You are on page 1of 10







บทที่ 3 พฤติกรรมผูผลิต
ความหมายของอุปทาน

ตารางอุปทานและเสนอุปทาน

อุปทานตลาด

ปจจัยกําหนดอุปทาน

การเปลี่ยนแปลงของเสนอุปทาน
ความยืดหยุนของอุปทาน
การผลิต
ระยะเวลาการผลิต

ความหมายของอุปทาน
ฟงกชั่นการผลิต
ตนทุนการผลิต
รายรับจากการผลิต
ดุลยภาพของผูผลิต

อุปทาน หมายถึง ปริมาณเสนอขาย สินคาชนิดใดชนิดหนึ่ง ในชวง
เวลาใดเวลาหนึ่ง ณ ระดับตางๆกันของ ราคาสินคา ชนิดนั้นๆ
ปจจัย/ตัวแปรที่เกี่ยวของในการพิจารณา
ตัวแปรนํา : ราคาสินคา (P)
ตัวแปรตาม : ปริมาณเสนอขาย (Q)

ตารางอุปทานและเสนอุปทาน

กฎของอุปทาน
ความสัมพันธระหวางปริมาณเสนอขายสินคากับระดับราคาสินคา
นั้นจะเปนไปใน…………………..เมื่อกําหนดใหปจจัยอื่น ๆ คงที่
นั่นคือ
P

Q

P

Q

ตารางตัวเลขที่แสดงความสัมพันธระหวางปริมาณอุปทานของสินคา
หรือบริการอยางใดอยางหนึ่ง ณ ระดับราคาตางๆ
ราคา (บาท) ปริมาณขาย
(กิโลกรัม)
10
20
12
30
14
40
16
50
18
60
20
70

ตารางอุปทานและเสนอุปทาน อุปทานสวนบุคคลและอุปทานตลาด เสนอุปทาน คือ เสนกราฟที่แสดงความสัมพันธระหวางราคากับปริมาณ อุปทาน และมีความชันเปนบวก ปจจัยกําหนดอุปทาน อุปทานของตลาด ราคา 10 20 P ผูผลิต 1 ผูผลิต 2 ตลาด 40 40 80 80 80 160 P S1 S2 P       Sm 20 10 40 80 Q • อุปทานสวนบุคคล (Individual supply) : ปริมาณเสนอขายสินคา ชนิดหนึ่งๆ ของผูขายแตละคน ณ ระดับราคาสินคาตางๆ • อุปทานของตลาด (Market supply) : ปริมาณเสนอขายสินคาชนิด หนึ่งๆ ของผูขายทุกคนในตลาด ณ ระดับราคาสินคาตางๆ 40 80 Q 80 160 Q ราคาสินคาชนิดนั้น ราคาสินคาชนิดอื่นๆที่เกี่ยวของ ราคาปจจัยการผลิต เทคโนโลยีการผลิต จํานวนผูขาย สภาพดินฟาอากาศ .

W ..ฟงกชั่นอุปทาน  ปจจัยโดยตรง คือ PX ดังนั้นเมื่อกําหนดใหปจจัยอื่นคงที่ แลว สามารถเขียนเปนฟงกชันไดดังนี้ Qx=f(Px)  เขียนเปนสมการอยางงายไดดังนี้ QX = a + bPX เชน QX = -20 + 3PX ฟงกชันของอุปทาน แสดงความสัมพันธระหวางปริมาณเสนอขายสินคาและ บริการชนิดใดชนิดหนึ่ง กับปจจัยชนิดตางๆ ที่เปนตัวกําหนด ปริมาณเสนอขาย สินคาและบริการชนิดนั้น Qs = f ( Px . S . …. Py. T . ) โดยที่ Qs = ปริมาณเสนอขายสินคาและบริการของสินคา Px = ราคาของสินคาที่เสนอขาย Py = ราคาของสินคาชนิดอื่นที่เกี่ยวของ W = ราคาปจจัยการผลิต T = เทคนิคการผลิต S = ฤดูกาล การเปลี่ยนแปลงของอุปทาน 1) 2)  แตสมการที่เปนตัวแทนอุปทานโดยทั่วไปคือ QX = -a + bPX เชน QX = -20 + 3PX การเปลี่ยนแปลงปริมาณเสนอขาย (Changes in Quantity Supplied) การเปลี่ยนแปลงปริมาณเสนอขาย (Change in quantity supplied) การยายเสนอุปทาน (Shift in the supply curve) เกิดจากราคาสินคาเปลี่ยนแปลง ทําใหจํานวนขายเปลี่ยนแปลง เปนการยายจากจุดหนึ่งไปอีกจุด หนึ่ง บนเสน อุปทานเดียวกัน 12 .

.  ความยากงายในการผลิต  สินคามีความยากในการผลิต -> ความยืดหยุนของอุปทาน…….  ระยะเวลาการผลิตสั้น -> ความยืดหยุนของอุปทาน……..  สินคามีความงายในการผลิต -> ความยืดหยุนของอุปทาน…….การยายเสนอุปทาน ความยืดหยุนของอุปทาน (Elasticity of Supply) (Shift in Supplied Curve) เกิดจากตัวกําหนดโดยออมตัว ใดตัวหนึ่งหรือหลายตัว เปลี่ยนแปลง ทําใหปริมาณ ขายเปลี่ยนแปลง ณ ระดับ ราคาเดิม ความยืดหยุนของอุปทานตอราคา หมายถึง อัตราการเปลี่ยนแปลงใน จํานวนสินคาที่ผูขายตองการขายตออัตราการเปลี่ยนแปลงในราคาสินคา ชนิดนั้น โดยคิดอัตราการเปลี่ยนแปลงเปนรอยละ โดยที่ อุปทานเพิ่ม เสนอุปทานยาย ไปทางขวาหรือซาย Es = คาความยืดหยุนของอุปทานตอราคา % Q = การเปลี่ยนแปลงของจํานวนขายเปนรอยละ % P = การเปลีย่ นแปลงของราคาเปนรอยละ 13 ตามกฎของอุปทาน จํานวนขายจะเปลี่ยนแปลงทางเดียวกัน กับราคาสินคาชนิดนั้นเสมอ ดังนั้น เครื่องหมายการเปลี่ยนแปลง ของราคาและจํ า นวนขายจะเหมื อ นกั น ค า ความยื ด หยุ น ของ อุปทานจะเปนบวกเสมอ และเปนตัวเลขโดด ๆ ไมมีหนวย ใน กรณีนี้ไมจําเปนตองตัดเครื่องหมายทิ้งอยางเชนที่ทํากับคาความ ยืดหยุนของอุปสงคตอราคา ปจจัยกําหนดความยืดหยุนของอุปทานตอราคา ระยะเวลา  ระยะเวลาการผลิตนาน -> ความยืดหยุนของอุปทาน…….  ..

000 บาท โนเกียนํามือถือออกขายมากขึ้น เมื่อราคามือถือสูงขึ้น ชาวนาเอาขาวสาร ออกขายมากขึ้น เมื่อราคาขาวสูงขึ้น ความยืดหยุนของอุปทานมือถือตอราคาคือ? ความยืดหยุนของอุปทานขาวสารตอราคาคือ? ความยืดหยุนของอุปทานตอราคา (Es) (ตอ) การผลิต ขาวสารมี Es = ……… มือถือมี Es = ………….  โดยมากสินคาอุตสาหกรรมหรือสินคาไฮเทคจะมีความยืดหยุน…… โนเกียนํามือถือออกขาย 5 เครื่อง ถามือถือเครื่องละ 4..000 บาท การดําเนินกิจกรรมตางๆ สินคา ที่ มนุษยตองการ  ปจจัยการผลิตทางเศรษฐศาสตร (Factor of Production) ประกอบดวย แรงงาน ทุน ที่ดิน และผูประกอบการ  ผลผลิต คือ ผลที่ไดจากการแปลงปจจัยการผลิตใหเปน สินคา และ บริการ .การคํานวณและการอานคา ชาวนาเอาขาวสารออกขาย 100 กระสอบ ถาขาวสารกระสอบละ 150 บาท การคํานวณและการอานคา ชาวนาเอาขาวสารออกขาย 120 กระสอบ ถาขาวสารกระสอบละ 300 บาท โนเกียนํามือถือออกขาย 1 เครื่อง ถามือถือเครื่องละ 2. การผลิต สรุป  โดยมากสินคาเกษตรและหัตถกรรมจะมีความยืดหยุน…….

ปจจัยการผลิตกับระยะเวลาในการผลิต ปจจัยคงที่ (Fixed factor) เปนปจจัยการผลิตที่ไมผันแปรตาม ปริมาณผลผลิตไดภายในชวงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง เชน อาคาร โรงงาน เครื่องจักร เปนตน ปจจัยผันแปร (Variable factor) เปนปจจัยการผลิตที่ผันแปร ตามปริมาณการผลิต ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ไดแก แรงงาน วัตถุดิบ วัสดุสิ้นเปลือง เปนตน ตัวอยาง  เกษตรกรผลิตขาวโดยใชแรงงานและปุยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆก็ไมสามารถ ขยายผลผลิตไปไดเรื่อยๆเพราะที่นามีอยูจํากัด ดังนั้นปจจัยคงที่ไดแก ที่ นา สวนปจจัยแปรผันไดแก แรงงานและปุย  มหาวิทยาลัยแมวาจะเพิ่มอุปกรณที่ทันสมัยเขามาเรื่อยๆในหองเรียนก็ ไมสามารถเพิ่มจํานวนนักเรียนไดเพราะพื้นที่ของหองและผูสอนมีอยู จํากัด ปจจัยคงที่คือ พื้นที่หองเรียน และ จํานวนอาจารย สวนปจจัย แปรผันคือ อุปกรณที่ทันสมัย 21 ระยะเวลาในการผลิต การผลิตระยะสั้น (short-run period) ระยะเวลาในการผลิต (ตอ)  ปจจัยคงที่  ปจจัยผันแปร การเปลี่ยนแปลงของขนาดผลผลิต (Q) ทําไดโดยการเปลี่ยนแปลงขนาดของการใชปจจัยผันแปรเทานั้น การผลิตระยะยาว (long-run period)  ปจจัยคงที่  ปจจัยผันแปร เนื่องจาก ปจจัยการผลิตสามารถเปลี่ยนแปลงได ดังนั้นจึงไมมีปจจัย คงที่ และการเปลี่ยนแปลงของขนาดผลผลิต (Q) ในระยะยาว ขึ้นอยูกับการเปลี่ยนแปลงขนาดของการใชปจจัยผันแปรเทานั้น .

รถไถ. ควาย. เทคนิคการผลิต. โรงงาน.000 บาท ตอคน ) หรือถาเขาจางคนงานก็ตองจายครั้งละ 3000 บาท ซึ่ง รายการทั้งหมดนี้เปนมูลคาตอการผลิต 1 รอบการผลิต แลวตนทุนชัดแจง ตนทุนไมชัดแจงตอการผลิต 1 รอบมีคาเทาไร .000 บาท ในการปลูกเขาใช แรงงานซึ่งเปนลูกของเขา มี 3 คน ( ไมคอยเอาถานและเกเร โดยหากลูก ไมชวยทํา ลูกก็จะไปทําหนาที่เปนนักเลงคุมบอน มีรายไดครั้งละ 2.…. ความสมบูรณของที่ดิน.000 บาทนอกจากนี้เขาตองซื้อเมล็ดพันธุและปุย 6. aN)  เชน  จํานวนรถยนต (คัน) = f( เครื่องจักร. a2. คนงาน)  จํานวนขาว(เกวียน) = f(ขนาดที่นา. ปุย)  มีเฉพาะปจจัยผันแปรเทานั้น 25 ตนทุนการผลิต (Cost of Production) ความหมายของตนทุนการผลิตตาง ๆ ในทางเศรษฐศาสตร  ตนทุนที่ชัดแจง (explicit cost) หมายถึง คาใชจายตางๆ ที่ กิจการไดจายเงินออกไปจริงๆ สําหรับใชในกระบวนการผลิตทั้งหมด ไดแก คาวัตถุดิบ คาแรง คาไฟฟา คาโทรศัพท เปนตน  ตนทุนไมชัดแจง (implicit cost) หรือ ตนทุนแฝง หมายถึง คาใชจายที่ไมไดออกเงินไปจริงๆ ซึ่งหมายถึง ตนทุนคาเสียโอกาส เชน นําตึกแถวที่เคยใหเชามาทําเปนรานอาหาร เปนตน ตัวอยาง นายเหลิม เปนเกษตรกรเลี้ยงควายอยู 3 ตัวเพื่อใชไถแปลงปลูกตน ทานตะวันขาย ซึ่งหากเขาไมใชควาย ตองจางรถไถเสียคาใชจาย 5. แสงแดด. ชาวนา.000 บาท สําหรับที่ดินเปน มรดกของเขา ซึ่งชาวบานขางๆตองเชาที่ 1.ระยะเวลาในการผลิต การผลิตระยะสั้น (short-run period) หมายถึง ระยะเวลาที่ ปจจัยการผลิตบางตัวไมสามารถเปลี่ยนแปลงได จึงถือวาเปนปจจัย คงที่ การเปลี่ยนแปลงของขนาดผลผลิตทําไดโดยการเปลี่ยนแปลง ขนาดของการใชปจจัยผันแปรเทานั้น  ปจจัยการผลิตบางชนิดเปลี่ยนแปลงได เราเรียกวา ปจจัยผันแปร  ปจจัยการผลิตบางชนิดเปลี่ยนแปลงไมได เราเรียกวา ปจจัยคงที่ การผลิตระยะยาว (long-run period) หมายถึง ระยะเวลาที่ ปจจัยการผลิตทุกตัวสามารถเปลี่ยนแปลงได เมื่อหนวยผลิตตองการ เปลี่ยนแปลงขนาดของการผลิต ฟงกชันการผลิต  แสดงความสัมพันธระหวางปจจัยการผลิตกับปริมาณผลผลิตที่ไดรับ จากการผลิต  Q = f(a1.

000 บาท.000 บาท นอกจากนี้บัวสวรรคคาด วาจะมีผลกําไรจากงานของวริศ 35. TR) คือ รายรับทั้งหมดที่ ผูผลิตไดรับ จากการขายสินคาและบริการของตนตามราคาตลาด คือ ราคาสินคาตอ หนวย คูณดวยปริมาณผลผลิตที่ขายได TR = P x Q เมื่อ P = ราคาตอหนวย Q = ปริมาณผลผลิตที่ขาย .000 บาท คาใชจายจิปาฐะ 40.ตนทุนการผลิต (Cost of Production)  ตนทุนทางบัญชี หมายถึง คาใชจายตางๆ ที่กิจการไดจายออกไป และบันทึกรายการไวในบัญชีของกิจการ ซึ่งก็คือสิ่งเดียวกับตนทุน แจงชัด  ตนทุนทางเศรษฐศาสตร หมายถึง คาใชจายทุกชนิดที่จําเปนตอการ ผลิต ไมวาจะมีการจายเงินออกไปหรือไม ตนทุนทางเศรษฐศาสตร จะรวมตนทุนแจงชัดและตนทุนไมแจงชัดไวดวย ดังนั้น ตนทุนทาง เศรษฐศาสตรจะสูงกวาตนทุนทางบัญชี ตนทุนการผลิต (Cost of Production)  ตนทุนเอกชน (Private cost) หมายถึง คาใชจายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับ ผู ผ ลิ ต จากการใช ป จ จั ย การผลิ ต ต า งๆในการผลิ ต หรื อ ต น ทุ น ทาง เศรษฐศาสตรนั่นเอง ประกอบดวย ตนทุนภายใน (internal cost) : เกิดขึ้นภายในกิจกรรมหนึ่งๆ โดยสวนใหญตนทุนเอกชน จะไมรวมตนทุน ภายนอก ดังนั้นตนทุนสวนใหญของเอกชนจะเปนตนทุนภายใน  ตนทุนสังคม (Social Cost) หมายถึง คาใชจายทุกชนิดที่เกิดขึ้นกับสังคม จากการผลิตสินคานั้นๆ ซึ่งมีคาเทากับตนทุนเอกชนบวกกับตนทุนภายนอก ตนทุนภายนอก (external cost) : เกิดจากการกระทําของโรงงาน แตผลไปตกอยูกับบุคคลภายนอกที่ไมไดเกี่ยวของกับการผลิต เชน การปลอยน้ํา เสีย การปลอยควันพิษ ตัวอยาง น.ส.000 บาท และไดความนาเชื่อถือซึ่งอาจ ประเมินเปนตัวเงินได 40. รายรับรวม (Total Revenue.000 บาท จงคํานวณหาตนทุนทางบัญชี และ ตนทุนทางเศรษฐศาสตร รายรับจากการผลิต (Revenue) คือ รายไดที่ผูผลิตไดรับจากการขายผลผลิตของตนตามราคาตลาด ซึ่ง แบงออกได 2 ชนิด คือ 1. คาเชาสถานที่ ( office ของ บัวสวรรค ) 100.บัวสวรรค รับจัดงานวิวาหโดยมีการลงรายการบัญชีตลอด ดังนี้ คาแรงงาน 50.

AR) คือ รายรับตอหนวย (P) ที่ผูผลิตไดรับจากการขายสินคาและบริการของตน โดยคํานวณ ได โดยการหารรายรับทั้งหมดดวยปริมาณขาย ดังนี้ ดุลยภาพของผูผลิต  ดุลยภาพของผูผลิตจะเกิดขึ้นเมื่อผูผลิตไดรับกําไรสูงสุดจากการขาย สินคาและบริการที่ผลิต (Maximize Profit) โดยที่กําไร (Profit. π) = TR − TC ตัวอยางการคํานวณรายรับ ราคา 11 10 9 8 7 6 5 4 ปริมาณซื้อ 0 10 20 30 40 50 60 70 รายรับรวม รายรับเฉลี่ย  กําไรทางบัญชี ( Accounting Profit ) คือ ผลตางระหวาง รายรับรวมกับตนทุนทางบัญชี  กําไรทางเศรษฐศาสตร ( Economic Profit ) คือ ผลตาง ระหวางรายรับรวมกับตนทุนทางเศรษฐศาสตร .รายรับจากการผลิต (Revenue)(ตอ) 2. รายรับเฉลี่ย (Average Revenue. π) หาไดจากผลตางระหวางรายรับรวม (TR) กับตนทุน ทั้งหมด (TC) กําไร (Profit.

000 บาท และ50.000 100.000 บาท ตามลําดับ นางสาวแดง ไดรับกําไรประเภทใดในทางเศรษฐศาสตร .000 200.000 บาทมาเปนรานอาหาร ในปนี้ แดงไดราย ไดทั้งหมด 500.000 0 กําไรปกติ ป 2553 350. ทั้งนี้กําไรทางเศรษฐศาสตร สามารถแบงไดเปน 3 กรณี คือ  กําไรทางเศรษฐศาสตร เทากับศูนย แสดงวาการผลิตนั้นมีเพียง กําไรปกติเปนคาตอบแทนที่ผูประกอบการไดรับเทานั้น ไมได ดึงดูดใจใหผูประกอบการรายใหมๆเขามา  กําไรทางเศรษฐศาสตรมีคามากกวาศูนย แสดงวามีกําไรเกินปกติ ( Abnormal Profit.000 บาท แตตองเสียคาจางพนักงานเสิรฟและวัสดุตางๆ เปนจํานวน 350.000 100.000 บาท ตอมาแดงลาออกมาเปดรานอาหาร โดยเอาตึกแถวที่ตนเอง เคยใหคนอื่นเชาปละ 20.200 สถานะ ตัวอยางการหาดุลยภาพของผูผลิต รายการ รายได หัก ตนทุนชัดแจง กําไรทางบัญชี หัก คาเสียโอกาส กําไรทางเศรษฐศาสตร สถานะ ป 2552 300.000 150.000 100.000 กําไรทางเศรษฐศาสตร นางสาวแดงเปนพนักงานของบริษัทแหงหนึ่ง ซึ่งไดรับเงินเดือนคิดไดปละ 50.000 400 1. Excess Profit ) ซึ่งถือวากําไรสวนนี้ เปนกําไรทางเศรษฐศาสตร ( Economic Profit ) ซึ่งจะดึงดูด ใหผูผลิตรายใหมเขามา  กําไรทางเศรษฐศาสตรมีคาติดลบ แสดงวาหนวยผลิตนั้นขาดทุน ตัวอยางการหาดุลยภาพของผูผลิต ปริมาณ (Q) 0 1 2 3 4 5 ราคา (P) รายรับ ตนทุนรวม กําไร รวม (TR) (TC) 400 500 400 700 400 800 400 900 400 1.000 50.000 200.