เรียนร้ ู จากหลักการแพทย์ แผนไทย

นพ.มณฑล เมฆอนันต์ธวัช

ยาสตรี เบนโล

• เป็ น ยาแผนโบราณ สรรพคุณคือ บํารุ ง
เลือด บํารุ งร่ างกาย เจริ ญอาหาร แก้
ประจําเดือนไม่ปกติและเป็ นยาแทนการ
อยูไ่ ฟ ขับนํ0าคาวปลา ช่วยฟอกโลหิ ต
ตํารับยานี0เป็ นจัดเป็ นยาแผนโบราณที1
ไม่ได้เป็ นยาสามัญประจําบ้าน ดังนั0น
จะต้องวางขายในร้านขายยาที1ได้รับ
อนุญาตเท่านั0น
• ส่ วนประกอบหลักของยาสตรี มีอยูส่ อง
ส่ วน คือสมุนไพรโกฏเชียง หรื อเป็ นที1
รู ้จกั กันในชื1อ ตังกุย กับแอลลกอฮอล์ แอ
ลกอฮอร์ ที1มีอยูเ่ พื1อไว้เป็ นตัวสกัดตัวยา
ออกมา ตัวยาที1วา่ คือ ไฟโตเอสโตรเจน
(phytoestrogen)

โกฐเชียง

phytoestrogen
• Phytoestrogen เป็ นสารอินทรี ยซ์ 1 ึ งสร้างขึ0นโดยพืช แต่ มคี ุณสมบัตเิ ช่ น
เดียวฮอร์ โมนเพศหญิงทีเ& รียกว่ าเอสโตรเจน สารเหล่านี0พบได้ท0 งั ในส่ วนเมล็ด ลํา
ต้น รากหรื อดอก โดยในพืช สารนี0จะทําหน้าที1เป็ นสารฆ่า เชื0อรา (fungicide)
หรื อเป็ น phytoalexin นัน1 คือเป็ นสารเคมีที1พืชสร้างขึ0นมาเพื1อป้ องกันตน
เองเมื1อถูกรุ กรานโดยจุลชีพ phytoestrogen จะมีบางส่ วนของสู ตร
โครงสร้างคล้ายคลึงหรื อเทียบได้กบั steroid nucleus ของ
estradiol อันเป็ นเอสโตรเจนที1พบในธรรมชาติหรื อในร่ างกายมนุษย์ ดังนั0น
เมื1อกินยาชนิ ดนี0 แล้ว ก็จะมีผลเช่นเดียวกับ estrogen ต่อร่ างกาย และสาร
เหล่านี0อาจเข้าไปมีผลป้ องกันหรื อปรับเปลี1ยนภาวะความผิดปกติของร่ างกายหรื อ
การเกิดโรคต่างๆ เช่น มะเร็ งบางชนิ ด โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมทั0งปั ญหาที1
เกี1ยวเนื1องกับอาการหลังการหมดประจําเดือน(menopausal
symptoms) ได้อีกด้วย

BANTOBNOM

• แพทย์หญิงวิลาวัลย์ จึงประเสริ ฐ
• อธิบดีกรมการพัฒนาการแพทย์แผนไทย
และการแพทย์ทางเลือก
• กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและ
การแพทย์ทางเลือก
• กระทรวงสาธารณสุ ข
• อดีต
– ผูอ้ าํ นวยการโรงพยาบาลเชียงยืน จ.
มหาสารคาม
– ฝ่ ายเวชกรรมสังคมโรงพยาบาลศรี ษะเกษ จ.
ศรี ษะเกษ

อธิ บดีกรมการพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์
ทางเลือก

แรงผลักดัน และ นโยบายของชาติ
• ทุกตําบลควรมีศนู ย์การแพทย์แผนไทยที1เป็ นของชุมชน โดยชุมชนและเพื1อชุมชน
เริ1 มต้นทํา ๓ อย่างคือ ๑. นวดแผนไทย ๒. ประคบด้วยสมุนไพร ๓. ขายยา
สมุนไพรที1พิสูจน์แล้วว่าได้ผลดีสัก ๑๐-๒๐ ขนาน
นอกจากชาวบ้านจะได้รับบริ การทางเลือกที1ใกล้บา้ นแล้ว ยังเป็ นประโยชน์ทาง
เศรษฐกิจมหาศาลดังกล่าวข้างต้น
รวมทั0งรายได้จากการแพทย์แผนไทยก็จะเป็ นของชุมชนด้วย
• สถานีอนามัยและโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุ ขให้บริ การด้านการแพทย์แผน
ไทยครอบคลุมทัว1 ประเทศ และมีตาํ แหน่งนายแพทย์แผนไทยทุกตําบล
• การแพทย์แผนไทยนี0 ถ้าพัฒนากันให้ดีๆ น่าจะประหยัดรายจ่าย และเพิ1มรายได้ไม่
น้อยกว่าปี ละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท

บัญชียาหลักแห่ งชาติจากสมุนไพร
บัญชียาจากสมุนไพร เป็ นความพยายามของกระทรวง
สาธารณสุ ขที1จะผลักดันยาสมุนไพรให้เข้าสู่ระบบบริ การสาธารณสุ ข
ของรัฐและเอกชนอย่างเป็ นทางการ โดยประกาศบัญชียาจากสมุนไพร
เป็ นครั0งแรกเมื1อปี พ.ศ.2542 และประกาศในครั0งที1 2 ในปี
พ.ศ.2549

เป็ นการทําหน้ าทีใ& นการตรวจวินิจฉัยโรค เพือ& หาสาเหตุของ
การเกิดโรคตามทฤษฎีและหลักการของการแพทย์ แผนไทย

การเตรียมยา การผลิตยา การเลือกสรรยา การควบคุมและ
การประกันคุณภาพยา การปรุงยาและการจ่ ายยาตามใบสั& ง
ของผู้ประกอบโรคศิลปะ สาขาเวชกรรมแผนไทย

การตรวจ การบําบัด การแนะนํา และการส่ งเสริมสุ ขภาพ หญิงมี
ครรภ์ การป้องกันความผิดปกติในระยะตั4งครรภ์ และระยะ
คลอด การทําคลอด การดูแลและส่ งเสริมสุ ขภาพมารดา และ
ทารกในระยะหลังคลอด ด้ วยกรรมวิธีการแพทย์ แผนไทย

ทําหน้ าทีใ& นการรักษา บรรเทาอาการของผู้ป่วยด้ วยการ
นวด และอาจมีการใช้ ยาสมุนไพรควบคู่ไปด้ วย

ความสําคัญของธาตุ ทั0ง ๔
• การแพทย์แผนไทยจะกล่าวถึงสาเหตุของโรคว่า เกิดจากการขาดสมดุล
ของร่ างกาย ในตําราแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ “ฉบับหลวง” และตําราเวช
ศึกษา ได้ระบุเกี1ยวกับทฤษฎียาว่า องค์ประกอบของร่ างกายมนุษย์
ประกอบด้วยธาตุ 4 ธาตุ ที1ทาํ งานประสานกันอย่างสมดุล หากเกิด
การผิดสมดุล จะทําให้ร่างกายผิดปกติ หรื อเป็ นโรคได้

ปถวีธาตุ (ธาตุดิน)

เป็ นธาตุที1ประกอบขึ0นเป็ นส่ วนต่าง ๆ
ของมนุษย์ หรื อทําให้ร่างกายมีส1ิ งยึด
เหนี1ยวเป็ นรู ปร่ างขึ0นมาซึ1 งประกอบกัน
ทั0งสิ0 น 20 ประการ คือ ผม ขน เล็บ
เนื0อ ผิวหนัง เนื0อ เส้นเอ็น กระดูก ม้าม
หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ลําไส้นอ้ ย
ลําไส้ใหญ่ อาหารเก่า (กาก) อาหาร
ใหม่ และมันสมอง ถ้าจะเปรี ยบกับแพทย์
แผนปั จจุบนั ธาตุดิน คือ เซลล์ เนื0อเยือ1
และอวัยวะต่าง ๆ ของร่ างกาย

อาโปธาตุ (ธาตุน0 าํ )

ถือว่านํ0าเป็ นองค์ประกอบที1มีมากที1สุดในร่ างกายทั0งในเซลล์
และนอกเซลล์ ประกอบด้วย 12 ประการ คือ นํ0าดี เสลด หนอง
เลือด เหงื1อ มันข้น มันเหลว นํ0าตา นํ0าลาย นํ0ามูก ไขข้อ นํ0ามูตร
(นํ0าปั สสาวะ) ธาตุน0 าํ ทําให้ธาตุดินคงรู ปร่ างเป็ นปกติ พร้อมใน
การทํางาน
แพทย์แผนปั จจุบนั มีความคิดว่านํ0ามีความสําคัญต่อร่ างกาย
ทําให้ร่างกายทํางานได้ตามปกติ เพราะนํ0าเป็ นสื1 อในการพา
อาหารไปตามระบบต่าง ๆ ของร่ างกาย ช่วยให้เกิดความอิ1มเอิบ
ความตึงตัว ถ้าขาดนํ0าผิวหนังจะเหี1 ยวย่น ขาดความตึงตัว
ธาตุดิน และธาตุน0 าํ คือ กายวิภาค (anatomy)

วาโยธาตุ (ธาตุลม)

กําหนดไว้ 6 ประการ คือ ลมสําหรับพัดตั0งแต่ปลายเท้าตลอด
ศีรษะ ลมพัดตั0งแต่ศีรษะตลอดปลายเท้า ลมพัดตั0งแต่ทอ้ งแต่นอกลําไส้
ลมพัดในลําไส้ถึงกระเพาะ ลมพัดทัว1 สรรพางค์กาย ลมหายใจเข้าออก
การพัดกระพือของลม คือการเคลื1อนไหว ทั0งชนิ ดหยาบ(ลมหยาบ) และ
ละเอียด(ลมละเอียด)
ดังนั0นจึงหมายถึงตัวควบคุมการเคลื1อนไหวทุกชนิด ไม่วา่ จะเป็ นการ
หายใจ การยืดหดของกล้ามเนื0อ การบีบตัว การสู บฉี ดเลือดของหัวใจ
การไหลเวียนเลือด หรื อการเคลื1อนไหวของระบบทางเดินอาหาร การ
เคลื1อนไหวของเซลล์ หรื อกระแสสัญญาณของระบบประสาท
ดังนั0นธาตุลม คือ การทํางานทางสรี ระวิทยา
(function&movement)

เตโชธาตุ (ธาตุไฟ)
ประกอบด้วย 4 ประการ คือ ไฟสําหรับอุ่นกาย ไฟที1ทาํ ให้ร้อนระสํ1าระสาย
ไฟสําหรับเผาให้ร่างกายแก่ครํ1าคร่ า และไฟสําหรับย่อยอาหาร
• ธาตุไฟคือกระบวนการย่อย และสันดาปอาหารในร่ างกายเพื1อให้เกิดพลังงานขึ0นมา
หรื อกระบวนการ metabolism พลังงานนี0 จะหล่อเลี0ยงธาตุดิน (เซลล์และ
เนื0อเยือ1 ) และธาตุน0 าํ (เลือดและนํ0าเหลือง) ให้คงอยู่ ไม่เน่าเสี ย ในขณะเดียวกัน
กระบวนการเผาผลาญอาหารจะก่อให้เกิดสารพิษที1ไม่อาจหลีกเลี1ยงได้ ได้แก่
อนุมูลอิสระ สามารถบันทอนการทํางาน(ธาตุลม) และทําลายเซลและอวัยวะใน
ร่ างกาย(ธาตุดิน ธาตุน0 าํ )ได้ดว้ ย

ATP

การเกิดโรค จากธาตุเป็ นสมุฏฐาน
• ระบบธาตุเป็ นความรู ้พ0นื ฐานทางกายวิภาค และสรี รวิทยา มูลเหตุของ
โรคต่าง ๆ เกิดจากธาตุท0 งั 4 ถ้าธาตุท0 งั 4 อยูใ่ นภาวะที1สมดุล ร่ างกายก็
จะอยูใ่ นสภาพปรกติ แต่ถา้ ธาตุใดหย่อนหรื อพิการ หรื อกําเริ บ สภาวะ
สมดุลของร่ างกายก็หมดไป การรักษาด้วยสมุนไพรจึงใช้ตวั ยาประจํา
ธาตุน0 นั ๆ เพิ1มหรื อลดตามอาการ

ความเจ็บป่ วย หรื อการเกิดโรค นอกจากจะเกิดจากการเสี ยดุลทาง
ธรรมชาติแล้ว ยังมีความสัมพันธ์เกี1ยวกับ อายุที1เปลี1ยนไปตามวัย ธาตุ
ทั0งสี1 ผดิ ปกติ อายุที1เปลี1ยนไป ถิ1นที1อยูอ่ าศัย อิทธิพลของกาลเวลาเข้ามา
เกี1ยวข้อง

ธาตุดนิ

(ธาตุดิน 20 กอง) เป็ นเหตุเมื1อพระอาทิตย์สถิตในราศี
พฤษภ กันย์ มังกร
ธาตุดินพิการ หมายถึงสภาพผิดปกติของอวัยวะที1แสดงออก
เช่น ผิวหนังพิการ คือ มีตุ่ม ผืน1 มีเน่า มีเปื1 อย เป็ นแผล เป็ นต้น ถ้า
อวัยวะภายในพิการ เช่น ตับพิการ คือ ตับทํางานผิดปกติ หรื อเป็ นฝี
อักเสบ นัน1 เอง ธาตุดินพิการเรี ยก “กรี สะ(อาหารเก่า) ระคน” จาก
กลางเดือนอ้าย ถึงกลางเดือนยี1 พระอาทิตย์สถิตราศีมงั กร (มกราคม)

หัวใจ

ดิน
อาหารใหม่

อาหารเก่ า

• ธาตุดินกําเริบ คือมากไป ผิดไปจากเดิม เช่น มีขนาดโตขึ0น บวม งอก
เนื0องอก เรี ยกว่า “หทัยวาตะ(การเต้นของหัวใจ อารมณ์ จิต)ระคน”
จากกลางเดือน 4 ถึงกลางเดือน 5 พระอาทิตย์สถิตในราศรี พฤษภ
(พฤษภาคม)

• ธาตุดินหย่ อน คือ ไม่สมบูรณ์ ไม่เต่งตึง เหี1 ยว ยุบ การเสื1 อมสลายของ
อวัยวะน้อยใหญ่ เรี ยก “อุทริ ยะ(อาหารใหม่)ระคน” จากกลางเดือน
9 ถึงกลางเดือน 10 พระอาทิตย์สถิตราศีกนั ย์ (กันยายน)

ธาตุนํา4
• อาโปธาตุ (ธาตุน0 าํ 12) เป็ นเหตุเมื1อพระอาทิตย์สถิตในราศรี กรกฏ พิ
จิก มีน
• ธาตุนํา4 พิการ หมายถึงสภาพของเหลวในร่ างกายทํางานที1ผดิ ปกติไป
เช่น เสมหะพิการ คือ มีมูก เมือก เสลด ออกมาเป็ นหนอง เป็ นเลือด นํ0า
ปั สสาวะพิการ มีปัสสาวะขุ่น เป็ นหนอง เป็ นเลือด เป็ นต้น ธาตุน0 าํ
พิการเรี ยก “คูถเสมหะระคน” จากกลางเดือน 3 ถึงกลางเดือน 4 พระ
อาทิตย์สถิตราศรี มีน (มีนาคม)

ศอเสมหะ

อุระเสมหะ

นํา4

คูถเสมหะ

• ธาตุนํา4 กําเริบ คือ มีอาการมากเกินไป เกินปกติ เช่น มีน0 าํ มูกมากไหล
ทั0งวัน ท้องเดิน นํ0าในตัวมาก บวม ความดันโลหิ ตสู ง มีเลือดมาก มีน0 าํ ใน
กระแสเลือดมาก เรี ยก “ศอเสมหะระคน” จากกลางเดือน 7 ถึง
กลางเดือน 8 พระอาทิตย์สถิตราศรี กรกฎ (กรกฎาคม)

• ธาตุนํา4 หย่ อน คือ ขาดหรื อน้อยไป เมื1อนํ0าน้อย แสดงให้เห็นถึงความ
แห้งเหี1 ยว ไม่สดใส เช่น นํ0าตาแห้ง คอแห้ง ท้องผูก ปัสสาวะน้อย เป็ น
ต้น เรี ยก “อุระเสมหะ(นํ0าบริ เวณอก)ระคน” จากกลางเดือน 11 ถึง
กลางเดือน 12 พระอาทิตย์สถิตราศรี พิจิก (พฤศจิกายน)

ธาตุลม
วาตะ (ธาตุลม 8 กอง) เป็ นเหตุเมื1อพระอาทิตย์สถิตในราศรี
เมถุน ตุล กุมภ์

ธาตุลมพิการ คือ ภาวะผิดปกติ เดีKยวเร็ ว เดีKยวช้า คือการ
เคลื1อนไหวที1ไม่เป็ นจังหวะ หรื อเสื1 อมสภาพ ไม่ทาํ งาน ไม่เคลื1อนไหว
เรี ยกว่า “สุ มนาวาตะ(ลมกลางตัว)ระคน” จากกลางเดือน 3 ถึง
กลางเดือนยี1 พระอาทิตย์สิตราศีกนั ย์ (กันยายน) ยาแก้ธาตุลมพิการ

หทัยวาตะ

ลม
สั ตตาหวาตะ

สุ มนา

• ธาตุลมกําเริบ คือภาวะแห่ งการเคลื1อนไหวของอวัยวะน้อยใหญ่เกิด
เคลื1อนไหวอย่างผิดปกติ เช่น การกระตุก การชัก การเต้นเร็ ว
ผิดปกติ การหอบ การบีบตัวอย่างรุ นแรง การปวด เป็ นต้น เรี ยกว่า
“หทัยวาตะ(การเต้นของหัวใจ,อารมณ์)ระคน”
จากกลางเดือน 6
ถึงกลางเดือน 7 พระอาทิตย์สถิตราศีเมถุน (มิถุนายน)

• ธาตุลมหย่ อน คือภาวะแห่งการเคลื1อนไหวที1นอ้ ยไป หย่อน
สมรรถภาพไป เชื1องช้า หงอยเหงา ไม่กระตือรื อล้น เรี ยกว่า “สัตถกะ
วาตะ(ลมที1เหมือนอาวุธ)ระคน” จากกลางเดือน 9 ถึงกลางเดือน 10

ธาตุไฟ
• ธาตุไฟ (ธาตุไฟ 4 กอง) เป็ นเหตุเมื1อพระอาทิตย์สถิตในราศีเมษ
สิ งห์ ธนู
• ธาตุไฟกําเริบ คือ ภาวะความร้อนที1เกินไป การเผาผลาญที1มากไป เช่น
ภาวะที1เป็ นไข้ ภาวะที1กินอาหารบ่อย ๆ ภาวะที1ร้อนรุ่ มกระสับกระส่ าย
กลัดกลุม้ เร่ าร้อนทางอารมณ์ เป็ นต้น เรี ยกธาตุไฟกําเริ บว่า “พัทธ
ปิ ตตะ(ดีในฝัก)ระคน” จากกลางเดือน 4 ถึงกลางเดือน 5 พระ
อาทิตย์สถิตในราศรี เมษ (เมษายน)

นํา4 ดีในฝัก

นํา4 ดีนอกฝัก

ไฟ

กําเดา

• ธาตุไฟหย่ อน คือภาวะที1ความร้อนในตัวน้อย รู ้สึกเย็นเยือก หนาวสัน1
ถ้าไฟย่อยอาหารน้อยไปก็จะท้องอืดเฟ้ อ อาหารไม่ยอ่ ย เรี ยกว่า “อพัทธ
ปิ ตตะ(ดีนอกฝัก)ระคน”

• ธาตุไฟพิการ หมายถึงความร้อนในร่ างกายผิดปกติไป เดีKยวหนาว เดีKยว
ร้อน ระบบย่อยอาหารผิดปกติ หรื อบางครั0งมีไข้ตวั ร้อน บางครั0งรู ้สึก
หนาวสัน1 เป็ นต้น เรี ยก “กําเดา(องค์แห่ งความร้อน)ระคน”

ยาปรับธาตุตามฤดกาล
1. ตรี ผลา ได้แก่ ลูกสมอพิเภก ลูกสมอไทย ลูกมะขามป้ อม เป็ นยา
ประจําฤดูร้อน

ยาปรับธาตุตามฤดกาล
2. ตรี กฏุก ได้แก่ เหง้าขิงแห้ง เมล็ดพริ กไทย ดอกดีปลี
ยาประจําฤดูฝน

เป็ น

ยาปรับธาตุตามฤดกาล
3. ตรี สาร ได้แก่ รากเจตมูลเพลิง เถาสะค้าน รากช้าพลู
ประจําฤดูหนาว

เป็ นยา

ในตําราแพทย์แผนปั จจุบนั







ได้สรุ ปถึงความเสื1 อมตามธรรมชาติโดยสัมพันธ์กบั อายุเอาไว้ดงั นี0
อายุสภาพความเสื1 อมอายุ 0 – 1 ปี อ่อนตัวที1สุด
อายุ 25 ปี กล้ามเนื0อเริ1 มถดถอยลง
อาย 30 – 40 ปี พละกําลังลด สมรรถภาพการจับออกซิ เจนลดผิวบางลง เริ1 มมี
ไฝฝ้ า
อายุ 40 – 50 ปี สายตา ข้อ หัวใจ ปอด ถุงลม ต่อมไร้ท่อ นํ0าย่อย ประจําเดือน
จิต ประสาท และฮอร์ โมน เริ1 มถดถอย
อายุ 50 –60 ปี ตา หู ประสาท กระดูด เสื1 อมถอย
อายุ 75 ปี เซลล์สมอง (neurone) ค่อย ๆ ตาย
อายุ 85 ปี ขึ0นไปนํ0าหนักสมองลดลง 150 - 200 กรัม ส่ วนสู งลดลง 3
– 5 ซ.ม.

ทฤษฎีกลไกการเกิดโรค
• คนไทยมีความเชื1อในทฤษฎีธาตุท0 งั สี1 เชื1อว่าการสมดุลของธาตุท0 งั สี1 จะทําให้
สุ ขภาพแข็งแรง
• ปั จจัยหรื อมูลเหตุที1จะทําให้ธาตุท0 งั สี1 เสี ยสมดุลเกิดจากการเจ็บป่ วยคือธาตุ
สมุฏฐานเอง คือการเสี ยสมดุลของธาตุ
• ประกอบกับพฤติกรรมการกิน การอยู่ หลับนอน และตกใจ นอกจากนี0ยงั มีที1อยู่
อาศัยและสิ1 งแวดล้อม
• ฤดูกาล คือ อุตุสมุฏฐาน
• ช่วงเวลาในวันหนึ1งๆ คือ กาลสมุฏฐาน
• ความเสื1 อมตามอายุขยั คือ อายุสมุฏฐาน เป็ นธรรมชาติที1มนุษย์หลีกเลี1ยงไม่ได้
• แต่สามารถประคับประครองได้โดย คือการใช้ธาตุ 4 ของตนให้สมดุล และใช้
ตํารายาต่าง ๆ มากมายมาบําบัดยามป่ วยไข้

สุ ขภาพ สื1 อด้วย อายุขยั
• มนุษย์มีความเสื1 อมของร่ างกายเป็ นธรรมชาติธรรมดา เชื1อว่ามนุษย์ในปั จจุบนั
สามารถมีอายุขยั สู งสุ ด 125 ปี (อายุขยั หมายถึง การสิ0 นอายุ ความตาย อัตรา
กําหนดอายุ)
• ตัวการที1ทาํ ให้เกิดความชราไปโดยธรรมชาติกค็ ือ เชื0อโรค สารพิษ หรื ออาหารบาง
ชนิ ดกระทําให้เกิดอนุมูลอิสระในร่ างกายมนุษย์ แล้วไปทําปฏิกิริยาออกซิ เดชันกับ
เซลล์ ทําให้เซลล์แตกตาย หรื อมีความผิดปกติไป
• กลไกยับยั0งปฏิกิริยานี0 เรี ยกว่า “แอนตี0ออกซิ แดนท์” ธรรมชาติให้โอกาสแก่
มนุษย์สร้างสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ด้วยการกินพืชผัก ธัญพืชต่าง ๆ ผลไม้
สมุนไพรต่าง ๆ ซึ1 งมีอยูด่ าษดื1น พืชผักผลไม้เหล่านี0มีสารเหล่านี0สูง จึงเท่ากับว่า
เราได้รับสารแอนตี0ออกซิ แดนท์ตลอดเวลา สารธรรมชาติจากพืชจึงมีส่วนช่วย
ป้ องกันปั ญหาสุ ขภาพให้กบั เราได้ ด้วยเหตุผลนี0 ทฤษฎีน0 ีจึงมีผลดีต่อการอธิ บาย
ของการแพทย์แผนไทยหรื อแผนโบราณ

BERRIES

สมุนไพรแอนตี0ออกซิ แดนท์
วิตามินเอสู ง ได้แก่ ใบยอ ใบหญ้านาง ตําลึง ผักกูด กะสัง ผัก
แพว ผักชีลาว ผักแว่น ผักบุง้ เหลียง กระเจีLยบแดง แมงลัก ชะอม
พริ กชี0ฟ้าแดง แพงพวย ขี0เหล็ก ฯลฯ

วิตามินบีสูง ได้แก่ มะขามป้ อม ฝรั1ง มะปราง ขนุน ละมุด
มะละกอ มะกอก มะขาม ลูกหว้า พุทรา ฯลฯ

วิตามินอีสูง ได้แก่ พวกธัญญพืชต่าง ๆ เช่น งาดํา ข้าวซ้อมมือ
จมูกข้าว ข้าวโพด ฯลฯ

พืชที1มีเบต้าแคโทรี นสู ง ได้แก่ แครอท ฟักทอง แค กระเพรา
แพชัน1 ฟรุ ท ขี0เหล็ก ผักเจียงดา ยอดฟักขาว ผักติ0ว ผักแซ่ว ฯลฯ

ผูป้ ่ วยโรคมะเร็ งควรพยายามทานพืชผักผลไม้ให้ได้
ดังต่อไปนี0
ผักควรทานให้ได้ 25 – 30 % ต่อวัน
ทานผลไม้ 10 %
เนื0อปลา หรื อ ถัว1 10 %
นอกนั0นควรเป็ นข้าวกล้อง หรื อ เผือก มัน 50 % หรื อประมาณ 4 –
5 ทัพพีต่อวัน
• ผักผลไม้ต่าง ๆ อาจต้องนํามา ต้ม ลวก แกง หรื อทานดิบ อาจบด ปั1 น ได้บา้ ง ถ้า
ไม่สะดวกในการกิน ไม่ควรมีสูตรตายตัว ทานให้หลายหลากชนิ ด หลากรสชาติ
• ไม่ควรเติมนํ0าตาล หรื อนํ0าผึ0ง เกินความจําเป็ น ถ้าไม่ตอ้ งเติมได้กจ็ ะดี เพราะเรา
ได้คาร์ โบไฮเดรทจากข้าว มันเทศ นํ0าตาล ในผักผลไม้เพียงพอแล้ว ถ้าเติมลงไป
อาจทําให้น0 าํ ตาลเกินได้



ธาตุเจ้ าเรือน
องค์ประกอบของธาตุที1รวมกันอยูอ่ ย่างปกติน0 นั จะมีธาตุอย่างใด
อย่างหนึ1งเด่น เรี ยกว่า “ธาตุเจ้าเรื อน” ซึ1งจะมีลกั ษณะแตกต่างกันไปใน
แต่ละคน ตามเดือนเกิด บุคคลแต่ละธาตุจะมีบุคลิก-ลักษณะจําเพาะและ
จุดอ่อน/ลักษณะของธาตุเสี ยสมดุลที1แตกต่างกันตามธาตุเจ้าเรื อนนั0นๆ
ดังนั0นการรักษาร่ างกายให้สมบูรณ์แข็งแรง ตามทฤษฎีการแพทย์แผน
ไทยจึงควรรับประทานอาหารให้ตรงกับธาตุเจ้าเรื อนของตนเอง ดังนี0

ธาตุไฟเจ้ าเรือน

เกิดเดือน ม.ค.-มี.ค.
มักขี0ร้อน ทนร้อนไม่ค่อยได้ หิ วบ่อย กินเก่ง ผมหงอกเร็ ว หนัง
ย่น ผม ขนหนวดค่อนข้างบางและนิ1ม ไม่ค่อยอดทน ใจร้อน ข้อกระดูก
หลวม มีกลิ1นปาก กลิ1นตัวแรง ความต้องการทางเพศปานกลาง
ควรรับประทานอาหารรสขม เย็น จืด ได้แก่ แตงโท แตงกวา ขี0เหล็ก
มะระ หัวไชเถ้า มะเขือม่วง กะหลํ1าปลี ฯลฯ

ธาตุลมเจ้ าเรือน

เกิดเดือน เม.ย..-มิ.ย.
จะมีผวิ หนังหยาบแห้ง รู ปร่ างโปร่ ง ผอม ผมบาง ข้อกระดูกลัน1
เมื1อเคลื1อนไหว ขี0อิจฉา ขี0ขลาด รักง่ายหน่ายเร็ ว ทนหนาวไม่ค่อยได้
นอนไม่คอยหลับ ช่างพูด เสี ยงตํ1าออกเสี ยงไม่ชดั มีลูกไม่ดก คือ
ความรู ้สึกทางเพศไม่ค่อยดี
ควรรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน ได้แก่ ขิง ข่า ตะไคร้ พริ กไทย
โหระพา ยีห1 ร่ า กระเทียม

ธาตุนํา4 เจ้ าเรือน

เกิดเดือนก.ค.-ก.ย.
จะมีรูปร่ างสมบูรณ์ อวัยวะสมบูรณ์ สมส่ วน ผิวพรรณสดใสเต่งตึง
ตาหวาน นํ0าในตามาก ท่าทางเดินมัน1 คง ผมดกดํางาม กินช้า ทําอะไร
ชักช้า ทนหิ ว ทนร้อน ทนเย็นได้ดี เสี ยงโปร่ ง มีลูกดก แต่มกั เฉื1 อยและ
ค่อนข้างเกียจคร้าน
ควรรับประทานอาหารรสเปรี0 ยว รสขม ได้แก่ ส้ม มะเขือเทศ สับปะรด
มะกรู ด มะนาว ใบมะขามอ่อน มะระ มะระขี0นก ฯลฯ

ธาตุดนิ เจ้ าเรือน

เกิดเดือน ต.ค.-ธ.ค.
จะมีรูปร่ างสู งใหญ่ ผิวค่อนข้างคลํ0า ผมดกดํา เสี ยงดังฟังชัด ข้อ
กระดูกแข็งแรง กระดูกใหญ่ นํ0าหนักตัวมาก ลํ1าสัน อวัยวะสมบูรณ์
ควรรับประทานอาหารรสฝาด หวาน มัน เค็ม ได้แก่ มังคุด ฝรั1งดิบ
ฟักทอง เผือก ถัว1 ต่างๆ เงาะ นํ0านม นํ0าอ้อย เกลือ ฯลฯ

เมี1ยงคํา

เมี1ยงคํา
• เมี1ยงคําเป็ นอาหารที1คนภาคกลางนิยม
รับประทานเป็ นอาหารว่างในช่วงฤดู
ฝน เนื1องจากเป็ นช่วงที1ตน้ ชะพลูแตก
ใบอ่อนมาก มีรสชาติดี
• เมี1ยงคําสามารถรับประทานเป็ น
อาหารว่าง รสอร่ อย ได้ตลอดทั0งปี
• และสามารถรับประทานเพื1อการดูแล
สุ ขภาพ (ปรับสมดุลธาตุในร่ างกาย)

เครื1 องเมี1ยง







มะพร้าวหัน1 ชิ0นเล็กๆ คัว1 1 ถ้วย (300 กรัม)
กุง้ แห้งตัวเล็ก (ชนิดจืด) 1 ถ้วย (300 กรัม)
ถัว1 ลิสงคัว1 1 ถ้วย (300 กรัม)
หอมแดงหัน1 สี1 เหลี1ยมเล็กๆ ½ ถ้วย (50 กรัม)
ขิงหัน1 สี1 เหลี1ยมเล็กๆ ½ ถ้วย (50 กรัม)
มะนาวหัน1 ทั0งเปลือกสี1 เหลี1ยมเล็กๆ ½ ถ้วย (60 กรัม)
พริ กขี0หนูหนั1 เป็ นชิ0นเล็กๆ (กรณี คนชอบเผ็ด) 25 เม็ด (30 กรัม)
ใบชะพลู, ใบทองหลาง ชนิ ดละ 100 กรัม

ส่ วนผสมนํ0าเมี1ยง :
• กุง้ แห้งโขลกละเอียด ½ ถ้วย (100 กรัม)
• มะพร้าวขูดคัว1 ให้เหลือง ½ ถ้วย (300
กรัม)
• ข่าหัน1 ละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
• ขิงหัน1 ละเอียด 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
• ตะไคร้หน1ั ฝอย 1 ช้อนโต๊ะ (15 กรัม)
• หอมแดงซอย ¼ ถ้วย (25 กรัม)
• นํ0าตาลปี บ 1 ถ้วย (240 กรัม)
• กะปิ ย่าง 2 ช้อนชา (15 กรัม)
• นํ0าปลา 1 ถ้วย (60 กรัม)
• นํ0า 3 ถ้วย

• วิธีทาํ :
• ใส่ น0 าํ นํ0าตาลปี บลงในหม้อตั0งไฟ
กลางๆ คนให้น0 าํ ตาลละลาย กรอง
ด้วยผ้าขาวบาง แล้วตั0งเตาเคี1ยว
• โขลกข่า ตะไคร้ หอมแดง ให้ละเอียด
ใส่ กะปิ ย่าง โขลกให้เข้ากัน
• ใส่ เครื1 องที1โขลก ลงหม้อคนให้เข้ากัน
ใส่ น0 าํ ปลา เคี1ยวพอเริ1 มเหนียว
• ใส่ กุง้ แห้ง มะพร้าวคัว1 ตั0งไฟเคี1ยวต่อ
ให้เหนี ยว ยกลง

สรรพคุณทางยา
• มะพร้าว รสมันหวาน บํารุ งกําลัง บํารุ งเส้น
เอ็น ใช้รักษาโรคกระดูก
• ถัว1 ลิสง รสมัน บํารุ งเส้นเอ็น บํารุ งธาตุดิน
• หอมแดง รสเผ็ดร้อน แก้ไข้เพื1อเสมหะ
บํารุ งธาตุ แก้ไข้หวัด
• ขิง รสหวาน เผ็ดร้อน แก้จุดเสี ยด แก้เสมหะ
บํารุ งธาตุ แก้คลื1นเหี ยนอาเจียน
• มะนาว
– เปลือกผล รสขม ช่วยขับลม
– นํ0ามะนาวรสเปรี0 ยวขับเสมหะ แก้ไอ แก้
เลือดออกตามไรฟัน ฟอกโลหิ ต

• พริ กขี0หนู รสเผ็ดร้อน ช่วยเจริ ญอาหาร ขับ
ลม ช่วยย่อย
• ใบชะพลู รสเผ็ดเล็กน้อย แก้ธาตุพิการ ขับ
ลม
• ใบทองหลาง ขับพยาธิไส้เดือน แก้ตาแดง
ตาแฉะ ดับพิษ
• ข่า รสเผ็ดปร่ าและร้อน ช่วยขับลม ขับพิษ
โลหิ ตร้ายในมดลูก ขับลมในลําไส้
• ตะไคร้ แก้ปวดท้อง ขับปั สสาวะ บํารุ งธาตุ
ช่วยเจริ ญอาหาร และขับเหงื1อ

ประโยชน์ทางอาหาร :







เมี1ยงคําเป็ นอาหารช่วยบํารุ งธาตุ ปรับธาตุช0 นั หนึ1ง
ในเครื1 องเมียงคําที1ประกอบด้วยใบชะพลู มะนาว บํารุ งธาตุน0 าํ
พริ ก หอม บํารุ งธาตุลม
ขิงและเปลือกมะนาว บํารุ งธาตุไฟ
มะพร้าว ถัว1 ลิสง นํ0าตาล กุง้ แห้ง บํารุ งธาตุดิน
เมื1อทําเมี1ยงคําเป็ นอาหารว่าง ผูร้ ับประทานสามารถปรุ งตามสัดส่ วน
ที1สอดคล้องกับธาตุเจ้าเรื อนของตนได้ หรื อปรุ งสัดส่ วน
ตามอาการที1ไม่สบายได้อย่างเหมาะสม

รสยา คือ สรรพคุณ

รสยา 9 รส
1. ยารสฝาดชอบสมาน

5. ยารสเผ็ดร้ อนแก้ลม

2. ยารสหวานซึมซาบไปตามเนื0อ

6. ยารสมันแก้เส้นเอ็น

3. ยารสเมาเบื1อ แก้พิษ

7. ยารสหอมเย็น บํารุ งหัวใจ

4. ยารสขมแก้ทางดีและโลหิ ต

8. ยารสเค็มซึ มซาบไปตาม
ผิวหนัง

ในตําราเวชศึกษาจัดรสยาเพิ1มอีก 1 รส คือ
ยารสจืด ใช้สาํ หรับ แก้ในทางเตโช ขับปั สสาวะ
ดับพิษร้อน แก้ไข้

9. ยารสเปรี4ยวกัดเสมหะ

ตัวยา รสฝาด
• ทับทิมทั0ง 5
• แก้ทอ้ งร่ วง แก้บิดมูกเลือด ปิ ดธาตุ
สมานแผล
• ฝรั1งทั0ง 5
• ถอนพิษบาดแผล แก้ทอ้ งร่ วง
แก้บิดมูกเลือด แก้ปวดเบ่ง

ตัวยา รสหวาน
• รากชะเอมเทศ
• บํารุ งหัวใจให้ชุ่มชื1น แก้กาํ เดา ขับเลือดเน่า แก้น0 าํ ลายเหนียว

• รากชะเอมไทย
• แก้โรคในคอ แก้ลม แก้ไข้
บํารุ งเนื0อให้สมบูรณ์ แก้รัตตะปิ ตตะโรค

ตัวยา รสเมาเบื1อ
• รากขันทองพยาบาท
• แก้พิษลม แก้ประดง แก้พยาธิต่างๆ
โรคเรื0 อน มะเร็ ง คุดทะราด เรื0 อน

• รากทองพันชัง1
• แก้กลากเกลื0อน ผืน1 คัน ดับพิษไข้
แก้โรคผิวหนัง และมะเร็ ง

ตัวยา รสขม
• เถาบอระเพ็ด
• แก้ไข้ แก้เสมหะ แก้โลหิ ต บํารุ งนํ0าดี เจริ ญอาหาร ยาอายุวฒั นะ

ตัวยา รสเผ็ดร้อน
• ขิงแห้ง
• แก้พรรดึก กระจายลม แก้จุกเสี ยด ขับเหงื1อ แก้ไข้ตรี โทษ

ตัวยา รสมัน
• เมล็ดงา
• บํารุ งไขมัน แก้เส้นเอ็น แก้ปวดเมื1อย บํารุ งกําลัง
• เมล็ดถัว1 เขียว
• แก้ร้อนใน แก้ขดั ข้อ บํารุ งเนื0อและกระดูก
บํารุ งกําลัง
• เมล็ดถัว1 ลิสง
• บํารุ งไขมัน บํารุ งเส้นเอ็น ขับผายลม บํารุ งกําลัง

ตัวยา รสหอมเย็น
• เกสรทั0ง 5
• แก้ร้อนในกระหายนํ0า แก้ไข้จบั ไข้เพื1อลม บํารุ งหัวใจ เจริ ญอาหาร

ตัวยา รสเค็ม
• ดีเกลือฝรั1ง
• ถ่ายพรรดึก ถ่ายพิษไข้ ถ่ายเสมหะ ขับเมือกมันในลําไส้
• เหงือกปลาหมอ
• แก้พิษฝี ตัดรากฝี ท0 งั ปวง
แก้โรคผิวหนัง-นํ0าเหลืองเสี ย

ตัวยา รสเปรี0 ยว
• ใบมะขาม
• แก้คูถเสมหะ ฟอกโลหิ ต
• ใบส้มเสี0 ยว
• แก้เสมหะ ฟอกโลหิ ตสตรี

ตัวยา รสจืด
• ต้นขลู่
• แก้กษัยกร่ อน แก้ปัสสาวะพิการ

สมุนไพรสาธารณสุ ขมูลฐาน

กระเพรา
ชื&อวิทย์ Ocimum sanctum, Linn.

สรรพคุณ
ใบ ใบสดของมัน มีน0 าํ มันหอมระเหยอยู่ ซึ1 ง
ประกอบด้วย linaloo และ methyl
chavicol เป็ นยาแก้
ขับลม ท้องอืด ท้องเฟ้ อ ปวดท้อง บํารุ งธาตุ ขับ
ผายลม แก้อาการจุกเสี ยดในท้อง ให้ใช้ใบสด
หรื อยอดอ่อน สัก 1 กํา
มือ มาต้ม ให้เดือด แล้วกรองเอานํ0าดื1ม แต่ถา้ ใช้
กับเด็ก ทารกให้นาํ เอามาตําให้ละเอียดคั0นเอานํ0า
นํามา ผสมกับนํ0ายามหาหิ งคุแ์ ล้วใช้ทาบริ เวณ
รอบ ๆ สะดือ และทาที1ฝ่าเท้า แก้อาการปวดท้อง
ของ เด็กได้

ขมิน4
ชื&อวิทย์ urcuma Longa Linn.
• สรรพคุณ
• ใบ ใช้ขบั ลม แก้ทอ้ งอืดเฟ้ อ ใช้เป็ น
เครื1 องเทศ รักษาแผลในลําไส้ เจริ ญ
อาหารคลายกล้ามเนื0อเรี ยบ
• ในลําไส้ที1เกร็ งตัว
• บรรเทาอาการวิงเวียน ระงับเชื0อ ขับ
ปั สสาวะ ลดไข้ ขับพยาธิ ใช้ภายนอก
รักษากลาก เกลื0อ แก้ผนื1 คัน หรื อ
• โรคผิวหนังอื1น ๆ

ข่ า
ชื&อวิทย์ Alpinia nigra (Gaertn.)
B.L.Burtt

• สรรพคุณ
• เหง้า เหง้าแก่ นํามาตําให้ละเอียด ใช้
ทาบริ เวณที1เป็ นโรคผิวหนัง กลาก
เกลื0อน ใช้เป็ นยา
• รักษาภายนอก หรื อจะตําใช้ทาํ กระ
สายเป็ นเหล้าโรง ทารักษาอาการคัน
ในโรค ลมพิษ ทาบ่อย
• ๆ จนกว่าลมพิษนั0นจะหายไป

ขิง ชื&อวิทย์ Zingiber officinals Roscoe.
• สรรพคุณ
• ต้ น ขับผายลม บรรเทาอาการจุกเสี ยด แน่นเฟ้ อ บํารุ งไฟธาตุ
รักษานิ1ว คอเปื1 อย ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าพยาธิ รักษาโรคตาบิด ลม
ป่ วง ท้องร่ วงอย่างแรง อาเจียน
• ใบ ใช้ใบสด แล้วคั0นเอานํ0ากิน 15 มล. มีรสเผ็ด บรรเทาอาการ
ฟกชํ0าจากการหกล้ม หรื อกระทบกระแทก ช่วยย่อยอาหาร ขับ
ผาย ลม รักษาโรคกําเดา นิ1ว คอเปื1 อย เบาขัด ฆ่าพยาธิ ขับลมใน
ลําไส้ และโรคตา
• ดอก ทําให้ชุ่มชื1น ช่วยย่อยอาหาร ฆ่าพยาธิ บํารุ งไฟธาตุ รักษา
นิ1ว เบาขัด คอเปื1 อย และ บิด อาการบวมนํ0า ใช้ภายนอก รักษา
โรคผิวหนังกลากเกลื0อน และแผลมีหนอง

พญายอ
Climacanthus nutans Lindau
• สรรพคุณ
• ทั4งต้ น ตํากับดินประสิ วเล็กน้อย ผสม
กับสุ รา คั0นเอานํ0าดื1ม และเอากากพอก
แก้พิษงู แก้แมลงสัตว์กดั ต่อย แก้เริ ม
งูสวัด แก้บิด ถอดพิษไข้ ใช้ใบดอง
สุ รา เอาผสมดินสอพอง ทาแก้สิว แก้
เม็ดผดผื1นคัน
• ราก ฝนทาแก้พิษงู ตะขาบ และแมง
ป่ อง

กล้ วยนํา4 ว้ า
ชื&อวิทย์ Musa sapientum Linn.
• สรรพคุณ
• ผล ผลดิบ แก้ทอ้ งเสี ย ผลสุ ก เป็ นยา
ระบาย สําหรับผูท้ ี1เป็ นโรคริ ดสี ดวง
ทวาร
• ยาง สมานแผลห้ามเลือด
• ดอก แก้โรคเกี1ยวกับลําไส้ แก้โรค
โลหิ ตจางลดนํ0าตาลในเส้นเลือด

ฟักทอง
Cucurbita maxima Duchesne.
• สรรพคุณ
• ผล เนื0อในของผลฝักทองนั0นจะมีสาร พวก
carotenes อยู่ ซึ1 งสารนี0เมื1อเข้าไปใน ร่ างกาย
แล้วจะเปลี1ยนเป็ นวิตามินเอ ไม่วา่ จะอยูใ่ นรู ปของคาว
หรื อของหวาน เป็ นอาหาร เสริ มสุ ขภาพได้เป็ นอย่างดี
• เมล็ด ภายในเมล็ดจะมีน0 าํ มันชนิดหนึ1 ง ซึ1 งเป็ นยาที1ใช่
ถ่ายพยาธิตวั ตืด โดยการใช้ เมล็ดแห้ง 60 กรัม นํามา
บดให้เป็ นผง แล้ว ผสมกับนํ0าตาลและนม ให้คนไข้
ทานโดยทิ0ง ช่วงห่างประมาณ 2 ชัว1 โมง พอครั0งสุ ดท้าย
ให้ดื1มนํ0ามันละหุ่งตามเพื1อให้ถ่าย

คูณ
Cassis fistula Linn.
• สรรพคุณ
• ใบ ใช้สดหรื อตากแห้ง ใช้เป็ นยาถ่าย รักษาอัมพาต และ
ใช้รักษาโรคเกี1ยวกับสมอง ส่ วนใบอ่อนใช้เป็ นยารักษา
ไข้รูมาติค (Rheu matic fever) ใช้สาํ หรับ
ภายนอก นํามาตํา พอก หรื อใช้ค0 นั เอานํ0ามาทารักษา
โรคกลาก เกลื0อน ทาถูนวดบรรเทาอาการปวดข้อ และ
รักษากล้ามเนื0อบางส่ วนบนใบหน้า เป็ นอัม พาต
• เมล็ด ใช้ประมาณ 5 - 6 เม็ด นํามาบด เป็ นผงกิน เป็ นยา
ระบาย และเป็ นยากระตุน้ ช่วยให้อาเจียน
• ราก ใช้เป็ นยาบํารุ งรักษาโรคเกี1ยวกับ หัวใจ และโรค
เกี1ยวกับถุงนํ0าดี และเป็ นยา ถ่ายอย่างแรง รักษาอาการ
ไข้ ใช้สาํ หรับภาย นอก พอกรักษาอาการปวดตามข้อ
ได้

Fast & Fresh Food
& Drink

จากประสบการณ์การประชุม “ไทยสัปปายะ”

ประชาชนให้ความสนใจกันมาก

ประชาชนให้ความสนใจกันมาก

รู ปแบบของ SPA นานาชนิด

Menu เด็ดของงานนี0

ได้ เข้ าฟังคําบรรยายเรื&อง โภชนบําบัด


เน้ นการส่ งเสริมสุ ขภาพ > การบําบัดรักษา
โภชนบําบัด เพือ& สุ ขภาพดี 9 ประการ
1.
2.
3.
4.
5.
6.
7.
8.
9.

กินครบ 5 หมู่, หลากหลายในแต่ ละหมู่
กินข้ าวเป็ นหลัก, กินแป้ งสลับเป็ นบางมือ4 , เน้ น”ข้ าวกล้ อง”
กิน ผัก ผลไม้ ให้ มาก และสมํา& เสมอ
โปรตีนจากเนือ4 ปลาเป็ นหลัก หรือเนือ4 สั ตว์ ไม่ ติดมัน ไข่ ถั&วเมล็ดแห้ ง
ดืม& นม ให้ เหมาะสมตามวัย
ไขมันพอควร
อาหารสะอาดไม่ ปนเปื4 อน สารเคมี และ แบคทีเรีย
หลีกเลีย& งอาหารรส หวานจัด เค็มจัด
งดแอลกอฮอล์ ที&ทาํ ลายประสาทและสมอง

สั ดส่ วนของอาหารในแต่ ละวัน
ปลา เนือ4 สั ตว์ ไข่ ถั&ว นม
วันละ 6 ช้ อนคาว (ไข่ 1 ฟอง =2 ช้ อน)
นม 1 แก้ ว

ไขมันจากสั ตว์ และพืช
วันละ 2 ช้ อนโต๊ ะ

ข้ าว แป้ง นํา4 ตาล เผือกมัน
วันละ 8-12 ทัพพี

ผักใบเขียวสุ ก+ดิบ
วันละ 6 ทัพพี

ผลไม้ วันละ 3-5 ส่ วน
(1 ส่ วน : ฝรั&ง ½ ผล, ส้ ม 1 ผล,สั บปะรด 6 ชิ4น)

ผัก และผลไม้ เป็ นสิ& งทีเ& รามองข้ าม จริงหรือ?
ผัก และ ผลไม้ สด
คงคุณค่ าของสารอาหารตามธรรมชาติ อย่ างสมบูรณ์
Organic vitamin& mineral ดูดซึมได้ ดกี ว่ ายาเม็ด

พลังชีวติ : vital energy
antioxidants

มหัศจรรย์ นํา4 ผัก และผลไม้ สด

• ในนํา4 ผักเป็ นกรดอ่ อนๆ ทีม& คี ลอโรฟิ ลล์
(Chlorophyll : สารสี เขียวในพืช) มีวติ ามินเอ
วิตามินซี ธาตุเหล็ก โปแตสเซียม แมกนีเซียม และ
ฟอสฟอรัส จะเกิดการแลกเปลีย& นการใช้ สารอาหารได้
สู งสุ ด ณ จุดทีร& ่ างกายสามารถนํา ของเสี ยทิง4 ได้ ท4งั หมด
และทําให้ ร่างกายสร้ างพลังงานในแต่ ละเซลล์ ได้ อย่ าง มี
ประสิ ทธิภาพ ซึ&งส่ งผลให้ เกิดการ สร้ างเซลล์ ใหม่ ทดแทน
เซลล์ เก่ าทีต& ายในแต่ ละวันได้ เต็มที&

• pH ของนํ0าผักที1เหมาะสมกับคนไทยอยูท่ ี1
pH 4-6 คนอ้วนมากให้นาํ ผักที1 pH 4 เลย
เนื1องจากคนอ้วนมี ไขมันค้างอยูใ่ นลําไส้ใหญ่
นํ0าผักจะเปลี1ยนไขมันเป็ นโคเลสเตอรอล ไป
เป็ นไตรกลีเซอไรด์ และเป็ น กลีเซอไรด์ในที1สุด
ซึ1 งร่ างกายนําไปใช้ได้

• pH เป็ นกรดเกินไปการใช้ แคลเซียมก็จะยาก กรดอ่ อน
ทําให้ เกิด การใช้ ไขมัน ไขมันถูกย่ อยสลาย ได้ เร็ว ถ้ า เป็ น
ด่ างเกินไปการย่ อยสลายไขมันก็ทาํ ได้ น้อย ไขมันคือ
ของแข็ง ที&มปี ริมาณถึง 60% ของของแข็ง ทั4งหมด ใน
ร่ างกาย เป็ นตัวทีจ& ะไปเปลีย& นเป็ นนํา4 หล่ อเลีย4 ง นํา4 เมือกที&
ไป หล่ อเลีย4 งตามส่ วนต่ างๆ ของร่ างกาย นํา4 ไขข้ อ เป็ นไข
กระดูก เป็ นกล้ ามเนือ4 เป็ นกระดูก เส้ นเอ็น ไขมันหล่ อ
เลีย4 งเส้ นผมเป็ นลําดับ

• การกินนํา4 ผักก่ อนเป็ นการเตรียมร่ างกายให้ ย่อยสารอาหาร
ทีเ& รากินลงไปได้ ดกี ว่ าเดิม นั&นคือ เกิดสภาวะดีกบั ร่ างกาย
ทั4งระบบ สรุป นํา4 ผักทําหน้ าที& 2 อย่ างในเวลาเดียวกันคือ
1. ให้ สารอาหารทีร& ่ างกายนําไปฟื4 นฟูตบั กับตับอ่ อน
2. กระตุ้นให้ ร่างกายพร้ อมในการย่ อยไขมันทีเ& หลือค้ างอยู่
เปลีย& นรู ปไปเป็ นพลังงานทําให้ ร่างกาย เตรียมพร้ อมทีจ& ะ
ย่ อยสารอาหารทีร& ับประทานเข้ าไปในมือ4 ต่ อไป

• ส่ วนประกอบของนํา4 ผักและประโยชน์
นํ0าผักมีสารอาหาร แร่ ธาตุที1ช่วยฟื0 นฟูการทํางานของ
อวัยวะทุกส่ วนในร่ างกาย ช่วยการทํางาน 5 ระบบ
คือ ระบบดูดซึ ม
ระบบทางเดินหายใจ
ระบบหมุนเวียนโลหิ ต
ระบบภูมิคุม้ กัน
ระบบต่อมไร้ท่อ

• ผักกาดหอม ช่ วยฟื4 นฟูเซลล์ โดยเฉพาะระบบประสาทและเซลล์ในปอด ช่ วยชะ
ล้ างของเสี ยในระบบเลือด ทําให้ ร่างกายมีความสามารถใช้ แคลเซียมได้ อย่ างมี
ประสิ ทธิภาพช่ วยลดอาการเจ็บปวดของระบบข้ อเสื& อมต่ างๆ

• มะเขือเทศ ช่ วยทําให้ เม็ดเลือดแดงแข็งแรง ช่ วยทําให้ ผวิ พรรณดี เพิม& ภูมิ

ต้ านทานของร่ างกาย มีสารช่ วยย่ อยอาหาร ทําให้ เยือ& บุกระเพาะ ลําไส้ ทํางานเป็ น
ปกติ

• หอมหัวใหญ่ ช่ วยทําให้ หัวใจแข็งแรง

• มะนาว ช่ วยฟื4 นฟูภูมคิ ุ้มกัน
• เสาวรส ในเมล็ดมีสารอาหารช่ วยบํารุงสมอง
• นํา4 ผึง4 บํารุงผิวพรรณ ฟื4 นฟูเซลล์ทเี& สื&อมสภาพ
• กล้ วยนํา4 ว้ าและแอปเปิ4 ล ช่ วยเสริมระบบขับถ่ายของเสีย

ช่ วยปรับสมดุลให้ ร่างกายและช่ วยย่ อยไขมัน โปรตีน คาร์ โบไฮเดรต เปลีย& นเป็ น
พลังงาน

นวดเส้นสิ บ VDO

PHYTO ESTROGEN

ทับหม้อเกลือ

การอยูไ่ ฟ

สมุนไพร Menu อาหารเย็น

ผัก สมุนไพร ในตลาด








ตะไคร้
หอมแดง
โหระพา
กะเพรา
สะระแหน่
กระเทียม
พริ กแห้ง
ข่า
กระชาย




ขิง
สะตอ
ฟักทอง
ใบชะพลู

HONEY

ผลไม้ สมุนไพร
• มังคุด
• สับปะรด




มะละกอ
ส้ม?
มะขามป้ อม
กล้วย?

สมุนไพร ใน ก๋ วยเตีKยวต้มยํา







ผักชี
พริ กไทย
พริ ก
มะนาว
ข่า
ตะไคร้
ใบมะกรู ด
ถัว1 ลิสง









หอมแดง
มะเขือเทศ
ถัว1 งอก
ใบโหระพา
นํ0ามะขามเปี ยก
*มะนาว
ใบมะกรู ด
ตะไคร้
ถัว1 ลิสง

ควรกินอะไร ใน ฤดูร้อน
• มีน0 าํ มากๆ
• อาหารรสขม
• เครื1 องดื1ม

ควรกินอะไร ใน ฤดูฝน
• ผัดฉ่ า
• ผัดเผ็ดหมูป่า
• ผัดไทย + ดีปลี

• บัวลอยนํา4 ขิง
• เต้าฮวย

ควรกินอะไร ใน ฤดูหนาว
• ผักรสร้อน
• ผักรสเปรี0 ยว
• ฟ้ าทะลายโจร

• เมี1ยงคํา
• พริ กไท
• ไก่ผดั ขิง

รักษา “หวัด”
รับประทานอาหาร : อุ่น นํ0าขิง นํ0าตะไคร้

รักษา “ไข้ ”



นอนพักผ่อน
เช็ดตัว
ดื1มนํ0า
อาหาร ตะลิงปิ ง

รักษา “ความเครี ยด”






นอน
สมาธิ
ใบมะยม
ว่านหางจระเข้
มะนาว
ผักกูด
โด่ไม่รู้ลม้

รักษา “ปวดเมื1อย”
• ฤาษีดดั ตน
• ตะไคร้แห้ง ต้มนํ0า

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful