P. 1
ทฤษฎีอินทรีย์ของโกลด์สไตน์

ทฤษฎีอินทรีย์ของโกลด์สไตน์

|Views: 846|Likes:
Published by Ploy Papichaya

More info:

Published by: Ploy Papichaya on May 09, 2010
Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as PDF or read online from Scribd
See more
See less

05/12/2014

ทฤษฎี อิ นทรี ย์ ของ Kurt Goldstein

ทฤษฎี บุคลิ กภาพ
ชี วประวั ติของ Kurt Goldstein
• Kurt Goldstein เกิ ดใน Silesia ตอนบนซึ่ งขณะนั ้ นเป็ นส่ วนหนึ่งของประเทศ
เยอรมัน แต่ ขณะนี้ เป็ นส่ วนหนึ่งของประเทศโปแลนด์ เมื่อวั นที่ 6 พฤศจิกายน
ค.ศ.1878
• ค.ศ.1903 ได้รับปริ ญญาแพทย์ ศาสตร์ จากมหาวิทยาลั ย Breslau
• ค.ศ.1914 ศาสตราจารย์ ทางโรคจิตและโรคประสาทเมื่ ออายุ 36 ปี และเป็ น
ผู ้อ านวยการสถาบันประสาทวิ ทยาของมหาวิ ทยาลั ย Frankfurt
• ระหว่ างสงครามโลกครั ้ งที่1 เขาได้เป็ นผู ้อ านวยการโรงพยาบาลทหาร รักษาทหาร
ผู ้ได้รับบาดเจ็บทางสมอง
• สร้ างสถาบันวิ จัยผลที่ได้รับภายหลั งจากการที่ ได้รับบาดเจ็บทางสมอง
• ค.ศ.1930 เขาได้ไปเป็ นศาสตราจารย์ ทางโรคจิตและโรคประสาทที่ มหาวิ ทยาลั ย
Berlin และเป็ นหัวหน้าแผนกโรคจิตและโรคประสาทของโรงพยาบาล Moabit
ชี วประวั ติของ Kurt Goldstein
• เมื่ อ Hitler บุกประเทศเยอรมั น Goldstein ได้ถูกจาคุกและได้รับการปลดปล่ อยโดย
มีข้อแม้ว่ าเขาต้องออกนอกประเทศ เขาจึงไปที่ Amsterdam
• ค.ศ.1935 ย้ายมาอยู ่ ที่ สหรัฐอเมริ กาและท างานที่สถาบันโรคจิตนิวยอร์ กเป็ นเวลา 1
ปี (New York Psychiatric Institute)
• เป็ นหัวหน้าห้องปฏิบัติการทางประสาทและสรี รศาสตร์ (Neurophysiology) ที่
โรงพยาบาล Montefiore และเป็ นศาสตราจารย์ สอนแพทย์ ทางประสาทวิ ทยาที่
มหาวิ ทยาลั ย Columbia
• ค.ศ.1945 เขาได้กลั บไป New York เพื่ อฝึ กปฏิบัติเกี่ ยวกั บจิตประสาทและจิตบาบัด
(neuropsychiatry and psychotherapy) และต่ อมาก็ ได้ทาการวิ จัยทางสังคม
• ถึงแก่ กรรมที่ New York เมื่ อวั นที่ 19 กั นยายน ค.ศ.1965 อายุได้ 86 ปี
แนวคิ ดที่ส าคั ญของ Goldstein
• แนวคิ ดในเรื่ อง อิ นทรี ย์ ได้รับอิ ทธิพลมาจากแนวความคิ ดเรื่ องส่ วนรวม
ของกลุ ่ ม gestalt เน้นการรับรู ้ อยู ่ ในลั กษณะส่ วนรวม แต่ ไม่ ได้พูดถึง
บุคลิ กภาพที่ เป็ นส่ วนรวม
• Goldstein ศึ กษาทหารที่ได้รับบาดเจ็บเกี่ ยวกั บสมองระหว่ าง
สงครามโลกครั ้ งที่ 1 และผู ้ป่ วยที่ มี ความบกพร่ องในการพูด และพบว่ า
จะทาความเข้าใจอิ นทรี ย์ ได้ต้องศึ กษาอิ นทรี ย์ ทั ้ งหมด จิ ตใจแยกออกจาก
ร่ างกายไม่ ได้
โครงสร้ างของบุคลิ กภาพ
(The Structure of the Organismic)
• บุคลิ กภาพก็ คื อ อิ นทรี ย์ อิ นทรี ย์ ประกอบด้วย member (หน่ วย) ที่
รวมเข้าด้วยกั นเป็ นสิ่ งเดียวแยกจากกั นไม่ ได้ นอกจากเกิ ดอาการผิ ดปกติ
หรื อตกอยู ่ ในภาวะบางอย่ าง เช่ น วิ ตกกั งวลมาก การท างานของ
organism อยู ่ บนพื้ นฐานของ figure and ground (ภาพและพื้ น)
• ภาพคือสิ่ งที่ ปรากฏเด่ นชัดตัดกั บพื้ น
• ภาพจะเปลี่ ยนไปเมื่องานของอิ นทรี ย์ เปลี่ ยนไป การกระทาที่เป็ นภาพ
แบ่ งออกเป็ น
natural figure การกระทาในสิ่ งที่ยื ดหยุ ่ นได้เหมาะสมกั บสภาพการณ์
unnatural figure การกระทาที่แยกจากส่ วนมีลักษณะที่ตายตัว
ไม่ เหมาะสมกับสภาพการณ์
พฤติกรรมแบ่ งออกเป็ น
concrete behavior หมายถึง พฤติกรรมที่ เป็ นรู ปธรรมปรากฏออกมาให้
เห็นและเกิ ดขึ้ นทั นที ที่ได้รับสิ่ งเร้ า
abstract behavior หมายถึง พฤติกรรมที่เป็ นนามธรรม ไม่ ปรากฏ
ออกมาให้เห็นอย่ างชัดเจน
โครงสร้ างของบุคลิ กภาพ
(The Structure of the Organismic)
กลไกบุคลิ กภาพ (The Dynamic of The Organism)
1. Equalization บุคลิ กภาพ คื อ ระบบของพลั งงานที่ นามาใช้ สร้ างภาวะ
สมดุลย์ หมายความว่ า ท าให้ความเครี ยด (tension) แผ่ ออกไปยั ง
ระบบต่ างๆ
2. Self-actualization คื อ จุดมุ ่ งหมายของทุกคน เป็ นแรงจูงใจให้เกิ ดการ
แสดงพฤติกรรมนานาประการ เป็ นแนวทางขั ้ นพื้ นฐานของการบรรลุ
ความสามารถสู งสุ ดของอิ นทรี ย์
3. ‘coming to team’ with environment คื อ การที่อิ นทรี ย์ ต้องสัมพั นธ์
กั บสิ่ งแวดล้อมทั ้ งนี้ เพื่ อเลื อกสิ่ งแวดล้อมที่สามารถลด tension ที่
เกิ ดขึ้ นและพั ฒนา self-actualization ของตนเอง
พั ฒนาการของบุคลิ กภาพ
(The Development of Organism)
• Goldstein เชื่ อว่ าพั ฒนาการจะเป็ นไปเพื่ อ self-actualization ถ้าอยู ่ ใน
สิ่ งแวดล้อมที่ เหมาะสมก็ จะพั ฒนาได้ดีตามวุฒิภาวะ
• การถูกขัดขวางมี ผลให้เกิ ดความผิ ดปกติ ขึ้ นได้ และมีลั กษณะก้าวร้ าว
หรื อเงียบยอมตาม ซึ่งไม่ ใช่ ลั กษณะตามธรรมชาติของอิ นทรี ย์ และมีการ
แสดงพฤติกรรมซ้าๆ ในทางที่ ไม่ เหมาะสม

You're Reading a Free Preview

Download
scribd
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->