เรียน กรรมการสภามหาวิทยาลัย กรรมการสรรหา ผู้บริหาร คณาจารย์ ข้ าราชการ พนักงาน

ลูกจ้ าง บุคลากร นักศึกษาและศิษย์เก่าทุกท่ าน
ในโอกาสที่วาระการดารงตาแหน่งอธิการบดีจะสิ้ นสุ ดลงในเดือนตุลาคม และกระบวนการสรร
หาอธิการบดีใหม่ ได้เริ่ มต้นแล้ว มีคาถาม มีความเป็ นห่ วงมาก มายที่ถามผมในฐานะผูส้ มัคร อธิการบดี
เมื่อสามปี ที่แล้วว่า ผมคิดอย่างไร? อาจารย์กาชัยยังมีความตั้งใจที่จะสมัครเป็ นอธิการบดีอยูห่ รื อไม่ ? คน
อื่น ๆ เขาพิมพ์เอกสาร เป็ นเล่ม สวยงามแจกจ่ายแก่บุคลากรทุกคนทั้งมหาวิทยาลัย ทาไมอาจารย์กา ชัย
ไม่ทาเอกสารพิมพ์เผยแพร่ บา้ ง ? ทาไมอาจารย์กาชัย ไม่มาเดิน ไ ม่มาพบกับชาวธรรมศาสตร์ ในงาน
ต่างๆ ?
ผมขอเรี ยนประชาคมทุกท่านทราบดังนี้ครับ
ผูบ้ ริ หารมหาวิทยาลัยย่อมบริ หารมหาวิทยาลัยไปตามวิสัยทัศน์ ไปตามบุ คลิก และตามแนวทาง
ของตนเอง ซึ่ งย่อมมีผทู ้ ี่เห็นด้วยและเห็นต่างเป็ นธรรมดา
ในช่วงที่ผา่ นมาผมได้รับทราบ ได้รับการบอกเล่าจากคณาจารย์ จากบุคลากร จากนักศึกษาและ
ศิษย์เก่าจานวนไม่นอ้ ย ที่เห็นและที่รู้สึกอึดอัดกับการบริ หารงานของมหาวิทยาลัย กับสภาพและทิศทาง
ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เป็ นอยู่ และมีหลายท่าน ที่อยากให้ผมยังคงเสนอตัว อาสามาทาหน้าที่
อธิการบดี ผมจึงไม่ลงั เลเลยที่จะอาสามาให้ชาวธรรมศาสตร์ ให้กรรมการสรรหา ให้ส ภามหาวิทยาลัย
ได้พิจารณา นี้คือประการที่ 1
ประการที่ 2 ขอขอบคุณที่เป็ นห่ วงว่าคนในธรรมศาสตร์ ที่ไม่เห็นหน้าผม จะลืม จะไม่เข้าใจ จะ
ไม่รู้จกั ผมครับ ก็คงต้องฝากเพื่อน ๆ ชาวธรรมศาสตร์ ที่รู้จกั ที่เชื่อมั่ นในตัวผมช่วยสื่ อสารแนวคิดผม
สื่ อสารส่ งต่อข้อความนี้ต่อ ๆ ไปให้ดว้ ย
สาหรับเรื่ องที่อยากให้ผมไปปรากฏตัวในงานประชุม งานสัมมนาต่าง ๆ ที่มีบุคลากรมาก ๆ นั้น
คงจะทาได้บา้ งเฉพาะตามที่เหมาะที่ควร เพราะเราไม่มีหน้าที่ใด ๆ จะไปเที่ยวเดิน เที่ยว ประชาสัมพันธ์
ตนเองในงานต่าง ๆ เสมือนหนึ่งเป็ นผูบ้ ริ หารนั้น คงไม่เหมาะ สาหรับผูบ้ ริ หารนั้น เขามีหน้าที่ และมี
ความชอบธรรมที่จะปรากฏตัวให้ประชาคมเห็น
สาหรับผมเองในฐานะนายกธรรมศาสตร์ สโมสร คนแรกที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่ ง มีหน้าที่
โดยตรงในการจัดกิจกรรม โครงการต่าง ๆ และได้ทาไปมากมายหลากหลายกิจกรรมแล้วนั้น โดยหน้าที่

2
ก็สามารถปรากฏตัว สามารถเข้าร่ วมงานของธรรมศาสตร์ สโมสรได้โดยชอบธรรม แต่ผมระมัดระวังไม่
ใช้งาน ไม่ใช้ตาแหน่งหน้าที่ไปแสวงประโยชน์ แสวงคะแนนนิยมในการสรรหาอธิการบดีโดยไม่ชอบ
ครับ
ประการสุ ดท้าย สาหรับเพื่อน ๆ ชาวธรรมศาสตร์ ที่เรี ยกร้อ งและอยากเห็นเอกสารนโยบายเป็ น
เล่ม ๆ ของผมในขณะนี้น้ นั
ผมคงต้องขัดใจท่าน ผมขอเรี ยนว่า ตามขั้นตอน ตามข้อบังคับ
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการสรรหาอธิการบดี พ .ศ. 2553 ข้อ 18 นั้น ได้ระบุ ให้คณะกรรมการ
สรรหาดาเนินการสรรหาตามลาดับขั้นตอน ไว้ว่า
ก. ขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาคม
ให้กรรมการสรรหาจัดให้มีการประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็ นของ ประชาคมในเรื่ อง
สาคัญ ๆ กล่าวคือ สถานะปัจจุบนั ของธรรมศาสตร์ ทิศทางของมหาวิทยาลัยที่ประชาคมต้องการใน
อนาคต คุณลักษณะของอธิการบดีที่ประชาคมต้องการ เสี ยก่อน เพื่อกรรมการสรรหาจักได้ประมวลและ
สรุ ปเป็ นทิศทางของมหาวิทยาลัย แล้วเผยแพร่ ให้ประชาคมและสภามหาวิทยาลัยทราบเพื่อใช้เป็ น
แนวทางในการสรรหาอธิการบดีต่อไป
ข. ขั้นตอนการรับสมัครและการเสนอชื่อ
กรรมการสรรหาจะแจ้งให้หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระ บรมราชูปถัมภ์
และองค์การนักศึกษา เสนอชื่อผูส้ มควรดารงตาแหน่งอธิการบดี และให้รับสมัครบุคคลด้วย
ค. ขั้นตอนการสรรหาและกระบวนการพิจารณา
กรรมการสรรหาจะพิจารณาคัดเลือกกลัน่ กรอง ตามวิธีการที่คณะกรรมการสรรหากาหนดและ
ทาบทามผูไ้ ด้รับการเสนอชื่อ และ ให้ผทู ้ ี่ตอบรับการทาบทาม จัดทานโยบายแนวทางการบริ หาร
มหาวิทยาลัยที่สอดคล้องกับความคิดเห็นของประชาคมและสอดคล้องกับนโยบายของสภามหาวิทยาลัย
เป็ นลายลักษณ์อกั ษรเสนอต่อกรรมการสรรหา หลังจากนั้นกรรมการสรรหาจะมีหน้ าที่ ในการจัดพิมพ์
นโยบายแผนงานและแนวทางการบริหารมหาวิทยาลัยของแต่ ละท่ านเผยแพร่ ต่อประชาคมต่ อไป
โดยเหตุผล และลาดับ ขั้นตอนที่กาหนดไว้ในข้อบังคับดังกล่าว มานี้ กรรมการสรรหาจึงได้นดั
ประชุมประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของทุกท่านในวันที่ 13 กรกฎาคม 2553 เวลา 9.00-12.00 ที่จะ
ถึงนี้

3
อันที่จริ ง ประชาคมธรรมศาสตร์ จานวนมากคงจะได้มีโอกาสได้เห็นได้อ่านนโยบายและ
แผนงานการบริ หารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ของผมมาแล้ว เมื่อ 3 ปี ที่แล้ว แต่เพื่อให้ประชาคมทั้งหมด
ได้เห็นแนวคิด ได้เห็นวิธีคิด ได้เห็นจุดยืน ได้เห็นบุคลิก ได้เห็นความตั้งใจของผมอย่างชัดเจน เพื่อ
ตอบสนองต่อเพื่อน ๆ ต่อผูท้ ี่เป็ นห่ วงเกรงว่าผมจะเสี ยเปรี ยบเพราะขาดโอกาสการประชาสั
มพันธ์
เพื่อให้เป็ นไปตามข้อบังคับ เพื่อไม่ให้เป็ นการซ้ าซ้อนฟุ่ มเฟื อย เพื่อประหยัดกระดาษลดโลกร้อน ผมจึง
เลือกแนวทางการสื่ อสารข้อมูลในประเด็นเรื่ องแนวคิดและจุดยืน ของผม ท้ายจดหมายอิเล็กทรอนิกส์น้ ี
บางท่านจะพิมพ์ออกมาเพื่ออ่านได้โดยสะดวกและเพื่อเผยแพร่ ต่อไปก็ทาได้ตามอัธยาศัย ครับ
สาหรับผูท้ ี่รักมหาวิทยาลัย เห็นปัญหา เชื่อมัน่ ในทิศทางเดียวกัน มีแนวทางแก้ไข ต้องการมีส่วน
ร่ วม ฯลฯ ไม่ว่าจะเป็ นคณาจารย์ ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง ศิษย์เก่า นักศึกษา ผูท้ รงคุณวุฒิ ฯลฯ ไม่
จาเป็ นว่าจะต้องรู ้จกั กับผมเท่านั้น ผมเชิญชวนให้มาร่ วมกัน ม าช่วยกันครับ ความเปลี่ยนแปลงไม่
สามารถเกิดได้โดยปราศจากการมีส่วนร่ วมของทุกท่าน
แล้วเรามีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้มากน้อยแค่ไหน ?
ทุกท่านที่สนใจติดตามข่าวคราวของมหาวิทยาลัย รับฟังข่าวสารจากสื่ อมวลชน ก็คงได้รับทราบ
การวิเคราะห์วิจารณ์จากสื่ อหนึ่งเมื่อเร็ ว ๆ นี้ว่า ... โอกาสที่ผมจะชนะในการหย่อนบัตรเสนอชื่อ
อธิการบดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยมีนอ้ ย อธิการบดีและทีมของอธิการบดีมีอานาจเบ็ดเสร็ จ
ไม่เพียงแต่ในระดับมหาวิทยาลัยเท่านั้น แม้แต่ผบู ้ ริ หารในระดับคณะ สานัก สถาบันส่ วนใหญ่ก็เป็ นคน
ที่คิดเหมือนอธิการบดี สนิทสนมกับทีมบริ หารในปัจจุบนั แทบทั้งสิ้ น ...
ผมคงไม่อยูใ่ นฐานะที่จะมาปฏิเสธ หรื อยอมรับการวิพากษ์วิจารณ์ดงั กล่าว
สาหรับผม การหย่อนบัตรเสนอชื่ออธิการบดี เป็ นดุลยพินิจของประชาคมธรรมศาสตร์ ทุกคน
ผมขอเพียงให้เป็ นการหย่อนบัตรเสนอชื่ออธิการบดีที่บริ สุทธิ์ ยุติธรรม ไม่มีการข่มขู่หรื อการบังคับ
สาหรับผม คือการอาสา โดยเสนอทิศทางของธรรมศาสต ร์ ที่แตกต่างจากที่ธรรมศาสตร์ ดาเนิน
มาเมื่อ 6 ปี ที่แล้วและกาลังจะดาเนินต่อไปโดยผูบ้ ริ หารกลุ่มเดิม
หากชาวธรรมศาสตร์ ส่วนใหญ่ มีความ เห็น โดยบริ สุทธิ์ใจ ว่า ทิศทางที่ผมคิดนั้นไม่ใช่ ผมจะ
เคารพและน้อมรับการตัดสิ นใจนั้น แล้วผมก็จะเดินออกจากเวทีการสรรหาด้วยความยินดีครับ
แต่หากประชาคมคิดว่า การเปลีย่ นแปลงจาเป็ นแล้วสาหรับธรรมศาสตร์
ไม่อยากให้
ธรรมศาสตร์ ดาเนินไปอย่างนี้อีก 6 ปี 12 ปี ก็ขอเชิญชวนให้ท่านออกจากห้องทางาน ออกจากห้องเรี ยน

4
ช่วยกันชักชวนและตามชาวธรรมศาสตร์ ออกมาแสดงมติมาก ๆ เพื่อให้มหาวิทยาลัยให้กรรมการสรรหา
และสภามหาวิทยาลัยได้ทราบความประสงค์ของประชาคมด้วยครับ
“ถึงเวลาแล้ว มาช่วยกันสร้างสรรค์ธรรมศาสตร์ ให้ดีกว่าที่เป็ นอยูค่ รับ มาช่วยกันคิด ช่วยกันทา
ลุกขึ้นมาช่วยกันเปลี่ยนแปลงธรรมศาสตร์ ดว้ ยกันครับ”
ด้วยความรักและปรารถนาดี

(รศ.ดร.กาชัย จงจักรพันธ์)
อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์
อดีตรองอธิการบดีฝ่ายการนักศึกษา
อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริ หารบุคคล
อดีตผูช้ ่วยอธิการบดีฝ่ายกฎหมาย
ปัจจุบนั นายกธรรมศาสตร์ สโมสร

5

แนวคิดและจุดยืน
ของ
รองศาสตราจารย์ ดร. กาชัย จงจักรพันธ์
1. การบริ หารมหาวิทยาลัยต้องยึดหลักธรรมาภิบาล อธิการบดีตอ้ งมีคุณธรรม และมีความ
ยุติธรรมในการบริ หารงาน ไม่สร้างระบบพรรคพวกให้อยูเ่ หนือความถูกต้อง
2. มหาวิทยาลัยคือแหล่งสร้างคน การใช้ทรัพยากรที่มีอยูอ่ ย่างจากัดจึงต้องเป็ นการลงทุนกับคน
ลงทุนกับการศึกษา กับงานวิจยั งานวิชาการก่อนถาวรวัตถุ อาคาร สิ่ งก่อสร้าง
3. การผลิตบัณฑิตของธรรมศาสตร์ ที่ตอ้ งเน้นให้ ใฝ่ รู ้ ใฝ่ ดี บัณฑิตธรรมศาสตร์ ตอ้ งไม่เพียงแต่
สามารถรับผิดชอบต่อตนเองและครอบครัวได้เท่านั้น บัณฑิตมธ .ยังต้องมีสานึกรับผิดชอบต่อส่ วนรวม
ด้วย ธรรมศาสตร์ ตอ้ งสนับสนุนให้นกั ศึกษาทุกคนมีโอกาสสัมผัสปัญหาของสังคม สัมผัสชนบท และ
ใช้แนวทางศาสนาในการฝึ กฝนหล่อหลอมให้เป็ น “คนดี” ของสังคม
4. ในสภาวะที่ธรรมศาสตร์ มีหลายวิทยาเขต การบริ หารงาน หลักจึงต้องยึดหลักการกระจาย
อานาจให้แต่ละวิทยาเขตสามารถบริ หารจัดการได้เบ็ดเสร็ จมา
กที่สุดเท่าที่จะทาได้ เพื่อให้การ
บริ หารงานมีความรวดเร็ ว คล่องตัว และสามารถตอบสนองต่อความต้องการหรื อลักษณะเฉพาะ
ลักษณะเด่นของแต่ละวิทยาเขตได้อย่างรวดเร็ ว รองอธิการบดีศูนย์ลาปางจึงควรต้องอยูท่ ี่ลาปาง เรื่ องใด
ที่สมควรต้องรวมศูนย์ ก็ตอ้ งรวมศูนย์เพื่อความประหยั ด เพื่อความมีประสิ ทธิภาพ เช่นเรื่ องเทคโนโลยี
สารสนเทศ เป็ นเรื่ องสาคัญมากเรื่ องหนึ่งที่ตอ้ งมีศูนย์หลักเชื่อมโยงอย่างมีคุณภาพและประสิ ทธิภาพ
5. เรื่ องงบประมาณจะเป็ นเรื่ องสาคัญและหนักมากสาหรับมหาวิทยาลัย ผูบ้ ริ หารมหาวิทยาลัย
ต้องทางานหนัก เพราะมีหน้าที่ตอ้ งระดมทุนเพื่อมาพัฒนามหาวิทยาลัย เราต้องสร้างอาจารย์ส่งอาจารย์
ไปเรี ยนต่อ เราต้องสนับสนุนงบวิจยั ให้มากขึ้น เราต้องส่ งเสริ มและพัฒนาทรัพยากรบุคคลสาย
สนับสนุน อธิการบดีไม่ใช่แค่มาใช้เงินงบประมาณ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เราต้องยืนยันว่า ธรรมศาสตร์
ไม่ใช่ธุรกิจการศึกษา ธรรมศาสตร์ จะไม่ขายปริ ญญาแลกเงิน เราจะรักษามาตรฐานของธรรมศาสตร์
เพื่อให้เป็ นหลักได้กบั สังคมไทย
6. นักศึกษา คือลูกหลานของเรา ไม่ใช่ลูกค้า การบริ หารจัดการดูแลเกี่ยวกับนักศึกษาในด้านการ
เรี ยนการสอน การพักอาศัย และสวัสดิการต่าง ๆ ต้องมาในทิศทางนี้ มหาวิทยาลัย หอพั ก ต้องเป็ นบ้าน

6
หลังที่สองที่ให้ความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สิน มีสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรี ยนรู ้ ต่อการทากิจกรรม
และการใช้ชีวิตที่มีคุณภาพ
7. ประเทศไทยมิได้อยูอ่ ย่างโดดเดี่ยว โลกทุกวันนี้แคบลง ธรรมศาสตร์ จะขาดการเชื่อมโยงกับ
โลกภายนอกไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดในปร ะชาคมอาเซี ยนซึ่ งมีประชากรกว่า 650 ล้านคน ธรรมศาสตร์
ต้องปรับตัวข้ามพ้นการติดยึดกับตัวเอง ต้องแข่งขัน ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องไปสู่ สากล ต้องรู ้เท่าทันโลกา
ภิวตั น์ตลอดเวลา ในขณะเดียวกันก็ตอ้ งรักษาความเป็ นไทยไว้ให้ได้
8. ธรรมศาสตร์ ตอ้ งเดินไปในทิศทางของหลักสู ตรนานา ชาติ หลักสู ตรภาษาอังกฤษต้องพัฒนา
และเพิ่มหลักสู ตรสหวิทยาการ ที่เป็ นสหวิทยาการจริ ง ๆ เพื่อตอบสนองต่อสังคมที่มีความหลากหลาย
และซับซ้อนมากขึ้น ควรมีการร่ วมมือและสร้างเครื อข่ายกับมหาวิทยาลัยชั้นนาในต่างประเทศในการ
จัดการเรี ยนการสอนและการทาวิจยั มากขึ้น
9. เรื่ องการประเมินคุณภาพของมหาวิทยาลัยจาก สมศ. ก.พ.ร. หรื อองค์กรใด ๆ เป็ นเรื่ องที่ตอ้ ง
รับฟังและมีส่วนร่ วม มิใช่เพียงแต่โต้แย้งว่าการประเมินไม่ถูกต้องไม่เป็ นธรรม ใครได้เปรี ยบ ใคร
เสี ยเปรี ยบ วัดได้ วัดไม่ได้ แต่ทิศทางในปัจจุบนั และอนาคตคือต้องมีการประเมินแน่ ๆ ด้านหนึ่ งมธ.จึง
ต้องเข้าไปมีส่วนในการกาหนดกฎเกณฑ์ให้ถูกต้อง ให้เป็ นธรรม อีกด้านหนึ่งก็ตอ้ งทางานให้ผลลัพธ์
ออกมาตามตัวชี้วดั ต่าง ๆ เรารู ้ตวั ชี้วดั ซึ่ งเป็ นข้อสอบล่วงหน้าอยูแ่ ล้ว ผูบ้ ริ หารต้องบอกข้อสอบให้ทุก
คณะ ทุกหน่วยงานและทุกคน และต้องจัดสรรทรัพยากรที่มีอยูล่ งไปเพื่ อให้บุคลากรทาข้อสอบออกมา
ให้ดีที่สุด และอยากย้าว่าเรื่ องนี้เป็ นเรื่ องสาคัญและมีผลกระทบต่อชื่อเสี ยงของมหาวิทยาลัยมาก
อธิการบดีคนใหม่จะต้องวางรากฐานเรื่ องนี้ให้ดี
10. การบริ การทางวิชาการแก่สังคม นอกจากที่ทาอยูแ่ ล้ว ธรรมศาสตร์ ตอ้ งมุ่งเน้นไปยังผูท้ ี่ดอ้ ย
โอกาสหรื อขาดโอกาสให้มากขึ้น ในปี หนึ่ง ๆ เราต้องตอบตัวเราเองให้ได้ว่า เราได้ใช้ศกั ยภาพของ
ธรรมศาสตร์ ช่วยทาให้สังคมเกิดความเป็ นธรรมมากขึ้นหรื อไม่ และธรรมศาสตร์ ตอ้ งอยูค่ ่กู บั ชุมชน
เป็ นส่ วนหนึ่งของชุมชน ร่ วมมือกับชุมชน
11. การออกนอกระบบสาหรับข้าราชการ ต้องเป็ นทางเลื อก ไม่ใช่บงั คับ ต้องไม่กระทบต่อสิ ทธิ
ของข้าราชการ ผูท้ ี่ประสงค์จะเปลี่ยนเป็ นพนักงานต้องเห็นแนวทาง และหลักเกณฑ์ที่ชดั เจน
12. สาหรับพนักงานมหาวิทยาลัย ไม่ว่าสายคณาจารย์หรื อสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยต้องดูแล
ให้เกิดความเป็ นธรรม และให้เกิดความมัน่ คง ต้องสร้างระบบป้ อ งกันการกลัน่ แกล้งและอคติจาก
ผูบ้ ริ หาร

7
13. คุณภาพชีวิตและสวัสดิการของบุคลากรจะต้องดีกว่านี้ พวกเราอยูม่ หาวิทยาลัยมากพอ ๆ กับ
อยูท่ ี่บา้ น เราต้องทาให้ธรรมศาสตร์ เป็ นมากกว่าที่ทางาน คุณพ่อคุณแม่มาทางาน ก็มีโรงเรี ยนอนุบาลที่ดี
มีโรงเรี ยนประถมที่ดี มีโรงเรี ยนมัธยมที่มีคุณภาพ ให้ลูกหลานชาวธรรมศาสตร์ มีโอกาสศึกษาเล่าเรี ยน
มีสถานที่และกิจกรรมการเล่นกีฬาและออกกาลังกายที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ยามเจ็บไข้ได้ป่วย โรงพยาบาล
ธรรมศาสตร์ ตอ้ งเป็ นที่พ่ งึ แก่ชาวธรรมศาสตร์ ได้
14. โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ตอ้ งเป็ นโรงพยาบาลโรงเรี ยนแพทย์ที่สามารถให้
บริ การทาง
การแพทย์แก่ประชาชน ทั้งในเชิงป้ องกันและรักษา ในขณะเดียวกันต้องมุ่งสู่ การเป็ น Excellence Center
ของประเทศและภูมิภาคอาเซี ยน การทางานต้องประสานและเกื้อหนุนซึ่ งกันและกันกับคณะต่าง ๆ
ทางด้านสุ ขศาสตร์
15. กีฬา กีฬา เป็ นยาวิเศษ ผมเชื่อมัน่ ว่า การกีฬาและการออกกาลังกายจะทาให้คุณภาพชีวิตของ
นักศึกษา และบุคลากรของเราดีข้ ึน และจะนามาซึ่ งชื่อเสี ยงของมหาวิทยาลัย การกีฬาและการออกกาลัง
กายจะได้รับการสนับสนุนส่ งเสริ มอย่างก้าวกระโดด
16. รากฐานของธรรมศาสตร์ อยูค่ ่กู บั ประชาธิปไตย ธรรมศาสตร์ ตอ้ งมีจุดยืนเคียงข้างระบอบ
ประชาธิปไตย อธิการบดีตอ้ งเคารพความเห็นของประชาคม มหาวิทยาลัยต้องไม่แทรกแซงการได้มา
ซึ่ งผูบ้ ริ หารในคณะและหน่วยงานต่าง ๆ ต้องไม่สร้างระบอบสื บทอดอานาจทางการบริ หาร
17. อธิการบดีตอ้ งไม่นาพามหาวิทยาลัยเข้าไปพัวพัน กับผลประโยชน์ทางการเมือง หากแต่ตอ้ ง
นาพามหาวิทยาลัยให้มี จุดยืนทางวิชาการอย่างมีอิสระ พ้นจากอานาจหรื ออิทธิพลทางการเมือง
อธิการบดีจะต้องไม่ฝักใฝ่ พรรคการเมือง ต้องเป็ นผูบ้ ริ หารการศึกษาอย่างมืออาชีพ
18. ธรรมศาสตร์ ตอ้ งชี้แนะชี้นาสังคมด้วยปัญญา ด้วยองค์ความรู ้ อย่างสร้างสรรค์ และอย่างเป็ น
กลาง ธรรมศาสตร์ ตอ้ งเป็ นที่เชื่อถือ เชื่อมัน่ ของมหาประชาชนทุกฝ่ าย ส่ วนตัวอธิการบดีจะเลือกข้างใด
ไม่เป็ นไร แต่สถาบันธรรมศาสตร์ ตอ้ งคงอยูต่ ลอดไป
19.มหาวิทยาลัยไม่ใช่พรรคการเมืองที่ตอ้ งสร้างฐานอานาจ วางคนสื บทอด หากเราเชื่อมัน่ ว่าเรา
ไม่ได้นงั่ ทับอะไรที่ไม่ถูกต้องไว้ หากเราเชื่อมัน่ ว่าไม่มีผ ลประโยชน์ส่วนตัวใด ๆ แอบแฝง เราอาสามา
ทาให้ดีที่สุดแล้วก็จากไปตามกติกา สิ่ งที่เหลืออยูค่ ือผลงาน และการพัฒนาอย่างยัง่ ยืนของมหาวิทยาลัย

8
20. เราต้องจัดสถานที่ จัดกิจกรรม จัดบรรยายกาศ ให้คณาจารย์ บุคลากรได้มีโอกาสมาพบปะ
แลกเปลี่ยน สังสรรค์กนั ได้มีสถานที่ที่คณ าจารย์ต่างคณะ บุคลากรต่างหน่วยงาน ได้มาทานข้าว ทา
กิจกรรม ได้มารู ้จกั กัน เพื่อทาให้พวกเรามีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีชีวิตรวมหมู่ที่ดีข้ ึน
21. สาคัญที่สุด ผูบ้ ริ หารต้องสร้างความรัก ความสามัคคี ความกลมเกลียวและความร่ วมมือร่ วม
ใจของคนในธรรมศาสตร์ ต้องไม่ใช่แบ่งพรรค แบ่งพวก ช่วยเหลือสนับสนุนคนของตนโดยข้ามความ
ถูกต้องดีงาม กลัน่ แกล้งรังแกผูท้ ี่ไม่เห็นด้วยกับตน ธรรมาภิบาลต้องนามาใช้และเจริ ญงอกงามใน
ธรรมศาสตร์
22. ศิษย์เก่าคือทรัพยากรที่มี คุณค่า มหาวิทยาลัยจะต้องรักษา สนับสนุน ส่ งเสริ มให้ศิษย์เก่าได้
รับทราบข้อมูล ความก้าวหน้าของมหาวิทยาลัย และเสริ มสร้างความสัมพันธ์ ความผูกพันอันดีระหว่าง
มหาวิทยาลัยกับศิษย์เก่า รวมทั้งเปิ ดโอกาส สนับสนุน ส่ งเสริ มให้ศิษย์เก่าได้มีโอกาสเข้าร่ วมพัฒนา
มหาวิทยาลัยในหลากหลายช่องทาง รวมทั้งมหาวิทยาลัยต้องยกย่องเชิดชูศิษย์เก่าที่ประสบความสาเร็ จ
ในหน้าที่การงาน ตลอดถึงการยกย่องศิษย์เก่าที่ไม่จาเป็ นต้องมีตาแหน่ง แต่เป็ นผูป้ ระกอบคุณงามความ
ดีให้แก่ส่วนรวม
23. มหาวิทยาลัยจะผลิตบัณฑิตที่ “เก่ง ดี สุ ข ” ได้ ครู อาจารย์จะต้องเป็ นต้นแบบของ เก่ง ดี สุ ข
ได้เช่นเดียวกัน ธรรมศาสตร์ ตอ้ งเน้นพัฒนา ส่ งเสริ ม สนับสนุนใ ห้อาจารย์มีความรู ้ดี มี คุณวุฒิดี มี
ตาแหน่งทางวิชาการสู งขึ้น สอนและถ่ายทอดได้อย่างเข้าใจ และที่สาคัญที่สุดให้ เป็ นอาจารย์ที่ดี ใน
ความเห็นของผม ครู อาจารย์ธรรมศาสตร์ ตอ้ งไม่ใช่ลูกจ้าง และต้องไม่ใช่แค่คนรับจ้างสอน เราต้องเป็ น
พ่อแม่คนที่สองที่มีจิตวิญญาณของความเป็ นครู
24. มหาวิทยาลัยต้องให้ความเป็ นธรรมกับบุคลากร ต้องเข้าไปช่วยเหลือ สนับสนุน คณะ หรื อ
หน่วยงานต่าง ๆ ที่มีรายได้นอ้ ยหรื อไม่มีรายได้ แต่เป็ นหน่วยงานที่ปฏิบตั ิภารกิจของมหาวิทยาลัย ต้อง
ให้บุคลากรในหน่วยงานเหล่านี้ได้รับรายได้ ได้รับสวัสดิการและอื่น ๆ ที่เป็ นธรรมตามสมควร
25. มหาวิทยาลัยต้องเน้นในการร่ วมมือกับภาคเอกชน ผูป้ ระกอบการในเรื่ องการ สนับสนุนทุน
วิจยั เพื่อเพื่อการทาวิจยั ของคณาจารย์และสนับสนุนการฝึ กงานของนักศึกษาให้มากขึ้น เพื่อให้นกั ศึกษา
มีทกั ษะ ประสบการณ์ที่เหมาะสมในการไปทางานเมื่อจบการศึกษาแล้ว
26. มีระบบส่ งเสริ มและสนับสนุนนักวิชาการและนักวิจยั ที่มีศกั ยภาพของมหาวิทยาลัยที่เป็ น
ผูส้ ร้างดัชนีช้ ีวดั เชิงวิชาการ (kpi) ให้มหาวิทยาลัย อย่างเป็ นรู ปธรรม เพื่อผลักดันให้ kpi สากลของ
มหาวิทยาลัยได้กา้ วผ่านจุดต่าสุ ดอย่างปัจจุบนั

9
27. มหาวิทยาลัยต้องเปิ ดโอกาสให้ผทู ้ ี่มี ความรู ้ความสามารถอย่างแท้จริ งเข้ามามีส่วนร่ วมใน
การกาหนดนโยบายหรื อแนวทางการบริ หารงานของมหาวิทยาลัย ไม่ว่าทั้งในทางตรงและทางอ้อม ไม่
ใช้เน้นระบบพรรคพวก
28. ธรรมศาสตร์ ตอ้ งเป็ นเมืองมหาวิทยาลัย ที่เป็ น White & Green Thammasat University ต้อง
เน้นเรื่ อง มหาวิทยาลัยที่ประหยัดพลังงาน ใช้พลังงานสะอาด พลังงานทางเลือก รักษา ดูแลสิ่ งแวดล้อม
ความร่ มรื่ น ต้องกระตุน้ และสร้างการมีส่วนร่ วมในการปรับเปลี่ยนพฤฒิกรรมการใช้พลังงานให้เป็ นไป
อย่างรู ้คุณค่าและมีประสิ ทธิภาพ และจะทาให้ธรรมศาสตร์ เป็ นมหาวิทยาลัยที่ปลอดอบายมุขทุกรู ปแบบ
นี้คือแนวคิดของผม และเป็ นทิศทางที่ผมเชื่อมัน่ ว่าจะทาให้ธรรมศาสตร์ ของเราเดินไปข้างหน้า
ได้อย่างมัน่ คง

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful