เรื่อง การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ทีใ

่ ช้ในองค์กร

ปั จจุบน
ั มีการกล่าวถึงวิธีการรื้ อปรับระบบองค์กรใหม่ ในรูปแบบ
ที่เรียกว่า Business reinvention กล่าวคือ การปรับปรุงและสร้าง
องค์กรใหม่ โดยนำาเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในองค์กร
สารสนเทศเป็ นสิ่งที่มีความสำาคัญยิ่ง เราแบ่งระดับสารสนเทศ
ออกเป็ น 4 ระดับคือ ระดับส่วนบุคคล ระดับกลุ่มหรือแผนก

ระดับองค์กรและระดับระหว่างองค์กร โดยทุกระดับจะเกี่ยวข้อง
กับทรัพยากรที่จำาเป็ นต้องนำามาใช้เพื่อประกอบกัน และให้ได้

ประโยชน์จากสารสนเทศ ประกอบด้วยอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ได้แก่
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ส่ ือสาร ซอฟต์แวร์ ข้อมูล ชั้นตอนการ
ปฏิบัติงาน ได้แก่ กฎระเบียบต่าง ๆ และตัวบุคลากรเอง

ศูนย์สารสนเทศขององค์กร คือหน่วยงานที่จะบริหารและจัดการ
ทรัพยากรสารสนเทศ ที่ต้องลงทุนทั้ง 5 องค์ประกอบนี้ เพื่อให้

เกิดประโยชน์สูงสุด ศูนย์สารสนเทศขององค์กรตามแนวความคิด
ใหม่ จึงต้องประสานกับธรรมชาติของการทำางานขององค์กรที่มี
บุคลากรเป็ นแกนนำา เพราะบุคลากรทุกคนย่อมเป็ นผู้ใช้

สารสนเทศ และยังต้องมองเลยไปเป็ นระดับกลุ่ม ระดับองค์กร
และระดับระหว่างองค์กร การทำางานในทุกระดับจะต้องประสาน
การใช้ประโยชน์ให้เกิดกับองค์กรได้สูงสุด

ลักษณะและจุดมุ่ง
หมายของศูนย์
สารสนเทศ

คอมพิวเตอร์มีการ
พัฒนาการมาจาก

ระบบคอมพิวเตอร์ท่ี

มีราคาแพง โดยการใช้ประโยชน์จึงเริม
่ จากการใช้คอมพิวเตอร์

ร่วมกันในอดีต มีศน
ู ย์คอมพิวเตอร์กลาง ต่อมาเมื่อมีการพัฒนา

พีซี แนวคิดจึงเริม
่ จากการพัฒนาให้ระบบใช้งานส่วนตัว และต่อ
มาพัฒนาเป็ นเครือข่ายที่ทำางานร่วมกัน ดังนี้ ลักษณะของการใช้
ระบบคอมพิวเตอร์จึงมีลักษณะตามสภาพของการเปลี่ยนแปลง

และพัฒนาการของเทคโนโลยี โดยเฉพาะระบบคอมพิวเตอร์และ
ระบบสื่อสารข้อมูล ระบบเครือข่าย รูปแบบการใช้ระบบ
คอมพิวเตอร์จึงมีรูปแบบดังนี้

การใช้แบบเครื่องหลัก (Host base) ในยุคที่เครื่องคอมพิวเตอร์มี
ราคาแพง เครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีใช้ส่วนใหญ่เป็ นเมนเฟรม ซึ่งมี
การจัดการฐานข้อมูลอยู่ส่วนกลางและแบ่งการใช้งาน เครื่อง
คอมพิวเตอร์หลักเป็ นเครื่องที่รวมทรัพยากรทั้งหมดไว้ท่ี

ศูนย์กลาง ผ้ใู ช้เพียงแต่ต่อสายออนไลน์ และใช้กำาลังการคำานวณ

ทั้งหมดจากเครื่องหลัก สถานี ปลายทางจึงเป็ นเพียงแค่เทอร์
มินัลเท่านั้ นการใช้งานแบบเครื่องหลัก เพื่อเป็ นการสนั บสนุ น
ข้อมูลข่าวสารขององค์กร

การใช้งานแบบเครื่องเดี่ยว (Stand alone) เมื่อมีการพัฒนาพีซีให้
เป็ นเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล จึงมีผู้พัฒนาซอฟต์แวร์

สนั บสนุ นพีซีให้ช่วยงานระดับบุคคล ดังนั้ นการประยุกต์ใช้งาน

ระดับบุคคลจึงเป็ นที่นิยมแพร่หลาย ปั จจุบันมีซอฟต์แวร์พื้นฐาน
ที่เรียกว่าโปรแกรมสำาเร็จรูปให้ใช้งานได้มาก เช่น ใช้ช่วยในการ

พิมพ์เอกสารหรือเรียกว่า เวิร์ดโปรเซสเซอร์ ใช้คำานวณบนตาราง
ที่เรียกว่า สเปรตซีต ใช้ในการเก็บข้อมูลในระบบฐานข้อมูลขนาด
เล็ก ใช้เพื่อนำาเสนผลงาน

เครื่องพีซีทำาให้เกิดระบบการจัดการข้อมูล

ข่าวสารส่วนบุคคล

ระบบแลนและไคลแอนต์เซิร์ฟเวอร์ เมื่อพีซี
มีขีดความสามารถสูงขึ้น ประกอบกับ
เทคโนโลยีได้พัฒนาระบบเครือข่าย

คอมพิวเตอร์ให้เชื่อมโยงเข้าถึงกัน และใช้
งานร่วมกัน ระบบแลนที่ใช้จึงเริม
่ จากการสนั บสนุ นงานระดับ

กลุ่ม ระดับแผนกที่มีการทำางานร่วมกัน ใช้ทรัพยากรบางอย่าง

ร่วมกัน เช่น ใช้ไฟล์ใช้ข้อมูล ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เซิร์ฟเวอร์
ตลอดจนเครื่องพิมพ์ร่วมกัน สภาพการทำางานบนเลนส่วนหนึ่ งมี
ลักษณะการทำางานแบบ ไคลแอนต์เซิร์ฟเวอร์ กล่าวคือมีสถานี
บริการกลางที่ให้บริการร่วมกันทั้งกลุ่ม โดยผู้ใช้จะมีเครื่อง

คอมพิวเตอร์พีซีของตนเองเชื่อมโยงกับเครือข่ายแลน เครื่อง
คอมพิวเตอร์ของผู้ใช้เรียกว่า ไคลแอนด์ ส่วนสถานี บริการกลาง
เรียกว่า เซิร์ฟเวอร์ เช่น ถ้ามีระบบฐานข้อมูลกลางที่ให้บริการ

กลางร่วมกันก็เรียกว่า ดาต้าเบสเซิร์ฟเวอร์ ผู้ใช้สามารถใช้เครื่อง

ไคลแอนต์เรียกค้นข้อมูลข่าวสารจากเครื่องเซิร์ฟเวอร์ได ้รูปแบบ
การทำางานแบบนี้ จึงเป็ นการลดขนาดของเซิร์ฟเวอร์ลงจากโฮส
เบส เพราะสถานี ย่อยคือไคลแอนต์สามารถช่วยดำาเนิ นการบาง

อย่างเองได้ และการทำางานในระดับไคลแอนต์ท่ีสำาคัญคือ มีส่วน
ช่วยในการติดต่อกับผู้ใช้ท่ีจะแสดงผลแบบกราฟฟิ ก
เครือข่ายแลนสนั บสนุ นการทำางานเป็ นกลุ่ม

การเชื่อมต่อแลนเป็ นอินทราเน็ต
เมื่อนำาเวอร์กกรุุปหรือเครือข่าย
แลนย่อย ๆ หลายเครือข่ายต่อ

เชื่อมกันเป็ นเครือข่ายขององค์กร
มีเส้นทางการเชื่อมโยงข้อมูล

ข่าวสารหลักที่เรียกว่าแบคโบน (backbone) เครือข่ายนี้ จึงเป็ น
เครือข่ายที่สนั บสนุ นการทำางานขององค์กร ซึ่งอาจเรียกว่าเอ็น
เตอร์ไพรสเน็ตเวอร์กหรืออินทราเน็ต ในระดับองค์กรจึงมีการ
บริหารจัดการเครือข่ายขององค์กร มีหน่วยงานดูแลเครือข่าย
กลาง และดูแลทรัพยากรที่สนั บสนุ นการใช้งานในองค์กร

ลักษณะการเชื่อมโยงระหว่างหน่วยงานอาจข้ามออกไปยังหน่วย
งานที่อย่ห
ู ่างไกล โดยเชื่อมต่อด้วยเครือข่ายสาธารณะแบบแวน
(wan) สภาพการทำางานภายในองค์กรยังมีลักษณะการใช้

ทรัพยากรร่วมกันมีสถานี บริการที่เรียกว่าเซิร์ฟเวอร์ ผู้ใช้ใช้พซ
ี ีท่ี
ต่ออย่บ
ู นเครือข่ายเชื่อมโยงเรียกใช้บริการเครื่องเซิร์ฟเวอร์

ภายในองค์กรอาจมีฐานข้อมูลเก็บไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลางหรืออาจ
จะมีหลายเซิร์ฟเวอร์กระจายกันอยู่ก็ได้ ลักษณะการใช้งานบน

เครือข่ายจึงสนั บสนุ นการทำางานตั้งแต่งานในระดับบุคคลที่ใช้พซ
ี ี
ของตนเองเป็ นหลัก เชื่อมต่อใช้งานร่วมกันเป็ นเครือข่ายใน

แผนก ในกลุ่มงานของตน ใช้สถานทีบริการเซิร์ฟเวอร์ในแผนก
ของตน และยังเชื่อมโยงกับองค์กรใช้งานในลักษณะร่วมกับส่วน
กลางขององค์กร ดังนั้ นทุกคนในองค์กรที่เชื่อมต่อกับเครือข่าย

จึงสามารถเลือกใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ข้อมูลข่าวสารทั้งของ
กลุ่มและขององค์กรได้

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ภายในองค์กรต้องเชื่อมโยงระบบ
คอมพิวเตอร์ของแต่ละแผนกเข้าด้วยกัน เพื่อให้เกิดการใช้ข้อมูล
ร่วมกัน นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ทรัพยากรฮาร์ดแวร์ร่วมกันได้อีก
ด้วย ในเชิงเทคนิ คนั้ นระบบสารสนเทศระดับองค์กรจะมีระบบ
คอมพิวเตอร์ท่ีดูแลแฟ้ มข้อมูลที่ใช้งานร่วมกันไว้ในไฟล์

เซิร์ฟเวอร์ มีการใช้เครือข่ายแลนเชื่อมโยงเครื่องมือพื้ นฐาน อีก
ประการหนึ่ งของระบบข้อมูลข่าวสาร คือระบบจัดการฐานข้อมูล
ซึ่งเป็ นโปรแกรมที่สำาคัญในการช่วยดูแลระบบข้อมูลและการ
ประยุกต์ใช้งานด้านต่าง ๆ

การใช้เครือข่ายเพื่อสนั บสนุ นการทำางานในองค์กร การเชื่อมโยง
ระหว่างองค์กร การบริหาร
และการจัดการระบบ

สารสนเทศสมัยใหม่ ยังเน้น
ให้เกิดการทำางานแบบ

ธุรกรรมอิเล็กทรอนิ กส์
(Business) และมีการค้าขาย

แบบพาณิ ชย์อิเล็กทรอนิ กส์ ดังนั้ นจึงจำาเป็ นต้องเชื่อมโยงเครือ
ข่ายระหว่างองค์กรเพื่อให้เกิดการทำางานร่วมกัน และการแลก
เปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน

การเชื่อมโยงระหว่างกันในปั จจุบัน เน้นการใช้เส้นทางร่วมแบบ
สาธารณะ เช่น ใช้อน
ิ เทอร์เน็ต ลักษณะการเชื่อมโยงออกสู่

ภายนอก จึงมีลักษณะที่ต้องการสร้างวงจรเฉพาะการเชื่อมโยง
ระหว่างองค์กร หรือการวิ่งผ่านเส้นทางสาธารณะร่วมกัน

การเชื่อมโยงระหว่างองค์กรอินเทอร์เน็ต
จึงเป็ นเครือข่ายสากลที่เชื่อมโยงเครือข่าย
ย่อยขององค์กรจำานวนมหาศาลเข้าด้วย
กัน ทำาให้ทุกองค์กรที่เชื่อมโยงเข้าถึง

อินเทอร์เน็ตติดต่อถึงกันได้ และหากถ้ามี
องค์กรใดสร้างเครือข่ายและเชื่อมโยงต่อ

ออกไปภายนอก โดยเน้นการทำางานในขอบเขตจำากัด เช่น ให้

บริการลูกค้าติดต่อเข้ามาได้ และไม่สามารถออกไปนอกเครือข่าย
อย่างอิสระเหมือนอินเทอร์เน็ต

เราก็เรียกว่า เอ็กซ์ทราเน็ต ศูนย์สารสนเทศกับองค์กร

ในองค์กรมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหลายระดับ ดังนั้ นการจัด
ประเภทของศูนย์สารสนเทศ จึงต้องเน้นให้สนั บสนุ นการทำางาน
ทุกระดับ ศูนย์สารสนเทศจึงมีลักษณะที่แบ่งตามประเภทการใช้
งานดังนี้

ศูนย์สารสนเทศสนั บสนุ นการทำางานระดับกลุ่ม จากการใช้งานใน
ระดับเวอร์กกรุุป ที่มีการจัดการเซิร์ฟเวอร์ของตนเองภายใน

แผนกหรือกลุ่มจึงต้องรับผิดชอบงานทางด้านสารสนเทศของ
ตนเอง เช่น งานแผนกบุคคล ต้องดูแลฐานข้อมูลพนั กงาน

ทั้งหมด ดูแลการดำาเนิ นงานเพื่อการทำางานการเงินเดือน แผนก
ขายก็ต้องดูแลฐานข้อมูลลูกค้า ฐานข้อมูลสินค้าคงคลังของ

ตนเอง การกระจายศูนย์สารสนเทศลงไป ในระดับกลุ่มทำาให้มี
ความสะดวกในการปฏิบัติงาน สามารถดำาเนิ นงานด้วยความ

คล่องตัว แต่มีปัญหาในเรื่องความซำ้าซ้อนของข้อมูลระหว่างกลุ่ม
และยุ่งยากในเรื่องการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลข่าวสาร

ศูนย์สารสนเทศส่วนกลาง สืบเนื่ องจากองค์กรมีการสร้างเครือ
ข่ายหรือมีระบบข้อมูลข่าวสารร่วม ดังนี้ ศูนย์สารนิ เทศส่วนกลาง

จึงมีความจำาเป็ นที่จะทำาให้ระบบการใช้ข้อมูล ข่าวสาร ในลักษณะ
การใช้งานร่วมกัน ทำาให้สะดวกขึ้น และยังบริหารเครือข่ายหรือ

ช่วยในเรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างองค์กร ความสำาเร็จอยู่ท่ีการ
จัดการโครงสร้างในองค์กร
รูปแบบการบริหารสารสนเทศในองค์กรจึงเป็ นได้ ทั้งแบบรวม
ศูนย์เหมือนในอดีต แต่ในสภาพปั จจุบน
ั ความต้องการใช้

สารสนเทศมีความหลากหลาย และมีความแตกต่างกันมาก
ตั้งแต่ระดับส่วนตัวจนถึงระดับระหว่างองค์กร ดังนั้ นความสำาเร็จ
ขององค์กรจึงอยู่ท่ี การบริหารและการจัดการโครงสร้าง

สารสนเทศ ให้เหมาะสมกับสภาพการทำางานขององค์กร ซึ่ง

สามารถแยกกระจายตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม ระดับองค์กร
และระหว่างองค์กร การเลือกสภาพที่เหมาะสมต่อการใช้งานจึง
เป็ นเรื่องที่สำาคัญ