P. 1
หมอนรองกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis)

หมอนรองกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis)

|Views: 57,325|Likes:
Published by thaispineclinic
หมอนรองกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis)
หมอนรองกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis)

More info:

Published by: thaispineclinic on Feb 21, 2010
Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as PDF or read online from Scribd
See more
See less

05/11/2014

หมอนรองกระดูกคอเสื่อม (Cervical Spondylosis

)
นพ.ธเนศ วรรธนอภิสิทธิ์
โรคกระดูกคอเสื่อม เป็นโรคที่พบบ่อยในคนสูงอายุ พบว่า อุบัติการณ์ของโรคนี้ประมาณ 50% ใน
คนที่อายุมากกว่า 50ปี อาการที่เกิดจากโรคกระดูกเสื่อมได้แก่ อาการปวดต้นคอ (axial neck
pain) อาการการกดทับเส้นประสาท (radicular pain) อาการการกดทับไขสันหลัง
(myelopathy) และอาการอื่น ๆ เช่น การกลืนลาบาก การกดทับเส้นเลือดแดง
(cerlebrobasilar insufficuncy)
รูปแสดงลักษณะทางกายวิภาคของกระดูกสันหลังส่วนคอที่มีไขสันหลังและเส้นประสาทอยู่ภายใน
ช่องกระดูกสันหลัง
อาการปวดต้นคอ (Axial Neck Pain)
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดบริเวณต้นคอหรือบริเวณสะบัก รู้สึกว่าคอแข็งและเคลื่อนไหวคอได้น้อยลง
บางครั้งอาจมีอาการปวดศีรษะบริเวณท้ายทอยหรือบริเวณขมับร่วมด้วย สาเหตุของอาการปวดต้นคอ
เชื่อว่ามาจากการเสื่อมของหมอนรองกระดูก อาการปวดจะแย่ลงเมื่อมีการขยับเคลื่อนไหวคอโดยเฉพาะ
ท่าเงยศีรษะ อาการปวดจะดีขึ้นเมื่อพัก
อาการการกดทับเส้นประสาท (Radiculopathy)
ผู้ป่วยจะมีอาการปวดร้าวจากคอลงไปที่แขน มีอาการชาและกล้ามเนื้ออ่อนแรงตามเส้นประสาทที่ถูกกด
ทับ อาการจะเป็นมากขึ้นเมื่อเงยคอและเอียงคอไปด้านที่มีอาการ (spurling sign) สาเหตุเกิดจาก
กระดูกงอก (spur) หรือหมอนกระดูกแตกไปกดทับเส้นประสาท แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นที่กดทับ
เส้นประสาทเช่นการติดเชื้อ หรือเนื้องอก เป็นต้น
อาการกดทับไขสันหลัง(Myelopathy)
ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนแรงของขา มีความผิดปกติของการเดิน มีการเกร็งของขา บางครั้งอาจมีอาการ
ปวดคอ และอาการอ่อนแรงของแขนร่วมด้วย สาเหตุเกิดจากการกดทับไขสันหลังจาก
หมอนรองกระดูก กระดูกงอก ข้อต่อฟาเลทที่เสื่อม
รูปแสดงลักษณะกล้ามเนื้อบริเวณสะบัก,หัวไหล่และมือข้างขวาฝ่อลีบในผู้ป่วยโรคกระดูกคอเสื่อมกดทับไข
สันหลังและเส้นประสาท
การตรวจวินิจฉั ย
ในรายที่สงสั ย โรคหมอนรองกระดูกคอเสื่ อม การตรวจภาพถ่ายทางรังสีของกระดูกคอ
(plain radiography) จะพบว่ามีการแคบลงของหมอนรองกระดูก กระดูกงอก
(osteophyte) การเสื่อมของข้อต่อฟาเลท (facet osteophyte) และกระดูกคอเคลื่อน
(subluxation) แต่ไม่สามารถเห็นรายละเอียดของหมอนรองกระดูก เส้นประสาทและไข
สันหลังได้
การตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) เป็นการตรวจโดยใช้คลื่นแม่เหล็ กไฟฟ้า
วิธีนี้จะให้ความแม่นยาในการตรวจที่สูง สามารถเห็นรายละเอียดของหมอนรองกระดูก
เส้นประสาท และไขสันหลังได้ดี แต่ราคาค่อนข้างแพง
การตรวจโดยการกระตุ้นเส้นประสาทด้วยไฟฟ้า (EMG, NCV) ใช้ช่ วยในการวินิจฉัย
แยกโรคของความผิดปกติของเส้นประสาท และตาแหน่ งที่เส้นประสาทถูกกดทับได้
การรักษา
ในรายที่อาการไม่มากและเป็นมาไม่นาน ควรรักษาโดยไม่ผ่าตัดก่อน โดยเป้าหมายของการ
รักษา คือ ลดอาการปวด ฟื้นฟูสมรรถนะของกล้ามเนื้อและป้องกันการกลับเป็นซ้า
การรักษาโดยวิธี อนุรักษ์นิยม (Nonoperative treatment)
รักษาโดยให้ยาแก้ปวดระงับการอักเสบ (NSAIDS) ยาคลายกล้ามเนื้อ วิตามินบารุง
เส้นประสาท การจากัดการเคลื่อนไหวของคอ การใส่ปลอกคอ การทากายภาพบาบัดวิธีต่าง
ๆ เช่น การประคบร้อน การทา Ultrasound และการดึงคอ การบริหารกล้ามเนื้อรอบต้นคอ
แบบ isometric exercise การฉีดยา steroid บริเวณข้อต่อฟาเล็ท บริเวณรอบ ๆ เส้นประสาท
เพื่อลดการอักเสบของเส้นประสาท
การรักษาโดยวิธี ผ่าตัด (Operative treatment)
มีข้อบ่งชี้ในการรักษาโดยการผ่าตัด คือ รักษาโดยวิธีไม่ผ่าตัดแล้วไม่ดีขึ้น มีอาการกดทับทาง
ระบบประสาทรุนแรงขึ้น อาการที่เกิดขึ้นรบกวนการใช้ชีวิตประจาวันและการทางาน
การผ่าตัดโดยทั่วไปมี 2 วิธีคือ วิธีการผ่าตัดจากทางด้านหน้า ทาโดยผ่าตัดเอาหมอนรอง
กระดูกและกระดูกงอกที่กดทับเส้นประสาทและไขสันหลังออก จากนั้นใช้กระดูกบริเวณเชิง
กรานหรือบริเวณขา ใส่เข้าไปในบริเวณที่เป็นหมอนรองกระดูกเพื่อเชื่อมกระดูกคอ และดาม
กระดูกด้วยโลหะเพื่อป้องกันการเคลื่อนของกระดูก
ส่วนวิธีการผ่าตัดจากทางด้านหลังใช้ ในรายที่มีการกดทับเส้นประสาทระดับเดียวหรือหลาย
ระดับ การกดทับไขสันหลังตั้งแต่ 3 ระดับขึ้นไป การกดทับไขสันหลังเนื่องจากโพรงกระดูกคอ
แคบมาแต่กาเนิด (Congenital Canal Stenosis)
รูปแสดงขั้นตอนการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกออกและเชื่อมกระดูกคอ
รูปการผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกออกและเชื่อมกระดูกคอ
ผู้ป่วยชายไทยมีอาการปวดเสียวชาแขนขวา มีกล้ามเนื้อสะบักและหัวไหล่ฝ่อลีบไม่สามารถยก
แขนขวาได้ MRIพบมีหมอนรองกระดูกคอข้อที่4-5แตกกดทับเส้นประสาทข้างขวา
หลังผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกที่แตกออก ผู้ป่วยสามารถยกแขนขวาได้
รูป X-rayและMRIในผู้ป่วยที่มีหมอนรองกระดูกคอแตกกดทับไขสันหลังตั้งแต่ข้อที่2-6
รูปX-ray หลังผ่าตัดเอาหมอนรองกระดูกออกและยึดดามกระดูกด้วยโลหะ
รูปแสดง X-rayและMRIในผู้ป่วยที่มีกระดูกงอกกดทับไขสันหลัง(OPLL)
รูปแสดงการผ่าตัดขยายช่องกระดูกสันหลัง Open Door Laminoplasty
รูป MRIในผู้ป่วยที่มีกระดูกงอกกดทับไขสันหลังทางด้านหน้าและด้านหลัง(OPLL&OYL)
รูปX-ray หลังผ่าตัด laminectomyและยึดดามกระดูกด้วยโลหะ และกระดูก laminarที่มีกระดูกงอกOYL

You're Reading a Free Preview

Download
scribd
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->