การประดิษฐ์ผกั บุง้ ทะเลจากดินไทย

ผลการเรียนรู้ ทคี่ าดหวัง

1.เพื่อให้นกั เรี ยนมีความรู ้ความเข้าใจเกี่ยวกับพืชศึกษาผักบุง้ ทะเล
2. เพื่อให้นกั เรี ยนมีความรู้ความเข้าใจขั้นตอนวิธีการในการประดิษฐ์
ผักบุง้ ทะเลจากดินไทย

• จุดประสงค์การเรียนรู้
• 1.บอกส่วนประกอบต่างๆและลักษณะทัว่ ไปของของผักบุง้ ทะเลได้
• 2.บอกขั้นตอนวิธีการประดิษฐ์ผกั บุง้ ทะเลจากดินไทยได้
• 3.ปฏิบตั ิงานการทําดอกไม้ประดิษฐ์ผกั บุง้ ทะเลจากดินไทยได้ถูกต้อง
ตามกระบวนการและสวยงาม

สาระการเรียนรู้
• ลักษณะทัว่ ไปของผักบุ้งทะเล
• วิธีการและขั้นตอนการทําดอกไม้ ประดิษฐ์ ผกั บุ้งทะเลจากดินไทย

โครงการอนรุ ั กษ์ พนั ธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดําริ
สมเด็จพระเทพรั ตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี
• เรื่อง ผักบุ้งทะเล

ที่มาของผักบุ้งทะเล
• โรงเรี ยนชะอําคุณหญิงเนื่องบุรีได้เข้าร่ วมเป็ นสมาชิกโครงการสวน

พฤกษศาสตร์โรงเรี ยน ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุ ดา สยามบรมราชกุมารี
และได้ทาํ การศึกษาพืชอย่างละเอียด 1 ชนิด ได้แก่ ผักบุง้ ทะเล จาก
การศึกษาธรรมชาติแห่ งชีวิตในปี 2546 และสรรพสิ่ งล้วนพันเกี่ยวของ
ผักบุง้ ทะเลในปี 2548 รวมทั้งศึกษาเกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นเรื่ องของ
ผักบุง้ ทะเลและได้นาํ ไปทําเป็ นผลิตภัณฑ์ซ่ ึงการศึกษาดังกล่าวสอดคล้องกับ
หัวข้อประโยชน์แท้แก่มหาชนของทางโครงการอนุรักษ์พนั ธุกรรมพืชอัน
เนื่องมาจากพระราชดําริ การศึกษาผักบุง้ ทะเลนอกจากจะมีประโยชน์กบั
บุคคลในโรงเรี ยนแล้วทางโรงเรี ยนยังต้องการที่จะเผยแพร่ สู่ ชุมชนอีกด้วย

ผักบุง้ ทะเล
ชื่อวิทยาศาสตร์ วา่ Ipomoea pes-caprae (L.) R.Br. วงศ์
CONVOLVULACEAE ชื่อสามัญ Goat’s Foot Creeper ,
Beach Morning Glory ชื่ออื่น ๆ ผักบุง้ เล (ภาคใต้) ละบูเลาห์
( มลายู – นราธิวาส )

•ข้ อมูลทางวิทยาศาสตร์ ใบผักบุ้งทะเลมีนํา้ มันหอมระเหย ( Essential oil ) มีกรดอินทรีย์ และมี
สารอืน่ ๆ มีฤทธิ์แก้ อาการแพ้ จากการทดลอง พบว่ ามีฤทธิ์ต่อต้ านฮีสตามินและยับยั้งพิษของแมลง
กะพรุนได้ และสารสกัด ether ของส่ วนทีร่ ะเหยได้ ของใบ มีฤทธิ์ลดการอักเสบ

ชะอําเป็ นอําเภอหนึ่งของเพชรบุรี ซึ่งมีพนื้ ที่ตดิ กับชายฝั่งทะเลทางด้ านอ่ าวไทย
บริเวณหาดชะอําในอดีต จะมีพชื หลายชนิดขึน้ ให้ เห็นอยู่มากมาย หนึ่งในจํานวน
นั้น มีผกั บุ้งทะเล หรือทีผ่ ้เู ฒ่ าผู้แก่บางหมู่บ้านของอําเภอชะอํา เรียกว่ าผักบุ้งขัน
เป็ นทีท่ ราบกันดีสําหรับชาวประมงและชาวบ้ านอําเภอชะอําว่ า ผักบุ้งทะเล
สามารถนํามาทําเป็ นยาช่ วยบรรเทาอาการอักเสบจากพิษแมงกระพรุนและพิษจาก
สั ตว์ ทะเล ส่ วนเด็ก ๆ ลูกหลายชาวประมงหรือเด็กทีอ่ าศัยอยู่ตามริมหาด ได้ นําเอา
เถาผักบุ้งทะเลทีร่ ิดใบออกหมดแล้วมาเป็ นเชือกกระโดดเล่นกัน พืชทีข่ นึ้ บริเวณ
ตามชายหาดไม่ เพียงแต่ ผกั บุ้งทะเลเท่ านั้น จะเห็นได้ ชัดเจนว่ าสามารถช่ วยปกคลุม
พืน้ ทีท่ เ่ี ป็ นดินทรายไม่ ให้ นํา้ ทะเลกัดเซาะชายฝั่งได้ ง่าย

ข้ อมูลเบือ้ งต้ นเกีย่ วกับพืชทีศ่ ึกษา

ผักบุ้งทะเล มีลกั ษณะทัว่ ไปเป็ นพรรณไม้ ล้มลุก ทีม่ ลี าํ ต้ นทอดเลือ้ ยไปตาม
พืน้ ดิน ซึ่งจะเลือ้ ยได้ ยาวมาก ประมาณ 5 – 30 เมตร ลําต้ นเป็ นสั นและเกลีย้ ง มี
ราก มีปม รากนั้นเป็ นรากแก้วใหญ่ และมียางสี ขาว ใบเป็ นใบเดีย่ ว และจะแตก
ออกจากลําเถาเพียงด้ านเดียวเท่ านั้น ลักษณะของใบเป็ นรูปกลม รูปไตหรือรู ปไข่
ปลายใบจะเว้ าหรือมน โคนใบสอบแคบหรือสอบเป็ นหางไปยังก้ านใบ เนือ้ ใบหนา
เล็กน้ อย ผิวเป็ นมันใบยาว 1.5 – 4 นิว้ สี เขียว ดอกจะออกเป็ นช่ ออยู่ตามง่ ามใบ
ช่ อหนึ่งจะมีดอกอยู่ประมาณ 2 – 6 ดอก แต่ จะทยอยกันบานทีละดอกเท่ านั้น
ลักษณะของดอกเป็ นรู ปแตร ยาวประมาณ 2.5 นิว้ มีสีม่วงอมชมพู ม่ วงอมแดง
ชมพูหรือม่ วง มีผวิ เกลีย้ ง ตรงด้ านในของดอกแถว ๆ โคนดอกสี จะเข้ มกว่ าด้ าน
นอก ดอกจะเหี่ยวง่ าย

คุณประโยชน์

• โรงเรียนได้ การศึกษาข้ อมูลต่ าง ๆ ทางพฤกษศาสตร์ นิเวศวิทยา การ

กระจายพันธุ์ การขยายพันธุ์ ประโยชน์ และสรรพคุณต่ าง ๆ ของ
ผักบุ้งทะเลโดยละเอียด ศึกษาภูมิปัญญาท้ องถิ่น ความเชื่อของคนในชุ มชน
ทีม่ ีต่อผักบุ้งทะเล และนํามาใช้ ให้ เกิดประโยชน์ และนําประโยชน์ ทไี่ ด้ จาก
การศึกษา มาทําเป็ นผลิตภัณฑ์ ได้ แก่ บาล์ มจากผักบุ้งทะเล คารามายจาก
ผักบุ้งทะเล ซึ่งมีสรรพคุณในการบรรเทาอาการอักเสบจากพิษแมงกะพรุ น
แมลงสั ตว์ กดั ต่ อย สบู่จากผักบุ้งทะเลช่ วยแก้ ผน่ื คัน ผลการทดลองใช้ บาล์ม
สบู่ และคารามายจากผักบุ้งทะเล สามารถแก้ พษิ แมงกะพรุ นและแมลงสั ตว์
กัดต่ อย รวมทั้งบรรเทาอาการผด ผืน่ คัน จึงนําผลิตภัณฑ์ ท้งั 3 ชนิดนี้ จด
อนุสิทธิบตั รเป็ นทีเ่ รียบร้ อย

สบู่จากผักบุ้งทะเล

ผลิตภัณฑ์

นํา้ มันนวดจากผักบุ้งทะเล
คารามายจากผักบุ้งทะเล

ลักษณะของใบผักบุ้งทะเล
• ใบของผักบุ้งทะเล ใบจะเป็ นใบเดี่ยวแตกออกจากเถา ระยะห่างระหว่าง
ใบต่อใบที่แตกออกจากเถาเป็ นระยะประมาณ 1.2 เซนติเมตร การเรี ยง
ตัวสลับกันไป แต่บางก้านใบ จะอยูด่ า้ นเดียวกัน ใบของผักบุง้ ทะเลมีสี
เขียวเลื่อมเป็ นมัน เมื่อใบแก่เต็มที่ขนาดของใบจะมีความกว้างประมาณ
6.5 – 7.5 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5 – 10 เซนติเมตร ลักษณะปลายใบ
โค้งมน โคนใบโค้งเข้าหากัน โคนใบที่เป็ นรอยต่อใบกับก้านเป็ นสี ม่วง
เข้ม ใบหนา ขอบใบเรี ยบ ในใบแก่จะหักง่าย มีความหนาน้อยกว่าใบ
อ่อน ใบอ่อนจะเหนียวและเมื่อหักใบอ่อนจะมียางสี ขาวขุ่นออกมา ซึ่ง
เป็ นพืชใบเลี้ยงคู่

เส้ นใบและก้ านใบ






เส้นใบ เมื่อดูเส้นใบด้วยตาเปล่า จะเป็ นเส้นขนาน ลากมาจากกลางใบ
และมีเส้นใบบาง ๆ ลากออกมาจากเส้นใบที่ขนานกัน คล้ายเป็ นร่ างแหรู ปตาข่าย
เส้นใบที่เกิดขึ้นทําให้หลังใบนูนขึ้นมา แต่ดา้ นหน้าใบจะมีลกั ษณะเรี ยบมัน
ก้านใบ ก้านจะยาว เรี ยงสลับกันขึ้นไป จนถึงโคนใบ
ก้านใบจะขึ้นออกมาจากบริ เวณเถาไม่ได้สลับกันไปซ้าย – ขวาอย่างแน่นอน
ก้านใบจะขึ้นคู่กบั ก้านดอก 1 ก้านใบจะคู่กบั 1 ก้านดอก ใน 1 ก้านดอก
จะออกดอกหลายดอก

ลําต้ น
• ชนิดของลําต้น เป็ นไม้เลื้อยยาว มีขอ้ ปล้องเห็นได้ชดั เจน ระยะห่างระหว่างข้อ

ปล้องประมาณ 5 – 8 เซนติเมตร
สี ของลําต้น ลําต้นอ่อนจะเป็ นสี เขียว ส่ วนลําต้นแก่จะเป็ นสี ม่วงอมแดง
ผิวของลําต้น ผิวจะเกลี้ยง เมื่อหักหรื อบิดส่ วนของลําต้นจะมียางสี ขาวขุ่นและ
เหนียว จับแล้วไม่รู้สึกคัน แต่เมื่อชิม ยางจะมีรสขม ลําต้นที่ถูกหักหรื อบิดจะขาด
ออกจากกันยาก มีความเหนียวมาก และเมื่อบิดแรง ๆ จะทําให้ลาํ ต้นแตกออกเป็ น
เส้น ๆ ตามทางยาวของลําต้น เมื่อลอกผิวของลําต้นออกจะได้ 5 ชั้น

ดอกผักบุ้งทะเล

ดอกผักบุ้งทะเล ดอกจะออกเป็ นช่ ออยู่ตามง่ ามใบ ช่ อหนึ่งจะมีดอกอยู่ประมาณ 2
– 10 ดอก การเรียงของดอกจะลดหลัน่ กันไป แต่ จะทยอยกันบานทีละดอกเท่ านั้น
รู ปทรงของดอกจะมีลกั ษณะเป็ นรูปแตร ยาวประมาณ 4.5 – 5 เซนติเมตร ก้ าน
ดอกแต่ ละดอกยาว 0.5 – 3 เซนติเมตร ดอกจะมีสีม่วงอมชมพู ม่ วงอมแดง ชมพู
หรือม่ วง บริเวณด้ านในของดอกทีต่ ดิ กับโคนดอกจะมีสีเข้ มกว่ าด้ านนอก กลีบ
ดอกบอบบางเหี่ยวง่ าย ชนิดของดอกเป็ นดอกครบส่ วน คือ มีเกสรตัวผู้ เกสรตัว
เมีย กลีบดอก และกลีบเลีย้ ง อยู่ในดอกเดียวกัน และถือว่ าเป็ นดอกสมบูรณ์ เพศ
ด้ วย

กลีบเลีย้ ง
• กลีบเลี้ยง แต่ละดอกจะมีกลีบเลี้ยงจํานวน 5 กลีบ แต่ละกลีบไม่ได้

อยูแ่ ยกจากกัน มีสีเขียวอ่อน มีความยาวประมาณ 0.5 – 0.7 เซนติเมตร
• กลีบดอก แต่ละดอกมีกลีบดอกจํานวน 5 กลีบ เชื่อมติดกันคล้ายรู ป
แตร มีสีม่วงอมชมพู ม่วงอมแดง ชมพูหรื อม่วง กลีบดอกยาวประมาณ
4.5 – 5 เซนติเมตร เส้นผ่านศูนย์กลางของดอกยาวประมาณ 6.5
เซนติเมตร

เอกสารอ้ างอิง
• พเยาว์ เหมือนวงศ์ญาติ. 2534 , คู่มอื การใช้ สมุนไพร. สํานักพิมพ์เมดิคลั มีเดียร์.



พิมพ์ครั้งที่ 5.กรุ งเทพฯ.
วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม. 2530 , พจนานุกรมไม้ ดอกไม้ ประดับในเมืองไทย. เล่มที่ 2 .
สํานักพิมพ์โอเดียนสโตร์ . พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุ งเทพฯ.
วุฒิ วุฒิธรรมเวช. 2540 , เภสั ชกรรมไทยรวมสมุนไพร. สํานักพิมพ์โอเดียนส
โตร์ . พิมพ์ครั้งที่ 2 .
กรุ งเทพฯ.
สรุ ปผลการอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารการศึกษาผักบุ้งทะเล 17 -18 สิ งหาคม 2545 ,
โรงเรี ยนชะอําคุณหญิงเนื่องบุรี อําเภอชะอํา จังหวัดเพชรบุรี.

เอกสารอ้ างอิง
• http://www.mahidol.ac.th/mahidol/py/mpcenter/html/ipo




moea.html #index
http://www.thaifitway.com/Education/ndata/n2db/questi
on.asp?QID=106
http://www.rdi.gpo.or.th/oldmedicine/product51.html
http://www.pharm.chula.ac.th/vsuntree/phc/PHCIV.HTM
http://www.skn.ac.th/skl/tree/t248pl.htm
http://www.ku.ac.thle-magazine/july 45/agri/lemon.htm/

การประดิษฐ์ผกั บุง้ ทะเลจากดินไทย

อุปกรณ์ ทใ่ี ช้ ในการประดิษฐ์ ผกั บุ้งทะเลจากดินไทย
1. เครื่องรีดดิน 2.เหล็กแหลม 3.คีมตัดลวด 4.พิมพ์ เรซิ่นลายใบ 5.ดินไทยสี
ขาว 6. สี นํา้ มันสี เขียวเบอร์ เบอร์ 37และ สี ม่วงเบอร์ 28 7. ลวดพันก้ านสี
ขาวและเขียวเบอร์ 24 8. กาวลาเท็กซ์ และกาวร้ อน 9.แผ่ นพลาสติกใสและ
พลาสติกม้ วนไว้ ห่อดิน 10.ครีมพอนด์ มะนาว 11. พู่กนั

ขั้นตอนในการทําเกสร
1.การทําเกสร ใช้ดินสี ขาวเล็กน้อยพันทับเกสรและลวดให้ติดกันทิ้ง
ให้แห้ง

ขั้นตอนในการทําดอกบาน

ผสมดินสี ม่วงอ่อนเบอร์ 28และนวดให้เข้ากันจากนั้นปั้นเป็ นรู ปหยดนํ้ากว้าง 1.5
ซ.ม.ยาว 2.5 ซ.ม.เพื่อทําดอกบาน

ขั้นตอนในการพลิ้วกลีบดอกบาน
กดดินด้ วยเหล็กแหลมหรือไม้ เสี ยบลูกชิ้นกดให้ ปลายดอกบานและค่ อยๆ
ขยายทั้งปลายดอกและโคนดอกให้ กว้ างขึน้ ทําอย่ างเบามือ

การกรี ดลายดอกบาน
เมือ่ ได้ กลีบบานแล้วก็พลิว้ ให้ ปลายบานและบางพลิว้ บางให้ เหมือนธรรมชาติ
มากทีส่ ุ ด จากนั้นกรีดลายดอกด้ วยเหล็กแหลมหรือไม้ เสี ยบลูกชิ้นให้ ได้ 5
แฉก

ขั้นตอนในการใส่ เกสร
นําเกสรมาทากาวและใส่ ลงตรงกลางดอก ดึงให้ สุดอย่ าให้ เห็นดินสี ขาวทิง้ ให้ แห้ ง

ขั้นตอนในการทําดอกแย้ มตูมและแย้ มบาน
ปั้นดินเป็ นรูปหยดนํา้ กว้ าง 1 ซ.ม.ยาว 2 ซ.ม.เพือ่ ทําดอกแย้ มพลิว้ เหมือนดอกบานแต่
อย่ าให้ กว้ างมากแต่ ให้ ปลายบาง ดอกแย้ มมี 2 ชนิดดังรูป จากนั้นทิง้ ให้ แห้ งและลงสี
จากนั้นบิดปลายให้ เป็ นเกลียว

ขั้นตอนในการลงสี ดอกแย้ มตูมและแย้ มบาน
ดอกตูมลงทีป่ ลายดอกและดอกบานลงด้ านในให้ เข้ มดูตวั อย่ างจากของจริง

ขั้นตอนในการทํากลีบเลี้ยง
รีดดินสี เขียวด้ วยเครื่องรีดเบอร์ 3 ให้ บางแล้ วตัดให้ เป็ นรูปกลีบบัวเล็กๆตัดปลาย
ด้ านล่ างให้ ตรง กว้ างประมาณ 0.5 ยาวประมาณ 0.7 ซ.ม. นํามาติดตรงโคนดอกให้ ครบ
5 กลีบ

ขั้นตอนในการทําใบ
ผสมดินสี ขาวด้ วยสี เขียวเบอร์ 37 แล้ วรีดดินสี เขียวเบอร์ ด้วยเครื่องรีดเบอร์ 4 ให้ หนา
กว่ ากลีบเลีย้ งแล้ วนําใบจริงมาทาบวางตัดจะได้ ขนาดเท่ าของจริงและใบทีต่ ้ องการแต่ ถ้า
ไม่ มีใบจริงให้ ตัดกระดาษแข็งหรือแผ่ นกล่ องนมกระดาษมาใช้ แทนแล้ วกดลายใบพัน
ก้ านลวดด้ วยดินสี เขียวนํามาติดกับใบให้ เรียบร้ อย ถ้ าเป็ นใบแก่ ใช้ ดนิ สี ม่วง

ขอเสนอแนะ
1.ล้ างมือให้ สะอาดด้ วยนํา้ ยาทุกครั้งก่อนจะปั้นดิน แล้วจึงนวดดินทุกครั้งในการปั้น
2.แบ่ งดินทีน่ วดแล้ว ออกมาเพียงพอใช้ เพราะถ้ ามากเกินไปจะแข็งตัว หรือถ้ าน้ อยเกินสี แต่ ละ
ครั้งจะไม่ เหมือนเดิม ผสมสี ทต่ี ้ องการแล้วนวดให้ เป็ นเนือ้ เดียวกัน
3.ถ้ าใส่ สีมากเกินสี จะเข้ มถ้ าต้ องการดินสี อ่อน ๆ แบ่ งดินสี เข้ มแล้ว ก็ผสมดินเข้ าไป นวดให้ เป็ น
เนือ้ เดียวกันสี ของดินจะอ่อน แต่ ไม่ ควรใส่ สีขาวลงไปเพราะจะทําให้ สีไม่ สวย
4.ดินทีจ่ ะนํามาปั้นให้ หยิบทีละน้ อย ถ้ าหากนําออกมาใช้ ท้งั ก้อนใหญ่ เนือ้ ดินส่ วนทีไ่ ม่ ใช้ จะแห้ ง
เร็วเกินไปและอาจจะแข็งตัวด้ วย
5.การสั งเกตดอกไม้ ทแี่ ห้ ง ควรจับดูแล้ วไม่ ตดิ มือหรือติดกับลังไข่ ( ทีใ่ ช้ ในการผึง่ ดอกไม้ )
การผึง่ ดอกไม้ หรือใบบนลังไข่ หรือลังผลไม้ ให้ ผง่ึ ทั้งสองด้ าน โดยการกลับไปกลับมา จะทําให้
แห้ งเร็วขึน้

ขอเสนอแนะ
6.ถ้ าเป็ นใบผักบุ้งมีขนาดใหญ่ ให้ ผง่ึ พอหมาดๆแล้ วนํามาปักกับโฟมดัดให้ พลิว้ ตามลักษณะ
ของใบ
7.พิมพ์ กดลายใบไม้ หรือพิมพ์ กลีบดอกต่ าง ๆ ควรทาครีมมะนาวก่อนนําลงไปใช้ เพือ่ ไม่ ให้
ติดและเกิดลายชัดเจน
8.เวลาลงสี ควรลงอ่อนก่ อนแล้วค่ อยๆเพิม่ เข้ มและดูจากของจริง (ถ้ ามี) จะชัดเจนกว่ ารูปและ
จะได้ งานออกมาสวยเหมือนธรรมชาติมากทีส่ ุ ด
9.พู่กนั หนึ่งอันใช้ ระบายสี หนึ่งสี ถ้ าใช้ ร่วมกันสี อาจปนกัน ทําให้ สีเพีย้ นได้
10.พู่กนั เมือ่ ใช้ แล้วควรล้ างทันทีด้วยนํา้ มันสนแล้วเช็ดให้ แห้ ง อย่าปล่อยไว้ เพราะเมือ่ ใช้ ครั้ง
ต่ อไปจะทําให้ พู่กนั แห้ งแข็งและเพ้นท์ งานต่ อไปไม่ ดี
11.เหล็กคลึงหรือไม้ เสี ยบลูกชิ้นควรทําความสะอาดทั้งก่อนการใช้ และก่อนการควรทาครีม
มะนาวก่ อนนําลงไปใช้ เพือ่ ไม่ ให้ ตดิ

ผลงานที่สาํ เร็ จ
เมือ่ ทําครบทุกขั้นตอนแล้วนําส่ วนประกอบต่ างๆมาเข้ าช่ อให้ สวยงามเหมือนธรรมชาติ
มากทีส่ ุ ด

การนําไปใช้ประโยชน์
สามารถนําไปตกแต่ งของใช้ เพือ่ ให้ เกิดความสวยงามเพือ่ ใช้ มอบเป็ น
ของขวัญและนําไปจัดนิทรรศการเผยแพร่ พชื พฤกษศาสตร์ โรงเรียน

ผูจ้ ดั ทํา
นางรัชดาพรรณ์ วัชพัฒน์ ครูชํานาญการพิเศษ โรงเรียนชะอําคุณหญิงเนื่องบุรี
กลุ่มสาระการเรียนรู้ การงานอาชีพและเทคโนโลยี

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful