หนวยการเรียนรูที่ 4

คลาย
ความ
ความคล

มาตรฐานการเรียนรู
มาตรฐาน ค 3.2
มาตรฐาน ค 6.1
มาตรฐาน ค 6.2
มาตรฐาน ค 6.3
มาตรฐาน ค 6.4
มาตรฐาน ค 6.5

:
:
:
:
:
:

ผลการเรียนรูที่คาดหวัง

ขอ 1
1. บอกสมบัติของการคลายกันของ
ขอ 1 และ ขอ 2
รูปสามเหลี่ยม และบอกเงื่อนไขที่ทําให
ขอ 1
รูปสามเหลี่ยมสองรูปคลายกันได
2. ใชสมบัติของรูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน
ขอ 1
ในการใหเหตุผลและแกปญหาได
ขอ 1 และ ขอ 2
ขอ 1

สาระการเรียนรู
4.1 รูปเรขาคณิตที่คลายกัน (4 คาบ)
4.2 รูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน (4 คาบ)
4.3 การนําไปใช (4 คาบ)

พรอมหรือยัง ? ถาพรอมแลว ก็เริม่ เรียนแลวนะครับ

141

142

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

MATH
Series

4.1 รูปเรขาคณิตทีคล
่ คลายกัน

จุดประสงคการเรียนรู
ดานความรู : นักเรียนสามารถ
1. ระบุเงื่อนไขที่ทําใหรูปหลายเหลี่ยมสองรูปคลายกันได
2. บอกสมบัติการคลายกันของรูปหลายเหลี่ยมได

ดานทักษะ / กระบวนการ : นักเรียนมีความสามารถใน
1. การคิดคํานวณ
2. การแกปญหา
3. การใหเหตุผล
4. การสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนําเสนอ
5. การเชื่อมโยง
ดานคุณลักษณะ : ปลูกฝงใหนักเรียน
6. ความคิดริเริ่มสรางสรรค
1. มีความรับผิดชอบ
2. มีความสนใจใฝรู
3. มีความรอบคอบ มีระเบียบวินัย
4. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
5. มีวิจารณญาณและทํางานอยางเปนระบบ
6. ตระหนัก ในคุ ณ ค า และมี เ จตคติที่ ดีต อวิ ช า
คณิตศาสตร

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

143

รูปเรขาคณิตที่คลายกัน
ในชีวิตประจําวันของนักเรียนมักจะพบเห็นสิ่งของที่มีความคลายกันอยูเสมอ ซึ่งสิ่งของที่มี
ความคลายกันนั้นจะมีรูปรางรางเหมือนกัน แตอาจมีขนาดแตกตางกัน เชน หมอชุด แกวชุด ถาดชุด
เปนตน นอกจากนี้ภาพที่ไดจากการถายเอกสารซึ่งมีขนาดเทากัยตนฉบับ หรือภาพที่ไดจากการยอ
หรือขยาย ก็เปนรูปที่คลายกัน
ดังนั้นวัตถุหรือภาพที่ยอหรือขยายสวนใหมีขนาดใหญขึ้นหรือใหมีขนาดเล็กลง อยางได
สัดสวนกันและเหมือนภาพจรองหรือวัตถุจริง จะเรียกวา รูปคลาย
นักเรียนลองยกตัวอยางสิ่งของที่เปนรูปคลายที่พบในชีวิตประจําวันอีก 5 อยาง
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
รูปคูใดที่คลายกันหนอ?
ใหนักเรียนพิจารณารูปเรขาคณิตในแตละรูปวาคูใดเปนรูปที่คลายกัน
1
8

9

3

2
12

5

7

4

6

11

13
10

17

14

15
19

16

…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

144

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

จากกิจกรรมขางตน จะสังเกตเห็นวา รูปเรขาคณิตสองรูปเปนรูปที่คลายกัน เมื่อรูปเรขาคณิต
ทั้งสองนั้นมีรูปรางเหมือนกัน แตอาจมีขนาดเทากันหรือแตกตางกันก็ได
พิจารณารูปเรขาคณิตตอไปนี้
A

B

เมื่อรูปเรขาคณิต A และรูปเรขาคณิต B เปนรูปที่คลายกัน จะเขียนวา
รูปเรขาคณิต A ∼ รูปเรขาคณิต B
อานวารูปเรขาคณิต A คลายกับรูปเรขาคณิต B
ดังนั้นรูปเรขาคณิตที่เทากันทุกประการจะเปนรูปที่คลายกันดวย แลวนักเรียนทราบไหม?
รูปเรขาคณิตที่คลายกันจําเปนหรือไมจะเปนรูปเรขาคณิตที่เทากันทุกประการ ตอบ…………………..
สมบัติของความคลายของรูปเรขาคณิต A, B และ C ใด ๆ ดังนี้
1. สมบัติสะทอน :
2. สมบัตสิ มมาตร :

รูปเรขาคณิต A ∼ รูปเรขาคณิต A
ถารูปเรขาคณิต A ∼ รูปเรขาคณิต B แลว
รูปเรขาคณิต B ∼ รูปเรขาคณิต A
3. สมบัติถายทอด : ถารูปเรขาคณิต A ∼ รูปเรขาคณิต B และ
รูปเรขาคณิต B ∼ รูปเรขาคณิต C แลว
รูปเรขาคณิต A ∼ รูปเรขาคณิต C
การที่ความคลายมีสมบัติสามประการขางตน เรากลาววา คลายเปนความสัมพันธสมมูล

สํารวจรูปหลายเหลี่ยม
กํ า หนดให ,ABCD และ ,PQRS เป น รู ป ที่ ค ล า ยกั น โดย ,PQRS เป น รู ป ขยายของ
รูป ,ABCD ดังรูป
C

15

B

Q

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

145

ใหนักเรียนทํากิจกรรมตอไปนี้
1. เปรียบเทียบขนาดของมุมคูที่สมนัยกันแตละคูตอไปนี้
Aˆ กับ Pˆ ………………………………… Bˆ กับ Qˆ …………………………………..
Cˆ กับ Rˆ ………………………………… Dˆ กับ Sˆ ……………………………………
2. หาอัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันตอไปนี้
AB
BC
……………………………………… …………………………………………
QR
PQ
CD
DA
……………………………………… …………………………………………
RS
SP
3. เปรียบเทียบอัตราสวนที่ไดในขอ 2
…………………………………………………………………………………………...

ในทางคณิตศาสตร ใหบทนิยามของรูปหลายเหลี่ยมที่คลายกัน ดังนี้
บทนิยาม

รูปหลายเหลี่ยมสองรูปที่คลายกัน ก็ตอเมื่อ รูปหลายเหลี่ยมสองรูปนั้นมี
1. ขนาดของมุมคูที่สมนัยกันมีขนาดเทากันเปนคู ๆ ทุกคู และ
2. อัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันทุกคูเปนอัตราสวนที่เทากัน

เมื่อกลาวถึงรูปหลายเหลี่ยมสองรูปที่คลายกัน เราจะเขียนจุดยอดมุมที่สมนัยกันใหอยูใน
อันดับเดียวกัน เชน มีรูป ก คลายกับรูป ข ดังรูป
S
D
T
R
E

C

P
Q
A
B
เราจะเขียนวา ร BCDE ∼ รูป PQRST ซึ่งหมายถึง
1. ขนาดของมุมคูที่สมนัยกันมีขนาดเทากันเปนคู ๆ ทุกคูตามลําดับ คือ
Aˆ = Pˆ , Bˆ = Qˆ , Cˆ = Rˆ , Dˆ = Sˆ และ Eˆ = Tˆ
2. อัตราสวนของความยาวของดานคูที ่สมนัยกันทุกคูเปนอัตราสวนที่เทากัน คือ
AB BC CD DE EA
=
=
=
=
PQ QR RS ST TP

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

146

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

การเขี ย นวา รูป ABCDE ∼ รู ป PQRST เปน การแสดงการจั ก คู ระหว างมุ ม และด า นคู ที่
สมนัยกัน ดังนี้
Aˆ ↔ Pˆ
AB ↔ PQ
Bˆ ↔ Qˆ
BC ↔ QR
Cˆ ↔ Rˆ
และ
CD ↔ RS
Dˆ ↔ Sˆ
DE ↔ ST
Eˆ ↔ Tˆ
EA ↔ TP
นําไปใช

การพิจารณาวา รูปหลายเหลี่ยมสองรูปใด ๆ เปนรูปที่คลายกันหรือไม จะตอง
พิจารณาใหครบทั้งสององคประกอบ ดังนี้
1. มีขนาดของมุมคูที่สมนัยกันมีขนาดเทากันเปนคู ๆ ทุกคูหรือไม และ
2. มีอัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันทุกคูเปนอัตราสวนที่เทากัน
หรือไม

ตัวอยางที่ 1

จากรูป สี่แหลี่ยมผืนผา ABCD และรูปสี่แหลี่ยมผืนผา PQRS เปนรูปที่คลายกัน
หรือไม
R
S
D
C
8
6

5
A
วิธีทํา

B

P

7

Q

จะเห็นวา ,ABCD และ ,PQRS ………………………………………………….
เหตุผล มีขนาดของมุมคูที่สมนัยกันมีขนาดเทากันเปนคู ๆ ทุกคูหรือไม
……………………………………………………………………………………….
มีอัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันทุกคูเปนอัตราสวนที่เทากันหรือไม
……………………………………………………………………………………….

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย
ตัวอยางที่ 2

147

จากรูป สี่แหลี่ยมจัตุรัส PQRS และรูปสี่แหลี่ยมขนมเปยกปูนผืนผา WXYZ เปนรูป
ที่คลายกันหรือไม
S

6

Z

R

Y
6

P

Q

W

X

วิธีทํา

จะเห็นว ,PQRS และ , YZ …………………………………………………
เหตุผล มีขนาดของมุมคูที่สมนัยกันมีขนาดเทากันเปนคู ๆ ทุกคูหรือไม
……………………………………………………………………………………….
มีอัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันทุกคูเปนอัตราสวนที่เทากันหรือไม
……………………………………………………………………………………….

ตัวอยางที่ 3

จากรูป กําหนดรูป BROWN คลายกับรูป FLASH จงหาขนาดของมุมทุกมุมที่ไมได
ระบุไว
S
W
150๐
A
H
N
50๐ O

วิธีทํา

110๐
140๐
R
L
B
F
เนื่องจากรูป BROWN ∼ FLASH ดังนั้น
Bˆ = Fˆ = ……………… Rˆ = Lˆ = ………………
Qˆ = Aˆ = ……………… Wˆ = Sˆ = ………………
พิจารณารูปหาเหลี่ยม
แนะ : ผลรวมของขนาดของมุมภายใน
ทั้งสามมุมของรูปสามเหลี่ยมเทากับ……
ื่
เนองจากผลรวมของขนาดของมุ
มภายในทั้งหามุมของรูปหาเหลี่ยมเทากับ…………
และผลรวมของขนาดของมุมภายในทั้งสี่ที่ทราบแลวเทากับ………………………...
ดังนั้น ขนาดของมุมที่เหลือ Nˆ = Hˆ = ……………………………………………...
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

148
ตัวอยางที่ 4

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

จากรูป กําหนดรูป ABCD คลายกับรูป KLMN จงหา
1) อัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกัน
2) คา x, y และ z
3) ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมทั้งสองรูป
4) อัตราสวนของความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมทั้งสองรูป
40
C
N
y
D
20
z
10
A

วิธีทํา

x

B

K

24

M
32
L

เนื่องจากรูป ,ABCD ∼ ,KLMN จะได
1) อัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันของ ,ABCD และ ,KLMN คือ
x y 10 20
= = = = ……….
24 40 z 32
2) จากขอ 1)
x
= ………. จะได …………………… ดังนั้น x = ………… หนวย
24
y
= ………. จะได …………………… ดังนั้น y = ………… หนวย
40
10
= ………. จะได …………………… ดังนั้น z = ………… หนวย
z
3) ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยม ,ABCD เทากับ ……………………………
ความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยม ,KLMN เทากับ …………………………...
4) อัตราสวนของความยาวรอบรูปของ ,ABCD ตอความยาวของรูป ,KLMN
เปน ……………………………………………………………………………..

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

149

กิจกรรมที่ 4.1 : ทักษะการการแกปญหา ใหเหตุผล สื่อสาร สื่อความหมาย
นําเสนอและเชื่อมโยง
1. จากรูป รูปสี่เหลี่ยมในแตละขอตอไปนี้เปนรูปที่คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
1)
Z
C
6
D
4
4

6
A

วิธีทํา

2)

6

4

4

B

6

X
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
G

7

5
L
วิธีทํา

Y

W

N
5

7

O

K

8

6
B

C
6

8

A

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

150

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

2. จากรูป ,ABCD ∼ ,KLMN จงหาขนาดของมุมทุกมุมที่ไมไดระบุไว
N
K
C
H
120๐

R
วิธีทํา

80๐

I

65๐

B

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….

3. จากรูป กําหนดให ,COLD ∼ ,WARM จงหา
1) ขนาดของมุม Aˆ และ Cˆ
2) ความยาวของดาน DL และความยาวของดาน MW
3) อัตราสวนของความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมทั้งสองรูป
D
M
6
L
15
C
วิธีทํา

A

12

80๐
O

W

8

R

A

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

151

4. รูปสามเหลี่ยมดานเทาสองรูปใด ๆ เปนรูปที่คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
5. รูปสามเหลี่ยมหนาจั่วสองรูปใด ๆ เปนรูปที่คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
6. รูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสสองรูปใด ๆ เปนรูปที่คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
7. รูปหกเหลี่ยมดานเทาสองรูปใด ๆ เปนรูปที่คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
8. รูปหกเหลี่ยมดานเทามุมเทาสองรูปใด ๆ เปนรูปที่คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
9. รูปสี่เหลี่ยมสองรูปที่มีความยาวของเสนรอบรูปเทากันเปนรูปที่คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
ตอบ………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...
……………………………………………………………………………………………………...

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

152

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

MATH
Series

4.2 รูปสามเหลี่ยมที่คล
คลายกัน

จุดประสงคการเรียนรู

กั เรียนสามารถ
1. บอกบทนิยามของรูปสามเหลี่ยมสองรูปคลายกันได
2. ระบุเงื่อนไขเกี่ยวกับอัตราสวนของความยาวของดานที่ทําให
รูปสามเหลี่ยมสองรูปคลายกันได
3. ใชสมบัติของรูปสามเหลี่ยมที่คลายกันในการใหเหตุผลได

ดานทักษะ / กระบวนการ : นักเรียนมีความสามารถใน
1. การคิดคํานวณ
2. การแกปญหา
3. การใหเหตุผล
สื่อความหมาย และการนําเสนอ
5. การเชื่อมโยง
ดานคุณลักษณะ : ปลูกฝงใหนักเรียน
6. ความคิดริเริ่มสรางสรรค
1. มีความรับผิดชอบ
2. มีความสนใจใฝรู
3. มีความรอบคอบ มีระเบียบวินัย
4. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
5. มีวิจารณญาณและทํางานอยางเปนระบบ
6. ตระหนั ก ในคุ ณ ค า และมี เ จตคติ ที่ ดี ต อ วิ ช า
คณิตศาสตร

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

153

รูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน
นักเรียนศึกษาเกี่ยวกับบทนิยามของรูปหลายเหลี่ยมที่คลายกัน ฉะนั้นเราสามารถนําบทนิยาม
นี้มากําหนดเปนเงื่อนไขพิจารณาความคลายกันของรูปสามเหลี่ยม ดังนี้
C
F
A
B
D
E
จากบทนิยามของรูปหลายเหลี่ยมที่คลายกัน +ABC ∼ +DEF ก็ตอเมื่อ
1. ขนาดของมุมคูที่สมนัยกันมีขนาดเทากันเปนคู ๆ ทุกคูตามลําดับ คือ
ˆ Bˆ = Eˆ และ Cˆ = Fˆ
Aˆ = C,
2. อัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันทุกคูเปนอัตราสวนที่เทากัน คือ
AB BC CA
=
=
DE EF FD
ในทางคณิตศาสตร ใหบทนิยามของรูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน ดังนี้
รูปสามเหลี่ยมสองรูปที่คลายกัน ก็ตอเมื่อ รูปสามเหลี่ยมสองรูปนั้นมีขนาดของมุม
เทากันเปนคู ๆ สามคู

บทนิยาม

นักเรียนพิจารณารูปตอไปนี้ เมื่อกําหนด +ABC ∼ +DEF
C

A

F
B

D

E

จากรูป +ABC และ +DEF มีขนาดของมุมเทากันสามคู คือ
ˆ = EFD
ˆ = FDE
ˆ และ CAB
ˆ
ˆ = DEˆ F , BCA
ABC
และมีดานที่สมนัยกันสามดาน คือ
AB สมนัยกับ DE , BC สมนัยกับ EF และ CA สมนัยกับ FD

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

154
ตัวอยางที่ 1

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

รูปสามเหลี่ยมที่กําหนดใหในแตละขอตอไปนี้ เปนรูปสามเหลี่ยมที่คลายกันหรือไม
เพราะเหตุใด
1) G
C
A

2)

O

D

T

B

I

54๐

3)

8
41๐

G
C

X

41๐
E

A 70๐

D
B

วิธีทํา

A

70๐

1) +DOG ∼ +CAT เพรา มุมที่มีขนาดเทากันเปนคู ๆ สามคู คือ
ˆ ………………………………………………………………………..
Dˆ = C…
2) +BIG ∼ +MAX เพราะมีมุมที่มีขนาดเทากันเปนคู ๆ สามคู ดังนี้
จาก +BIG มี Bˆ = 180 – 54 – 41 = ……………………………………………
จาก +MAX มี Aˆ = ……………………………………………………………
ดังนั้น……………………………………………………………………………
3) +ABC และ +DEF ไมเปนรูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน เพราะเนื่องจาก +ABC
เปนสามเหลี่ยมหนาจั่ว มี Aˆ = ………… จะได Bˆ = Cˆ = ……………………..
เนื่องจาก +DEF เปนสามเหลี่ยมหนาจั่ว มี Eˆ = ………… และ Fˆ = …………
จะได Dˆ = ………………………
ดังนั้น……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………...

เพื่อความสะดวกและรวดเร็ว การพิจารณาหามุมคูที่มีขนาดเทากันเปนคู ๆ สามคู ควรเริ่มจาก
มุมคูที่ขนาดเล็กที่สุดไปหามุมคูที่มีขนาดใหญที่สุดหรือกลับกัน
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

155

นักเรียนทราบมาแลววา ถารูปสามเหลี่ยมสองรูปมีขนาดของมุมเทากันเปนคู ๆ สามคู ก็เพียง
พอที่จะสรุปวารูปสามเหลี่ยมสองรูปนั้นเปนรูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน
นอกจากนี้ยังมีทฤษฎีบทที่ชวยในการพิจารณาวารูปสามเหลี่ยมสองรูปเปนรูปสามเหลี่ยมที่
คลายกันหรือไม ดังนี้
ทฤษฎีบท

ถาอัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันทุกคูของรูปสามเหลี่ยมสองรูป
เปนอัตราสวนที่เทากัน แลวรูปสามเหลี่ยมสองรูปนั้นเปนรูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน

สําหรับการพิสูจนนั้นขอละไวใหเปนแบบฝกหัดสําหรับนักเรียน
จากการศึกษาขางตน การพิจารณาวารูปสามเหลี่ยมสองรูปเปนรูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน
หรือไม ใหพิจารณาดังนี้
การพิจารณาวา รูปสามเหลี่ยมสองรูปเปนรูปสามเหลี่ยมที่คลายกันหรือไม จะตองพิจารณา
เงื่อนไขใดเงื่อนไขหนึ่งจากสองเงื่อนไขตอไปนี้เพียงเงื่อนไขเดียวก็เปนการเพียงพอ ดังนี้
1. รูปสามเหลี่ยมสองรูปนั้นมีขนาดของมุมเทากันเปนคู ๆ สามคู หรือ
2. มีอัตราสวนของความยาวของดานคูที่สมนัยกันทุกคูเปนอัตราสวนที่เทากันหรือไม
ในทํานองเดียวกับการพิจารณาหามุมคูที่มีขนาดเทากันเปนคู ๆ สามคู การพิจารณาหาดานคู
ที่สมนัยกัน ก็ควรเริ่มจากดานคูที่มีขนาดสั้นที่สุดไปหาดานคูที่มียาวที่สุดหรือกลับกัน
ตัวอยางที่ 2

จากรูป รูปสามเหลี่ยมสองรูปที่กําหนดใหในแตละขอตอไปนี้ เปนรูปสามเหลี่ยมที่
คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
1)
R
C
14
21
16
8
12

A
2)

B

P

F

28
L

18

D
1

E

N
M

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

156

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

AC 8
= =
หาอัตราสวนของความยาวของ
RQ 14
ดานคูที่สั้นที่สุดไปจนถึง
AB 12
=
=
อัตราสวนของความยาวของดาน
RP
BC
=
=
PQ 28
ดังนั้น……………………………………………………………………………
DF 10
เปนอัตราสวนของความยาว
2) เนื่องจาก
= =
NL 12
ของดานคูที่สั้นที่สดุ
EF 15
=
=
ML
เป
าว
DE
=
=
ของดานคูที่ยาวที่สดุ
NM 21
ดังนั้น……………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………...

วิธีทํา

1) เนื่องจาก

ตัวอยางที่ 3

จากรูป รูปสามเหลี่ยมสองรูปที่กําหนดใหเปนรูปสามเหลี่ยมที่คลายกันหรือไม และ
จงหาขนาดของมุมที่เหลือทุกมุม
R
U
12
8
10
15
46
54๐
Q
16
P
S
T
11
QR 12
เนื่องจาก
=
S
8
RP 15
=
=
UT
PQ
=
=
=
และ
TS 11
ดังนั้น……………………………………………………………………………
จะได Tˆ = Pˆ = …………
Qˆ = Sˆ = …………
และ Rˆ = Uˆ = …………………………………………..

วิธีทํา

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย
ตัวอยางที่ 2

157

จากรูป จงหาคา x และ y
C
x
A

วิธีทํา

1

P
y

B

พิจารณา +ABC และ +PQR
A Bˆ + Cˆ
+ Qˆ + Rˆ = ………
Aˆ = Pˆ
Bˆ = Qˆ
จะได
Cˆ = ………
ดังนั้น +ABC ∼ +PQR
AC BC
จะได
=
หรือ
PR QR

ดังนั้น
และ
ดังนั้น
นั่นคือ

10
R
าด งมุม ในทั้งสามมุมของรูป
สามเหลี่ยมรวมกันเทากับ………องศา)
(กํ
(กําหนดให)
(กําหนดให)
((สมบั
สมบัติของการเทากัน)

x 9
=
10 6
……………………….
……………………….
AB BC
12 9
=
หรือ
=
PQ QR
y 6
……………………….
……………………….
x = ………………หนวย และ y = ………………หนวย

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

158
ตัวอยางที่ 3

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

จากรูป จงหาคา x และ y

S
10

5

x

I

E
วิธีทํา

14

27

พิจารณา +SIT
+SEA
ˆ = SEA
ˆ
SIT
ˆ
ISˆ T = ESA
ˆ
ˆ = SAE
STI

T

y
A

(กําหนดให)
(มุมรวม)
(ขนาดของมุมภายในทั้งสามมุมของรูป
สามเหลี่ ย มรวมกั น เท ากั บ ………องศา
เมื่อมุมสองคูมีขนาดเทากัน มุมคูที่เหลือ
จึงมีขนาดเทากัน)

ดังนั้น +SIT ∼ +SEA
IT SI
=
หรือ
จะได
EA SE
ดังนั้น
และ

ดังนั้น
นั่นคือ

x
=
27
……………………….
……………………….
ST SI
14
=
=
หรือ
SA SE
14+y
……………………….
……………………….
……………………….
……………………….
x = ………………หนวย และ y = ………………หนวย

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

159

กิจกรรมที่ 4.2 : ทักษะการการแกปญหา ใหเหตุผล สื่อสาร สื่อความหมาย
นําเสนอและเชื่อมโยง

1. จากรูป รูปสามเหลี่ยมแ
1)

T
40๐

A
วิธีทํา

2)

3)

N

60๐

A

B

60๐

58๐

O

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
M
A

วิธีทํา

B

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
Y
N
40๐
52๐
M

วิธีทํา

50๐

P

O
B
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

160

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

4)

วิธีทํา

5)

N
R
A
A
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
T
T

4 40 4
4
4
C

วิธีทํา

6)

A

A

R

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
D

A
วิธีทํา

V
38๐๐
40

C
38๐

K
S

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

161

2. จากรูป รูปสามเหลี่ยมสองรูปในแตละขอตอไปนี้ เปนรูปที่คลายกันหรือไม เพราะเหตุใด
D
1)
Y
10
6
O 5
12
G
8
วิธีทํา

2)

B
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
R
10
A
20
15
T

วิธีทํา

8

12

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….

3)

B
12

16

C

24

18
36

วิธีทํา

N

D

……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………….
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

162

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

3. กําหนดรูปสามเหลี่ยมสองรูปที่คลายกัน จงหาคา x และ y
1)
……………………………………………………………
……………………………………………………………
B
……………………………………………………………
x
y
O 6
F ……………………………………………………………
15
M
……………………………………………………………
4
5
……………………………………………………………
R ……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
2)

……………………………………………………………
……………………………………………………………
25
20
……………………………………………………………
x
U
……………………………………………………………
N
y
5 ……………………………………………………………
E
A ……………………………………………………………
27
……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...

3)

S

……………………………………………………………
P
……………………………………………………………
9
……………………………………………………………
S
x
……………………………………………………………
12
6
y
R ……………………………………………………………
Q 9 T
……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

163

4)

……………………………………………………………
M
……………………………………………………………
……………………………………………………………
x
……………………………………………………………
28
……………………………………………………………
y
Q
P
15 ……………………………………………………………
12
O ……………………………………………………………
N
30
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...

5)

……………………………………………………………
15 y E ……………………………………………………………
……………………………………………………………
x
U
25 ……………………………………………………………
32
20
……………………………………………………………
S
……………………………………………………………
T
……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
N

D ……………………………………………………………
……………………………………………………………
C
y
60 ……………………………………………………………
……………………………………………………………
42
P
28
……………………………………………………………
A 24 Q x R 48 B ……………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...

6)

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

164

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

AB DE BC EF
CA FD
4. กําหนด +ABC ∼ +DEF จงแสดงวา
= ,
=
และ
=
BC EF CA FD
AB DE
A
D

B

C

E

F

…………………………………………………………………………………………………...
…………… ………………………… ……………………………… ………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
5. ใน +ABC มีจุด D บน AB ที่ AD : AB = 2 : 3 เมื่อลาก DE ขนานกับ BC และพบ AC ที่จุด E
2
จงพิสูจนวา DE = BC
A
3
D

E

B
C
…………………………………………………………………………………………………...
………………………… …………………………………… ……………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
…………………………………………………………………………………………………...
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

165

MATH
Series

5.3 การนําไปใช

จุดประสงคการเรียนรู
ดานความรู : นักเรียนสามารถ
1. ใช ส มบั ติ ข องรู ป สามเหลี่ ย มที่ ค ล า ยกั น ใน
การแกปญหาได

ดานทักษะ / กระบวนการ : นักเรียนมีความสามารถใน
1. การคิดคํานวณ
2. การแกปญหา
3. การใหเหตุผล
4. การสื่อสาร การสื่อความหมาย และการนําเสนอ
5. การเชื่อมโยง
ดานคุณลักษณะ : ปลูกฝงใหนักเรียน
6. ความคิดริเริ่มสรางสรรค
1. มีความรับผิดชอบ
2. มีความสนใจใฝรู
3. มีความรอบคอบ มีระเบียบวินัย
4. มีความเชื่อมั่นในตนเอง
5. มีวิจารณญาณและทํางานอยางเปนระบบ
6. ตระหนั ก ในคุ ณ ค า และมี เ จตคติ ที่ ดี ต อ วิ ช า
คณิตศาสตร

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

166

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

การนําไปใช
เราสา มารถนํ า ความรู เ กี่ย วกับ รูป สามเหลี่ ย มที่ ค ลา ยกัน มาประยุก ต ใ ช ใ นการแก ปญ หา
เกี่ยวกับระยะทางหรือการหาระยะที่มีความยาวมาก ๆ เชน ความสูงของอาคาร ความสูงของเสาธง
ความสูงของตนไม ความสูงของเสาไฟฟา เปนตน ดังตัวอยางตอไปนี้
ตัวอยางที่ 1
วิธีทํา

พี่บาวตองการประมาณความสูงของตนไมโดยใชเงา เขาวัดเงาตนไมไดยาว 8 เมตร
วัดเงาของตนเองไดยาว 2 เมตร ถาพี่บาวสูง 1.5 เมตร ตนไมจะสูงเทาไร
จากขอมูลในโจทย เขียนแผนภาพไดดังนี้
B
ให ตนไมสูงเทากับ BT = x เมตร
OT แทนความยาวของเงาตนไม เทากับ 8 เมตร
x AS แทนความสูงของพี่บาว เทากับ 1.5 เมตร
A
1.5
OS แทนความยาวของเงาของพี่บาว เทากับ 2 เมตร
O 2
T
เนื่องจาก

BTˆ P = ………
ˆ
AOˆ S = BOT
(มุมรวม)
ˆ = OBT
ˆ
จะได OAS
(มุมภายในทั้งสามมุมของรูปสามเหลี่ยมรวมกัน
เทากับ………องศา เมื่อมุมสองคูมีขนาดเทากัน
มุมคูที่เหลือจึงมีขนาดเทากัน)
ดังนั้น +AOS ∼ +BOT
AS OS
=
จะได
BT OT
1.5 2
=
x 8

……………………………
……………………………
จะได
x = ………….
ดังนั้น ตนไมสง…………………เมตร

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย
ตัวอยางที่ 2
วิธีทํา

167

นองออมมองเห็นเงาของเสาไฟฟาทอดยาวไป 25 เมตร และมีเสาตนเล็ก ๆ ทอดเงา
ไปทางเดียวกันยาว 5 เมตร ถาเสาตนเล็ก ๆ นี้สูง 3 เมตร เสาไฟฟาจะสูงเทาไร
จากขอมูลในโจทย เขียนแผนภาพไดดังนี้
A
ให เสาไฟฟาสูงเทากับ AB = x เมตร
CD แทนความสูงของเสาตนเล็ก ๆ เทากับ 3 เมตร
DE แทนความความยาวของเงาเสา เทากับ 5 เมตร
C
BE แทนความยาวของเงาของเสาไฟฟา เทากับ 25
3
E
5 เมตร
25
พิจารณา +AB และ +CDE จะได
ˆ = CDE
ˆ = ……… (………………………………)
ABE
ˆ
(………………………………)
AEˆ B = CED
ˆ = …………
(มุมภายในทั้งสามมุมของรูปสามเหลี่ยมรวมกัน
จะได BAE
เทากับ………องศา เมื่อมุมสองคูมีขนาดเทากัน
มุมคูที่เหลือจึงมีขนาดเทากัน)
ดังนั้น +ABE ∼ +CDE
AB BE
=
จะได
CD DE
……………………………
……………………………
……………………………
จะได
x = ………….
ดังนั้น เสาไฟฟา สูง…………………เมตร

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

168
ตัวอยางที่ 3

วิธีทํา

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

ˆ และ
การหาความกวางของแมน้ํา โดยใชรูปสามเหลี่ยมที่คลายกันดังรูป มี ABO
ˆ เปนมุมฉาก มีระยะ CD = 6 เมตร, BO = 80 เมตร และ DO = 80 เมตร ที่จุด C
CDO
มองและเล็งมาตามแนว CA ผานจุด O โดยที่ CD // BA จงหาระยะ AB
จากขอมูลในโจทย เขียนแผนภาพไดดังนี้
8
D
C
8
O
25
A
B
ให AB แทนความกวางของแมน้ํา
พิจารณา +BOA และ +DOC จะได
ˆ = CDO
ˆ = ……… (………………………………)
ABO
ˆ
(………………………………)
BOˆ A = COD
ˆ = …………
(มุมภายในทั้งสามมุมของรูปสามเหลี่ยมรวมกัน
จะได DCO
เทากับ………องศา เมื่อมุมสองคูมีขนาดเทากัน
มุมคูที่เหลือจึงมีขนาดเทากัน)
ดังนั้น +BOA ∼ +DOC
AB BO
=
จะได
CD DO
……………………………
……………………………
จะได
AB = ………….
ดังนั้น ความกวา งของแมน้ําเทากับ…………………เมตร

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย
ตัวอยางที่ 4

วิธีทํา

169

โจตองการหาความสูงของหนาผาแหงหนึ่ง จึงนําไมสามเหลี่ยมมุมฉาก ABC ที่มี
ดานประกอบมุมฉาก AB = 40 เซนติเมตร และ BC = 30 เซนติเมตร โดยใหดาน AB
ขนานกับพื้นดิน และนํารูปสามเหลี่ยม ABC มาเล็งยอดหนาผา ณ จุดที่หางจากหนา
ผา 600 เมตร ถาระดับสายตาของโจอยูสูงจากพื้นดิน 1.5 เมตร จงหาวาหนาผาสูง
เทาไร
E
จากขอมูลในโจทย เขียนแผนภาพไดดังนี้
C
0 ซม.
A
1.5 เมตร

40 ซม.

B
600

D

พิจารณา +ABC และ +ADE จะได
ˆ = EAD
ˆ = ……… (………………………………)
CAB
ˆ
(………………………………)
ABˆ C = ADE
ˆ = …………
(มุมภายในทั้งสามมุมของรูปสามเหลี่ยมรวมกัน
จะได BCA
เทากับ………องศา เมื่อมุมสองคูมีขนาดเทากัน
มุมคูที่เหลือจึงมีขนาดเทากัน)
ดังนั้น +ABC ∼ +ADE
DE AD
=
จะได
BC AB
……………………………
……………………………
จะได
DE = ………….
นั่นคือ ความสูงของหนาผาเทากับ……………………………………เมตร
ดังนั้น ความสูงของหนาผาเทากับ…………………เมตร

ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

170

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

กิจกรรมที่ 4.3 : ทักษะการคิดวิเคราะห แกปญหา ใหเหตุผล
สื่อความหมาย และการเชื่อมโยง
1. บูมสูง 1.6 เมตร ในขณะที่เงาของอาคารเรียนหลังหนึ่งยาว 12.5 เมตร เขาวัดความยาวของเงาของ
เขาที่ทอดไปตามพื้นไดยาว 1.33 เมตร ดังรูป จงหาความสูงของอาคารเรียน
A
D
1.6
B

12.5

C

E

1.33 F

……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

171

2. ภูบดินทรตองการทราบความสูงของตึกหลังหนึ่ง จึงสรางอุปกรณและสํารวจหาขอมูลโดยตัด
กระดาษแข็งเปนรูปสามเหลี่ยมมุมฉากที่มีขนาดดังรูปสามเหลี่ยม PQR และใชกระดาษแข็งนี้เล็ง
หาจุดยอดของตึก จากการสํารวจพบวา ความสูงจากเทาถึงตาของภูบดินทรวัดได 1.5 เมตร จุดที่
S
ยืนเล็งดูยอดตึกหางจากตึก 20 เมตร จงหาวาตึกสูงกี่เมตร
Q
0 ซม.
P 30 ซม. R

Q
P

R
20 เมตร

T
U

……………………………………………………………………………………………………
……………………………
……………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

172

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

3. เบียรตองการหาความกวางของแมน้ําในหมูบาน ซึ่งกําหนดจุด A และ B เปนความกวางของ
แมน้ํา และใชความรูเรื่องรูปสามเหลี่ยมที่คลายกัน ไดระยะตาง ๆ ดังรูป จงหาความกวางของ
แมน้ําระหวางจุด A และ B
A
แมน้ํา
C
4 ม.
D

120 ม.

B

6 ม.

……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

173

4. ตํารวจดับเพลิงนายหนึ่ง ใชบันไดยาว 6 เมตร ปนขึ้นหนาตางเพื่อไปชวยเหลือเด็กชายธรรมดา
บนอาคารซึ่งอยูสูงจากพื้น 5 เมตร เมื่อขึ้นบันไดไปได 3 เมตร ปรากฏวาพลัดตกลงมา จงหา
ตํารวจดับเพลิงตกลงมาถึงพื้นที่ความสูงเทาไร (แนะ : วาดรูปประกอบ)

……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

174

สื่อเสริมสาระการเรียนรู คณิตศาสตรพื้นฐาน ม.3

5. ตึกแหงหนึ่งสูง 10 เมตร มีเสาธงตั้งหางจากตึก 8 เมตร อับดุลเลาะยืนมองยอดตึก พบวายอดเสา
ธงและยอดตึกอยูในแนวเดียวกันกับสายตาพอดี ถาเขาสูง 1.5 เมตร และเสาธงสูง 5.75 เมตร
จงหาวาเขายืนหางจากเสาธงกี่เมตร (แนะ : วาดรูปประกอบ)

……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

หนวยการเรียนรูที่ 4 ความคลาย

175

ชวนคิดคณิตศาสตร
คูใคร คูมัน
ลองทํากิจกรรมดู แลวคุณจะรู
รูปที่กําหนดขางลางนี้มี BC ขนานกับ DE , BG ขนานกับ DF และ GC ขนานกับ FE
จงหาวามีรูปสามเหลี่ยมที่คลายกันกี่คู คูใดบาง
A

B

C
G

E

D
F

…………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………… ……………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
ครูครรชิต แซโฮ โรงเรียนจันทรประภัสสรอนุสรณ สพท.ยะลา เขต 3

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful