวความมืดแตไมทราบวาจะทําอะไรดี
ทันใดนั้นผมก็เริ่มไดยินเสียงแกรกๆ ๆ ดังตอเนื่องอยูในกุฏิ ผมรีบมองหาตนเสียงแตก็ไมพบในความมืดนั้น ดวยความที่ไม
กลัวจนกวาจะไดเห็นเสียกอนนั้น ผมจึงหลับตาแลวใชหูฟงหาตนเสียงนั้นที่ไมเคลื่อนที่ ปรากฏวาที่มุมหองนั้นเองในกลองทิชชูมีมดดํา
กลุมใหญกําลังทํารังอยู ผมรูสึกโลงใจวานี่เปนเพียงการรับนองเล็กๆ นอยๆ ที่ตอไปอาจจะเจอมากวานี้ ตองเตรียมใจไวใหดีอยาประมาท
จนจิตใจไมอยูกับเนื้อกับตัว.
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 48: บิณฑบาตกลางปา
คืนแรกในปานั้นผานไปดวยดี ผมปลดมุงลงมาจากขากลดเพื่อสวดมนตทําวัตรเองอยางที่เคยสวดมนตดึกทุกวันกับหลวงพี่แจ็ค
เพราะเปนบทที่สวดไดคลองที่สุดหากตองสวดคนเดียว เทานี้ก็ใชเวลารวม 40 นาทีแลว
หลังจากนั้นผมก็เริ่มลองนั่งสมาธิโดยมีเสียงมดดําฝูงใหญเปนเพื่อนบริกรรมไปดวยในใจก็แผเมตตาใหมดดําวาอยาไดมาเบียด
เบียนกันเลย หลวงพี่ไมไดรบกวนที่อยูของมดดํานะ มดดําตองอยูกับที่หามเดินมาหาหลวงพี่ตอนกําลังจําวัดอยู หามมาทํารังใหมใน
บาตรของหลวงพี่ดวยนะ หลวงพี่ไมชอบมดเลยจริงๆ
ผมตื่นขึ้นมาดวยเสียงนาฬิกาปลุกบอกเวลาสี่นาฬิกา เปดประตูกุฏิออกไปก็พบกับความมืดสนิท มืดชนิดที่วาจะมองไมเห็นแมแต
ปลายมือของตัวเอง ผมรีบจุดเทียนดวงนอยเพียงดวงเดียวก็ทําใหสวางไสวไปไดทั้งผืนปา ลางหนาแปรงฟนดวยน้ําที่เตรียมมาลางเทานั้น
แลวจึงสวดมนตทําวัตรเชากอนที่จะเตรียมตัวไปบิณฑบาต

62
ใกลถึงเวลานัดหมายแลวผมเอาบริขารออกจากบาตร เตรียมผาเช็ดบาตร ผาเช็ดปากและกระบอกน้ําใหพรอม สํารวจสบงวา
เปนสบงครองหรือไม แลวตองพกสังฆาฏิไปดวย เพราะฟายังไมสางเดี๋ยวจะขาดผาครองผิดศีลในเรื่องงายๆ แคนี้ถือวาดูแลตัวเองไมรอด
แลว เมื่อพรอมแลวหมจีวรคราวๆ เพื่อกันหนาว คลองบาตรกับสังฆาฏิ อีกมือหนึ่งถือไฟฉายเดินตะลุยความมืดออกไปยังศาลาหลัก
หนทางที่มืดมิดบวกกับความไมคุนเคยทําใหดูยาวนาน แตในที่สุดผมก็เดินมาถึงศาลาไดโดยไมหกขะลมระหวางทางทั้งที่ทําทา
ลื่นๆ มาหลายครั้ง ผมจัดแจงวางสิ่งของทั้งหมดลงบนศาลาแลวยังตองหนีบจีวรกับสังฆาฏิเขาหองสวมดวย เนื่องจากวาหองสวมกับศาลา
ไมไดถือวาเปนอาคารเดียวกัน

เมื่อถึงเวลานัด พระทุกรูปทานก็มาพรอมกันที่ศาลา ครูบาใหมอีกสองรูปที่ผมยังไมรูจักทานเอาเสื่อมาปู จัดผารองนั่ง กระโถน
กาน้ําและแกวน้ําอยางผูชํานาญงาน สวนผม ไดแตยืนมองในครั้งแรกและจดจําขั้นตอนตางๆ ไว เพราะตั้งใจวาในเชาวันพรุงนี้ผมจะ
เปนคนตระเตรียมสิ่งตางๆ เหลานี้เอง เปนสิ่งที่พระใหมพึงกระทําตอพระที่อาวุโสกวา
การบิณฑบาตวันนี้จึงแบงเปนสองสาย เนื่องจากวามีพระมากขึ้น ผมไดไปกับครูบาเล็กและครูบาใหมรูปหนึ่งที่บัดนี้ก็ยังไม
รูจักชื่อทาน สายบิณฑบาตสายนี้ครูบาเล็กเรียกวา สายโปง เพราะเดินไปทางโปงน้ํารอน มีระยะทางใกลกวาอีกสายหนึ่ง ครูบาทาน
กลัววาผมจะเดินไมไหวจึงใหลองทางใกลๆ นี่เสียกอน
สวนสายบิณฑบาตอีกสายหนึ่งนั้นเรียกวา สายถนนใหญ เพราะตองเดินออกจากเขตอุทยานแหงชาติไปจนเกือบถึงถนนใหญ
นับระยะทางไปกลับแลวไมต่ํากวา 7 กิโลเมตร เปนเสนทางบิณฑบาตรวมกับพระจากวัดปางมะไฟใกลๆ นั้น พระจากวัดเราจึงไปเพียง
สองรูป เพื่อที่วาจะไดไมเปนภาระแกโยมมากเกินไปและบางทีอาหารอาจจะไมเพียงพอ ครูบาแจ็คทานแข็งแรงเพราะเดินสายนี้ประจํา
ฟาเริ่มสางแลวผมจึงไมตองนําสังฆาฏิติดตัวไปบิณฑบาตดวย นับวาเปนเรื่องโชคดีมาก ครูบาเล็กเดินนําลิ่วๆ เนื่องจากวานับ
จากสํานักสงฆเราไปนั้นเปนทางลงเขาตลอด
ทามกลางเสนทางราดยางมะตอยสองเลนที่คดเคี้ยวสูงชันนั้น ตนตะเคียนและยางปากลับทะยานสูงเสียดฟา ซึ่งในขณะที่ผมเดิน
ชมความอุดมสมบูรณของผืนปายามเชาอยูนั้น ผมไมอาจมองเห็นยอดไมไดเลย ยอดเขาปกคลุมไปดวยละอองน้ําที่จับตัวเปนเมฆฝนบาง
เบา บางครั้งไอน้ําฉ่ําลอยมาปะทะตัวผมใหรูสึกหนาวเย็นแตก็สดชื่น ระคนเสียงนกปาที่รองเรียกเพรียกหากันตั้งแตเชา ยามนี้ ผมเปรียบ
เทียบกับที่ตองบิณฑบาตรอยูในเมืองแลวชางตางกัน พระปาไดอยูทามกลางสิ่งแวดลอมแบบนี้แลวก็คงจะไมขวนขวายกลับเขาไปในเมือง
อีกเปนแนแท ผมคิดเชนนั้นจริงๆ

63
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 49: ผลทานที่ตางกัน
การบิณฑบาตนั้นรูปแบบขั้นตอนก็คงจะคลายคลึงกันไมวาพระจะจาริกไปที่ไหน แตสิ่งที่จะตางกันใหเห็นเปนสีสันก็คือโยม
ที่มาใสบาตร ตางที่ตางถิ่นก็ตางกันไป จนตองนํามาเลาถึงเรื่องการบิณฑบาตกันอีกครั้ง
โยมที่มาใสบาตรสายโปงนั้นจะรอกันอยูแตในบาน เมื่อพระสงฆเดินเขามายังบริเวณหมูบาน หัวหนาหมูบานจะเคาะไมเรียก
เปนสัญญาณ ผมกับครูบาทั้งสองยืนสงบนิ่งอยูกลางลานของหมูบานเล็กๆ ประมาณ 10 ครัวเรือนนี้ดวยใจจดจอปนระทึกวาอาหารที่จะนํา
มาใสบาตรจะเปนอะไร เพราะนี่เปนวันแรกที่มาอยูที่สํานักสงฆนี้ยังไมเคยทราบวาศรัทธาญาติโยมใสบาตรดวยอะไรกันบาง
หลังจากนั้นไมนานผมเห็นผูเฒาผูแกเดินยักแยยักยันออกมาประมาณ 3-4 คนเพื่อมาใสบาตร ผมเห็นสิ่งที่พวกเขานํามาใสบาตร
แลวก็ตองแปลกใจ เพราะทุกคนเตรียมเพียงขาวเหนียวใสมาในขันพลาสติก แลวแบงใหพระทั้งสามรูปเทาๆ กัน กับขาวที่ไดนั้นเปนเห็ด
ถอบตม เห็ดปายําใสพริกแหงหรือแคบหมู อาจจะมีบางที่เปนบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปหรือไสอั่วชิ้นเล็กๆ
ในตอนแรกผมรูสึกใจเสียกับอาหารบิณฑบาต แตก็ทําเขมแข็งไวเพราะวาเรามาอาศัยสํานักสงฆทานอยู อาศัยของบิณฑบาต
จากชาวพุทธเหลานี้เพื่อประทังใหรางกายนี้อยูรอดเทานั้นแหละ นี่คือที่สุดของสมณะแลว
แตเมื่อมองไปยังสภาพบานเรือนของชาวบานที่ไมมีความคงทน อยูกันอยางตามมีตามเกิด หาเลี้ยงชีพดวยการเก็บของปาขาย
เสื้อผาที่สวมใสก็ขาดวิ่นแลว เด็กๆ ยังคงรองไหโยเยสกปรกมอมแมม อาหารที่พวกเขานํามาใสบาตรคือสิ่งที่ดีที่สุดที่เขามี เขาเลือก
อยางปราณีตแลวใหกับเราผูถือศีลอยูนั้นนับวามีใจยิ่งใหญไรความตระหนี่เปนที่ยิ่ง ผมไมรูวาขาวเหนียวจํานวนมากมายนี้ถูกแบงมาจาก
ซึ้งที่นึ่งไวสําหรับกี่ชีวิตในครอบครัว แตเขาตั้งใจทําทานแลวสุดทายผมก็เห็นสีหนาอิ่มเอิบในบุญของชาวบานเหลานั้น ผมก็รับอาหาร
เหลานั้นดวยความเต็มใจและนึกอนุโมทนาบุญใหกับชาวบานทุกคนอยางเต็มที่

หลังจากรับของใสบาตรจากชาวบานโปงแลว ครูบาเล็กพาผมเดินขึ้นเนินสูงอีกหนึ่งลูก เพราะวาที่ยอดสุดของเนินเขานี้มีราน
อาหารสําหรับนักทองเที่ยวฝรั่งอยูรานหนึ่งมักมีศรัทธาตื่นมาใสบาตรอยูเสมอ ระยะทางที่สูงชันนั้นทําใหผมรูสึกเหนื่อยมากและครูบา
เล็กก็ทิ้งระยะไปไกล
ผมเห็นทานยืนอยูบนยอดเนินนั้นอยูนานก็ไมมีทาทีวาจะมีโยมออกมาใสบาตร เมื่อผมหอบรางกับบาตรที่บรรจุขาวเหนียวอยู
เต็มไปยืนเคียงคูกับครูบาได ก็ไดรับขาวรายวาไมมีใครออกมาใสบาตร เพราะประตูหนาตางทุกบานปดสนิทดี แตผมกับครูบากลับได

64
ยินเสียงเหมือนกับมีคนอาศัยอยูภายในบาน ผมยืนคอยอยูอึดใจหนึ่ง เพราะบานนี้เปรียบเสมือนเปนความหวังของพระอีกสองรูปที่ไป
บิณฑบาตอยูสายถนนใหญ ไมรูวาจะไดรับอะไรมาฉันบาง
ผมกับครูบาอีกสองรูปยืนสงบนิ่งอยูหนาบานเชนนั้น ไมไดมีอาการสงเสียงเรียกหรือสงสัญญานใหโยมออกมาใสบาตร การทํา
อยางนี้ผมรูสึกปวดใจมาก วานี่เราเปนพระชางเหมือนขอทาน ในกรณีเชนนี้ไดเกิดขึ้นมาแลวในความรูสึกของพระเจาสุทโธทนะที่ทน
เห็นพระพุทธเจาอันเปนถึงบุตรของศากยวงศเดินรับอาหารจากชาวเมืองเหมือนดั่งขอทานไมได แตพระพุทธเจาทรงยืนยันวานี่เปนพุทธ
กิจของพระพุทธเจา การเปนสมณะที่แทนั้นตองไมประมาทในการบิณฑบาตและยินดีกับสิ่งที่ไดรับหรือแมไมไดรับก็ตามที
สุดทายวันนี้โยมก็ไมออกมาจริงๆ ผมไมอาจพูดบนอะไรไดเพราะนี่ก็เปนความตั้งใจของโยมเชนกัน บางครั้งผมคงสบายเกินไป
และชินกับการไดรับของใสบาตรทุกครั้งที่ออกเดิน การไดเรียนรูจักกับคําวา ไมมี บาง คงจะเรงความเพียรในการที่จะพอใจในสิ่งที่ตนเอง
มีอยูไดเปนอยางดี มันคงไมเลวรายสักเทาใด หากอาหารมื้อเชา มื้อเดียวของวันนี้จะมีเพียงขาวเหนียวและแคบหมูอีกหนึ่งหอเทานั้น.
ติดตามตอนตอไป.

สวัสดีครับทุกคน
เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคมที่ผานมา เปนวันสงทายปเกาตอนรับปใหมของสากล
ผมไมไดไปอยูกับกลุมเพื่อนฝูงที่ไหน แตตั้งใจไปปฏิบัติธรรมที่วัดปาฯ วัดที่ผมไดเคยบวชเรียนมา
คืนนั้นหลังจากทําวัตรเย็นแลว ทานเจาคุณอาจารยพระโสภณธรรมสารไดเทศนเตือนใจอุบาสก อุบาสิกาและภิกษุสามเณร
เกี่ยวกับเรื่องของวันขึ้นปใหมไวนาฟง ดังนี้...
"... วันขึ้นปใหม ทุกแหงหนก็มีการเฉลิมฉลองกันทั่วไปตามเทศกาลสากลนิยม การฉลอง คือ เรื่องของความบันเทิง การกิน การ
เที่ยว การดื่ม จนบางคนถึงกับตองจบชีวิตในวันขึ้นปใหม นี่คือวิถีของชาวโลก ที่ยึดความสุขทางกามารมณเปนหลัก หากทุกคนมีธรรมะ
อยูในใจแลว ยอมจะรูจักปลอยวางไปเอง...
...จํานวนปที่ผานไปนั้น ตามจริงเกิดจากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง ทําใหเกิดกลางวันกลางคืน เกิดจากการที่โลกโคจรรอบดวง
อาทิตยทําใหเกิดฤดูกาลหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป ทานผูฉลาดจึงไดกําหนดวัน เดือน ปหนึ่งๆ ใหผานพนไป หากทําความเขาใจอยางนี้แลว
วันเวลาก็เหมือนเดิม เพียงแตนับเพิ่มอีก 1 ป เราจะนับสาระประโยชนอะไรจากการนับวันเวลาแบบนี้ นอกเหนือไปจากความชราภาพ...
...ความจริงนั้น จุดดับของรางของชีวิตของแตละคน คือ ความตาย ที่กรรมของแตละคนไดกําหนดเอาไวแลว ไมทราบวาจะ
มาถึงเมื่อไหรแมไมตองถึงกับแกตัวลง บางครั้งความตายก็มาเยือนไดโดยที่ไมรูตัว เหตุนั้นคือ กรรม ปจจัยก็คือผลที่ไดรับนั้น...
...ถาคิดอยางนี้จะเขาใจไดวา เราใกลความตายเขาไปทุกทีแลว เวลาในการครองชีวติ สั้นลง จึงสรุปลงวา อยาประมาท อยา
ปลอยชีวิตใหไรคา จงบริหารชีวิตใหเปนใหเกิดประโยชนสูงสุด...
...เพราะฉะนั้นปใหมที่กาวผานไป พึงระลึกเสมอวาเวลาเราเหลือนอยลงทุกขณะ มีสิ่งใดใหจงรีบทํา ดั่งเวลาและวารีไมเคย
คอยใคร นี่เปนสิ่งสําคัญที่สุด...
...พึงตรวจตราวาหนึ่งปที่ผานมา มีภัยสิ่งใดเขามาเบียดเบียนเราบาง ทั้งความเจ็บไขไดปวย อุปสรรคขัดขวาง วิบากอันใดและ
ความรูสึกไมไดดั่งใจตางๆ นั้นเกิดขึ้นไดเชนใดบาง กิเลสคงเปนคําตอบที่มาแหงภัยตางๆ ที่เราประสบพบเจอได โดยเฉพาะโลภะ (ความ
โลภ) โทสะ (ความโกรธ) และโมหะ (ความหลง) จะทําใหเราเขาใจจุดบกพรองของตัวเองในปที่ผานมา...
...ตนเตือนตนของตนใหพนผิด
ตนเตือนจิตตนไดใครจะเหมือน
ตนเตือนตนไมไดใครจะเตือน
ตนแชเชือนไมเตือนตนใหพนภัย..."
สวัสดีปใหม 2549 ทุกคนครับ
ฐานวิชโช

65

ตอนที่ 50: รูจักพระจาริกธรรม
กิจวัตรของพระปาหลังจากที่บิณฑบาตรกลับมาแลวก็ไมตางไปจากวัดในเมืองที่ผมเคยอยูสักเทาไร ตางกันเพียงแค “สภาพ” ของ
พระเทานั้นที่ออกจะดูโทรมไปสักหนอยเพราะวาตองเหนื่อยกับการเดินทางไกล ยิ่งผมกับครูบาอีก 2 รูปที่ดูจะออนพรรษากวาใครๆ นั้น
จะออกอาการชัดวานั่งหมดแรงเหงื่อไหลไคลยอยไปตามๆ กัน
จีวรที่เปยกชุมไปดวยเหงื่อจึงไดรบั การตากผึ่งลมเอาไวสักครูหนึ่ง กอนที่พระทุกรูปจะหยิบมาครองเพื่อฉันเชาบนศาลาอีกครั้ง
นาเลื่อมใสเปนอยางยิ่งวาถึงแมพระปาจะอยูในปาลึกไมมีใครเขามาเห็น แตวินัยสงฆที่พึงกระทํานั้นก็ตองไดรับการปฏิบัติอยูเสมอไมมีขอ
ยกเวน กอนจะฉันตองหมเฉียง กราบพระประทานและนั่งประจําที่ มีอุปกรณ กาน้ํา กระโถนวางไวเปนระเบียบเรียบรอยแลวทานก็ฉัน
ดวยจริยวัตรอันงดงาม
สิ่งเหลานี้เปนความประพฤติที่ไดรับการสั่งสอนอบรมมาจากรุนตอรุนแลว เวลาพระภิกษุจาริกไปที่ไหน หากมีมารยาทปฏิบัติ
ตามเสขิยวัตรที่พึงกระทําแลว ไปอยูที่ไหนก็ไมลําบาก แถมยังไดรับการชื่นชมสงผลไปถึงพระพี่เลี้ยง พระครูอุปชฌายอาจารยวาสั่งสอน
มาดีอีกดวย ผมเองก็ไดชื่อวาถูกฝกมาแลวเชนกัน จึงไมไดรูสึกเกอเขินที่จะปฏิบัติตนตามแบบที่สํานักสงฆฯ ที่นี่ทานปฏิบัติกัน
หลังฉันเชาและลางบาตรเปนที่เรียบรอยแลว พอจะมีเวลาสักครูหนึ่งกอนที่พระแตละรูปจะแยกยายกันไปปฏิบัติกิจของตนที่กุฎิ
ผมจึงไดทักทายกับครูบาออนพรรษาทั้ง 2 รูปถึงชื่อและที่มาที่ไป จนถึงไดมาถึงสํานักสงฆฯ แหงนี้ เพราะตอนที่มาทัศนศึกษากับพระ
อาจารยเอกครั้งทีแ่ ลวไมเคยเห็นทานมากอน
ครูบารูปแรก ชื่อวา “ครูบากลด” ทานเปนคนผิวขาวรูปรางทวมแบบลูกคนจีน ใสแวนสายตากลมๆ แตชอบมองลอดเหนือเลนส
ออกมาทุกครั้งไป ทานเลาใหฟงวาเปนคนจังหวัดกระบี่ เปนลูกชายเจาของรานขายทองในตัวจังหวัด แตดวยความศรัทธาในพระพุทธ
ศาสนาจึงออกบวชหลังจากจบการศึกษามาได 2-3 ป ตอนนี้บวชไดหนึ่งพรรษากวาๆ แลว จาริกจากภาคใตไปอยูภาคอีสานเมื่อพรรษาที่
ผานมา ครูบากลดเปนคนพูดนอยสงบปากสงบคํา แตชอบใชสายตามองเวลาพระรูปอื่นๆ ทานคุยกัน เขาใจวาทานคงฟงอยูแตไมไดพูด
แสดงความคิดเห็นออกมา แตทานก็ดูเปนมิตรและไมมีพิษมีภัย
สวนครูบาอีกรูป ชื่อ “ครูบานอย” เปนลูกอีสานขนานแท นอกจากจะตัวจอย จนทานเลาวาชื่อนอยนี่ก็มาจากตอนเด็กๆ ถูกเรียก
วา “บักหํานอย” แลว ทานก็ยังผิวคล้ําและเคาโครงใบหนาเฉกเชนเดียวกับพี่นองดินแดนที่ราบสูงทั่วไป ทานเลาใหฟงวาตั้งใจบวชทดแทน
คุณบุพการีที่ไดเคยทําเรื่องเดือดเนื้อรอนใจใหมาตลอด และตั้งเปาหมายไววาจะบวชไมนานเพราะวามีกําหนดแตงงานกับสาวนางหนึ่งซึ่ง
อีก 2 ปจะเรียนจบจากสถาบันอุดมศึกษา ทานบวชที่วัดปาแหงหนึ่งในภาคอีสาน ผมจําชื่อวัดไมไดแตทานเลาวาเปนวัดที่พระอาจารยเครง
ครัดวินัยมาก เมื่อไดรับการยอมรับจากพระเดชพระคุณวาสามารถรักษาศีลดูแลตัวเองได ทานจึงขออนุญาตลาจากวัดเพื่อตามหาญาติผูใหญ
ทานหนึ่งที่บวชเปนพระแลวจาริกมาอยูเมืองเหนือ
เหตุที่ผมตองเรียกพระทั้งสองรูปวาครูบานั้นเพราะทานยังบวชพรรษานอยและถือไดวาเปนพระสายอีสานดวยกันทั้งคู ครูบาทั้ง
สองพบกันที่เมืองพิจิตร ครูบากลดมีความตองการมาจาริกที่เชียงใหมอยูแลวเพื่อตามรอยครูบาอาจารย สวนครูบานอยก็ไดรับขาวมาวา
ญาติที่ทานตามหานั้นจําวัดอยูไมไกลละแวกนี้ ทั้งสองจึงชักชวนรวมกันเดินทางมาจนถถึงสํานักสงฆแหงนี้กอนหนาที่ผมจะมาถึงเพียง
วันเดียว
มินาเลา…ครูบายังหอบแฮกๆ หลังบิณฑบาตอยูเลยเพราะวายังไมชินนี่เอง…
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 51: ปฏิบัติอยางพระปา
ความรูสึกแรกของการที่มาอยูที่สํานักสงฆ กลางอุทยานแหงชาตินี้ก็คือ ความวาง ความวางในที่นี้ไมไดหมายถึงจิตที่วางเปลา
ละแลวซึ่งกิเลสความอยากได อยากมี อยากเปนทั้งปวง แตเปนความไมมีอะไรทําเสียมากกวา เพราะหลังจากพระทุกรูปแยกยายกันไปประ
จํากุฏิแลว ก็จะไมมีใครไดพบหนากันอีกเปนเวลาไมนอยกวา 6-7 ชั่วโมงในตอนกลางวันและอีกไมนอยกวา 10 ชั่วโมงในเวลากลาง คืน
พื้นที่วัดที่รกครึ้มไปดวยพรรณไมตางๆ อยูแลวกลับดูหนาแนนมืดทึบยิ่งขึ้นไปอีก ประหนึ่งวาไดอยูแตเพียงผูเดียวกลางปา

66
ผมทบทวนภาระกิจของตัวเองที่ตัดสินใจมายังที่แหงนี้ จะมามัวนั่งเศราเหงาหงอยอยางนี้คงจะไมเกิดประโยชนเสียดายเวลาที่
ผานพนไป ทานเจาคุณเทศนสอนอยูเสมอวาความเพียรเปนสิ่งที่ตองทําวันนี้ ใครจะลวงรูค วามตายแมเพียงพรุงนี้นั้นเปนจริงเสมอ ผม
สูดลมหายใจเขาเต็มปอดหนึ่งครั้ง จัดเตรียมพื้นที่ในกุฏิ คลายมุงออกจากขากลดแลวแทรกตัวเขาไป ชองวางระหวางอิริยาบทนั่งกับ
นอนนั้นหางกันนิดเดียว ผมเลือกนั่งภาวนากอนเปนอันดับแรก สวนจะลมตัวลงนอนหรือไมนั้นตองใหความตั้งใจจริงเปนเครื่องพิสูจน
การมีมุงครอบระหวางการนั่งสมาธินั้นเปนประโยชนมากในการปองกันเหลือบยุงริ้นไร ไมใหมาทําความรําคาญขวางกั้นความ
เพียร แตเหนือสิ่งอื่นใดนั้นคือความปวดเมื่อยขา ความเหน็บชาที่แสนจะทรมาณจิตใจ
ครูบาอาจารยทานเลาใหฟงเสมอวาเมื่อเริ่มนั่งใครๆ ก็ปวด แตเมื่อจิตใจอยูเหนือกายแลวก็จะไมพะวงกับความเจ็บปวดนั้นอีกตอ
ไป บางทานก็บอกวาใหอดทนกับความปวดนั้น จนในที่สุดเราจะหายปวดเมื่อยไปเอง ผมเคยนั่งสมาธิรอบดึกกับหลวงพี่แจดที่วัดบอย ครั้ง
ก็พบความจริงดังวามีบางวันที่สามารถนั่งติดตอกันไดนานโดยที่ไมเมื่อยขบเลย รูสึกอัศจรรยใจมาก มาที่สํานักสงฆฯ แหงนี้ก็จะขอลอง
ปฏิบัติเชนนั้นอีกครั้งหนึ่ง
คําบริกรรม พุทโธ นั้นเปนสิ่งที่งายที่สุด ถึงแมวาจะมีคําแนะนําบอกถึงการบริกรรมคําอื่นๆ ก็ไดผลเชนเดียวกัน เชนทองอิติป
โสฯ ไปเรื่อยๆ นั้นผมพบวา เมื่อจิตเรายังไมนิ่ง ยังคิดเรื่องอื่นใจแสสายออกไปโดยตลอด สักพักก็จะลืมคําบริกรรมนั้นวาทองถึงคําไหน
จะมัวพะวักพะวงนึกใหออกวาจิตหลุดไปเมื่อไรจะพยายามตอบทสวดใหจบนั้นก็นับวาฟุงซานไปเหลือประมาณแลวไม พุท ก็ โธ เทานั้น
ทองงาย เมื่อพลั้งเผลอไปก็ตอไดทันที
อีกสิ่งหนึ่งที่ผูปฏิบัติสมาธิภาวนาจะสัมผัสไดนั้นคือ เสียงของลมหายใจ หากยิ่งอยูในที่สงบเงียบแลว เสียงกองแหงความคิดใน
จิตใจลดนอยลงไปจนเหลือเพียงแคพุทโธแลว เสียงลมหายใจจะแจมชัดดังขึ้นเรื่อยๆ ครั้งหนึ่งผมลองเปลี่ยนไปกําหนดที่ลมหายใจเขา
และออกนับตั้งแตปลายจมูกเริ่มสัมผัสไดวามีอากาศพัดผานไปเขาสูชองจมูก โพรงจมูกไปจนถึงลําคอและในทางกลับกันเมื่อมีลมหายใจ
ออก หากใครไดเรียนเกี่ยวกับสรีระรางกายของมนุษยที่เกี่ยวกับการหายใจมาดวยแลวจะคิดตอเนื่องไปจนถึงขั้วปอดตลอดไปถึงถุงลมกัน
เลยทีเดียว
เสียงลมหายใจนี่นับเปนเสียงที่แปลก เพราะลมหายใจเปนสิ่งที่มีอยูตลอดแตนอยคนนักที่จะนําสิ่งนี้มาพิจารณาใสใจ ทุกคน
คุนเคยกับการแปรเปลี่ยนของอารมณตัวเองแตหารูไมวาลมหายใจก็เปลี่ยนแปลงตามไปดวย เมื่อใดที่รูสึกโกรธเราก็หายใจรุนแรงฟดฟาด
เมื่อใดที่ตื่นเตนก็หายใจรัวดั่งจังหวะกลอง เวลาเศราหรือทุกขใจก็ทอดลมหายใจเสียยาวเหยียด หรือแมแตตอนรองไหก็คร่ําครวญเสียจน
สําลักน้ําตาก็มี
ในการปฏิบัติสมาธิภาวนานั้น ผมไดยินเสียงลมหายใจ ผมควบคุมลมหายใจใหสม่ําเสมอไดพรอมๆ กับพัฒนาปญญาไปดวย
วา เพราะลมหายใจนี้เราจึงมีชีวิตอยู จงถนอมลมหายใจนี้ไวใหอยูกับเราเชนเดียวกับครองสติเราไวใหมั่น ไมออนไหววูบวาบไปกับสิ่ง
เราใหเกิดอารมณตางๆ เทานี้เราก็ใกลความสุขสงบเขาไปทุกขณะแลว
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 52: เรื่องหมูๆ
กลางวันวันหนึ่ง ขณะผมนั่งภาวนาอยูในกุฏิ หูผมก็พลันไดยินเสียงอะไรบางอยางอยูดานหลังไกลออกไปสักสิบเมตร
เปนเสียงของสัตวบางชนิดเดินและคุยเขี่ยพุมไม บางครั้งก็ไดยินเปนเสียง “ตุบ ตุบ” เปนจังหวะ ดวยความอยากรูอยากเห็นจึง
ออกจากสมาธิแลวคอยๆ ยองไปที่ริมหนาตางบานกระทุงของกุฏิเพื่อมองหาตนเสียง ความรูสึกตอนนั้นเหมือนกับเขาไปสองสัตวในปา
ตอนนี้เราอยูในนั่งรานและนาจะมีสัตวปาหายากตัวหนึ่งออกมาใหผมไดยลโฉม แตก็มองไมเห็นสักที
บายแกๆ เมื่อถึงเวลาชวยกันทําความสะอาดบริเวณวัด ผมลองถามครูบาแจคและครูบาเล็กที่จําพรรษาอยูที่สํานักสงฆมานาน
แลววาเปนเสียงของสัตวอะไร ทานบอกวาเปนหมูปา…จริงดวย หมูปา เพราะบริเวณสํานักสงฆนี้ใกลกับพื้นที่โปงซึ่งเปนแหลงอาหาร
อุดมสมบูรณแบบที่หมูปาชอบ
เรื่องหมูปานี้ทําใหผมดีใจไปไดนาน เพราะรูสึกเหมือนวามีเพื่อนเมื่ออยูในปา ตอนนั่งภาวนาหมูปาจะมาทุกครั้ง ทําใหใจคิดไป
วานี่เรามาภาวนาก็เปนบุญ สัตวนอยใหญที่เขามาใกลนั้นไมไดจะเขามาทําอันตราย บางครั้งเขาอาจจะอยากมาอนุโมทนาบุญกับเราดวย

67
กระมังนี่ อาจจะดูคิดเขาขางตัวเองไปสักหนอย แตก็เปนเครื่องยึดเหนี่ยวในจิตใจวาถาเรารักษาศีลแลว ภาวนาแลว จิตคงเข็มแข็งตอการ
สกัดกั้นกิเลสแตก็ออนโยนตอสรรพสัตวทั้งปวงได
เรื่องนี้เห็นจะจริงเปนอยางยิ่งเมื่อตอนผมอยูที่วัด เพราะนองหมาไมเคยแมแตแยกเขี้ยวยิงฟนใสผมที่อยูในผาเหลืองเลย ทั้งๆ ที่
ไมเคยเจอหนาคาตาหรือคุนกลิ่นกันมากอน
ทันใดนั้นเอง เสียงปนลูกซองยาวดัง “ปง!”
ตามดวยเสียงแหวกอากาศของลูกกระสุนเฟยวฟาวเสมือนกับวาผานหลังผมไปจากซายไปขวา ดังติดตอกันสามครั้ง
ชาวบานคงเขามาหาของปา และสิ่งที่ไดกลับไปคงเปนสัตวใหญขนาดที่ตองใชปนยิงกันแบบนี้ ผมอดคิดถึงหมูปาไมได บัดนี้
มันคงไมไดอยูตรงนั้นแลว
“มันนาจะหนีรอดไปได” ใจผมคิด นายพรานคงไมแมนเพราะยิงออกไปตั้งสามลูก แตถามันตองมาจบชีวิตเอาตอนนี้แลวผมคง
เสียใจมากๆ เลยทีเดียว
หลังจากเสียงปนนั้น แมผานไปหลายชั่วโมงก็ไมมีแวววาหมูปาจะกลับมาคุยเขี่ยหาอาหารรอบๆ กุฏิผมอีก จากที่นั่งภาวนาเฉยๆ
กลับใจรอนรนรอฟงเสียงหมู นี่แหละหนอเอาเรือ่ งอื่นๆ มาเปนทุกขเสียแลว สงสารหมู ผมนึกสงสารหมูและตลอดการนั่งภาวนานั้น
ตั้งใจสงกระแสจิตแหงบุญใหกับมัน ทั้งที่เห็นหรือไมไดเห็นก็ดี ทั้งที่อาจจะรอดชีวิตอยูหรือกําลังหารางใหมก็ดี ขอใหดวงวิญญาณหมู
ไดรับผลแหงบุญนี้ดวย
เชาวันรุงขึ้น
ผมออกบิณฑบาตขามเขาเหมือนเคย แปลกแตเพียงวาวันนี้ชาวบานเตรียมของมาใสบาตรมากเปนพิเศษในจังหวะที่ผมมองปออุย
(คุณตา) หยิบกวยเตี๋ยวถุงใหญลงในหมอนั้นมีเนื้อสัตวมากมาย ทั้งๆ ที่รับบิณฑบาตมาไมเคยมีวันไหนเยอะเทานี้มากอน
ปออุยยิ้มๆ แลวบอกวา “เมื่อวานไดเนื้อมาดี”
“โฮ….” ผมแอบน้ําตาไหลอยูในใจลึกๆ ตั้งใจวายังไงก็จะไมกินกวยเตี๋ยวถุงนี้เด็ดขาด เพราะในความเปนจริงแลวพระสงฆจะ
ฉันเนื้อที่เห็นการฆาหรือแมแตไดยินเสียงเขาฆาแลวนํามาถวายไมไดอยูแลวดวย ผมไมฉันแนๆ
ครูบาเล็กทานเห็นผมไมฉันกวยเตี๋ยวซึ่งนับวาเปนอาหารหลักของวันนั้นเลยทานก็แปลกใจ แตผมก็ไมกลาที่จะบอกเหตุผลออก
ไป มันอาจจะเปนเรื่องจริงหรือผมคิดไปเองก็สุดแลวแต แตผมคงทําใหทานเปนหวงมากเรื่องปากทองและความเปนอยูในปา ครูบาเล็ก
จึงบอกวาวันนี้จะพาไปเที่ยวโปงเดือดแบบไมเสียคาธรรมเนียม ใจผมอยากเปลี่ยนบรรยากาศอยูแลวดวยจึงรับคําทานแลวตกลงกันวาเกา
โมงเชาจะออกเดินทาง
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 53: โปงเดือด
ผมเพิ่งทราบเดี๋ยวนั้นเองวาโปงเดือด สถานที่ทองเที่ยวระดับอันซีนของประเทศไทยนั้นอยูหางจากสํานักสงฆฯไปอีก 5
กิโลเมตร นั่นหมายความวาผมตองเดินไปและกลับรวม 10 กิโลเมตร ผานเสนทางบิณฑบาตเหมือนเชนทุกเชาแลวเดินตอไปอีก
หนอย แคคิดวาจะตองเดิน ผมก็เหนื่อยใจไปกอนแลว
เมฆฝนลอยต่ําเลียดยอดไมและปลายเขาเหมือนเชนทุกๆ วันในฤดูฝนเชนนี้ ครูบาแจ็คและครูบาเล็กเรงรัดใหพวกเราออกเดิน
ทาง ทุกรูปไมมีอะไรติดตัวไปเลยนอกจากผาอาบน้ําฝนอีกคนละหนึ่งผืน เอาไวผลัดตอนลงแชน้ํารอน นึกถึงตอนเปนฆราวาสเวลาไป
เที่ยวจะตองคิดเตรียมนั่นโนนนี่ เสื่อสาด อาหารปคนิค เตรียมรถเติมน้ํามันสารพัดจะวุนวาย
สุดทายก็ไมรูวาไปเที่ยวแบบชาวบานนี่เขาเปนสุขสนุกกันจริงหรือเปลา แตพระเราทิ้งไปหมดแลว กองทุกอยางไวขางหลัง
สบายตั้งแตยังไมเริ่มกาวเดินออกจากสํานักสงฆเลย
ทัศนียภาพสองขางทางยังงดงามเหมือนเชนเคย ปาเขาที่มีตนไมอยูคูกันยอมสวยงามสําคัญกวาภูเขาหัวโลนโดดเดี่ยวหรือแมแต
ทอนไมแกะสลักในหองทํางานของเจาใหญนายโต สิ่งนี้บอกใหเรารูวาความโลภนั้นเปนกิเลสที่มาบดบังปญญาของมนุษยเสียสิ้น เมื่อไร
ที่มนุษยคิดได เมื่อนั้นโลกคงสงบสุขเพราะไมมีการเบียดเบียนกัน

68
และแลวฝนก็ปรอยลงมา พระอยางเราไมวิ่งหรือเรงรีบเดินจนเกินงาม เพราะกลางถนนแบบนี้รีบไปก็เปยกอยูดี ทันใดนั้นเอง
ผลบุญอันใดไมทราบดลใจใหมีรถกระบะมาจอดรับพวกเราไปสงถึงโปงเดือดทั้งๆ ที่เราไมไดโบกมือเรียกหรือรองขอ นี่แหละน้ําใจชาว
เหนือที่มีจุนเจือใหกับศาสนาและผาเหลืองมานานแสนนาน อีกทั้งคาธรรมเนียมเขาชมอุทยานก็ไมตองเสีย เพราะเจาหนาที่อุทยานเขามี
ศรัทธาดีอยูกับสํานักสงฆฯ
โปงเดือด เปนน้ําพุรอนแบบกีเซอร คือพุงขึ้นจากระดับผิวดินเปนครั้งคราวตลอดเวลา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณสนามวอลเลย
บอลและมีน้ําพุพุงขึ้นมา 4-5 จุดสลับกันเปนจังหวะของมันเอง ทั่วทั้งบริเวณยังคงปกคลุมไปดวยปาไมและกลิ่นกํามะถันออนๆ ทางอุท
ยานแหงชาติไดจัดเสนทางชมธรรมชาติและทํารั้วไมเตี้ยๆ กั้นไวพรอมทั้งติดปาย “หามคนเขา” ไปใกลน้ําพุรอน
ครูบาแจ็คผูอาวุโสทานกาวขามรั้วไมไปแลวหันมาบอกกับผมดวยสีหนาเรียบเฉยวา
“เราเปนพระ…” วาแลวทานก็กาวผานลําธาร กอนหินนอยใหญไปถึงกอนหินลูกใหญที่สุดในบางครั้งไอความรอนของน้ําพุปก
คลุมรอบตัวทานจนเราแทบทองไมเห็น มองไปอีกครั้งทานนั่งภาวนาอยูบนกอนกินกอนนั้นเสียแลว ทามกลางความรอนและไอกํามะถัน
ครูบาแจ็คทานไมสะทกสะทานเลย
ครูบาเล็กเลาใหผม ครูบากลดและครูบานอย พระขาจรออนพรรษาฟงวา สถานที่แหงนี้เดิมทีครูบาอาจารยของเรามาอยูกอน
หลวงปูชอบ ฐานสโมทานก็เคยธุดงคผานมาอาศัยในปาที่นี่ ปฏิบัติเชนเดียวกับที่ครูบาแจ็คทําอยูนี้ ความรอนและกํามะถันชวยรักษาโรค
ไขขอของทานไดเปนอยางดี แตมาภายหลังรัฐบาลเขาครอบครองพื้นที่ปาเพื่อสงวนไวเปนเขตอุทยานแหงชาติและจะพัฒนาเปนแหลง
ทองเที่ยว
หลวงปูทานพิจารณาแลววาตอไปสถานที่นี้จะวุนวายไมเหมาะสมกับการภาวนา จึงไดตัดสินใจยายสํานักสงฆไปตรงที่ปจจุบัน
และหลังจากนั้นก็มีพระอาจารยหลายรูปชวยกันสรางศรัทธามาสูสํานักสงฆฯ ไดมีพออยูอยางที่ผมเห็น
สักพักหนึ่งครูบาแจ็คทานกลับมาพรอมทั้งบอกวาสดชื่นสบายดี เดี๋ยวจะพาพวกเราไปแชที่ปลายน้ํา ที่นั่นมีน้ําเย็นมาผสมให
อุนพอเหมาะลงแชไดทุกคน
ทานเดินนําลัดเลาะเขาไปในปาดูวกวน มาเจอกับแองน้ําเล็กๆ มีน้ําตกไหลมาลงเปลี่ยนน้ําใหมอยูเสมอดูสะอาดสะอานแมเปน
แหลงน้ําในปา ครูบาเล็ก ครูบากลดและครูบานอยผลัดผาอาบน้ําฝนลงแชกันสบายตัว สวนผมไมกลาลงไปดวยเพราะไมเคยชินกับการ
ผลัดเปลี่ยนสบงกลางแจงแลวลงน้ําแบบนี้ อาจมีโชวดีไมมีชารจได หรือไมก็ยังฝงใจกับทากตัวนอยที่คอยดูดเลือดเราอยู จึงขอเดินสํารวจ
รอบบริเวณอยูลําพัง
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 54: พระปากับโยม
อันที่จริงการเดินทางไกลนั้นไมเหนื่อยเลย หากเราควบคุมลมหายไดและที่สําคัญนี่เปนอานิสงสของการเดินจงกลมทุกวัน
ทําใหรางกายแข็งแรง เดินทนเดินไดนานเดินไดไกล เหมาะสําหรับพระธุดงคตองฝกซอมรางกายไวอยูตลอด
เรื่องนี้หลวงตาบัวทานเคยแนะนําไวในหนังสือแนะนําวิธีปฏิบัติภาวนาที่ผมเคยอาน เพราะฉะนั้นขาเดินกลับจากโปงเดือด
ผมจึงเหนื่อยไมมาก เดินจงกลมทุกวัน บิณฑบาตทุกเชาชวยไดมากทีเดียว
คณะสงฆกลับถึงสํานักสงฆฯ ประมาณเที่ยงวันแลว แยกยายกันไปภาวนาอีกไมเทาไรก็ถึงเวลาปฏิบัติกิจของสงฆประจําวัน
คือ กวาดวัดและทําความสะอาดศาลา ขอใหมาดูเถิดวาวัดที่อยูในปาหลายๆ แหงสะอาดสะอานกวาวัดในเมืองเปนไหนๆ แมทางเดิน
ในปาทานก็กวาด ไมเห็นมีใบไมตกมาสักใบ ลานดินลูกรังที่กวางกลับไมมีสิ่งใดเจือปนเลย เรากวาดกันทุกวันเหมือนกวาดใจให
สะอาดอยูเสมอฉะนั้น
ประมาณบายสี่โมงเปนเวลาไดรวมหมูคณะสนทนากันบางที่ศาลาเพื่อฉันน้ําปานะ ปานะที่นี่ไมเหมือนกับวัดที่ผมเคยอยู แน
นอนอยูแลววาสิ่งของไดมาลวนยากเย็น เครื่องชงดื่มตางๆ ถาไมไดมาจากถังสังฆทานที่เก็บไวตั้งแตครั้งมีงานบุญพระใหญสําคัญ ๆ ก็
จะไดมาจากวัดสาขาตางๆ สงมาเจือจุน

69
สิ่งที่ขาดไมไดเลยคือ ชา น้ําผึ้งและน้ํารอน ผมเห็นมีผงครีมเทียมอยูกนขวดแตก็ไมมีกาแฟหรือโกโกใหชงฉัน บางครั้งโอ
กาสเหมาะๆ จะไดน้ําอัดลมมาจากศรัทธาที่เดินทางผานไปมามาถวาย ครูบาทานก็จะเก็บไวครั้งจนใจจริงๆ จึงจะนําออกมาใหฉัน
กัน นี่ไมใชพระสะสมอาหาร แตหากใหโยมถวายไวหมดในวันนั้นแลว ก็จะไดฉันแควันเดียว ของหมดอายุขาดประเคนไปก็ไม
คุมคากับที่โยมเขาทําบุญมา
เรื่องของโยมกับวัดนั้น ผมเห็นเปนเรื่องสําคัญก็ครั้งนี้ ปรกติแลวที่วัดจะมีพระจําอยูไมกี่รูป แตมาชวงนี้มาใหมพรอมกัน
ถึงสามรวมพระเกาเปนหาแลว ปานะก็พรองลงไปอยางเห็นไดชัด เพื่อใหถูกตองตามวินัยสงฆพระจะตองใหโยมประเคนของใหกอน
ที่จะฉันได แตสํานักสงฆนี้ไมมีโยมอยูเลย บานใกลเรือนเคียงก็ไมมี ถาเปนเชนนี้ครูบาเล็กจะตองบอกโยมที่ใสบาตรตอนเชาวาให
ตามมาที่วัดดวย วันนี้ทานลืมบอกและปานะก็ไมมีเหลือพอเพียงสําหรับพระหารูปแลว ดูทานเปนหวงเรามากๆ เพราะคงเห็นวาเปน
พระใหมจะไมทนกับความหิวไดนาน หากทานกับครูบาแจ็คอยูดวยกันสองรูปแลว ปญหาแบบนี้คงไมเกิดขึ้นแนนอน
ครูบาเล็กชวนผมและครูบานอยไปยืนคอยอยูริมถนน เดินออกไปจากสํานักสงฆฯ สักหนอยเพื่อคอยโบกรถที่ผานไปมาให
ชวยแวะเขาไปที่ศาลา ประเคนของใหพระใหดวย ถึงตอนนี้ผมก็รูสึกถึงความยากลําบากของพระอีกครั้ง จริงอยูที่ชาวบานก็มีศรัทธา
กับสํานักสงฆฯ อยูบาง แตก็ไมเทาทันถึงเรื่องตางๆ ที่พระไมสามารถบอกใหทําได
ดังเชน การบิณฑบาตที่พระไมเคยรองขอ โยมที่มีจิตศรัทธาเทานั้นที่ทราบวาตองมาใสบาตร เรื่องการอุปฏฐากพระแบบนี้
ก็เชนกัน เปนเรื่องลึกๆ ที่พุทธศานิกชนนอยคนนักจะทราบวาจะตองปฏิบัติใหพระอยางไรใหพอเหมาะและพอสมควรวันนี้ผมที่กําลัง
เปนพระตองมายืนขอความชวยเหลือจากโยมที่ผานไปมา คิดแลวไมสบายใจเลย วัดที่ขาดโยมอุปฏฐากนั้นลําบากจริงๆ พระปาก็ตอง
ทนกับสภาพแบบนี้ใหไดเชนเดียวกัน พระปาตองอดได ขมใจได ตัดไดละไดซึ่งความอยากกิเลสตางๆ เพื่อเปนหนทางไปสู
ความสุข สวางและสงบดังที่พระสัมมาพุทธเจาทานไดนําทางไว
ความพยายามไมสัมฤทธิ์ผล เพราะเปนเวลาเย็นมากแลวนักทองเที่ยวไมเขาไปในโปงเดือด ขณะที่ชาวบานก็เตรียมหุงหา
อาหารอยูกับบานไมไดขับรถออกมา ปานะของผมวันนี้จึงเปนน้ําตาลชงน้ํารอนแกวใหญสามแกวติดๆ กัน ใหน้ําตาลแปรเปลี่ยนเปน
พลังงานไวเตรียมภาวนาในค่ําคืนนี้ ที่ถือเปนสุดยอดปรารถนาของพระกรรมฐานอยางเราแลว
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 55: การคนพบในปา
ตลอดระยะเวลาเจ็ดวันที่อยูที่สํานักสงฆ ทุกเวลาทุกขณะจิตลวนแตเปนการภาวนาทั้งสิ้น
ผมพบวา ตั้งแตเชามืดตองปลุกจิตใหตื่น ควบคุมสมาธิเดินฝาทางเดินในปาออกมาเพื่อรอไปบิณฑบาต แสงไฟฉายที่ริบหรี่ลง
ทุกวันทําใหผมตองเอาใจใสกับหนทางที่เดินมากขึ้น เพราะหากพลาดพลั้งลื่นไปกับดินโคลนหรือตะไครน้ําที่ปกคลุมไปทั่วชวงฤดูฝน คง
จะรักษาเยียวยากันไดยาก
ผมพบวา การเดินบิณฑบาตขามเขานั้นวิธีที่ทําใหไมเหนื่อย คือ การเดินกําหนดลมหายใจเขาออกเปนจังหวะสัมพันธกับการกาว
เทา ไมวาจะขึ้นเขาหรือลงหวย เดินดวยความเร็วสม่ําเสมอยอมหายใจสม่ําเสมอ ไมพูดไมคุย ใจจดจออยูที่การเดินอยูตลอด
ผมพบวา การนั่งสมาธิภาวนาตอนกลางวันในปานั้นพาใจเงียบสงัดขนาดที่ไมไดยินเสียงอื่นใด นอกจากเสียงลมหายใจของตัว
เอง การนั่งสมาธิติดตอกันเปนเวลานานหลายๆ วันทําใหเราเปนคนนิ่งขึ้น สุขุมและเยือกเย็นเปนหนึ่งเดียวกับธรรมชาติแวดลอม จนรูสึก
ไดวามีหมูปามาขุดหาหนอไมรอบๆ กุฏิ มีสัตวตัวเล็กๆ ออกมาทักทายเราอยางไมไดกลัวเกรงวาจะเกิดอันตราย
ผมพบวา การเดินจงกรมตอนกลางคืนในปาทึบกับเทียนสองเลมนั้น ไมทําใหผมรูสึกกลัวแมแตนอย เพราะผมจะไมสามารถ
มองเห็นอะไรไดนอกจากสิ่งที่รัศมีของแสงเทียนสองไปถึง ฉะนั้นผมจึงไมรูสึกกลัวเพราะผมมองไมเห็นอะไรที่จะตองกลัว
ผมพบวา การมาอยูในปาแบบนี้คลายกับการมาอยูคนเดียวไมใชก็ใกลเคียง หากพระที่ปรารถนาการปฏิบัติใหถึงนิพพานเปน
ที่สุดแลว ไมมีกิจธุระหรือเรื่องราวอะไรใหเดือดเนื้อรอนใจแบบสังคมโลก ตัวขัดขวางมรรคผลที่สาํ คัญที่สุดคือ ความเหงา

70
ผมเหงาจับจิตในชวงสามวันสุดทายกอนเดินทางออกจากโปงเดือด เมื่อไหรที่ไมไดควบคุมจิตใหอยูในสมาธิ ไมไดจดจออยูที่
การภาวนาแลวความเหงาจะเขามาครอบงําเราทันที ไมวาจะพยายามทองจําบทสวดมนตใหลืมความเหงานั้นเสีย หรือแมแตการกวาดใบ ไม
รอบกุฏิชนิดที่วาเดินไปกวาดทุกครั้งที่เห็นใบไมรวงลงมาเลยทีเดียว แตความเหงาก็ยังมาอยูเปนเพื่อนเราในเวลาอยางนี้ที่เราไมตองการ
ผมพบวา ในความเหงานั้นมีบุคคลอยูหาคนที่ผมนึกถึงเขาอยูตลอด ในเวลาที่นั่งอยูเฉยแลวไดยินเสียงคลายกับฝเทาคนเดินมาที่
กุฏิ ใจจะนึกพองโตอยากใหเปนใครก็ไดหนึ่งในหาคนนี้เดินมาหาผม
ทานแรกคือพระอาจารยเอก เพราะผมทบทวนถึงคําสอนคําแนะนําของทานเสมอเวลาที่มาปฏิบัติที่นี้ ใจคิดไปมากมายวาบางที
ทานอาจจะคิดถึงและมาเยี่ยมผมบาง เหมือนดังเชนเวลาอยูที่วัดปาฯ ทานจะเดินขึ้นมาบนกุฏิผมเพื่อเปดโอกาสใหผมสนทนาธรรมกับทาน
บาง วันนั้นจะเปนวันที่ผมจําวัดสบายตลอดคืนไมฝนรายเลยทีเดียว
อีกสองทานคือพอกับแม ผมอยากใหทานมาเห็นวาผมอยูอยางไรไดในปาที่หางไกลบานมากกวา 60 กิโลเมตร ผมคิดถึงทานจน
กลับกลายเปนวาในตลอดหนึ่งสัปดาหที่ไมไดพบกันนั้นมีแตความเปนหวงวาเขาจะสบายดีกันหรือไม ไมเหมือนตอนที่ผมอยูที่วัดปาฯ
บางครั้งทานมาเยี่ยมผมทุกวันจนผมอึดอัด แตตอนนั้นไมไดสํานึกเลยวาการที่ทานมาเยี่ยมที่วัดทําใหผมทราบอยูเสมอวาเขา
สบายดีกันอยูทุกๆวัน ในตอนนั้นผมอยากมีทานอยูดวยมาก
คนที่สี่คือเพื่อนสนิทที่สุดของผม ที่มีกําหนดการเดินทางไปศึกษาตอที่ประเทศอังกฤษ ผมไมไดมีโอกาสติดตอกับเขาบอยนัก
ขณะที่บวชเปนพระจนทําใหไมทราบกําหนดการที่แนนอนวาเขาจะออกเดินทางเมื่อไหร กลัวเขาจะเดินทางไปโดยที่ผมยังไมไดร่ําไดลา
ซึ่งผมคงจะเสียใจมาก
และคนสุดทายคือ เกงเล็ก ผมกลัวเกงเล็กจะลืมวันนัดที่จะมารับผมกลับไปยังวัดปาฯ เพราะตอนนี้ผมอยากกลับวัดปาฯ เสีย
แลว
ผมพบวา หนทางแหงความสงบเพื่อตัดขาดจากทางโลกนั้นไมใชเรื่องงาย การที่ใครสักคนตัดสินใจวาจะละแลวซึ่งทุกสิ่งทุก
อยางมาอยูในปาเพื่อบําเพ็ญเพียร กลับจะมีความเหงาเพราะตองการไขวควาใครสักคนที่เรารักมาเคียงขาง ตัดสิ่งนี้ไดเมื่อไหรใจคงสงบ
ขึ้นมาทันที
ติดตามตอนตอไป

ตอนที่ 56: กอนกลับ
และแลวก็ถงึ คืนสุดทายที่ผมมาอยูภาวนาที่โปงเดือด
หลังจากที่เดินมาถึงกุฏิไดกอนฟาจะมืดแลว ผมจัดแจงยายสบงและอังสะที่ตากผึ่งลมไวที่ชานดานนอก นํามาตากไวดานในกุฏิ
แทน เพราะดูทาทางฝนคงจะลงเม็ดในคืนนี้ จีวรผืนเดียวผืนนั้นนํามาหมกายแบบหลวมๆ กันยุงกัด ผมปกเทียนลงบนทอนไมไผผาครึ่ง
หาเลม ใชแทนแสงจากไฟฉายที่เตรียมมาดวยเพราะวาถานหมด ผมใชแสงเทียนสองบทสวดมนตที่ยังจําไมไดสําหรับการทําวัตรเย็นมา
หลายวันแลว คืนนี้คืนสุดทาย

71

บทอัญเชิญเทวดาไดเริ่มขึ้นหลังจากที่ผมสวดระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณและพระสังฆคุณเรียบรอยแลว คืนนี้ผมตั้งใจวา
ดวยบุญที่ไดสั่งสมมาตลอดระยะเวลาการบวชและที่ไดปฏิบัติภาวนาทุกวันอยูที่ผืนปาแหงนี้ ขอใหสง ไปถึงยังสรรพสัตว สิ่งมีชีวิตรวมทั้ง
สิ่งที่ไมมีตัวตนก็ดีไดรับในผลบุญนี้ไป และผมจะสวดพระปริตและธัมมจักรกัปวัตนสูตรเพื่อเปดโอกาสใหเขาทั้งหลายไดสดับรับฟง
ธรรมะของพระพุทธเจา ซึ่งเปนเพียงหนทางเดียวที่เขาเหลานั้นจะสรางบุญใหกับตัวเอง เพื่อสะสมบารมีใหหลุดพนเริ่มตั้งแตชาตินี้ไป
จนถึงชาติตอๆ ไป เปนการตอบแทนที่เขาทั้งหลายไดดูแลปกปกรักษาผืนปาและรักษาตัวผมผูรักษาศีลใหอยูรอดปลอดภัยในถิ่นที่ไม
คุนเคย
กอนจบการสวดมนตผมตั้งจิตแผเมตตาอีกครั้งถึงบุคคลอันเปนที่รักในชีวิตของผมดวย
การภาวนาหลังสวดมนตสําหรับคืนสุดทายนั้นไมเครงเครียด เพราะผมไมตองเพียรพยายามคนหาหรือพยายามตอบขอสงสัยอื่น
ใดตอไปอีก วิจิกิจฉาหรือความลังเลสงสัยที่เริ่มคิดขึ้นมาตั้งแตสมัยยังบวชใหมๆ ไดสลายหมดไปจากใจสิ้นเมื่อผมไดมาปฏิบัติดวยตนเอง
ที่นี่ เวลานี้ผมทราบดีแลววามรรคาแหงความสุขนั้นมีจริง สิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจาตรัสไว สิ่งที่พอแมครูบาอาจารยเจริญรอยตามทาน
มานั้นเปนจริง ประจักษแลวในมโนจิตอันเคยโงเขลาของผมนี้ บัดนี้มองเห็นทางแลว แตที่เหลือที่ตองทํา คือการทําความเพียร ละกิเลส
และทําความสงบตอไปเรื่อยๆ แมในชาตินี้จะมีเวลานอยไมเห็นผล ก็จะขอตั้งใจมัน่ สะสมบุญตามแนวทางนี้ตลอดทุกชาติไปจนถึงวันที่
บารมีเต็มเปยม ดวงจิตนี้จะไดไมตองเวียนวายตอไปอีก
หายใจเขา พุท…หายใจออก โธ…หายใจเขา พุท…หายใจออก โธ…หายใจเขา พุท…หายใจออก โธ…
รุงเชา ผมออกบิณฑบาตเปนวันสุดทาย
นับวาโชคดีสงทายเพราะวามีโยมเด็ดสมโอทั้งลูกลงจากตนมาใสบาตรและผมก็รับหนาที่ถือสมโอนั้นขามเขากลับสํานักสงฆ
หนักก็สุดประมาณ ที่สําคัญจะปอกอยางไรไดใจก็คิดไปเชนนั้น โถ…โยมหนอโยม
ระหวางทางเจอโชคสองชั้นอีกเมื่อมีฝูงวัวฝูงใหญนอนขวางอยูกลางถนน มีเพียงชองทางเดินแคบๆ ใหผมกับครูบาเดินผาน ขณะ
ที่ผมกําลังเดินแทรกตัวในฝูงวัวอยูท ายแถว แมวัวตัวดีก็ “อึ๊” พุงลงมากองอยูหางจากเทาผมไมถึงหนึ่งฟุต สะเก็ดระเบิดก็กระเด็นมาทําราย
จีวรและอังสะที่ผมไมไดซักมากวาเจ็ดวันแลวอยางรายกาจ
ทันทีที่ผมชักเทาหลบระเบิด ฝูงวัวก็สะดุงลุกขึ้นแตกตื่นรองเสียง “มอ...อออ” จนโกลาหล คณะสงฆก็จ้ําพรวดออกมาจากฝูง
วัวทันที ดีที่มันไมวิ่งไลแบบที่เขาสูวัว เพราะงานนี้พระคงเหนื่อยแน และผมตองเหนื่อยมากเพราะตองรักษาสมโออีกหนึ่งลูกนี้ไวเทา
ชีวิต

72
หลังฉันเชาเสร็จ ผมเก็บขาวของและอัฐบริขารออกจากกุฏิ ทําความสะอาดเรียบรอยแลวตั้งใจวาจะไปรอเกงเล็กที่ศาลาหลัง
ใหญ พอดีกับที่ครูบากลดและครูบานอยพระนักเดินทางจะขอถือโอกาสออกตามหาพระผูใหญของทานตอ ครูบาแจ็คทานทราบเรื่องนี้
กอนแลว จึงนัดแนะใหโยมจากถนนใหญเขามารับพระทุกรูปกลับเชียงใหม สวนทานและครูบาเล็กจะติดตามไปดวยเพื่อไปเยียมเยียน
ครูบาอาจารยที่วัดสาขาตางๆ สิบโมงเชาคณะสงฆจากโปงเดือดจึงออกเดินทาง
ติดตามตอนตอไป.

ตอนที่ 57: กลับสูจุดเริ่มตน
เมื่อพนเขตอุทยานแหงชาติ ผมรีบความือถือที่นําติดตัวมาแตปดเครื่องไวนับเดือนโทรหาเกงเล็กทันทีที่มีสัญญาณ เพราะกลัว
วาเกงเล็กจะตองออกมาเกอ
ระหวางทางกลับ ครูบาแจ็คไดสงครูบากลดและครูบานอยที่วัดปาหมูใหม เพื่อถามถึงพระผูใหญที่ทานทั้งสองยังคงตามหา และ
ทายที่สุดครูบาทั้งสองก็ตัดสินใจพักอยูที่วัดปาหมูใหมสักระยะหนึ่งกอนเดินทางตามหาตอไป สวนครูบาเล็กก็ชวนเณรโตสองรูปจากที่วัด
ใหไปชวยงานที่สํานักสงฆฯ หนึ่งสัปดาห เพราะงานบางอยางเณรทําได พระทําไมได ดูเณรทั้งสองกระตือรือรนอยากไปมาก รีบเก็บขาว
ออกพรอมขึ้นรถมาดวยกันทันที
เมื่อรถเคลื่อนเขาสูเขตวัดปาฯ ผมรูสึกอบอุนใจอยางบอกไมถูก นมัสการพระธาตุ พระประธานในวิหาร รูปปนหลวงปูมั่น
พรอมทั้งเหลือบมองรูปปนเสด็จพอรัชกาลที่หาและพระราชชายาเจาดารารัศมี ผูพระราชทานที่ดินสวนหนึ่งดานหลังตําหนักของทานสราง
เปนวัดที่ผมไดมาบวชมาอาศัยศึกษาธรรมะอยูนี้ดวยความเคารพ แลเห็นกุฏิของพระอาจารยเอกอยูดานหนาแลวผมยิ่งสบายใจวาไมมีที่
ไหนใหความอบอุนไดมากเทาที่นี่ตราบเทาที่ผมยังครองเพศบรรพชิตอยู ผมรีบขึ้นไปนมัสการทาน
“เปนยังไง โดนทากกัดหรือเปลา?” ทานถามติดตลกถึงเรื่องครัง้ กอน
“ไมครับ เรียบรอยปลอดภัยดีไมมีปญหาครับ” ผมมองใบหนาทานเฉกเชนคนที่จากกันไปนาน
“ภาวนาหรือเปลา อยูไดไหมในปานะ”
“ภาวนาทุกวันครับ แตบิณฑบาตไมไดอะไรเลยมีแตขาวเหนียวกับแคบหมู” ผมยิ้มๆ แอบบนเรื่องเดิม
พระอาจารยเอกทานก็ยิ้มเชนกัน ทานรูดีหมดแลววาผมตองพบกับเรื่องใดบาง เพราะทานเคยไปอยูมากอนที่นี่ ทานถามถึง
ชาวบานบางคนที่เคยใสบาตรและถามถึงพระที่วัดปางมะไฟใกลๆ กันนั้นวาเห็นวาสุขสบายดีหรือไม กอนที่ทานจะไลใหผมไปเก็บของ
ในกุฏิหลังเดิมและพักผอน สวนทานจะไปตอนรับครูบาแจ็คและครูบาเล็กใหพักผอนในโรงน้ํารอน ผมลงจากกุฏิไปเตรียมปานะชุดใหญ
ใหอาคันตุกะทั้งสองที่โรงน้ํารอนกอน เพราะอยากใหทานไดมีฉันเต็มที่ในวันนี้ กลับสํานักสงฆฯ ไปไมรูวาเมื่อไหรจะไดฉันแบบนี้อีก
เมื่อเก็บของเรียบรอย ผมลาครูบาทั้งสองอีกครั้ง ขอบคุณทานทุกสิ่งทุกอยางที่ชวยดูแลและแนะนําสั่งสอนแมเพียงเวลาสั้นๆ
มาทราบภายหลัง หลังจากที่ครูบาทั้งสองเดินทางออกจากวัดไปแลววาทานชมผมมากมายถึงการปฏิบัติตัว แมเปนพระใหมก็อดทนกับ
ความยากลําบากตางๆ ได งานนี้พระอาจารยเอกคงโลงใจวาที่สั่งสอนไปไมเสียทีและไมเสียชื่อที่เปนพระพี่เลี้ยงสอนกันมา
วันนั้นผมอยูกับพระอาจารยเอกทั้งวัน เลาเรื่องทุกอยางที่เจอมาเหมือนเด็กนอยเจอเรื่องตื่นเตนมาเลาใหพอแมฟง ทบทวนเรื่อง
ผลของการภาวนาและทานก็ยังสอนสั่งใหจําเรื่องดีๆ นําไปไวใชเตือนตนเองเมื่อถึงคราวเปนฆราวาสจะไดอดทนตอความยากลําบากได
พอกับแม และโยมอั้ม-เพื่อนรวมงาน มาหาผมในวันนั้นทันทีที่ทราบขาววาผมกลับมาวัดปาฯ แลว พรอมทั้งแจงขาววาตนสังกัด
เรียกเขารายงานตัวแลวในอีกสองอาทิตยขางหนา นั่นหมายความวาผมมีกําหนดสึกในอีกหนึ่งสัปดาห เพื่อเวลาที่เหลือจะไดเตรียมตัวเรื่อง
เอกสารและปรับตัวสูการกลับสูโลกแหงความเปนจริงอีกครั้ง
โยมอั้มบอกวาไดติดตอกับพระอาจารยเอกเรื่องขอบวช 15 วันกอนจะไปทํางานพรอมกันกับผมไวแลว ผมก็ขออนุโมทนากับ
เขาดวยและมองเห็นทันทีวาในระยะเวลาเจ็ดวันที่เหลือผมจะตองทําอะไร ผมจะขอเปนพระพี่เลี้ยงอีกครั้ง แบงเบาภาระพระอาจารยเอก
เปนงานสุดทาย และสงอั้มเพื่อนรักใหไดรับแตสิ่งดีๆ ตลอด 15 วันของการบวชดังเชนที่ผมไดรับมาแลวจากวัดแหงนี.้
ติดตามตอนตอไป.

73

ตอนที่ 58: กลับวัดกลับใจ
แทบไมนาเชื่อเลยวาประสบการณที่โปงเดือดนั้นสามารถเปลี่ยนแปลงผมไปมากมาย แมเมื่อกลับมาอยูวัดปาฯ แลวกิริยาอาการ
ตางๆ ของผมก็เปลี่ยนไป จากที่เคยดูเปนคนนิ่งๆ อยูแลว กลับนิ่งสนิท เพราะยังคงติดที่จะสํารวมจิตอยูแทบจะทุกลมหายใจ เรื่องการ
ขบฉันก็เปลี่ยนแปลงไปมาก จากที่เคยจองจะเปลี่ยนอาหารที่รับบิณฑบาตมาไดกับจังหันที่ญาติโยมมาถวายเพิ่มเติม ถึงคราวนี้กลับหยิบ
สวนที่จะทานไมหมดออกแลวฉันเทาที่ไดรับบิณฑบาตมาเอง เพราะเพียงเทาที่ไดมาก็เปนของปราณีตมากมายกวาที่ไดรับจากที่โปงเดือด
อยูแลว ฉันแคพออิ่มหลอเลี้ยงกายนี้ใหอยูไดก็พอ ที่ลําบากกวานี้เรายังเคยมาแลวเลย
ปานะจากโรงน้ํารอนที่มีอุดมสมบูรณถึงคราวนี้ก็เลือกฉันเฉพาะเวลาที่เหมาะสมเพียงสองครั้งตอวัน จากที่เมื่อกอนเดินเขาเดิน
ออกไมเวนชั่วโมง หมอนที่เคยมีสองใบก็เก็บออกไปใบนึง ที่ปูที่นอนมากเกินไปก็นุมนิ่มหยิบเอาออกเสียบาง เรียกไดวาเกิดการลด แลก
แจก แถม กอนที่จะลาสิกขา มอบสิ่งของตางๆ ทีย่ ังมีคนอื่นตองการใหเขาไวใช จนกวาเขาจะเห็นวามีมากเกินพอแลวเขาคงสละไปให
คนอื่นเชนกัน
พระแทไมตองการอะไรมาก สําคัญที่ขางในใจของเราจริงๆ มุงภาวนากับระยะเวลาที่ยังครองเพศบรรพชิตนี้อยูใหมากที่สุดเทา
นั้น
กวาจะเขาใจวาพระแทอยูอยางไรนั้น เวลาก็เหลือนอยเต็มที…
ฟลุค บอย เปก ปอและผมเปนพระใหมรุนลายครามที่สุดตอนนี้ที่พระอาจารยเอกทานอบรมสั่งสอนมาเปนเวลามากกวาหนึ่ง
เดือนแลวทุกคน ทานจึงไววางใจที่จะมอบความรับผิดชอบใหสอนนาคหมจีวรและจัดการกับบาตร รวมทั้งสะกิดสะเกานาคบางคนที่ยัง
ปฏิบัติตัวไมเรียบรอยออกนอกลูนอกทาง แตพระใหมเชนพวกเราก็ไมคิดที่จะสั่งสอนอะไรใหกับนาคมากนัก เพียงแคทําเปนตัวอยางที่
ดี เรื่องการซอมขานนาคและอบรมสั่งสอนนั้นพระอาจารยเอกทานจะตองแนะนําอยูแ ลว
สําหรับผม ดวยความที่สนิทกับอั้มเปนพิเศษ จึงใหความใสใจที่จะเดินเขาไปทักทายและถามสารทุกขสุกดิบ พรอมที่จะใหอั้ม
ถามถึงขอสงสัยตางๆ ในการวางตัวแบบพระ ซึ่งอั้มก็ดูตั้งใจดีและมีความพยายามทํา ถึงแมวาในบางครั้งจะบนใหผมฟงถึงความเปนหวง
ครอบครัวที่บานในขณะที่ไมมีเขาอยูดวย หรือเพื่อนสาวที่เพิ่งถอยรถใหมออกมาไดไมนานและยังขับรถไมคลอง กลัวจะตองมีเรื่องยุงยาก
และอันตรายใน 15 วันนี้ ผมก็ไดแตแนะนําใหเขาทําใจใหสบายเพราะตอนนี้ชะตาชีวิตของเขาเหลานั้นไมไดอยูในมือเราแลว ตอนนี้อั้ม
มีหนาที่บวชก็ตองทําเต็มที่ เชื่อวาผลบุญที่อั้มทําตองชวยสงผลดีใหแกครอบครัวและคนที่อั้มรักแนนอน
นึกไปถึงหนังสืออานิสงสแหงการบวชที่ผมไดอาน มีตอนหนึ่งเขากลาวไววาอันตรายตอความดีของภิกษุใหมนั้นมีอยู 4 ประการ
คือ อดทนตอคําสั่งสอนไมไหว เห็นแกปากทองเกินไป เพลิดเพลินติดใจในเรื่องที่กอใหเกิดกามารมณและสุดทายคือเรื่องรักผูหญิง สี่ประ
การนี้หนังสือเขาวารายนัก
สวนตัวผมแลวก็เห็นดวยและตองขอเสริมไปดวยวา การเลือกวัดที่บวช พระพี่เลี้ยงหรือพระเกาในวัด พระใหมดวยกันเอง เพื่อน
หรือญาติของพระใหมเองก็ดีมีสวนตอความดีของภิกษุใหมเชนกัน แตสุดทาย ตัวตนของเรานี้เองตางหากเปนอันตรายสูงสุด ตนตองรูจัก
เตือนตนใหได เมื่อเปนพระใหมแลวตองสํารวมในปาฏิโมกข สํารวมอินทรีย มีหิริโอตตัปปะ มีสติสัมปชัญญะในทุกชวงเวลา มีขันติ
และอดทนตอสิ่งที่บีบคั้นใหได ผมบอกใหอั้มฟงไปดังนั้น
ในสองถึงสามคืนกอนที่จะมีการบวชพระใหม ทานเจาคุณมักจะเทศนหลังจากการทําวัตรเย็นเรื่องปกิณกะกอนบวช เพื่อการ
ปฏิบัติตนที่ถูกตองแกนาค นาคทุกคนจะไดรับฟงและทําความเขาใจในการบวช ปรับทรรศนะคติเสียใหมและเตรียมกายและใจใหพรอม
สําหรับการบวชที่จะมีขึ้นในอีกไมกี่วันขางหนา สวนพระเกาที่รับฟงอยูก็ถือเปนโอกาสทบทวนตัวเองไปดวย พรอมที่จะเปนแบบอยาง
แกภิกษุใหมตอไป.
ติดตามตอนตอไป.

74

ตอนที่ 59: เกาไป ใหมมา
พิธีบรรพชาอุปสมบทเริ่มขึ้นอีกครั้งบนอุโบสถหลังงามของวัดปาฯ ซึ่งในปนี้นั้นมีการบวชพระใหมกันทั้งสิ้นเปนจํานวนครั้ง
นับไมถวนแลวแตสําหรับครั้งนี้มีความพิเศษสูงสุดแกผมและพระใหมรุนพี่ทุกรูปที่ไดมีโอกาสขึ้นทําสังฆกรรมเปนพระอันดับในการบวช
พระใหมดวยความเมตตาของทานเจาคุณที่ใหโอกาสทําหนาที่ที่สําคัญสักครั้งหนึ่งของสงฆ ผมจึงไดชื่อวาเปนพระอันดับบวชใหกับอั้ม
นํามาเลากันไมรูจบเมื่อลาสิกขาออกมา
การเปนพระอันดับนั้นไมยาก เพียงทราบจังหวะที่ตองขานรับวา “สาธุ..” สามครั้งและใหศีลใหพรไดก็เปนอันใชได แตที่
สําคัญคือตองสามารถอดทนนั่งนิ่งๆ ไดนานๆ โดยที่ไมเผลอหลับตอหนาญาติโยมที่มารวมพิธี ที่สําคัญอีกอยางคือตองผลัดผานาคแลว
เปลี่ยนเปนครองผาไตรใหแทน
ซึ่งในวันนั้นชุลมุนวุนวายที่สุด ผมและพระใหมรุนพี่ไมเคยตองแตงตัวใหพระรูปอืน่ ถึงแมจะเคยสอนครองผากันมาแตถึง
เวลาจริงที่รีบเรงแลวหมกันไมสวยสักรูป ผมจําไดวาหลวงพี่เปกหมครองจีวรใหพระใหมไปทั้งๆ ที่นาคยังไมไดผลัดชุดนาคออกดวยซ้ํา
ตองมาลวงกระตุกเอาสบงสีขาวของนาคออกในตอนหลัง
สุดทายพระอาจารยเอกตองคอยๆ พาพระบวชใหมออกไปครองผาใหมกอนที่จะดําเนินพิธีตอ ผมเชื่อวาคราวหนาพระใหมรุน
พี่คงไมมีโอกาสไดเปนพระอันดับอีกแลว
หลังพิธีบวชพระใหม ผม หลวงพี่ฟลุคและหลวงพี่บอยนัดแนะกันเรื่องวันลาสิกขา เปนวันที่ผมจะบวชไดครบ 49 คืน 50 วัน
พอดี สวนหลวงพี่ฟลุคกับหลวงพี่บอยครบ 30 วันพอดีเชนกัน แตหลวงพี่เปกกับหลวงพี่ปอนั้นยังยืนยันไมอยากลาสิกขา ดวยใจหนึ่ง
อยากครองเพศบรรพชิตใหนานที่สุดกอนจะถึงชวงเขาพรรษาและอีกใจหนึ่งทั้งสองรูปเปนหวงพระอาจารยเอก กลัววาจะไมมีใครอุปฏ
ฐากและชวยเหลืองานสอนพระใหมซึ่งชวงนี้ยังคงมีเขามาเรื่อยๆ และพวกเราพระใหมรุนพี่ก็รูงานแบงเบาภาระทานไดมาโดยตลอด
โดยเฉพาะหลวงพี่เปกรักเคารพและเปนหวงพระอาจารยเอกเปนพิเศษ ถึงแมวาจะมีกําหนดการรับสมัครงานและรอสัมภาษณ
งานอยูขางหนาแลวก็ยังไมอยากลาสิกขาไปในตอนนี้ ผมเองก็ไมไดรักทานนอยกวาใครเพียงแตมองวาทุกคนตางมีหนาที่เปนของตัวเอง
ตองเคารพในหนาที่ของตัวเองดวย
ผมเตือนสติหลวงพี่เปกไปวา กอนหนานี้พระอาจารยเอกครองผาเหลืองมาไดหลายปทานก็สามารถครองตนอยูได ทานบวชพระ
ใหมผานมามากกวารอยรูปแลวทานก็ยังทําได เราเขามาชวงระยะเวลาเดียวจะมายึดวาเปนหนาที่ที่สําคัญของเราเพียงคนเดียวนั้นไมได
หรอก ที่ผานมาพระใหมก็ชวยเหลือกันมาเปนทอดๆ เราตองใหโอกาสผูอื่นเรียนรูงานนี้ดวย และที่สําคัญพระอาจารยคงจะไมเห็นดวยนัก
ที่เราจะทอดทิ้งภาระการเลี้ยงดูครอบครัวที่บานมาเสียเวลาที่วัด หากไมชาไมนานเราก็ตองลาสิกขาออกไปอยูดี พระอรหันตที่บานยังคง
รอคอยการเลี้ยงดูจากเรา เราตองไปทําหนาที่ของเราใหดีที่สุดกอน เมื่อลาสิกขาไป หากเรายังมีธรรมะอยูในใจ กลับมาแวะเวียนหาสู
ทานบอยๆ พระอาจารยทานก็ชื่นใจแลว
ในคืนสุดทายกอนลาสิกขา หลังจากสวดมนตทําวัตรเย็นเสร็จ พระอาจารยเอกเรียกผม หลวงพี่ฟลุคและหลวงพี่บอยมาซักซอม
พิธีลาสิกขาบนกุฏิของทาน แลวพระใหมรุนพี่ก็มารวมตัวกันที่โรงน้ํารอน
นี่เปนการฉันน้ําปานะมื้อสุดทายในเพศบรรพชิตของผมทามกลางแสงไฟเหลืองนวลที่สองผานโคมที่ครอบเทียน เวลานี้แสง
เทียนที่ตกกระทบลงบนใบหนาของใครคงเหลืองนวลดูงามดี แตผมกลับขอหลบเรนตัวเองใหอยูในเงามืดเชนนั้นเถิด เพราะไมอยากให
ใครเห็นวาบัดนี้น้ําตามันปมลูกตาทั้งสองของผมแลว เออลนพรอมที่จะไหลลงมาอาบแกม วันนี้เปนวันสุดทายที่ผมจะไดอุปฏฐากทาน
ในฐานะพระสงฆกับพระสงฆ ทานจึงเรียกพวกเรามารวมกันเพื่อพูดคุยในฐานันดรศักดิ์เสมอกันเปนครั้งสุดทาย.
ติดตามตอนจบตอนตอไป.

ตอนที่ 60: ลาสิกขา
“ออกจากวัดกลับบานไป ผมจะอยูอยางไร...” ผมสงคําถามชวนฉงนออกไปใหพระอาจารยเอกไดยิน
“ก็อยูอยางที่เคยทํามา 25 ปกอนหนานี้ลืมแลวหรือ อยูวัดไมถึงสองเดือนจะออกไปทําอะไรไมเปนเลยหรืออยางไร ฆราวาส

เขาทําอยางไรกันก็ทําเชนนั้น ขอใหทําแตความดี” พระอาจารยเอกตอบแบบกลั้วหัวเราะ

75
“ไมใชเชนนั้นครับ คือตอนนี้พวกเราทุกคนรูแลววาอะไรดีไมดี สิ่งไหนเปนมงคลไมเปนมงคล แตโลกภายนอกนั้นมันไม

เปนเหมือนในวัด บาปบุญคุณโทษไมรูจัก รักแตความสุข สนุกที่เปนปจจุบัน อนาคตชาติหนาชาติไหนก็ไมสนถึงเวรกรรม ที่นา
ประหลาดใจคือประเทศไทยเปนสังคมพุทธ แตทําไมกิจการขายสุราถึงทํารายไดเปนอันดับหนึ่งของประเทศ แลวอยางนี้คนดีจะอยู
อยางไรครับ” ผมอัดอั้นตันใจ
“คนดีอยูกับความดีของตนเอง บุคคลใดมีธรรมะเปนเครื่องคุมครองใจ บุคคลนั้นยอมเปนมนุษยที่สมบูรณ เมื่อเปนมนุษยที่
สมบูรณ การงานก็สมบูรณ ความสุขความเจริญก็สมบูรณตามไปดวย ทําไมคนดีถึงจะอยูไมไดละ เราเตือนหลายครั้งแลวใชไหม
เรื่องใจ เปนเรื่องของเราเองไมไดขึ้นอยูกับใคร ใครจะทําชั่วมั่วสุมที่ไหน เราไมจําเปนตองไปทําตามเขาใชไหม...” พระอาจารยตอบ
“บางครั้งผมก็คิดวาอยากจะบวชตอไปเรื่อยๆ...” ผมเปรยออกไปเชนนั้น
“เปนฆราวาสอยูบานก็บวชไดเนาะ เขาเรียกวาบวชใจ ทําไดไหม เมื่อกอนทําอยางไรไมสน แตพรุงนี้ตอไปตองสวดมนตทุก
วันนะ นอบนอมพระพุทธ พระธรรมและพระสงฆเปนที่พึ่ง รักษาศีลหาและศีลอุโบสถในวันพระ หมั่นทําบุญตักบาตรและควบคุมจิต
ใจไมใหเศราหมองดวยกิเลส ที่เจามาบวชนี้ก็ถือไดวาเปนญาติกับพระศาสนา ไดเปนญาติของพระพุทธ พระธรรม พระสงฆทางจิต
วิญญาณแลว ฆราวาสที่ปฏิบัติธรรมตรงกันก็ถือเปนญาติกัน มีศรัทธาเหมือนกัน มีศีลเสมอกัน มีปญญาเหมือนกัน มีการบริจาค
เหมือนกัน เขาก็ชื่อวาเปนญาติกันเปนเพื่อนทางธรรมที่จะมีแตความสุข ความเจริญ ความกาวหนาในชีวิตการงาน”
“แลวเพื่อนเกาๆ ที่เคยคบกันมาละครับ จะไปพูดกับเขาอยางไรใหเขาเชื่อในสิ่งที่ถูกที่ควร” ผมถามตอ
“เอาอีกแลวหวงแตคนอื่น บอกแลวใหทําตัวเองใหดีกอน เราเชื่อวาเมื่อสึกออกไปแลวก็จะเปนคนดี สังคมจะมีพลเมืองดี
เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน เปนผูนําในการทําความดีแลวคนรอบขางจะชื่นชม คนรอบขางจะพลอยรูไดรับความรูและหันมาสนใจในหนทาง
ซึ่งเปนสิ่งที่ถูกที่ควรเองละ เจาก็ไดบุญเขาก็ไดบุญ นี่เปนอานิสงสที่ผูอื่นจะไดรับจากการที่เราไดบวชเรียนมา จําไว” พระอาจารย
เอกทิ้งทายใหผมกับนองๆ ไดปฏิบัติตาม
...

รุงขึ้นผม หลวงพี่ฟลุคและหลวงพี่บอยออกบิณฑบาตและฉันเชา ปฏิบัติกิจชวงเชาตามปรกติ กอนที่ตางคนตางเขาไปหา
พระอาจารยเอกเพื่อขอทานปลงอาบัติกอนที่จะลาสิกขาใหสําหรับพระที่จะลาสิกขาไปในตอนนี้จะไดเปนผูที่มีศีลที่บริสุทธิ์
หลังจากนั้นนําพานธูปเขาไปกราบทานเจาคุณขออนุญาตลาสิกขา กลาวคําขอลาสิกขาแลวโนมตัวไปใหทานเจาคุณชักผาสัง
ฆาฏิออกจากบาซาย ถือวาเปนการสิ้นสุดการครองเพศบรรชิต หลังจากนั้นเราทั้งสามคนออกไปเปลี่ยนเปนเครื่องนุมหมธรรมดากลับ
มารับศีลและพรจากทานเจาคุณอีกครั้ง ทานเจาคุณกลาวชมเชยที่ตลอดระยะเวลาการบวชพวกเราทั้งสามคนไดปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
แลวและขออวยพรใหประสบความสําเร็จในกิจการงานที่แตละคนมุงหวังในอนาคตตอไป
ผม ฟลุคและบอยเดินกลับไปหาพระอาจารยเอกอีกครั้งเพื่อขอพร ภาพที่เห็นทานนั่งอยูบนกุฏิและกําลังสอนพระวินัยใหกับ
พระที่เพิ่งบวชใหมไปนั้นไมตางอะไรกับที่ผมทั้งสามคนเคยไดผานมาแลว พระอาจารยเชาวนที่อยูกุฏิขางๆไดหยิบเอารูปภาพประ
กอบการสอนพระพุทธประวัติมาปดฝุนซอมแซมเพื่อเตรียมสอนพระใหม ในขณะที่โรงน้ํารอนนั้นหลวงพี่เปกกับหลวงพี่ปอก็กําลัง
สอนหมจีวรใหกับนาคที่จะเขาพิธีบรรพชาอุปสมบทในสัปดาหหนาเชนกัน
ผมเชื่อวาปรากฏการณเชนนี้เปรียบเสมือนภาพยนตรที่โลดแลนบนแผนฟลมไมรูจบ บทภาพยนตรเรามีอยูแลวเปนแนวทาง
ของพระสัมมาสัมพุทธเจาซึ่งอยูบนพื้นฐานของความจริงมากวา 2500 ป ขอเพียงแตเลือกสถานที่ถายทําที่ดีเปนอารามที่มีสัปปายะ 4
ประการ คือ เสนาสนะคือที่อยูอาศัยปลอดภัย สามารถบิณฑบาตไดอาหารพอฉัน มีผูรูและมีความเห็นตรงกันอยูรวมกันและสุดทาย
คือเปนสถานที่มีธรรมะที่ถูกตองปฏิบัติดีและปฏิบัติชอบ
ทายที่สุดคือผูแสดงคือผูที่จะเขามาบวชเองตองมีศรัทธาในพระพุทธศาสนาเปนอยางดีและตั้งใจแนวแนในการศึกษาทั้งทาง
ปริยัติและปฏิบัติ เทานี้พระพุทธศาสนาก็จะยังคงเรืองรองอยูในสังคม สรางสรรคพลเมืองดีพลิกฟนวิกฤติของบานเมืองเราไดดวย
ธรรมะที่ปรากฏอยูในใจของเราทุกคน.

76
ผม ฟลุคและบอยตางคนตางมีผูปกครองมารับกลับบาน วินาทีนับจากกาวพนวัดออกไปจะกลับเขามาที่วัดนี้อีกครั้งก็ไมใช
ฐานะเดิมเสียแลว ผมไมไดครองเพศบรรชิตที่จะตองดํารงตนใหสมควรแกการกราบไหวอีกตอไป และผมก็จะไมใชแคคนธรรมดา
แตผมจะเปนพุทธศาสนิกชนที่ดี ผมตองเปนฝายกราบไหวบูชาทาน
เพราะผมมองเห็นแลววาหนทางอันประเสริฐนั้นมีอยูจริงในใจของเราเอง หลักธรรมคําสั่งสอนของพระพุทธเจานั้นเปนจริง
สาวกและพระสงฆของพระพุทธองคนั้นยังคงมีอยู แลวเราจะชาอยูไยที่จะทําความดี เรงความเพียรของตัวเราเสียแตวันนี้ เพื่อความ
สุข คือ นิพพานอันเปนที่ตั้งสูงสุดของผูมีธรรมะตลอดกาลนาน.
จบบริบูรณ...

สวัสดีครับ...แฟนๆ เรื่องเลาฯ ทุกทานครับ...
ผม ฐานวิชโช ครับ ขอขอบคุณอีกครั้งสําหรับการติดตามเรื่องเลาฯ มาโดยตลอดครับ
ทั้งนี้และทั้งนั้น ผมเชื่อวา การที่มีผูติดตามมากๆ ยอมเปนผลดีแกพระพุทธศาสนาของเราอยางแนนอนครับ
ไมไดหมายความวา เรื่องเลาฯ ของผมนั้น ถูกตองแลว ดีแลว สมบูรณแลวหรอกนะครับ เพราะบางเรือ่ งบางอยาง ตางกรรมก็
ตางวาระ ลางเนื้อชอบลางยา ตางวิถี ตางแนวทาง ตางความคิดเห็นและมุมมอง หลากหลายอุดมการณ เพียงแตวา...หากเรื่องเลาฯ ทําให
พุทธศาสนิกชน สนใจ ในสังคมเล็กๆ ของชาวพุทธเราบาง ศาสนาเราก็ยั่งยืนนานไดตอไปครับ
เรื่องเลา...ครั้งผมครองเพศบรรพชิต เปนเรื่องจริง ที่ผมไดมีประสบการณบวชมาดวยตัวเอง แฟนๆ หลายทานไดอานบทความ
แลวมีแรงบันดาลใจที่จะบรรพชาอุปสมบทบาง ผมไดรูดังนั้นก็ขออนุโมทนาครับ ขอเพียงอยางเดียววา อยายึดมั่นกับสิ่งที่ไดอาน สิ่งที่
ไดยินหรือแมแตสิ่งที่ไดเห็นดวยตาครับ....เมื่อโอกาสเปดทางแลวลองเปดใจเขาไปศึกษาดวยตนเอง พินิจวิเคราะหดวยเหตุผลและความ
ถูกตองตามแบบแผนของพระสัมมาสัมพุทธเจา สิ่งนี้ยอมเปนที่ยึดเหนี่ยวครองใจเราเพื่อตัดสินไดวา สิ่งไดควร สิ่งใดไมควร เหมาะสม
แลวหรือไมเหมาะสม สมควรแกการเคารพ หรือแมแตเคารพตัวเองไดดวยหรือไมครับ
บางทานอานเรื่องเลาฯ แลววาดี ตอนไปบวชเองทําไมไมไดแบบนี้ หรือบางทานอานแลวไปบวชตองการใหไดตามที่ผมเคย
ประสบมา ไมไดก็รูสึกเสียใจ บางทานอานแลวเห็นขัดแยงวาไมจริง เรื่องจริงไมเปนดั่งนั้น...ขอทานผูอาน ตัดสิน ดวยตนเองเถิดครับ
แตอยางนอย หวังเปนอยางยิ่งวา แฟนๆ เรื่องเลาฯ จะไดความ บันเทิงในธรรมะ สมกับบอรดที่เรื่องเลาฯ ไดมาพักพิง...บันเทิง
ธรรม...
เรื่องเลา...ครั้งผมครองเพศบรรพชิต จบลงแลวครับ และเปนที่แนนอนวาเรื่องเลาครั้งเปนฆราวาสคงเกิดขึ้นและจบลงไดยากใน
เวลาเดียวกัน เพราะผมยังครองเพศฆราวาสอยูนานเชียวครับ...ตอจากนี้ไป พบผมไดตามกระทูตางๆ จะแวะเวียนไปเยี่ยมครับ คิดถึงกันก็
สงขอความมาคุยกันไดครับ ผมรักลานธรรมจะเดินวนเวียนอยางนี้อยูนานเชียวครับ...
ขอบพระคุณทุกๆ ทานที่เกี่ยวของ ที่ทําใหเรื่องเลาฯ ไดยืนหยัดอยูตรงนี้เพื่อผูที่สนใจในพระพุทธศาสนาทุกทานไดรวมกัน
อนุโมทนาครับ.
ขอใหเจริญในธรรมทุกทานครับ
ธรรมะสวัสดีครับ
ฐานวิชโช นามะ

77

เรื่องเลา…ครั้งผม “ลาสิกขา” จากเพศบรรพชิต
บทสงทาย
เมื่อไมไดหมผาเหลือง เรื่องเลา…ก็ไมอาจเปนเรื่องเลา…ครั้งผมครองเพศบรรพชิตไดอยางสมบูรณแบบเชนเดิม แตผมก็ยังมี
เรื่องใหเลาอยูบางสวนเปนเกร็ดเล็กเกร็ดนอยครั้งผม “ลาสิกขา” จากเพศบรรพชิต พรอมกับคําตอบที่แทจริงของคําถามที่ผมไดถามพระ
อาจารยเอกไวในคืนกอนลาสิกขาวา…“ออกจากวัดกลับบานไป ผมจะอยูอยางไร...”
“กางเกงหลวม” เปนความรูสึกแรกสุดที่สัมผัสไดหลังจากผลัดผาเหลืองแลวใสชุดลําลองตัวเกงทั้งๆ ที่หัวยังเหมงอยู กับทั้ง
กางเกงยีนสอีกหลายๆ ตัวที่บานที่พับเก็บใสกลองรอบริจาคแลวกลับหยิบมาใสไดใหม ผมดีใจมากเพราะเขาหลักประหยัดพอเพียงใน
สภาพที่มีทรัพยไมเพียงพอ การบวชทําใหน้ําหนักลดลงไป 7 กิโลกรัม เอวลดลงไป 3 นิ้วในระยะเวลา 50 วัน ผมคิดวาแมแตซารากับ
จอรจและพระเจาของเขาคงตกตะลึงไมนอยกับผลลัพทจาก “เครื่องซุปเปอรพุทโธแอปโดมิไนเซอร” ที่ผมใชกวาดลานวัดทุกเชาเย็น
ตื่นเชาขึ้นมาวันแรกที่บานก็เกิดอาการงงเล็กนอยวาที่นี่ที่ไหน ไมคุนชินกับการไมมีเสียงระฆังเรียกทําวัตรเชาและเสียงไกขัน
ใหระงมกอนฟาสาง อยากจะลุกขึ้นมาสวดมนตทําวัตรเชาก็คงไมสะดวก เพราะวาที่บานไมมีพื้นที่บริเวณที่เปนสัดสวนที่เปนสวนตัว
เกรงใจพอกับแมที่อาจตื่นขึ้นมาแลวเห็นลูกสวดมนตอยูแลวเกรงใจไมกลาที่จะเดินผาน เกรงใจกันไปเกรงใจกันมาแบบนี้เลยไมไดสวด
มนตเหมือนอยางเคย
เจ็ดโมงเลียบๆ เคียงๆ มองหาอาหารเชา จากที่เปนพระสงฆไมเคยเดือดรอนเรื่องปากทอง เพราะเพียงถือบาตรเดินไปก็มีศรัทธา
สาธุชนจัดอาหารอันปราณีตมาใหแลว แตที่บานตองหาทานเอาเอง จากที่เคยทานมากๆ ตอนเชาเพียงมื้อเดียว ตองเผื่อใจไวทานมื้อเที่ยง
และมื้อเย็นกับครอบครัวดวย คนเรานี้วุนวายเรื่องปากทองมากเสียจริง
ตลอดสัปดาหแรกหลังจากลาสิกขามา ไมไดออกจากบานไปไหนไกล เตรียมเอกสารสําหรับที่ทํางานใหมและติดตามขาวสาร
บานเมืองที่ผานมากวา 2 เดือน กลับเขาไปดูแลระบบอินเตอรเนตที่รางคนดูแลไปนาน นั่งคุยกับพอและแมไปเยี่ยมญาติผูใหญอาวุโส นํา
บุญบวชไปใหทานรวมอนุโมทนาดวย แตสวนใหญอยากที่จะอยูบานเหมือนอยูเงียบๆ ที่วัดดูบาง ไมไดบอกเพื่อนมากนักวากลับมาอยู
บานแลว แตสุดทายเพื่อนๆ ก็รูกัน เพราะทุกคนตั้งหนาตั้งตารอคอยการกลับมาสูโลกแหงความเปนจริงในอดีตของผม
“เปนไง…..สึกมาแลวใชไหม นี่เชื่อไหมวาสองเดือนที่ผานมาคิดถึงแกมากๆ ไมมีแกคนนึงทําใหไมไดไปแดนซที่ไหนเลย ไม
มีเพื่อนคุยดวย ไปบวชเปนไงบาง…ซึ้งมากไหม เออ…ไมตองเลาตอนนี้หรอก ไปเลาใหฟงที่รานเกาเวลาเดิมนะ วันนี้เพื่อนตรึม
เลยเลี้ยงวันเกิดเพื่อนสามคนติด ฉันจองโตะไวแลว แลวเจอกัน อยาไปชาละ…” เสียงตามสายจากเพื่อนกวนสนิทโทรมานัดแนะ
กําหนดการโดยที่ผมยังไมทันไดตั้งตัว
“เออ….ได….” ผมรับคําไปดวยความมึนๆ แตเพราะไมเคยชินกับการปฏิเสธ คืนนั้นจึงเปนบททดสอบชุดแรกหลังจากสึกออก
มาจากเพศบรรพชิต
ไดเวลาออกจากบานเพื่อไปใหทันสองทุมที่ราน ผมแตงตัวดวยเสื้อผาตัวเกงตัวเดิมที่ชอบออกงาน แตในใจกลับไมใช ใจนี้ไมใช
ใจเดิมที่พองโตเมื่อจะไดออกไปทองราตรี ใจนี้ฉุดรั้งตัวเองวาอยาไปเลย ในหัวคิดแตเสาะหาเตรียมคําพูดปฏิเสธไวมากมายสําหรับ
ทุกสถานการณ กังวลวาจะผานคืนนี้ไปไดอยางไร ทําไมตองเอาตัวเองเขาไปอยูในที่ที่ลําบากใจเพราะการที่ตองรักษาสัญญากับ
เพื่อนดวยนะ ผมคิดเชนนั้น

โปรดติดตาม บทสงทาย ตอนตอไป

บทสงทาย (ตอ)
ผมไปถึงกอนเวลาเสมอ จึงตองนั่งจองโตะไวใหเพื่อนที่ชอบมาสาย “โซดามะนาว”คือเครื่องดื่มที่ดูดีที่สุดถัดมาจากน้ําเปลาและ
น้ําอัดลม ธรรมดาหากผมมานั่งคนเดียวคงสั่งเบียรเล็กเย็นๆ สักขวดมาคลอไวในมือแกเขิน แตคืนนี้ไมใชแลว เครื่องดื่มมึนเมาไมใชเครื่อง

78
ประดับโกหรูและไมใชสิ่งจําเปนอีกตอไป ถึงแมจะมีเด็กๆ นุงนอยหมนอยมาคอยเชียรใหอุดหนุนสินคาที่ทํารายไดเปนอันดับหนึ่งในสังคม
ที่มีพระพุทธศาสนาเปนศาสนาประจําชาติก็ตามทีเถอะ
กอนที่วงดนตรีจะเริ่มเลน แสงไฟก็ดับวูบลงคงเหลือแตแสงสีเขียว แดง เหลือง ฟาและชมพูกวัดแกวงไปมาสะทอนใสลูกโลก
เกล็ดกระจกที่แขวนอยูเหนือเพดานนั้น การบรรเลงดนตรีก็เริ่มขึ้นพรอมกับผูคนที่ลุกขึ้นยืนกวัดแกวงมือไมไปมาดวยอารมณสนุกสนาน
เพื่อนๆ ก็ทะยอยกันเขามาจนเต็มโตะพรอมทั้งสั่งเครื่องดื่มและอาหารอยางเคย พรอมกับคําถามที่พรั่งพรูออกมา
“ไปบวชเปนอยางไรบาง ผอมไปนะ อดอยากมาเลยเหรอ…”
“ทําไมบวชนานจัง ใครๆ เขาก็บวช 9 วัน 15 วันกันทั้งนั้นแหละ ซึ้งใจอะไรมากนักหนา”
“เขาบอกวา พระกินขาวเย็นไมได หามเคี้ยวใชไหมวะ แลวถากลืนลงไปโดยไมเคี้ยวอะ บาปไหม”
“พระเณรแถวบานยังตมมามาฉันกันอยูเลย กูเห็นกับตา มึงไมลองมั่งวะ”
“ศีล 227 ขอมีอะไรบางวะ ขอไหนยากที่สุด มึงผิดศีลบางไหมเนี่ย แลวศีล 5 นี่มันเรียงขอไหนขึ้นกอนวะ”
“เราก็เคยไปไหวพระดังๆ ตามที่ตางๆ นะ บางทีก็ไมนั่งวิปสนากับแมดวย สงบมากๆ เลยตอนนั้น”
“อนุโมทนานะ เราอยากบวชบาง แตเปนผูหญิง”
ในตอนแรก ผมพยายามอยางยิ่งยวดที่จะตอบทุกคําถามใหถูกตองตรงกับที่เพื่อนๆ สงสัยเพื่อปรับความเขาใจของพวกเขาเสีย
ใหม และแลวผมก็พบวาในสถานที่เชนนี้ไมเหมาะที่จะอธิบายเรื่องแบบนี้ เมื่อจิตของเขาไมพรอม ฟงไปเทาไหรก็คงไมเกิดประโยชน
เมื่ออธิบายใหคนนี้ฟง คนนั้นก็เรียกชนแกว เมื่อมีเพลงใหมดังขึ้นมาชอบใจก็กรี๊ดกราดโหรองวาโดนใจ นาเสียดายเวลาที่พวกเขากรอก
เอกสารทางราชการบางอยางที่ระบุศาสนาของตนเองวา “พุทธ” นั้นไมไดแสดงวาพวกเขามีความเขาใจในความเปนพุทธเลย แลวเมื่อไหร
คนเหลานี้จะพรอมที่จะมีธรรมะในหัวใจเพื่อความสุขที่แทจริงของตัวเองบางนะ
ผมขอหลบกลุมเพื่อนไปนั่งอยูในมุมสุดของโตะที่มองเห็นบรรยากาศทั้งหมดของราน รานที่แตเดิมผมชมวาตกแตงไดสวยและ
มีสไตลเหมือนสถาปนิกมืออาชีพออกแบบ บัดนี้ผมมองเห็นเปนสถานที่ที่หนุมสาวที่กําลังมึนเมาดวยฤทธิ์ของแอลกอฮอลทําลายเซลล
สมอง กอดกายนัวเนียดิ้นกันพรากๆ ในความมืดนั้น ยามใดที่เนื้อตัวตองแสงไฟก็จะออกเปนสีเขียว แดง เหลือง มวง บางหลับตา บาง
ลืมตาปะหลับปะเหลือก รองเสียงดังกรี๊ดกราดโหยหวน ควันบุหรี่คลุงกระจายเต็มรานเห็นไดชัดเมื่อมีแสงไฟสองมา บรรยากาศทีเ่ ย็น
ดวยเครื่องปรับอากาศ บัดนี้เรารอนดวยทวงทํานองเสียงดนตรีที่นักดนตรีและนักรองทุมแรงกายทั้งหมดลงไปแผดเสียงออกมากลบใหหู
ดับลงไปได นี่มันดูไมตางจากนรกในตํานาน
“เอา… รับไป ชนแกว…” เพื่อนชักชวนใหผมรับแกวเหลาไวในมือ
“ไมเปนไรขอบใจ เราถือศีลหลังสึกอยู และที่สําคัญกินเหลามันก็ไมดีกับตัวเรานะ” ผมพูดไปตามคําตอบที่เตรียมไว
“มึงอยามาธรรมะธัมโมแถวนี้ เห็นไหมชาวบานเขามาดื่มกัน นี่อะไร…พระนุงกางเกงยีนสหรือไง”
และนั่นคือคําพูดสุดทายของผมในวันนั้น ผมลาเพื่อนกลับบานพรอมบอกกลาวคําสุขสันตวันเกิดใหแสนสุข
โปรดติดตาม บทสงทาย ตอนตอไป.

บทสงทาย
ผมไมกลาออกจากบานอีกหลายวันหลังจากไปทําธุระเรื่องที่ทํางานใหมเสร็จ
ที่วัด…
ผมกลับไปที่วัดอีกครั้งพรอมกับดวงใจที่ออนลา นมัสการทานเจาคุณขออนุญาตนอนคางที่วัดสักคืนสองคืน เขาไปกราบ
พระอาจารยเอกแลวเลาถึงสิ่งตางๆ ที่ผมไดพบเจอมาหลังจากที่สึกออกไปใหทานฟง ทานยิ้มแลวถามผมวา
“ไมสนุกเหรอ เห็นแตกอนเลาใหเราฟงวาชอบไปเที่ยว” พระอาจารยถามกลั้วเสียงหัวเราะในลําคอ
“ดูไมไดเลยครับ มันดูเหมือนอยูในนรกอยูในความมัวเมา แลวคนรอบขางก็ไมมีใครที่จะพยายามเขาหาสิ่งที่ถูกที่ควร
ทํา มีแตความเขาใจผิดในสังคม มีแตมิจฉาทิฏฐิเทานั้นครับ อธิบายอยางไรก็ไมเกิดประโยชน” ผมตัดพอ
“นิสัยเหมือนเดิมไมเปลี่ยน” พระอาจารยหลับตาแลวพูดออกมาเชนนั้น

79
“อยามัวแตเพงโทษไปที่คนอื่นไดไหม ตัวเองทําตัวเองดีแลวหรือยัง สอนไมจํา อยาพยายามแตหยิบคําสอนที่เราเขาใจ

ไปอธิบายใหคนอื่นฟงโดยที่เราเองก็ไมไดถองแท เขาจะเรียกไดวาเปนพวกตูเอาคําสอนของพระพุทธเจาไปพูดเรื่อยเปอย ตองทํา
ดวยตัวเองนี่ ดูใจของตัวเอง คุมใจของตัวเอง”

“บัดนี้เธอก็ไมไดเปนพระแลว พูดไปใครจะเชื่อเทากับทําความดีใหเขาเห็น ใหปรากฏเปนของจริง เปนคนจริงเปน

มนุษยที่สมบูรณ หมั่นใหทาน รักษาศีลและภาวนา ทานจะสองประกายความอิ่มเอิบออกจากตัวเรา ศีลจะชวยรักษาและภาวนากอ
ใหเกิดปญญา ขี้ครานเมื่อคนอื่นเห็นเปนเชนนั้นจะเขามาหาเราเอง เมื่อใดที่จิตเขาพรอม เมื่อนั้นธรรมะจะยังประโยชนใหแกเขา
จําไว” พระอาจารยสอนเรื่องเดิมที่ผมไมเคยจําสักที แตคราวนี้ผมจะหยุดแลว ดวยความเจ็บปวดในฐานะที่เปนเพียงฆราวาส
เชนเดียวกับคนทั่วไปในสังคม สั่งสอนกันไมได ไปทุกขรอนแทนเขาก็ไมไดเชนกัน ไดเจอกับตัวเองจึงไดรู
นับจากวันนั้น คราใดที่ผมมองเห็นความไมดีไมงามของคนในสังคม มักจะขมใจ สอนตัวเองวานี่แหละหนาความเปน
มนุษยยอมมีรัก โลภ โกรธ หลง ราคะ โทสะ โมหะเหลานี้เปนเหตุของการเกิดเปนมนุษยแลวทั้งสิ้น เมื่อเขาใจในเหตุ เห็นผลจึง
เขาใจ สวนตัวเราเองรูแลวถึงแนวทางที่สามารถพนจากทุกขเหลานี้ได แนวทางอันประเสริฐที่เคยไดสัมผัสมาระหวางที่ครองเพศ
บรรพชิตนั้นมีจริง เริ่มที่ผมกอน ทํากอนยอมถึงจุดหมายกอน
แลวสหธรรมิกของผมละ…
แมว/โอ หลังจากผานเรื่องรายๆ หลังจากการสึกกอนกําหนดเวลา เปนที่นาดีใจมากที่ไดทราบวาโอเขาวัดมาทําวัตรเย็นคน
เดียวบอยๆ บางครั้งมากับเกงเล็กเพราะสองคนนี้เขาซี้กัน และที่สําคัญผมไดรูจักกับพี่คนหนึ่งในลานธรรมที่รูจักกับโอเปนอยางดี
พี่เขาไดแนะนําพูดคุยธรรมะกับโออยูเสมอ จึงรูสึกวาโอจะไมหางธรรมะและพระพุทธศาสนา ชีวิตโอจะดีขึ้นแนนอน
เกงเล็ก เนื่องจากบานอยูใกลวัด หลังจากที่สึกไปจึงกลับมาทําบุญตักบาตรอยูเสมอ เกงเล็กเคยบอกผมไววาหลังจากสึก
ไปก็คงจะทําตัวเหมือนเดิมเหมือนกอนที่จะเขามาบวช แตที่จะเพิ่มเติมขึ้นมาคือการทําบุญ ผมนึกขึ้นไดแลวยังรูสึกขําไมหาย หนึ่ง
วันหลังจากเกงเล็กสึกออกไป เกงเล็กซื้อน้ําปานะชุดใหญเต็มที่เก็บของทายรถแจซมาถวายโรงน้ํารอน เพื่อทดแทนในสวนที่เกงเล็ก
ไดฉันไปเมื่อตอนบวชเปนพระ อยางนี้ก็นารักดีเหมือนกัน
พี่เจมส แตงงานแลวก็ยังคงดูเปนผูใหญอยูเสมอ เคยพาเจาสาวมาใหพระอาจารยเอกดูตัวดวย เปนคนที่มาบวชตรงตาม
ประเพณีจริงๆ คือบวชกอนเบียด อยางนอยธรรมะก็จะชวยใหพี่เจมสมีธรรมะในการครองเรือนนับตั้งแตเริ่มสรางครอบครัวอั๋นตั้ง
หนาตั้งตาเรียนตอและสนุกสนานกับการเลนฟุตบอลกับหมูเพื่อนทุกๆ เย็น เพราะอั๋นเปนคนที่ไมทุกขไมรอนไมคิดมากและดูชีวิตจะ
มีความสุขอยูเสมอ ธรรมะคงจะไมยังประโยชนใหกับอั๋นในตอนนี้
เกงใหญกับพี่วัฒน ไมไดติดตอกันเลย
ฟลุค กลับไปรับปริญญาและเริ่มงานในสิ่งที่เขาชอบ แตสิ่งที่ฟลุคยังติดใจอยูคือการเลือกทําบุญกับกลุมพระที่เขาคิดวา
ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแลว ยึดติดกับสีของผากาสายะโดยที่ลืมมองแกนแทของการทําบุญไป เรื่องนี้พระอาจารยเอกย้ําแกฟลุคเสมอ
ที่ฟลุคกลับมาเยี่ยมนมัสการ ฟลุคกับผมมักจะนัดกันเดินทางจากกรุงเทพฯ มาขอนอนที่วัดอยูเสมอๆ ฟลุคบอกผมวาอยากจะมาสวด
มนตทําวัตรที่วัด บางครั้งก็ถือโอกาสทองเที่ยวไปในจังหวัดเชียงใหมดวย นับวาฟลุคก็จะไมหางจากวัดเชนกัน
เปก กลับมาเยี่ยมนมัสการพระอาจารยเอกบางที่เขามีโอกาส มักมีของติดไมติดมือมาทําบุญ แตปจจุบันเปกตองไปทํางาน
ตางถิ่นที่ไกลออกไป มาไดไมบอยเทาใดที่ก็ยังคงไดติดตอกับพระอาจารยเอกนานๆ ครั้ง
บอย กลับไปทํางานกับกิจการของครอบครัวที่ตางอําเภอ บอยไดรับภาระกิจใหญคือการดูแลอุปฏฐากวัดใกลบานของเขา
ซึ่งเปนวัดในสายครูบาอาจารยเดียวกันกับวัดเราที่พระอาจารยเอกเคยพาพระใหมไปทัศนศึกษา บอยบอกวาเมื่อกอนไมเคยคิดจะทํา
บุญใสบาตรกับพระที่บิณฑบาตผานหนาบานเลย เดี๋ยวนี้จะดูแลพระสงฆและบํารุงวัดใกลบานนี้ใหดีใหสมกับเปนวัดของครูบาอา
จารยที่เขาเคารพศรัทธาหลังจากการบวช

80
สวนผม เริ่มงานกับที่ทํางานใหม ดวยที่ยังคงติดความนิ่งๆ และดูธรรมะธัมโม เพื่อนๆ จึงเรียกผมวา “หลวงพี่” เวลามีงาน
สําคัญเกี่ยวกับประเพณีทางพระพุทธศาสนามฃมักจะใหผมเปนคนดําเนินการอยูเสมอ อยางนอยเรื่องนําสวดมนตนี่ก็ไมไดขาด และ
ตรงจุดนี้เองทําใหผมรูวา เพื่อนๆ ที่ทํางานใหมนี้แมแตบทอิติปโสก็ทองไมได ออมแอมถั่วงาๆ กันแทบทุกคนเลย
เพื่อนๆ ในที่ทํางานใหมมีความสนใจในพระพุทธศาสนาเปนอยางมาก หลายคนเขามาถามไถขอสงสัยในเรื่องเล็กๆ นอยๆ
ตาง บางคนมาถามขอความกระจางเรื่องการทําบุญไปจนถึงอิทธิฤทธิ์ปาฏหาริยของครูบาอาจารยทานตางๆ ที่ไดยินไดฟงมา คําถาม
เหลานี้ผมระมัดระวังในการตอบทุกครั้ง เพราะหากเราไมรูจริงจะไปเพิ่มความเห็นผิดใหแกเขาได ผมมีหนังสือหลักธรรมะ พุทธ
ประวัติและรายละเอียดตางๆ ของพระพุทธศาสนาติดตัวมาจากเชียงใหม ใชเปนหนังสืออางอิงอยูเสมอ หากเรื่องไหนจนปญญาที่
จะตอบ ผมจะสอบถามไปที่พระอาจารยเอกทันที
ผมพยายามสวดมนตและภาวนาทุกๆ วันเทาที่โอกาสจะเอื้ออํานวย หลวงพี่แจคยังคงย้ําใหผมปฏิบัติทุกวันตอเนื่องอยูเสมอ
และดวยจุดนี้เองที่ผมดูเปนคนมีธรรมะ จึงไดรับความไววางใจจากเพื่อนในหลายๆ เรื่อง ทั้งเปนที่ปรึกษาและการทํางานใหญๆ ผม
รูสึกเปนดั่งที่พระอาจารยเอกวาไววา เมื่อเราทําดีใหเปนที่ประจักษแกคนทั่วไป เขายอมเชื่อใจและเขามาหาเราเอง เมื่อใดที่ใจเขาพรอม
มีศรัทธา เมื่อนั้นเราจะแนะนําธรรมะใหแกเขาโดยงาย เพื่อนๆ มักจะเขามาขอยืมหนังสือธรรมะไปอานเองเพิ่มเติม บางครั้งขอยืม
แผนซีดีบรรยายธรรมะไปฟงกอนนอน บางคนถึงกับขอใหผมชวยนําสวดมนตทําวัตรเย็นใหแกเขาดวยเพราะวาสวดมนตคนเดียวแลว
เหงา อยางนี้เปนตน ผมรูสึกดีใจที่พวกเขาสนใจในเรื่องนี้กันมากขึ้นในสังคม การทํางานของเราก็จะมีแตคนดีมีธรรมะปญหาตางๆ
ยอมเกิดไดยาก สังคมจะสงบสุข
ปจจุบันผมมีความสุขมากกวาความทุกขในการดําเนินชีวิต บางครั้งมีทุกขเขามามากก็รูวิธีที่จะขจัดไปใหเบาบาง ทําบุญและ
ชักชวนใหคนรอบขางโดยเฉพาะพอแมไดมีโอกาสทําบุญอยูเสมอ เลี้ยงดูพอแมและกลับไปนมัสการพระอาจารยเอกทุกครั้งที่มี
โอกาสไดกลับไปเชียงใหม ตลอดระยะเวลาที่ทํางานในที่ใหม ทุกเสารอาทิตยจะเขาไปภาวนาในวัดที่อยูใกลเคียง อยางนอยเพื่อเปน
การเติมพลังใหแกชีวิต เตือนตนเอง ดูจิตและทบทวนใจของเราเพื่อตอสูกับการทํางานในอาทิตยตอๆ ไป
สุดทาย คือสิ่งที่มุงหวังอยูในในเสมอคือการรอคอย เมื่อใดจะถึงเวลาอันสมควรที่ผมจะไดสัมผัสความสงบและมีสุขที่แท
จริงอยูในผาเหลืองอีกครั้ง เพื่อการปฏิบัติสูงสุด เพื่อกาวพนใหหลุดซึ่งวัฏสงสารวังวนแหงทุกขนี้เสียที.
จบบทสงทายอยางบริบูรณ.
ขอความสุข สวัสดี จงมีแกทุกคนทุกทาน...เทอญ