You are on page 1of 10

1

การจัดการภาครั ฐแนวใหม่ (New Public Management)
โดย อัครพงษ์ เขียแจ่ ม
ผู้อานวยการส่ วนเฝ้าระวังและเตือนภัย
สานักงานสิ่งแวดล้ อมภาคที่ 10 สป.ทส.
NPM คืออะไร
การจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management หรื อ NPM) คือ การเพิ่มผลผลิตในการ
บริหารงานภาครัฐ โดยให้ ความสาคัญต่อผลสาเร็จของงานเป็ นหัวใจหลักสาคัญ
การปฏิรูประบบราชการและการประกาศใช้ ระบบการบริ หารงานแบบมุง่ ผลสัมฤทธิ์

เป็ นแนวคิดและที่มาของ
(Result

Based

Management) ของรัฐบาลไทย โดยให้ สว่ นราชการระดับกรมต้ องจัดทาตัวชี ้วัดและเป้าหมายของผลงานที่
จะเกิดขึ ้น
แนวคิด
ในทศวรรษที่ 1984 การปฏิรูประบบราชการถือว่าเป็ นส่วนหนึง่ ของการเปลี่ยนแปลงแบบปฏิวตั กิ าร
บริหารราชการที่เกี่ยวข้ องกับ “การปรับกระบวนทัศน์ ” (Paradigm Shift) จากตัวแบบ ราชการของ Weber
Model Bureaucracy ที่มีอิทธิพลมาเกือบศตวรรษ ไปสูห่ ลัก “การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่” (New
Public Management, NPM) หรื อ “แนวคิดที่มงุ่ เน้ นการบริหารจัดการ แนวใหม่” (New Managerialism)
(Denis Saint-Martin. 1988 : 391; อ้ างอิงจาก สมพงษ์ จุ้ยศิริ. เอกสารประกอบการเรี ยนวิชาการจัดการ
ทรัพยากรมนุษย์)
การจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management) ตังอยู
้ บ่ นสมมติฐานของความเป็ นสากล
ของทฤษฎีการบริหารและเทคนิควิธีการจัดการ ว่าสามารถนาไปประยุกต์ใช้ ได้ ทงการบริ
ั้
หารรัฐกิจและการ
บริหารธุรกิจ ซึง่ เป็ นกระแสความคิดที่สอดคล้ องกับรัฐประศาสนศาสตร์ แบบคลาสสิกของ

Woodrow

Wilson

(Scientific

ที่เน้ นแยกการเมืองออกจากการบริหารงาน แล

ะหลักวิทยาศาสตร์ การจัดการ

management) ของ Frederick Taylor โดยมุง่ เน้ นให้ ความสาคัญต่อการประหยัด (economy)
ประสิทธิภาพ (efficiency) และประสิทธิผล (effectiveness) (เทพศักดิ์,2554)
แนวคิดดังกล่าว ต้ องการให้ มีการปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และวิธีการบริห ารงานภาครัฐไปจากเดิม
ที่ให้ ความสาคัญต่อทรัพยากรหรื อปั จจัยนาเข้ า (input) และอาศัยกฏระเบียบเป็ นเครื่ องมือในการดาเนินงาน
โดยหันมาเน้ นถึงวัตถุประสงค์และสัมฤทธิ์ผลของการดาเนินงานทังในแง่

ผลผลิต

(output)

ผลลัพธ์

(outcome) และความคุ้มค่าของเงิน (value for money) รวมทังการพั

ฒนาคุณภาพและสร้ างความพึงพอใจ

2

ให้ แก่ประชาชนผู้รับบริการ โดยนาเอาเทคนิควิธีการบริหารจัดการสมัยใหม่เข้ ามาประยุกต์ใช้ มากขึ ้น เช่น
การวางแผนเชิงกลยุทธ์ การวัดและประเมินผลงาน การบริหารคุณภาพโดยรวม การรื อ้ ปรับระบบ เป็ นต้ น
(ทศพร,2554)
เดวิด ออสบอร์ น และ เทด แกรเบร้ อ (David Osborne & Ted Gaebler) ได้ เสนอแนวคิดของ
Reinventing Government

ว่าเป็ นพาราไดม์ที่ได้ รับการยอมรับสูงสุดในทางรัฐประศาสนศาสตร์ ในช่วง

ทศวรรษ 1990 โดยเฉพาะได้ เสนอความคิดเกี่ยวกับต้ องการให้ ระบบราชการมีลกั ษณะของการแข่งขันการ
ให้ บริการสาธารณะ (a competitive government) รวมถึงต้ องการให้ ระบบราชการเป็ นระบบที่ให้
ความสาคัญต่อผลของการปฏิบตั งิ านมากกว่าสนใจถึงปั จจัยนาเข้ าทางการบริหารงาน
ทางานทังหลาย

และขันตอนการ

(a results-oriented government) ดังนัน้ อาจกล่าวได้ วา่ จุดเริ่มต้ นของแนวคิด

Reinventing Government มีอิทธิพลทาให้ ภาครัฐหันมาสนใจต่อแนวคิดการบริหารธุรกิจมากยิ่งขึ ้นในระยะ
ต่อมา ซึง่ ได้ พฒ
ั นาต่อมาเป็ นแนวคิดการจัดการนิยม (Managerialism) ที่ให้ ความสาคัญกับการนาวิธีการ
บริหารงานแบบเอกชนและเทคนิคบริหารจัดการสมัยใหม่มาปรับใช้ กบั การบริหารงานในภาคราชการ โดย
การมองว่าวิธีการบริหารงานย่อมเหมือนกัน (Business-like Approach) จะต่างกันก็ตรงที่วตั ถุประสงค์
เท่านัน้ ซึง่ แนวคิดของการจัดการนิยมนี ้ได้ มาบูรณาการผสมผสานกับทฤษฎีท างเศรษศาสตร์ ได้ ทาให้ เกิด
ขึ ้นมาเป็ นแนวคิดการจัดการภาครัฐสมัยใหม่ (New Public Management) ที่ทาง รัฐประศาสนศาสตร์ ถือ
ว่าเป็ นจุดสนใจ(focus) ที่สาคัญของการศึกษารัฐประศาสนศาสตร์ ในปั จจุบนั ทังหมดล้

วนมีอิทธิพลที่ทาให้
รัฐประศาสนศาสตร์ หนั มาสนใจในเรื่ องของการปฏิ บตั เิ พื่อมุง่ สูค่ วามเป็ นเลิศหรื อ
ยิ่งขึ ้น (เทพศักดิ์ 2554)

Best Practices มาก

วัตถุประสงค์หลักของ NPM คือ ต้ องการปรับปรุงประสิทธิภาพของภาคราชการ โดยใช้ วิธีการ
ทางการบริหารจัดการ และวิธีการที่ใช้ กนั ในภาคเอกชน แต่ประสิทธิภาพเป็ นเพียงหลักการเดียวของกระบวน
ทัศน์การบริหารกิจการบ้ านเมืองและสังคม

นอกเหนือจากหลักความรับผิดชอบตรวจสอบได้

(Accountability) ความ โปร่งใส (Transparency) การเปิ ดเผย (Openness) ความยุตธิ รรม (Fairness) และ
ความเสมอภาค (Equity) (พิทยา,2553)

3

ทาไมต้ องเป็ น “NPM”
เหตุผลที่ต้องนา NPM มาใช้ เนื่องจาก
1.กระแสโลกาภิวตั น์ ส่งผลให้ สภาพแวดล้ อมทังภายในและภายนอกประเทศเปลี

่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจึง
มีความจาเป็ นอย่างยิ่งสาหรับองค์กรทังภาครั

ฐและเอกชน

ที่ต้องเพิ่มศักยภาพและความยืดหยุน่ ในการ

ปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองความต้ องการของระบบที่เปลี่ยนแปลงไป
2.ระบบราชการไทยมีปัญหาที่สาคัญคือ ความเสื่อมถอยของระบบราชการ และขาดธรรมาภิบาล

ถ้ า

ภาครัฐไม่ปรับเปลี่ยนและพัฒนาการบริหารจัดการของภาครัฐเพื่อไปสูอ่ งค์กรสมัยใหม่ โดยยึดหลักธรรมาภิ
บาล ก็จะส่งผลบัน่ ทอนความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทังยั
้ งเป็ นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ
และสังคมในอนาคตด้ วย
ดังนัน้ การบริหารจัดการภาครัฐแนวใหม่( New Public Management) จึงเป็ นแนวคิดพื ้นฐานของ
การบริหารจัดการภาครัฐซึง่ จะนาไปสูก่ ารเปลี่ยนแปลงระบบต่าง ๆ ของภาครัฐและยุทธศาสตร์ ด้านต่าง ๆ ที่
เป็ นรูปธรรม มีแนวทางในการบริหารจัดการดังนี ้
- การให้ บริการที่มีคณ
ุ ภาพแก่ประชาชน
- คานึงถึงความต้ องการของประชาชนเป็ นหลัก
- รัฐพึงทาบทบาทเฉพาะที่รัฐทาได้ ดีเท่านัน้
เทพศักดิ์ (2554) ได้ อธิบายความสาคัญของการปฏิรูปการจัดการภาครัฐ ไว้ ดงั นี ้
1.เพื่อแก้ ไขปั ญหาพื ้นฐานเดิมที่องค์กรแบบระบบราชการมีอยู่ เนื่องจากเป็ นองค์การที่มีขนาดใหญ่
มีความซับซ้ อนสูง มีการทางานที่ยดึ กฏระเบียบเป็ นลายลักษณ์อกั ษร มีการกาหนดหน้ าที่เป็ นทางการ มีสาย
การบังคับบัญชายาว ทาให้ มีการยึดกฏระเบียบมากว่ายึดเป้าหมาย มีความล้ าสมัยไม่สอดคล้ องกับ
สภาพแวดล้ อมที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทังมี
้ ข้อจากั ดในการตอบสนองความต้ องการและความคาดหวังของ
ประชาชนและไม่สามารถแก้ ไขปั ญหาของประชาชนได้
2.เพื่อเป็ นเครื่ องมือในการทางานเพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้ อมที่เกิดขึ ้น ซึง่
การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้ อมในการบริหารงานภาครัฐอาจจะมาจากทังภายในและภายนอกองค์

ก าร
การปฏิรูปการจัดการภาครัฐจะทาให้ การบริหารงานภาครัฐเกิดความชัดเจนในพันธกิจและความรับผิดชอบ
ซึง่ นาไปสูก่ ารปรับโครงสร้ างขององค์การภาครัฐ
3. เพื่อให้ เกิดความทันสมัย เอทซิโอนี่ (Etzioni) มองว่าองค์การที่เป็ นทางการจะต้ องเป็ นองค์การที่
ใช้ รูปแบบของเหตุและผลและความมีประสิทธิภาพ ให้ สอดคล้ องกับความทันสมัยของสังคมที่เกิดขึ ้น โดย

4

องค์การจะต้ องมีการแสดงออกถึงคุณค่าในการทางานที่ใช้ วิธีการทางานในการบรรลุเป้าหมายโดยใช้ หลัก
เหตุและผล ยึดหลักความมีประสิทธิ ผลและการเพิ่มผลผลิต (Productivity)
4. เพื่อตอบสนองต่อความต้ องการและความคาดหวังของประชาชน แนวคิดของการปฏิรูปอาจมิได้
เกิดขึ ้นมาจากภายในองค์การเท่านัน้

ในบางกรณีแนวคิดของการปฏิรูปอาจเกิดขึ ้นจากประชาชนที่อยู่

ภายนอกองค์การได้ เนื่องจากประชาชนให้ ความสนใจต่อบริ การที่ได้ รับจากองค์การที่เกิดขึ ้น รวมถึงแนวคิด
ของการปฏิรูปอาจได้ รับการสนับสนุนหรื อความคาดหวังจากประชาชนภายนอกองค์การได้
คาดหวังในความมีประสิทธิภาพขององค์การ

การมีจิตสานึกในการให้ บริการ

เช่น

ความ

การมีจิตสานึกในการเป็ น

ข้ าราชการที่ดี เป็ นต้ น
การบริหารภาครั ฐของไทย ได้ มีการนาแนวคิด หลักการและแนวทางการบริหารที่ถือว่ าเป็ น NPM
มาใช้ บ้าง
การบริหารภาครัฐของไทย ได้ มีการนาแนวคิด หลักการและแนวทางการบริหารที่เป็ นการจัดการภาครัฐแนว
ใหม่ มาใช้ หลายเรื่ อง ดังต่อไปนี ้
1.การบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดี (Good Governance)
แนวคิดและหลักการ
การบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดี หรื อธรรมาภิบาล (Good Governance) หมายถึง การปกครอง การ
บริหาร การควบคุมดูแลกิจการต่างๆ ให้ เป็ นไปในครรลองธรรม
พระราชกฤษฎีกาว่าด้ วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดี พ .ศ.2546 ประกอบด้ วย
9 หมวด โดยหมว ดที่ 1 มาตรา 6 การบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดี ได้ แก่ การบริหารราชการเพื่อบรรลุ
เป้าหมายดังต่อไปนี ้
(1) เกิดประโยชน์สขุ ของประชาชน
(2) เกิดผลสัมฤทธิ์ตอ่ ภารกิจของรัฐ
(3) มีประสิทธิภาพและเกิดความคุ้มค่าในเชิงภารกิจของรัฐ
(4) ไม่มีขนตอนการปฏิ
ั้
บตั งิ านเกินความจาเป็ น
(5) มีการปรับปรุงภารกิจของส่วนราชการให้ ทนั ต่อสถานการณ์
(6) ประชาชนได้ รับการอานวยความสะดวกและได้ รับการตอบสนองความต้ องการ
(7) มีการประเมินผลการปฏิบตั ริ าชการอย่างสม่าเสมอ
หลักธรรมาภิบาล ประกอบด้ วยหลักการสาคัญ 6 ประการ ดังนี ้

5

1) หลักนิตธิ รรม เป็ นหลักที่ถือเป็ นกฎ กติกาในสังคม ที่ทกุ คนมีสว่ นเกี่ยวข้ อง ดังนัน้ การตรา
กฎหมายที่ถกู ต้ อง เป็ นธรรม การบังคับให้ เป็ นไปตามกฎหมาย โดยคานึงถึงสิทธิเสรี ภาพของสมาชิก ระบบ
กฎหมายและกระบวนการยุตธิ รรมที่ดีมีความเป็ นธรรมและมีความชัดเจน
2) หลักคุณธรรม เป็ นการพัฒนาให้ บคุ ลากรของภาครัฐยึดมัน่ ในความถูกต้ อง ดีงาม การส่งเสริม
สนับสนุนให้ ประชาชนพัฒนาตนเองเพื่อให้ เป็ นผู้ที่มีความซื่อสัตย์ จริงใจ ขยัน อดทน มีระเบียบวินยั
ประกอบอาชีพสุจริต
3) หลักความโปร่งใส การทางานที่เปิ ดเผยและสามารถตรวจสอบได้ จะส่งผลให้ การทุจริต
คอรัปชัน่ และความด้ อยประสิทธิภาพในการปฏิบตั งิ านของข้ าราชการลดลง
4) หลักการมีสว่ นร่วม เป็ นการเปิ ดโอกาสให้ ประชาชนเข้ ามามีสว่ นร่วมรับรู้ มีสว่ นเกี่ยวข้ องกับ
กระบวนการตัดสินใจ กระบวนการดาเนินการของโครงการ รวมถึงได้ รับการเสริมสร้ างขีดความสามารถใน
การเข้ ามามีสว่ นร่วม
5) หลักความคุ้มค่า การพัฒนาที่ยงั่ ยืนจะต้ องบริหารจัดกา รและใช้ ทรัพยากรที่มีอยูอ่ ย่างจากัดให้
เกิดประโยชน์สขุ แก่สว่ นรวม คานึงถึงความประหยัด ความคุ้มค่า สร้ างสรรสินค้ าและบริการที่มีคณ
ุ ภาพ โดย
ยึดถือประชาชนเป็ นเป้าหมายสูงสุดในการทางาน
6) หลักความสานึกรับผิดชอบ เป็ นกระบวนการทางานที่จะช่วยเสริมสร้ างประสิทธิภาพการทางาน
ให้ ดีขึ ้น ความสานึกรับผิดชอบต่อการปฏิบตั งิ านของหน่วยงานจะต้ องมีลกั ษณะสาคัญ 6 ประการ คือ การมี
เป้าหมายที่ชดั เจน ทุกคนเป็ นเจ้ าของร่วมกัน การปฏิบตั กิ ารอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการพฤติกรรมที่ไม่
เอื ้ออานวยให้ เกิดการรับผิดชอบ การทางานอย่างไม่หยุดยัง้ การมีแผนสารอ งการติดตามประเมินผลการ
ทางาน
2.การจัดการเชิงกลยุทธ์ หรือเชิงยุทธศาสตร์
เทพศักดิ์ (2554) กล่าวว่า การจัดการเชิงกลยุทธ์ (Strategic Management) ซึง่ ศึกษาเกี่ยวกับการ
ประเมินสภาพแวดล้ อมทางธุรกิจ การกาหนดกลยุทธ์ให้ สอดคล้ องกับสภาพแวดล้ อมทางธุรกิจจริงที่เกิดขึ ้น
การกาหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ การนา กลยุทธ์ไปสูก่ ารปฏิบตั ิ และการประเมินผลกลยุทธ์ โดยที่ในการ
ประเมินสภาพแวดล้ อมทางธุรกิจก็ได้ มีการพัฒนาเทคนิคต่าง ๆ ขึ ้นมาเป็ นจานวนมาก เพื่อนามาใช้ ในการ
ประเมินสภาพแวดล้ อม เทคนิคเหล่านันที
้ ่สาคัญ ได้ แก่ เทคนิคการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และ
ข้ อจากัด (SWOT Analysis), เทคนิค BCG Growth Share Matrix, เทคนิค GE Business Screen , เทคนิค
การตัวแบบการวิเคราะห์ปัจจัย 5 ประการของพอร์ ตเตอร์ ฯลฯ
โดยสามารถแบ่งกลยุทธ์หรื อยุทธ์ศาสตร์ ออกมาได้ ออกมาเป็ น 4 ประเภท คือ
4.1 กลยุทธ์หรื อยุทธ์ศาสตร์ ในเชิงรุก (SO Strategy) ได้ มาจากการนาข้ อมูลการประเมิน
สภาพแวดล้ อมที่เป็ นจุดแข็งและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนามากาหนดเป็ น กลยุทธ์หรื อยุทธ์
ศาสตร์ ในเชิงรุก

6

4.2 กลยุทธ์หรื อยุทธ์ศาสตร์ ในเชิงป้องกัน (ST Strategy) ได้ มาจากการนาข้ อมูลการประเมิน
สภาพแวดล้ อมที่เป็ นจุดแข็งและข้ อจากัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนามากาหนดเป็ นกลยุทธ์หรื อยุทธ์
ศาสตร์ ในเชิงป้องกัน
4.3 กลยุทธ์หรื อยุทธ์ศาสตร์ ในเชิงการแก้ ไข (WO Strategy) ได้ มาจากการนาข้ อมูลการประเมิน
สภาพแวดล้ อมที่เป็ นจุดอ่อนและโอกาสมาพิจารณาร่วมกัน
เพื่อที่จะนามากาหนดเป็ นกลยุทธ์หรื อยุทธ์
ศาสตร์ ในเชิงแก้ ไข
4.4 กลยุทธ์หรื อยุทธ์ศาสตร์ ในเชิงรับ (WT Strategy) ได้ มาจากการนาข้ อมูลการประเมิน
สภาพแวดล้ อมที่เป็ นจุดอ่อนและข้ อจากัดมาพิจารณาร่วมกัน เพื่อที่จะนามากาหนดเป็ นกลยุทธ์หรื อยุทธ์
ศาสตร์ ในเชิงรับ
3. การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ (Public Sector Management Quality Award หรือ
PMQA)
ความสาคัญและเหตุผลความจาเป็ น
การพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ มีวตั ถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการภายใน
องค์การให้ มีระบบที่ดี เกิดการพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องและยัง่ ยืน ซึง่ ในอนาคตจะกาหนดให้ มีการมอบ
รางวัลคุณภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ให้ กบั ส่วนราชการที่ปรับปรุงองค์การได้ อย่างต่อเนื่อง และเป็ นไป
ตามเกณฑ์ที่กาหนด
หลักการและแนวคิด
เกณฑ์คณ
ุ ภาพการบริหารจัดการภาครัฐ เป็ นการนาหลักเกณฑ์และ

แนวคิดตามรางวัลคุณภาพ

แห่งชาติของสหรัฐอเมริการ (Malcolm Baldrige National Quality Award : MBNQA) และรางวัลคุณภาพ
แห่งชาติของประเทศไทย (Thailand Quality Award : TQA) มาปรับให้ สอดคล้ องกับทิศทางการพัฒนา
ระบบราชการไทย และการดาเนินงานตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้ วยหลักเกณ
บ้ านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
เกณฑ์คณ
ุ ภาพการบริหารจัดการภาครัฐ ประกอบด้ วย 7 หมวด
หมวด 1 การนาองค์การ
หมวด 2 การวางแผนเชิงยุทธศาสตร์
หมวด 3 การให้ ความสาคัญกับผู้รับบริการและผู้มีสว่ นได้ สว่ นเสีย
หมวด 4 การวัด การวิเคราะห์ และการจัดการความรู้
หมวด 5 การมุง่ เน้ นทรัพยากรบุคคล
หมวด 6 การจัดการกระบวนการ

ฑ์และวิธีการบริหารกิจการ

7

หมวด 7 ผลลัพธ์การดาเนินการ
4.นโยบายกากับดูแลองค์ การที่ดี (Organizational Governance : OG)
ความหมาย : นโยบายการกากับดูแลองค์การที่ดี หมายถึง การประกาศเจตนารมณ์ขององค์การที่จะ
ดาเนินการและกาหนดนโยบายตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดี เพื่อประโยชน์สขุ
ของประชาชน โดยผู้บริหารของแต่ละองค์การจะต้ องวางนโยบายเกี่ยวกับรัฐ สังคม และสิ่งแวดล้ อม
ผู้รับบริการและผู้มีสว่ นได้ สว่ นเสีย องค์การ และผู้ปฏิบตั งิ าน รวมทังก
้ าหนดแนวทางปฏิบตั ิ และมาตรการ
หรื อโครงการ เพื่อให้ บรรลุผลตามนโยบายขององค์การ
หลักการและแนวคิด :
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 หมวด 4 หน้ าที่ของชนชาวไทย มาตรา 74
กาหนดให้ “บุคคลผู้เป็ นข้ าราชการ พนักงาน ลูกจ้ างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจหรื อ
เจ้ าหน้ าที่อื่นของรัฐ มีหน้ าที่ดาเนินการให้ เป็ นไปตามกฎหมายเพื่อรักษาประโยชน์สว่ นรวม อานวยความ
สะดวก และให้ บริการแก่ประชาชนตามหลักธรรมาภิบาลของการบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดีในการปฏิบตั ิ
หน้ าที่และในการปฏิบตั ิการอื่นที่เกี่ยวข้ องกับประชาชน ….”
2.เพื่อให้ ภาครัฐนาหลักการบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดี มาประยุกต์ใช้ เป็ นแนวทางในการปฏิบตั ิ
ราชการ สามารถเรี ยนรู้ ปรับตัว และตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงในการอานวยความสะดวกและการ
ให้ บริการประชาชนได้ อย่างทันกาล การจัดทานโยบายการกากั บดูแลองค์การที่ดีนี ้ ถือเป็ นส่วนหนึง่ ของการ
นาหลักการบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดีหรื อธรรมาภิบาลเข้ ามาประยุกต์ใช้
องค์ประกอบ :
เพื่อให้ การจัดทานโยบายการกากับดูแลองค์การที่ดีของภาครัฐเป็ นไปในทิศทางเดียวกัน
และมี
ความเป็ นสากลเทียบเท่าหน่วยงานในต่างประเทศ และหน่วยงานในภาคเอกชน สานักงาน ก.พ.ร. จึง
เห็นสมควรกาหนดกรอบนโยบายการกากับดูแลองค์การที่ดี ซึง่ ครอบคลุมองค์ประกอบ 4 ด้ านสาคัญได้ แก่
1. นโยบายด้ านรัฐ สังคม และสิ่งแวดล้ อม
2. นโยบายด้ านผู้รับบริการ และผู้มีสว่ นได้ สว่ นเสีย
3. นโยบายด้ านองค์การ
4. นโยบายด้ านผู้ปฏิบตั งิ าน
5. การประเมินผลการปฏิบัตริ าชการตามคารับรองการปฏิบัตริ าชการของส่ วนราชการ : KPI (Key
Performance Indicators)
หลักการและความสาคัญ
พระราชกฤษฎีกาว่าด้ วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546 หมวด 8 การ
ประเมินผลการปฏิบตั ริ าชการ
กาหนดให้ สว่ นราชการดาเนินการประเมินผลการปฏิบตั ริ าชการของส่วน

8

ราชการเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของภารกิจ คุณภาพการให้ บริการ ความพึงพอใจของประชาชนผู้รับบริการความ
คุ้มค่าในภารกิจ
เทพศักดิ์ กล่าวว่ากรอบแนวคิดของการจัดการภาครัฐแนวใหม่ (New Public Management) ได้ ให้
ความสาคัญต่อจุดสนใจหนึง่ ที่สาคัญ คือ เรื่ องผลสัมฤทธิ์ (result) ที่เกิดขึ ้นจากการบริหาร โดยถือได้ วา่ เป็ น
การเปลี่ยนแปลงจากแนวคิดการจัดการภาครัฐแบบเดิม

ที่ให้ ความสาคัญต่อภาระรับผิดชอบที่มีตอ่ ปั จจัย

นาเข้ าหรื อทรัพยากรและกระบวนการทางาน (input and process accountability) เช่น ปฏิบตั งิ านตาม
กฎระเบียบ

ปฏิบตั งิ านตามขันตอนที

่กาหนด

เป็ นต้ น

มาเป็ นภาระรับผิดชอบที่มีตอ่ ผลสัมฤทธิ์

(accountability for results) แทน
กรอบการประเมินผลการปฏิบตั ริ าชการของส่วนราชการ แยกตามมิติ 4 มิติ ได้ แก่
1.มิตดิ ้ านประสิทธิผล
2.มิตดิ ้ านคุณภาพการให้ บริการ
3.มิตดิ ้ านประสิทธิภาพของการปฏิบตั ริ าชการ
4.มิตดิ ้ านการพัฒนาองค์การ
6. Balanced Scorecard
เป็ นเครื่ องมือทางการบริหารที่ ถกู พัฒนาขึ ้นมาโดย โรเบิร์ต เอส แคปแลน และ เดวิด พี นอร์ ตนั
(Robert S. Kaplan and David P. Norton) ในปี ค .ศ. 1996 ซึง่ ศูนย์กลางของกระบวนการจัดการใน
องค์การในมุมมองของ แคปแลนและนอร์ ตนั ก็คือ คุณค่าสี่ประการที่องค์การจะต้ องใช้ เป็ นกรอบเพื่อ
นาไปใช้ ในการตอบสนองต่อกลยุทธ์และวิสยั ทัศน์ที่องค์การได้ กาหนดขึ ้น คือ คุณค่าด้ านการเงิน (Finance)
คุณค่าด้ านลูกค้ า (Customer) คุณค่าด้ านกระบวนการ (Internal Process) และคุณด่าด้ านการเรี ยนรู้และ
นวัตกรรม (Learning&Growth)
Balanced Scorecard หมายถึง การแปลงวิสยั ทัศน์และกลยุทธ์ขององค์การให้ ออกมาเป็ นตัวชี ้วัด
ต่าง ๆ และผลักดันตัวชี ้วัดเหล่านันให้
้ ตอบสนองต่อเป้าหมายที่เ ป็ นคุณค่าความสาเร็จของการบริหารองค์กร
เชิงกลยุทธ์ใน 4 ด้ าน ได้ แก่ ด้ านการเงิน ด้ านลูกค้ า ด้ านกระบวนการภายในธุรกิจ และด้ านการเรี ยนรู้และ
การเติบโตขององค์การ รวมถึงการสร้ างความสมดุลในแต่ละด้ าน
สาระสาคัญของการบริหารงานในเครื่ องมือ Balanced Scorecard
สาระสาคัญของเครื่ องมือ Balanced Scorecard มีองค์ประกอบที่สาคัญอยูใ่ น 6 ส่วนที่สาคัญ คือ (1)
การกาหนดคุณค่าหลักขององค์การ (Value) (2) การกาหนดวิสยั ทัศน์ (Vision) (3) การกาหนดกลยุทธ์

9

(Strategy) และการกาหนดวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ (Strategic Objective) (4) การจัดทา แผนที่กลยุทธ์
(Strategy Map) (5) การกาหนดตัวชี ้วัดและเป้าหมาย และ (6) การริเริ่มแผน โครงการ และกิจกรรม
(Initiative) โดยทังหมดสามารถแสดงความเชื

่อมโยงกันอย่างสมดุล
7.การบริหารราชการแบบบูรณาการ (CEO)
ความหมาย
การบริหารราชการแบบบูรณาการ หมายถึง การบริหารที่ทกุ หน่วยงานทางานแบบมุง่ เน้ นผลงาน
(Results) ตามยุทธศาสตร์ เป็ นหลัก เป็ นการทางานหลายหน่วยงานโดยอาศัยความเชี่ยวชาญและความ
ชานาญการของแต่ละหน่วยงานที่แตกต่างกันเฉพาะด้ าน โดยร่วมกันคิด ร่วมกันทางาน โดยใช้ ทรัพยากร
ร่วมกันเพื่อให้ บรรลุผลตามยุทธศาสตร์ มุง่ สูผ่ ลสาเร็จและเป้าหมายของงานร่วมกัน เพื่อก่อให้ เกิดความ
ประหยัด เสริมสร้ างประสิทธิผลและประสิทธิภาพของการดาเนินงานเป็ นหลัก
แนวคิดการบริหารราชการแบบบูรณาการ
ปั จจุบนั ปั ญหาบ้ านเมืองมีความสลับซับซ้ อนมากขึ ้น ในการแก้ ไขปั ญหาหรื

อการตัดสินใจต้ องใช้

ความรู้และทักษาหลายสาขาวิชาร่วมกัน ทาให้ ไม่สามารถแก้ ไขปั ญหาโดยส่วนราชการใดส่วนราชการหนึง่
ได้ รวมทังการบริ

หารงานตามภารกิจ

(Function) ไม่สามารถแก้ ปัญหาบางอย่างได้ เพราะการจัดแบ่ง

โครงสร้ างองค์การภาครัฐจะมีพนั ธกิจ (Mission) ขององค์กรอยู่ ซึ่ งจะทาให้ แต่ละองค์กรมีความเชี่ยวชาญ
เฉพาะด้ านที่แตกต่างกัน
การบริหารราชการจังหวัดแบบบูรณาการ (CEO)
ผลสืบเนื่องมาจากการปฏิรูประบบราชการ เพื่อการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงให้ มีความทันสมัย
(Modernization) และให้ มีการปรับโครงสร้ างกระทรวง ทบวง กรม โดยใช้ การจัดโครงสร้ างตามยุทธศาสตร์ ที่
รับผิดชอบ (Agenda Base Organizaion) โดยให้ มีเจ้ าภาพรับผิดชอบเป็ นกลุม่ งาน (Cluster) เพื่อแก้ ไข
ปั ญหาการไม่สามารถนานโยบายไปสูก่ ารปฏิบตั ใิ นระดับพื ้นที่ได้ อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจาก ระดับจังหวัด
มีหน่วยงานระดับส่วนกลาง ระดับเขตไปตังอยู
้ ใ่ นพื ้นที่เป็ นจานวนมาก รวมทังองค์
้ กรปกครองส่วนท้ องถิ่น
ซึง่ ต่างก็มีนโยบาย/แผนงาน โครงการของตนเอง ไม่มีความสอดคล้ องในภาพรวมของจังหวัดหรื อความ
ต้ องการของประชาชน ซึง่ เป็ นการพัฒนาแบบแยกส่วน ขาดความเชื่อมโยง บู รณาการซึง่ กันและกัน

10

8.การให้ บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ (One Stop Services)
ความหมาย หมายถึง การนางานที่ให้ บริการทังหมดที

่เกี่ยวข้ อง มารวมให้ บริการอยูใ่ นสถานที่เดียวกัน ใน
ลักษณะที่สง่ ต่องานระหว่างกันทันทีหรื อเสร็จในขันตอนหรื

อเสร็จในจุดให้ บริการเดียว

โดยมีจดุ ประสงค์

เพื่อให้ การให้ บริการมีความรวดเร็วขึ ้น
รูปแบบของการให้ บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จ
รู ปแบบที่ 1 การนาหลายหน่วยงานมารวมให้ บริการอยูใ่ นสถานที่เดียวกัน
รู ปแบบที่ 2 กระจายอานาจมาให้ หน่วยงานใดหน่วยงานหนึง่ ทาหน้ าที่ให้ บริการแบบเบ็ดเสร็จ
รู ปแบบที่ 3 การปรับปรุงและออกแบบใหม่ในการให้ บริการ
รู ปแบบที่ 4 การสามารถให้ บริการผ่านทางอินเทอร์ เน็ตได้ เสร็จทันที
9.อื่นๆ ได้ แก่ การปรับปรุงระบบการบริหารงานบุคคลภาครัฐ การประเมินผลการปฏิบตั ริ าชการของ
ข้ าราชการ (IPA) การกาหนดมาตรฐานจริยธรรมข้ าราชการ เป็ นต้ น
เอกสารอ้ างอิง
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้ อม นโยบายการกากับดูแลองค์การที่ดี พ.ศ.2554 กรุงเทพฯ 2553
เทพศักดิ์ บุณยรัตพันธุ์ “รัฐประศาสนศาสตร์ กบั การปฏิรูประบบราชการ” ใน ประมวลสาระชุดวิชา แนวคิด
ทฤษฎีและหลักการรัฐประศาสนศาสตร์ พิมพ์ครัง้ ที่ 7 นนทบุรี โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัย
ธรรมาธิราช 2554
ทศพร ศิริสมั พันธ์ “ทิศทางและแนวโน้ มของรัฐประศาสนศาสตร์ ” ใน ประมวลสาระชุดวิชา แนวคิด ทฤษฎี
และหลักการรัฐประศาสนศาสตร์ พิมพ์ครัง้ ที่ 7 นนทบุรี โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช
2554
พระราชกฤษฎีกาว่าด้ วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้ านเมืองที่ดี พ.ศ.2546
สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คูม่ ือการประเมินผลการปฏิบตั ริ าชการตามคารับรองการ
ปฏิบตั ริ าชการของจังหวัดประจาปี งบประมาณ พ.ศ. 2554 กรุงเทพฯ 2553
สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คูม่ ือคาอธิบายตัวชี ้วัดการพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการ
ภาครัฐ ปี งบประมาณ พ.ศ.2554 สาหรับส่วนราชการระดับกรม กรุงเทพฯ 2553
สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คูม่ ือเทคนิคและวิธีการบริหารจัดการสมัยใหม่ตามแนว
ทางการบริหารจัดการบ้ านเมืองที่ดี “การบริหารราชการแบบบูรณาการ” กรุงเทพฯ มปป.
สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คูม่ ือนโยบายการกากับดูแลองค์การที่ดี กรุงเทพฯ 2551