P. 1
CPG_SLE1 สถาบันโรคผิวหนัง

CPG_SLE1 สถาบันโรคผิวหนัง

|Views: 365|Likes:

More info:

Published by: Udsanee Sukpimonphan on Sep 14, 2010
Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as PDF, TXT or read online from Scribd
See more
See less

02/27/2012

pdf

text

original

CPG.

for SLE
-25-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

and
Cutaneous lupus erythematosus Systemic
lupus erythematosus
Cutaneous Lupus Erythematosus
ระบบผิวหนังและเยื่อบุ
อาการและอาการแสดงทางผิวหนังใน
ผูปวย SLE สามารถแบงไดเปน 2 แบบ ตาม
criteria ของ James N. Gillian (ตาราง 1) คือ
1. ผื่นที่พบเฉพาะในโรค LE แบงได
เปน 3 แบบคือ
iผื่นชนิดเฉี ยบพลัน (acute
cutaneous LE)
iผื่นชนิดกึ่งเฉียบพลัน (subacute
cutaneous LE)
iผื่นชนิดเรื้ อรัง (chronic cutaneous
or discoid LE)
2. ผื่นที่ไมจําเพาะสําหรับ LE ผื่นผิว
หนักอั กเสบชนิดนี้พบไดในโรค LE และโรค
อื่น ๆ เช น ผื่ นแพ แดด จุ ดเลือดออก ผมรวง
ผื่นจากหลอดเลือดอักเสบ ผื่น urticarial
vasculitis และแผลในปาก
การวินิ จฉัยโรค Cutaneous LE วินิจฉั ยได จาก
2.1 ประวัติสัมพั นธกั บแสงแดด,
ผมรวง, ตําแหนง และอาการของผื่น
2.2 ตรวจรางกายมีลักษณะเฉพาะ
ของผื่น เชน รูปผีเสื้อบริเวณใบหนา, ผื่น
discoid และผื่นหลอดเลือดอักเสบ (vasculitis
rash) เปนตน
2.3 การตัดชิ้นเนื้อผิ วหนัง ทําเมื่อ
ลักษณะของผื่นทางคลินิกไมชัดเจน หรือ
ตองการแยกโรคผิวหนังอื่น ๆ ที่มีลักษณะคลาย
ผื่นของโรค SLE
การรักษา
1. Discoid LE, Mucocutaneous LE
1.1 ยาสเตียรอยดครีมทา
1.2 ฉีดยาสเตียรอยด เขาที่ บริเวณรอย
โรคโดยใช 5 – 10 มก ของ triamcinolone
acetonide (ไม ควรเกิน 10 มก/ครั้ง)
1.3 ยาตานมาลาเรีย
1.4 ทาครีมกันแดด
1.5 ในรายที่เปนมากและอาการรุนแรง
และไมตอบสนองตอการรักษา อาจใหยาส
เตียรอยด ในขนาดต่ํา, dapsone หรือยากด
ภูมิคุมกัน เชน methotrexate, azathioprine และ
cyclophosphamide หรือ 13-cis retinoic acid
หรือ etretinate เปนตน





CPG. for SLE
-26-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

2. Cutaneous vasculitis, Oral ulcer
2.1 รับประทานยา dapsone (100มก./
วัน) หรือ colchicine (ขนาด 0.6 มก วันละ 2
ครั้ง)
2.2 รับประทานยาสเตียรอยดในขนาด
ปานกลาง (20-30 มก/วัน หรื อ 0.5 มก/กก)
2.3 ในรายที่ไมตอบสนองตอการรักษา
ใหพิจารณาให ยากดภูมิคุมกั นรวมด วย
3. Acute and subacute cutaneous LE
3.1 ยากั นแดดที่มี sun protecting
factor (SPF) อยางนอย 15 ขึ้นไป
3.2 สเตียรอยดครีมทา เชน 0.02%
triamcinolone acetonide บริเวณผิ วหนังที่บาง
เชน ใบหนา 0.1% triamcinolone acetonide ทา
บริเวณผิ วหนังทั่วไป
3.3 ยาตานมาลาเรีย
3.4 ในรายที่ รุนแรง เปนมาก หรือไม
ตอบสนองตอการรักษา อาจให corticosteroids
ในขนาดต่ํา dapsone (100 มก/วัน) หรือยากด
ภูมิคุมกัน
แนวทางการรั กษาโรค SLE (Systemic lupus erythematosus)
เกณฑในการวินิจฉัยโรค SLE
อาศัยเกณฑในการวินิ จฉัยตาม 1982 The
American College of Rheumatology revised
criteria for the classification of systemic lupus
erythematous รวมกับ 1997 Updating
classification criteria ไดแก

ขอวินิจฉัย คําจํากัดความ
1. Malar rash
2. Discoid lesion

3. Photosensitivity
4. Oral ulcer
5. Arthritis

6. Serositis


หรือ
ผื่นแดง ราบหรือนูนบริเวณโหนกแกม ส วนใหญไม involve nasolabial fold
ผื่นนูนแดง ขอบเขตชัดเจน มี สะเก็ด, มี follicular plugging อาจพบลักษณะ
atrophic scar ในรอยโรคเกา
เปนผื่น แพ แสงมากผิดปกติ สังเกตโดยผู ปวยเองหรือแพทย
เปนแผลในปากหรือ nasopharynx มักเปนแผลที่ไมเจ็บ, สังเกตโดยแพทย
ขออักเสบมากกวา 2 ขอ โดยมีลักษณะขอบวม ปวด และมีน้ําไขขอ แตไมมี
ลักษณะกระดู กกรอน (erosion) ในภาพรังสี
A เยื่อหุมปอดอักเสบ วิ นิจฉัยจากประวัติ เจ็บหนาอกเวลาหายใจเขาออก, หรือฟง
ไดเสียงเสียดสีของเยื่อหุมปอด (pleural rub) โดยแพทย , หรือการตรวจพบน้ําใน
ชองเยื่อหุมปอด
B เยื่อหุมหั วใจอักเสบ วิ นิจฉัยจากการเปลี่ยนแปลงทางคลื่นไฟฟาหั วใจ, หรือฟง





CPG. for SLE
-27-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง



7. Kidney

หรือ

ไดเสียงเสียดสีของเยื่อหุมหัวใจ (pericardial rub) โดยแพทย , หรือตรวจพบน้ําใน
ชองเยื่อหุมหัวใจ
A ตรวจพบไขขาวในปสสาวะ (Proteinuria) มากกวา 0.5 กรัม/วัน ตลอดเวลาหรือ
พบไขขาวในปสสาวะตั้งแต +3 (ถาไมไดตรวจวัดปริมาณแน นอน)
B มี cast ซึ่งอาจเปนชนิ ดเม็ ดเลือดแดง, ฮีโมโกลบิน granular, tubular หรือพบรวมกั น
8. Nervous System

หรือ

9. Blood
หรือ
หรือ
หรือ
10. Immunologic
หรือ
หรือ






11. Antinuclear
Antibody
A ชักโดยไม มีสาเหตุจากยาหรือความผิดปกติทางเมตะบอลิสม เชน uremia
Ketoacidosis หรือการไมสมดุลของเกลือแร เปนตน
B โรคจิตที่ไมไดเกิ ดจากยาหรือความผิดปกติทางเมตะบอลิสม เชน uremia,
Ketoacidosis หรือการไมสมดุลของเกลือแร เปนตน
A hemolytic anemia รวมกั บการเพิ่มขึ้นของ reticulocyte
B เม็ดเลือดขาวต่ํากวา 4,000 เซลล/มม
3
โดยตรวจพบอยางนอย 2 ครั้ง
C ลิยมโฟซัยต่ํากวา 1,500 เซลล/มม
3
โดยตรวจพบอยางนอย 2 ครั้ง
D เกล็ดเลือดต่ํากวา 100,000 เซลล/มม
3
โดยไม ใชสาเหตุจากยา
A ตรวจพบ anti-native DNA (ds-DNA) ในขนาดที่สูงกวาคนปกติ
B ตรวจพบ anti-Sm antibody
C ตรวจพบ antiphospholipid antibody โดย
(1) พบระดับ IgG หรือ IgM anticardiolipin antibody ในปริมาณที่สูง
กวาคนปกติ
(2) ตรวจพบ lupus anticoagulant ดวยวิธีมาตรฐาน
(3) ตรวจ serology สําหรับซิฟลิสใหผลบวกลวง เปนเวลาอยางนอย 6 เดือน
ซึ่งทําการยืนยั นด วย treponema pallidium immunobilzation หรือ
fluorescent treponemal antibody absorption test
พบ antinuclear antibody ดวยวิธี immunofluorescence หรือการตรวจที่เทียบเทาใน
ชวงเวลาใดเวลาหนึ่งในปริ มาณที่สูงกวาปกติและตองไมไดรับยาซึ่งสามารถกอใหเกิด
กลุมอาการ drug-induced lupus






CPG. for SLE
-28-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

การวินิ จฉัยวาเปนโรค SLE ผูปวยจะตองมีขอ
วินิจฉั ยจํานวน 4 ขอหรือมากกวา จากจํ านวน
ทั้งหมด 11 ขอ ซึ่งอาจตรวจพบตามลําดั บหรือ
พรอม ๆ กันในระหวางการดูแลผูปวยก็ได
การประเมินความรุนแรง (Severity) ของโรค
ประเมินจากอาการและอาการแสดง
ของโรค รวมทั้งผลการตรวจทาง
หองปฏิบัติการ อาจแบงผูปวย SLE เปน 2 กลุม
คือ
1. Major organ involvement มีพยาธิสภาพใน
อวัยวะที่มีความสําคัญสูง และอาจเป นเหตุให
เสียชีวิตได เชน อาการทางสมองและระบบ
ประสาท ไต หัวใจ ปอด ระบบทางเดิน
อาหารและเลื อด เปนตน
2. Non-major organ involvement มีพยาธิ
สภาพในผิ วหนัง กระดูกและขอ กลามเนื้อและ
อาการทั่ว ๆ ไป เชน ไข
ผูปวยที่มี major organ involvement
จัดเปนกลุมผูปวยที่เป นรุนแรง ตองการการ
รักษาที่รวดเร็ว เรงดวนกว ากลุมที่มี non-major
organ involvement
การตรวจทางหองปฏิบั ติการ
การตรวจทางหองปฏิบัติการเพื่อการ
วินิจฉั ยและรั กษา ได แก
Skin : biopsy เพื่อตรวจ histology และ direct IF
CBC : blood smear examination และ
ESR
Urinalysis
Chest X-ray
FBS, Cr.
Liver function และ serum albumin
Stool exam (for parasite และ occult blood)
ANA และ Anti-ds DNA
VDRL (ทําเพื่อชวยในการวินิ จฉัยในกรณีที่
เกณฑ วินิ จฉัยยังไมครบ)

การตรวจทางหองปฏิบัติการอื่นเพิ่ม
จากที่กลาวไปแลวนั้น ขึ้ นอยูกับอาการแสดง
ทางคลินิกวามี ความผิดปกติในระบบใด (ควร
พิจารณาใหเหมาะสมเปนราย ๆ ไป) ไดแก
Muscle : muscle enzymes, EMG, muscle
biopsy
Joint : synovial fluid analysis, joint film,
rheumatoid factor
Lung : ตรวจเสมหะ, pulmonary function test
Heart : EKG, echocardiography
Blood :
1. reticulocyte count direct Coombs’
test, serum bilirubin และ LDH ในกรณีสงสัยมี
hemolytic anemia
2. platelet count, anti-HIV ในกรณี
thrombocytopenia
3. bone marrow study ในกรณี
hemolytic anemia แต reticulocyte count ต่ํา ( <
2%) หรือกรณีตองการวิ นิจฉัยแยกสาเหตุอื่น





CPG. for SLE
-29-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

ของภาวะเกล็ ดเลือดต่ํา เชน myelophthisis หรือ
เกล็ดเลือดต่ําจากยา เป นตน
4. VDRL, PT, PTT, Lupus anticoagulant และ
anticardiolipin Ab ในกรณี vascular
thrombosis
Kidney : 24 hr urine protein, creatinine
clearance, renal biopsy
CNS : CSF analysis, CT scan, MRI
GI และ hepatobiliary tract: film abdomen,
serum และ urine amylase, lipase หรือ
ultrasound
Serosa : effusion analysis, Wright stain for LE
cells
การใหการดูแลและรักษาผูป วยโรค SLE
ผูปวยโรค SLE มักจะมีอาการและ
อาการแสดงในหลาย ๆ อวัยวะพรอม ๆ กัน
การรักษาจึงต องวางแผนสําหรับการรักษาทั้งตัว
(holistic) มากกวาที่ จะมุงรักษาเพี ยงอวั ยวะใด
อวัยวะหนึ่ง แตในขณะเดียวกันก็ตองพิจารณา
วาอวั ยวะใดที่ มีอาการแสดงหรือมีพยาธิสภาพ
รุนแรงมากที่สุ ด เพื่อเลือกการรักษาที่สามารถ
คุมอาการแสดงในอวั ยวะนั้ นไดอยางเหมาะสม
การรักษาอาจแบงตามความรุนแรงของ
โรคออกไดเป น 3 ระดับ คือ
1. อาการนอย ไดแก ผูปวยมีอาการไม
รุนแรงและไม เปนอุปสรรคตอการดําเนินชีวิต
มากนัก เชน มีอาการทางผิวหนัง ผื่นที่หนา
ผมรวง ผื่น discoid แผลในปาก อาการปวด
รอนหรือขออักเสบและกลามเนื้อ การรักษาคือ
1.1 ให ยาตานมาลาเรีย (antimalarial)
คือ chloroquine ขนาด 250 มก/วัน หรือ
hydroxychloroquine ขนาด 200-400 มก/วั น จน
อาการดีขึ้นจึงคอย ๆ ลดยาลงและใหคงยาไวใน
ขนาดต่ํา (maintenance dose) เพื่อควบคุ มโรค
ใหอยู ในระยะสงบ
1.2 ใหยาตานอักเสบที่มิใชสเตียรอยด
รวมดวยในกรณีมีอาการปวดขอและกลามเนื้อ
หรือขออักเสบ เชน Aspirin grV 6-12 tab/day
1.3 ให ยาสเตี ยรอยดครีมทารวมดวยใน
กรณีมีผื่นผิวหนัง
1.4 ในรายที่รั กษาตามขอ 1 – 3 แลว
อาการดีขึ้นไม มากพอ ให ยา prednisolone ขนาด
ต่ํา รับประทาน (≤ 30 มก/วัน) รวมด วยเมื่อ
ควบคุมอาการไดแลวควรลดขนาดยาลงชา ๆ
เชน 2.5 – 5 มก. ทุก 2 – 4 สัปดาห จนหยุดหรือ
เหลือขนาดต่ําสุดที่คุมอาการได
2. อาการปานกลาง ได แก ผู ปวยที่มีไข serositis
มีผื่นผิวหนังแบบ leukocytoclastic vasculitis,
bulla หรือ acute cutaneous rash ซึ่งเปนมาก
ควรเริ่มให การรักษาด วยยาต านมาลาเรีย รวมกับ
รับประทาน prednisolone ขนาด 30 – 45 มก/วัน
(กรณีไมมี vasculitis) และใหรวมกั บยากด
ภูมิคุมกันหากมีvasculitisรวมดวย เชน
methotrexate, azathioprine, cyclophosphamide
เพื่อชวยควบคุ มโรคในระยะยาวและชวยใหการ





CPG. for SLE
-30-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

ลดยาสเตียรอยดทําไดงายขึ้ น ผูปวยที่ขออักเสบ
เปนเรื้อรังหรื อมีอาการปวดตามเนื้อเยื่อตางๆ
ควรแนะนําทํากายภาพบําบัดรวมดวยเสมอ
3. อาการรุนแรง ควรสงตออายุรแพทย

การติดตามการรักษา
ควรติดตามการรักษาเปนระยะ แม
อาการดีขึ้นแล ว เพราะอาจเกิดการกําเริ บได
โดยสังเกตจาก
1. อาการทางคลินิก
2. ระดับโปรตีนในปสสาวะ และ
urinary sediment
3. BUN, creatinine ในเลือด
4. 24 hr. urine protein, และ creatinine
clearance
5. C3 level เมื่อมี exacerbation
6. Anti-ds DNA titer เมื่อมี
exacerbation
การใหความรู และคําแนะนําแกผูปวย
โรค SLE เปนโรคเรื้อรังซึ่งมีอาการ
กําเริบและสงบสลับกันไป ตลอดการดําเนิน
โรคซึ่งตอเนื่องระยะยาว การใหความรูแก
ผูปวยและญาติที่เกี่ยวของจึ งมีความสําคัญอยาง
ยิ่ง โดยจะช วยให เขาใจโรค วิธีการรักษา วิธี
ปฏิบัติตัวเพื่อลดโอกาสกําเริบ ลดการติดเชื้อ
ตลอดจนผลขางเคียงอื่น ๆ อั นเกิดจากยาที่ ใช
รักษาโรค การใหคําแนะนําอธิบายที่ดีชวยให
ผูปวยมีกําลังใจในการรั กษาโรค ไมทอถอย
และใหความร วมมือในการรักษาและติดตาม
การรักษา
การปฏิบั ติตัวที่ควรแนะนําตอผู ปวย ได แก สิ่ง
ตอไปนี้
1. สําหรับผูปวยที่มีอากรแพแสงแดดควร
หลีกเลี่ยงแสงแดด ตั้งแตชวง 10.00 น. ถึง 16.00
น. ถาจําเปนใหกางรม หรือใสหมวก สวมเสื้อ
แขนขาวและใชยาทากันแดดที่ปองกั นแสงอุลตรา
ไวโอเลตได ดี
2. พักผอนใหเพี ยงพอ
3. หลีกเลี่ยงความตึงเครียด โดยพยายาม
ฝกจิตใจใหปล อยวาง ไม หมกมุน ทําใจยอมรับ
กับโรคและป ญหาอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นและค อย ๆ
แกปญหาตาง ๆ ตามลําดับ
4. ออกกําลังกายใหสม่ําเสมอ
5. ไมรับประทานอาหารที่ไม สุก หรือไม
สะอาด เพราะจะมีโอกาสติดเชื้อตาง ๆ งาย เชน
พยาธิตาง ๆ หรือแบคทีเรีย โดยเฉพาะไทฟอยด
6. ดื่มนมสด และอาหารอื่น ๆ ที่มีแค
ลเชี่ยมสูง เพื่อปองกันภาวะกระดูกพรุ น
7. ไมรับประทานยาเองโดยไม จําเปน
เพราะยาบางตั วอาจทําใหโรคกําเริบได
8. ปองกันการตั้งครรภขณะโรคยังไมสงบ
โดยเฉพาะอยางยิ่งหากกําลังไดยากดภูมิคุมกัน
อยู ควรหลีกเลี่ยงการใชยาเม็ด ยาฉีด
คุมกําเนิด ซึ่งมีเอสโตรเจน เพราะอาจทําใหโรค
กําเริบได ถาจําเปนตองใช อาจใชยาเม็ด
คุมกําเนิดที่มีเอสโตรเจนขนาดต่ํา (minipill)





CPG. for SLE
-31-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

และไมควรใช วิธีใสหวงดวย เพราะมีโอกาสติด
เชื้อสูงกวาคนปกติ
9. เมื่อโรคอยูในระยะสงบสามารถ
ตั้งครรภได แตควรปรึกษาแพทยกอน และขณะ
ตั้งครรภควรมารับการตรวจอยางใกลชิดมาก
กวาเดิม เพราะบางครั้งโรคอาจกําเริบขึ้น
ระหวางตั้งครรภ
10. หลีกเลี่ยงจากสถานที่แออัดที่มีคน
หนาแนน ที่ที่ อากาศไมบริสุทธิ์ และไมเข าใกล
ผูที่กําลังเปนโรคติดเชื้อ เชน ไขหวัด เพราะจะมี
โอกาสติดเชื้อระบบทางเดินหายใจไดง าย
11. ถามีลักษณะที่ บงชี้วามีการติ ดเชื้อ เชน
ไขสูง หนาวสั่น มีฝตุมหนองตามผิวหนัง ไอ
โดย เสมหะเหลืองเขียว ปสสาวะแสบขัด ให
รีบปรึกษาแพทยทันที
12. หามหยุ ดยาที่รั กษากระทันหั น
โดยเฉพาะยาสเตียรอยด

13. หากรับประทานยากดภูมิคุมกันอยู เชน
azathiopine, cyclophosphamide ใหหยุ ดยานี้
ชั่วคราวในระหวางที่มี การติดเชื้อ
14. มาตรวจตามแพทยนัดอยางสม่ําเสมอ
เพื่อประเมินภาวะของโรค และเพื่อปรับเปลี่ยน
การรักษาใหเหมาะสม
15. ถามีอาการผิดปกติที่เปนอาการของโรค
กําเริบ ใหมาพบแพทย กอนนั ด เชน มีอาการไข
เปน ๆ หาย ๆ ออนเพลีย น้ําหนักลด บวม ผม
รวง ผื่นใหม ๆ ปวดขอ เป นตน
16. ควรตรวจสุขภาพสม่ําเสมอ ถามีการ
ทําฟน ถอนฟน ใหรับประทานยาปฏิชี วนะ
กอนและหลังการทําฟนเพื่อปองกันการติ ดเชื้อ
ทั้งนี้โดยปรึกษาแพทย






CPG. for SLE
-32-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง


Lupus Erythematosus






Cutaneous LE Systemic LE


Discoid Vasculitis, ACE, SCLE
Mucocutaneous oral ulcer


- Topical steroid - Dapsone - Sunscreen
- Interlesional steroid - Colchicin - Topical steroid
- antimalarial - systemic steroid - antimalrial drug
- suncreeen

not response not response

- Systemic steroid - immunosuppressive
- Dapsone
- Immunosuppressive




Mild Moderate Severe


- antimalarial without vasculitis with vasculitis refer to
internist
- NSAIDS
- Topical steroid antimalarial antimalarial
+ +
not improve prednisolone prednisolone
+
low dose prednisolone immunosuppressive
( ≤ 30 mg/day)


CPG. for SLE
-33-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

ตาราง I: Classification of skin lesions associated with lupus erythematosus
(by James N. Gillian)
I. LE-specific skin disease [cutaneous LE (CLE)]
A. Acute cutaneous LE (ACLE)
1. Localized ACLE (malar rash; butterfly rash)
2. Generalized ACLE (lupus maculopapular lupus rash, SLE rash,
photosensitive lupus dermatitis)
B. Subacute cutaneous LE (SCLE)
1. Annular SCLE (lupus marginatus, symmetric erythema centrifugum,
autoimmue annular erythema, lupus erythematosus gyratus repens)
2. Papulosquamous SCLE (disseminated DLE, subacute disseminated LE,
superficial disseminated LE, psoriasiform LE, pityriasiform LE and
maculopapular photosensitive LE)
C. Chronic cutaneous LE (CCLE)
1. Classic discoid LE (DLE)
a. localized DLE
b. Generalized DLE
2. Hypertrophic/ verrucous DLE
3. Lupus profundus/ Lupus panniculitis
4. Mucosal DLE
a. Oral DLE
b. Conjunctival DLE
5. Lupus tumidus (urticarial plague of LE)
6. Chilblain LE (chilblain lupus)
7. Lichenoid DLE (LE/ lichen planus overlap, lupus planus)
II. LE-nonspecific skin disease





CPG. for SLE
-34-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

A. Cutaneous vascular disease
1. Vasculitis
a. leukocytoclastic (palpable purpura, urticarial vasculitis)
b. Periarteritis nodosa-like cutaneous lesions
2. Vasculopathy
a. Degos’ disease-like lesion
b. Secondary atrophie blanche (livedoid vasculitis, livedo vasculitis)
3. Periungual telangiectasia
4. Livido reticularis
5. Thrombophlebitis
6. Raynaud’s phenomenon
7. Erythromelalgia (erythemalgia)
B. Nonscarring alopecia
1. “lupus hair”
2. Telogen effluvium
3. Alopecia areata
C. Scerodactyly
D. Rheumatoid nodules
E. Calcinosis cutis
F. Le-non specific bullous lesion
G. Urticaria
H. Papulonodular mucinosis
I. Cutis laxa/ anetoderma
J. Acanthosis nigricans (typeB insulin resistance)
K. Erythema multiforma
L. Leg ulcer
M. Lichen planus





CPG. for SLE
-35-
i-........ o. o.·-..-.-,,
สถาบันโรคผิวหนัง

Appendix ขนาดยาที่ ใช

1. NSAIDs and aspirin
- Aspirin 60-80 มก/กก/วัน
- Ibuprofen 20-40 มก/กก/วัน
- Indomethacin 75-200 มก/วั น
- Naproxen 500-1,000 มก/วัน
- Diclofenac 75-100 มก/วั น
- Ketoprofen 100-200 มก/วั น
- piroxicam 10-20 มก/วัน
- Sulindac 150-300 มก/วั น
2. ยาตานมาลาเรีย
- Chloroquine 4 มก/วัน
อายุ > 60 ป ควรตรวจสายตาทุก ๆ 6
เดือน < 60 ป ควรตรวจสายตาทุก ๆ 12 เดื อน
- Hydroxychloroquine 7 มก/กก/วัน
3. Corticosteroids
3.1 Low dose = prednisolone < 15 –
30 มก/วัน)
3.2 Moderate dose = prednisolone 30-
40 มก/วัน หรื อ 0.5 มก/กก/วัน
3.3 High dose = prednisolone > 60
มก/วัน หรือ prednisolone 1 มก/กก/วัน
3.4 Megadose or pulse therapy
= ,ethyl prednisolone 500-1,000 มก
Intravenously 3.5 วัน
4. Methotrexate
4.1 Oral mini-pulse therapy = 7.5 –
15 มก/สัปดาห
4.2 Intramuscular = 25 – 50 มก/
สัปดาห
5. Cyclophosphamide
5.1 Oral = 1 – 2 มก/กก/วัน
5.2 Intravenous pulse = 500 – 1,000
มก/ตร.ม. ทุกเดือนเปนเวลา 6 เดือน
ตอไปทุก 3 เดือน เปนเวลา 1 – 2 ป
6. Azathioprine รับประทาน 1 – 2 มก/กก/วัน
7. Chlorambucil รับประทาน 2 – 6 มก/วั น
หรือ 0.1 – 0.2 มก/กก/วัน




You're Reading a Free Preview

Download
scribd
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->