ระเด่นลันได

จาก วิกิซอร์ซ
ข้ามไปที:่ นำาทาง, สืบค้น
บทละครเรื่อง ระเด่นลันได
แต่งโดย พระมหามนตรี (ทรัพย์)
๏(ช้าปี่ )* มาจะกล่าวบทไป
ถึงระเด่นลันไดอนาถา
เสวยราชย์องค์เดียวเทีย
่ วรำาภา
ตามตลาดเสาชิงช้าหน้าโบสถ์พราหมณ์
อย่่ปราสาทเสาคอยอดด้วน
กำาแพงแก้วแล้วล้วนด้วยเรียวหนาม
มีทหารหอนเห่าเฝ้ าโมงยาม
คอยปราบปรามประจามิตรที่คิดร้าย ฯ ๔ คำา ฯ
๏ เทีย
่ วสีซอขอข้าวสารทุกบ้านช่อง
เป็ นเสบียงเลี้ยงท้องของถวาย
ไม่มีใครชังชิงทั้งหญิงชาย
ต่างฝากกายฝากตัวกลัวบารมี
พอโพล้เพล้เวลาจะสายัณห์
ยุงชุมสุมควันแล้วเข้าที่

บรรทมเหนื อเสื่อลำาแพนแท่นมณี
ภ่มีซบเซาเมากัญชา ฯ ๔ คำา ฯ
๏ร่าย ครั้นรุ่งแสงสุรย
ิ ันตะวันโด่ง
โก้งโค้งลงในอ่างแล้วล้างหน้า
เสร็จเสวยข้าวตังกับหนังปลา
ลงสระสรงคงคาในท้องคลอง ฯ ๒ คำา ฯ เสมอ
๏ชมตลาด กระโดดดำาสามทีสีเหื่อไคล
แล้วย่างขึ้นบันไดเข้าในห้อง
ทรงสุคนธ์ปนละลายดินสอพอง
ชโลมสองแก้มคางอย่างแมวคราว
นุ่งกางเกงเข็มหลงอลงกรณ์
ผ้าทิพย์อาภรณ์พื้นขาว
เจียระบาดเสมียนละว้ามาแต่ลาว
ด่ราวกับหนังแขกเมื่อแรกมี
สวมประคำาดีควายตะพายย่าม
หมดจดงดงามกว่าปั นหยี
กุมตระบองกันหมาจะราวี
ถือซอจรลีมาตามทาง ฯ ๖ คำา ฯ เพลงช้า
๏ร่าย มาเอยมาถึง

เมืองหนึ่ งสร้างใหม่ด่ใหญ่กว้าง
ปราสาทเสาเล้าหม่อย่่กลาง
มีคอกโคอย่่ข้างกำาแพงวัง
พระเยื้ องย่างเข้าทางทวารา
หม่่หมาแห่ห้อมล้อมหน้าหลัง
แกว่งตระบองป้ องปั ดอย่่เก้กัง
พระทรงศักด์หยักรั้งคอยราญรอน ฯ ๔ คำา ฯ เชิด
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะห่กลวงดวงสมร
ครั้นรุ่งเช้าท้าวประด่่ภ่ธร
เสด็จจรจากเวียงไปเลี้ยงวัว
โฉมเฉลาเนาในที่ไสยา
บรรจงหัน
่ กัญชาไว้ท่าผัว
แล้วอาบนำ้าทาแป้ งแต่งตัว
หวีหัวหาเหาเกล้าผมมวย
ได้ยินแว่วสำาเนี ยงเสียงหมาเห่า
คิดว่าวัวเข้าในสวนกล้วย
จึงออกมาเผยแกลอย่แ
่ ร่รวย
ตวาดด้วยสุรเสียงสำาเนี ยงนาง
พอเหลือบเห็นระเด่นลันได
อรไทผินผันหันข้าง

ชม้อยชม้ายชายเนตรด่พลาง
ชะน้อยฤๅร่ปร่างราวกับกลึง
งามกว่าภัสดาสามี
ทั้งเมืองตานี ไม่มีถึง
เกิดกำาหนัดกลัดกลุ้มรุมรึง
นางตะลึงแลด่พระภ่มี ฯ ๑๐ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
พระสุวรรณลันไดเรืองศรี
เหลียวพบสบเนตรนางตานี
ภ่มีพิศพักตร์ลักขณา ฯ 2 คำา ฯ
๏ชมโฉม ส่งระหงทรงเพรียวเรียวร่ด
งามละม้ายคล้ายอ่ฐกะหลาป๋ า
พิศแต่หัวตลอดเท้าขาวแต่ตา
ทั้งสองแก้มกัลยาดังล่กยอ
คิ้วก่งเหมือนกงเขาดีดฝ้ าย
จม่กละม้ายคล้ายพร้าขอ
ห่กลวงดวงพักตร์หักงอ
ลำาคอโตตันสั้นกลม
สองเต้าห้อยตุงดังถุงตะเคียว
โคนเหี่ยวแห้งรวบเหมือนบวบต้ม
เสวยสลายาจุกพระโอษฐ์อม

มันน่าเชยน่าชมนางเทวี ฯ ๖ คำา ฯ
๏ร่าย นี่ จะเป็ นล่กสาวท้าวพระยา
ฤๅว่าเป็ นพระมเหสี
อกใจทึกทักรักเต็มที
ก็ทรงสีซอสุวรรณขึ้นทันใด ฯ ๒ คำา ฯ
๏พัดชา ยักย้ายร่ายร้องเป็ นลำานำา
มีอย่ส
่ องสามคำาจำาไว้ได้
สุวรรณหงษ์ถ่กหอกอย่าบอกใคร
ถ่กแล้วกลับไปได้เท่านั้น ฯ ๒ คำา ฯ
๏ร่าย แล้วซำ้าสีอิกกระดิกนิ้ ว
ทำายักคิ้วแลบลิ้นเล่นขบขัน
เห็นโฉมยงหัวร่ออย่่งองัน
พระทรงธรรม์ทำาหนักชักเฉื่อยไป ฯ ๒ คำา ฯ มโหรี
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะตานี ศรีใส
สดับเสียงสีซอพอฤทัย
ให้วาบวับจับใจผ่กพัน

ยิง่ คิดพิศวงพระทรงศักดิ์
ลืมรักท้าวประด่่ผ้่ผัวขวัญ

ทำาไฉนจะได้พระทรงธรรม์
มาเคียงพักตร์สักวันด้วยรักแรง
คิดพลางทางเข้าไปในห้อง
แล้วตักเอาข้าวกล้องมาสองแล่ง
ค่อยประจงลงใส่กระบะแดง
กับปลาสลิดแห้งห้าหกตัว
แล้วลงจากบันไดมิได้ช้า
เข้ามานอบนบจบเหนื อหัว
เอาปลาใส่ยา่ มด้วยความกลัว
แล้วยอบตัวลงบังคมก้มพักตรา ฯ ๘ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ลันไดให้แสนเสนหา
อะรามรักยักคิ้วหลิ่วตา
พ่ดจาลดเลี้ยวเกี้ยวพาน ฯ ๒ คำา ฯ
๏โอ้โลม งามเอยงามปลอด
ชีวติพี่น้ ี รอดด้วยข้าวสาร
เป็ นกุศลดลใจเจ้าให้ทาน
เยาวมาลย์แม่มีพระคุณนัก
พี่ขอถามนามท้าวเจ้ากรุงไกร
ชื่อเรียงเสียงไรไม่ร้่จัก

เจ้าเป็ นพระมเหสีที่รัก
ฤๅนงลักษณ์เป็ นราชธิดา
ร่ปร่างอย่างว่ากะลาสี
พี่ให้มีใจรักเจ้าหนักหนา
ว่าพลางเข้าใกล้กัลยา
พระราชาฉวยฉุดยุดมือไว้ ฯ ๖ คำา ฯ
๏ร่าย ทรงเอยทรงกระสอบ
ทำาเล่นเห็นชอบฤๅไฉน
ไม่ร้่จักมักจี่นี่อะไร
มาเลี้ยวไล่ฉวยฉุดยุดข้อมือ
ยิง่ ว่าก็ไม่วางทำาอย่างนี้
พระจะมีเงินช่วยข้าด้วยฤๅ
อวดว่ากล้าแข็งเข้าแย่งยื้ อ
ลวนลามถามชื่อน้องทำาไม
น้องมิใช่ตัวเปล่าเล่าเปลือย
หยาบเหมือนขี้เลื่อยเมื่อหัวไหล่
ล่กเขาเมียเขาไม่เข้าใจ
บาปกรรมอย่างไรก็ไม่ร้่ ฯ ๖ คำา ฯ
๏ชาตรี ดวงเอยดวงไต้
สบถได้เจ็ดวัดทัดสองห่

ความจริงพี่มิเล่นเป็ นเช่นช้่
จะร่วมเรียงเคียงค่่กันโดยดี
ถึงมิใช่ตัวเปล่าเจ้ามีผัว
พี่ไม่กลัวบาปดอกนะโฉมศรี
อันนรกตกใจไปใยมี
ยมพระบาลกับพี่เป็ นเกลอกัน
เพียงจับมือถือแขนอย่าแค้นเคือง
จะให้น้องสองเฟื้ องอย่าหุนหัน
แล้วแก้เงินในไถ้ออกให้พลัน
นี่ แลขันหมากหมั้นกัลยา
พอดึกดึกสักหน่อยนะน้องแก้ว
พี่จะลอดล่องแมวขึ้นไปหา
โฉมเฉลาเจ้าจงได้เมตตา
เปิ ดประต่ไว้ท่าอย่าหลับนอน ฯ ๘ คำา ฯ
๏ร่าย ทรงเอยทรงกระโถน
อย่ามาพักปลอบโยนให้โอนอ่อน
ไม่อยากได้เงินทองของภ่ธร
นางเคืองค้อนคืนให้ไม่อินัง
ช่างอวดอ้างว่านรกไม่ตกใจ
คนอะไรอย่างนี้ ก็มีมัง่
เชิญเสด็จรีบออกไปนอกวัง

อย่ามานัง่ วิงวอนทำาค่อนแคะ
เพียงแต่ร้่จักกันกระนั้นพลาง
พอเป็ นทางไมตรีกระนี้ แหละ
เมื่อพระอดข้าวปลาจึงมาแวะ
น้องฤๅชื่อประแดะดวงใจ
ท่านท้าวประด่่ผ้่เป็ นผัว
ยังไปเลี้ยงวัวหากลับไม่
แม้นชักช้าชีวันจะบรรลัย
เร่งไปเสียเถิดพระราชา ฯ ๘ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ลันไดยิ้มเยาะหัวเราะร่า

์ ทธา
เราไม่เกรงกลัวอิทธิฤ
ท้าวประด่่จะมาทำาไมใคร
พี่ก็ทรงศักดากล้าหาญ
แต่ข้าวสารเต็มกระบุงยังแบกไหว
ปลาแห้งพี่เอาเข้าเผาไฟ
ประเดี๋ยวใจเคี้ยวเล่นออกเป็ นจุณ ฯ ๔ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะเห็นความจะวามวุ่น
จึงนบนอบยอบตัวทำากลัวบุญ

ไม่รเ้่ ลยพ่อคุณนี้ มีฤทธิ์
กระนั้นซิเมื่อพระเสด็จมา
หม่หมาย่นย่อไม่รอติด
ขอพระองค์จงฟั งยั้งหยุดคิด
อย่าให้มีความผิดติดตัวน้อง
ท้าวประด่่ภ่ธรเธอขี้หึง
ถ้าร้่ถึงท้าวเธอจะทุบถอง
จงไปเสียก่อนเถิดพ่อร่ปทอง
อย่าให้น้องชัว่ ช้าเป็ นราคี
ว่าพลางทางสลัดปั ดกร
ควักค้อนยักหน้าตาหยิบหยี
นาดกรอ่อนคอจรลี
เดินหนี มิให้มาใกล้กราย ฯ ๘ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ลันไดไม่สมอารมณ์หมาย
เห็นนางหน่ายหนี ล้ ีกาย
โฉมฉายสลัดพลัดมือไป
มันให้ขัดสนยืนบ่นออด
เจ้ามาทอดทิ้งพี่หนี ไปได้
ก็ยกย่ามขึ้นไหล่ไปทั้งรัก ฯ ๔ คำา ฯ เชิด

๏ช้า เมื่อนั้น
ท้าวประด่่สุรย
ิ ์วงศ์ทรงกระฏัก
เทีย
่ วเลี้ยงวัวล้าเลื่อยเหนื่ อยนัก
เข้าหยุดยั้งนัง่ พักในศาลา
วันเมื่อมเหสีจะมีเหตุ
ให้กระตุกนัยน์เนตรทั้งซ้ายขวา
ตุุกแกตกลงตรงพักตรา
คลานไปคลานมาก็ส้ ินใจ
แม่โคขึ้นสัดผลัดโคตัวผ้่
พิเคราะห์ด่หลากจิตคิดสงสัย
จะมีเหตุแม่นมัน
่ พรัน
่ พระทัย
ก็เลี้ยวไล่โคกลับเขาพารา ฯ ๖ คำา ฯ เชิด
๏ร่าย ครั้นถึงขอบรั้วริมหัวป้ อม
พระวิ่งอ้อมเลี้ยวลัดสกัดหน้า
ไล่เข้าคอกพลันมิทันช้า
เอาขี้หญ้าสุมควันกันริ้นยุง
ยืนล่บเนื้ อตัวที่หัวบันได
แล้วเข้าในปรางค์รัตน์ผลัดผ้านุ่ง
ยุรยาตรเยื้ องย่างมาข้างมุ้ง
เห็นกระบุงข้าวกล้องนั้นพร่องไป
ปลาสลิดในกระบายก็หายหมด

พระทรงยศแสนเสียดายนำ้าลายไหล
กำาลังหิวข้าวเศร้าเสียใจ
ก็เอนองค์ลงในที่ไสยา
กวักพระหัตถ์ตรัสเรียกมเหสี
เข้ามานี่ พุ่มพวงดวงยี่หวา
วันนี้ มีใครไปมา
ยังพาราเราบ้างฤๅอย่างไร ฯ ๘ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะฟั งความที่ถามไถ่
กราบท่ลเยื้ องยักกระอักกระไอ
ร้อนตัวกลัวภัยพระภ่มี
ตั้งแต่พระเสด็จไปเลี้ยงวัว
น้องก็นอนซ่อนตัวอย่่ในที่
ไม่เห็นใครไปมายังธานี
จงทราบใต้เกศีพระราชา ฯ ๔ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประด่ได้ฟังให้กังขา
จึงซักไซ้ไล่เลียงกัลยา
ว่าไม่มีใครมาน่าแคลงใจ
ทั้งข้าวทั้งปลาของข้าหาย

เอายักย้ายขายซื้ อฤๅไฉน
ฤๅลอบลักตักให้แก่ผ้่ใด
จงบอกไปนะนางอย่าพรางกัน ฯ ๔ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะตกใจอย่่ไหวหวัน

ด้วยแรกเริม
่ เดิมท่ลพระทรงธรรม์
ว่าใครนั้นมิได้จะไปมา
ครั้นจะไม่ท่ลความไปตามจริง
ก็เกรงกริง่ ด้วยพิรุธมุสา
สารภาพกราบลงกับบาทา
วอนว่าอย่าโกรธจงโปรดปราน
วันนี้ มีหน่อกระษัตรา
เทีย
่ วมาสีซอขอข้าวสาร
น้องเสียมิได้ก็ให้ทาน
สิ้นคำาให้การแล้วผ่านฟ้ า ฯ ๖ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประด่่ได้ฟังนึ กกังขา
ใครหนอหน่อเนื้ อกระษัตรา
เทีย
่ วมาสีซอขอทาน
เห็นจะเป็ นอ้ายระเด่นลันได

ที่ครอบครองกรุงใกล้เทวฐาน
มันเสแสร้างแกล้งทำามาขอทาน
จะคิดอ่านตัดเสบียงเอาเวียงชัย
จึงชี้หน้าว่าเหม่มเหสี
มึงนี้ เหมือนหนอนที่บ่อนไส้
ขนเอาปลาข้าวให้เขาไป
วันนี้ จะได้อะไรกิน
ถ้ามัง่ มีศรีสุขก็ไม่ว่า
นี่ สำาเภาเลากาก็แตกสิ้น
แล้วมิหนำาซำ้าตัวเป็ นมลทิน
จะอย่่กินต่อไปให้คลางแคลง
เจ้าศรัทธาอาศัยอย่างไรกัน
ฤๅกระนี้ กระนั้นก็ไม่แจ้ง
จะเลี้ยงไว้ไยเล่าเมื่อข้าวแพง
ฉวยชักพระแสงออกแกว่งไกว ฯ ๑๐ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะเลี้ยวลอดกอดเอวได้
เหมือนเล่นง่กินหางไม่ห่างไกล
นึ กประหวัน
่ พรัน
่ ใจอย่่รัวรัว
โปรดก่อนผ่อนถามเอาความจริง
เมื่อชัว่ แล้วแทงทิ้งเถิดท่นหัว

อันพระสามีเป็ นที่กลัว
จะทำานอกใจผัวอย่าพึงคิด
พระหึงหวงมิได้ล่วงพระอาญา
ที่ให้ข้าวให้ปลานั้นข้าผิด
น้องนี้ ทำาชัว่ เพราะมัวมิด
ทำาไมกับชีวิตไม่เอื้ อเฟื้ อ
น้องมิได้ศรัทธาอาศัย
จะลุยนำ้าดำาไฟเสียให้เชื่อ
ไม่มีอาลัยแก่เลือดเนื้ อ
แต่เงื้ อเงื้ อไว้เถิดอย่าเพ่อแทง ฯ ๘ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประด่เดือดนักชักพระแสง
ถ้าบอกจริงให้ก่อีห่แหว่ง
จะงดไว้ไม่แทงอย่างแย่งยุด
ก่ก็เคยเกี้ยวช้่ร้่มารยา
มิใช่มึงโสดามหาอุด
มันเป็ นถึงเพียงนี้ ก็พิรุธ
ถึงดำานำ้าร้อยผุดไม่เชื่อใจ
ยังจะท้าพิส่จน์ร่ดลอง
พ่อจะถองให้ยับจนตับไหล
เห็นว่าก่หลงรักแล้วหนักไป

เอออะไรนี่ หวานำ้าหน้ามึง
หาเอาใหม่ให้ดีกว่านี้ อีก
ผิดก็เสียเงินปลีกสองสลึง
กำาลังกริ้วโกรธาหน้าตึง
ถีบผึงถ่กตะโพกโขยกไป ฯ ๘ คำา ฯ โอด
๏โอ้ เมื่อนั้น
เมื่อนั้นนางประแดะเจ็บจุกลุกไม่ไหว
ค่อยยืนยันกะเผลกเขยกไป
เข้ายังครัวไฟร้องไห้โฮ
ร้อนดิ้นเร่าเร่าพ่อเจ้าเอ๋ย
ล่กไม่เคยโกหกพกโมโห
เสียแรงได้เป็ นข้ามาแต่โซ
กลับพาโลโกรธาด่าตี
น้องก็ไร้ญาติวงศ์พงศา
หมายพึ่งบาทาพระโฉมศรี
โคตรแม่โคตรแม่ก็ไม่มี
อย่่ถึงเมืทองตานี เขาตีมา
ตะโพกโดกโดยเมียแทบคลาด
ถีบด้วยพระบาทดังชาติข้า
จะอย่่ไปไยเล่าไม่เข้ายา
ตายโหงตายห่าก็ตายไป ฯ ๘ คำา ฯ โอด

๏ร่าย เมื่อนั้น
ท้าวประด่ได้ฟังดังเพลิงไหม้
ด่ด๋่อีประแดะค่อนแคะได้
กลับมาด่าได้อีใจเพชร
เอาแต่คารมเข้าข่มกลบ
ก่จะจิกหัวตบเสียให้เข็ด
ชะช่างโศกานำ้าตาเล็ด
ก่ร้่เช่นเห็นเท็จทุกสิ่งอัน ฯ ๔ คำา ฯ
๏ ว่าพลางทางคว้าได้พร้าโต้
ดุด่าตาโตเท่ากำาปั้ น
ผลักประต่ครัวไฟเข้าไปพลัน
นางประแดะยืนยันลัน
่ กลอนไว้
ผลักไปผลักมาอย่่เป็ นคร่่
จะเข้าไปในประต่ให้จงได้
กระทืบฟากโครมครามความแค้นใจ
อึกทึกทัว่ ไปในพารา ฯ ๔ คำา ฯ เชิด
๏ บัดนั้น
พวกหัวไม้กระด่กผีข้ ีข้า
บ่อนเลิกกินเหล้าเมากลับมา

ได้ยินเสียงเถียงด่ากันอื้ ออึง
จึงหยุดนัง่ ขั้างนอกริมคอกวัว
ว่าเมียผัวค่่น้ ี มันขี้หึง
พอพลบคำา่ ราตรีตีตะบึง
อึงคะนึ งนักหนาน่าขัดใจ
แล้วคว้าก้อนอิฐปาเข้าฝาโผง
ตกถ่กโอ่งปาล้อแลหม้อไห
พลางตบมือร้องเยยเผยไยไย
แล้ววิ่งไปทางตะพานบ้านตะนาว ฯ ๖ คำา ฯ รัว
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประด่่ตาพองร้องบอกกล่าว
หยิบงอบครอบหัวตัวสัน
่ ท้าว
อ้ายพ่อเจ้าชาวบ้านวานช่วยกัน
วัวนำ้าวัวหลวงก่ได้เลี้ยง
อิฐมาเปรี้ยงเปรี้ยงเสียงสนัน

สาเหตุมีมาแต่กลางวัน
คงได้เล่นเห็นกันอ้ายลันได
ทั้งนี้ เพราะอีมะเหเสือ
จะกินเลือดกินเนื้ อก่ให้ได้
ขว้างวังครั้งนี้ ไม่มีใคร
ช้่มึงฤๅมิใช่อีมารยา

พระฉวยได้ไม้ยุงปั ดกวัดแกว่ง
สำาคัญว่าพระแสงขึ้นเงื้ อง่า
เลี้ยวไล่ฟาดฟั นกัลยา
วิ่งมาวิ่งไปอย่่ในครัว ฯ ๘ คำา ฯ
๏สับไทย เหม่เหม่ด่ด๋่อีประแดง
ที่น้ ี แหละเห็นประจักษ์ว่ารักผัว
หากก่ร้่ตัว
หัวไม่แตกแตน
ขว้างแล้วหนี ไป
มิได้ตอบแทน
ยิง่ คิดยิ่งแค้น
เลี้ยวแล่นไล่ตี ฯ ๔ คำา ฯ
๏รื้ อ ทรงเอยทรงกระบอก
น้องไม่เห็นด้วยดอกพระโฉมศรี
ปาวังครั้งนี้
มิใช่ช้่น้อง
สืบสมดังว่า
สัญญาให้ถอง
วิ่งพลางทางร้อง
ตีน้องทำาไม ฯ ๔ คำา ฯ

๏ เหลือเอยเหลือเถน
ขัดเขมรขบฟั นมันไส้
ปรานี มึงไย
ใครใช้มีช้่
ไม่เลี้ยงเป็ นเมีย
ไปเสียอย่าอย่่
รั้ววังของก่
ปิ ดประต่ตีแมว ฯ ๔ คำา ฯ เชิด
๏ โอ้ เมื่อนั้น
นางประแดะเหนื่ อยอ่อนลงนอนแล้ว
ยกมือท่วมหัวล่กกลัวแล้ว
กอดก้นผัวแก้วเข้าครำา่ ครวญ ฯ 2 คำาฯ
๏โอ้ โอ้พระยอดตองของน้อยเอ๋ย
กระไรเลยช่างสลัดตัดเด็ดด้วน
แม้นชัว่ ช้าจริงจังก็บังควร
พ่อมาด่วนมุทะลุดุดันไป
จงตีแต่พอหลาบปราบพอจำา
จะเฝ้ าเวียนเฆี่ยนซำ้าไปถึงไหน
งดโทษโปรดเถิดพระภ่วไนย

น้องยังไม่เคยไกลพระบาทา
ถึงไม่เลี้ยงเป็ นพระมเหสี
จะขอพึ่งบารมีเป็ นขี้ข้า
ไม่ถือว่าเป็ นผัวเพราะชัว่ ช้า
จะก้มหน้าเป็ นทาสกวาดขี้วัว
สิบคนเข้าไม่เท่าคนหนึ่ งออก
อย่่กับคอกช่วยใช้พ่อท่นหัว
รำา่ พลางทางทุ่มทอดตัว
ตีอกชกหัวแล้วโศกา ฯ ๘ คำา ฯ โอด
๏ร่าย เมื่อนั้น
ท้าวประด่่ได้ฟังนางรำา่ ว่า
ให้นึกสมเพชเวทนา
นำ้าตาไหลนองสักสองครุ
หวนรำาลึกนึ กถึงอ้ายลันได
กลับเจ็บใจไม่เหือดเดือดดุ
โมโหมืดหน้าบ้ามุทะลุ
กระด่กผุเมื่อไรก็ไม่ลืม
ก่ไม่อยากเอาไว้ใช้สอย
นึ กว่าปล่อยสิงห์สัตว์วัดสามปลื้ ม
แต่ช้ ันทอผ้ายังคาฟื ม
ดีแต่ยืมเขากินอีส้ ินอาย

แม่เรือนเช่นนี้ มิเป็ นผล
มันจะลวงล้วงก้นกินจนฉิบหาย
ไปเสียมึงไปไม่เสียดาย
ก่จะเป็ นพ่อหม้ายสบายใจ
สาวสาวชาววังก็ยังถม
ไม่ปรารมภ์ปรารี้จะมีใหม่
เก็บเงินค่านมผสมไว้
หาไหนหาได้ไม่ทุกข์ร้อน ฯ ๑๐ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะห่กลวงดวงสมร
สุดที่จะพรากจากจร
บังอรข้อนทรวงเข้ารำา่ ไร ฯ ๒ คำา ฯ
๏โอ้ โอ้พ่อใจบุญของเมียเอ๋ย
แปดคำา่ พ่อเคยเชือดคอไก่
ต้มปลาร้าตั้งหม้อกับหน่อไม้
เมียยังอาลัยได้อย่่กิน
เพราะเคยรีดนมวัวให้เมียขาย
แม้สายที่ยังไม่หมดสิ้น
เหลือติดก้นกระบอกเอาจอกริน
ให้เมียกินวันละนิ ดคิดทุกวัน

แต่พอพลบรบเมียเข้ากระท่อม
พ่อนัง่ กล่อมจนหลับแล้วรับขวัญ
ในมุ้งยุงชุมพ่อสุมควัน

์ ะรักเมีย
สารพันทรงศักดิจ
จะกินอย่่พ่วายสบายใจ
พ่อมอบไว้ให้วันละสิบเบี้ย
อกน้องดังไฟไหม้ลามเลีย
จะทิ้งเมียเสียได้ไม่ไยดี
เทีย
่ งนางกลางคืนพ่อท่นหัว
จะให้ออกนอกรั้วล่กกลัวผี
ก้นไต้ก้นไฟก็ไม่มี
ผัดรุ่งพรุ่งนี้ เถิดพ่อคุณ
ถึงจะไม่ได้อย่่บนตำาหนัก
ขอพึ่งพักอาศัยเพียงใต้ถุน
ยกโทษโปรดเถิดพ่อใจบุญ
เสียแรงได้เลี้ยงขุนมีคุณมา ฯ ๑๒ คำา ฯ
๏ร่าย เมื่อนั้น
ท้าวประด่่ได้ฟังชังนำ้าหน้า
น้อยฤๅอีข้ ีเค้าเจ้านำ้าตา
ยังจะรำา่ ไรว่ากวนใจก่
เมินเสียเถิดหวาอีหน้ารุ้ง

อย่าพ่ดอย่่ข้างมุ้งรำาคาญห่
ไสหัวมึงออกนอกประต่
ขืนอย่่ช้าไปได้เล่นกัน
ว่าพลางปิ ดบานทวารโผง
เบ้าในห้องท้องพระโรงขมีขมัน
ยกหม้อตุ้งก่าออกมาพลัน

์ ักควันโขมงไป ฯ ๖ คำา ฯ
พระทรงศักดิช
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะทุกข์ร้อนถอนใจใหญ่
แล้วข่มขืนกลืนกลั้นชลนัยน์
จะอย่่ไปไยเล่าไม่เข้าการ
แต่ทุบตีมิหนำาแล้วซำ้าขับ
ให้อายอับเพื่อนรั้วหัวบ้าน
เช้าคำา่ รำา่ ว่าด่าประจา
ใครจะทานทนได้ในฝี มือ
ก่จะหาผัวใหม่ให้ได้ดี
เอาโยคีกินไฟไม่ได้ฤๅ
ไหนไหนชาวเมืองก็เลื่องฦๅ
อึงอื้ ออับอายขายพักตรา
คว้าถุงเบี้ยได้ใส่กระจาด
ฉวยผ้าแพรขาดขึ้นพาดบ่า

ลงจากบันไดไคลคลา
นำ้าตาคลอคลอจรลี ฯ ๘ คำา ฯ ทยอย
๏โอ้รา่ ย ครั้นมาพ้นคอกวัวรั้วตราง
เหลียวหลังด่ปรางค์ปราสาทศรี
เคยได้ค้างกายมาหลายปี
ครั้งนี้ ตกยากจะจากไป
หยุดยืนสะอื้ นอย่่อืดอืด
เดือนก็มืดเต็มทีไม่มีไต้
ฝนตกพรำาพรำาทำาอย่างไร
ก็หยุดยืนร้องไห้อย่่ทรี่ ้าน ฯ ๔ คำา ฯ โอด
๏ช้า เมื่อนั้น
โฉระเด่นลันไดใจหาญ
ครั้นพลบคำา่ เข็นบันไดไว้นอกชาน
ยกเชิงกรานสุมไฟใส่ฟืนตอง
แล้วเอนองค์ลงเหนื อเสื่อกระจ่ด
นอนนิ่ งกลิ้งท่ดอย่่ในห้อง
เสนาะเสียงสำาเนี ยงพิราบร้อง
ครางกระหึมครึ้มก้องบนกลท่
แว่วแว่วเค้าแมวในกลีบเมฆ
ด่วิเวกลงหลังคาเที่ยวหาหน่

พระเผยบัญชรแลชะแง้ด่
ดาวเดือนรุบร่่ไม่เห็นตัว
พระพายชายพัดอุตพิด

พระทรงฤทธิเ์ ต็มกลั้นจนสัน
่ หัว
หอมชื่นดอกอัญชัญที่คันรั้ว
ฟ้ ุงตลบอบทัว่ ทั้งวังใน ฯ ๘ คำา ฯ
๏ร่าย หวนรำาลึกนึ กถึงนางประแดะ
ที่นัดแนะแต่เย็นเป็ นไฉน
ดึกแล้วแก้วตาเห็นช้าไป
จะร้องไห้รำาพึงถึงพี่ชาย
จำาจะไปให้ทันดังสัญญา
ได้ยอ
่ งเบาเข้าหานางโฉมฉาย
จึงอาบนำ้าทาแป้ งแต่งกาย
สวมประคำาดีควายสำาหรับตัว
แหงนด่ฤกษ์บนฝนพยับ
เดือนดับลับเมฆขมุกขมัว
ลงบันไดเดินออกมานอกรั้ว
โพกหัวกลัวอิฐคิดระอา
หลายครั้งตั้งแต่มันทิ้งก่
พระโฉมตร่เหลือบซ้ายแลขวา
แล้วพวดแผลงสำาแดงเดชา

เดินมาตามตรอกซอกกำาแพง ฯ ๘ คำา ฯ เชิด
๏ ประเดี๋ยวหนึ่ งก็ถึงคอกโคขัง
จะเข้าได้ดอกกระมังยังไม่แจ้ง
เห็นกองไฟใส่สุมอย่่แดงแดง
แอบแผงฟั งอย่่ด่ท่าทาง
เห็นทีท้าวประด่่ผ้่ผัว
จะนอนเฝ้ าวัวอย่่ข้างล่าง
แต่โฉมศรีนิฤมลอย่่บนปรางค์
ก่จะขึ้นหานางทางล่องแมว
จึงกลิ้งครกที่ใต้ถุนเข้าหนุนตีน
พระโฉมฉายป่ ายปี นอย่่แด่วแด่ว
อกใจไม้คร่ดข่ดเป็ นแนว
จะเห็นรักบ้างแล้วฤๅแก้วตา
พระประหวัน
่ พรัน
่ ตัวกลัวจะตก
ทำาหน่กกเจาะเจาะเกาะข้างฝา
ไฉนไม่คอยกันดังสัญญา
อนิ จจานอนได้ไม่คอยรับ ฯ ๘ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประด่่สุรย
ิ ์วงศ์โก้งโค้งหลับ
พอปราสาทสะเทือนไหวตกใจวับ
ลุกขยับนิ่ งฟั งนัง่ หลับตา

คิดว่ามเหสีที่ถ่กถอง
แสบท้องหายโกรธเข้ามาหา
ให้นึกสมเพชเวทนา
ส้่ทนทานด้านหน้ามาง้องอน
จะขับหนี ตีไล่ไม่ไปจาก
อีร่วมเรือนเพื่อนยากมาแต่ก่อน
แล้วคลี่ผ้าคลุมหัวล้มตัวนอน
พระภ่ธรทำาเฉยเลยหลับไป ฯ ๖ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ลันไดล้วงสลักชักกลอนได้
เปิ ดประต่เยื้ องย่องเข้าห้องใน
เข้านัง่ ใกล้ในจิตคิดว่านาง
สมพาสยักษ์ลักหลับขึ้นทับบน
ท้าวประด่่เต็มทนอย่่ข้างล่าง
พระสร้วมสอดกอดไว้มิได้วาง
ช้อนคางพลางจ่บแล้วล่บคลำา ฯ ๔ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ท้าวประด่่ผุดลุกขึ้นปลุกปลำ้า
ตกใจเต็มทีว่าผีอำา
ต่างคนต่างคลำากันวุ่นไป
เอุะจริตผิดแล้วมิใช่ผี

จะว่าพระมเหสีก็มิใช่
ขนอกรกหนักทักว่าใคร
ตกใจฉวยตระบองร้องว่าคน
ลันไดโดดโผนโดนประต่
ท้าวประด่่ร้องโวยขโมยปล้น
ตะโกนเรียกเสนาสามนต์
มันไม่มีสักคนก็จนใจ
ระเด่นโดดโลดออกมานอกรั้ว
ผิดตัวแล้วก่อย่่ไม่ได้
ก็ผาดแผลงสำาแดงฤทธิไกร
วิ่งไปตามกำาลังไม่ร้ ังรอ ฯ ๘ คำา ฯ
๏ หมาหม่กร่ไล่ไม่มีขวัญ
ปล่อยชันสามขาเหมือนม้าห้อ
เต็มประดาหน้ามืดหืดขึ้นคอ
ต้องหยุดยั้งรั้งรอมาตามทาง
ถึงโดยจะไล่ก็ไม่ทัน
ผิดนักส้่มันแต่ห่างห่าง
พอแว่วสำาเนี ยงเหมือนเสียงคราง
อย่่ในร้านริมข้างหนทางจร
เอุะผีฤๅคนขนลุกซ่า
พระหัตถ์คว้าฉวยอิฐได้สองก้อน

หยักรั้งตั้งท่าจะราญรอน
นี่ หลอกหลอนเล่นข้าฤๅว่าไร
ครั้นได้ยินเสียงชัดเป็ นสัตรี
์ ักทีหาหนี ไม่
จะลองฤทธิส

กำาหมัดเยื้ องย่องมองเข้าไป
แก่สาวคราวไหนจะใคร่ร้่ ฯ ๘ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะนัง่ ซุ่มคลุมหัวอย่่
สาละวนโศกานำ้าตาพร่
เห็นคนย่องมองด่ก็ตกใจ
พอฟ้ าแลบแปลบช่วงดวงพักตร์
เห็นระเด่นร้่จักก็จำาได้
ทั้งสองข้างถ้อยทีดีใจ
ทรามวัยกราบก้มบังคมคัล ฯ ๔ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
ระเด่นเห็นนางพลางรับขวัญ
นังลงซักไซ้ไล่เลียงกัน
ไฉนนัน
่ กัลยามาโศกี
พี่หลงขึ้นไปหานิ จจาเอ๋ย
ไม่รเ้่ ลยน้องแก้วแคล้วกับพี่
พี่ไปพบท้าวประด่่ผ้่สามี

เกิดอึงมี่ตึงตังทั้งพารา
มันจะกลับจับพี่เป็ นผ้่ร้าย
จะฆ่าเสียให้ตายก็ขายหน้า
เขาจะค่อนติฉินนิ นทา
อดส่เทวาสุราลัย
จะเอาเมียแล้วมิหนำาซำ้าฆ่าผัว
คิดกลัวบาปกรรมไม่ทำาได้
พี่ขอถามสาวน้อยกลอยใจ
เป็ นไฉนกัลยามาโศกี ฯ ๘ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
นางประแดะดวงยี่หวามารศรี
สะอื้ นพลางทางท่ลไปทันที
ทั้งนี้ เพราะกรรมได้ทำาไว้
ครั้งนี้ มิชัว่ ก็เหมือนชัว่
นางตีอกชกหัวแล้วร้องไห้
ยังจะกลับมาเยาะนี่ เพราะใคร
ด่แต่หลังไหล่เถิดพ่อคุณ
เขาขับหนี ตีไล่ไสหัวส่ง
เพราะพระองค์ทำาความจึงวามวุ่น
แต่รอดมาได้เห็นก็เป็ นบุญ
อย่าอย่่เลยพ่อคุณเขาตีตาย ฯ ๖ คำา ฯ

๏ เมื่อนั้น
ลันไดได้ฟังนางโฉมฉาย
เขม้นมองด่หลังยังไม่ลาย
พระจ่บซ้ายจ่บขวาห้าหกที
เอาพระหัตถ์ช้อนคางแล้วพลางปลอบ
อย่าพะอืดพะออบเลยโฉมศรี
จะละห้อยน้อยใจไปไยมี
บุญพี่กับนางได้สร้างมา
อันระต่่ฤๅจะค่่กับนางอนงค์
มิใช่วงศ์อสัญแดหวา
โฉมเฉลาเจ้าเหมือนบุษบา
จรกาฤๅจะควรกับนวลน้อง
ถ้าเป็ นระเด่นเหมือนเช่นพี่
จึงควรที่ร่วมภิรมย์ประสมสอง
ตรัสพลางทางชวนนวลละออง
เยื้ องย่องนำาหน้าพานางเดินฯ ๘ คำา ฯ
๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนตำาหนัก
ตงหักกลัวจะตกงกเงิ่น
ค่อยพยุงจ่งนางย่างดำาเนิ น
ชวนเชิญโฉมเฉลาเข้าที่นอน
ลดองค์ลงเหลือที่ไสยาสน์

พระภ่่ป่ลาดขาดสองท่อน
แล้วจึงมีมธุรรสสุนทร
อ้อนวอนโฉมเฉลาให้เข้ามุ้ง ฯ ๔ คำา ฯ
๏โอ้โลม โฉมเอยโฉมเฉิด
เอนหลังบ้างเถิดจวนจะรุ่ง
เสียแรงพี่รักเจ้าเท่ากระบุง
จะไปนัง่ ทนยุงอย่่ทำาไม
เชิญมาร่วมเรียงเคียงเขนย
อย่าทุกข์เลยที่จะหามาเลี้ยงให้
เรามัง่ มีศรีสุขทุกข์อะไร
เงินทองถมไปที่ในคลัง
แต่ข้าวสารให้ทานพี่น้ ี ฤๅ
ไม่พักซื้ อได้ขายเสียหลายถัง
ทั้งปลาแห้งปลาท่ป่ลัง
เสบียงกรังมีมากไม่ยากจน
ขี้ครานขายนมวัวเหมือนผัวเจ้า
พี่ได้เปล่าสารพัดไม่ขัดสน
จงนัง่ กินนอนกินสิ้นกังวล
พี่จะขวนขวายหาเอามาเลี้ยง
ว่าพลางทางตระโบมโลมเล้า
อะไรเล่าฮึดฮัดเฝ้ าฟั ดเหวี่ยง

อุแม่เอ๋ยมิให้เข้าใกล้เคียง
จะตกเตียงลงไปแล้วแก้วกลอยใจ ฯ ๑๐ คำา ฯ
๏ร่าย เมื่อนั้น
นางประแดะคลุ้มคลัง่ ผินหลังให้
ถอยถดขยดหนี ภ่วไนย
นี่ อะไรน่าเกลียดเบียดคะยิก
ล่กผัวหัวท้ายเขาไม่ขาด
ทำาประมาทเปล่าเปล่าเฝ้ าหยุกหยิก
ปั ดกรค้อนควักผลักพลิก
อย่าจุกจิกกวนใจไม่สบาย
อย่าพักอวดสมบัติพัสถาน
ไม่ต้องการดอกจะส้่อย่่เป็ นหม้าย
หนี ศึกปะเสือเบื่อจะตาย
เฝ้ ากอดก่ายไปได้ไม่ละวาง ฯ ๖ คำา ฯ
๏ชาตรี สุดเอยสุดลิ่ม
เชิญผินหน้ามายิ้มกับพี่บ้าง
เฝ้ าถือโทษโกรธเกรี้ยวไปเจียวนาง
ไม่เห็นอกพี่บ้างที่อย่างนั้น
เหมือนนำ้าอ้อยใกล้มดใครอดได้
พี่ก็ไม่มีค่ตุนาหงัน
ตั้งแต่นวดปวดท้องมาสองวัน

ใครจะกลั้นอดทนพ้นกำาลัง
ทำาไมกับล่กผัวกลัวมันไย
ผิดก็เสียสินไหมให้ห้าชัง่
จ่บเชื่อเสียก็ได้แล้วไม่ฟัง
ล่บหน้าล่บหลังนัง่ แอบอิง
น้อยฤๅนมแต่ละข้างช่างครัดเคร่ง
ปลัง่ เปล่งใจหายคล้ายกล้วยปิ้ ง
อุ้มขึ้นใส่ตักรักจริงจริง
อย่าสะบิ้งสะบัดตัดไมตรี
ยิ่งดิ้นยิ่งกอดสอดสัมผัส
อุยหน่าอ่ากัดพระหัตถ์พี่
ปั ดป้ องว่องไวอย่่ในที
จนล้มกลิ้งลงบนที่บรรทมใน
อัศจรรย์ลัน
่ พิลึกกึกก้อง
ฟ้ าร้องครัน
่ ครื้ นดังปื นใหญ่
เกิดพายุโยนยวบสวบสาบไป
หลังคาพาไลแทบเปิ ดเปิ ง
ฝนตกห่าใหญ่ใส่ซ่ซ่
ท่วมค่ท่วมหนองออกนองเจิ่ง
คางคกขึ้นกระโดดโลดลองเชิง
อึ่งอ่างเริงร่าร้องแล้วพองคอ

นกกระจอกออกจากวิมานมะพร้าว
ต้องฝนทนหนาวอย่่งอนหง่อ
ขนคางหางปี กเปี ยกจนมอซอ
ฝนก็พอขาดเม็ดเสร็จบันดาล ฯ ๑๖ คำา ฯ โลม
๏ช้า เมื่อนั้น
นางประแดะห่กลวงห่วงสงสาร
ได้ร่วมรักชักเชยก็ช่ ืนบาน
เยาวมาลย์หมอบเมียงเคียงกาย
แล้วเชิญหม้อตุ้งก่าออกมาตั้ง
นางนัง่ เป่ าชุดจุดถวาย

์ ักพลางทางยิ้มพราย
ทรงศักดิช
โฉมฉายขวั้นอ้อยคอยแก้คอ
ถ่กเข้าสามจะหลิ่มยิ้มแหยะ
นางประแดะสรวลสันต์กลั้นหัวร่อ
พระโฉมยงทรงขับรับเพลงซอ
ฉลองหอทรงธรรม์แล้วบรรทม ฯ ๖ คำา ฯ ตระ
๏ช้า มาจะกล่าวบทไป
ถึงนางกระแอทวายขายขนม
เจ้าเงินโปรดปรานพานอุดม
นุ่งห่มผืนผ้าค่าบาทเฟื้ อง
ผ่กดอกออกจากฟากเรือนนาย

ลดเลี้ยวเทีย
่ วขายข้าวเหนี ยวเหลือง
ตามตลาดเสาชิงช้ามาเนื องเนื อง
ปลดเปลื้ องเฟื้ องไพได้ทุกวัน
กับโฉมยงองค์ระเด่นลันได
รักใคร่กันอย่่ก่อนเคยผ่อนผัน
เชื่อถือซื้ อขายเป็ นนิ รันดร์
เว้นวันสองวันหมัน
่ ไปมา ฯ ๖ คำา ฯ
๏ร่าย วันเอยวันหนึ่ ง
คิดถึงลันไดจะไปหา
นึ่ งข้าวเหนี ยวใส่กระจาดยาตรา
ตรงมาหาช้่ค่ชมเชย
เที่ยวเตร็ดเตร่เร่ร้องแล้วท่องเที่ยว
ซื้ อข้าวเหนี ยวหน้ากุ้งกินแม่เอ๋ย
ทีร่ ้่จักทักถามกันตามเคย
บ้างเยาะเย้ยหยอกยื้ อซื้ อหากัน
พอเวลาตลาดวายสายแสง
กระเดียวดตระแกรงกรีดกรายผายผัน
ทอดกรอ่อนคอจรจรัล
มาปราสาทสุวรรณเจ้าลันได ฯ ๖ คำา ฯ เพลงช้า
๏ ครั้นถึงจึงขึ้นบนนอกชาน
เห็นทวารบานปิ ดคิดสงสัย

ทั้งเสียงคนพ่ดกันอย่่ช้ ันใน
ทรามวัยแหวกช่องมองด่
เห็นโฉมยงองค์ประแดะกับระเด่น
คลี่ผ้าหาเล็นกันง่วนอย่่
โมโหมืดหน้านำ้าตาพร่
ดังหัวห่จะแยกแตกทำาลาย
นี่ เมียอ้ายประด่่อย่่หัวป้ อม
ไยมิยมอยินยอมกันง่ายง่าย
ทั้งสีจ
่ ักรยักหล่มถ่มร้าย
มันจะให้ฉิบหายขายตน

ชิชะเตจ้าระเด่นพึ่งเห็นฤทธิ์
แต่ผ้านุ่งยังไม่มิดจะปิ ดก้น
จองหองสองเมียจะเสียคน
คิด่ายากจนเฝ้ าปรปรือ
จึงแกล้งเรียกพลันเจ้าลันได
ค่าข้าวเหนี ยวสองไพไม่ให้ฤๅ
ผ่อนัดนัดหมายมาหลายมื้ อ
แม่จะยื้ อให้อายขายหน้าเมีย ฯ ๑๐ คำา ฯ
๏ เมื่อนั้น
โฉมระเด่นลันไดแรกได้เสีย
กำาลังนัง่ เคล้าเฝ้ าคลอเคลีย

ชมโฉมโลมเมียอย่ร่ ม
ิ มุ้ง
ยกบาทพาดเพลาเกาสีข้าง
สัพยอกหยอกนางอย่างลิงถุง
แล้วยื่นมือมาจี้เข้าที่พุง
นางสะดุ้งดุกดิกพลิกตะแคง
เขาจะนอนดีดีเฝ้ าจี้ไช
ช่างกระไรหน้าเป็ นเอ็นแข็ง
จะนิ่ งอย่่สักประเดี๋ยวทำาเรีย
่ วแรง
มาแหย่แย่งกวนใจไปทีเดียว
พอระเด่นได้ยินเสียงเรียกหา
ก็ร้่ว่าช้่เก่าเจ้าข้าวเหนี ยว
จึงร้องว่าใครนัน
่ ขันจริงเจียว
จะมาเที่ยวจัณฑาลพาลเอาความ
ค่าข้าวเหนี ยวสองไพข้าให้แล้ว
มาทำาเสียงแจ้วแจ้วไม่เกรงขาม
ไม่ได้ติดค้างมาอย่าว่่วาม
ลุกลามสิ้นทีมีแต่อึง ฯ ๑๐ คำา ฯ เจรจา
๏ เมื่อนั้น
นางทวายยิ่งพิโรธโกรธขึ้ง
ยืนกระทืบนอกชานอย่่ตึงตึง
หวงหึงด่าว่าท้ายทาย

นี่ แน่อ้ายสำาเร็จเจ็ดคุก
มาลืมคุณข้าวสุกเสียง่ายง่าย
ก่เชื่อหน้าคิดว่าล่กผ้่ชาย
จึงส้่ขายติดค้างยังไม่รับ
ช่างโกหกพกลมประสมประสาน
จะประจานเสียให้สมที่สับปลับ
แต่เบี้ยติดสองไพยังไม่รับ
ก่ส้ ินนับถือแล้วอ้ายลันได ฯ 6 คำาฯ
๏ เมื่อนั้น
ระเด่นตอบตามอัชฌาสัย
เขาขี้คร้านพ่ดจาอย่าหนักไป
ข้าร้่ใจเจ้าดอกกัลยา
เจ้าพิโรธโกรธขึ้ง เพราะหึงหวง
จึงจาบจ้วงล่วงเกินเป็ นหนักหนา
ข้าผิดแล้วกลอยใจได้เมตตา
เชิญเข้าเคหาปรึกษากัน ฯ ๔ คำา ฯ

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful