You are on page 1of 6

เรื่อง : คนทีจ

่ ะสอบแพ่ง 1
เรื่องที่สำำคัญของแพ่ง 1
1.เรื่องควำมสำมำรถของผู้เยำว์ ผู้ไรูควำมสำมำรถ เสมือนไรู
ควำมสำมำรถ
2.เรื่องของนิ ติกรรม กำรแสดงเจตนำ (เป็ นโมฆะ โมฆียะ)
3.เรื่องของสัญญำและผลของสัญญำ สัญญำต่ำงตอบแทน
มำตรำที่ควรทำำควำมเขูำใจ
มำตรำ 15 สภำพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแลูวอย่้รอดเป็ น
ทำรกและสิ้นสุดลงเมื่อตำย
ทำรกในครรภ์มำรดำก็สำมำรถมีสิทธิต่ำง ๆ ไดู หำกว่ำภำย
หลังคลอดแลูวอย่้รอดเป็ นทำรก
มำตรำ 16 กำรนับอำยุของบุคคล ใหูเริ่มนับแต่วันเกิด ใน
กรณีท่ีรู้ว่ำเกิดในเดือน
ใดแต่ไม่รู้วันเกิด ใหูนับวันที่หนึ่ งแห่งเดือนนั้นเป็ นวันเกิด แต่
ถูำพูนวิสัยที่จะหยั่งรูเ้ ดือนและวันเกิดของบุคคลใด ใหูนับอำยุ
บุคคลนั้นตั้งแต่วันตูนปี ปฏิทิน ซึ่งเป็ นปี ที่บุคคลนั้นเกิด
มำตรำ 17 ในกรณีบุคคลหลำยคนตำยในเหตุภยันตรำยร่วม
กันถูำเป็ นกำรพูนวิสัยที่จะกำำหนดไดูว่ำคนไหนตำยก่อนหลัง
ใหูถือว่ำตำยพรูอมกัน
มำตรำ 19 บุคคลย่อมพูนจำกภำวะผู้เยำว์และบรรลุนิตภ ิ ำวะ
เมื่อมีอำยุย่ีสิบปี บริบ้รณ์
มำตรำ 20 ผู้เยำว์ย่อมบรรลุนิตภ ิ ำวะเมื่อทำำกำรสมรส หำก
กำรสมรสนั้นไดูทำำตำมบทบัญญัติมำตรำ 1448
มำตรำ 21 ผู้เยำว์จะทำำนิ ติกรรมใด ๆ ตูองไดูรับควำมยินยอม
ของผู้แทนโดยชอบ
ธรรมก่อน กำรใด ๆ ที่ผู้เยำว์ไดูทำำลงปรำศจำกควำมยินยอม
เช่นว่ำนั้นเป็ นโมฆียะ เวูนแต่จะบัญญัติไวูเป็ นอย่ำงอื่น
มำตรำ 22 ผู้เยำว์อำจทำำกำรใด ๆ ไดูท้ังสิน ้ หำกเป็ นเพียง
เพื่อจะไดูไปซึ่งสิทธิอันใดอันหนึ่ ง หรือเป็ นกำรเพื่อใหูหลุดพูน
จำกหนูำที่อันใดอันหนึ่ ง
มำตรำ 25 ผู้เยำว์อำจทำำพินัยกรรมไดูเมื่ออำยุสิบหูำปี บริ
บ้รณ์
มำตรำ 28 บุคคลวิกลจริตผู้ใด ถูำค่้สมรสก็ดี ผู้บุพกำรีกล่ำว
คือ บิดำ มำรดำ ป่ ้ย่ำตำยำย ทวดก็ดี ผู้สืบสันดำนกล่ำวคือ
ล้ก หลำน เหลน ลื่อก็ดี ผู้ปกครองหรือผู้พิทักษ์ก็ดี ผู้ซึ่ง
ปกครองด้แลบุคคลนั้นอย่ก ้ ็ดี หรือพนักงำนอัยกำรก็ดี รูองขอ
ต่อศำลใหูส่ังใหูบุคคลวิกลจริตผู้น้ันเป็ นคนไรูควำมสำมำรถ
ศำลจะสั่งใหูบุคคลวิกลจริตผู้น้ันเป็ นคนไรูควำมสำมำรถก็ไดู
บุคคลซึ่งศำลไดูส่ังใหูเป็ นคนไรูควำมสำมำรถตำมวรรคหนึ่ ง
ตูองจัดใหูอย่้ใน
ควำมอนุบำล กำรแต่งตั้งผู้อนุบำล อำำนำจหนูำที่ของผู้อนุบำล
และกำรสิน ้ สุดของควำมเป็ น
ผู้อนุบำล ใหูเป็ นไปตำมบทบัญญัติบรรพ 5 แห่งประมวล
กฎหมำยนี้
คำำสั่งของศำลตำมมำตรำนี้ ใหูประกำศในรำชกิจจำนุเบกษำ
มำตรำ 29 กำรใด ๆ อันบุคคลซึ่งศำลสั่งใหูเป็ นคนไรูควำม
สำมำรถไดูกระทำำลงกำรนั้นเป็ นโมฆียะ
มำตรำ 30 กำรใด ๆ อันบุคคลวิกลจริตซึ่งศำลยังมิไดูส่ังใหู
เป็ นคนไรูควำมสำมำรถไดูกระทำำลง กำรนั้นจะเป็ นโมฆียะต่อ
เมื่อไดูกระทำำในขณะที่บุคคลนั้นจริตวิกลอย่้ และค่้กรณีอีก
ฝ่ ำยหนึ่ งไดูรู้แลูวดูวยว่ำผู้กระทำำเป็ นคนวิกลจริต
มำตรำ 155 กำรแสดงเจตนำลวงโดยสมรู้กับค่้กรณีอีกฝ่ ำย
หนึ่ งเป็ นโมฆะ แต่จะยกขึ้นเป็ นขูอต่อสู้บุคคลภำยนอกผู้
กระทำำกำรโดยสุจริต และตูองเสียหำยจำกกำรแสดงเจตนำ
ลวงนั้นมิไดู
ถูำกำรแสดงเจตนำลวงตำมวรรคหนึ่ งทำำขึ้นเพื่ออำำพรำง
นิ ตกิ รรมอื่น ใหูนำำบทบัญญัติของกฎหมำยอันเกี่ยวกับ
นิ ตก ิ รรมที่ถก
้ อำำพรำงมำใชูบังคับ
มำตรำ 157 กำรแสดงเจตนำโดยสำำคัญผิดในคุณสมบัติของ
บุคคลหรือทรัพย์สินเป็ นโมฆียะควำมสำำคัญผิดตำมวรรคหนึ่ ง
ตูองเป็ นควำมสำำคัญผิดในคุณสมบัติซึ่งตำมปกติถือว่ำเป็ น
สำระสำำคัญ ซึ่งหำกมิไดูมค ี วำมสำำคัญผิดดังกล่ำวกำรอันเป็ น
โมฆียะนั้นคงจะมิไดูกระทำำขึ้น
มำตรำ 158 ควำมสำำคัญผิดตำมมำตรำ 156 หรือมำตรำ
157 ซึ่งเกิดขึ้นโดยควำมประมำทเลินเล่ออย่ำงรูำยแรงของ
บุคคลผู้แสดงเจตนำ บุคคลนั้นจะถือเอำควำมสำำคัญผิดนั้นมำ
ใชูเป็ นประโยชน์แก่ตนไม่ไดู
มำตรำ 159 กำรแสดงเจตนำเพรำะถ้กกลฉูอฉลเป็ นโมฆียะ
กำรถ้กกลฉูอฉลที่จะเป็ นโมฆียะตำมวรรคหนึ่ ง จะตูองถึง
ขนำดซึ่งถูำมิไดูมีกลฉูอฉลดังกล่ำว กำรอันเป็ นโมฆียะนั้น
คงจะมิไดูกระทำำขึ้น
ถูำค่้กรณีฝ่ำยหนึ่ งแสดงเจตนำเพรำะถ้กกลฉูอฉลโดยบุคคล
ภำยนอก กำรแสดงเจตนำนั้นจะเป็ นโมฆียะต่อเมื่อค่ก ้ รณีอีก
ฝ่ ำยหนึ่ งไดูรู้หรือควรจะไดูรู้ถึงกลฉูอฉลนั้น
มำตรำ 161 ถูำกลฉูอฉลเป็ นแต่เพียงเหตุจ้งใจใหูคก ่้ รณีฝ่ำย
หนึ่ งยอมรับขูอกำำหนดอันหนักยิ่งกว่ำที่ค่้กรณีฝ่ำยนั้นจะ
ยอมรับโดยปกติ ค่ก ้ รณีฝ่ำยนั้นจะบอกลูำงกำรนั้นหำไดูไม่
แต่ชอบที่จะเรียกเอำค่ำสินไหมทดแทนเพื่อควำมเสียหำยอัน
เกิดจำกกลฉูอฉลนั้นไดู
มำตรำ 173 ถูำส่วนหนึ่ งส่วนใดของนิ ตก ิ รรมเป็ นโมฆะ
นิ ตกิ รรมนั้นย่อมตกเป็ นโมฆะทั้งสิ้น เวูนแต่จะพึงสันนิ ษฐำน
ไดูโดยพฤติกำรณ์แห่งกรณีว่ำ ค่้กรณีเจตนำจะใหูส่วนที่ไม่
เป็ นโมฆะนั้นแยกออกจำกส่วนที่เป็ นโมฆะไดู
มำตรำ 175 โมฆียะกรรมนั้น บุคคลต่อไปนี้ จะบอกลูำงเสีย
ก็ไดู
(1) ผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้เยำว์ซึ่งบรรลุนิติภำวะแลูว แต่
ผู้เยำว์จะบอกลูำงก่อนที่ตนบรรลุนิตภ ิ ำวะก็ไดูถูำไดูรับควำม
ยินยอมของผู้แทนโดยชอบธรรม
(2) บุคคลซึ่งศำลสั่งใหูเป็ นคนไรูควำมสำมำรถหรือคน
เสมือนไรูควำมสำมำรถ
เมื่อบุคคลนั้นพูนจำกกำรเป็ นคนไรูควำมสำมำรถหรือคน
เสมือนไรูควำมสำมำรถแลูว หรือผู้อนุบำลหรือผู้พิทักษ์ แลูว
แต่กรณี แต่คนเสมือนไรูควำมสำมำรถจะบอกลูำงก่อนที่ตน
จะพูนจำกกำรเป็ นคนเสมือนไรูควำมสำมำรถก็ไดูถูำไดูรับ
ควำมยินยอมของผู้พิทักษ์
(3) บุคคลผู้แสดงเจตนำเพรำะสำำคัญผิด หรือถ้กกลฉูอฉล
หรือถ้กข่มข่้
(4) บุคคลวิกลจริตผู้กระทำำนิ ติกรรมอันเป็ นโมฆียะตำม
มำตรำ 30 ในขณะที่จริตของบุคคลนั้นไม่วก ิ ลแลูว
ถูำบุคคลผู้ทำำนิ ตก ิ รรมอันเป็ นโมฆียะถึงแก่ควำมตำยก่อนมี
กำรบอกลูำงโมฆียะกรรม ทำยำทของบุคคลดังกล่ำวอำจบอก
ลูำงโมฆียะกรรมนั้นไดู
มำตรำ 176 โมฆียะกรรมเมื่อบอกลูำงแลูว ใหูถือว่ำเป็ นโมฆะ
มำแต่เริ่มแรก และใหูผู้เป็ นค่้กรณีกลับคืนส่้ฐำนะเดิม ถูำ
เป็ นกำรพูนวิสย ั จะใหูกลับคืนเช่นนั้นไดู ก็ใหูไดูรับค่ำเสียหำย
ชดใชูใหูแทน
ถูำบุคคลใดไดูรู้หรือควรจะไดูรู้ว่ำกำรใดเป็ นโมฆียะ เมื่อบอก
ลูำงแลูว ใหูถือว่ำบุคคลนั้นไดูรู้ว่ำกำรนั้นเป็ นโมฆะ นับแต่วัน
ที่ไดูรู้หรือควรจะไดูรู้ว่ำเป็ นโมฆียะ
หูำมมิใหูใชูสิทธิเรียกรูองอันเกิดแต่กำรกลับคืนส่้ฐำนะเดิม
ตำมวรรคหนึ่ ง เมื่อพูนหนึ่ งปี นับแต่วันบอกลูำงโมฆียะกรรม
มำตรำ 177 ถูำบุคคลผู้มีสิทธิบอกลูำงโมฆียะกรรมตำม
มำตรำ 175 ผู้หนึ่ งผู้ใดไดูใหูสัตยำบันแก่โมฆียะกรรม ใหู
ถือว่ำกำรนั้นเป็ นอันสมบ้รณ์มำแต่เริ่มแรก แต่ท้ังนี้ ย่อมไม่
กระทบกระเทือนถึงสิทธิของบุคคลภำยนอก
มำตรำ 178 กำรบอกลูำงหรือใหูสัตยำบันแก่โมฆียะกรรม
ย่อมกระทำำไดูโดยกำรแสดงเจตนำแก่ค่้กรณีอีกฝ่ ำยหนึ่ งซึ่ง
เป็ นบุคคลที่มต ี ัวกำำหนดไดูแน่ นอน
มำตรำ 179 กำรใหูสัตยำบันแก่โมฆียะกรรมนั้น จะสมบ้รณ์
ต่อเมื่อไดูกระทำำ
ภำยหลังเวลำที่ม้ลเหตุใหูเป็ นโมฆียะกรรมนั้นหมดสิน ้ ไปแลูว
บุคคลซึ่งศำลไดูส่ังใหูเป็ นคนไรูควำมสำมำรถ คนเสมือนไรู
ควำมสำมำรถหรือบุคคลวิกลจริต ผู้กระทำำนิ ตก ิ รรมอันเป็ น
โมฆียะตำมมำตรำ 30 จะใหูสัตยำบันแก่โมฆียะกรรม
ไดูต่อเมื่อไดูรู้เห็นซึ่งโมฆียะกรรมนั้นภำยหลังที่บุคคลนั้นพูน
จำกกำรเป็ นคนไรูควำมสำมำรถ
คนเสมือนไรูควำมสำมำรถ หรือในขณะที่จริตของบุคคลนั้นไม่
วิกล แลูวแต่กรณี
ทำยำทของบุคคลผู้ทำำนิ ติกรรมอันเป็ นโมฆียะ จะใหูสัตยำบัน
แก่โมฆียะกรรม
ไดูนับแต่เวลำที่ผู้ทำำนิ ตกิ รรมนั้นถึงแก่ควำมตำย เวูนแต่สิทธิ
ที่จะบอกลูำงโมฆียะกรรมของผู้ตำยนั้นไดูสิ้นสุดลงแลูว
บทบัญญัติวรรคหนึ่ งและวรรคสองมิใหูใชูบังคับ ถูำกำรใหู
สัตยำบันแก่โมฆียะกรรมกระทำำโดยผู้แทนโดยชอบธรรม ผู้
อนุบำลหรือผู้พิทักษ์
มำตรำ 356 คำำเสนอทำำแก่บุคคลผู้อย่้เฉพำะหนูำ โดยมิไดูบ่ง
ระยะเวลำใหูทำำคำำสนองนั้น เสนอ ณ ที่ใดเวลำใดก็ย่อมจะ
สนองรับไดูแต่ ณ ที่น้ันเวลำนั้น ควำมขูอนี้ ท่ำนใหูใชูตลอดถึง
กำรที่บุคคลคนหนึ่ งทำำคำำเสนอไปยังบุคคลอีกคนหนึ่ งทำง
โทรศัพท์ดูวย
มำตรำ 357 คำำเสนอใดเขำบอกปั ดไปยังผู้เสนอแลูวก็ดี หรือ
มิไดูสนองรับภำยในเวลำกำำหนดดังกล่ำวมำในมำตรำทั้งสำม
ก่อนนี้ ก็ดี คำำเสนอนั้นท่ำนว่ำเป็ นอันสิ้นควำมผ้กพันแต่น้ันไป
มำตรำ 362 บุคคลออกโฆษณำใหูคำำมั่นว่ำจะใหูรำงวัลแก่ผู้
ซึ่งกระทำำกำรอันใด
ท่ำนว่ำจำำตูองใหูรำงวัลแก่บุคคลใด ๆ ผู้ไดูกระทำำกำรอันนั้น
แมูถึงมิใช่ว่ำผู้น้ันจะไดูกระทำำเพรำะเห็นแก่รำงวัล
มำตรำ 363 ในกรณีท่ีกล่ำวมำในมำตรำก่อนนี้ เมื่อยังไม่มี
ใครทำำกำรสำำเร็จดังบ่งไวูน้ันอย่้ตรำบใด ผู้ใหูคำำมั่นจะถอน
คำำมั่นของตนเสียโดยวิธเี ดียวกับที่โฆษณำนั้นก็ไดู
เวูนแต่จะไดูแสดงไวูในโฆษณำนั้นว่ำจะไม่ถอน
ถูำคำำมั่นนั้นไม่อำจจะถอนโดยวิธีดังกล่ำวมำก่อน จะถอนโดย
วิธีอ่ ืนก็ไดู แต่ถูำเช่นนั้นกำรถอนจะเป็ นอันสมบ้รณ์ใชูไดูเพียง
เฉพำะต่อบุคคลที่รู้
ถูำผู้ใหูคำำมั่นไดูกำำหนดระยะเวลำใหูดูวยเพื่อทำำกำรอันบ่งนั้น
ไซรู ท่ำนใหูสน ั นิ ษฐำนไวูก่อนว่ำผู้ใหูคำำมั่นไดูสละสิทธิท่ีจะ
ถอนคำำมั่นนั้นเสียแลูว
มำตรำ 369 ในสัญญำต่ำงตอบแทนนั้น ค่ส ้ ัญญำฝ่ ำยหนึ่ งจะ
ไม่ยอมชำำระหนี้
จนกว่ำอีกฝ่ ำยหนึ่ งจะชำำระหนี้ หรือขอปฏิบัติกำรชำำระหนี้ ก็ไดู
แต่ควำมขูอนี้ ท่ำนมิใหูใชูบังคับถูำหนี้ ของค่้สัญญำอีกฝ่ ำยหนึ่ ง
ยังไม่ถึงกำำหนด
มำตรำ 370 ถูำสัญญำต่ำงตอบแทนมีวัตถุท่ีประสงค์เป็ นกำร
ก่อใหูเกิดหรือโอนทรัพยสิทธิในทรัพย์เฉพำะสิ่ง และทรัพย์น้ัน
ส้ญหรือเสียหำยไปดูวยเหตุอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ งอันจะโทษล้กหนี้
มิไดูไซรู ท่ำนว่ำกำรส้ญหรือเสียหำยนั้นตกเป็ นพับแก่เจูำหนี้
ถูำไม่ใช่ทรัพย์เฉพำะสิ่ง ท่ำนใหูใชูบทบัญญัติท่ีกล่ำวมำใน
วรรคก่อนนี้ บังคับ
แต่เวลำที่ทรัพย์น้ันกลำยเป็ นทรัพย์เฉพำะสิ่งตำมบทบัญญัติ
แห่มำตรำ 195 วรรค 2 นั้นไป
มำตรำ 371 บทบัญญัตท ิ ่ีกล่ำวมำในมำตรำก่อนนี้ ท่ำนมิใหู
ใชูบังคับ ถูำเป็ นสัญญำต่ำงตอบแทนมีเงื่อนไขบังคับก่อน และ
ทรัพย์อันเป็ นวัตถุแห่งสัญญำนั้นส้ญหรือทำำลำยลงในระหว่ำง
ที่เงื่อนไขยังไม่สำำเร็จ
ถูำทรัพย์น้ันเสียหำยเพรำะเหตุอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ งอันจะโทษ
เจูำหนี้ มิไดู และเมื่อเงื่อนไขนั้นสำำเร็จแลูว เจูำหนี้ จะเรียกใหู
ชำำระหนี้ โดยลดส่วนอันตนจะตูองชำำระหนี้ ตอบแทนนั้นลง
หรือเลิกสัญญำนั้นเสียก็ไดูแลูวแต่จะเลือก แต่ในกรณีท่ีตูน
เหตุเสียหำยเกิดเพรำะฝ่ ำยล้กหนี้ น้ันท่ำนว่ำหำกระทบกระทั่ง
ถึงสิทธิของเจูำหนี้ ท่ีจะเรียกค่ำสินไหมทดแทนไม่
มำตรำ 372 นอกจำกกรณีท่ีกล่ำวไวูในสองมำตรำก่อน ถูำ
กำรชำำระหนี้ ตกเป็ นพูนวิสย ั เพรำะเหตุอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ งอัน
จะโทษฝ่ ำยหนึ่ งฝ่ ำยใดก็ไม่ไดูไซรู ท่ำนว่ำล้กหนี้ หำมีสิทธิจะ
รับชำำระหนี้ ตอบแทนไม่
ถูำกำรชำำระหนี้ ตกเป็ นพูนวิสย ั เพรำะเหตุอย่ำงใดอย่ำงหนึ่ ง
อันจะโทษเจูำหนี้ ไดู
ล้กหนี้ ก็หำเสียสิทธิท่ีจะรับชำำระหนี้ ตอบแทนไม่ แต่ว่ำล้กหนี้
ไดูอะไรไวูเพรำะกำรปลดหนี้ ก็ดี หรือใชูคุณวุฒิควำมสำมำรถ
ของตนเป็ นประกำรอื่นเป็ นเหตุใหูไดูอะไรมำ หรือแกลูงละเลย
เสียไม่
ขวนขวำยเอำอะไรที่สำมำรถจะทำำไดูก็ดี มำกนูอยเท่ำไร จะ
ตูองเอำมำหักกับจำำนวนอันตนจะไดูรับชำำระหนี้ ตอบแทน วิธี
เดียวกันนี้ ท่ำนใหูใชูตลอดถึงกรณีท่ีกำรชำำระหนี้ อันฝ่ ำยหนึ่ ง
ยังคูำงชำำระอย่้น้ันตกเป็ นพูนวิสัยเพรำะพฤติกำรณ์อันใดอัน
หนึ่ งซึ่งฝ่ ำยนั้นมิตูองรับผิดชอบ ในเวลำเมื่ออีกฝ่ ำยหนึ่ ง
ผิดนัดไม่รับชำำระหนี้
......มำตรำที่บอกมำทั้งหมดไม่ใช่เนูนว่ำจะออกสอบแต่เป็ น
มำตรำหลักที่ควรทำำควำมเขูำใจและที่สำำคัญ ควรอ่ำนคำำ
อธิบำยจำกตำำรำเรียนดูวย ใครไม่เขูำใจมำตรำไหนรีบซัก
ถำมเพื่อนๆซะนะคะ จะไดูไม่งงเวลำทำำขูอสอบ