โอ่งราชบุรี

webmaster
20 ม.ค. 48
เวลา 22:54:48

พิมพ์
แจ้งลบ
ส่งหาเพื่อน

จังหวัดราชบุรีมส
ี ิ่งที่เป็ นเอกลักษณ์น่าสนใจอย่่มากมาย เช่น การทอผ้าซิ่น การ
ผลิตเครื่องทองเหลือง เป็ นต้น แต่สิ่งหนึ่ งที่จะขาดเสียมิได้เลยเมื่อกล่าวถึงจังหวัดราชบุรี ก็คอ
ื การปั้ นโอ่ง
มังกร
การปั้ นโอ่งมังกรและเครื่องปั้ นดินเผาของชาวราชบุรี เป็ นอุตสาหกรรมพื้นบ้าน ที่มีช่ ือเสียงมาก คนทั่วไป
ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศต่างก็ช่ ืนชอบ
ขั้นตอนในการผลิตโอ่ง
การผลิตโอ่งมังกรของจังหวัดราชบุรีน้ี มีกรรมวิธีการผลิตอย่่ด้วยกัน ๕ ขั้นตอนดังต่อไปนี้
๑. การเตรียมดิน
การเตรียมดิน ดินที่ราชบุรีท่ีมีช่ ือเสียงนั้น อย่่ท่ีตำาบลหลุมดิน อำาเภอเมือง โดยดินที่นำามาใช้ในการปั้ นโอ่ง
คือ ดินเหนี ยว เมื่อได้ดินมาแล้ว ในขั้นตอนแรกจะต้อง มีการหมักดินเสียก่อน ประมาณ ๒-๓ วัน เมื่อดินอ่อน
ตัวดีแล้ว จึงนำาดินจากบ่อหมักดินขึ้นมาพักไว้ เพื่อรอเข้าเครื่องนวด จากนั้นจึงนำาดินมาเข้าเครื่องนวด โดย
ต้องมีการผสมทรายละเอียดลงไปด้วยเพื่อไม่ให้ดินที่จะใช้ป้ั นโอ่งอ่อนตัวจนเกินไป
เครื่องนวดดินจะทำาการนวด และคลุกเคล้าดินเหนี ยวกับทรายเข้าด้วยกัน จนด่เหมือนเป็ นเนื้ อเดียวกัน ซึ่ง
ดินเหนี ยวที่ได้ในขั้นตอนนี้ จะมีลก
ั ษณะพอเหมาะ ไม่เหลวหรือแข็งจนเกินไป
เมื่อดินที่ผสมออกมาจากเครื่องเรียบร้อยแล้ว ช่างจะต้องทำาการตัดแบ่งดินเป็ นก้อนๆ เพื่อความสะดวกใน
การนำาไปปั้ นเสียก่อน โดยใช้เครื่องมือที่เรียกกันว่าเหล็กตัด เหล็กตัดจะมีลักษณะเป็ นเหล็กเส้นกลม นำามา
โค้งเป็ นร่ปตัวย่ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับคันเลื่อยฉลุ แต่มีขนาดใหญ่และกว้างกว่า ที่ปลายของเหล็กจะขึงลวด
ไว้จนตึง ซึ่งเวลาตัดดินจะนำาเส้นลวดนี้ ไปตัดแบ่งดินจากกองใหญ่ ให้เป็ นกองที่มีขนาดเหมาะสมในการปั้ น
จากนั้นช่างจะนำาดินที่ตัดแล้วมาคลึงบนพื้น ซึ่งดินที่คลึงเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีลักษณะคล้ายกับบาตรพระ
นอกจากนี้ จะมีการโรยทรายละเอียดลงบนพื้นที่คลึงดินด้วย เพื่อให้ง่ายต่อการคลึงและไม่ทำาให้ดินติดพื้น
เมื่อช่างคลึงดินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็จะนำาดินที่คลึงแล้วไปพักไว้ เพื่อรอการขึน
้ ร่ปโอ่งต่อไป
๒. การขึ้นร่ป
เครื่องมือที่สำาคัญและจำาเป็ นมากในการขึ้นร่ป ก็คือ แป้ นหมุน แป้ นหมุนเป็ นไม้กลมๆ มีแกนตรงกลางหมุน
ได้รอบตัว มีท้ังแบบหมุนด้วยมือ ใช้เท้าถีบ หรือจะเป็ นแบบหมุนด้วยเครื่องจักรไฟฟ้ าก็ได้ ในการขึ้นร่ป
นอกจากช่างปั้ นแล้ว จะต้องมีผ้่ช่วย ซึ่งก็คือ คนเตรียมดินนั่นเอง คนเตรียมดินจะเป็ นผ้่ยกดินที่ใช้ขึ้นตัวโอ่ง
วางบนแป้ นหมุน จากนั้นช่างปั้ นก็จะเปิ ดเครื่องจักร เพื่อให้แป้ นหมุน ช่างก็จะใช้มือทั้งสองข้างประคองดินให้
เป็ นร่ปร่างตามที่ต้องการ เมื่อได้ขนาดและร่ปร่างของโอ่งตามที่ต้องการแล้ว ก็จะบังคับให้แป้ นหยุดหมุน
จากนั้นจึงยกโอ่งลงจากแป้ นหมุนโดยการใช้เส้นตัดก้นโอ่งที่อย่่ติดกับแป้ นหมุนเสียก่อน หากโอ่งมีขนาดเล็ก
ช่างปั้ นอาจจะยกลงจากแป้ นหมุนเอง แต่หากโอ่งมีขนาดใหญ่ ช่างปั้ นอาจจะช่วยกับคนเตรียมดินในการยก
โอ่งลงจากแป้ นหมุนก็ได้
โอ่งที่ยกลงจากแป้ นหมุนเรียบร้อยแล้ว จะยังมีความาอ่อนตัวอย่่ ดังนั้นร่ปร่างของโอ่งอาจบิดเบี้ยว ทำาให้
โอ่งเสียร่ปทรงได้ ผ้่ช่วยช่างปั้ นโอ่ง จึงต้องใช้ห่วงไม้สองห่วงมาช่วยบังคับร่ปทรงโอ่งไว้ ห่วงไม้ท่ีใช้บังคับร่ป
โอ่งนี้ ไม่มีช่ ือเรียกเป็ นภาษาไทย แต่ในภาษาจีน เรียกว่า "โคว" แปลว่า ห่วงนั่นเอง สำาหรับโอ่งที่ป้ั นเสร็จ
เรียบร้อยแล้วนี้ จะมีเฉพาะตัวโอ่งและโอ่งเท่านั้น ยังไม่มีปากโอ่ง เมื่อยกโอ่งลงจากแป้ นหมุนแล้ว ก็จะนำา
โอ่งไปผึ่งลมไว้ท่ีลาน รอให้โอ่งหมาด เพื่อเตรียมที่จะขึ้นปากโอ่งต่อไป ซึ่งในการขึ้นปากโอ่งจะต้องรอการ
ขึ้นร่ปโอ่ง ให้โอ่งมีจำานวนมากพอกับที่ตอ
้ งการเสียก่อน จากนั้นจึงนำาโอ่งทั้งหมดไปขึ้นปากโอ่งทีเดียว

การขึ้นปากโอ่งจะนำาตัวโอ่งยกวางลงบนแป้ นหมุนอีกครั้งหนึ่ ง แต่แป้ นหมุนที่ใช้ในการขึ้นปากโอ่งนี้ เป็ น
แป้ นหมุนที่ใช้มือบังคับ และใช้แรงคนหมุน ช่างขึ้นปากโอ่งจะใช้ดินที่คนเตรียมดินทำาเป็ นเส้นไว้แล้ว มาวาง
วนรอบคอโอ่ง แล้วใช้มือหมุนหรือใช้เท้าถีบแป้ นหมุนก็ได้ มือทั้งสองข้างก็คอยบีบดินให้ติดกันกับคอโอ่ง
และคอยแต่งให้เป็ นปากโอ่ง พอแต่งปากโอ่งจนเกือบจะได้ท ่ีช่างก็จะใช้ฟองนำ้าชุบนำ้าพอหมาดๆ ปาดวนไป
รอบปากโอ่งอีกครั้งหนึ่ ง เป็ นการช่วยให้ปากโอ่งเรียบ จากนั้นก็ยกโอ่งไปผึ่งลมไว้ท่ีลาน
โอ่งจะมีหลายแบบด้วยกัน การปั้ นโอ่งบางประเภทเมื่อติดปากโอ่งเรียบร้อยแล้ว ก็รอเขียนลายได้เลย เช่น
โอ่งเจ็ด แต่โอ่งบางประเภทต้องมีการติดห่โอ่งด้วย เช่น โอ่งพม่าหรือโอ่งมอญ เป็ นต้น โดยการติดห่โอ่งนี้ มี
ลักษณะคล้ายคลึงกับการติดปากโอ่ง
๓. การเขียนลาย
ก่อนการเขียนลายจะต้องมีการแต่งผิวโอ่งให้เรียบ และแต่งร่ปทรงของโอ่งให้ดีเสียก่อน โดยใช้ “ไม้ต”
ี และ
“ฮวยหลุบ” ฮวยหลุบเป็ นเครื่องมือชนิ ดหนึ่ งทำาด้วยดินเผา มีลักษณะเหมือนล่กประคบ มีลักษณะกลมมน มี
ที่จับอย่ก
่ ลางล่ก ใช้เพื่อรักษาร่ปทรงของโอ่ง เวลาตีโอ่งคนตีจะใช้ฮวยหลุบรองผิวโอ่งด้านใน ส่วนด้านนอก
ของโอ่งก็ใช้ไม้ตีตีโอ่ง เมื่อแต่งผิวโอ่งจนทั่วทั้งใบแล้ว จึงนำาไปเขียนลายต่อไป ช่างเขียนลายส่วนใหญ่มักจะ
เป็ นหญิง อาจะเป็ นเพราะต้องอาศัยความใจเย็นและความประณีต ส่วนสิ่งที่จะนำามาใช้ในการเขียนลายโอ่ง
นั้น เป็ นดินเหนี ยวนำามาผสมกับดินขาวที่ร่อนพิเศษให้มีเนื้ อที่ละเอียดมาก จากนั้นนำาดินที่ผสมกันนี้ มานวด
จนนิ่ ม ดินนี้เรียกว่า “ดินติดดอก” เมื่อจะเริ่มเขียนลาย ช่างก็จะนำาโอ่งที่แต่งผิวเรียบร้อยแล้วมาวางบนแป้ น
หมุนที่หมุนด้วยมือ แล้วจึงใช้ดินติดดอกปั้ นเป็ นเส้นเล็กๆ ป้ ายติดไปที่โอ่งสามตอนเพื่อแบ่งโอ่งออกเป็ นสาม
ช่วง คือ ช่วงปากโอ่ง ตัวโอ่ง และเชิงล่างของโอ่ง เนื่องจากแต่ละช่วงจะติดลายไม่เหมือนกัน
ช่วงปากโอ่งจะนิ ยมติดลายดอกไม้หรือลายเครือเถา เพื่อความสะดวก รวดเร็วและความเป็ นระเบียบ
สวยงาม ช่วงตัวโอ่งนิ ยมเขียนเป็ นร่ปมังกร บางครั้งก็เป็ นตัวมังกรแบนๆ แต่บางครั้งส่วนที่เป็ นหัวมังกร จะ
ปั้ นน่นออกมาทำาให้ด่มีชีวิตชีวามากขึ้น ส่วนช่วงเขิงด้านล่างของโอ่ง ช่างจะติดลายแบบเดียวกันกับช่วงปาก
โอ่ง แต่จะเป็ นแบบง่ายๆ นอกจากใช้มือในการวาดลายอย่างชำานาญแล้ว ช่างเขียนลายยังมีอุปกรณ์อ่ ืนๆ ซึ่ง
นอกจากจะช่วยให้การวาดลายเป็ นไปอย่างสะดวกรวดเร็วมากขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ผลงานที่ออกมาสวยงาม
มากขึน
้ อีกด้วย เช่น การใช้แผ่นเหล็กที่ดัดเป็ นร่ปคลื่นช่วยในการทำาลายมังกร การใช้หวีช่วยในการทำาครีบ
มังกร เป็ นต้น
แต่ในบางครั้งล่กค้าก็ส่ังโอ่งแบบที่ไม่มีลวดลาย ซึ่งก็ไม่ต้องเขียนลวดลายลงบนโอ่ง นอกจากจะใช้ดินติด
ดอกปั้ นแต่งแล้ว ยังสามารถเขียนลายโอ่ง โดยใช้พ่กันจีนจุ่มนำ้าเคลือบเขียนลายโอ่งได้อีกด้วย การเขียน
ลายโอ่งแต่ละใบนั้น จะใช้เวลาในการเขียนลายแตกต่างกัน ขึ้นอย่่กบ
ั ลายของโอ่งและขนาดของโอ่ง
๔. การเคลือบ
สำาหรับนำ้าที่ใช้ในการเคลือบโอ่งก็คือ นำ้าโคลนผสมกับขี้เถ้า ซึ่งจะใช้เถ้าจากอะไรก็ได้ ในโรงงานทั่วไปมักจะ
ใช้เถ้าที่ได้จากการเผาโอ่งนั่นเอง แต่หากเป็ นขี้เถ้าที่ได้จากกระด่กสัตว์ เมื่อนำามาผสมเป็ นนำ้าเคลือบแล้ว
นำาไปเผาจะได้โอ่งที่ลวดลายสัสันสดใสกว่านำ้าเคลือบจากขี้เถ้าที่ได้จากพืช แต่ก่อนที่จะนำาขี้เถ้าไปผสมกัน
กับนำ้าโคลนจะต้องนำาขี้เถ้าไปร่อนจนละเอียดเสียก่อน และเมื่อผสมออกมาเรียบร้อยแล้ว จะทำาให้ได้น้ ำา
เคลือบที่ละเอียดในการเคลือบโอ่ง จะนำาโอ่งไปวางหงายในกระทะใบบัว ใช้น้ ำาเคลือบราดให้ท่ัวด้านในโอ่ง
ก่อน จากนั้นยกโอ่งควำ่าลงในกระทะนั้น ตักนำ้าเคลือบมาราดรดผิวนอกจนทั่ว จึงยกขึ้นแล้วนำาไปวางหงาย
ผึ่งลมไว้ ในกระทะใบบัวจะมีน้ ำาเคลือบอย่่ ช่างก็จะนำานำ้าเคลือบที่เหลืออย่่น้ี ผสมรวมกับนำ้าเคลือบที่เตรียมไว้
ตั้งแต่ต้น แล้วนำาโอ่งใบใหม่มาใส่กระทะแล้วก็ทำาการเคลือบ ตามวิธีข้างต้นต่อไปเรื่อยๆ แต่การเคลือบโอ่งนี้
เราจะเคลือบเฉพาะโอ่งที่ติดลายเท่านั้น โอ่งที่เคลือบแล้วจะทำาให้เกิดสีสวยเป็ นมัน เมื่อเผาเสร็จออกมา
นอกจากนี้ น้ ำาเคลือบยังช่วยสมานรอยแผลและร่ระหว่างเนื้ อดิน ทำาให้น้ ำาไม่ซึมออกจากโอ่งเมื่อนำาไปใช้อีก
ด้วย เมื่อเคลือบเสร็จแล้วช่างก็จะขนโอ่งทั้งหมดไปที่เตาเผาโอ่ง เพื่อทำาการเผาโอ่งต่อไป
๔. การเผา
เป็ นกรรมวิธีข้น
ั สุดท้ายของการทำาโอ่ง เตาเผาฌอ่งจะเป็ นเตาที่ก่อด้วยอิฐเป็ นร่ปยาว เรียกว่า “เตาอุโมงค์”
ด้านข้างเตาด้านหนึ่ งจะเจาะเป็ นช่องประต่ เพื่อใช้เป็ นทางนำาโอ่งหรือภาชนะดินเผาอื่นๆ เข้าไปเผา และเป็ น
ทางขนโอ่ง หรือภาชนะดินเผาอื่นๆ ที่เผาเสร็จแล้วออกจากเตา ส่วนด้านข้างเตาอีกด้านหนึ่ งจะก่ออิฐเรียบ
ไปตลอด ด้านบนของเตาจะเจาะร่ไว้เป็ นระยะๆ เพื่อใช้ใส่ฟืนเป็ นเชื้อในการเผา ร่ท่ีเจาะไว้น้ี เรียกว่า “ตา”
หรือ “ตาไฟ” จะมีตาอย่่รอบเตาทั้งสองด้าน เตาหนึ่ งๆ นั้นจะมีช่องประต่และตามากน้อยแค่ไหน ก็ขึ้นอย่่กับ
ขนาดของเตา เช่น เตาที่มี ๔ ช่อง ประต่ก็จะทำาตาไว้รอบเตา ๗๐ ตา ปลายด้านหนึ่ งของเตาอุโมงค์จะใช้เป็ น
เตาสำาหรับก่อไฟ ส่วนปลายอีกด้านก็จะเป็ นก้นเตา ใช้เป็ นปล่องสำาหรับระบายควันออกจากเตา เมื่อจะเผา
โอ่งนั้น จะต้องเปิ ดประต่ นำาโอ่งที่จะเผาเรียงเข้าในเตา เผาให้เต็มจากนั้นปิ ดประต่ด้วยอิฐชนิ ดเดียวกับที่ใช้
ก่อเตา ใส่เชื้อไฟตามตาที่อย่่รอบๆ เตาจนเต็ม แล้วจึงก่อไฟทีปากเตา
อากาศร้อนจะวิ่งจากปากเตาไปส่่ก้นเตาซึ่งเย็นกว่า อากาศร้อนก็จะลอยออกไปทางก้นเตา จึงทำาให้เกิดแรง
ด่ดขึ้นภายในเตา ความร้อนจากปากเตาก็จะวิ่งเข้ามาในเตา เมื่อพบกับเชื้อที่ใส่เอาไว้ก็เกิดการลุกไหม้ท่ัวทั้ง
เตา การเผานี้ จะปล่อยไว้ให้ลุกไหม้ติดต่อกันนาน ๒ วัน เมื่อถึงวันที่สามไม่ต้องเติมเชื้อไฟอีก ไฟก็จะค่อยๆ
มอด ปล่อยทิ้งไว้ ๑๐ ถึง ๑๒ ชั่วโมง ความร้อนในเตาก็เกือบหมดไป จึงเปิ ดช่องประต่เตา นำาโอ่งและภาชนะ
ที่เผาออกมา คัดแยกโอ่งและภาชนะที่สมบ่รณ์ทุกอย่างไว้ คือ จะมีความมันวาวมีสีน้ ำาตาลแก่อมเขียวและมี
ลวดลายสุกปลั่ง จากนั้นจึงนำาไปจำาหน่ ายได้ ส่วนโอ่งและภาชนะที่ชำารุด เช่น มีสีด้านทึบ ลวดลายไม่เด่นชัด

จะมีการตรวจสอบสภาพและแยกไว้เป็ นระดับ แต่หากโอ่งมีความเสียหายมากต้องนำาไปทุบทำาลาย แต่อาจ
นำาไปใช้ประโยชน์ คือ ถมที่ได้
เส้นทางเข้าส่่ตัวเมืองราชบุรีน้ัน มีโรงงานปั้ นโอ่งมังกรอย่่หลายแห่ง เฉพาะในตัวเมืองราชบุรี ก็มีโรงงาน
สถานที่ผลิตและจำาหน่ ายมากถึงประมาณ ๔๐ แห่งเลยทีเดียว ซึ่งโรงงานผลิตโอ่งที่มีช่ ือเสียงและน่ าสนใจมี
ดังต่อไปนี้
โรงงานรัตนโกสินทร์ 1 อย่่ในเขตอำาเภอเมือง เป็ นโรงานใหญ่มีการผลิตและจัดจำาหน่ ายเป็ นอุตสาหกรรม
พื้นบ้านครบวงจร
โรงงานราชาเซรามิค ตั้งอย่่ท่ีถนนทรงพล อำาเภอบ้านโป่ ง
โรงงานเยี่ยมศิลป์ ตั้งอย่่ถนนเพชรเกษม อำาเภอเมือง
โรงงานสยามราชเครื่องเคลือบ ตั้งอย่่ท่ีถนนเพชรเกษม อำาเภอเมือง
โรงงานรัตนโกสินทร์๒ อย่บ
่ ริเวณใกล้เคียงกับโรงงานรัตนโกสินทร์๑ เนื่องจากเป็ นโรงงานสาขาที่สองของ
โรงงานรัตนโกสินทร์๑
โรงงานเถ้าฮงไถ่ ตั้งอย่่ท่ีถนนนเจดีย์หัก
- - - - -- -- - - - - - - - - - - - - -- -- - ขอขอบคุณ : กรมประชาสัมพันธ์ เอื้อเฟื้ อข้อม่ล
ที่มา : http://www.prd.go.th/

เวบบอร์ดของ SIAM-HANDICRAFTS.com SHOP ซึ่งได้จัดทำาขึ้นทั้ง 3 เวบบอร์ดนี้ ได้สร้างขึ้นเพื่อแสดง
ข่าวสารต่าง ๆ
จากทุกแหล่งข่าว ซึ่งทางร้านได้นำาเสนอต่อท่านผ้่มีอุปการะคุณแบบทางเดียว โดยได้แยกลักษณะของข่าวสาร
ตามที่ได้
กำาหนดไว้ในคำาอธิบายของแต่ละห้อง
การให้บริการนี้ เป็ นบริการพิเศษแก่ลุกค้าและผ้่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์น้ี เพื่อเผยแพร่ความร้่ ข้อม่ล ข่าวสาร
ที่เป็ นประโยชน์ต่อการดำาเนิ นธุรกิจ ให้แก่ผ้่ประกอบการและบุคคลทั่วไป เพื่อความรอบร้่ บนพื้นฐานเศรษฐกิจพอ
เพียง
โดยไม่หวังผลในการโฆษณา หรือ การประชาสัมพันธ์ให้แก่หน่วยงานใด

Copyright © SIAM - HANDICRAFTS.com SHOP
Allrights reserved. Unauthorized duplication is a violation of applicable laws.

กรรมวิธีการผลิตโอ่งมังกรมี ๕ ขัน
้ ตอน คือ
๑. การเตรียมดิน เนื้ อดินสีน้ าตาลแดงทีไ
่ ด้จากท้องนา
ทัว
่ ไปในจังหวัดราชบุรีเป็ นดินเหนี ยวทีม
่ ีคุณภาพดี มีความ
ละเอียดเหนี ยวเกาะตัวกันได้ดี น้ ามาหมักไว้ในบ่อหมักดิน
แช่น้ าทิ้งไว้ประมาณ ๑ สัปดาห์ จากนัน
้ ตักดินน้ ามากอง
ไว้แล้วตัดดินเป็ นก้อนน้ าเข้าเครื่องโม่หรือเครื่องนวดเพื่อให้
เนื้ อดินเข้ากัน แล้วใช้เหล็กลวดตัดดินทีโ
่ ม่แล้วให้เป็ นก้อนมี
ขนาดพอเหมาะแก่การปั ้ นงานแต่ละชิ้น น้ ามานวดโดยผสม
ทรายละเอียดเล็กน้อยเพื่อทีจ
่ ะท้าให้โอ่งมังกรมีเนื้ อทีแ
่ กร่ง
และคงทนยิง
่ ขึ้น

๒. การขึ้นรูปหรือการปั ้ น การปั ้ นโอ่งแต่ละใบนัน
้ สามารถ
แบ่งขัน
้ ตอนการขึ้นรูปออกเป็ น ๓ ส่วนคือ
๒.๑ ส่วนขาหรือส่วนก้น โดยการน้ าดินเส้นทีผ
่ ่านการนวด
แล้ว มีความยาวประมาณ ๓๐ เซนติเมตร การปั ้ นโอ่งขนาด
ใหญ่นัน
้ จะต้องปั ้ นบนแป้ น ก่อนทีจ
่ ะน้ าดินเส้นมาวางบนแผ่น
ไม้ ต้องใช้ข้ีเถ้าโรยเสียก่อนเพื่อกันไม่ให้เนื้ อดินติดกันเป็ น
แผ่นไม้ เนื้ อดินทีน
่ ้ ามาขึ้นรูปเป็ นส่วนก้นนัน
้ เรียกว่า “ตัว
กิว
๊ ” มีลักษณะเป็ นก้อนกลมหรือก้อนสีเ่ หลีย
่ มแผ่ออกเป็ น
วงกลม จากนัน
้ น้ าดินเส้นมาวางต่อกันเป็ นชัน
้ ๆ เรียกว่า
“การต่อเส้น” ขนาดมาตรฐานของโอ่งนัน
้ โอ่งขนาด ๗ ปี๊บ
จะใช้ดน
ิ เส้นต่อเป็ นส่วนขาจ้านวน ๘ เส้นหรือต่อเข้าด้วยกัน
ทัง
้ หมด ๔ ขัน

เมื่อปั ้ นตัวโอ่งและยกลงแล้วตบแต่งผิวทัง

ด้านนอกและด้านใน โดยการขูดดินทีไ
่ ม่เสมอกันออกให้
เรียบ แล้วใช้น้ าลูบเพื่อให้ผิวเนี ยนอีกทีหนึ่ ง
๒.๒ ส่วนล้าตัวเรียกว่า “จ๊อ” น้ าส่วนขาหรือส่วนก้นทีแ
่ ห้ง
พอหมาดมาวางบนแป้ นยิ ซึง
่ จะมีขนาดเตี้ยกว่าแป้ นส้าหรับ
ท้าส่วนขา ตบแต่งอีกครัง
้ ด้วยฮุยหลุบและไม้ตี น้ าดิน
ประมาณ ๑๐ เส้น หรือต่อกัน ๕ ขัน
้ วัดขนาดเส้นผ่า
ศูนย์กลางให้ได้ตามต้องการ ใช้ไม้ต๊าขูดดินและตบแต่งผิว
ให้เรียบ ทิ้งไว้พอหมาด โดยปกติการปั ้ นโอ่งส่วนล้าตัวจะ
เป็ นขัน
้ ตอนใช้ดินเส้นมากกว่าส่วนอื่น รองลงมาคือส่วนปาก
ตามล้าดับ
๒.๓ ส่วนปากเรียกว่า “ตุ๊น” ลักษณะการต่อส้นคล้ายกับ
สองส่วนแรก แป้ นยิมีขนาดเตี้ยลงไปอีกก่อนจะต่อเส้นจะ
ต้องตบแต่งผิวส่วนจ๊อและส่วนขาด้วยไม้ต๊าเสียก่อนใช้ดิน
เส้นประมาณ ๓ ขัน
้ หรือ ๕ เส้น วัดความสูงได้
ประมาณ ๗๐ เซนติเมตร ส้าหรับโอ่งขนาด ๗ ปี๊บ ใช้
ฟองน้้ าลูบให้เรียบ จากนัน
้ ใช้ผ้าด้ายดิบชุบน้้ าลูบส่วนบน
พร้อมกับบีบหรือกดให้ข้ึนรูปขอบปากโอ่ง ใช้ไม้ต๊าตบแต่ง
ให้เรียบเสมอกันอีกครัง
้ หนึ่ ง ส้าหรับส่วนปากซึง
่ ท้าไว้จ้านวน
มากนัน

ถ้าทิ้งไว้นานก่อนการเขียนลายจะท้าให้แห้งเกินไป
จึงต้องให้อยู่ในสภาพปียกพอหมาด ๆ อยู่เสมอโดยใช้
พลาสติกคลุมไว้โดยรอบ

๓. การเขียนลาย ต้องท้าการแต่งผิวให้เรียบเสียก่อนด้วย
ฮุยหลุบและไม้ตี โอ่งทีแ
่ ต่งเรียบร้อยดีแล้วนัน
้ ต้องน้ ามา
เขียนลายทันที เพราะถ้าทิ้งไว้เนื้ อดินจะแห้งท้าให้เขียนลาย
ไม่ได้ ส้าหรับแป้ นทีช
่ ่างใช้เขียนลายนัน
้ เป็ นแป้ นไม้หมุน
ขณะเขียนลายลงบนตัวโอ่งจะใช้เท้าถีบทีแ
่ กน หมุนไปเรื่อย
ๆ จนกว่าจะเขียนเสร็จ วัสดุทีใ่ ช้เขียนลายนัน
้ เป็ นดินเนื้ อ
ละเอียดผสมกับดินขาว เรียกดิน “ติดดอก” มีสีนวล
ดินขาวนัน
้ ได้มาจากจังหวัดจันทบุรี หรือสุราษฎ์ธานี ซึง
่ มี
คุณภาพดี เหมาะส้าหรับน้ ามาเป็ นดินติดดอก ช่างเขียน
ลายใช้ดินสีนวลนี้ ปาดด้วยมือเป็ นเส้นเล็ก ๆ รอบตัวโอ่ง แบ่ง
เป็ นสามช่วง คือช่วงปากโอ่ง ล้าตัว และส่วนเชิงล่างของ
โอ่งในแต่ละส่วนจะมีลวดลายไม่เหมือนกัน
ช่วงปากโอ่ง นิ ยมเป็ นลายดอกไม้หรือลายเครือเถา ใช้วิธีที่
เรียกว่าพิมพ์ลาย น้ ากระดาษฉลุลายวางทาบบนโอ่งแล้ว
ปาดด้วยดินติดดอก โอ่งใบหนึ่ ง ๆ มีประมาณ ๔ ช่วงตัว
แบบ
ช่วงล้าตัว นิ ยมเขียนเป็ นลายรูปมังกร มีทัง
้ มังกรดัน
้ เมฆ
มังกรคาบแก้ว และมังกรสองตัวเกีย
่ วพันกัน เป็ นต้น ช่าง
เขียนลายมังกรนี้ จะเป็ นผู้ทีม
่ ีความช้านาญมาก ปาดเนื้ อดิน
ด้วยหัวแม่มือเป็ นรูปมังกรคร่าว ๆ โดยไม่ต้องมีแบบร่าง
จากนัน
้ ใช้ปลายหวีขีดเป็ นหัวมังกร ใช้หวีตกแต่งเป็ นส่วน
หนวด นิ้ ว และเล็บ ส้าหรับเกล็ดมังกรใช้สังกะสีทีต
่ ัด
ปลายหยักไปมาทาบบนตัวมังกรนัน
้ และเน้นส่วนลูกตาของ
มังกรให้มีความเด่นนูนออกมา
ส่วนเชิงล่างของโอ่ง ใช้วิธีการติดลายคล้ายกับส่วนปาก
จากนัน
้ ใช้น้ าลูบทีล
่ ายทัง
้ หมด เพื่อให้ลายมีผิวทีเ่ รียบเสมอ
กันและลื่น เป็ นการเตรียมสู่ขันตอนการเคลือบและเผาต่อ
ไป โอ่งแต่ละใบช่างผู้ช้านาญใช้เวลาการเขียนสีประมาณ
๑๐ นาที
๔. การเคลือบ น้้ ามันทีใ่ ช้ในการเคลือบเป็ นส่วนผสมของขี้
เถ้าและน้้ าโคลนหรือเลน และสีเล็กน้อย ซึง
่ เป็ นสีทีไ
่ ด้จาก
ออกไซด์ของเหล็ก ส่วนใหญ่เป็ นสีน้ าตาลเข้ม การเคลือบจะน้ า
โอ่งไปวางหงายในกระทะขนาดใหญ่ ใช้ยาเคลือบราดให้ทัว
่ ทัง

ด้านในและด้านนอก แล้วจึงน้ าไปวางผึง
่ ลมไว้ โอ่งทีเ่ คลือบน้้ ายา
นัน
้ นอกจากจะท้าให้สีสวยเป็ นมันเมื่อเผาแล้วยังช่วยในการสมาน
รอยต่าง ๆ ในเนื้ อดินให้เข้ากัน เมื่อน้ าไปใส่น้ าจะไม่ท้าให้น้ าซึม
ออกมาข้างนอกด้วย

ผลิตภัณฑ์โอ่งมังกร

๕. เตาเผาโอ่งมังกร เรียกว่า “เตาจีนหรือเตามังกร”
ก่อด้วยอิฐทนไฟเป็ นรูปยาว ด้านหัวเตาเจาะเป็ นช่องประตูส้าหรับ
ล้าเลียงโอ่งและภาชนะดินเผาอื่น ๆ ด้านบนของเตาทัง
้ สองข้าง
เจาะรูไว้เป็ นระยะ ๆ เรียกว่า “ตา” เพื่อใช้ใส่เชื้อเพลิง ลักษณะ
ของเตามังกรนี้ ด้านหนึ่ งอยู่ระดับเดียวกับพื้นดินใช้เป็ นหัวเตา
ส้าหรับก่อไฟ อีกด้านหนึ่ งสูงกว่าเพราะต้องท้าให้ตัวเตามีลักษณะ
เอียงลาดเป็ นส่วนของก้นเตาใช้เป็ นปล้องระบายควัน ก่อนการ
ล้าเลียงโอ่งเข้าเตาเผาต้องเกลีย
่ พื้นเตาให้เรียบเสมอกันเสียก่อน
แล้วจึงจัดวางโอ่งให้เป็ นระเบียบ การวางโอ่งซ้อน ๆ กันจะมีแผ่น
เคลือบเรียกว่า “กวยจักร” เป็ นตัวรองไว้ เมื่อล้าเลียงโอ่งเข้า
ทางประตูเตาแล้ว ก่อนเผาต้องใช้อิฐปิดทางไว้ให้มิดชิด เพื่อกันมิ
ให้ความร้อนระบายออกมาได้ เตาขนาดใหญ่สามารถบรรจุโอ่งได้
คราวละ ๓๐๐ – ๕๐๐ ใบ
การจุดไฟต้องเริม
่ ทีห
่ ัวเตาก่อน เมื่อติดแล้วทยอยใส่ฟืนลงทีช
่ ่อง
เตาทัง
้ สองข้าง ความร้อนในเตาต้องมีอุณหภูมิถึง ๑๒,๐๐๐
องศาเซลเซียส การทีจ
่ ะดูว่าโอ่งนัน
้ เผาสุกได้ทีแ
่ ล้วหรือยังต้องดู
ตามช่องใส่ฟืนและต้องดูจากช่องต้่าสุดก่อน หากยังไม่สุกดีก็เติม
ไฟลงไปอีก ถ้าสุกดีแล้วใช้อิฐปิดช่องนัน
้ และดูช่องถัดไปตามล้าดับ
โดยวิธีเดียวกัน จนกว่าจะสุกทัว
่ ทัง
้ เตาจึงเลิกใส่ฟืนแล้วปล่อยให้
ไฟดับเอง ทิ้งไว้ประมาณ ๑๐ - ๑๒ ชัว
่ โมง ความร้อนในเตาจะ
ค่อย ๆ ลดลงสามารถเปิดช่องประตูเตาน้ าโอ่งออกมาได้
ในวันหนึ่ ง ๆ มีโอ่งมังกรถูกล้าเลียงไปขายยังท้องตลาดทัว

ประเทศ และในปั จจุบันตลาดยุโรปและอเมริกาให้ความสนใจมาก
แต่นิยมชนิ ดทีไ
่ ม่เคลือบมากกว่าเพื่อน้ าไปเป็ นเครื่องประดับ
ตกแต่งตามสวนและระเบียง เป็ นการน้ ามาซึง
่ รายได้ให้แก่
ประเทศปีละหลายสิบล้านบาท

http://www.sema.go.th/files/Content/Social/k4/0023/production
%20big%20jar%20process1.html

http://www.sema.go.th/files/Content/Social/k4/0023/production
%20big%20jar%20process.html

http://www.siam-handicrafts.com/webboard/question.asp?
QID=2383

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful