มนุษยธรรม

มนุษยธรรม นําสัตว์โลกมาเกิด เป็ นมนุษย์ ธรรมของมนุษย์มีกรรมของ เราเองเป็ นตั วตั ง มีศีลห้ าข้ อเป็ นกรอบอยู่ รอบตั ว มีชนกกรรมของพ่อ เป็ นตั วตั วนํา ในการจุติ มีอุปัตถัมกรรมของแม่ เป็ น ผู ้ สนับสนุนให้ เกิดปฏิสนธิวิญญาน เราทั งหลายผูเกิดมาเป็ นมนุษย์ ้ แล้ ว พบพระพุทธศาสนาแล้ว ไม่เห็นดวง ธรรมของความเป็ นมนุษย์ของตนเอง ไม่ เห็นความเป็ นมนุษยธรรมของตนเอง ไม่เห็นทีมาทีไปของตนเอง ก็นับว่าน่าเสียดาย ผู ้ คนมากมาย เดินทางค้ นหาตนเอง ไปทัวทั งโลก กรวาลอืน และจั ผู ้ คนมากมาย เดินทางค้ นหาตนเอง อยู่ในร่างกาย และจิตใจของตนเอง ผู ้ คนมากมาย หยุดเดินทางไปภายนอก และค้ นพบเห็นตนเองในกลางกายกลางใจของตนเอง ผู ้ คนมากมายเป็ นมนุษย์แล้ ว พบพระพุทธศาสนาแล้ว พบเห็นตนเองแล้ว พบเห็นความเป็ น มนุษยธรรมของตนเองแล้ว ก็ได้ รู ้ เห็น เป็ น ไป ในความมีความเป็ น ความเกิดขึ น ตั งอยู่ และดับไป ของดวง ธรรมทีทําให้ ตนเองได้ เกิดมาเป็ นมนุษย์นั น วด้วยดี มีความดีใจ อิมใจ สุขใจ ร่าเริ ง เบิกบาน แจ่มใส อยู่แต่ใน แล้ กายในใจของตนเองนั นแล้ว เพียบพร้ อมในการแบ่งปั นบุญแผ่เมตตาให้ คนอืนอยู่เสมอแล้ ว พร้ อมเร่ งความ เพียรพยายามทีจะค้ นหาให้ เข้ าถึง รู ้ เห็น เป็ น ไป ในความเป็ นอยู่ทพร้ อมด้ วยทิพยธรรม เทวธรรม พรหมธรรม ี โคตรภูธรรม และอริ ยธรรม ต่อไปไม่หยุดอยู่ ไม่ถอนกลับคืน ผูปรารถนาความเป็ นมนุษย์ ย่อมมีการให้ ทานเป็ นปกติ มีการสมาทานรักษาศีลห้ าข้อไว้ ได้อย่างปกติ ้ มีการภาวนาให้ มีสิตกําหนดรู้ และสัมปชัญญะพิจารณาตามสภาวะธรรมในความมนุษย์ของตนเอง อยูในกลาง ่ กายกลางใจของตนเองเป็ นปกติ ไม้ห ลุดเลือนเคลือนตั วไปไหนแล้ว ใจหยุดใจนิงได้ทีแล้ ว ก็จะเห็นดวงธรรมของ ความเป็ นมนุษย์ของตนเอง หรือทีเรียกว่า "ธรรมกาย" หรื อ "กายธรรม" ของตนเองได้ ง่าย ด้ วยความมีศีล มี สมาธิ มีปัญญา ของตนเองเป็ นกรอบทีตั งทีดี ทีไม่คลา เคลือนเหลวไหลไปหาทีพึงอันอืน นอกเหนือไปจาก ด ความเป็ นไปในพระรัตนตรัยอันมีพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็ นทีเกิดขึ น ตั งอยู่ และดับไปให้ เห็นได้ ด้วยต า ผู ้ เห็นกายธรรมของตนเองได้ แล้ ว ย่อมเห็นกายทิพย์ของตนเองได้ ไม่ยาก ย่อมเห็นกายพรหมของตนเอง ได้ เป็ นลําดับต่อ ไปด้ วย ย่อมเห็นกายอรู ปพรหมได้ เป็ นทีสุดในความสุขของโลกทิพย์ ย่อมเห็นความความสุข ของสัตว์โลกได้ ตามความจริ งทีเป็ นอยู่อย่างนั นคือโคตรภูญาณของตนเอง ทีจะนําตนเองพ้ นออกจากทุกข์ไปได้ ย่อมเห็นหนทางทีจะพ้ นไปจากความสุขทางโลกเหล่านี ด้วย ตั งแต่การละทิ งของนอกกายด้วย ของใน กายด้วย ทีเป็ นของหยาบทั งหลายออกจากกายและใจ ไปเป็ นลําดับ

ย่อมเห็นหนทางทีจะประคองตนให้ อยู่ในศีลทียิงๆขึ นไปในการรักษาพรหมจรรย์ เพือการละทิ งของ ละเอียดออกจากกายและใจให้ มากยิงๆขึ นไปเป็ นลําดับ ย่อมเห็นหนทางทีจะประคองตนให้ อยู่ในอาการของจิตทีจดจ่อให้ ยิงๆขึ นไป ในการเป็ นเกาะปองกัน ้ ตนเองจากเหตุปัจจัยทีจะดูดดึงตนเอง ให้ ต้องสัมผัสคลุกคลีอยู่กับเหตุปัจจัย ในการต้องกลั บไปสู่วงจรการเกิด ดับทั งหลายเหล่านั นได้อีก ย่อมเห็นหนทางทีจะประคองตนเองให้ อยู่แต่ในปั ญญาทียิงๆขึ นไป เพือการละทิ ง ส่วนทีละเอียด ยิงๆขึ นไปทีมีอยู่ในกายและใจของตนเองนั นและละวางความสุขทั ง๑๐ ระดับในโลกไปได้ อย่างเป็ นทีสุด ย่อมเห็นหนทางทีจะเดินไปเดินมาอยู่อย่างนี ตั งแต่ต้นทางของความเป็ นสังขารทั งทีมีชีวิต และไม่มี ชีวิต ทั งทีมีวิญญา ณครอง และไม่มีวิญญานครอง ทั งทีเป็ นสัตว์โลกเวียนว่ายตายเกิด ทั งทีเป็ นมนุษย์ทีคุยกันรู ้ เรื อง และทีคุยกันไม่รู้ เรือง ทั งทีเป็ นมนุษย์พบพระพุทธศานาและทีไม่ได้ พบพระพุทธศาสนา ย่อมเห็นความไม่เทียงแท้ ของสังขาร ความทุกข์ของสังขาร ความเสือมสลายหายไปของสังขาร และ เห็นการประกอบธาตุขั นธ์ ธาตุธรรมกันขึ นมาอีก ด้วยความไม่รู้ เป็ นต้ นไป จวบจนไปจบในรอบของเกิดทีตั งอยู ่ เกิดการครอบครอง เกิดความเสือม เกิดการดับไป แล้ วไปตั งต้ นใหม่อยู่อย่างนี ไม่มีทีสิ นสุด ใจของมนุษย์ เมือหยุดนิงอยูได้ อย่างนี แล้ วรู ้ เห็น เป็ น ไป ในอาการอย่างนี แล้ ย่อมละทิ งความเป็ น ่ ว กาย ความเป็ นใจของมนุษย์ผ่านไปหาความละเอียดลึกซึงของ กายและใจในชั นของทิพย์ได้ ดี ด้ วย องค์ประกอบทีดี เป็ นฆราวาสผู ้ครองเรื อนก็มีการให้ ทาน สมาทานรักษาศีล และเจริ ญภาวนาไปเป็ นลําดับ เป็ นพระภิกษุ ก็มีการเจริ ญให้ ยงๆขึ นไปในการสํารวมระวังในศีล การให้ ยิงๆขึ นไปในการเจริ ญจิต ิ ภาวนาให้ อยู่ในสมถะอารมณ์ การเจริญให้ ยิงๆขึ นไปในการเจริญจิตภาวนาให้ อยู่ในวิปัสสนาญาณ ให้ จิตที มันคงดีแล้วนั น เห็นความแปลเปลียนไปในทั งทีประกอบเข้ าด้วยกันเป็ นสังขาร และไม่ได้ ประกอบเข้ าเป็ น สังขารได้ อีกต่อไป มนุษย์ผู ้ เห็นดวงเห็นธรรมของตนเองแล้ว เจริ ญจิตภาวนาธรรมให้ ละเอียดลึกซึ งมากยิงๆขึ นไปแล้ ว มี ความเพียรให้ มากแล้ว ย่อมมีความรู ้ แจ้ งแทงตลอดไปได้ด้วยอาการอย่างนี มีธรรม มีศีล มีสมาธิ มีปัญญา มี วิมุตติ มีวิมุตติญาณทัสสนะ ต่อกายและใจของตนเอง ไปตามลําดับศักดิ แห่บารมีของตนทีทําได้ ด้วยตนเอง รู ้ เห็นเป็ นไปได้ ด้วยตนเอง ในอาการอย่างนี ชือว่าเป็ นมนุษย์ทีพบพระพุทธศาสนาแล้ วจริ งๆ มีมนุษยธรรมนํามา ให้ เกิดเป็ นมนุษย์ได้ สมความมุ่งหมาย ในการทําตนเป็ นคนดี ในการทําตนให้ รู้ สุขรู ้ ทุกข์ในทั งสามโลกอย่างชา ญ ฉลาด แล้วละวางจากไปเสียได้ด้วยดี ตามกําลังของตน ทีแม้ นในเพียงหนึงราตรี ก็มีโอกาสสําเร็จผลได้ ทุกๆคน นิพพานะ ปัจจะโย โหตุ ขออํานวยพร ขอเจริ ญพร พระชัยอนันต์ ชยาภิรโต ธุดงคสถานอรุ ณวณาราม สหราชอาณาจักรอังกฤษ ๒๖ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful