เหตุความหลงไหลในตัว (อดีต) นายกรั ฐมนตรี

10 ปี ทีผ่านมา นอกจากเงินคงคลั งไม่มีแล้ ว ยังมีหนี สาธารณะกองโตเกิดขึ นกว่า3.5 ล้ านล้ านบาท
สินทรัพย์ทีกระทรวงการคลังขายออกมา ขายราคาถูกๆ คนไทยก็ไม่มีเงินซื อต่างชาติมีเงิน จึงซื อไปในราคาถูกๆ ซื อจนมาตั งเป็ นธนาคารได้ ถึง
2 ธนาคาร คือธนาคารสแตนดาร์ ดชาร์ เตอร์ (ไทย) จํากัด (มหาชน) และธนาคารยูโอบี จํากัด (มหาชน) ต่างชาติกลายเป็ นผู ้ ถือหุ ้ นใหญ่ไป99
เปอร์ เซนต์
รัฐบาลปี 2544 บอกว่าอีก 4 ปี งบประมาณจะไม่ขาดดุล บอกว่าอีก 4 ปี ประเทศจะเจริ ญ ไม่ได้ เป็ นจริงทั ง2 อย่าง ถ้ ารักษาเสถียรภาพค่าเงิน
และเศรษฐกิจได้ ค่าเงินบาทไม่ผันผวน เงินเฟ้อก็ไม่สู งขึ น ไม่จําเป็ นต้ องมีประชานิยม
แปรรูปปตท.เข้ าตลาดหุ ้ นของรัฐบาลปี 2544 นําผลประโยชน์ไปแบ่งปั นกันระหว่างกลุ่มกว้ างขวางเป็ นประวัติการณ์ กระทรวงการคลั งได้ เพียง
เศษเงิน แต่เป็ นต้ นเหตุทีทําให้ เงินเฟ้อสูงขึ นอย่างมีนยสํ
ั าคัญ ทําให้ ผู ้ คนเดือดร้ อนทัวประเทศ
ประเทศฝรังเศสเกิดจลาจลบ่อยครั ง แทบทุกปี หรือตลอดปี ทรัพยากรถูกนายทุนดูดไปทําให้ ระบบจนลง โลกทุนนิยม นายทุนรวย แต่ระบบ
จนลง คนขาดความเชือมันในการดํารงชีพ
คนยุโรปไม่ได้ มีความสุ ข
“มาร์ ติน วีลเลอร์ ” คนอังกฤษ หนีความไม่มนใจในการดํ

ารงชีวิตจากประเทศอังกฤษ มาเป็ นเกษตรกรทีจังหวัดขอนแก่น เล่าว่า คนอยู่บ้านนอก
คือคนมังคัง
“..ต้ องเข้ าใจว่าคนอังกฤษอยู่บ้านนอกไม่ได้ เพราะชนบทมีพื นทีนิดเดียวพวกขุนนางยึดหมด คนยากจน จึงอยู่ชนบทไม่ได้ ต้ องไปอยู่ในเมืองที
สกปรก แออัด
คนอังกฤษทียังรวยไม่ถึงขั น เช่นพ่อของผม มีเงินเยอะ แต่ก็ยังรวยไม่ถึงขั นเพราะยังอยู่ในเมือง วัดจากคนทีอยู่กลางเมืองใหญ่ๆ จะเป็ นคนจน
ทีสุ ด
ทีอยู่ชานเมือง จะเป็ นพวกครู ข้ าราชการ อะไรแบบนั น เป็ นผู ้ จัดการก็ยังอยู่ในเมือง ส่วนคนทีจะได้ อยู่บ้านนอก จะต้ องเป็ นคนรวยถึงขั นจริงๆ
เป็ นพวกขุนนางใหญ่โต
มันเป็ นเรืองแปลก ผมมาอยู่ทีขอนแก่น เห็นแต่ละคนมีทีดินเยอะมาก ชาวบ้ านธรรมดา คนเดียวมีถึง 50 ไร่ 200 กว่าไร่ก็มี พ่อแม่ผมมีแค่ ครึง
ไร่เท่านั นเอง
แต่อยู่บ้านนอกทีนี โอ้ โฮ..มีเยอะมาก สะอาดด้ วย อากาศก็ดี ตอนแรกได้ กลิน ผมก็ว่ากลินอะไร อ๋อ มันกลินธรรมชาติ ผมไม่เคยดมมาก่อน โอ้
สุ ดยอดเลยบ้ านนอก
คนอืนว่าฝรังมันบ้ า เพราะเขาไม่คิดว่า ทําไมฝรังอยากไปอยู่บ้านนอก
เขาคิดว่าฝรังมีแต่คนรวย ฝรังไม่มีคนยากจน เขาไม่รู้ จริ งๆ ว่าฝรังส่วนมากลําบาก บ้ านก็ไม่มี ทีดินก็ไม่มี เป็ นขี ข้ าเขาหมด ลู กก็ไม่มีอนาคต ”

1

นีคือโลกาภิวัฒน์ทีอดีตนายกคนหนึงของประเทศไทยพูดถึงเป็ นประจํา พูดให้ รู้ สึ กว่าประเทศไทยต้ องทันสมัยทันโลกโดยไม่เข้ าใจความหมาย
ทีแท้ จริงแห่งการพัฒนาการของระบบทุนนิยม เขากล่าวบ่อยครั ง“เมือโลกเป็ นทุนนิยม ประเทศไทยจะเป็ นอืนไปไม่ได้ ก็ต้องเป็ นทุนนิยม” เป็ น
เรืองทีไม่จริง (อ่านบุญนิโยมิคส์ ศักดิโนมิคส์ ทักษิ โณมิกซ์)
ทุนนิยมคือต้ องมีทุนเป็ นของตนเอง หรือเป็ นเจ้ าของทุน ทุนนิยมประเทศไทย เป็ นทุนนิยมผกผัน ผิดแบบไปจากทุนนิยมหลั ก ประเทศไทยขาย
ทุนให้ ต่างชาติแทบหมด แล้ วประเทศไทยจะเป็ นทุนนิยมได้ อย่างไร ทุกวันนี ประเทศไทยไม่ได้ เป็ นประเทศนายทุนประเทศไทยเป็ นเพียง
ประเทศลูกจ้ างของนายทุนต่างชาติ
หลั งจาก ปรส. บสท. ขายทรัพย์ก้อนโตของชาติแล้ ว ก็ยังมีหน่วยงานอืน รวมทั งเอกชนก็ยังขายสินทรัพย์ให้ ต่างชาติเช่นกัน การแปรรูป
รัฐวิสาหกิจนําพาไปสู่การขายสินทรัพย์ให้ ต่างชาติ
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/23/entry-4
ปลายเดือนพฤษภาคม 2551 มีข่าว "ธปท.ยันขาย ไทยธนาคาร เมินนิวบริดจ์"
ประเทศไทยได้ ยินข่าวพวกนี แม้ เป็ นเรืองสําคัญ แต่ดูเป็ นเรืองธรรมดาไปแล้ ว ความผิดปกติ ทําให้ เกิดความเสียหายตลอดเวลา ประเทศไทย
ผิดปกติจากทั งปั จจัยภายในประเทศและปั จจัยนอกประเทศประเทศอืนมีความผิดปกติจากปั จจัยภายนอกอย่างเดียว แต่ปัจจัยภายในปกติ ก็
จะเสียหายน้ อย ไทยธนาคารลงทุนใน CDO (Collateralized debt obligation) ทีอเมริกากว่า 260 ล้ านเหรียญสหรัฐ ปั ญหาซับไพร์ มของ
อเมริกา ก็อาจจะทําให้ เกิด Capital loss ได้ ผีซํ าด้ ามพลอย แล้ วก็ประกาศขายไทยธนาคาร
อบายมุขหวยบนดินถูกนํามาหาความนิยม ให้ เด็กไทยไปเรียนต่างประเทศ เอาเงินบาปมาทําบุญ คิดกันอย่างไร การศึกษาเจริญเท่าใด
อบายมุขก็ต้องมากเท่านั นสมดุลแล้ วได้ อะไร
หัวหน้ ารัฐบาล ทีเป็ นโฆษกรัฐบาลไปในตัว ยํ าพูดบ่อยว่าการมาของรัฐบาลเขา ทําให้ เกิดความเชือมัน
ทําให้ ตลาดหุ ้ นสู งขึ น ทําให้ ราคายางสู งขึ สามารถใช้

หนี ไอเอ็มเอฟหมดก่อนกําหนด สร้ างสนามบินสุวรรณภูมิใหญ่ทีสุ ดในโลก
เรื องไม่ จริ ง
เรืองดังกล่าวไม่ได้ เกิดจากฝี มือการบริหารประเทศ เกิดจากการผิดปกติของโลกทุนนิยม ทีเขาเองก็ไม่เข้ าใจ สนามบินประเทศซาอุดิอาระเบีย
เป็ นสนามบินทีใหญ่ทีสุดในโลก
คนส่ วนหนึ งหลงเชื อจนหลงไหล คนส่ วนหนึ งไม่ เชื อ
อะไรทีตะวันตกเป็ นหรือตะวันตกทําใช่ว่าดี อังกฤษเปิ ดเสรีให้ ต่างชาติซื อสินทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ในประเทศตนซึงเป็ นธุรกรรมของ
นายทุนทีเป็ นคนส่วนน้ อยประเทศ คนรวยของประเทศต่างๆก็เข้ าไปซื ออสั งหาริมทรัพย์ในอังกฤษแล้ วก็ขายต่อทํากําไรกันเป็ นทอดๆ ราคา
อสั งหาริมทรัพย์มีแต่สู งขึ นเรือยๆคนท้ องถินไม่มีปัญญาซื อ เดือดร้ อน
ศักดินาไทยมักง่ายไม่แพ้ กัน ชอบทีจะขายอสั งหาริ มทรัพย์ ให้ ต่างชาติเช่นกัน หากไม่ขายก็ให้ เช่าระยะยาว 99 ปี เป็ นต้ น เป็ นวิสั ยทัศน์ เบียงเบน
ทีมีต่อเนืองมานาน

2

การขายทีพักตากอากาศทีเกาะสมุย 200 ล้ านบาทของคนไทยให้ เดวิด เบคแฮม ก็ออกมาในรูปแบบเดียวกัน
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/22/entry-4
อดีตผู ้ นําไทยก็มีวิสั ยทัศน์ไม่แตกต่างจากศักดินา“แม้ วอุ ้ มแขก ทํานาในไทย” อย่าว่าแต่ซื อทีดินทุ่งกุลาร้ องไห้2 แสนไร่ แขกใช้ เพียงขนหน้ า
แข้ ง ก็ซื อประเทศไทยได้ ทั งประเทศ
ศาสตราจารย์ระพี สาคริก ไม่เห็นด้ วยกับการทีประเทศไทยขายทีดินให้ ชาวไต้ หวัน มาปลู กกล้ วยไม้
ข่าวขายทีดิน ขายชาติของตนเองเช่นนี มีอยู่ตลอดเวลา
http://www.oknation.net/blog/rivermoon/2008/05/26/entry-3
“หวันต่างชาติฮุบ "ทีดินเกษตร"รุมค้ านรัฐเปิ ดต่างชาติถือหุ ้ นเกิน 49%” ฟั งข่าวดูดี “รุมค้ าน” แต่สินทรัพย์ของประเทศไทยตกเป็ นของต่างชาติ
มากขึ น
เรืองเช่นนี ตําหนิ”นักการเมือง”ฝ่ ายเดียวไม่ถูกต้ อง “ข้ าราชการระดับสู ง (ศักดินา)” “พ่อค้ านายทุน” และ “สือมวลชน” มีส่วนสําคัญของการ
เสียกรุงครั งที3
เมือกระแสข่าวแขกมาทํานาในไทยเป็ นลบ เขาต้ องไหว้ วานให้ อดีตนายกบรรหาร ศิลปอาชา และนายกสมัคร สุ นทรเวช ออกมาปฏิเสธข่าว
การกระทําทีไม่ตรงกับคําพูดเป็ นประจํา คือมุสา ไม่จริงแล้ วสบถสาบานออกรายการโทรทัศน์ คนทัวไปไม่เชือคนทั งคูไม่
่ รู้ จะทําอะไรได้ ก็ได้ แต่
ฟั งอย่างเดียว นังดูเขาตัดสมบัติประเทศไทยขายให้ ต่างชาติตลอดเวลา นักการเมืองเป็ นเพือนกันทั งหมด
นายกสมัครเป็ นคนทีมีความคิดทั งบวกและลบอยู่ในเรืองเดียวกัน แทบทุกเรืองต่อว่าคณะปฏิวัติไทยว่าเป็ นเผด็จการ ขณะเดียวกันก็ยกย่อง
เผด็จการพม่าเลิศลอย ต่อว่าสาดเสียพ่อแม่ไม่ดูแลลู กเล่นหวย แต่ชนชมคนเสนอนโยบายหวยบนดิ

นมาให้ อนุมัติ คนตายเกือบ 40 คน บอก
ตายคนเดียว งงกันทั งโลก ผู ้ นําประเทศ พูดจาไม่อยู่กับร่องกับรอย ต่างชาติขาดความเชือมัน
เพียงแแค่ อยากเป็ นนายกรั ฐมนตรี วาจาเด่ นกว่ างาน
ทีดินทุกวันนี คงเหลือเป็ นของคนไทยไม่เท่าใด คนไทยขายชาติไม่น้อยเป็ นนอมินีต่างชาติถือครองทีดินในประเทศไทย
สิงทีเกิดขึ นเป็ นผลมาจากนโยบายทีเบียงเบนของรัฐ ความเห็นแก่ได้ ของทุนนิยมจัดจ้ าน มังคังเกินความพอเพียง แม้ ต้องขายสินทรัพย์ให้
ต่างชาติก็ไม่เว้ น
ทรัพย์ สินของคนในชาติก็เป็ นทรัพย์ สินของชาติ เมือทรัพย์ สินนั นตกเป็ นของต่างชาติ ชาตินั นก็ไม่ใช่ชาติของคนเผ่าพันธ์ เดิมในชาติ
“ทุนไม่มีสัญชาติ” มันเป็ นเพียงข้ ออ้ างของนายทุนชั นเลวอยากมังคังแบบไม่มีสิ นสุ ด ประกอบกับวิสั ยทัศน์ปรัชญาของศักดินาทีเบียงเบนทีทํา
ให้ ทรัพย์ สินของคนในชาติหดหายลงตลอดเวลา หากวิสัยทัศน์และปรัชญายังคงเป็ นเช่นนี ทรัพย์ สินของชาติก็ตกเป็ นของนายทุนกักขฬะทีไม่มี
สั ญชาติหมด
“คนไทย” ต้ องเป็ นเจ้ าของทรัพย์ สินของประเทศไทย จึงจะเรียกประเทศไทยว่าประเทศไทยได้ แต่ทุกวันนี มีชือว่าไทยแต่ไส้ ในเป็ นต่างชาติ
เสียงประกาศก้ องทีสนามหลวงวันหนึง “ก็ของของผม ทําไมผมจะขายไม่ได้ ” ก็ขายได้ แต่ควรขายให้ คนไทยด้ วยกัน ไม่ใช่เอาไปขายให้
ต่างชาติ อ้ างว่าคนไทยไม่มีเงินพอทีจะซื อมังคังแบบเอาสมบัติของประเทศไปขายให้ ต่างชาติ เป็ นเรืองทีไม่เหมาะสม
3

ขายชาติ
ทุนนิยม คือเอาทรัพยากรมาเป็ นของตน ทําให้ ทรัพยากรหายไปจากระบบ ระบบจะจนลง
บุญนิยม คือไม่เอาทรัพยากรมาเป็ นของส่วนตน ให้ ทรัพยากรยังเป็ นของระบบ ระบบจะมังคัง
ตัวอย่างความเดือดร้ อนในยุโรปมีให้ เห็นประจํา ซูเปอร์ สโตร์ ก็ไม่ทําให้ คนยุโรปมีความสุ ขได้ ห้ างสรรพสินค้ าทันสมัยหรือซูเปอร์ สโตร์ ททุี นหนา
กําลั งเกิดขึ นทุกหัวระแหงของประเทศไทยทําให้ บรรดาโชว์ห่วยทีเป็ นส่วนใหญ่ของประเทศหมดอาชีพ เป็ นทีมาของระเบิดทีหาดใหญ่ 2 ครั ง
โจรขโมยจะมากขึ น คนเดินทางไปยุโรปต้ องระวังตัวสมบัติติดตัวอาจจะถูกฉกขโมยได้ ง่าย
ทันสมัยแล้ ว คนในระบบเดือดร้ อน วุ ่ นวาย จลาจล แล้ วจะทันสมัยทําไม
ต้ องการความทันสมัยและความเจริ ญ แต่คนส่วนใหญ่แย่ลง เป็ นความเจริ ญจอมปลอม ปั ญหาสังคมเพิมขึ น ดังทีกําลั งเกิดขึ นในโลกทุนนิยม
ต่างๆทุกวันนี เสียมากกว่าได้
อังกฤษ ฝรังเศส อาร์ เจนตินา แม้ แต่สหรัฐอเมริกาทีเป็ นหัวขบวนประเทศทุนนิยม เสือมลงตลอดเวลา คนส่วนใหญ่ของประเทศอยู่ด้วยความ
วิตกกังวล เจริญเพียงด้ านวัตถุ และเจ้ าของวัตถุเป็ นต่างชาติ ดูดทรัพยากรไปจากระบบ คนในระบบเดือดร้ อนมากขึ นทุกวันความคิดทีจะตาม
ให้ ทันโลกาภิวัฒน์ของดีตนายก จึงไม่ใช่สิงทีถูกต้ อง
ค่ารถเมล์ปี 2544 เทียวละ 3.50 บาท ปี 2549 อยู่ที 7 บาท เพราะวิสั ยทัศน์ปรัชญาทีเบียงเบน ทุกวันนี ราคาขึ นม
าเป็ นเทียวละ 10 บาท ค่า
มอร์ เตอร์ ไซด์ในซอยก็ขึ นมาในอัตราส่วนเดียวกัน
การสู งขึ นของราคานํ ามันโลก มีส่วนทําให้ เงินเฟ้อได้แต่การแปรรู ปปตท.เข้ าตลาดหุ ้ นอย่างขาดความเข้ าใจ และรวมทั งการบริหารจัดการที
เบียงเบน ซํ าเติมเงินเฟ้อให้ สูงขึ นอีกเข้ าออกบ้ านรอบหนึงค่ารถ 40 บาท หากนังรถเมล์หลายต่อ ก็ต้องเสียเงินมากกว่านี
ความไม่เชือมันต่อการดํารงชีวิตของคนยุโรป แสดงถึงการเสือมลงแล้ วของโลกาภิวัฒน์ทุนนิยม อดีตผู ้ นําไทยไม่เข้ าใจ
คนยุโรปทีอยู่ตามบ้ านนอกของไทย แต่งงานกับหญิ งไทย อยู่กันเป็ นครอบครัวจริงมีบํานาญเลี ยงตัว บํานาญนี หากอยู่บ้านเกิดก็ไม่พอกิน
พอใช้ แต่เมือมาอยู่ประเทศไทย ก็พอกินพอใช้ คือตัวอย่างการเสือมลงของโลกโลกาภิวัฒน์
ปี 2549 สํานักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานว่า
จังหวัดขอนแก่นมีเขยฝรัง 2,435 คน
จังหวัดอุดรมีเขยฝรัง 2,228 คน
สนใจรายละเอียดของ “มาร์ ติน วีลเลอร์ ” ค้ นข้ อมูลเพิมเติมจาก Google หรือ Yahoo
ก่อนการมาของผู ้ นําปี 2544 เศรษฐกิจประเทศเสียหายอยู่แล้ ว
อดีตผู ้ นําปี 2544 เป็ นความหวังของผู ้ ใหญ่ในประเทศเต็มเปี ยม เมือครั งทีต้ องคดีซุกหุ ้ น3 สถาบันพิเศษ ได้ แก่ ศาสตราจารย์นายแพทย์เสม
พริ งพวงแก้ วให้ ฉายาเขาว่าอัศวินควายดํา หลวงตามหาบัว แห่งวัดป่ าบ้ านตาด และพลตรี จําลอง ศรีเมือง แห่งชุมชนอโศก ต่างพากันล่า
ลายเซ็นต์ของประชาชนคนไทย เพือสนับสนุนให้ เขามาแก้ ปัญหาประเทศ ได้ ลายเซ็นต์ สนับสนุนเต็มรถตู ้ เหนือยยากไปตามๆกัน

4

ต้ องการผู ้ นํามาแก้ ปัญหาของประเทศให้ ถูกต้ อง
คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ เขาชนะคดีการปกปิ ดทรัพย์ สิน 8 ต่อ 7 มีการคลางแคลงใจเล็กน้ อยว่า เกิดจากการกดดันจาก 3
สถาบันพิเศษ หรือเป็ นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของอดีตผู ้ นํา
3 สถาบันพิเศษ ทีหวังดีต่อประเทศชาติ ต้ องพบกับความผิดหวัง ตระหนักว่า การทุ่มเทกายใจเพืออดีตผู ้ นําปี 2544 เป็ นความผิดมหันต์
เขามาซํ าเติมปั ญหาประเทศ
กลุ่มคนทีเคยสนับสนุนทักท้ วง แต่เขาไม่สนใจ
เขาสามารถมีภาพและมีเสียงทุกเช้ าวันเสาร์ ทําให้ ได้ ภาพและคะแนนเสียงมากกว่าเดิม ไม่จําเป็ นต้ องมีเสียงผู ้ สนับสนุนดเ ิมแต่อย่างใด มีเสียง
สนับสนุนใหม่ถึง 19 ล้ านเสียง
ชัยชนะทีผ่านมา เป็ นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวมาแต่ต้น
ไม่ใช่จากหมอเสม ไม่ใช่จากพลตรีจําลอง ไม่ใช่จากหลวงตามหาบัว
เขาได้ กลุ่มวัดธรรมกาย และคนกลุ่มใหม่ มาสนับสนุน
กลายเป็ นชายชุดขาว
ทีมา http://www.oknation.net/blog/nity/2008/05/23/entry-4
เมื อครั งอยู ่ ในตําแหน่ งผู ้ นําประเทศ
วันที 9 มิถุนายน 2549 เอกชนและภาครัฐ ได้ ร่วมกันจัดงาน ฉลองครองสิริราชสมบัติ 60 ปี ของพ่อหลวงแล้ ว แต่วันที 17-18 กรกฎาคม 2549
นายกทักษิ ณให้ กระทรวงมหาดไทยเกณฑ์อบต.ทัวประเทศกว่า 80,000 คน มาจัดงานฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี ซํ าอีก..ทีวัดธรรมกาย
แท้ จริงแล้ วเป็ นวาระซ่อนเร้ น เป็ นการจัดงานวันเกิดให้ ตัวเอง อดีตนายกทักษิ ณ เกิดวันที 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2492 ถลุงงบประมาณรัฐเพือ
การนี 94 ล้ านบาท
มีการบอกกล่ าวล่ วงหน้ าเสมอเมื อจะทําการใหญ่
1) ตลาดทุนคือมิจฉาอาชีวะของโลกทุนนิยมทีไม่มีใครทราบ ทีทําให้ เกิดสิงเลวร้ ายในประเทศไทยและโลกทุนนิยม วันหนึงทีสภาทีปรึกษา
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีผู ้ เชียวชาญสายเศรษฐกิจนังฟั งเป็ นจํานวนมาก เขาจ้ องหน้ าผู ้ ฟังแล้ วบอกว่า “โลกยุคใหม่ ต้ องรู ้ จักเปลียน
กระดาษให้ เป็ นเงิน” ผู ้ คนเงียบกริบกันทั งห้ องไม่เข้ าใจว่าเปลียนกระดาษเป็ นเงินทําอย่างไร ต่างแอบชืนชมผู ้ นําประเทศของตนผู ้ นําของ
ประเทศวิสัยทัศน์ สู งส่ง พวกเขาไม่รู้ หรอกว่ามันคืออะไรบุญของประเทศมากทีได้ ท่านมาเป็ นนายกรัฐมนตรี
2) ในหลายวันต่อมา ท่านพูดผ่านโทรทัศน์ “กฎหมายของประเทศไทยเก่าล้ าสมัย ไม่สอดคล้ องกับโลกยุคใหม่ ทําให้ ก้าวไม่ทันโลกาภิ วัฒน์
ต้ องปรับปรุง” มีการแก้ กฎหมายเพิมการถือครองธุรกิจคมนาคมจาก 25 เป็ น 49 เปอร์ เซนต์ ทีเคยให้ กรรมการเป็ นต่างด้ าวได้ เพียง 1 ใน 4 ก็
ยกเลิก (ต่างด้ าวเป็ นกรรมการกีคนก็ได้ )
5

หลังพ.ร.บ. ดังกล่ าวประกาศในราชกิจนุเบกษาวันเดียว
วันรุ่งขึ น มีการถล่มขายชินคอร์ ป49 เปอร์ เซนต์ของทุนจดทะเบียนทีเป็ นของเขาผู ้ เดียว ให้ กับกองทุนเทมาเซคของสิงคโปร์เตรียมสัดส่วนได้
พอเหมาะพอเจาะกับกฎหมายทีออกมา ไม่ขาดไม่เกิน ต่างชาติมีการถือชินคอร์ ปก่อนหน้ านี แล้ ว วันทีขายชินคอร์ ป49 เปอร์ เซนต์ รวมแล้ ว
ต่างชาติถือชินคอร์ ปเกิน 49 เปอร์ เซนต์
ชินคอร์ ปตกเป็ นของต่างชาติกว่า 90 เปอร์ เซนต์ ส่วนทีเกิน 49 เปอร์ เซนต์ถือโดยนอมินีต่างชาติ ทีอ้ างว่าเป็ นคนไทย ไม่เห็นว่าจะเป็ นไปตามที
กฎหมายกําหนดได้ ไม่เห็นว่ากฎหมายจะทําอะไรได้ ทีกฎหมายกําหนดว่า ต่างชาติถือหุ ้ นได้ ไม่เกิน 49 เปอร์ เซนต์เป็ นเรืองไม่จริง นีคือรูปแบบ
ของการเสียชาติของประเทศไทย ทีไม่มีใครนําพา
ผู ้ คนรับรู ้ ได้ ทันทีว่า เปลียนกระดาษเป็ นเงินทําอย่างไร
ผู ้ บรรยายใช้ วิธีสอนให้ ทราบโดยการปฎิบัติการจริง
ประเทศไทยตั งศาล ตั งสภา ตั งสถาบันเพิมเยอะมาก ช่วยอะไรได้
ไม่รู้ จะมีสภาทีปรึกษาเศรษฐกิจไปทําไม
สภาทีปรึกษาเศรษฐกิจและสั งคมแห่งชาติเงียบกริบมาจนถึงทุกวันนี
ไม่ ทราบว่ าเป็ นการขายชาติ
การถล่มขายชินคอร์ ป ทําให้ คนไทยเกิดความแตกแยกเป็ น 3 กลุ่ม
คนกลุ่มแรก ทึงในฝี มือ รวยทีเดียวกว่า 7.3 หมืนล้ านบาท ทําให้ เชือว่า คนเช่นนี แหละทีจะทําให้ ประเทศมังคังหลงไหลในตัวผู ้ นําแบบโงศรีษะ
ไม่ขึ น
เรืองเช่นนี ไม่ใช่ประโยชน์2 ด้ าน (win-win solution) แต่เป็ น Zero sum games คือเมือฝ่ ายหนึงได้ อีกฝ่ ายจะเสีย และไม่ใช่การได้ เสีย
ระหว่างปั จเฉกชนกับปั จเฉกชน แต่เป็ นการได้ เสียระหว่างปั จเฉกชนกับประเทศ คนคนเดียวเบียดเบียนทรัพยากรของประเทศไปเป็ นของส่วน
ตน แล้ วเอาไปขายต่อให้ ต่างชาติ
เขาฉกทรัพย์ไปจากกระเป๋ าทุกคน เพียงแต่คนไม่เข้ าใจ แทนทีจะเสียไจ กลั บหลงไหล
คนกลุ่มที 2 งง ทําได้ อย่างไร ขายของแล้ วไม่เสียภาษี ให้ ประเทศชาติ
ผู ้ เขียนเป็ นกลุ่มที3 เข้ าใจว่าเป็ นการขายชาติ
เมือหาเสียงบอกว่าจะมาแก้ กฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ แต่เมือได้ เสียงเข้ามาแล้ ว กลั บมาออกกฎหมายขายชาติเพิมขึ นอีก แก้ กฎหมายเพือ
ตัวเอง แล้ วก็เป็ นคนมาขายสมบัติชาติด้วยตัวเอง
ปรส. บสท. หรือปั จเฉกชน ขายทรัพย์ สินของชาติ ไม่ถูกต้ อง สามารถหาทางออกด้ วยวิธีอืนได้ แต่แทนทีผู ้ นําประเทศจะยับยั งกลั บซํ าเติมการ
ขายชาติมากขึ นไปอีก
6

ลูกให้ ขาย เพื อพ่ อจะได้ ทํางานการเมืองได้ เต็มที
บอกว่า กฎหมายเพิมการถือครองธุรกิจโทรคมนาคม เริ มไว้ ในรัฐบาลชุดก่อน เขาเพียงมาสานต่อ
กฎหมายขายทรัพย์ สินของชาติเช่นนี ไม่มีประชาพิจารณ์แก้ กฎหมายได้ ง่ายเหมือนปลอกกล้ วย สมบัติของประเทศเหลือน้ อยแล้ ว ทําเช่นนี
ได้ อย่างไร
เพราะแก้ กฎหมายได้ ง่ายดาย เป็ นทีมาของการคิดแก้ กฎหมายรัฐธรรมนูญปี 2550
ประเทศไทยเป็ นของคนคนเดียวอย่างไม่น่าเชือ
ประเทศไทยเน้ นทีกฎหมาย
พระเจ้ าบรมวงศ์เธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ พระบิดากฎหมายไทยกล่าวไว้ ว่า
“.. กฎหมายคือ คําสังทั งหลายของผู ้ ปกครอง ว่กาารแผ่นดินต่อราษฎรทั งหลายเมือไม่ทําตามแล้ ว ตามธรรมดาต้ องโทษ.. เราต้ องระวัง อย่า
คิดเอากฎหมายไปปนกับความชัว ฤาความยุติธรรม กฎหมายเป็ นแบบคําสั งทีเราต้ องปฏิบัติตาม แต่กฎหมายนั นบางทีอาจจะชัวได้ ฤาไม่
ยุติธรรมได้ ความคิดว่าอะไรดี อะไรชัว อะไรเป็ นยุติธรรม อะไรไม่ยุติธรรม มีบ่อทีเกิดขึ นหลายแห่ง เช่นศาสนาต่างๆแต่กฎหมายนั นเกิดได้
แห่งเดียวคือจากผู ้ ปกครองแผ่นดิน ฤาทีผู ้ ปกครองแผ่นดินอนุญาตเท่านั น.. “
แปลได้ ว่า
แม้ กฎหมายไม่ได้ กําหนดว่าอย่างไรคือขายชาติ
ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็ นการขายชาติ
เรื องของตลาดหุ ้ น
ตลาดหุ ้ นของรัฐบาลปี 2544 ไม่ดีเด่นอะไร เมือเทียบกับตลาดประเทศต่างๆ หรือตลาดหุ ้ นโลก
รัฐบาลเข้ ามาบริหารประเทศวันที 9 กุมภาพันธ์ 2544(2001) แล้ วถูก“คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
เป็ นประมุข คปค.” ยึดอํานาจ จึงสิ นสุ ดการมีอํานาจในวันที19 กันยายน 2549(2006) รวมเวลาอยู่ในอํานาจเกือบ 6 ปี
เปรียบเทียบตลาดหุ ้ นไทยกับตลาดหุ ้ นโลกช่วงของรัฐบาลทักษิ ณ

7

1) WORLD81 STOCK INDEX

2) SET INDEX

ช่วงเวลาของรัฐบาลทักษิ ณในกราฟทั ง2 คือ A – B – C หรือระหว่าง 9 กุมภาพันธ์ 2001 ถึง 19 กันยายน 2006 คือวันเดือนปี ทีตรงกันของทั ง
2 กราฟ
A วันเข้ ารับตําแหน่ง ของรัฐบาลทักษิ ณ
B วันทีตลาดหุ ้ นสู งสุดของรัฐบาลทักษิ ณ
C วันทีรัฐบาลทักษิ ณถูกปฏิวัติ
3) ตารางสรุปเปรี ยบเทียบตลาดหุ ้ นไทยกับตลาดหุ ้ นโลกช่วงรัฐบาลทักษิ ณ
index

A

B

C

A->B

B->C

A->C

date

Feb9 01

Jan12 04

Sep19 06

3 yrs

3 yrs

6 yrs

WORLD81

1,814.37

2,595.44

5,538.24

+43%

+113%

+205%

SET Index

324.72

794.01

702.56

+145%

-12%

+116%

8

ตลาดหุ ้ นโลกขึ นอย่างต่อเนือง6 ปี 205 เปอร์ เซนต์
ตลาดหุ ้ นไทย 6 ปี ขึ น116 เปอร์ เซนต์
ตลาดหุ ้ นไทยในช่วงเวลาดังกล่าวผันผวนสู งมาก ผันผวนสู งกว่าตลาดหุ ้ นโลก
3 ปี แรก รัฐบาลทักษิ ณตลาดหุ ้ นขึ นมา145 เปอร์ เซนต์
3 ปี หลั ง รัฐบาลทักษิ ณตลาดหุ ้ นปรับตัวลดลง12 เปอร์ เซนต์
ตลาดหุ ้ นรั ฐบาลปี 2544 ไม่ ได้ เด่ นอย่ างที อดีตผู ้ นําอ้ าง
อัยการสู งสุ ด(อสส.) ในรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ ตําแหน่งทีต่อเนืองมาจากรัฐบาลก่อนหน้ า ร่วมแถลงผลงานรัฐบาลวันหนึง ฟั งแล้ วไม่ระรืนหู
ลองค้ นข้ อมูล พบว่าเป็ นกรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ 3 แห่ง ทีจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลั กทรัพย์ กรรมการธนาคารกรุงไทย กรรมการการบินไทย
กรรมการบริษัทไออาร์ พีซี (ทีพีไอเดิม) กรรมการรัฐวิสาหกิจใหญ่ เงินเดือนก็จะใหญ่ไปด้ วย ประมาณ 5 แสนถึงเกือบล้ านบาทต่อเดือน หากได้
เดือนละ 5 แสนบาท
3 ตําแหน่งรวมกันก็ 1.5 ล้ านบาทต่อเดือน 1 ปี 18 ล้ านบาท ไม่รวมเบี ยประชุม โบนัสประจําปี จํานวนหนึง ซึงพอๆกับเงินเดือนเป็ นกรรมการ
ต่อเนือง 2-3 ปี ลองคํานวณดูว่าเท่าใด
จะให้ อัยการสูงสุด ส่งคดีของอดีตนายกปี 2544 สู่ศาล ดูละครโน๊ ต เชิญยิ มก็เพลินพอกัน
มูลนิธิกระจกเงา ตั งปี 2534 มีอายุ 17 ปี ในปี 2551
เริมต้ นจากคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึงจํานวน 5 คน ในปลายปี 2534 ซึงประกอบด้ วยนักกิจกรรมในและนอกรั วมหาวิทยาลัยได้ รวมกลุ่มกันทํา
กิจกรรมทางการเมืองหลั งช่วงการทํารัฐประหารของคณะรักษาความสงบเรียบร้ อยแห่งชาติ (รสช) โดยในขณะนั นใช้ ชือกลุ่มว่า"กลุ่ม
ศิลปวัฒนธรรมกระจกเงา และได้ ขอเข้ าอยู่เป็ นโครงการภายใต้ มูลนิธิโกมลคีมทองในปี 2535 เคลือนย้ ายสู่เชียงรายปี2541 เปิ ดสํานักงานที
กทม อีกครั งในปี 2546 นายสมบัติ บุญงามอนงค์ (หนูหริง) เป็ นประธานกรรมการมูลนิธิกระจกเงา
มูลนิธดิ วงประทีป ก่ อตั งในปี 2521 มีอายุ 30 ปี ในปี 2551
ความยากจนต้ องดิ นรนหาเช้ ากินคําของคนในชุมชนแออัดทําให้ ต้องทอดทิ งลูกหลานให้ อยู่ตามลําพัง ไม่มีใครดูแล ครูประทีปและครูมิงพร
(พีสาว) จึงรับดูแลเด็กเหล่านี โดยใช้ บริเวณใต้ ถุนบ้ านของตนเองโดยคิดค่าใช้ จ่ายเพียงวันละ 1 บาท ไม่เพียงให้ การดูแลเพียงอย่างเดียว ยังให้
การศึกษาขั นพื นฐาน ชาวบ้ านร่ วมกันตั งชือว่“โรงเรี
า ยนชุมชนหมู่บ้านพัฒนา” กรุงเทพมหานครรับโรงเรียนชุมชนหมู่บ้านพัฒนาไว้ ในสั งกัดปี
พ.ศ. 2519 และขยายโรงเรี ยนจากระดับประถมเป็ นมัธยมจนกระทังปั จจุบัน
วันที 31 สิงหาคม 2521 ครูประทีปได้ รับรางวัลแมกไซไซ สาขาบริ การชุมชน จากประเทศฟิ ลิปปิ นส์ ด้ วยเงินรางวัลจํานวน 20,000 เหรียญ
ดอลล์ล่าสหรัฐ หรือประมาณ 402,500 บาท จึงได้ ก่อตั งองค์ กรการกุศลทีชือว่า“มูลนิธิดวงประทีป” พลเอกเกรียงศักดิ ชมะนันทน์
นายกรัฐมนตรีในขณะนั นเป็นประธานมูลนิธิฯ คนแรก
ชุมชนบุญนิยมอโศก กําเนิดขึ นในปี 2518 มีอายุ 33 ปี ในปี 2551
อโศกสร้ างชุมชนขึ นมาแบบพึงตนเอง ทรัพย์ สิน ทุน และแรงงานเป็ นของส่วนกลางเรียกว่าระบบเศรษฐกิจสาธารณะโภคี งานและวิถีความ
เป็ นอยู่ของชุมชนฯเป็ นประโยชน์ ต่อระบบ ไม่เป็ นภาระต่อสังคม สมณะโพธิรักษ์ เป็ นศูนย์รวมจิตใจและเป็ นผู ้ นําจิตวิญญาณของชุมชน
9

-------------------------------------------------------------------------------------การบริหารประเทศของรัฐบาลทักษิ ณล้ มเหลว ล้ มเหลวเหมือนรัฐบาลทีผ่านมา ไม่ได้ มีอะไรเด่นกว่ารัฐบาลทีผ่านๆมา หลายเรืองกลายเป็ น
การซํ าเติมปั ญหาของประเทศ
คําว่า "โจรกระจอก" และการ "อุ ้ มหายไปทนายสมชาย ลีนะไพจิตร" เป็ นเหตุให้ ไฟใต้ ลุ กแรงอย่างไม่เคยเป็ นมาก่อน มีระเบิด และมีการตาย
มากขึ นในเขต3 จังหวัดชายแดนใต้
ผู ้ คนตายมากเป็ นพิเศษในการแก้ ปัญหายาเสพติด ยาเสพติดก็ยังอยู่
การแปรรูปปตท. กระทรวงการคลั งได้ เพียงเศษเงิน แต่เป็ นต้ นเหตุให้ เกิดเงินเฟ้อตั งแต่ตอนนั น มาถึงปั จจุบัน
เงินคงคลั งขาดมือ มีการขายสินทรัพย์ของกระทรวงการคลั งออกมาค่อนข้ างมากเพือมาจ่ายเงินเดือนข้ าราชการ
ถูกทําให้ เชือว่า การขายทรัพย์สินให้ ต่างชาติ จะทําให้ ประเทศชาติเจริญ แท้ จริงเพิมความยากจนให้ ประเทศชาติ และเป็ นการขายชาติ
ไม่เห็นนัยสําคัญอะไรจาก มงฟอร์ ดโมเดล และอาจสามารถโมเดล เห็นแต่ขึ นเงินเดือนข้ าราชการ
ท่าเรือแหลมฉบังลงทุน 270,000 ล้ านบาท ยกเป็ นสั มปทานให้ นายลีกาชิง เศรษฐี ฮ่องกงถึง 30 ปี
-------------------------------------------------------------------------------------ทัวร์ นกขมิ นแม้ การบริหารประเทศล้ มเหลว แต่อดีตผู ้ นําปี 2544 ขยันมีกิจกรรมเป็ นพิเศษ โดยเฉพาะทัวร์ นกขมิ น น่าจะมีปัจจัยซ่อนเร้ น
อธิบายปรากฏการณ์ทัวร์ นกขมิ นว่าออกไปติดตามงาน ไปเกือบจะทุกพื นทีในประเทศไทย
แท้ จริ ง เอาเงินไปหว่ าน
สุ รเธียร จักรธรานนท์ นําเสนอไว้ ในหนังสือ “สั นติอโศก สามทศวรรษทีท้ าทาย” ผู ้ เขียนนํามาประกอบการเขียนบทความตรงนี
ไม่มีนายกรัฐมนตรีคนใดกล้ าเข้ าเยียมชุมชนอโศก เกรงว่าภาพพจน์ตนเองจะไม่ดี จะทําให้ ประเทศยากจน วันที 23 เมษายน 2547
นายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ดร.ทักษิ ณ ชินวัตร ดั นด้ นเข้ าไป และค้ างแรมทีชุมชนศีรษะอโศก ตําบลกระแซงใหญ่ อําแภอกันทรลักษ์จังหวัด
ศรีษะเกษ
ชาวชุมชนศีรษะอโศกถูกกําชับอย่างหนักแน่นว่า “ไม่ให้ ขอสิงใด” จากการมาค้ างแรมทีศีรษะอโศกของนายกรัฐมนตรีพ.ต.ท.ดร.ทักษิ ณ ชินวัตร

10

การทีจะบริจาคเงินให้ ชุมชนอโศก ไม่ใช่เรืองง่าย อดีตนายกมีความประสงค์จะทําบุญถวายเงินจํานวนหนึงแสนบาทให้ กับสมณะโพธิรักษ์ แต่
ติดขัดด้ วยกฎแห่งบุญนิยม คือ ต้ องอ่านหนังสือของชาวอโศกให้ ครบ 7 เล่ม หรือต้ องคุ ้ นเคยกับชาวอโศกเกิน7 ครั ง จึงจะสามารถบริ จาคได้
คุณสมบัติของอดีตนายก มีไม่พอทีจะบริจาคเงินได้
อดีตนายกได้ ขอผ่อนผัน ให้ นับรวมแต่ละครั งของคณะรัฐมนตรีทได้
ี เดินทางมาด้ วยทั ง7 คน ซึงเมือนับรวมกันแล้ วจะครบและเกิน 7 ครั งมี
คุณสมบัติครบถ้ วนทีจะบริ จาคเงินตามหลั กการแห่งบุญนิยมของชาวอโศก
สุ ดท้าย ลงเอยด้ วยการเลียงไปมอบเงินดังกล่าวให้ เป็ นทุนการศึกษาของนักเรียนสั มมาสิกขา
ชุมชนถูกยัดเยียดด้ วยกองทุนหมู่บ้าน กองทุนเอสเอ็มอี และเงินบริ จาคตอนหลังจึงทราบว่า ”เสียท่าท่านนายก” ว่าเงินทีรับมานั นเป็ นเงินจาก
หวยเบอร์ เป็ นเงินบาป ตอนหลั งเอาเงินไปคืน ทางการไม่รับคืน เพราะเกรงว่าจะมีปัญหากับการรับคืนจากทีอืน
รู ปแบบของการหว่ านเงิน
นอกจากมอบเงินให้ ชุมชนแล้ ว ยังพยายามมอบเงินให้ เจ้ าสํานักด้ วย
เงินประชานิยมยังพลั ดเข้ าชุมชนอโศกได้ แล้ วมูลนิธิต่างๆ รวมทั งมูลนิธิดวงประทีปและมูลนิธิกระจกเงา ทีไม่ระมัดระวังตัว จะไม่โดนอาวุธ
อาวุธลั บเหล่านี ได้ อย่างไรเงินบาปว่านทัวประเทศ ย่อมไม่น้อย กระทังงบประมาณมีปัญหา มีการใช้ เงินนอกงบประมาณด้ วย เป็ นปั ญหา
ภาระผูกพันในปี ต่อมาในอนาคต
ในทางธรรม คนทีจะรับมาก็ต้องพิจารณาด้ วย ว่าเงินมาอย่างปกติถูกต้ องหรือไม่ หรือว่าปล้ นมาบริจาค หรือเอาจากทีไหนมาให้ ประเทศไม่มี
เงิน แล้ วเอาเงินทีไหนมาแจก จังหวัดหนึงได้ งบประมาณ อีกจังหวัดหนึงไม่ได้ งบประมาณ ไม่เป็ นธรรม
การทีจะช่วยสงเคราห์ ส่วนอืนได้ ต้ องช่วยตัวเองให้ ได้ ก่อน ถ้ าประเทศเจริญ ก็จะอยู่ดีมีสุ ข จะไม่เป็ นภาระแก่มูลนิธิหรือเอ็นจีโอต่างๆ เพราะ
ประเทศไม่เจริญ จึงมีปัญหามาก ชุมชนมีปัญหา มูลนิธิฯ ขาดเงินทุนสนับสนุนสุ ดท้ ายมูลนิธิหรือเอ็นจีโอ กลายมาเป็ นปั ญหาของระบบเสีย
เอง
มูลนิธิดวงประทีป มูลนิธิกระจกเงา มีจุดประสงค์ดี เป็ นสั มมาทิฏฐิ มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิกระจกเงา เติบโตตลอด 17 – 30 ปี ทีผ่านมา
ค่าใช้ จ่ายก็ย่อมเติบโตเป็ นเงาตามตัว ช่วงหลั ง มูลนิธิดวงประทีปได้ รับการสนับสนุนจากมูลนิธิตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
เติบโตมาด้ วยการอุปถัมภ์
ถ้ าประเทศมังคัง ระบบอุปถัมภ์ จะไม่มีปัญหา แต่ประเทศยากจน ระบบอุปถัมภ์จะเพิมปั ญหาให้ ประเทศ ทําให้ คนเข้ ามาหาประโยชน์ ส่วนตน
ได้ ง่ายขึ นไม่ได้ เอาเงินส่วนตัวมาอุปถัมภ์ แต่เอาเงินของประเทศมาอุปถัมภ์ อย่างไม่รับผิดชอบส่งผลกระทบต่อระบบในเวลาต่อมา
อดีตนายกปี 2544 มีบุญคุณต่อชุมชนและผู ้ บริหารชุมชนกว้ างขวางเมือถูกปฏิวัติออกจากตําแหน่ง จึงได้ รับความเห็นใจจากคนหรือกลุ่มคนที
เคยได้ รับการอุปถัมภ์
ชือและนามสกุลกรรมการมูลนิธิดวงประทีปคุ ้ นเคยหลายท่าน เช่น ศ.นพ.สั นต์ หัตถีรัตน์ นางธิดา โตจิราการ นางประทีป อึ งทรงธรรม มูลนิธิ
กระจกเงามี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ เป็ นประธาน

11

นางธิดา โตจิราการ เป็ นภรรยานายแพทย์ เหวง โตจิราการ
เมือก่อนนี ศ.นพ.สั นต์ หัตถีรัตน์รัต นายแพทย์เหวง โตจิราการ นางประทีป อึ งทรงธรรม อยู่ฝ่ายประชาชน ร่ วมมือกันต่อสู ้ และต่อต้ าน
นักการเมืองชัวร้ าย โดยเฉพาะกฎหมายขายชาติ 11 ฉบับ ตอนหลังเปลียนไปแบบยูเทิร์น ไปนิยมยกย่องนักการเมืองเฉพาะตัว ผลประโยชน์
ส่วนชุมชน ผลประโยชน์ ส่วนตัว จากระบบอุปถัมภ์ ทําให้ เกิดการเปลียนแปลง
ปฏิวัติเป็ นเรื องที ไม่ น่านิยม
การบริหารประเทศแบบเบียงเบนของอดีตนายกปี 2544 ก็ไม่น่านิยม
มีการออกกฎหมายขายสมบัติชาติเพิม นายแพทย์เหวงไม่สนใจ
นายแพทย์เหวง เปลียนวาจากจาก “ผมเกลียดทักษิ ณ” มาเป็ น “ผมรักทักษิ ณ” ง่าย จนงง
นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงา อยู่ตรงข้ ามคณะปฏิวัติ ทั งนอกและในไซเบอร์ อย่างเข้ มข้ น
สมณะโพธิ รักษ์ แห่งชุมชนสั นติอโศก นําพาชุมชนสู่บะบบเศรษฐกิจบุญนิยม “สาธารณะโภคี” ทําให้ ชุมชนมันคงอยู่ได้ ด้วยลําแข้งตัวเอง
เศรษฐกิจชุมชนมันคง แข็งแกร่ง เป็ นประโยชน์ต่อสั งคม ไม่เป็ นภาระต่อระบบ ไม่ต้องรับการอุปถัมภ์ จากใคร มีแต่ให้ มากกว่าทีจะรับ
มูลนิธิดวงประทีป และมูลนิธิกระจกเงา ได้ รับการอุปถัมภ์ แต่อย่างเดียว ในขณะทีชุมชนอโศกไม่ได้ รับการอุปถัมภ์ จากใคร การอยู่ภายใต้การ
อุปถัมภ์ กับการไม่ได้ อยู่ภายใต้ การอุปถัมภ์ จึงมีอิทธิพลต่อความชอบและไม่ชอบ หรือเชือหรือไม่เชือ หลงไหลหรือไม่หลงไหล ทีมีต่อตัวอดีต
นายกทักษิ ณ
ได้ ปัจจัยบุญ จากคนมีบุญมาอุปถัมภ์ ก็ดีไป
ได้ ปัจจัยบาป จากคนบาปมาอุปถัมภ์ ไม่ใช่เรืองดี ภายหลั งต้ องไปปกป้องคนบาปอีก
การบริหารประเทศเบียงเบน เกิดการแตกแยก ความแตกแยกขยายวงมากขึ นมีการฆ่าคนหลายพันศพง่ายดาย ทนายดังถูกอุ ้ มหาย เกิดการ
ขายชาติเพิมขึ นยกประโยชน์ให้ ต่างชาติ หาแต่ประโยชน์ ส่วนตน เหตุการณ์เดินหน้ าเลวร้ ายลง ไม่มีทีท่าวะจะดีขึ น ไม่รับฟั งความเดือดร้ อน
ของประชาชน คอร์ รัปชัน
เป็ นต้ นเหตุของการปฏิวัติ
ไม่มีใครนิยมการปฏิวัติ คนโฉเกสามารถใช้ การประชาสัมพันธ์ เอา “ผลมาเป็ นเหตุ” ว่าการปฏิวัติเป็ นเผด็จการ ทําให้ ต่างชาติไม่เชือมัน ไม่
เจริญก็บอกว่าเจริญ แต่ต้นเหตุทีทําให้ เกิดการปฏิวัติ ไม่นําเสนอ
ประชาชนไม่ชอบปฏิวัติ คนโฉเกคือต้ นเหตุของการปฏิวัติ คนโฉเกจึงสมควรถูกประนาม
สถานีวิทยุโทรทัศน์ช่อง 11 และสถานีวิทยุในสังกัด เป็ นช่องทีมีผู ้ ชมและผู ้ ฟังมากทีสุดในประเทศไทย หากใช้ ไปในทางทีถูกต้ องประเทศก็จะ
เจริญ หากใช้ ไปในทางทีเบียงเบน ประเทศก็จะเบียงเบนเช่นกัน รายการนายกพบประชาชนทุกเช้ าวันเสาร์ ถูกใช้ ไปในทางทีเบียงเบน

12

ส่ งผลให้ ดีกรี ความแตกแยกของคนในประเทศ เพิ มขึ นตลอดเวลา
ASTV NEWS1 ผู ้ ชมน้ อย ผู ้ ทีจะชมได้ ต้ องมีจานดาวเทียมไม่เห็นด้ วยกับการพูดและการกระทําของอดีตนายก และออกมาโต้ ตอบ เป็ น
สั ญญาณของความแตกแยกในช่วงถัดมา
อดีตผู ้ นํา บริหารประเทศด้ วยความเบียงเบน
มีวาระซ่อนเร้ น
เป็ นทีมาของปรากฎการณ์ สนธิ
มิจฉาทิฏฐิ และมิจฉาวาจาของอดีตผู ้ นํา ทําให้ หลงผิดเป็ นชอบ
ผู ้ คนหลงผิด กระทังหลงไหล
“ต้ นเหตุ” ความแตกแยก
แตกแยกรุนแรงเป็ นประวัติการณ์ประเทศไทย
ไม่ใช่แตกแยกเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนใต้ แตกแยกทัวประเทศ
ชัว กับ โง ไม่เหมือนกัน
โง่บวกชัวคืออวิชชา
โฉเกคือฉลาดแกมโกง ฉลาดแกมโกง คือโง่
ความไม่ถูกต้ องทางจิรธรรมและคุณธรรม (คอร์ รัปชัน-คือชัว) คิดเป็ นเบียงเบน 50 เปอร์ เซนต์
ความไม่ถูกต้ องทางวิสั ยทัศน์และปรัชญา (โฉเก-คือโง่) คิดเป็ นเบียงเบน 50 เปอร์ เซนต์
อดีตผู ้ นํา ไม่ได้ เบียงเบนเพียง 50 เปอร์ เซนต์ อย่างทีคนทัวไปเข้ าใจ
รวม การเบียงเบนทางจริยธรรมคุณธรรม (ทีคนทัวไปเข้ าใจ) 50 เปอร์ เซนต์
และ การเบียงเบนทางวิสั ยทัศน์และปรัชญา (ทีคนทัวไปไม่เข้ าใจ) 50 เปอร์ เซ็นต์
เป็ นเบียงเบน 100 เปอร์ เซนต์ หรืออวิชชา
แล้ วพยายามถ่ายทอดความเบียงเบนนั นมาให้ คนเชือ
คนธรรมดาเบียงเบน ความเสียหายเป็ นวงแคบ
ผู ้ นําประเทศเบียงเบน ความเสือมเกิดทัวทั งภูมิภาค ไทย กัมพูชา ลาว พม่า
13

เหตุจากคนคนเดียว
กรรมของฝ่ ายพันธมิตรประชาธิปไตย
กรรมของฝ่ ายต่อต้ านพันธมิตรประชาธิปไตย
เวรกรรมของประเทศไทย
พุทธศาสนาสอนให้ เชือหลั กแห่งกรรม เรืองความเชือและความเข้ าใจของมนุษย์มีมาก่อนสมัยพุทธการแล้ ว และพระพุทธเจ้ าเองได้ แบ่งระดับ
ความรู ้ ความเข้ าใจของคนออกเป็ น 4 ระดับ โดยนําไปเปรี ยบเทียบกับบัว 4 ระดับ ความรู ้ ความเข้ าใจของคน อาจจะติดตัวมาแต่ชาติปางก่อน
ได้ ในขณะทีคนกลุ่มหนึงบอกว่านายกเป็ นคนฉลาด แต่พระพุทธเจ้ าอาจเห็นว่าเป็ นอวิชชาได้
คริ สต์จักรในอดีตยิงใหญ่มาก ศาสตร์ ของอาริสโตเติล ได้ รับความเชือถือต่อเนืองมากว่า 1600 ปี แล้ วกาลิเลโอก็เกิดขึ นกาลิเลโอพบว่าศาสตร์
ของของอาริ สโตเติลบางอย่างไม่ถูกต้ อง และพิสู จน์ให้ ผู ้ คนทราบได้แต่ กาลิเลโอถูกตําหนิว่า หมินศาสนา และถูกจับตัวไปขังคุก อวิชชา
ความเชืออาจจะนํามาซึงความหลงไหล เชือมากก็หลงไหลมาก เชือน้ อยก็หลงไหลน้ อย
ความเชือของผู ้ คนทีมีต่ออดีตผู ้ นําปี 2544 อาจจะแบ่งคนออกได้ เป็ น 2 กลุ่มใหญ่
กลุ่มหนึง คือเชือ กระทังหลงไหล
อีกกลุ่มหนึง คือไม่เชือ กระทังชิงชัง
ทําให้ คนแตกแยกเป็ น 2 ฝ่ าย
อดีตนายกเป็ นผู ้ ทีมีวาทะศิลป์ มีภาพประกอบส่วนตัวทีมังคังท่วมท้ นแค่ช่วงเวลาประมาณ 10 ปี ซึงเป็ นเรืองทีผิดปกติ เป็ นเรืองชวนหลงไหล มี
ยศทางตํารวจสูง เป็ นถึงดอกเตอร์ แล้ วยังเป็ นผู ้ นําประเทศอีก รวมทั ง”ตั งใจ” สร้ างภาพให้ ตนเองอีก
เพราะเครืองมือของระบบผิดปกติ และตนเองก็ผิดปกติด้วย ยิงทําให้ ความผิดปกติยังคงอยู่ในระบบต่อไป
อดีตผู ้ นําเองไม่ทราบว่าตนเองผิดปกติ และไม่ทราบว่าสิงผิดปกติทีอยู่ในระบบคืออะไร ส่งผลให้ ระบบเสียหายถึง 2 เท่า
หากอดีตผู ้ นําไม่เบียงเบน และทราบว่าสิงผิดปกติในระบบนั นคืออะไรนอกจากจะไม่เข้ าไปหาประโยชน์ส่วนตนจากสิงผิดปกตินั นแล้ วยังเข้ า
ไปแก้ ไขสิงผิดปกตินั นด้ วยตัวเอง แทนทีจะเกิดความเสียหายเป็ น2 เท่า ก็จะไม่เกิดความเสียหายต่อระบบเลยได้ ทําให้ ประเทศเจริ ญอย่าง
แท้ จริง
ผู ้ เขียนอยู่ในฝ่ ายทีไม่เชือและไม่ศรัทธาต่ออดีตนายกด้ วยเหตุและผลทีนําเสนอมาแต่ต้น แต่ผู ้ เขียนไม่ได้ มีความชิงชังเป็ นการส่วนตัวต่ออดีต
นายก

14

คนกลุ่มหนึงนิยมยกย่อง เนืองจากได้ ประโยชน์ ส่วนตนจากอดีตนายก ขณะเดียวกันก็ย่อมจะมีคนอีกกลุ่มหนึงทีไม่นิยมยกย่อง เนืองจากไม่ได้
ประโยชน์ ส่วนตนจากอดีตนายก โดยไม่สนใจในความถูกต้ องชอบธรรม มีการแย่งชิงกันรับใช้ คนฝั งธนคนหนึงประกาศก้ องว่าจะเป็ นโฆษกให้
อดีตนายก การรับใช้ อาจแสดงออกทางการกระทําและทางวาจาได้ อดีตนายกมีคนรับใช้ เป็ นจํานวนมาก บางคนว่าเป็ นทาษรับใช้ สามารถ
เกณฑ์คนมาแสดงพลั งเป็ นหมืนและเป็ นแสนคนได้
แต่หากมีคนไม่เห็นแก้ ประโยชน์ ส่วนตน ไม่เห็นแก่ยศฐาบรรดาศักดิ ไม่เห็นแก่เงินทอง อดีตนายกอาจจะเหงาได้
คนกลุ่มใหญ่ ส่วนหนึง ไม่ได้ ประโยชน์ ส่วนตนอะไรจากนายก แต่ประทับใจในภาพ และวาจาของอดีตนายก ไม่มีเหตุผลประกอบ มีการโพสต์
ข้ อความในเวบบอร์ ดทางอินเตอร์ เนทต่างๆนาๆ “ก็กูชอบของกู” หมอบางคนยังเปลียนเป็ น “ผมรักทักษิ ณ”ได้ หลงไหลหนัก
อย่าว่าแต่ชาวบ้ านทัวไปหลงไหล และหลงเชือ
แม้ ระดับสู งของประเทศก็หลงเชือและหลงไหล
ผู ้ เป็ นใหญ่ต้องรู ้ จักผิดชอบชัวดี รู ้ ว่าอะไรเป็ นธรรม อะไรไม่เป็ นธรรม
แต่ดูเหมือนไม่รู้ เรืองอะไรเลย
ผลประโยชน์ ส่วนตนบังตา
ก่อนเป็ นนายก นายกสมัครบอกทํานองว่า เป็ นนอมินีของคนเก่งเป็ นเรืองดี เพราะจะช่วยนําความเจริ ญมาสู่ประเทศชาติ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลั ง นายแพทย์ สุ รพงษ์ สืบวงษ์ ลี บอกว่าจะเชิญท่านมาเป็ นทีปรึกษาทางเศรษฐกิจ
รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี นายจักรภพ เพ็ญแข บรรยายถึงความเก่งความดีของอดีตนายก ถึงระดับหลงไหล ประชานิยมและ
อบายมุขหวยบนดินไม่ใช่เรืองยาก ผู ้ นําคนใดก็ทําได้ หากทําโดยไม่มีความรับผิดชอบรอบด้ าน แต่สิงผิดปกติทีฝั งลึ กอยู่ระบบเศรษฐกิจไทย ไม่
เห็นจะแก้ ไขได้ มองปั จจัยบวกเบียงเบน ขณะเดียวกันปั จจัยลบไม่มีการกล่าวถึง
ถ้ าวิสัยทัศน์ปรัชญา จริยธรรมและคุณธรรมของอดีตนายกเป็ น “กุศล” ความเชือของรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีก็เป็ นกุศลด้ วย ถ้ า
วิสั ยทัศน์ปรัชญา จริยธรรมและคุณธรรมของอดีตนายกเป็ น”อกุศล” ความเชือของรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีก็เป็ นอันตรายต่อระบบ
เหตุรุนแรงทีเกิดขึ นกับประเทศต่างๆ มาจากผลประโยชน์ ส่วนตนของผู ้ บริหารประเทศทําให้ ประชาชนทุกข์เข็ญลําเค็ญ ความทุกข์เข็ญลําเค็ญ
ไม่ได้ เกิดจากตัวประชาชนเอง
สรุปว่า เหตุทีผู ้ คนหลงไหลในตัวนายกรัฐมนตรีเกิดจากการให้ ประโยชน์ส่วนตนแก่ผู ้ คน เช่น งาน ตําแหน่งงาน เงิน ทรัพย์ สินและการใช้ สือ
สร้ างภาพ ใช้ เงินส่วนตัวน้ อย ใช้ เงินของระบบมาก ใช้ อย่างขาดความรับผิดชอบ ประกอบกับพื นฐานทางด้ านจิตใจและความรู ้ ของผู ้ คนมีน้อย
ยากทีจะเข้ าใจในเรืองทีนายกรัฐมนตรีนําเสนอ จึงเชืออย่างเดียว เชือมากกว่าจะเข้ าใจ จึงถูกจูง ถูกซื อและถูกย้ อมได้ ง่ายเรืองทีสร้ างภาพ
เบียงเบนมาก ประกอบกับการขาดความละอายแก่ใจส่วนตนสู ง มีการทุ่มเทสู งคล้ ายมีปัจจัยซ่อนเร้ นเบื องหลั งทีใหญ่มาก

15

ปั ญหาของประเทศแก้ ไขได้
ต้ องประกอบด้ วยปั ญญา และการไม่มีประโยชน์ส่วนตน
มีปัญญา แต่มีประโยชน์ส่วนตน จะแก้ ปัญหาไม่ได้
ไม่มีปัญญา ไม่มีประโยชน์ ส่วนตน ก็แก้ ปัญหาไม่ได้
ผู ้ เขียนจําพระบรมราโชวาทของพ่อหลวงทีพระราชทานต่อคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลนายสมัครในวันทีเข้ าถวายสัตย์ปฏิญาณได้ 2 ประโยค
“ให้ เป็ นผู ้ ใหญ่” “ให้ มีความรับผิดชอบ”
ผู ้ เขียนเข้ าใจว่า
พระองค์ทรงอึดอัดกับอดีดผู ้ นําทีผ่านมา
ไม่อยากให้ คณะรัฐมนตรี ชุดนี เป็ นเด็ก และไม่รับผิดชอบ
31 พฤษภาคม 2551

16

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful