You are on page 1of 165

กฎหมายระหวางประเทศ

ผูชวยศาสตราจารยกิตติ ชยางคกุล

41451 กฎหมายระหวางประเทศ
• ลักษณะทั่วไปของกฎหมายระหวางประเทศ ความสัมพันธ
ระหวางกฎหมายระหวางประเทศกับกฎหมายภายในประเทศ
บุคคลในกฎหมายระหวางประเทศ สิทธิและหนาที่ของรัฐ เขต
แดนและเขตอํานาจของรัฐ สนธิสัญญา การระงับขอพิพาท
ระหวางประเทศ การสงครามและความเปนกลาง ลักษณะ
เกี่ยวกับสัญชาติของบุคคล การไดมาและการสิ้นไปซึ่งสัญชาติ
ไทย การขัดกันแหงกฎหมาย ความรวมมือระหวางประเทศใน
การปราบปรามอาชญากรรมและการสงผูร ายขามแดน

วัตถุประสงค
1. เพื่อใหนักศึกษามีความรูพ ื้นฐานเกี่ยวกับทฤษฎีและหลักของ
กฎหมายระหวางประเทศ รวมทั้งการบังคับใชกฎหมาย
ระหวางประเทศ
2. เพื่อใหนักศึกษามีความรูค วามเขาใจเกี่ยวกับการขัดกันแหง
กฎหมาย กฎหมายสัญชาติและการสงผูรายขามแดน
3. เพื่อใหนักศึกษาสามารถนําความรูไปใชในการวินิจฉัยปญหา
หรือขอเท็จจริงทีเ่ กิดขึ้นและนําไปปฏิบัติได

7. 2.เนื้อหาการสอนเสริม 1. 4. 3. 6. 5. 8. ความรูทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายระหวางประเทศ บุคคลในกฎหมายระหวางประเทศ เขตแดนและเขตอํานาจรัฐ ความสัมพันธระหวางกฎหมายระหวางประเทศกับกฎหมายภายใน สนธิสัญญา การระงับขอพิพาทระหวางประเทศโดยสันติวิธี กฎหมายระหวางประเทศเกี่ยวกับการจํากัดการใชกําลังทางทหาร ความรับผิดชอบของรัฐ .

กฎหมายวาดวยองคการระหวางประเทศ กฎหมายการทูต กฎหมายทะเล กฎหมายวาดวยสัญชาติและนิติฐานะของคนตางดาวในประเทศไทย หลักเกณฑทั่วไปเกี่ยวกับการขัดกันระหวางกฎหมายและ พระราชบัญญัติวาดวยการขัดกันแหงกฎหมาย 14. 10. 13. 12. การขัดกันแหงอํานาจศาล และการยอมับและบังคับคําพิพากษาศาล ตางประเทศ 15.เนื้อหาการสอนเสริม 9. 11. ความรวมมือระหวางประเทศในการปราบปรามอาชญากรรม .

ความรูทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายระหวางประเทศ .

ความหมายของกฎหมายระหวางประเทศ • กฎหมายระหวางประเทศ หมายถึงกฎหมายที่ใชบังคับตอ ความสัมพันธระหวางรัฐ .

กฎหมายระหวางประเทศปจจุบัน • กฎหมายระหวางประเทศ หมายถึงกฎหมายที่วาดวย ความสัมพันธระหวางรัฐและองคการระหวางประเทศใน ความสัมพันธระหวางกัน ตลอดจนความสัมพันธระหวาง รัฐหรือองคการระหวางประเทศกับปจเจกชนทั้งที่เปนยุค คลธรรมดา และนิติบุคคล .

ลักษณะของกฎหมายระหวางประเทศ • กฎหมายระหวางประเทศมีสภาพบังคับที่ไมเด็ดขาด เหมือนกฎหมายภายในประเทศ • กฎหมายระหวางประเทศ ไมใช มารยาทหรืออัธยาศัย ไมตรีระหวางประเทศ (comitas gentium) และศีลธรรม (moral) .

ปจจัยเชิงลึก .กฎหมายระหวางประเทศ .กฎหมายภายใน • ปจจัยเชิงโครงสรางตางกัน • สังคมระหวางประเทศ ไมมีองคกรเหนือรัฐ • สังคมภายใน มีองคกรที่มีอาํ นาจเหนือ • ปจจัยพื้นฐานดานกฎหมาย • กฎหมายระหวางประเทศ วางบนหลักความเทาเทียมกัน (equality) ความยินยอม (consent to be bound) และสัญญา ตองเปนสัญญา (pacta sunt servanda) .ปจจัยเชิงราบ • กฎหมายภายในวางบนพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ และคําสั่งของ รัฏฐาธิปตย .

กฎหมายระหวางประเทศเปนกฎหมายหรือไม? • ศาลยุติธรรมระหวางประเทศ (ICJ) ปรับใชกฎหมายระหวาง ประเทศ • รัฐภาคีของ ICJ ยอมรับสถานะทางกฎหมายของกฎหมาย ระหวางประเทศที่ ICJ ปรับใช • International Law Commission ของ UN มีหนาที่ ประมวลและพัฒนากฎหมายระหวางประเทศ • ไมเคยมีชาติใดยืนยันหรือคัดคาวการมีอยูของกฎหมาย ระหวางประเทศ ทุกรัฐ มี opinio juris วามีกฎหมายระหวาง ประเทศ .

กฎหมายระหวางประเทศเปนกฎหมายหรือไม? • กฎหมายขาดสภาพบังคับที่ชัดเจนและเด็ดขาดเทานั้น • การนํากฎหมายระหวางประเทศไปเทียบกับกฎหมาย ภายใน ไมถูกตองนัก เพราะมีความแตกตางทั้งในเชิง โครงสรางและเนื้อหา .

วิวัฒนาการของกฎหมายระหวางประเทศ วิวัฒนาการในเชิงรูปแบบ • กฎหมายจารีตประเพณีระหวางประเทศ • State Practice • Opinio Juris • สนธิสัญญา • ทวิภาคี • พหุภาคี .

วิวัฒนาการของกฎหมายระหวางประเทศ วิวัฒนาการในเชิงเนื้อหา • Public International Law and Law of War (jus ad bellum – jus in bello) • Private International Law • Law of the Seas / Maritime Law / Space Law • Air Law / International Trade Law / International Criminal Law / Humanitarian Law / IP Law / International Organization Law .

แนวคําพิพากษาของศาล 5. กฎหมายจารีตประเพณีระหวางประเทศ 3.บอเกิดของกฎหมายระหวางประเทศ ขอ 38 ของธรรมนูญศาลยุติธรรมระหวางประเทศ 1. หลักกฎหมายทั่วไป 4. สนธิสัญญา 2. ทฤษฎีของผูเชี่ยวชาญทางกฎหมายระหวางประเทศ .

สนธิสัญญา (Treaty) • กฎหมายสนธิสัญญา คือความตกลงระหวางประเทศทีท่ าํ ขึ้น ระหวางบุคคลระหวางประเทศ (รัฐ องคการระหวางประเทศ และ NGOs) ที่ทําขึ้นเปนลายลักษณอักษร และเปนความตก ลงที่กอใหเกิดสิทธิและพันธกรณีตามกฎหมายระหวาง ประเทศ ไมวาจะทําเปนเอกสารฉบับเดียวหรือหลายฉบับ และไมวาจะเรียกชื่อวาอยางไรก็ตาม • จะผูกพันเฉพาะกับรัฐที่ใหความยินยอมเขาเปนภาคีของ สนธิสัญญาเทานั้น .

หลักการพื้นฐาน • Consent to be bound • Pacta sunt servanda • Rebus sic stantibus .

สนธิสัญญา • ความตกลงระหวางรัฐ (องคการระหวางประเทศ) • ทําขึ้นเปนลายลักษณอักษร • ทําขึ้นภายใตกฎหมายระหวางประเทศและกอพันธะทาง กฎหมาย • อาจเปนตราสารฉบับเดียว หรือหลายฉบับเกี่ยวเนื่องกัน • ไมวาจะเรียกชื่อวาอยางไรก็ตาม* .

ประเภทของสนธิสัญญา • ตามจํานวนผูเขารวม : ทวิภาคี พหุภาคี • ตามสถานะผูเขารวม : ประมุขรัฐ รัฐ รัฐบาล รัฐมนตรี หนวยงานของรัฐ ประมุขของรัฐบาล • ตามชื่อ : สนธิสัญญา อนุสัญญา พิธีสาร ความตกลง บันทึกหรือหนังสือแลกเปลี่ยน ขอตกลง บันทึกการเจรจา ขอบัญญัติหรือธรรมนูญ ปฏิญญา บันทึกความเขาใจ ความตกลงชั่วคราวกรรมสารสุดทาย กรรมสารทั่วไป ขอตกลงของฝายบริหาร สนธิสัญญาที่มีชื่อยางอื่น .

การทําสนธิสัญญา • การเจรจา โดยผูมีอํานาจเต็มในการเจรจา • การรับเอาบทบัญญัติของสนธิสัญญา • การใหความยินยอมและผูกพันตามสนธิสัญญา • การลงนาม • การใหสัตยาบัน .

กฎหมายจารีตประเพณีระหวางประเทศ • เปนกฎหมายที่ไมไดบัญญัติเปนลายลักษณอักษรจึงขาด ความชัดเจนทั้งดานขอบเขตและเนื้อหาสาระ • กฎหมายจารีตประเพณีที่มีผลใชบังคับเปนกฎหมาย (lex lata) จะมีผลใชบังคับเปนการทั่วไป (erga omnes) ไมวา รัฐนั้นจะยอมรับหรือไมก็ตาม • จารีตประเพณีอาจมีทั้งที่เปนในระดับสากล ระดับทองถิ่น หรือสองฝายก็ได .

องคประกอบของ กม. • ดานวัตถุ – ทางปฏิบัติของรัฐ State Practice เกิดจาก Precedents • ดานเวลา .จารีตประเพณี รปท.ระยะเวลาในการถือปฏิบัติ • ดานจิตใจ .ความเชื่อวาสิ่งนั้นเปนกฎหมาย (opinio juris) .

หลักกฎหมายทัว่ ไป • หลักกฎหมายทั่วไปที่กฎหมายระหวางประเทศและ กฎหมายภายในนํามาปรับใชเพื่ออุดชองโหวของกฎหมาย อาทิ หลักสุจริต (bona fine) หลักกฎหมายปดปาก (estoppel) .

บอเกิดลําดับรอง และบอเกิดอื่น ๆ • แนวคําพิพากษาระหวางประเทศ • ทฤษฎีของผูเชี่ยวชาญทางกฎหมายระหวางประเทศ • การกระทําฝายเดียว • การกระทําฝายเดียวของรัฐ และ • การกระทําฝายเดียงขององคการระหวางประเทศ .

บุคคลในกฎหมายระหวางประเทศ .

บุคคลในกฎหมายระหวางประเทศ • • • • รัฐ องคการระหวางประเทศ ปจเจกชน บรรษัทขามชาติ .

รัฐ • • • • การกําเนิด / องคประกอบของรัฐ การรับรองรัฐ สิทธิและหนาที่ของรัฐ การสืบสิทธิของรัฐ .

ดินแดนที่มีเขตกําหนดอยางแนชัด 2. ประชากรที่มีถิ่นที่อยูอยางถาวร 3.การกําเนิด/องคประกอบของรัฐ 1933 Montevideo Convention รัฐมีองคประกอบ 4 ประการ 1. รัฐบาล 4. เอกราชอธิปไตย .

ดินแดน • ตองมีความมั่นคง (stable) • มีเขตกําหนดอยางแนชัด • IL ไมไดกําหนดขนาดของดินแดน • แมวาดินแดนนั้นจะยังปกปนไมแลวเสร็จก็ตาม .

1910 .ดินแดน “องคประกอบที่สําคัญที่สุดของอํานาจอธิปไตยคือ การใช อํานาจดังกลาวภายในขอบเขตของดินแดน เวนแต จะ สามารถพิสูจนไดเปนอยางอื่น ใหดินแดนมีขอบเขต เชนเดียวกับอํานาจอธิปไตยของรัฐนั้น” North Atlantic Fisheries Case.

km.มีดินแดนที่แนนอน Vatican 0.02 sq. .km.44 sq. Monaco 2.

ประชากร • บรรดาบุคคลซึ่งมีถิ่นที่อยูในดินแดนของรัฐนั้น • คนชาติ • คนตางดาว • ประชากรจะมีจํานวนเทาใดไมใชสาระสําคัญ .

.

Vatican • มีประชากร 798 คน .

378 คน .Nauru • ประชากร 9.

ความสัมพันธระหวางคนชาติกับรัฐ • จุดเชื่อม คือ สัญชาติ • คนชาติมีหนาที่ตอรัฐ อาทิ เกณฑทหาร • รัฐใหความคุมครองทางการทูตตอคนชาติ (diplomatic protection) .

ความคุมกันทางการทูต • เงื่อนไข คือ มีสัญชาติรัฐ และการกระทํานั้นตองปราศจาก เจตนาอันมิชอบ • รัฐเจาของสัญชาติใหความคุมครองตองเปนกรณี • กรณีคดีนั้นตองถึงที่สุดในรัฐที่ความผิดเกิดขึ้น • กรณีการกระทําของรัฐผูรับกอใหเกิดความเสียหายใน กระบวนการยุติธรรม .

รัฐบาล • คณะบุคคลที่ใชอํานาจเหนือดินแดนและประชาชน .

เอกราชอธิปไตย • เอกราช (independence) • อํานาจอธิปไตย (State Sovereignty) .

รูปแบบของรัฐ • รัฐเดี่ยว คือรัฐที่มีการปกครองเปนเอกภาพ ทั้งภายในและ ภายนอกยูภายใตการบริหารของรัฐบาลเดียว • สหพันธรัฐ เปนรัฐที่มีการแยกอํานาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ และการรักษาความสงบภายในใหมลรัฐเปน ผูดําเนินการ และสงวนอํานาจสวนใหญใหเปนของรัฐบาล กลางเพียงผูเดียว .

องคการระหวางประเทศ • เปนบุคคลในทางระหวางประเทศที่เกิดขึ้นจากการตกลงกัน ระหวางรัฐ โดยทําขึ้นเปนตราสารกอตั้ง • ความสามารถขององคการระหวางประเทศ • • • • • ความสามารถในการทําสนธิสญ ั ญา ความสามารถในการเรียกรองในทางระหวางประเทศ ความสามารถในการใหความคุมครองแกเจาหนาที่หรือตัวแทน ความสามารถที่จะสถาปนาความสัมพันธการการทูต ความสามรถที่จะใหการรับรองบุคคลอืน่ ๆ ในกฎหมายระหวาง ประเทศ .

องคการระหวางประเทศ .

United Nations .

UN .

ILO .

ILO .

UNESCO .

UNESCO .

ASEAN .

EU .

องคการระหวางประเทศ (El Erian) • การรวมกลุมของรัฐ โดยรัฐสมาชิกยังคงสงวนอํานาจ อธิปไตยของตนไว • กอจั้งโดยขอตกลงของรัฐสมาชิกเพื่อบรรลุถึงเปาหมาย และผลประโยชนรวมกัน • เพื่อบรรลุผลดังกลาวรัฐสมาชิกพึงหาทางปฏิบัติรวมกัน • กอตั้งขึ้นโดยไมจํากัดเวลา .

ปจเจกชน • ปจเจกชนสามารถมีสิทธิตามกฎหมายระหวางประเทศ โดยตรง • สนธิสัญญาบางฉบับใหปจเจกชนามารถมีสิทธิและใชสิทธิ เรียกรองในทางระหวางประเทศได • แตเดิมความรับผิดชองเอกชนไมเกิดขึ้น แตบางกรณี สามารถถือเอาเปนความผิดของรัฐหรือองคการะหวาง ประเทศได .

ความรับผิดทางอาญาของปจเจกชน • ศาลอาญาระหวางประเทศ • ความผิดอาชญากรรมระหวางประเทศ • • • • อาชญากรรฆาลางเผาพันธุ อาชญากรรมสงคราม อาชญากรรมตอมนุษยชาติ อาชญากรรมการรุกราน .

.

บรรษัทขามชาติ • รัฐไมขอมรับบรรษัทขามชาติในฐานะบุคคลในกฎหมาย ระหวางประเทศ .

เขตแดนและเขตอํานาจรัฐ .

เขตแดน • องคประกอบ • พื้นดิน • พืน้ น้ํา : แมน้ํา ลําคลอง ทะเลสาบ ทะเลปด อาว ชองแคบ ทะเลอาณาเขต • อากาศ .

Maritime Zone .

.

เสนฐาน • เสนฐานปกติ • เสนฐานตรง • เสนฐานตรงหมูเกาะ .

เสนฐานปกติ

เสนฐานตรง

เสนฐานตรงหมูเกาะ

นานน้ําภายใน • พื้นน้ําที่อยูภายในดินแดน ของรัฐเหนือเสนฐาน • รัฐมีอํานาจอธิปไตยเหนือ เต็มที่ .

852 km) • รัฐมีอํานาจอธิปไตยเหนือเหนือทะเลอาณาเขต • Right of Innocent Passage .15 miles = 1.ทะเลอาณาเขต • 12 ไมลทะเลจากเสนฐาน • (1 nm = 1.

เขตตอเนื่อง • 12 nm จากทะเลอาณาเขต (24 nm จากเสนฐาน) • รัฐมีอํานาจอธิปไตยเหนือในเรื่องศุลกากร รัษฎากร อนามัย และการเขาเมือง • Freedom of navigation • Freedom of over-flight .

Exclusive Economic Zone: EEZ เขตเศรษฐกิจจําเพาะ • 200 nm จากเสนฐาน • สิทธิอธิปไตย เหนือการสํารวจ การแสวงหา การอนุรักษ และการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่มีชีวิตและไมมชี ีวิต .

.

ไหลทวีป .

ทะเลหลวง • • • • Right of hot pursuit Right to prosecute piracy on the high seas Freedom of the high seas Common Heritage of Mankind .

Freedom of navigation Freedom of overflight Freedom to lay submarine cables and pipelines Freedom of fishing Freedom to construct artificial islands and other installations 6. Freedom of scientific research .เสรีภาพในทะเลหลวง 1. 2. 5. 4. 3.

.

.

การปกปนเขตแดน • เขตแดนทางบก : สันเขา สันปนน้ํา • เขตแดนทางน้ํา : แมน้ํา ลําน้ํา ทะเลสาบ • เขตแดนทางอากาศ เปนไปตามเขตแดนทางดิน และน้ํา .

.

.

.

.

.

.

แบงเขตแดนดวยถนนบนเนินเขาของเฮติ และโดมินิกัน .

แบงสามเขตแดนดวยแมน้ําของอารเจนตินา บราซิล และปารากวัย .

.

น้ําตกเตอเทียน น้ําตกสุดอลังการ ตั้งอยูกลางพรมแดนระหวางจีนกับเวียดนาม .

ออสเตรียและสโลวีเนีย ถูกแบงเขตแดนดวยเทือกเขาอัลไพน .

.

.

.

.

.

.

.

ไดโดยการครอบครอง (occupation) 3. ไดโดยการครอบครองปรปกษ หรือไดมาโดยอายุความ (prescription) . ไดจากการรับโอนจากรัฐอื่น (cession) 2. ไดจากการงอกขึ้นของผาดินเดิม หรือสวนตอเนื่อง (accretion) 4. การเขายึดครองและผนวกดินแดนนั้นเขากับดินแดนของรัฐ ตน (subjugation) 5.การไดมาซึ่งดินแดนของรัฐ 1.

การยกหรือโอนดินแดนใหกับรัฐอื่น (cession) 2. การละทิ้งดินแดนของตนโดยสิ้นเชิง (dereliction) 3. การถูกปฏิวัติเปลี่ยนแปลงแยกดินแดนออกเปนรัฐใหม (revolution) . การถูกผนวกดินแดน (subjugation) 5.การสูญเสียดินแดนของรัฐ 1. การเปลี่ยนแปลงดินแดนตามธรรมชาติ (operations of nature) 4. การถูกครอบครองปรปกษ (prescription) 6.

เขตอํานาจรัฐ • อํานาจอธิปไตย • สิทธิบงการโดยกฎหมาย (right to jurisdiction) • ใชอํานาจ 3 แนวทาง • นิติบัญญัติ • บริหาร • ตุลาการ .

4. 5.การใชเขตอํานาจรัฐ 1. หลักดินแดน Territoriality Principle หลักสัญชาติ Nationality Principle หลักผูถูกกระทํา Passive Personality Principle หลักปองกัน Protective Principle หลักสากล Universality Principle . 2. 3.

หลักดินแดน • เขตอํานาจรัฐเหนือดินแดนตามอัตวิสัย (Subjective Territoriality) • เริ่มในดินแดน  สิ้นสุดในรัฐอื่น • เขตอํานาจรัฐเหนือดินแดนตามภววิสัย (Objective Territoriality) • เริ่มในรัฐอื่น  สิ้นสุดในดินแดน .

หลักดินแดน • รัฐมีอํานาจที่สมบูรณเหนือบุคคล ทรัพยสิน หรือ เหตุการณตางๆ ที่ปรากฏหรือเกิดขึ้นในดินแดนของรัฐ โดยไมตองคํานึงถึงวาบุคคลนั้นมีสัญชาติใด หรือทรัพยสิน นั้นเปนของบุคคลสัญชาติใด .

ขอยกเวนหลักดินแดน



ความคุมกันของบุคคลในคณะผูแทนทางการทูต
ความคุมกันของบุคคลในคณะเจาหนาที่ฝายกงสุล
ความคุมกันของพนักงานองคการระหวางประเทศ
ความคุมกันของรัฐตางประเทศ

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 4
ผูใดกระทําความผิดในราชอาณาจัก ร ต องรับโทษ
ตามกฎหมาย
การกระทําความผิดในเรือไทยหรืออากาศยานไทย
ไมวาจะอยู ณ ที่ใด ใหถือวา กระทําความผิดในราชอาณาจักร

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 5
ความผิดใดที่การกระทํา แมแตสวนหนึ่งสวนใดได
กระทํ า ในราชอาณาจั ก รก็ ดี ผลแห ง การกระทํ า เกิ ด ใน
ราชอาณาจั ก รโดยผู ก ระทํ า ประสงค ใ ห ผ ลนั้ น เกิ ด ใน
ราชอาณาจักร หรือโดยลักษณะแหงการกระทํา ผลที่เกิดขึ้น
ควรเกิดในราชอาณาจักรหรือยอมจะเล็งเห็นไดวาผลนั้นจะ
เกิดในราชอาณาจัก รก็ ดี ให ถือว าความผิดนั้นไดกระทําใน
ราชอาณาจักร

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 5 ในกรณีการตระเตรียมการ หรือพยายามกระทําการ ใดซึ่งกฎหมายบัญญัติเปนความผิด แมการกระทํานั้นจะได กระทํานอกราชอาณาจักร ถาหากการกระทํานั้นจะไดกระทํา ตลอดไปจนถึ ง ขั้ น ความผิ ด สํ า เร็ จ ผลจะเกิ ด ขึ้ น ใน ราชอาณาจักร ใหถือวา การตระเตรียมการ หรือพยายาม กระทําความผิดนั้นไดกระทําในราชอาณาจักร .

หลักสัญชาติ • สัญชาติเปนสิ่งเชื่อมโยงที่ทําใหรัฐสามารถใชเขตอํานาจอง ตนเหนือบุคคลซึ่งถือสัญชาติของรัฐ ตลอดจนทรัพยสินที่มี สัญชาติของรัฐ โดยไมจําเปนตองคํานึงวาบุคคลหรือ ทรัพยสินนั้นจะตั้งอยูมี่ใด .

หลักสัญชาติ • สัญชาติบุคคล • บุคคลธรรมดา • นิตบิ ุคคล : สถานที่จดทะเบียนกอตั้งนิติบุคคล สถานที่ตั้งของ สํานักงานใหญ สัญชาติของผูถือหุนสวนใหญ • สัญชาติของเรือ อากาศยาน และอวกาศยาน .

.. .ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 ผูใดกระทําความผิดนอกราชอาณาจักร และ (ก) ผูกระทําความผิดนั้นเปนคนไทย และรัฐบาลแหงประเทศ ที่ความผิดไดเกิดขึ้น หรือผูเสียหายไดรองขอใหลงโทษ หรือ (ข) ผูกระทําความผิดนั้นเปนคนตางดาว และรัฐบาลไทยหรือ คนไทยเปนผูเสียหาย และผูเสียหายรองขอใหลงโทษ.

หลักผูถูกกระทํา • รัฐมีเขตอํานาจเหนือคนตางดาวซึ่งกระทําการอัน กอใหเกิดความเสียหายแกบุคคลสัญชาติของรัฐนั้น แมวา การกระทํานั้นจะเกิดขึ้นนอกดินแดนของรัฐนั้นก็ตาม .

..ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 8 ผูใดกระทําความผิดนอกราชอาณาจักร และ (ก) ผูกระทําความผิดนั้นเปนคนไทย และรัฐบาลแหงประเทศ ที่ความผิดไดเกิดขึ้น หรือผูเสียหายไดรองขอใหลงโทษ หรือ (ข) ผูกระทําความผิดนั้นเปนคนตางดาว และรัฐบาลไทยหรือ คนไทยเปนผูเสียหาย และผูเสียหายรองขอใหลงโทษ. .

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 8
ถาความผิดนั้นเปนความผิดดังระบุไวตอไปนี้ จะตองรับโทษภายใน
ราชอาณาจักร คือ
(๑) ความผิดเกี่ยวกับการกอใหเกิดภยันตรายตอประชาชน ตามที่บัญญัติ
ไวในมาตรา ๒๑๗ มาตรา ๒๑๘ มาตรา ๒๒๑ ถึงมาตรา ๒๒๓ ทั้งนี้เวน
แตกรณีเกี่ยวกับมาตรา ๒๒๐ วรรคแรก และมาตรา ๒๒๔ มาตรา ๒๒๖
มาตรา ๒๒๘ ถึงมาตรา ๒๓๒ มาตรา ๒๓๗ และ มาตรา ๒๓๓ ถึงมาตรา
๒๓๖ ทั้งนี้เฉพาะเมื่อเปนกรณีตองระวางโทษตามมาตรา ๒๓๘

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 8
(๒) ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๖๔ มาตรา
๒๖๕ มาตรา ๒๖๖(๑) และ (๒) มาตรา ๒๖๘ ทั้งนี้เวนแตกรณีเกี่ยวกับ
มาตรา ๒๖๗ และมาตรา ๒๖๙
(๒/๑) ความผิดเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกสตามที่บัญญัติไวในมาตรา
๒๖๙/๑ ถึงมาตรา ๒๖๙/๗
(๒/๒) ความผิดเกี่ยวกับหนังสือเดินทางตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๖๙/๘
ถึง มาตรา ๒๖๙/๑๕

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 8
(๓) ความผิดเกี่ยวกับเพศ ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๗๖ มาตรา
๒๘๐ และ มาตรา ๒๘๕ ทั้งนี้เฉพาะที่เกี่ยวกับมาตรา ๒๗๖
(๔) ความผิดตอชีวิต ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๘๘ ถึงมาตรา ๒๙๐
(๕) ความผิดตอรางกาย ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๙๕ ถึงมาตรา
๒๙๘
(๖) ความผิดฐานทอดทิ้งเด็ก คนปวยเจ็บหรือคนชรา ตามที่บัญญัติไว
ในมาตรา ๓๐๖ ถึงมาตรา ๓๐๘

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 8 (๗) ความผิดตอเสรีภาพ ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๐๙ มาตรา ๓๑๐ มาตรา ๓๑๒ ถึงมาตรา ๓๑๕ และมาตรา ๓๑๗ ถึงมาตรา ๓๒๐ (๘) ความผิดฐานลักทรัพยและวิ่งราวทรัพย ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๓๔ ถึง มาตรา ๓๓๖ (๙) ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย ชิงทรัพย และปลนทรัพย ตามทีบ่ ัญญัติไวในมาตรา ๓๓๗ ถึงมาตรา ๓๔๐ .

ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 8 (๑๐) ความผิดฐานฉอโกง ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๔๑ ถึงมาตรา ๓๔๔ มาตรา ๓๔๖ และมาตรา ๓๔๗ (๑๑) ความผิดฐานยักยอก ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๕๒ ถึงมาตรา ๓๕๔ (๑๒) ความผิดฐานรับของโจร ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๕๗ (๑๓) ความผิดฐานทําใหเสียทรัพย ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๕๘ ถึง มาตรา .

หลักปองกัน • รัฐสามารถใชเขตอํานาจของตนเหนือบุคคลผูกระทําการ อันถือไดวาเปนภัยหรือกระทบกระเทือนตอความมั่นคง ของรัฐ แมวาบุคคลที่กระทําจะไมใชบุคคลสัญชาติของรัฐ และการกระทํานั้นจะเกิดขึ้นภายนอกดินแดนของรัฐก็ตาม .

หลักสากล • รัฐสามารถใชเขตอํานาจของตนเหนือการกระทําความผิด ที่เปนอาชญากรรมที่กระทบความสงบสุขของประชาคม ระหวางประเทศโดยสวนรวม และถือวาเปนความผิดตาม กฎหมายนานาชาติ (delicta juris gentium) แมวาการ กระทําความผิดนั้นไดเกิดขึ้นนอกดินแดนของรัฐ ผูกระทํา ความผิดและผูเสียหายจากการกระทําความผิดนั้นมิใชคน สัญชาติของรัฐก็ตาม .

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7 ผูใดกระทําความผิดดังระบุไวตอไปนี้นอกราชอาณาจักร จะตองรับ โทษในราชอาณาจักร คือ (๑) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแหงราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไวใน มาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๒๙ (๑/๑) ความผิดเกี่ยวกับการกอการรายตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ และมาตรา ๑๓๕/๔ (๒) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ตามที่บัญญัติไวใน มาตรา ๒๔๐ ถึงมาตรา ๒๔๙ มาตรา ๒๕๔ มาตรา ๒๕๖ มาตรา ๒๕๗ และมาตรา ๒๖๖ (๓) และ (๔) .

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7 ผูใดกระทําความผิดดังระบุไวตอไปนี้นอกราชอาณาจักร จะตองรับ โทษในราชอาณาจักร คือ (๑) ความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแหงราชอาณาจักร ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๐๗ ถึงมาตรา ๑๒๙ (๑/๑) ความผิดเกี่ยวกับการกอการรายตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๑๓๕/๑ มาตรา ๑๓๕/๒ มาตรา ๑๓๕/๓ และมาตรา ๑๓๕/๔ (๒) ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและการแปลง ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๔๐ ถึง มาตรา ๒๔๙ มาตรา ๒๕๔ มาตรา ๒๕๖ มาตรา ๒๕๗ และมาตรา ๒๖๖ (๓) และ (๔) .

ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 7 (๒ ทวิ) ความผิดเกี่ยวกับเพศตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๒๘๒ และ มาตรา ๒๘๓ (๓) ความผิดฐานชิงทรัพย ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๓๙ และ ความผิดฐานปลนทรัพย ตามที่บัญญัติไวในมาตรา ๓๔๐ ซึ่งไดกระทํา ในทะเลหลวง .

ความสัมพันธระหวางกฎหมายระหวางประเทศกับ กฎหมายภายใน .

ทฤษฎีความสัมพันธ • ทฤษฎีเอกนิยม (Monistic Theory: Monism) • ทฤษฎีทวินิยม (Dualistic Theory: Dualism) .

เอกนิยม (Monism) • กฎหมายระหวางประเทศและกฎหมายภายในเปนอันหนึ่งอัน เดียวกัน => Unity มี 2 ทฤษฎีรองรับ • กฎหมายภายในเหนือกฎหมายระหวางประเทศ Jellinek • อํานาจอธิปไตย • Consent to be bound • รัฐธรรมนูญสรางกฎหมายระหวางประเทศ • กฎหมายระหวางประเทศเหนือกฎหมายภายใน Kelsen .

ทวินิยม (Dualism) กฎหมายระหวางประเทศตางจากกฎหมายภายใน • • • • ที่มาตาง Pacta sunt servanda กับกระบวนการนิติ บัญญัติ วัตถุประสงค บังคับระหวางปจเจก กับระหวางรัฐ กฎหมายระหวางประเทศจะเปนกฎหมายไทยก็ตอเมื่อ มีการแปลง Transformation หรืออนุวัติการ Implementation .

ประเทศไทย • รัฐธรรมนูญกําหนดใหการทําสนธิสัญญาเปนอํานาจของฝาย บริหารซึ่งดําเนินการในนามพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย • แตใหสนธิสัญญาบางประเภทตองไดรับความเห็นชอบจากรัฐสภา เสียกอน .

ประเทศไทย • รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ. ๒๕๕๗ • มาตรา ๒๓ วรรคแรก บัญญัติวา พระมหากษัตริยทรงไวซึ่งพระราชอํานาจในการทํา หนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญา อื่น กับนานาประเทศหรือกับองคการระหวาง ประเทศ .ศ.

ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๒๓ วรรคสอง • หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณา เขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอํานาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหวางประเทศ หรือจะตองออกพระราชบัญญัติเพื่อให การเปนไปตามหนังสือสัญญา หรือที่กระทบตอความมั่นคงทางเศรษฐกิจ หรือสังคมของประเทศอยางกวางขวาง ตองไดรับความเห็นชอบของสภา นิติบัญญัติแหงชาติ ในการนี้ สภานิติบัญญัติแหงชาติจะตองพิจารณาให แลวเสร็จภายในหกสิบวันนับแตวันที่ไดรับเรื่อง .ประเทศไทย • รัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.

ประเทศไทย • รัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา ๒๓ วรรคสามและสี่ • หนังสือสัญญาที่กระทบตอความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ อยางกวางขวางตามวรรคสอง หมายถึง หนังสือสัญญาเกี่ยวกับการคาเสรี เขตศุลกากรรวม หรือการใหใชทรัพยากรธรรมชาติหรือทําใหประเทศตอง สูญเสียสิทธิในทรัพยากรธรรมชาติทั้งหมดหรือบางสวน หรือการอื่นตามที่ กฎหมายบัญญัติ • เมื่อมีปญหาวาหนังสือสัญญาใดเปนกรณีตามวรรคสองหรือวรรคสาม หรือไม คณะรัฐมนตรีจะขอใหศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก็ได ทั้งนี้ ใหศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยใหแลวเสร็จภายในสามสิบวันนับแตวันที่ไดรับคําขอ .

ประเทศไทย • รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓ กลาวถึง • หนังสือสัญญาสันติภาพ • สัญญาสงบศึก และ • สัญญาอื่น • ดังนั้น คําวา “สัญญาอื่น” ยอมหมายถึง หนังสือสัญญาที่ทํา กับนานาประเทศ ซึ่งตองอยูภายใตบังคับ ของกฎหมาย ระหวางประเทศ .

2. 3. 1. มีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทย หรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตย หรือมีเขตอํานาจตามหนังสือ สัญญาหรือตามกฎหมายระหวางประเทศ หรือ จะตองออกพระราชบัญญัติเพื่อใหการเปนไปตามหนังสือ สัญญา หรือ มีผลกระทบตอความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของ ประเทศอยางกวางขวาง หรือมีผลผูกพันดานการคา การ ลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอยางมีนัยสําคัญ .กรณีตองขอความเห็นชอบจาก สนช.

เขตที่มีสิทธิอธิปไตย • คือบริเวณนอกอาณาเขตที่รัฐมีอํานาจบางประการ อยางจํากัดเทาที่กฎหมายระหวางประเทศรับรองไว เชน EEZ ๒๐๐ ไมลทะเล รัฐมีสิทธิอธิปไตยเกี่ยวกับ การสํารวจ และแสวงประโยชนจาก ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งที่มีชีวิตและไมมีชีวิต .

.

.

การระงับขอพิพาทระหวางประเทศโดยสันติวิธี .

การระงับขอพิพาทโดยสันติวิธี 1. การตกลงของคูพิพาท • การเจรจาทางการทูต Negotiation 2. การมีสวนรวมของบุคคลที่สาม • • • การจัดเจรจา Good Office การไกลเกลี่ย Mediation การสืบสวนหาขอเท็จจริง Inquiry .

การมีสวนรวมของบุคคลทีส่ าม : การจัดเจรจา Good Office การไกลเกลี่ย Mediation การสืบสวนหาขอเท็จจริง Inquiry 3. . ศาลระหวางประเทศ : ICJ. อนุญาโตตุลาการ 5. ITLS. การระงับโดยองคการระหวางประเทศ : UN องคการระหวาง ประเทศระดับภูมิภาค องคการระหวางประเทศเฉพาะ 4.การระงับขอพิพาทโดยสันติวิธี 1. การตกลงของคูพิพาท : การเจรจาทางการทูต Negotiation 2. WTO Tribunal. ICC.

ความรับผิดชอบของรัฐ .

กฎหมายการทูต .

กฎหมายระหวางประเทศเกี่ยวกับการจํากัดการใชกําลัง ทางทหาร .

กฎหมายสัญชาติ .

ไดสัญชาติหรือไม (โดยการเกิด/หลังการเกิด) 2. ไดกลับคืนสัญชาติหรือไม .สัญชาติ • เปนจุดเชื่อมระหวางรัฐกับปจเจกชน • หนาที่ตอรัฐของคนชาติ – ความคุมกันทางการทูตตอคนชาติ • ระบบสัญชาติ 1. เสียสัญชาติหรือไม 3.

การไดสัญชาติ • การไดสัญชาติโดยการเกิด • หลักสืบสายโลหิต (jus sanguinis) • สืบสายโลหิตจากบิดา/ สืบสายโลหิตจากมารดา • หลักดินแดน (jus soli) • การไดสัญชาติหลังการเกิด • • • • การสมรส การแปลงสัญชาติ การเปลี่ยนแปลงอํานาจอธิปไตยเหนือดินแดน คําสั่งของฝายบริหาร .

๒) ๒๕๓๕ มาตรา ๗ “บุคคลดังตอนี้ยอมไดสัญชาติไทยโดยการเกิด (๑) ผูเกิดโดยบิดาหรือมารดาเปนผูมีสัญชาติไทย ไมวาจะเกิดใน หรือนอกราชอาณาจักรไทย..การไดสัญชาติโดยการเกิดโดยสืบสายโลหิต พ.” • ตองคลอดและอยูรอดเปนทารก ปพพ. มาตรา ๑๕ • ขณะเกิดบิดาหรือมารดามีสัญชาติไทย • เปนบิดาโดยชอบดวยกฎหมาย กอนหรือขณะที่เกิด .ร..สัญชาติ ๒๕๐๘ (ฉ.บ.

การไดสัญชาติโดยการเกิดตามหลักดินแดน พ.บ..สัญชาติ ๒๕๐๘ (ฉ.๒) ๒๕๓๕ มาตรา ๗ “บุคคลดังตอนี้ยอมไดสัญชาติไทยโดยการเกิด .ร. (๒) ผูเกิดในราชอาณาจักรไทย ยกเวนบุคคลตามมาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง” ..

มาตรา 7 ทวิ วรรคหนึ่ง ผูเกิดในราชอาณาจักรไทย โดยบิดาและมารดาเปนคนตางดาว ยอมไม ไดรับสัญชาติไทย ถาในขณะที่เกิดบิดาตามกฎหมายหรือบิดาซึ่งมิไดมี การสมรสกับมารดา หรือมารดาของผูนั้นเปน (๑) ผูที่ไดรับการผอนผันใหพักอาศัยอยูในราชอาณาจักรไทยเปนกรณี พิเศษ เฉพาะราย (๒) ผูที่ไดรับอนุญาตใหเขาอยูในราชอาณาจักรไทยเพียงชั่วคราว หรือ (๓) ผูที่เขามาอยูในราชอาณาจักรไทยโดยไมไดรับอนุญาตตามกฎหมาย วาดวยคนเขาเมือง .

สัญชาติ ๒๕๐๘ มาตรา ๙ หญิงซึ่งเปนคนตางดาวและไดสมรสกับผูมีสัญชาติ ไทย ถาประสงคจะ ไดสัญชาติไทย ใหยื่นคําขอตอพนักงาน เจาหนาที่ตามแบบและวิธีการที่กําหนดในกฎกระทรวง การอนุญาตหรือไมอนุญาตใหไดสัญชาติไทยใหอยูใน ดุลพินิจของรัฐมนตรี .การไดสัญชาติหลังการเกิดโดยการสมรส • การถือสัญชาติของหญิงตามสามี พ.ร.บ.

การแปลงสัญชาติโดยวิธีปกติ มาตรา ๑๐ คนตางดาวซึ่งมีคุณสมบัติครบถวนดังตอไปนี้อาจขอแปลงสัญชาติเปนไทยได (๑) บรรลุนิติภาวะแลวตามกฎหมายไทยและกฎหมายที่บุคคลนั้นมีสญ ั ชาติ (๒) มีความประพฤติดี (๓) มีอาชีพเปนหลักฐาน (๔) มีถูมิลําเนาในราชอาณาจักรไทยตอเนื่องมาจนถึงวันที่ยื่นคําขอแปลง สัญชาติ เปนไทยเปนเวลาไมนอยกวาหาป (๕) มีความรูภาษาไทยตามที่กําหนดในกฎกระทรวง .

แปลงสัญชาติโดยวิธีพิเศษ มาตรา ๑๑ บทบัญญัติในมาตรา ๑๐ (๔) และ(๕) มิใหนํามาใชบังคับ ถาผูขอ แปลงสัญชาติเปนไทย (๑) ไดกระทําความดีความชอบเปนพิเศษตอประเทศไทย หรือ ไดทําคุณประโยชนใหแกทางราชการซึง่ รัฐมนตรีเห็นสมควร (๒) เปนบุตรหรือภริยาของผูซึ่งไดแปลงสัญชาติเปนไทย หรือ ของผูไดกลับคืน สัญชาติไทย (๓) เปนผูไดเคยมีสัญชาติไทยมากอน .

การไดสัญชาติหลังการเกิดกรณีอื่น ๆ • การไดสัญชาติหลังการเกิดโดยการเปลี่ยนแปลงอํานาจ อธิปไตยเหนือดินแดน • กรณีการยกดินแดนให การแบงแยกดินแดน การผนวก ดินแดน • การไดสัญชาติหลังการเกิดโดยคําสั่งของฝายบริหาร .

การเสียสัญชาติไทย • โดยการแสดงเจตนาของเอกชน • การแปลงสัญชาติเปนคนตางดาว (Naturalization) • การสละสัญชาติ (Renunciation) • การถูกถอนสัญชาติ • ฝายตุลาการ • ฝายปกครอง .

๔) ๒๕๕๑ มาตรา ๑๓ ชายหรือหญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและไดสมรสกับคนตางดาวและ อาจถือสัญชาติ ของภริยาหรือสามีได ตามกฎหมายวาดวย สัญชาติของภริยาหรือสามี ถาประสงคจะสละสัญชาติไทย ให แสดงความจํานงตอพนักงานเจาหนาที่ตามแบบและวิธีการที่ กําหนดในกฎกระทรวง .บ.การแปลงสัญชาติเปนตางดาว พ. สัญชาติ ๒๕๐๘ (ฉ.ร.

การสละสัญชาติ มาตรา 14 (ฉ.๔) ผูมีสัญชาติไทยซึ่งเกิดในขณะที่บิดาหรือมารดาเปนคนตางดาว และไดสัญชาติของบิดาหรือมารดาดวยตามกฎหมายวาดวยสัญชาติของ บิดาหรือมารดา หรือผูซึ่งไดสัญชาติไทย ตามมาตรา ๑๒ วรรคสอง หรือ มาตรา ๑๒/๑ (๒) และ (๓) ถายังประสงคจะถือสัญชาติอื่นอยูตอไป ให แสดงความจํ า นงสละสั ญ ชาติ ไ ทยตามแบบและวิ ธี ก ารที่ กํ า หนดใน กฎกระทรวง ภายในหนึ่งปนับแตวันที่มีอายุครบยี่สิบปบริบูรณ เมื่อได พิจารณาความจํานงดังกลาวแลว เห็นวามี หลักฐาน เชื่อถือไดวาผู นั้นอาจถือสัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่นได จริงก็ใหรัฐมนตรีอนุญาต เวนแตในระหวางประเทศไทยมีการรบ หรืออยู ในสถานะสงคราม รัฐมนตรีจะสั่งระงับการสละสัญชาติไทยรายใดก็ได .

การสละสัญชาติ มาตรา ๑๕ (ฉ.๒) นอกจากกรณีตามมาตรา ๑๔ ผูซึ่งมีสัญชาติไทยและ สัญชาติ อื่น หรือผูซึ่งไดสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติ ถาประสงค จะสละ สัญชาติไทย ใหยื่นคําขอตอพนักงานเจาหนาที่ตาม แบบและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวงการอนุญาตหรือไม อนุญาตใหสละสัญชาติไทย ใหอยูในดุลพินิจของรัฐมนตรี .

การเสียสัญชาติไทยโดยฝายตุลาการ (ฉ.๑๗) ผูซึ่งมีมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเปนคนตาง ดาวอาจถูกถอนสัญชาติไทยได เมื่อปรากฏวา (๑) ไปอยูในตางประเทศที่บิดาหรือมารดามีหรือเคยมีสัญชาติเปนเวลาติดตอกัน เกินหาป นับแตวันที่บรรลุนิติภาวะ (๒) มีหลักฐานแสดงวาใชสัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่น หรือฝกใฝ อยูในสัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่น (๓) กระทําการใด ๆ อันเปนการกระทบกระเทือนตอความมั่นคง หรือขัดตอ ประโยชนของรัฐ หรือเปนการเหยียดหยามประเทศชาติ (๔) กระทําการใด ๆ อันเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือ ศีลธรรมอันดีของ ประชาชน การถอนสัญชาติไทยตาม (๑) หรือ (๒) ใหรัฐมนตรีเปนผูสั่ง สวนการถอนสัญชาติ ไทยตาม (๓) หรือ (๔) เมื่อพนักงานอัยการรองขอให ศาลเปนผูสั่ง .๔ ม.

การเสียสัญชาติไทยโดยฝายตุลาการ (ฉ.๑๗) ผูซึ่งมีมีสัญชาติไทยเพราะเกิดในราชอาณาจักรไทย โดยมีบิดาหรือมารดาเปนคนตาง ดาวอาจถูกถอนสัญชาติไทยได เมื่อปรากฏวา (๑) ไปอยูในตางประเทศที่บิดาหรือมารดามีหรือเคยมีสัญชาติเปนเวลาติดตอกัน เกินหาป นับแตวันที่บรรลุนิติภาวะ (๒) มีหลักฐานแสดงวาใชสัญชาติของบิดาหรือมารดาหรือสัญชาติอื่น หรือฝกใฝ อยูในสัญชาติของบิดาหรือสัญชาติอื่น (๓) กระทําการใด ๆ อันเปนการกระทบกระเทือนตอความมั่นคง หรือขัดตอ ประโยชนของรัฐ หรือเปนการเหยียดหยามประเทศชาติ (๔) กระทําการใด ๆ อันเปนการขัดตอความสงบเรียบรอยหรือ ศีลธรรมอันดีของ ประชาชน การถอนสัญชาติไทยตาม (๑) หรือ (๒) ใหรัฐมนตรีเปนผูสั่ง สวนการถอนสัญชาติ ไทยตาม (๓) หรือ (๔) เมื่อพนักงานอัยการรองขอให ศาลเปนผูสั่ง .๔ ม.

การกลับคืนสัญชาติไทย • การขอกลับคืนของหญิงไทยที่สมรสกับคนตางดาว • การขอกลับคืนสัญชาติไทยของบุคคลที่เสียสัญชาติไทย ตามผูแทนโดยชอบธรรม .

การขอกลับคืนของหญิงไทยที่สมรสกับคนตางดาว มาตรา ๒๓ หญิงซึ่งมีสัญชาติไทยและไดสละสัญชาติไทยใน กรณีที่ได สมรสกับคนตางดาวตามมาตรา ๑๓ ถาไดขาดจาก การสมรสแลวไมวาดวย เหตุใด ๆ ยอมมีสิทธิขอกลับคืน สัญชาติไทยไดการขอกลับคืนสัญชาติไทยใหยื่นแสดงความ จํานงตอพนักงานเจาหนาที่ ตามแบบและวิธีการที่กําหนดใน กฎกระทรวง .

การกลับคืนสัญชาติไทยของบุคคลที่เสียสัญชาติ ไทยตามผูแทนโดยชอบธรรม • มาตรา ๒๔ ผูซึ่ง มีสัญชาติไทยและไดเสียสัญชาติไทยตามบิดาหรือ มารดา ขณะที่ตนยังไมบรรลุนิติภาวะ ถาประสงคจะกลับคืนสัญชาติไทย ใหยื่น คําขอตอพนักงานเจาหนาที่ตามแบบและวิธีการที่กําหนด ในกฎกระทรวง ภายในสองป นั บ แต วั น ที่ บ รรลุ นิ ติ ภ าวะตาม กฎหมายไทยและกฎหมายที่ บุ ค คลนั้ น มี สั ญ ชาติ ก ารอนุ ญ าต หรื อ ไม อ นุ ญ าตให ก ลั บ คื น สั ญ ชาติ ไ ทย ให อ ยู ใ นดุ ล พิ นิ จ ของ รัฐมนตรี .

คนตางดาว .

นิติฐานะของคนตางดาว • • • • • • การเขาเมือง การทํางาน การถือครองที่ดิน การถือกรรมสิทธิ์อาคารชุด การประกอบธุรกิจ สิทธิอื่น ๆ .

นิติฐานะของคนตางดาว • การเขาเมือง : การตรวจลงตราในฐานะคนเขาเมือง • การทํางาน : พระราชบัญญัติ การทํางานของคนตางดาว พ. ๒๕๕๑ อาชีพตองหามสําหรับคนตางดาว • การถือครองที่ดิน : ประมวลกฎหมายที่ดิน • การถือกรรมสิทธิ์อาคารชุด : พ.ร.บ.บ.ร.อาคารชุด • การประกอบธุรกิจ : พ.ศ.การประกอบธุรกิจของคนตางดาว • สิทธิอื่น ๆ .

นิติฐานะของคนตางดาว • • • • • การเขาเมือง การทํางาน การถือครองที่ดิน การถือกรรมสิทธิ์อาคารชุด การประกอบธุรกิจ สิทธิอื่น ๆ .

หลักเกณฑทวั่ ไปเกี่ยวกับการขัดกันระหวางกฎหมาย และ พระราชบัญญัติวาดวยการขัดกันแหงกฎหมาย .

การขัดกันแหงกฎหมาย
• นิติสัมพันธระหวางเอกชนที่มีองคประกอบตางชาติ





สัญชาติตางกัน
ภูมิลําเนาตางกัน
ถิ่นที่อยูตางกัน
นิติสัมพันธเกิดขึ้นในตางประเทศ
นิติสัมพันธมีผลตางประเทศ
ทรัพยตั้งอยูในตางประเทศ

กฎหมายขัดกัน
• การยอนสง (Renvoi)

การขัดกันแหงอํานาจศาล และการยอมรับและบังคับคํา
พิพากษาศาลตางประเทศ

ความรวมมือระหวางประเทศในการปราบปราม อาชญากรรม .

Title Lorem ipsum dolor sit amet. sed do eiusmod tempor incididunt ut labore et dolore magna aliqua. . consectetur adipisicing elit.