ในยุคโลกาภิวัตน์ ที่ความเจริญทางด้านวัตถุ ก้าวหน้าไปอย่างไม่หยุดยั้ง เป็นที่น่าฉงนว่า ทําไมคนในโลก

กลับมีความสุขน้อยลง และดูเหมือนว่าปัญหาในการดํารงชีวิต กลับมีเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะปัญหาทางด้านศีลธรรม
จริยธรรมอันเป็นความเจริญทางด้านจิตใจ ดูจะเป็นสมการผกผัน กับความเจริญทางด้านวัตถุอย่างน่าเป็นห่วง ทุก
วันนี้ หากเราฟังข่าวคราวไม่ว่าในประเทศไทย หรือประเทศอื่นๆ ทัว่ โลก ล้วนแล้วแต่มเี หตุการณ์ร้ายๆ เกิดขึ้นไม่เว้น
แต่ละวัน ทั้งจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ และภัยอันเกิดจากน้ํามือของมนุษย์ด้วยกันเอง
หลายๆ สิ่งเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ก็สามารถนํามาใช้คาดการณ์ลว่ งหน้าและรับมือได้ทัน แต่กม็ ีไม่นอ้ ย ที่
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยียังไปไม่ถึง แต่หากจะบอกว่าสภาพการณ์หลายๆ อย่างที่อุบัติขึ้นในสมัยปัจจุบัน เป็นสิ่ง
ที่พระพุทธเจ้า ได้ทํานายล่วงหน้ามาแล้วกว่า 2500 ปี
หลายๆ คนอาจจะยังไม่เชื่อ หรือไม่เคยได้ยินได้ฟังมาก่อน ดังนั้น กลุ่มประชาสัมพันธ์ สํานักงานคณะกรรมการ
วัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม จึงขอนําเรื่อง “พุทธทํานาย” อันปรากฏอยู่ในอรรถกถาพระไตรปิฎก มหา
สุบินนิมิตชาดก เอกนิบาตชาดก ขุททกนิกาย ซึ่งเป็นเรื่องเล่าถึงสมัยที่พระพุทธเจ้า ได้ทรงทํานายพระสุบิน (ความ
ฝัน) ให้พระเจ้าปเสนทิโกศล จํานวน 16 ข้อ ว่ามีความหมายอย่างไร ดังนี้
วันหนึ่งพระเจ้าปเสนทิโกศล ผู้ครองกรุงสาวัตถี ได้เสด็จเข้าสู่นิทรารมย์ในราตรีกาล ครั้นล่วงปัจฉิมยามใกล้รุ่ง ได้
ทอดพระเนตรเห็น พระสุบินนิมิตอันใหญ่หลวง ถึง 16 ประการ อันเป็นพระสุบินที่แปลกประหลาด จึงทรงตก
พระทัยตื่นบรรทม และครั้นรุ่งเช้า ก็ได้ให้พวกพราหมณ์ปุโรหิตประจําราชสํานักทํานาย พวกพราหมณ์ปุโรหิต ก็พา
กันทํานายว่าเป็นพระสุบินที่ร้าย และว่าพระองค์จะต้องประสบภัยอันตราย 3 ประการ ไม่เสียราชทรัพย์ ก็จะมี
โรคภัยไข้เจ็บเบียดเบียน หรือไม่กต็ ้องสวรรคต อย่างใดอย่างหนึ่ง และแนะให้พระองค์ทําพิธีบูชายัญสัตว์ เพื่อ
สะเดาะเคราะห์ เมื่อพระนางมัลลิกา พระมเหสีทราบเรื่องเข้า จึงทูลให้ไปขอคําแนะนําจากพระพุทธเจ้า
ซึ่งพระพุทธองค์ก็ได้ทรงทํานาย ว่า เหตุร้ายนั้นจะมีแน่นอน เพียงแต่มิใช่เกิดแก่พระเจ้าปเสนทิโกศล หรือแว่นแคว้น
ของพระองค์ แต่เหตุร้ายเหล่านี้จะเกิดแก่สตั ว์โลกทั่วๆ ไป และแก่พระศาสนาของพระพุทธองค์ในภายภาคหน้า เมื่อ

ล่วงเลยพุทธกาลไปแล้ว 2500 ปี เมื่อศาสนาเสื่อมลง (กล่าวกันว่า อายุพระพุทธศาสนาของพระสมณโคดม ยืนยาว
เพียง 5,000 ปี หลังจากนั้น ต้องรอยุคของพระศรีอาริยเมตไตรย์ พระพุทธเจ้าองค์ต่อไปเสด็จมาโปรดสัตว์)
ความฝันของพระเจ้าปเสนทิโกศล และคําทํานายของพระพุทธเจ้าทั้ง 16 ประการ ประกอบด้วย

1. ทรงฝันว่า “มีโค 4 ตัว วิ่งมาจากทิศทั้ง 4 ตรงดิ่งเข้าหากัน มีอาการเกรี้ยวกราด คํารนคํารามประหนึ่งว่าจะ
ชนกัน ผู้คนแตกตื่นพากันมามุงดูด้วยหมายใจว่า จะได้ชมโคชนกัน แต่แล้วโคทั้ง 4 ตัวนั้นหาได้ชนกันไม่ ต่างก็
ผละหนีถอยห่างออกจากกันไป”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า ในชั่วศาสนาของพระองค์ เมื่อโลกหมุนไปถึงจุดที่เสื่อม
ลง ผู้ปกครองประเทศ ผู้บริหารบ้านเมือง และประชาชนทั่วไปไม่ตั้งอยู่ในศีลในธรรม ต่างพากันล่วงละเมิดหลัก
ศีลธรรม ทําให้สังคมโดยรวมมีแต่ความวิปริตเสื่อมทราม มีแต่ความเห็นแก่ตัว คอยชิงดีชิงเด่น มือใครยาวสาวได้สาว
เอาไม่มีทสี่ ิ้นสุด อาศัยเหตุนี้ฝนฟ้าจักแล้ง พืชพันธุ์ธัญญาหารต่างๆ จะไม่อดุ มสมบูรณ์ จะเกิดทุพภิกขภัย ข้าวยาก
หมากแพง ปวงประชาอาณาราษฎร์ต้องอดอยากยากแค้นกันโดยถ้วนทั่ว ในบางคราวมีเมฆตั้งเค้าขึ้นเป็นเหมือนฝน
จะตก แต่ก็หาได้ตกไม่ ตั้งเค้าลอยมาจากทิศทั้ง 4 สายฟ้าฟาดดังกัมปนาทหวั่นไหวไปทั่วพื้นปฐพี แต่แล้วเมฆฝนที่
คะนองก้องฟ้า พาให้ชาวประชาดีใจก็ไม่ตก กลับเหือดหายไปเสียจนหมดสิ้น มีอุปมาเหมือนโคดําที่วิ่งเข้าหากัน
ทําท่าว่าจะชนกัน แล้วหาได้ชนกันไม่ ฉะนั้น”

2. ทรงฝันว่า “ต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่เพิ่งจะโผล่ขึ้นพ้นจากดินไม่นาน ได้แค่คืบหนึ่งบ้าง และแค่ศอกหนึง่ บ้างเท่านั้น
ก็ผลิดอกออกผลไปตามๆ กัน เหมือนไม้ใหญ่ ฉะนั้น”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ต่อไปเมื่อโลกเสื่อม มนุษย์แม้จะมีอายุเยาว์ มีวัยยังไม่สมบูรณ์ก็จะมีราคะกล้า
และสมสู่กันตั้งแต่อายุยังน้อย และจะมีลูกแต่เด็กๆ เหมือนต้นไม้เล็กๆ แต่ก็มีผลแล้ว”

3. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นแม่โคใหญ่ กลับอ้อนวอนขอดื่มนมของลูกโคที่เพิ่งเกิด”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ต่อไปในอนาคต การเคารพนบนอบผู้ใหญ่ เช่น พ่อแม่ ครูบาอาจารย์จะเสื่อมถอย
คนเฒ่าคนแก่พ่อแม่เมื่อหมดที่พึ่ง หาเลี้ยงตนไม่ได้ ก็ต้องง้อ ต้องประจบลูกๆ ดังที่แม่โคที่ต้องกินนมลูกโค ฉะนั้น”

4. ทรงฝันว่า “ผู้คนไม่ใช้วัวตัวใหญ่ ที่สมบูรณ์แข็งแรงเทียมแอกลากเกวียน กลับไปใช้โครุ่นๆ ที่ยังปราศจาก
กําลังมาลาก เมื่อมันลากเกวียนให้แล่นไม่ได้ มันก็สลัดแอกนัน้ เสีย”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในภายหน้าเมื่อผู้มีอํานาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม จะได้คนอันธพาลสันดานหยาบ หรือ
มอบหมายให้พวกที่ไร้มนุษยธรรมปกครองบ้านเมือง แทนที่จะยกย่องและมอบหมายหน้าที่ ให้กับผู้มสี ติปัญญา
ความรู้ กลับไปมอบยศศักดิ์ให้กับคนหนุ่มที่อ่อนหัด ด้อยประสบการณ์ ทําให้ปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ดี กิจการต่างๆ ก็ไม่
สําเร็จ ทําให้ประชาอาณาราษฎร์เดือดร้อนทุกหัวระแหง ขาดความเป็นธรรม เบียดเบียนประชาชน ฉ้อราษฎร์บัง
หลวง ทุจริตคอรัปชั่น บริหารบ้านเมืองโดยวู่วาม ขาดคุณธรรม ไม่รสู้ ึกสํานึกรับผิดชอบในหน้าที่ รับแต่สินบาทคาด
สินบน จนผู้คนทั่วทั้งแผ่นดินลําบากใจ ก็เหมือนใช้โครุ่นมาเทียมแอก เกวียนก็แล่นไม่ได้ฉันใด ก็ฉันนั้น”

5. ทรงฝันว่า “เห็นม้าตัวหนึ่ง มีปากสองปาก มองเห็นหญ้าที่คนเลี้ยงนํามาให้ ถึงกับปากอ้าน้ําตาไหลเพราะ
ความหิวโหย คนเลี้ยงม้าสองคนยืนยื่นหญ้าส่งป้อนให้พร้อมๆ กันแทบไม่ทัน กินไม่รู้จกั อิ่มจนน่าอ่อนใจ”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า ผู้รับผิดชอบตัดสินคดีความของราษฎร ที่ปฏิบัติหน้าที่
ราชการในศาลต่างๆ จะคิดคบร่วมกันเบียดเบียนประชาชนทั้งสองฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายโจทก์และฝ่ายจําเลย โดยกิน
สินบนทั้งสองฝ่าย แม้นได้สินบนฝ่ายใดมาก ก็จะตัดสินให้ฝ่ายนั้นเป็นผู้ชนะความ โดยไม่คํานึงถึงความถูกต้อง

หรือไม่จําเป็นต้องสืบค้นหาความถูกต้องเลย แม้จะรู้โดยแน่ชัดว่าใครผิด แต่ก็แสร้งปรับเปลี่ยนสํานวนคําฟ้องให้เป็น
ผู้บริสุทธิ์ได้ ทําให้คนที่ไม่ได้ทําความผิด ต้องถูกลงโทษจองจําอย่างไร้มนุษยธรรม และในระหว่างการดําเนินคดีก็
แสร้งถ่วงเวลาให้ยาวออกไป พร้อมกับเรียกร้องเอาสินบนจากทั้งสองฝ่าย ดังม้าที่กินหญ้าทั้งสองปาก ฉะนั้น”

6. ทรงฝันว่า “ฝูงชนเอาถาดทองคําราคาแพง ไปให้หมาจิ้งจอกตัวหนึ่ง พร้อมเชื้อเชิญให้หมาจิ้งจอกตัวนั้น
ถ่ายปัสสาวะใส่ถาดทองนัน้ ”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ต่อไปคนดีมีสกุลทั้งหลายจะสิ้นอํานาจวาสนา คนตระกูลต่ํา หรือคนพาลจะได้
เป็นใหญ่เป็นโต และคนมีตระกูล ก็จะต้องยกลูกสาว ให้แก่ผู้ไร้ตระกูลเหล่านั้น เหมือนเอาถาดทองไปรองเยี่ยวหมา
จิ้งจอก ฉะนั้น”

7.ทรง ฝันว่า “มีบุรุษหนึ่งนั่งฟัน่ เชือกหนัง นั่งอยู่บนตั่ง ปลายเชือกที่ฟั่นแล้วข้างหนึ่งห้อยย้อยหย่อนไปในที่ใกล้
เท้า แม่หมาจิ้งจอกโซตัวหนึ่ง นอนอยู่ใต้ตั่งที่บุรุษนั้นนั่งอยู่ แล้วก็กัดกินเชือกนั้น โดยที่เขาไม่รู้ตัว ฟั่นได้ยาว
เท่าไรก็กัดกินสิ้น ยิ่งฟั่นยิ่งสั้น ไม่มีโอกาสหย่อนยานพาดถึงพื้นดินได้เลย”

- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในกาลข้างหน้า ผู้หญิงจะเหลาะแหละ โลเล ลุ่มหลงในสุรา เอาแต่แต่งตัว เที่ยว
เตร่ ประพฤติทุศีล แล้วก็จะเอาทรัพย์ที่สามีหาได้ด้วยความลําบากไปใช้ หรือให้ชายชู้ เหมือนนางหมาจิง้ จอกโซที่
นอนใต้ตั่ง คอยกัดกินเชือกที่เขาฟั่น และหย่อนลงไว้ใกล้เท้า ฉะนั้น”

8. ทรงฝันว่า “มีตุ่มน้ําใบใหญ่มนี ้ําเต็มใบหนึ่งตั้งอยู่ที่ประตูเมือง และมีตุ่มใบเล็กๆ จํานวนมากตั้งเรียงรายอยู่
รอบๆ ตุ่มใบใหญ่นั้น ประชาชนทุกหมู่เหล่าตักน้ํามาจากทิศทางต่างๆ แล้ว เทใส่ตุ่มใบใหญ่ที่มีน้ําเต็มอยู่นั้น จน
น้ําไหลล้นแล้วล้นอีก เจิ่งนองไปทั่วบริเวณนั้น หามีใครสักคนที่จะสนใจตุ่มน้ําใบเล็กที่ว่างเปล่าใบอื่นๆ เลย”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า คนเป็นใหญ่หรือมีอํานาจ จะเบียดเบียนหรือเอาเปรียบ
ผู้ด้อยกว่า คนที่รวยอยู่แล้วก็จะมีคนจนหารายได้ไปส่งเสริมให้รวยยิง่ ขึ้น ดังฝูงชนที่ต้องตักน้ําใส่ตมุ่ ใหญ่ที่เต็มอยู่แล้ว
จนล้น ส่วนตุ่มที่ว่างอยู่กลับไม่ไปใส่น้ํา”

9. ทรงฝันว่า “เห็นสระแห่งหนึ่ง มีบัวนานาชนิดขึน้ อยู่เต็ม และมีท่าขึ้นลงโดยรอบ สัตว์ต่างๆ ก็พากันดื่มน้ําใน
สระ แต่แทนที่น้ําบริเวณที่สัตว์เหยียบย่ําจะขุน่ กลับใสสะอาด ส่วนน้ําที่อยู่ตรงกลางสระที่สัตว์ไม่ไปดื่มหรือ
เหยียบย่ํา แทนที่จะใส กลับขุน่ มัว”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาลเบื้องหน้า เมื่อคนมีอํานาจไม่ตั้งอยู่ในธรรม ขาดเมตตา คอยใช้
อํานาจรีดนาทาเร้นหรือกินสินบน ชาวบ้านชาวเมืองก็จะหนีเข้าป่า ไปอาศัยอยู่อย่างอิสระไม่ขึ้นกับทางการ รวมกลุม่
กันอยู่อย่างปกติสุข เหมือนน้ํารอบๆ สระที่ใส ส่วนเมืองหลวงกลับว่างเปล่า เหมือนน้ํากลางสระที่ขุ่น ฉะนั้น”

10. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นข้าวที่คนหุงในหม้อใบเดียวกัน สุกไม่เท่ากัน โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ข้าวแฉะ ข้าว
ดิบ และข้าวสุกดี”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาลภายภาคหน้า ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามที่เคยปฏิบัติกันมา
แต่โบราณ จะเกิดการเปลีย่ นแปลง ผู้คนจะคลายความศรัทธา หมดความเชื่อถือ ยกเลิกไปทีละอย่างสองอย่าง จนไม่
หลงเหลือประเพณีเดิมเอาไว้ การไหว้เจ้าบวงสรวงเทพาอารักษ์จะไม่เหลืออยู่ ผู้คนจะมีจิตใจแข็งกระด้างหยาบคาย
ขาดศีลธรรม ขาดความจริงใจต่อกัน ไม่มีมติ รภาพต่อกัน เพียงเสแสร้งพูดจากันเพราะความจําเป็น สวมหน้ากากเข้า
หากันไปวันๆ เท่านั้น ลับหลังก็คอยหาโอกาสฆ่าฟันกัน ผู้คนจะเกิดเจ็บป่วยด้วยโรคภัยไข้เจ็บที่แปลกๆ ซึ่งหมอไม่
สามารถหายารักษาได้ ฤดูกาลก็จะเปลีย่ นแปลง จากที่เคยมีฝนตกต้องตามฤดูกาล ก็จักขาดหายไปกลายเป็น
หน้าแล้ง ฤดูหนาวก็จะกลายเป็นหน้าร้อน ทําให้การเพาะปลูกบางแห่งได้ผล บางแห่งก็ไม่ได้ผล เช่นเดียวกับข้าวที่มี
สุกบ้าง ดิบบ้าง และแฉะบ้าง”
11. ทรงฝันว่า “คนนําแก่นจันทน์ที่มีราคาแพง ไปแลกกับเปรียงเน่า (อ่านว่า เปฺรียง มี 3 ความหมาย คือ 1.
นมส้มผสมน้ําแล้วเจียวให้แตกมัน 2.น้ํามันจากไขข้อวัว และ 3.เถาวัลย์เปรียง แต่ในที่นี้น่าจะหมายถึง
เถาวัลย์เปรียง เทียบกับแก่นจันทน์ที่เป็นไม้เหมือนกันมากกว่า 2 ความหมายแรก)”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาล ภายภาคหน้า พระสงฆ์ทั้งสิ้น จักนําเอาพระธรรมหลักคําสอนไปเร่
ขายแลกกับเงินทองมาเพื่อประทังชีวิต โดยไม่รสู้ ึกอดสู ละอายต่อบาปแม้แต่น้อย มิหนําซ้ํายังประพฤติตนนอกลู่นอก
ทางผิดหลักธรรมวินยั คล้ายกับสอนเขาอย่างหนึ่ง และประพฤติตนอีกอย่างหนึ่ง ทําตัวให้แปดเปื้อนมลทิน”

บางตําราว่า “พระภิกษุอลัชชีเห็นแก่ได้ทั้งหลาย แทนที่จะนําธรรมะที่พระพุทธองค์สอน ไปสอนสั่งให้คนหลุดพ้นจาก
ความทุกข์ และละความโลภ กลับใช้เป็นเครื่องมือเพื่อหากิน หาปัจจัยบริจาคเข้าตัวเอง เหมือนเอาแก่นจันทน์
(ธรรมะคําสอนที่ดี) ไปแลกเอาเถาวัลย์เน่า (ลาภอามิสที่ได้รับมา ซึ่งไม่จีรังและไม่ช่วยให้พ้นทุกข์จริงๆ ได้)”

12. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นน้ําเต้าแห้งแต่กลับจมน้ํา ซึ่งถือว่าเป็นไปได้ยาก แปลกประหลาดและไม่เคยมีปรากฏ
แต่กลับเกิดมีปรากฏเป็นไปได้ ประจักษ์แก่สายตาในพระสุบินของพระองค์”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาลภายหน้า คนและสัตว์จะพบกับความหายนะ ถึงความวิบัติ เพราะ
เภทภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้น ผู้รู้นักปราชญ์ราชบัณฑิตจักตกอับ หมดอํานาจ ขาดที่พึ่ง สูญเสียอิสรภาพ คนกักขฬะ นิสัย
พาลสันดานหยาบ อันธพาลเกเร จะได้โอกาสปกครองบ้านเมือง มีอํานาจบารมีขม่ ขี่คนดีมศี ีลธรรมคุณธรรมภายใน
จิตใจ ทําให้เจ้าขุนมูลนายเชื้อเจ้าพระวงศ์จะถึงความอัปยศอดสู ไร้ที่อยู่ถิ่นฐาน ส่วนชนพาลจะสําราญรื่นเริงบันเทิง
ทั่วหน้า เจรจานอกลู่นอกทางผิดหลักศีลธรรม คนซื่อเอาตัวไม่รอดจักลําบากขัดสน คนตลบตะแลงปลิน้ ปล้อน
หลอกลวงไปวันๆ สามารถอยู่ในสังคมได้เป็นปกติสุข คําพูดของคนที่ไม่ควรจะได้รับความเชื่อถือ กลับจะได้รับความ
เชื่อถือ โดยเปรียบถ้อยคําของคนที่ไม่น่าเชื่อว่ามีน้ําหนักเบาเหมือนกับผลน้ําเต้า ซึ่งปกติจะลอยน้ํา แต่เมื่อคนเชื่อว่า
คําพูดเหล่านั้นมีน้ําหนักหรือหนักแน่น จึงเปรียบคําพูดนั้นว่ามีน้ําหนัก ราวกับน้ําเต้าที่จมน้ําได้ ฉะนัน้ ”

13. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นศิลาแท่งทึบขนาดเท่าเรือน ซึ่งหนักแสนหนัก แต่กลับลอยน้ําได้เหมือนเรือ ดูประหลาด
ยิ่งนัก”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาลภายภาคหน้า คนอันธพาลสันดานหยาบ จะได้รับการยกย่อง
อุปถัมภ์ค้ําชู ยกย่องให้มีอํานาจวาสนาสูงส่ง มีบารมี เป็นผู้ทรงอิทธิพล คอยเหยียบย่ําเบียดเบียนคนดีมีศีลธรรมให้
ได้รับความอัปยศอดสู พวกชนพาลกลับได้ใจทําอะไรตามใจตัวเอง ผู้ที่มีคณ
ุ ธรรม แม้ในฝ่ายศาสนา พระสงฆ์ที่ทรง
ศีล ประพฤติดีปฏิบตั ิชอบ จักไม่ได้รับการยอมรับ ถ้อยคําของคนที่ควรได้รับการเชื่อถือ ซึ่งหนักแน่น มีน้ําหนัก
เปรียบประดุจแท่งศิลา กลับไม่ได้รับความเชื่อถือ หรือกลายเป็นถ้อยคําที่ไม่มีน้ําหนักเหมือนเรือที่ลอยได้ ข้อนี้
ตรงกันข้ามกับข้อที่แล้ว คือ คนหันไปเชื่อคําพูดคนที่ไม่ควรเชื่อ เหมือนสิ่งที่ควรลอยกลับจม สิ่งที่ควรจมกลับลอย
เปรียบเสมือนหินใหญ่ที่ลอยน้ําได้ ฉะนั้น”

14. ทรงฝันว่า “ทรงเห็นฝูงเขียดตัวเล็กๆ วิ่งไล่กวดงูเห่าตัวใหญ่ เมื่อทันก็ขบกัดให้ขาดเป็นท่อนๆ เหมือนคน
เด็ดก้านบัว แล้วก็กลืนกินอวัยวะต่างๆ ของงูนั้นเสียจนหมดสิน้ ”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาล มนุษย์ทั้งหลายจักมีราคะกล้า เผลอไผลปล่อยใจไปตามอํานาจ

กิเลสตัณหา สามีตกอยู่ในอํานาจแห่งภรรยาสาว สมบัติทุกอย่างตกอยู่ในอํานาจภรรยาฝ่ายเดียว หญิงพาลจักฮึกเหิม
กําเริบเสิบสานระรานทําความรําคาญใจให้สามี จะข่มขี่ห่มเหง วางอํานาจให้สามีเกรงกลัว จะใช้สามีทาํ งานหนัก
เยี่ยงทาสกรรมกร สามีถนอมน้าํ ใจไม่แสดงความก้าวร้าวดุดันให้ปรากฏกลับยิ่งได้ใจกดขี่ทวีคณ
ู และภรรยาจะจัดการ
ทุกอย่างตามอําเภอใจ ตะคอกคุกคามสามีด้วยคําพูดหยาบคายต่างๆ ทํากับสามีเหมือนทํากับทาสรับใช้ อุปมา
เหมือนฝูงกบเขียดกัดกินงูเห่า ฉะนั้น”

15. ทรงฝันว่า “พญาหงส์ทอง ซึ่งถือว่าเป็นสัตว์ชั้นสูง แต่กลับยอมมอบตนเข้าเป็นพวก เคารพนบนอบให้เหล่า
กาเป็นนาย เพื่อจะได้พรรคพวกเป็นกา น่าสงสาร”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาล พระราชาหรือผู้ปกครองที่อ่อนแอ ขาดความรู้ความสามารถ ไม่
รู้จักเลือกคนดีมีตระกูลมาปกครองบ้านเมือง จักเลือกเอาแต่คนเขลาชาติพาลสันดานหยาบ ไม่มีธรรมะ ไร้
ความสามารถด้วยประการทั้งปวง แต่อยู่ใกล้ชิดรับใช้ใกล้เท้า ให้ทํางานบริหารชาติบ้านเมืองแทน ทําให้เหล่าคนดี
ต้องตกอยู่ภายใต้อํานาจของคนชั่ว พวกตระกูลใหญ่ๆ จะมีอิทธิพลสบคบกับพวกคนพาลสันดานหยาบช้า คอยราวี
ข่มเหงผู้รู้นักปราชญ์ราชบัณฑิตและมีคณ
ุ ธรรมจนลําบาก คนเลวจะได้ดมี ีอํานาจขาดยางอายไร้ศีลธรรม ทําให้
นักปราชญ์พลอยเกรงกลัว จึงเข้าร่วมเป็นพวก เหมือนหงส์แวดล้อมเป็นบริวารของกา ฉะนั้น”

16. ทรงฝันว่า “ฝูงแกะพากันไล่กวดฝูงเสือเหลือง และกัดกิน ทําให้เสืออื่นๆ สะดุ้งกลัว จนต้องหนีไปแอบซ่อน
ตัวจากฝูงแกะ”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ต่อไปภายหน้า คนชั่ว หรือคนที่ไม่ดีจะเรืองอํานาจ และใช้อํานาจไม่เป็นธรรม ทํา
ให้คนดีถูกทําร้าย หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม ต้องหลบหนี ซ่อนตัวจากภัยร้ายเหล่านี้ เหมือนเสือซ่อนตัวจากแกะ”
บางตําราว่า ทรงฝันว่า “เนื้อสมันวิ่งไล่ล่าเสือโคร่ง โดยวิ่งไล่ตามมาติดๆ เมื่อไล่ทันแล้วก็รมุ กัดกินเสือตัวนั้นทันที ทํา
ให้สัตว์ร้ายอื่นๆ หวาดกลัว พากันวิ่งหนีหลบเข้าป่าไป เพื่อให้รอดจากฝูงสมันร้าย ดูน่าฉงนยิ่งนัก”
- : พระพุทธองค์ได้ทรงทํานายว่า “ในอนาคตกาล บรรดาสานุศิษย์ได้รับการศึกษาเล่าเรียน ประสิทธิ์ประสาทความรู้
จากครูบาอาจารย์จนเชี่ยวชาญ แล้วเกิดความคิดอัปมงคล คิดเนรคุณลบล้างครูอาจารย์ ขาดความเคารพนับถือผู้
หลักผู้ใหญ่ ใช้ทั้งคําพูดและการกระทําย่ํายีน้ําใจผู้ใหญ่ให้เจ็บช้ํา อวดอ้างความเก่งกล้าสามารถ ยกตนข่มท่าน วาง
สันดานหยาบคายยิ่งนัก”
............................................................................................................................................................................
เมื่อ พิจารณาความฝัน จะเห็นว่าหลายข้อในความฝัน เป็นสิ่งที่ผดิ ไปจากธรรมชาติ เช่น แม่โคกินนมลูกโค ม้าสอง
ปาก เขียดกินงู และแกะกินเสือ เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ล้วนมีนัยอันไปสู่พุทธทํานายทั้งสิ้น
หลายคนอาจจะ สงสัยว่า พระเจ้าปเสนทิโกศล กษัตริย์ในสมัยพุทธกาล ทําไมฝันได้ไกลไปถึงอนาคต อันไม่เกี่ยวข้อง
กับพระองค์ได้ถึงเพียงนี้ ผู้เขียนเชือ่ ว่าคงเป็นเพราะเทวดาดลใจ ให้พระองค์ฝันแปลกประหลาด เพื่อพระบรมศาสดา
จะได้ฝาก “พุทธทํานาย” เป็นคําพยากรณ์อันอมตะไว้ เป็นเครื่องเตือนสติ ให้มนุษย์โลกได้ตระหนัก และระมัดระวัง
ภัยพิบัตินานัปการ ที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า หลังจากที่พระพุทธองค์ดับขันธ์ปรินิพพานไปแล้ว เพราะคงเล็งเห็นด้วย
ญาณวิเศษแล้วว่า นับวันคนเราก็จะห่างไกลจากหลักธรรมคําสั่งสอนของพระองค์ จนเป็นเหตุให้มนุษย์มุ่งทําลาย เอา
รัดเอาเปรียบทั้งเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง และสิ่งแวดล้อมรอบตัว เพื่อกอบโกยไปบํารุงบําเรอกิเลสแห่งตน โดยขาด
ความรัก ความเมตตาต่อกัน จึงทําให้คนเห็นแก่ตัว และมีผลให้สภาพแวดล้อม ธรรมชาติแปรปรวนไปหมด
ในปัจจุบัน เหตุการณ์หลายๆ อย่างที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เช่น ฝนแล้ง อันทําให้
เพาะปลูกได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง ปัญหาเรื่องศีลธรรมและจริยธรรม เช่น เด็กและเยาวชนแก่แดดขึ้น มีเพศสัมพันธ์
ก่อนวัยเพิ่มขึ้น ลูกขาดความกตัญญู และความเคารพยําเกรงต่อพ่อแม่ อลัชชีหรือพระทุศีลมีมากขึ้น ชายแก่ตกอยู่ใน
อํานาจเมียเด็ก หรือปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม เช่น คนขาดความรู้ประสบการณ์ ได้รับแต่งตั้งให้
ปกครองบ้านเมืองเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้มีอํานาจรับสินบน ก็มีให้เห็นอยู่ทั่วไป คนรวยยิ่งรวยเพราะมีช่องทาง และ
โอกาสเอาเปรียบคนจน เหมือนตุม่ ใหญ่ที่คนตักน้ําไปใส่จนเต็มแล้วเต็มอีก แล้วปล่อยตุ่มเล็กให้ว่างเปล่า ตัวอย่าง
เหล่านี้ ล้วนไม่พ้นคําพยากรณ์ที่ทรงทํานาย บอกแก่พระเจ้าปเสนทิโกศลว่า จะเกิดขึ้นในอนาคตของสมัยโน้น ก็คือ
สมัยนี้ หรือปัจจุบันนั่นเอง.
อย่างไรก็ดี ก็ยังมีพุทธทํานาย เพิ่มเติมที่มีผู้ถอดความจากศิลาจารึก เชตมหาวิหาร สวนมฤคทายวัน ประเทศ
อินเดีย ความว่า
พระ พุทธองค์ได้ทรงตรัสกับพระอานนท์ว่า “....เมื่อศาสนาตถาคตล่วงเลยไปถึงกึ่งพุทธกาล สัตว์โลกทัง้ หลายที่เกิด

ในยุคนั้น จะพบกับความลําบากทุกชาติทุกศาสนา ตามธรรมชาติอันหมุนเวียนของโลก ที่หมุนเวียนไปใกล้ความแตก
ทําลาย แผ่นดินแผ่นน้ําจะลุกเป็นไฟ มนุษย์และสัตว์จะได้รับภัยพิบตั สิ ารพัดทั่วทิศ คนในสมัยนั้น (ปัจจุบัน) จะมีวิสัย
โหดดุจกําเนิดจากสัตว์ปา่ อํามหิต จะรบราฆ่าฟันกันถึงเลือดนองแผ่นดินแผ่นน้ํา
ส่วนเวไนยสัตว์ผู้ขวนขวาย ในกุศลตามวัจนะของตถาคต ก็จะระงับร้อนไม่รุนแรง บ้านเมืองใดมีความเคารพยําเกรง
ในพระรัตนตรัย และคุณบิดามารดา เหตุร้ายภัยพิบัติจักเบาบาง แต่ก็จะหนีกฎธรรมชาติไม่พ้น...
ในระยะ นั้นศาสนาของตถาคตเสือ่ มลงมาก เพราะพุทธบริษัทไม่ตั้งอยู่ในศีลธรรม เชื่อคําของคนโกง กล่าวคําเท็จ ไม่
เคารพหลักธรรมนิยม คนประจบสอพลอได้รับการเชื่อถือในสังคม ผูม้ ีศีลธรรมประพฤติชอบ กลับไม่มคี นเคารพยํา
เกรง
พระธรรมจะเริ่มเปล่งแสงรัศมีฉายส่องโลก อีกวาระหนึ่งเมื่อมีธรรมิกราชโพธิญาณบังเกิดขึ้น อยู่ในความอุปถัมภ์ของ
พระเถระผู้ทรงธรรมฤทธิ์ จะเสด็จมาเสริมสร้างพระศาสนา ของตถาคตให้รุ่งเรืองสืบไปอีก 5,000 พระวรรษา…
คําทํานายของตถาคตนี้ ย่อมยังเวไนยสัตว์ให้ตั้งอยู่ในความไม่ประมาท ผู้ใดรู้แล้วไม่เชื่อ นับเป็นกรรมของสัตว์โลกที่
ต้องสิ้นสุดไปตามกรรมชั่วของตน ผู้ใดปรารถนารอดพ้นจากภัยพิบตั ิ ให้รักษาศีลห้าประการ เจริญเมตตากรุณา
ประกอบสัมมาอาชีพ มีใจสันโดษ รู้จักพอ ไม่หลงมัวเมาในอํานาจและลาภยศ ตั้งใจประพฤติตนตามคําสอนของ
ตถาคตให้มั่นคง จึงจะพ้นอันตรายในยุคกึ่งพุทธกาล”
นี่คือพุทธทํานายที่ทรงตรัสไว้ กว่า 2500 ปีล่วงมาแล้ว ส่วนใครจะเชือ่ จะปฏิบัติหรือไม่อย่างไร ก็คงเป็นไปตาม
กรรมของแต่ละคน ดังที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้.
ประโยคทิ้งท้าย
เมื่อชนทั้งหลายประมาทแล้ว
เมื่อชนทั้งหลายหลับไหลอยู่
ประดุจม้าฝีเท้าเร็ว

ผู้มีปัญญาดี ก็ไม่ประมาท
ท่านก็ตื่นอยู่โดยมาก ย่อมละบุคคลผู้มีปญ
ั ญาทรามไป
ละทิ้งม้าที่ไม่มีกําลังไป ฉะนั้น
จาก ‘ธรรมบท’

“อุบาสิกา....ณชเล”