You are on page 1of 3

การแบงยุคสมัยทางประวัติศาสตรของชาติตะวันออก

26. การแบงยุคสมัยทางประวัติศาสตรของจีน

จีนเปนชาติทมี่ ีความเจริญมาตั้งแตสมัยโบราณ มีอารยธรรมเกาแกจนไดชื่อวาเปนอูอารยธรรม


ของชาติตะวันตก (ชนชาติในทวีปเอเชีย) อาจแบงยุคสมัยทางประวัติศาสตรของจีนได ดังนี้
26.1 สมัยกอนประวัติศาสตร จีนเขาสูย ุคโลหะเมื่อประมาณ 2,000 ป กอนคริสตศักราช โดย
คนพบหลักฐานที่เกาแกที่สดุ เปนมีดทําดวยทองแดงพบที่มณฑลการซู (Gansu) นอกจากนั้น ยังมี
ภาชนะสําริดอืน่ ๆ ซึ่งมีอายุใกลเคียงกัน
26.2 สมัยประวัติศาสตร แหลงอารยธรรมของจีนถือกําเนิดในบริเวณที่ราบลุมแมน้ําฮวงโห
ทั้งนี้จีนเขาสู “สมัยประวัตศิ าสตร” ในสมัยราชวงคชาง (Shang Dynasty) ระหวาง 1,776-
1,112 ป กอนคริสตศักราช เมื่อมีการใชตัวหนังสือรูปภาพ เขียนบนกระดูกสัตวหรือกระดองเตา

การแบงยุคสมัยทางประวัติศาสตรของจีน แบงไดเปน 4 ยุค ดังนี้


(1) ประวัติศาสตรสมัยโบราณ (หรือสมัยคลาสสิก) เริ่มตั้งแตสมัยราชวงคชาง (Shang
Dynasty) และสิ้นสุดในสมัยราชวงคโจว (Chou Dynasty) ประมาณ 1,776 -221 ปกอน
คริสตศักราช จีนมีความเจริญรุงเรืองทางดานปรัชญา เชน ลัทธิขงจื้อ (Confucianism) ลัทธิเตา
(Taoism)

(2) ประวัติศาสตรสมัยจักรวรรดิ เริ่มตั้งแตสมัยราชวงศจิ๋น (Chin Dynasty) เมื่อ


ประมาณ 221 กอนคริสตศกั ราช จนกระทั่งถึงตอนปลายของสมัยราชวงศชิง หรือเช็ง (Ching
Dynasty) ซึ่งเปนราชวงคสุดทายของจีน ในป ค.ศ. 1912 เปนชวงเวลายาวนานกวา 2,000 ป เปน
ยุคที่จีนผนวกดินแดนอันกวางใหญไพศาลใหรวมอยูภายใตจักรวรรดิเดียวกัน

(3) ประวัติศาสตรสมัยใหม เริ่มตั้งแตตอนปลายสมัยราชวงศเช็ง( Ching Dynasty )


เปนตนมาเปนยุคที่จีนเผชิญหนากับภัยคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก เกิดการปฏิวัติลมลาง
ราชวงศเช็ง และสถาปนาระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐขึ้นแทนที่ เปนยุคที่จีนตกต่ําบานเมือง
ระส่ําระสายจนเกิดการปฏิวัติเขาสูระบอบสังคมนิยมในป ค.ศ.1949 ในที่สุด
(4) ประวัติศาสตรรวมสมัย เริ่มตั้งแตจีนปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเขาสูระบอบสังคม
นิยมหรือคอมมิวนิสต ในป ค.ศ.1949 เปนตนมาจนถึงปจจุบัน
27. อารยธรรมจีน

จีนเปนประเทศที่มีอารยธรรมเกาแกมีความเจริญรุงเรืองตอเนื่องกันมานานไมนอยกวา 4,000
ป มีกษัตริยปกครองเฉพาะราชวงศสําคัญรวม 10 ราชวงศ กอนจะปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองเขาสู
ระบอบสาธารณรัฐอารยธรรมจีนในสมัยราชวงศตาง ๆ มีดังนี้

27.1 ราชวงศชาง ( Shang Dynasty , 1776 – 1,122 ป กอนคริสตศักราช )


เปนราชวงศแรกของจีนมีความเจริญแบบนครรัฐ มีศูนยกลางการปกครองอยูบริเวณตอนกลางของลุม
แมน้ําฮวงโห มีการประดิษฐตัวหนังสือขึ้นใชเปนครั้งแรก และมีความเชื่อเรื่องการบูชาบรรพบุรุษ

27.2 ราชวงศโจว ( Chou Dynasty, 1,122-221 ป กอนคริสตศักราช ) มี


ความเชื่อเรื่องกษัตริยเปน “โอรสแหงสวรรค” โดยไดรับมอบอํานาจจากสวรรคใหมาเปนผูปกครอง
เปนสมัยที่จีนมีนักปราชญเจาลัทธิตาง ๆ ที่มีหลักคําสอนเปนที่พึ่งทางจิตใจของผูคน ไดแก ขงจื้อ
เมงจื้อ ฯลฯ

27.3 ราชวงศจิ๋น หรือฉิน ( Chin Dynasty , 221-206 ป กอนคริสตศักราช )


มีจักรพรรดิที่ยิ่งใหญสามารถรวบรวมดินแดนของจีนใหเปนจักรวรรดิเปนครั้งแรก คือ พระเจาชิวั่งตี๋
หรือจิ๋นซีฮองเตทรงสั่งใหสรางกําแพงเมืองจีน กําหนดใหประชาชนใชเหรียญกษาปณ ภาษาเขียน
และมาตราชั่ง ตวง วัด เหมือนกันทั่วทั้งจักรวรรดิ

27.4 ราชวงศฮั่น ( Han Dynasty , 206 ป กอนคริสตศักราช จนถึง


ค.ศ.220 ) เปนสมัยที่จีนมีความเจริญรุงเรือง ลัทธิขงจื้อไดรับยกยองใหเปนหลักคําสอนของรัฐและ
ถูกนํามาใชเปนหลักในการปกครองประเทศ มีการสอบคัดเลือกบุคคลเขารับราชการที่เรียกวาสอบ
“จอหงวน”

27.5 ราชวงศสุย ( Sui Dynasty , ค.ศ.589 – 618 ) เปนสมัยที่บานเมืองเกิด


ความแตกแยกแบงเปนสามกกและหกราชวงศ มีการขุดคลองเชื่อมแมน้ําฮวงโหกับแมน้ําแยงซี เพื่อ
ประโยชนในดานการคมนาคมคาขาย และการเกษตรกรรม

27.6 ราชวงศถัง ( Tang Dynasty , ค.ศ. 618-907 ) เปนยุคทองของจีนที่มี


ความเจริญรุงเรืองทุกๆ ดาน ทั้งในดานเศรษฐกิจการคา พระพุทธศาสนา และผลงานศิลปกรรม
แขนงตาง ๆ นครงฉางอานเปนเมืองหลวงและศูนยกลางการคาที่มีจํานวนประชากรมากในสมัยนั้น
27.7 ราชวงศซอง ( Sung Dynasty , ค.ศ. 960 – 1279 ) มีความ
เจริญกาวหนาในการเดินเรือสําเภาคาขายทางทะเลและงานศิลปกรรมแขนงตางๆ มีความกาวหนาใน
วิทยาการใหม ๆ หลายอยางกอนชาติตะวันตก เชน การใชลูกคิด การใชเข็มทิศในการเดินเรือ การ
ประดิษฐแทนพิมพหนังสือ ฯลฯ

27.8 ราชวงศหยวน ( Yuan Dynasty , ค.ศ. 1279-1368 ) ตรงกับสมัย


สุโขทัยของไทยเปนราชวงศของชนเผามองโกลที่เขามาปกครองจีน กษัตริยที่มีชื่อเสียง คือ หงวนสีโจว
ฮองเต ( หรือกุบไลขาน ) เปนสมัยที่จีนมีความเจริญรุงเรืองเชนกัน มีชาวยุโรปเขามารับราชการใน
ราชสํานักจํานวนมาก

27.9 ราชวงศหมิง หรือเหม็ง ( Ming Dynasty , ค.ศ. 1368-1644 ) ตรงกับ


สมัยอยุธยาของไทยเปนสมัยที่จีนเจริญรุงเรืองดานการคาและมีการฟนฟูศิลปวัฒนธรรมสมัยราชวงศถัง
ขึ้นใหมอีกครั้ง
27.10 ราชวงศเช็งหรือชิง ( Ching Dynasty ค.ศ. 1644-1912 ) เปนชน
เผาแมนจูที่เขามาปกครองจีนและเปนราชวงศสุดทายของจีน กอนที่จะถูก ดร.ซุน ยัต เซน ปฏิวัติ
เปลี่ยนแปลงการปกครองเปนระบอบสาธารณรัฐ ในป ค.ศ. 1911
กษัตริยราชวงศแมนจูใชอํานาจปกครองชาวจีนอยางกดขี่จึงถูกตอตานจากประชาชน และเปน
สมัยที่จีนถูกคุกคามจากลัทธิจักรวรรดินิยมตะวันตก ตองสูญเสียอธิปไตยในดินแดนใหชาติตะวันตก
หลายชาติ โดยเฉพาะกรณีพายแพอังกฤษในสงครามฝน ป ค.ศ.1842
ผูมีบทบาทสําคัญในสมัยราชวงศเซ็ง คือ พระนางซูสีไทเฮา และกษัตริยองคสุดทาย คือ
พระจักรพรรดิปูยี ( Puyi )

*************************************