P. 1
Topical Steroid Usage 2000

Topical Steroid Usage 2000

|Views: 0|Likes:

More info:

Published by: Udsanee Sukpimonphan on Sep 14, 2010
Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as PDF, TXT or read online from Scribd
See more
See less

09/14/2010

pdf

text

original

Special articles Thai J Dermatol, October-December, 2000

204
Clinical Practice Guideline for
Topical Steroid Usage
วิชิต ลีนุตพงษ
กนกวลัย กุลทนันทน
เพ็ญพรรณ วัฒนไกร
สุวิรากร โอภาสวงศ
ความนํา
แนวทางการดู แลรักษาโรคผิ วหนั งเป นความ
เห็นรวมกันของกลุมผูรูที่ปฏิบัติการดูแลรักษาผูปวย
แนวทางที่ วางไว นี้เพื่ อใช เป นแนวทางในการดู แล
รักษาผู ป วย มิ ใช กฎตายตัวที่ ต องปฏิ บัติ การรักษา
ตามที่ เขี ยนไว ทุ กประการ ทั้งนี้เพราะผู ป วยแต ละ
รายมีปญหาที่แตกตางกัน การวางแนวทางการรักษา
นี้เป นการสรางมาตรฐานและพัฒนาการดู แลรักษา
โรคผิวหนัง เพื่ อให ประชาชนที่ มาพบแพทยได รับ
ความมั่นใจวาจะไดรับการดูแลรักษาที่ดี
คณะผูจัดทําขอสงวนสิทธิ์ในการนําไปใชอางอิง


ทางกฎหมายโดยไม ผ านการพิ จารณาจากผูทรงคุ ณ
วุฒิ หรือผูเชี่ยวชาญในแตละกรณี
นิยาม
ยาทาคอรติ โคสตี รอยด (Corticosteroid) หมาย
ถึ งยาที่ ใช ทาผิ วหนั งและเยื่ อบุ โดยมี ฤทธิ์ลดการ
อักเสบ กดปฏิกิริยาอิมมูน และยับยั้งการแบงเซลล
เกณฑการพิจารณาใชยา
ใหทําการซักประวัติ ตรวจรางกาย การตรวจทาง
หองปฏิบัติการและใหการวินิจฉัยวาเปนโรคที่ตอบ
สนองตอการใชยาทาคอรติโคสตีรอยด (ตารางที่ 1)
กอนทําการรักษา





Vol.16 No.4 Leenutaphong V et alt

205
ตารางที่ 1 การแบงโรคตามการตอบสนองตอสตีรอยด
ตอบสนองดีมาก ตอบสนองดีปานกลาง ตอบสนองนอย
Psoriasis(intertriginous)
Atopic dermatitis (children)
Seborrheic dermatitis
Intertrigo (non-infectious)
Psoriasis
Atopic dermatitis (adults)
Nummular eczema
Allergic contact dermatitis,
subacute phase
Primary irritant dermatitis
Papular urticaria
Parapsoriasis
Lichen simplex chronicus

Palmoplantar psoriasis
Psoriasis of nails
Dyshidrotic eczema
Lupus erythematosus
Pemphigus
Lichen planus
Granuloma annulare
Necrobiosis lipoidica diabeticorum
Sarcoidosis
Allergic contact dermatitis, acute
phase
Insect bites

หลักการใชยา
เนื่องจากการออกฤทธิ์ของยาในกลุมนี้ขึ้นกับ
ปจจัยหลายอยาง ดังนั้นการเลือกใชยาจึงตองคํานึง
ถึงปจจัย ดังตอไปนี้
1. ตัวยา ดังนี้
1.1 รู ปแบบของยา (Form): ยาทาคอรติ โคสตี
รอยด โดยทั่ วไปต องผสมอยู ในยาพื้นฐาน (Base)
ทําใหเกิดเปนรูปแบบของยา (form) ชนิดตางๆ ดังนี้
1.1.1 ขี้ ผึ้ ง (ointment): ใช เคลื อบผิ วหนังทํ า
ใหชุมชื้น เหมาะสําหรับผิวหนังที่แหง จะไดผลดีใน
ผื่นผิวหนังที่หนา แหงแตก เนื่องจากคุณสมบัติของ
ขี้ผึ้งจะเคลื อบผิ วหนังได ดี จึ งทํ าให ยาถู กดู ดซึ มได
มากขึ้น แต ผู ใช จะรู สึ กเหนี ยวเหนอะหนะ ขี้ผึ้งมัก
ไมมีสารกันบูด
1.1.2 ครี มและโลชั น (cream and lotion):
เหมาะสํ าหรับผื่ นผิ วหนั งอั กเสบชนิ ดเฉี ยบพลั น
และกึ่งเฉียบพลัน อาจใชกับผิวหนังบริเวณที่อับชื้น
ยาประเภทครี มจํ าเป นจะต องใช สารกันบู ด ซึ่ งอาจ
ทําใหเกิดการแพได
1.1.3 รู ปสารละลาย (lotion และ solution),
เจล (gel), สเปรย (spray) : เหมาะที่จะใชกับบริเวณ
ที่มีขนและผม ยาประเภทนี้บางชนิดมีสวนผสมของ
แอลกอฮอลและ propylene glycol ซึ่ งอาจทํ าให เกิ ด
การระคายเคือง หากใชบริเวณที่มีรอยแตกหรือแผล
1.2 ความแรงของยา (Potency)
Leenutaphong V et alt Thai J Dermatol, October-December, 2000

206
ตารางที่ 2 การจําแนกยาทาคอรติโคสตีรอยดตามความแรงเรียงตามลําดับจากมากไปหานอยโดยวิธี
Vasoconstriction assay
Generic name Trade name
Super-potent
ความแรงสูงมาก
Clobetasol propionate 0.05%
Augmented betamethasone dipropionate 0.05%
Dermovate cream
Diprotop cream, ointment
Potent
ความแรงสูง
Betamethasone dipropionate 0.05%
Desoximetasone 0.25%
Diprosone ointment
Topicort
Esperson
Moderately
Potent
ความแรงปานกลาง
Betamethasone dipropionate 0.05%
Amcinonide 0.1%
Triamcinolone acetonide 0.1%

Mometasone furoate 0.1%
Betamethasone valerate 0.1%
Fluocinolone acetonide 0.025%
Prednicarbae 0.1%
Triamcinolone acetonide 0.02%

Clobetasone butyrate 0.5%
Diprosone Cream
Visderm cream, lotion
Arisocort A 0.1%
TA cream 0.1%
Elomet cream
Betnovate cream
Synalar cream
Dermatop cream
TA cream 0.02%
Aristocort 0.02%
Eumovate
MILD
ความแรงต่ํา
Hydrocortisone 1-2%
Prednisolone 0.5%
Hydrocortisone cream
Prednisil cream
*หมายเหตุ - ตารางนี้เปนเพียงตัวอยางของยาทาคอรติโคสตีรอยดที่มีใชในประเทศไทย
- ยาทาคอรติโคสตีรอยดชนิดเดียวกัน แตเมื่ ออยูในรูปแบบที่แตกตางกัน อาจให ความแรงไมเทากัน
โดยทั่วไป ขี้ผึ้งแรงกวาครีม ครีมแรงกวาโลชัน

2. ลักษณะของรอยโรค
2.1 ผื่นที่ ไม หนา หรือมี การอักเสบเฉี ยบพลัน
ยกเว นระยะที่ มี น้ํ าเหลื องไหลควรเลือกยาที่ มี ความ
แรงต่ําหรือปานกลาง
2.2 ผื่ นที่ หนาเป นเรื้อรั ง อาจจํ าเป นต องใช
ยาคอรติโคสตีรอยดที่มีความแรงสูงถึงสูงมาก
3. ตําแหนงของรอยโรค
3.1 ใบหน า และบริ เวณที่ อั บชื้น (รั กแร ขา
หนี บ ใต ราวนม อวัยวะเพศ) ควรใช ยาทาที่ มี ความ
Vol.16 No.4 Leenutaphong V et alt

207
แรงต่ํา ถาจะใชยาที่มีความแรงสูงขึ้น ควรใชไมเกิน
2 สัปดาห ยกเวนผื่นที่ เป นเรื้อรัง หรือโรคบางอยาง
ที่จําเปน
3.2 บริ เวณที่ ผิ วหนังหนา เช น ที่ ฝ ามื อ ฝ าเท า
มักจะตองใชยาทาที่มีความแรงสูงหรือสูงมาก
4. พื้ นที่ ของรอยโรค : เนื่ องจากยาทาคอรติ โคสตี
รอยดสามารถถูกดูดซึมเขาสูกระแสเลือดได ดังนั้น
หากมี รอยโรคเป นบริ เวณกว าง ควรเลื อกใช ยาที่
ความแรงต่ําถึงปานกลาง
5. อายุ เด็ กและผู สู งอายุ มี ผิ วหนังบาง จึ งมี โอกาส
เกิดฤทธิ์ขางเคียงจากยาทาและการดูดซึมของยาเขา
สูรางกาย จึงควรเลือกใชยาทาด วยความระมัดระวัง
6. ระยะเวลาในการทายา : เนื่ องจากยาทาคอรติ โค
สตีรอยด อาจมีฤทธิ์ขางเคียงไดทั้งเฉพาะที่และการ
ดู ดซึ มเข าสู ร างกาย และการทายาต อเนื่ องเป นเวลา
นาน อาจทํ าให เกิ ดการตอบสนองต อยาลดลง
(Tachyphylaxis) ดังนั้น ถารอยโรคหาย ควรหยุดยา
แต หากมี ความจํ าเป นต องใช ยาเป นระยะเวลานาน
ควรจะหยุดยาบางเปนระยะๆ ดังนี้
- ยาทาที่มีความแรงสูงมาก ไมควรใชตอเนื่อง
เกิน 3 สัปดาห
- ยาทาที่มีความแรงปานกลางถึงสูง ไมควรใช
ตอเนื่องเกิน 3 เดือน
7. ความถี่ ในการทายา ขึ้นอยู กับชนิ ดของยาคอรติ
โคสตีรอยดที่เลือกใช แตโดยทั่วไปควรทายาวันละ
2 ครั้ง การทายาบ อยครั้งกว านี้ มั กจะไม เพิ่ มประ
สิทธิภาพในการรักษาแตอาจเพิ่มผลขางเคียง
8. ปริมาณยาที่ทา
- ยาทา 1 กรั ม จะทาผิ วหนั งได เป นพื้ นที่
ประมาณ 100 ตารางเซนติ เมตร (ในผู ใหญ จะใช ยา
ประมาณ 30 กรัม ถาทาทั้งตัว)
- ยาทาที่ มี ความแรงสู งมาก ไม ควรใช เกิ น
สัปดาหละ 50 กรัม
- ยาทาที่ มี ความแรงสู ง ไมควรใชเกิ นสัปดาห
ละ 100 กรัม
9. ขอควรระวัง
9.1 การใช ยาทาในบริ เวณผื่ นผ าอ อมในเด็ ก
ควรระวังเป นพิ เศษ เนื่ องจากจะเพิ่ มการดู ดซึ มของ
ยา จึงควรใชยาที่มีฤทธิ์ออน
9.2 การใช ยาทาในหญิ งที่ ให นมบุ ตร ไม ควร
ทายาบริเวณหัวนมและเตานมกอนใหนม
ผลขางเคียง
1. ผลขางเคียงเฉพาะที่ (local side effect)
1.1 Atrophic changes ได แก ผิ วหนั งบางลง,
แตกลาย (striae), หลอดเลื อดขยาย (telangiectasia),
จ้ําเลือด (purpura), ฯลฯ
1.2 สี ผิ ว บ ริ เ ว ณ ที่ ท า จ า ง ล ง
(hypopigmentation)
1.3 มีขนขึ้นบริเวณที่ทายา (hypertrichosis)
1.4 สิว, rosacea, perioral dermatitis
1.5 การติ ดเชื้อ : ทํ าให เกิ ดการเปลี่ ยนแปลง
หรือการกําเริบของรอยโรคผิวหนังติดเชื้อตางๆ เชน
โรคกลาก
1.2 ผื่นแพสัมผัส อาจเกิดจากโมเลกุลของคอร
ติโคสตีรอยดเอง หรือสวนประกอบอื่นในตัวยา เชน
สารกันบูด


Leenutaphong V et alt Thai J Dermatol, October-December, 2000

208
2. ผลขางเคียงตามระบบ (systemic side effect)
พบเมื่ อใช ยาทาเป นเวลานาน เป นบริเวณกวาง
หรือใชยาที่มีความแรงสูงมาก โดยเฉพาะอยางยิ่งใน
เด็ก ไดแก
2.1 ผลขางเคียงทางตา เชน ตอกระจก ตอหิน
2.2 การกดการทํางานของตอมหมวกไต (HPA-
axis)
2.3 Iatrogenic Cushing’s syndrome
2.4 การเจริญเติบโตชาในเด็ก
References
1. Baumann L, Kerdel F. Topical glucocorticoids. In:
Freedberg IM, Eisen AZ, Wolff K, eds.
Dermatology in General Medicine. New York:
McGraw-Hill, 1999;2713-7.
2. riffiths WAD, Wilkinson JD. Topical therapy. In:
Champion RH, Burton JL, Burns DA, Breathnach
SM, eds. Rook/Wilkinson/Ebling. Textbook of
Dermatology. Oxford: Blackwell Science,
1998;3519-51.
3. Guin JD. Contact sensitivity to topical
corticosteroids. J Am Acad Dermatol 1984; 10: 773-
82.
4. Hepburn D, Yohn JJ, Weston WL. Topical steroid
treatment in infants, children and adolescents. Adv
Dermatol 1994; 9: 225-54.
5. Lepoittevin JP, Drieghe J, Dooms-Goossens A.
Studies in patients with corticosteroid contact
allergy: understanding cross-reactivity among
different steroids. Arch Dermatol 1995;131:31-7.
6. Singh G, Singh PK. Tachyphylaxis to topical steroid
measured by histamine-induced wheal suppression.
Int J Dermatol 1986;25:324-6.
7. Stoughton RB. The vasoconstrictor assay in
bioequivalence testing: practical concerns and
recent developments. Int J Dermatol 1992;31:26-8.
8. Yohn JJ, Weston WL. Topical glucocorticosteroids.
Curr Probl Dermatol 1990;2:31-63.

You're Reading a Free Preview

Download
scribd
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->