P. 1
Yoga Saratta -Dec 2552 (Vol.0912)

Yoga Saratta -Dec 2552 (Vol.0912)

|Views: 33|Likes:
Published by Tang Thai
โยคะสารัตถะ เดือน ธันวาคม 2552
โยคะสารัตถะ เดือน ธันวาคม 2552

More info:

Published by: Tang Thai on Jan 09, 2011
Copyright:Attribution Non-commercial

Availability:

Read on Scribd mobile: iPhone, iPad and Android.
download as PDF, TXT or read online from Scribd
See more
See less

01/09/2011

pdf

text

original

www.thaiyogainstitute.

com ฉบับเดือน ธันวาคม 2552
0912 1



คุยกันกอน 2
ปฏิทินกิจกรรม 2
โยคะจากอินเดีย 4
ปกิณกะ สุขภาพ 5
แนะนําหนังสือ 6
สะกิด สะเกา 6
เทคนิคการสอน 7
จดหมายจากเพื่อนครู 8

จดหมายขาว
วิถีชีวิ ต เพื่ อสุขภาวะ
สุขสันตปใหม
2553
จดหมายขาว โยคะสารัตถะ วิถีชีวิตเพื่อสุขภาวะ
ที่ปรึกษา แกว วิฑูรยเธียร ธีรเดช อุทัยวิทยรัตน นพ.ยงยุทธ วงศภิรมยศานติ์ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์
กองบรรณาธิการ กวี คงภักดีพงษ กุลธิดา แซตั้ง จิรวรรณ ตั้งจิตเมธี ณภัทร วัฒนะวงศี ณัตฐิยา ปยมหันต
ณัฏฐวรดี ศิริกุลภัทรศรี ธัญยธรณ อรัณยชลาลัย พรจันทร จันทนไพรวัน วรรณวิภา มาลัยนวล
วัลลภา ณะนวล วีระพงษ ไกรวิทย ศันสนีย นิรามิษ




สถาบันโยคะวิชาการ มูลนิธิหมอชาวบาน
201 ซอยรามคําแหง 36/1 บางกะป กทม.10240
โทรศัพท 02 732 2016-7, 081 401 7744
โทรสาร 02 732 2811
อีเมล yogasaratta@yahoo.co.th
เว็บไซท www.thaiyogainstitute.com
สิ่งตีพิมพ

แลวเดือนสุดทายของปนี้ก็มาถึง เราเรียนรูเก็บรับประสบการณสรุปบทเรียนเพื่อกาวตอไปในปหนา ใหเปนยางกาวที่
นําเราเคลื่อนเขาใกลเปาหมายยิ่งๆ ขึ้นไป
ขอบคุณทุกทานที่ตอบแบบสอบถามตอบกลับ ซึ่งมีทั้งหมด 23 ใบ เราจะนํามาประกอบการพิจารณาปรับปรุงจดหมาย
ขาวในป 2553 ตอไป
ขอใหสุขสันตกับชวงเทศกาลสิ้นป 2552 ครับ
กอง บก.

วิชา จิตสิกขา ป 2552 เดือนธันวาคม จัดวันเสารที่ 19 เวลา 7.30 – 9.30 ฝกปราณายามะ ชวง 10.30 - 12.30 เราจะคุยกัน
เรื่อง พระอภิธรรม (2) ณ หอง 262 คณะมนุษยศาสตร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ คาลงทะเบียน 150 บาท




วันเสารที่ 19 ธันวาคม และ วันอาทิตยที่ 20 ธันวาคม 2552
ณ สวนแสนปาลม กําแพงแสน จ. นครปฐม
สถาบันโยคะวิชาการ รวมกับ กลุมศึกษาและปฏิบัติธรรม ขอเชิญผูที่สนใจในโยคะ และ/หรือธรรมะ เขารวมอบรม
คอรส “โยคะธรรมะหรรษา ฮา..ฮา..ฮา” ทามกลางบรรยากาศสบาย ๆ และสนุกสนานเปนกันเอง ในแบบวิถีธรรมชาติ มารวม
กันเก็บเกี่ยวความรูที่สามารถนํากลับไปฝกฝนที่บานดวยตนเองแบบงาย ๆ โดยทีมวิทยากรโยคะจากสถาบันโยคะวิชาการ นํา
ทีมโดย ครูกิ๊ม บรรยายและนําปฎิบัติธรรมโดย พระอาจารยครรชิต อกิณจโณ วัดปาสันติธรรม พระอาจารยวิทยากรใน
แนวทางหลวงพอเทียน
วันเสารที่ 19 ธ.ค. 2552
06.30 น. รถตูออกเดินทางจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี อนุสาวรียชัยฯ
07.40 - 08.30 น. รับประทานอาหารเชา
08.30 - 09.00 น. ปฐมนิเทศนที่หองประชุม คิงสปาลม และทําความรูจักกัน เกมส
09.00 - 09.40 น “วิถีแหงโยคะ” เกมส กายใจรวมกัน และเกมสมรรค 8
09.40 - 12.00 น. อาสนะ 11 ทาที่ควรฝกเปนประจําทุกวัน และ สรุปการฝก
12.00 - 13.30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.30 - 14.15 น. ฝกลมหายใจ และ เรียนรูจัก “ปราณายามะ” เกมสระบบประสาท
14.15 - 14.45 น ขยับกายสบายใจ
15.00 - 16.00 น. แนะนําวิธีปฏิบัติธรรมแบบหลวงพอเทียน
16.00 - 17.30 น. ฝกทบทวนอาสนะตั้งแตตนจนจบ
17.30 - 19.00 น. รับประทานอาหารเย็น
19.00 - 19.20 น. สวดมนตทําวัตรเย็น (ฉบับแปลไทยของสวนโมกขพลาราม)
19.20 - 20.00 น. “พุทธศาสนา คุณคาตอชีวิต”
20.00 - 21.00 น. ปฏิบัติธรรมแบบหลวงพอเทียน (ตอ)
วันอาทิตยที่ 20 ธ.ค. 2552
05.30 - 05.45น. ทําวัตรเชา (ฉบับแปลไทยของสวนโมกขพลาราม)
05.45 – 07.30 น. โยคะรับอรุณ
07.30 - 08.15 น. เดินสัมผัสธรรมชาติยามเชาอยางมีสติ
0912 2
0912 3
08.15 - 09.45 น. รับประทานอาหารเชา
09.45 - 11.00 น. สัมผัสประสบการณการปฏิบัติธรรมรวมกัน
11.00 - 12.00 น. “การนําโยคะมาใชเปนแนวทางในการเกื้อกูลการเปนพุทธศาสนิกชนที่ดีไดอยางไร”
12.00 - 13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
13.00 - 13.30 น. เทคนิคการชําระลางโพรงจมูก
13.30 - 14.00 น. ผอนคลายอยางลึกๆ และ เกมสเครื่องซักผา เกมสเซเวน
14.00 - 15.00 น. ปฏิบัติธรรม (ตอ) และแนะนําการปฏิบัติธรรมในชีวิตประจําวัน
15.00 - 15.15 น. พักรับประทานอาหารวาง พรอมกับทําแบบสอบถาม
15.15 – 16.00 น. ประเมินผล จับรางวัลอาสนะ 2 รางวัล
16.00 น. ออกเดินทางกลับกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
คาใชจาย พิเศษสุดๆๆ ปฏิบัติธรรมสงทายปเกาตอนรับปใหม จากราคาปกติ 2500 บาทลดเหลือ 1900 บาทตอทาน ขับรถไป
เอง 1800 บาทตอทาน
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมไดที่ ครูโจ 081-420-4111 chacha_l@yahoo.com http://yogadhammahunsa.multiply.com/

โครงการอบรม ธรรมะและโยคะเพื่อผูปวย ครั้งที่ ๑๐ โดย เครือขายชีวิตสิกขา
ณ วิทยาลัยปองกันราชอาณาจักร วันเสารที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๓๐ – ๑๗.๐๐ น.
ภาวะเจ็บปวยทางรางกายที่เกิดขึ้นไมเพียงตองการ การดูแลเยียวยาทางกายภาพที่ดีและเหมาะสมกับโรคเทานั้น
หากยังตองการองคประกอบรวมทั้งทางดานจิตใจ สังคมและปญญา เพื่อชวยใหผูปวยอยูไดอยางมีสุขภาวะที่ดีและสมศักดิ์ศรี
ของความเปนมนุษย เพราะถึงแมทางกายภาพอาจจะไมสมบูรณ แตศักยภาพทางดานจิตใจและปญญา ยังสามารถพัฒนาไดไป
จนถึงขั้นสูงสุด ดังนั้นทั้งตัวผูปวยและผูดูแลผูปวยเองตางก็ตองการความรู ความเขาใจ และทัศนคติในการรับมือกับความ
เจ็บปวยที่เกิดขึ้นเพื่อใหสามารถวางใจไดวาแมกายจะปวยแตใจไมปวยเลย คอย ๆ ถอดถอนจากผูเปนทุกข สูผูเห็นทุกข จวบ
จนกระทั่งสามารถสรางเหตุปจจัยในการเตรียมพรอมที่จะเผชิญกับชวงเวลาเปลี่ยนผานสําคัญที่สุดของชีวิตอยางเกื้อกูล
กระบวน การอบรม
1. ฝกเจริญสติภาวนารูตัวทั่วพรอม ตามแนวทางหลวงพอเทียน
2. ธรรมะในการวางใจรับมือกับความเจ็บปวย
3. ฝกหายใจปราณายามะแบบโยคะเพื่อการรู ตื่น ปลอยวาง
4. กิจกรรมเรียนรู กับพลังกลุมเพื่อการเยียวยาความเจ็บปวย
ไมมีคาใชจายในการเขารวมอบรม จึงขอใหทานแนใจวาทานเปนผูสนใจและเห็นคุณคาในการอบรมและสามารถเขารวมได
ตลอดการอบรม สอบถามเพิ่มเติมไดที่เบอร 084-643-9245, 084-388-0182, 087-678-1669, 089-899-0094
โปรแกรมอบรม
วันเสารที่ 23 มกราคม 2553 เวลา 08.30 – 17.00 น.
08.00-08.30 ลงทะเบียนเปดการอบรมและปฐมนิเทศ
08.30-09.30 ฝกการเจริญสติภาวนาตามแนวทางหลวงพอเทียน : แดเธอผูรูสึกตัว
09.30-11.00 วิถีแหงบัวบาน - วางใจรับมือกับมะเร็งระยะสุดทายสูการเปลี่ยนผานที่สําคัญที่สุดของคุณบัวพระวิทยากร:
พระวิทยากร:พระอธิการครรชิต อกิณจโน วัดปาสันติธรรม จ.ชัยภูมิ
11.00-12.00 ฝกเทคนิคโยคะอาสนะเพื่อสมดุลแหงชีวิต ตามแนวทางสถาบันไกวัลยธรรม ประเทศอินเดีย
12.00-13.00 อาหารกลางวัน
13.00-14.30 วิถีแหงสติรับมือกับการเจ็บปวย โดย อาจารยกําพล ทองบุญนุม ชมรมเพื่อนคุณธรรม
14.30-15.00 ฝกเทคนิคการหายใจปราณายามะแบบโยคะเพื่อการรูตื่น และปลอยวาง
15.00-17.00 กิจกรรม พลังกลุมเพื่อการเยียวยาความเจ็บปวย/วิทยากรเครือขายชีวิตสิกขา
17.00 สรุปและปดการฝกอบรม รวมทําบุญถวายปจจัยแดพระอาจารย และรับพรกอนกลับบาน
ขาวกิจกรรม จากเครือขาย
กลับมาอีกครั้งสําหรับ Anusara Workshop ดีๆสงทายป 2009
YogaAum รวมกับ Dharma yoga จัดเวิรคชอปดีๆ ขึ้นอีกครั้งสําหรับคนที่พลาดเมื่อคราวที่แลว และสําหรับใครที่ยังไมมีแปลน
หรือไมไดไปเที่ ยวไหนตอนชวงสิ้นป โดยครูโบเรมี สเรย (Boremy Srey) ผูเชี่ยวชาญดาน อนุสราโยคะ ที่จะเดินทางมาอีกครั้ง
เพื่อมาจัดโยคะAnusara Immersion 1, 2 และ เวิรคชอปสุดสัปดาห
Immersion 1: Getting Your Feet Wet (35 hours) 3 - 7 December, Thursday to Monday
8.00 - 11.30 am, 13.00 – 16.00 pm Fees: Baht 19,800
Immersion 2: Swimming Lessons (35 hours) 10 - 14 December, Thursday to Monday
8.00 - 11.30 am, 13.00 – 16.00 pm Fees: Baht 19,800
Weekend Workshop 19 - 20 December, Saturday and Sunday
8.00 - 12.30 am, Fees: Baht 4,800

รายชื่อผูบริจาคเงินสมทบทุนการดําเนินงานของสถาบันฯ
ตุลาคม 2552 คุณขนิษฐา ศิรพงษไพโรจน 1,025 บาท
พฤศจิกายน 2552 จากกลองรับบริจาค งานประชุ มเครือขายครูฯ 31 ต.ค. – 1 พ.ย. 2,990 บาท
ครูโยคะชาวญี่ปุน ที่มาอบรมกับครูฮิโรชิ ครูฮิเดโกะ 500 บาท
คณะครูโยคะ หลักสูตรระยะสั้นรุน 13 (พ.ย. 2552) 6,535 บาท
ครูชุติมา อรุณมาศ (ครูกลวย) 2,000 บาท

โสภา ธมโชติพงศ
เลาเรื่องเรียนจากอินเดีย
เพื่อนๆชาวโยคะสารัตถะที่รักทุกทาน
พวกเราที่มาเรียนรูจักโยคะไประยะหนึ่งก็ใฝฝนไปสัมผัสของจริงที่ประเทศอินเดีย ไปรูจัก ไปเรียนรูจาก กูรู โยคีตัว
จริง และเราก็เปนคนหนึ่งเพิ่งกลับมาจากอินเดียไดหนึ่งอาทิตย ไปเขาเรียน โปรแกรมอบรมครูแบบธรรมเนียมดั้งเดิม Tradition
Teacher training Program (TTP) ระดับ 1 ของสถาบันหิมาลายัน Himalayan Institute ที่เมือง Rishikesh (คนไทยออกเสียง
ฤษีเกศ) กอตั ้งโดยทานสวามีรามา Swami Rama ซึ่งขณะนี้ทานสวามีเวทะ พาราตี Swami Veda Bharati เปนผูอํานวยการ
อยู
สถานที่สวยงามเห็นเทือกเขาหิมาลัยมีนกธรรมชาติหลากชนิดฝูงนกแกวสงเสียงเจี๊ยวจาวบินรอนไปรอนมาจากตนไม
ตนนั้นไปตนนี้อยางราเริง มีดอกไมสีหวานๆ ดอกโตใหชื่นชม อากาศเริ่มหนาวกําลังดีสดชื่นมาก แมยามเชาค อนขางหนาวมาก
ไดเดินตากแดดอุนๆ และชมน้ําคางบนยอดหญาตองแสงแดดระยิบระยับเหมือนโรยกากเพชรทั่วสนามหญาทําใหมีชีวิตชีวา ที ่
งดงามที่สุดคือไดพบหมูมิตรที่มีจิตใจงามจากนานาประเทศมาอยูรวมกันเปนครอบครัวเดียวกันที่อาศรมแหงนี้ภายใตปกจีวร
ของทานสวามีเวทะ พาราตี
ระยะเวลาอบรม 2 สัปดาห 18 ต.ค.ถึง 1 พ.ย. 2552 มีผูเขาเรียนจากนานาชาติสวนมากเปนฝรั่ง เรียนกันอยาง
สนุกสนาน เราเองฟงทันบางไมทันบางตามความสามารถของคนไทยภาษาอังกฤษไมแข็งแรงมากแตใจสู เรียนกันวันละ 10
ชั่วโมง เริ่มแตเชา 5.30 น. สวดมนตบูชาครู บาอาจารย ประมาณ 20นาที ตอดวยรายการบริหารขอและตอม Joints and
Glands exercises บริหารตั้งแต หัว ใบหนา หู ตา จมูก คอ ไหล ลงไปจนถึงปลายนิ้วเทา เพื่อใหทุกขอ ตอมตางๆ กลามเนื้อ
ทุกมัด ไดบริหารไดเคลื่อนไหวคลอง เพื่อการไหลเวียน ของเลือด ลม และพลังปราน ตลอดทั่วรางกาย จึงตอดวยสุริยะนมัสการ
แบบเร็วๆ 3 รอบ พอรูสึกหัวใจสูบฉีดแรง ตอดวยหฐโยคะ จบดวยทาศพอยางสงบสุข
ที่นี่ใหความสําคัญการบริหารขอและตอมมากๆ มากกวาการฝกอาสนะตางๆ แตละวันฝกอาสนะไมกี่ทาเอง ที่ฝก
ประจํา มี จระเข ฝกการหายใจดวยกระบังลม ทางู ทาแมว ทาตั๊กแตน ทาธนูทีละขาง แตมีเทคนิคแตกตางจากที่พวกเราเรียน
0912 4
กับครูฮิโรชิ ก็คือที่นี่ใหกําหนดลมหายใจใหสัมพันธกับการเคลื่อนไหว และมีการกระตุนกลามเนื้อและอวัยวะบางสวนเพื่อชวย
พยุง และเพิ่มความแข็งแรงของกลามเนื้อตรงที่เกร็ง เชนเวลาทําทางู กอนที่จะยกลําตัวสวนบนขึ้นจากพื้นใหเกร็งกลามเนื้อหลัง
สวนลางและขาทั้งทอนเสียกอนแลวจึงหายใจเขาพรอมกับคอยๆ ยกลําตัวสวนอกขึ้นจากพื้นแลวนิ่งไวในตําแหนงตึงพอดี ทา
ตั๊กแตนก็เชนกันกอนที่จะยกขาขึ้นใหเกร็งสะโพกเกร็งขาทั้งทอนกอนแลวจึงคอยยกขาขึ้นพนจากพื้น ซึ่งครูปเตอร Peter และ
ครูอาชูโต Ashutos อธิบายวาเพื่อชวยพยุงกระดูกสันหลังไมใหบาดเจ็บและชวยใหกลามเนื้อหลังแข็งแรง โดยอธิบาย
ความหมายของหฐ เมื่อแยกคําออก ห หมายถึงพระอาทิตยรอนมีพลัง ฐ หมายถึงพระจันทรเย็นสบายผอนคลาย ดังนั้นการ
ฝกหฐโยคะ จึงมีทั้งการกระตุนและผอนคลายรางกายสลับกันไปทําใหรูสึกกระฉับกระเฉงและผอนคลาย
จากการสังเกตสรี ระของบรรดาครูที่นําฝกประจําเปนคนรูปรางแข็งแรงมีกลามเนื้อเปนมัดเหมือนกันไมผอมแหง และ
หนาตาสดใสสีหนาอมชมพู ทั้งๆ ที่กินมังสะวิรัตประจํา คงเปนเพราะไดจากกินนมวัวตามวิถีของชาวอินเดีย ตางจากคนที่กิน
มังสะวิรัตในบานเรามักจะเหลืองซีดเปนโรคเลือดจาง
หัวใจสําคัญไมใชอยูที่เทคนิคการฝกหฐโยคะ แตอยูที่การดําเนินชีวิตตามวิถีโยคะ มีการเจริญสติ ทําสมาธิ 2 นาที
สอดแทรกไปกับกิจกรรมตางๆ ตลอดทั้งวัน กอนเริ่มรายการและปดทายรายการดวยการทําสมาธิเสมอ เรียกวาทุกคนที่ใชชีวิต
อยูในอาศรมแหงนี้ไดปฏิบัติธรรมทั้งวันทําใหทุกคนมีบุคลิกสงบเย็น อารมณเบิกบานนารักมาก นี่แหละวิถีโยคะทําใหคนงดงาม
นารักแบบนี้เอง
การอบรม TTP เพียง 2 สัปดาหไมสามารถเปลี่ยนพฤติกรรมไดถาผูเรียนไมกลับไปปฏิบัติตอ ดังนั้นหลักสูตรจึง
กําหนดใหทําการบานเรียนรวมกับครูที่ปรึกษา (mentor) ซึ่งควรเปนครูโยคะในพื้นที่เดียวกับผูเรียน ตองทําบันทึกเฝาดูการ
เปลี่ยนแปลงของระบบตางๆ ของรางกาย การขับถาย การกินอาหาร จิต ใจ อารมณ อยางตอเนื่องหนึ่งป
ถาเพื่อนๆ สนใจเขาไปดู www.himalayanyogatradition.com

สดใส แปล และ เรียบเรียง
จริงๆ แลว นมไขมันเต็มสวนทําใหอวนนอยกวา
เราอาจจะเคยเขาใจผิดกันมา แตที่จริงแลว นมไขมันเต็มสวน (full-fat milk) นั้นจะดีสําหรับการควบคุมน้ําหนัก
มากกวานมไขมั นต่ํา (low-fat milk) ตามการเผยแพรผลงานวิจัยลาสุดในสัปดาหนี้
แงคิดที่เปนที่ถกเถียงกันนี้ ไดถูกนักวิจัยนําไปวิเคราะหขอมูลทางโภชนาและน้ําหนักในเด็ก อายุ 8 ป ที่มีสุขภาพดี
จํานวน 120 คน นักวิจัยจากซาลจเร็นสกา อะคาเดมิก แหงมหาวิทยาลัยโกเธนเบิรก ในสวีเดน ไดคนพบวา เด็กที่ดื่มนมไขมัน
เต็มสวนจะมีน้ําหนักเฉลี่ย นอยกวา 4 กก. ของเด็กที่ดื่มนมไขมันต่ําหรือเด็กที่ไมไดดื่มนมเลย โดยทั่วไปเด็กที่รับประทาน
อาหารไขมันสูงจะมีดัชนีมวลกายนอยกวาเด็กที่รับประทานอาหารไขมันต่ํา

คนสุขภาพแข็งแร็งกําลังถูกวินิจฉัยโรคผิดดวยโรคพารกินสัน
คิดอีกครั้งกอนไปพบแพทยถาคุณมีความเมื่อยลาที่มือ แพทยอาจวินิจฉัยโรคผิดและใหคนไขรับประทานยาที่แรงและ
มีอันตราย
นักวิจัยพบวา คนไขโรคพารกินสันจํานวนหลายพันคนถูกวินิจฉัยโรคผิด พวกเขาประมาณการวา มีผูสูงอายุที่ไดรับ
ผลกระทบจากการใหยาผิดพลาดนี้ มีจํานวน 6,300 คน เฉพาะในประเทศอังกฤษ และอาจมีจํานวนสูงถึง 50,000 คน ใน
ประเทศอเมริกา
นักวิจัยจากโรงพยาบาลเซาเทิรนเจนเนอรัล กรุงกลาสโกว สรุปไดวา 1ใน 20 ของผูสูงอายุที่มีอาการปวดเมื่อยที่มือ
หรือมือสั่น รวมทั้งผูสูงอายุที่สุขภาพดี จะถูกวินิจฉัยวาเปนโรคพารกินสันและถูกจายยาแบบเปนชุดที่มีราคาสูง และอันตราย
ดร. คีแรน บรีน ซึ่งเปนหนึ่งในบรรดาเจาของงานวิจัย กลาววา แพทยบางคนถือเอาอาการมือสั่นเปนตัวชี้วัดของโรค
พารกินสัน ทั้งๆ ที่เพียง 70% ของคนที่เปนโรคฯ เทานั้น ที่จะมีอาการมือสั่น
นักวิจัยพบวา โดยเฉลี่ยแลว คนที่ถูกวินิจฉัยผิดดวยโรคพารกินสัน จะถูกใหยารักษาพารกินสันเปนระยะเวลา 6 ป

0912 5


‘เดอะลาสตเลกเชอร : The last Lecture‘
แรนดี เพาซ ศาสตราจารยประจํามหาวิทยาลัยคารเนกีเมลอนและเจฟฟรีย ชาสโลว
ผูแปล วนิษา เรซ (หนูดี)
แนะนําโดย ศรีนวล อุณเวทยวานิช
วากันวาคนที่ใกลสิ้นลมมักจะมีคําพูดดีๆ ที่มาจากกนบึ้งของหัวใจ (ยกเวนคนที่ผิดมนุษยเอามากมากที่ไมสํานึกอยาง
ในหนังหรือละคนบางเรื่องเทานั้นแหละ คุณวาจริงไหม?)
หนังสือเลมนี้เปนหนังสือที่คนธรรมดาคนหนึ่งควรมีโอกาสไดอานโดยเฉพาะผูที่ตองการกําลังใจหรือพลังใจเพราะใน
แตละบทมีแงคิดมุมมองมากมาย ผูที่เขียนเปนศาสตราจารยที่ยังหนุมอายุเพียง 47 ป มีภรรยาที่สวย มีลูกที่นารัก 3 คน อายุ 6
ป 3 ป และ 18 เดือน แตปวยเปนโรคมะเร็งตับและจะมีชีวิตอยูไดอีกไมนาน ถาคุณเจอปญหาอยางนี้คุณจะทําอยางไร?
อานแลวเราจะเขาใจเลยวาผูเขียนเปนคนที่มีพลัง คิดแงบวก เปนครุผูใหจนถึงวินาทีสุดทายของชีวิตเลยก็วาได
สําหรับครูโยคะอานแลวเราสามารถนําบทความบางเรื่องมาใชสอนและถาคนธรรมดาอยางเราที่ยังไมบรรลุธรรมขั้นไหน (พวก
ยังมีกิเลสอยู) ก็สามารถนําขอคิดมาใชเติมสติในชีวิตประจําวันได สรุปในภาพรวมก็คืออยากใหทุกคนไดอาน ขอยกตัวอยาง
ประโยคเดดๆ ที่โนใจ (แคฉันคนเดียวหรือเปลาก็ไมรู)
เมื่อเราทําอะไรพลาดและไมมีใครเตือนเราเลย นั่นแปลวา เขาหมดความหวังในตัวเราแลว
(นี่เปนประโยคที่ใหกําลัวใจคนหลายคนที่กําลังโดนใครเอ็ด! แสดงวาเรายังเปนความหวังของคนที่ดุเราอยูนะ เรานาจะ
เข็นขึ้นอยูไงล ะ)
คนที่ติเตียนคุณนั้น แทจริงคือ คนที่บอกวา เขายังรักคุณนะ เขายังเปนหวงคุรอยู และเขาอยากชวยใหชีวิตคุณดีขึ้น
(ถาโดน...ดุ) ก็ใหคิดเสียวายังมีคนสนใจเราอยูแมจะเขาขางตัวเองไปบางในบางครั้ง)
ถาคุณมีความตองการสิ่งหนึ่งจริงๆ จงอยายอมแพ (และจงรับการชวยเหลือเมื่อจําเปน)
และที่สุดคือเขาไดเลกเชอรเปนครั้งสุดทายเพื่อผูอื ่นและลูกๆ ของเขา คนเราจะมีสักกี่คนที่มีสติมาคิดทําอะไรได
มากมายในเวลาที่เหลือเพียงไมกี่เดือน สําหรับโรครายมะเร็งตับ ฉันเห็นพอของนองที่ทํางานดวยกัน หลังจากทราบวาเปน
มะเร็งตับตองเสียชีวิตภายใน 1 สัปดาห (โดยไมไดสั่งเสียอะไรเลย) ทําใหคิดวาทุกๆ วันตองมีสติและทําความดีทั้งกาย วาจา ใจ
ไมใชแคนั้นนะ พระพุทธเจาสอนใหเรามีสติทุกวินาทีเลยเชียว แตมันก็ยากสําหรับคนธรรมดาที่มีกิเลสหนาอยางเรานะแตถา
เมื่อไหรคิดไดกขอใหมีสติอยูกับปจจุบันใหได
ลองหาอานดูคุณจะรูวา “คําพูดของคนที่ใกลสิ้นลมมีความหมายไมธรรมดา”

สดใส
ค ว า ม สุ ข ซ อ น ไ ว ที่ ไ ห น
มารนอย 3 ตน แอบมาขโมยความสุขของมนุษย เอาไปแลวก็ปรึกษากันวาจะเอาไปซอนที่ไหนดี
ตนแรกเสนอวา ควรเอาไปซอนที่ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก
มารนอยตนที่ 2 วาเพื่อนเอย บนภูเขาอากาศดี มนุษยนั้นไมกลัวความสูง ชอบไปเที่ยวภูเขา อาจจะหาพบ แตมนุษย
กลัวหายใจไมออก สังเกตไดวา ดําน้ําไดนิดเดียวก็ทะลึ่งพรวดขึ้นมาแลว เพราะกลัวหายใจไมออก เอาไปซอนไวใตบาดาลดีกวา
มารนอยตนที่ 3 แยงวา อยาเลยเพื่อนเอย มนุษยเกงสรางเครื่องมือหาของในทะเล เดี๋ยวก็หาเจอ แตสังเกตไดวา
นัยนตามนุษยมองไปขางนอก หูก็ชอบฟงเสียงขางนอก ชอบไปเที่ยวขางนอก เราควรแอบเอาไปซอนไวในใจดีกวา มนุษยหา
ไมเจอแนๆ
มารนอยทั้ง 3 ตน เห็นดวย และเอาความสุขของมนุษยมาซอนไวที่ใจ
ตั้งแตนั้นมา มนุษยผูโงเขลาผูออกไปหาความสุขที่อื่น ไมวาจะเปนที่ภูเขา ชายทะเล ที่ไหนๆ ก็หาความสุขไมพบ คน
ที่มีทุกข ไปเที่ยวคลับ กินเหลา พอเมา ความทุกขจางลง แตเมื่อตื่นเชา หายเมา ทุกขนั้นก็ยังคงมีอยูเหมือนเดิม
โดยหารูไมวาความสุขที่ติดตามเฝาหา อยูที่ใจตนนั่นเอง ใยตองออกไปหาความสุขที่อื่น
0912 6
โลกอาสนะ ๓๖๐ องศา..ประสบการณเรียนรูแบบ East Meets West
โดย ธํารงดุล
บทที่ ๑ (ละมายวาจะเปน)ปฐมบทของชั้นเรียนวินยาสะอาสนะ
หากเราลองพิจารณาทวงทา และตําแหนงแหงที่ของรางกายทั้ง ๓ รูปนี้



มองเผินๆ ดูเหมือนเปนการขยับหมุนภาพทีละ ๙๐ องศา แตถามองใหลึกลงไปถึงการทํางาน ทิศทางการเคลื่อนไหว
ของรางกายแตละทวงทา ยอมสะทอนถึงการทํางานของกลามเนื้อและอวัยวะตางๆ รวมถึงผลที่เกิดขึ้นกับรางกายซึ่งแตกตาง
กันอยางสิ้นเชิง
นั่นคือสิ่งที่ผมและเพื่อนอีก ๖ คน ใชเวลารวมกันเกือบ ๒ เดือนที่ผานมาหกคะเมนตีลังกา ตะแคงดูโลกของอาสนะใน
มุมมองที่ต างออกไปจากที่เคยเห็นและสัมผัส โดยมีพี่เละ ธีรเดช อุทัยวิทยารัตน เปนมัคคุเทศกนําทาง
พี่เละ (แรกๆที่ยังไมไดรูจัก ผมก็ไมคอยกลาเรียกพี่เคาอยางนี้ เพราะมันฟงดูเละๆ ชอบกล) ออกตัวตั้งแตเริ่มทักทาย
กันวา “เรียกพี่ไดไหม” (อันนี้ผมแซว ขําๆ) จริ งๆก็คือวา พี่เละสะดวกใจที่จะใหใครเรียกวา พี่ หรือหมอในฐานะผูเยียวยาทาง
อายุรเวท มากกวาที่จะใหเรียกวา “ครู” เพราะความหมายของคําวา ครู หรือ คุรุ ที่พี่เละไดสัมผัสมาตอนที่เรียนอยูที่อินเดียนั้นมี
ความหมายที่ลึกซึ้งกวามาก ซึ่งพี่เละกลาวอยางถอมตนวา “ผมคงเปนไดแคทูตของครู นําสิ่งที่ไดเรียนรูจากครูมาเลา และแลก
กัน”
รูปแบบของการเรียนรูของเราไมเนนทําทา เพราะบางทีสุดยอดของอาสนะอาจเปนที่ไรกระบวนทา(ซึ่งเปนคนละ
ความหมายกับไมเป นทา..ฮา) แตเนนที่จะเลาถึงการเรียนรู และแลก (แตอาจจะไมเปลี่ยน)ความรูสึกของพวกเราหลังจากไดฝก
กันมากกวา ตลอดระยะเวลา ๘ ครั้งที่ไดเรียนรู (แตก็ดูจะกลายเปนธรรมเนียมไปแลววาประเด็นที่มาเลาและแลกมักไมพอจน
ตองมีภาคตอ ประมาณวาหนังมหากาพย)
พี่เละบอกวา “เครื่องมือที่สําคัญในการฝกอาสนะก็คือ การสังเกต และวิเคราะห” ลองกลับขึ้นไปมองทั้ง ๓ ภาพ ซึ่ง
ล วนเปนการกมตัวไปขางหนา พี่เละชวน”สังเกต” (ซึ่งหลายคนรวมทั้งผมคงไมเคยเห็นมากอน)วา ถาเราเรียกอาสนะตาม
ทิศทางของการเหยียดยืด ตามตําราตะวันตก เราคุนชินกับคําวา forward bending แตโยคะนั้นมีหนอกําเนิดจากอินเดียซึ่งใช
ภาษาสันสกฤตเปนฐาน ทวงทาเชนนี้ มาจากคํ าวา ปศจิม(ดานหลัง) + ตานะ (เหยียดยืด) แปลตามรากศัพทจึงหมายถึงการ
เหยียดยืดรางกายดานหลัง จะเห็นวาในมุมมองแบบตะวันออก ใหความสําคัญของผลที่เกิดกับรางกายมากกวาทิศทางที่รางกาย
มุงไปสู (โดยมีหมายเหตุเล็กๆที่นาสนใจวา ปศจิม นั้นหมายถึงทิศตะวันตก ดวยวัฒนธรรมอินเดีย จะหันหนาไปทางทิศ
ตะวันออก ทิศตะวันตกจึงหมายถึงดานหลัง)

การจับตะวันตกชนตะวันออก (ไมใชแพะชนแกะ)ทําใหผมเริ่มรูสึกถึงความสวางวาบที่เริ่มผุดพรางขึ้นมาในสมองอันนอย
นิดของผม เหมือนเรากําลังพลิกหมุนโลกของอาสนะที่เราเคย(คิดวาพอ)รู สูดานใหมที่มีเลื่อมพรายหลายหลากมิติ
พี่เละชวน”วิเคราะห”ตอไปวา ท วงทาทั้ง ๓ แมจะมีลักษณะรวมกัน (ในภาษาสันสกฤตใชคําวา สามานยะ) คือมีทิศทางการ
เคลื่อนไหวของรางกายโดยการกมตัวไปทางดานหนาเหมื อนกันจากทายืน นั่ง และนอน(หมายถึงดึงเขาเขาหาลําตัว) แต
อิริยาบถและผลที่เกิดกับรางกายกลับแตกตางกัน(หรือ วิเศษะ) เชนนี้แล..ในความเหมือนยอมมีความตาง แตละคนลวนมี
สภาพรางกาย ความแข็งแรง ความยืดหยุนที่ตางกัน อาสนะเดียวกัน เมื่อใหแตละคนทําจึงอาจจะตองมีการจัดปรับใหเหมาะสม
นั่นคือเราใสความเปนวิเศษะ (หรือเฉพาะเจาะจง)ลงไป และนี่เองที่เปนที่มาของคํ าวา วินยาสะอาสนะ หรือ วินยาสกรรม ซึ่ง
หากหยั่งใหลึกลงไปถึงรากศัพทแลวจะทําใหเราเขาใจรูปแบบการเรียนรูนี้มากขึ้น
• วิ มาจาก วิเศษะ หรือวศิษฐ ซึ่งหมายถึง เฉพาะ แตกตาง หลากหลาย
• นยาสะ มาจาก วางลง putting down หรือ นําไปใช applying
• กรม (อานวากระมะเปนคําสันสกฤต,ไมใชกรรมที่เปนภาษาบาลี ซึ่งแปลวาการกระทําแบบที่เราคุนชิน) แปลวา การ
กระทําที่สืบเนื่องไป (growing หรือ proceeding)
0912 7
รวมความแลว วินยาสะ จึงหมายความวา การนําสิ่งตางๆมาเรียงรอยจัดวางรวมกันในลักษณะเฉพาะและมีลําดับขั้น ซึ่งใน
มุมมองของการฝกอาสนะจึงหมายถึง การเรียงรอยทวงทา ออกแบบชุดการฝก รวมถึงการดัดแปลงทวงทาใหเหมาะกับเหตุ
ปจจัยที่รายลอม(ซึ่งจะกลาวในรายละเอียดตอไป) แตวินยาสะ ยังกินความในบริบทของวิถีชีวิต การเรียงรอยกิจกรรมตางๆที่เรา
ทําในชีวิตประจําวันดวย
นั่นคือพวกเราจะไดเรียนรู ที่จะออกแบบอาสนะโดยจัดปรับชุดฝกใหเหมาะสมกับแตละคน เหมือนกับเวลาเราเลือกซื้อ
เสื้อผาแมเราจะรูขนาดมาตรฐานที่เหมาะกับเรา แตใชวาเสื้อขนาดเดียวกันนั้นจะใสไดพอดีเสมอไป บางครั้งเราก็ตองการชางตัด
เสื้อ การฝกอาสนะก็เชนกัน
พวกเราเริ่มเห็นเคารางของมุมมองตออาสนะที่ลุมลึก รวมถึงบริบทที่เกี่ยวของ คําอธิบายอาสนะที่มีการเชื่อมโยงแนวคิด
แบบตะวันตกพบตะวันออก ทั้งในแงของสรีรวิทยากายวิภาคและแงมุมในทางอายุรเวทในฐานะที่พี่เละเปนผูเยียวยา รวมถึงการ
ตีความเขาไปถึงแกนแกนคัมภีรโยคะโบราณ จากอาหารเรียกน้ํายอยที่พี่เละเริ่มเสิรฟในคลาสนี้ ซึ่งทําใหผม(และเชื่อวาเพื่อน
รวมชั้นทุกคน) อึ้ง ทึ่ง และเสียววา น้ํายอยนั้นไมไดถูกเรียกจากสิ่งที่เรากําลังเลาและแลก แตมันกําลังหลั่งจากกระเพาะของเรา
จริงๆ เพราะจวนจะบายสองแลว จากเดิมที่กําหนดกันวาจะเริ่มสิบโมงเลิกเที่ยง
วันแรกของการเรียนรูจึงเปนการเลาและแลกอยู ๔ ชั่วโมง ซี่งถามีการจัดเรตคลาสนี้เหมือนรายการโทรทัศน คลาสเราคง
ไดเรต “ย” หมายถึง ยาวมาก ผูเปนโรคกระเพาะ หรือน้ําตาลในเลือดต่ํา ควรไดรับการแนะนํา

คอรสวินยาสะของพี่เละ
สวัสดีคะ พี่เละ
วันนี้ไดอานทบทวนการแลกเปลี่ยนที่จดในคอรสวินยาสะที่เรียนกับพี่ โอโห! เนื้อหาอัดแนนไปดวยความรู ลองนึกๆ
ยอนกลับไปตั้งแตเดือน ก.ย.แลว เปนคอรสที่สนุกมากเลยคะ ตองขอขอบคุณพี่มากๆ ที่เปดโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรูกับพวก
เรา สําหรับแบบสอบถามที่สงมากอนเรียนนั้น บีคิดวาสิ่งที่ตัวเองไดรับจากการเรียนคอรสนี้ตอบโจทยที่ตองการไดทุกขอเลย
รูสึกดีใจที่ตัดสินใจมาเรียน ไมนาเชื่อตัวเองวาที่ผานมาตองลางานหลายที่เพราะวันจันทรทํางานที่เสาชิงชา วันพฤหัสทํางาน
แถวพุทธมณฑลสาย 4 โชคดีที่ทํางานทั้ง 2 แหงนี้ เปดโอกาสใหลางานได (และแอบบอกวา เรียนเสร็จอยาลืมมาสอนนะ)
ขอสารภาพวาแวบแรกที่ตัดสินใจตอนนองกลอยโทรมา “ที่ลงชื่อเรียนไวจะเริ่มแลวนะคะ” แอบคิดในใจวา (ขอใชคําไม
สุภาพนะคะ) “เอา (วะ) ทาทางคอรสนี้จะเปนของหายาก เรียนกับ อ.ธีรเดช ทาทางคิวจะยาว ถาไมเรียนคราวนี้ก็ไมรูเมื่อไหรจะ
ไดเรียนกับอาจารยอีก เรียนก็เรียน (วะ)” ไมน าเชื่อเลยวาชีวิตจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหลายๆ อยาง ใน 2 เดือนนี้สิ่งที่ไดรับจาก
การเรียน มีทั้งความรูเรื่องอาสนะและโยคะ ที่ถายทอดจากประสบการณและความรูของพี่เละ (ขออนุญาตเลา-เยอะหนอยนะคะ)

อันดับแรก ตั้งแตมาเรียนบีตื่นเชาขึ้นและสามารถฝกอาสนะทุกวัน รูสึกไดจริงๆ นะคะดังในหนังสือที่เขียนวา “อาสนะชวยให
เราบมเพาะความอดทนในรางกายและจิตใจ เพื่อใหเราสามารถแบกรับความเครียดและความกดดันไดงายขึ้น”
บีขอเปลี่ยนชื่อเปนกี้ (ไอเยนกี้) แลวกันนะ รูสึกนะคะวาประสิทธิภาพในการทํางานดีขึ้น มีความสุขกับชีวิตและการ
ทํางานมากขึ้น (แมวาจะยังขี้เกียจอยู) รูสึกเลยวาอยากฝกอาสนะ เพราะถาไดฝกแลวชวงที่เหลือของวันจะดีไปตลอด ดาน
วิปสสนารูสึกวา สติเกิดบอยขึ้นแมจะยังเผลออยู แเตก็ไมนาน แตกอนก็ทําๆ หยุดๆ ยังไมคอยเขาใจธรรมะ เพราะไมเคยมีคํา
วาธรรมดาสักที จนมาเรียนกับสถาบันฯ ครั้งแรก เสียงพี่หมูกับครูดลยังกองอยูในหัวบอยๆ “รูจักรางกายของเราอยางลึกซึ้ง”
ไดมาเรียนกับพี่เละแลวอานหนังสื อประทีปแหงชีวิต ก็รูสึกวาชอบรูกายจากการดูกายานุปสสนามากขึ้น ไดแรงบันดาลใจจากพี่
แตนที่ฝกอาสนะกลางแจงตอนเชา จากที่เคยฝกแตในหองนอนแคเปดประตูออกมาตรงระเบียงแลวไหวพระอาทิตยรับแสงตะวัน
แลวฝกอาสนะตอ เวลานอนพักแลวแหงนหนามองฟาที่ฟา....ฟา (ขอใชสํานวนพี่แตนคะ) รูสึกเลยวา ทุกๆ วันเนี่ยคือวันหยุด
holiday เลยคะ

อันดับที่สองนะคะ ตอนที่เรียนครั้ง-สองครั้งแรกที่พี่พูดถึงทาปศจิโมตตานาสนะซึ่งพี่บอกวาชวยทําใหไฟธาตุสมดุลและลดหนา
ทอง กลับบานไปบีเนนฝกทานี้ที่สุดเลย ซึ่งเมื่อเวลาผานไปเกือบๆ 2 เดือน รูสึกวาความอยากในการทานอาหารลดลง จากที่
ปกติเปนคนกินขาวเยอะ ลดเหลือแค 1/2 หรือ1/3 ของปริมาณที่กินในทุกมื้อ แมจะหิวบอยเหมือนเดิมแตก็กินนอยแลวอิ่มโดย
ไม ตองใชความพยายาม จนรูสึกแปลกใจตัวเองเหมือนกัน (แตก็แอบคิดวาสงสัยไฟธาตุของเราจะเริ่มสมดุลแลวเลยทําใหกิน
0912 8
0912 9
นอยลง) น้ําหนักลดลงนิดหนอย เสื้อผาหลวมขึ้น (กําลังจะผอมแนๆ เลย) ขาที่สั่นๆ ชวงที่ฝกก็สั่นนอยลงจนเหลือแคความรูสึก
วามีกลามเนื้อขาบางมัดสั่นๆ แตพอมองแลวไมเห็นสั่นเหมือนแตกอน แครูสึกไดเทา นั้นเอง

และลําดับสุดทาย สิ่งที่สําคัญไดทบทวนถามตัวเองถึงคําวา “ชีวิตที่ลงตัว” การไดรูจักตัวเองในอีกมุมหนึ่งซึ่งเปนมุมที่เราเคย
มองขามไป ไดเห็นหลุมและชองโหวในใจของตัวเอง จวบจนไดมาอานหนังสือที่พิเศษสุดๆ อยางประทีปแหงชีวิต (สาธุผูแปลอีก
ครั้งนะคะ)
นอกจากสิ่งเหลานี้บีตั้งขอสังเกตวา พี่เละไดหวานเมล็ดพันธุแหงสติลงไปในใจของทุกคน บางคําพูดเชน เคาไมสนใจ
วิชาการก็ไมได แปลวาเคาดอยกวา, การที่มาฝกเพราะตองการลดความอวน เราก็ไมควรดูแคลนเคา ฯลฯ หลายถอยคําที่พี่เละ
พูด เหมือนกระจกสะทอนใหหยุดคิด และทบทวนตนเอง
สวนไฟลไดอารี่ diary ของพี่เละนั้นบีอานจบนานแลว เพิ่งมาจัดและจัดเก็บเนื้อหาแยกเปนหมวดๆ เชน ประเภทของ
การฝก สาเหตุของการเกิดโรคฯลฯ แตมีอยูบทนึงที่สะดุดใจมากและวาจะขอบคุณพี่นานแลวคะ คื อที่พี่เขียนวา
“ สมัยที่ไปอยูกับครูใหมๆ นั้น ตัวเองไมมีความรูอะไร พกพาแตหัวใจที่มุงมั่น ๑ ดวงเต็มๆ กับความรักชอบในการ
ทําอาหารที่ไดจากแมซึ่งเคยทําอาชีพขายอาหาร ทําใหเรารักชอบในเรื่องการปรุงยาไปดวย หลายครั้งหลายคราวตอน
ที่อยูอินเดีย พี่มักนึกภูมิใจที่เปนลูกของแม แมวาสมัยเด็กๆ เราจะเคยเคียดขึ้นในยามที่แมทั้งขอรองทั้งเคี่ยวเข็ญและ
ลงไมลงมือบางเพื่อที่จะใหเราชวยแมลางจาน สงอาหาร ฯลฯ มานึกๆ ดูแลว หากไมมีประสบการณเหลานี้ในวัยเด็ก
เราอาจเปนคนหนักไมเอาเบาไมสู ซึ่งก็คงทําใหเราไมสามารถเรียนรูไดอยางที่เห็นและเปนอยู นึกถึงแมเชนนี้คราวใด
มักเต็มตื้นในหัวใจทุกทีเลย”
อานแลวนึกถึงตัวเองตอนเด็กๆ แมบีก็ทําอาหารและขนมขายเหมือนกัน นึกถึงภาพตัวเองพยายามรองดังๆ แกม
รองไหตอนกวนแยมสัปปะรดเพื่อใหแมไดยินวา มันกระเด็นๆ เจ็บๆ รอนๆ เผื่อแมจะไดใหเลิกทํา แตก็ไมเกิดผล (เพราะแมทํา
อยางอื่นอยู) ก็ตองกวนไปจนเสร็จ ซึ่งเหตุการณเหลานี้บีลืมไปแลว พอมาอานที่พี่เขียนวา พี่มักนึกภูมิใจที่เปนลูกของแม
แมวาสมัยเด็กๆ เราจะเคยเคียดขึ้งในยามที่แมทั้งขอรองทั้งเคี่ยวเข็ญและลงไมลงมือบางเพื่อที่จะใหเราชวย ทําเอาบี
อึ้ง...ง + น้ําตาซึมไปเลย จริงๆ แลวถาไมไดแมและหากไมมีประสบการณเหลานี้ในวัยเด็ก บีก็อาจเปนคนหนักไมเอาเบาไมสู
คงไมมีความอดทนในหลายๆ อยางวันนี้คะ ที่มีวันนี้ไดก็เพราะแมทั้งนั้น ขอบคุณมากคะที่ขอความดีๆในไดอารี่ของพี่เละทําให
รูสึกตัว ก็รูนะคะวาตัวเองเปนคนตั้งใจทํางาน อดทนตอความเจ็บใจ ไมหวั่นไหวตอความยากลําบาก (ลูกพอคะ- คําขวัญตํารวจ)
แต เกือบเปนลูกอกตัญ:ูตอแมซะแลว ลืมนึกไปวาสิ่งเหลานี้ แมนั่นเองที่ปลูกฝงใหมา พอนึกขึ้นมาอยางนี้แลวมันรูสึกเต็มตื้นใน
หัวใจขึ้นมาทันที (ขออนุญาตยืมคําพูดพี่คะ)

แอบขอใหมีคอรสวินยาสะตอไปเรื่อยๆ นะคะ (รุนพวกบีขอตอเปน 2.5 อีกไดมั๊ยคะ) นอกจากความเขาใจอาสนะแลว ลูก
ศิษยของพี่เละก็เกิดการผลิบานทางความคิดและเริ่มเขาใจหนทางที่จะดูแลรางกายเพื่อเปนพาหนะสําหรับเดินทางสูความพน
ทุกขขึ้นมาบาง แมวาจะยังเปนแคภาพรางๆ อยูก็ตาม ขอใหบุญกุศลที่พี่ทําเปนปจจัยในการเดินทางสูจุดหมายของพี่เชนกันคะ
ขอบคุณอีกครั้งคะ
บี รุน 2/09
ปล. ถาพี่เละเห็นวาจดหมายนี้เปนประโยชนตอผูอื่น ก็สงเวียนตอไดเลยคะ ตามแตที่พี่เละเห็นสมควรคะ

ของฝากจากการไปชอปปงโยคะ
สวัสดีครับเพื่อนครูทุกทาน
เสารอาทิตยที่ผานมา (๑๔-๑๕ พฤศจิกายน) หลายคนในแวดวงโยคะคงไดมีโอกาสไปรวมงานมหกรรมชอปป งโยคะ
แหงป Thailand Yoga Festival 2009 ซึ่งมีคลาสใหเลือกเรียนมากถึง ๑๘ คลาส ซึ่งนักชอปโยคะอยางผมมีหรือจะยอมพลาด
งานนี้จัดขึ้นมาเปนปที่ ๓ โดยนิตยสารโยคะเจอรนอลไทยแลนด ซึ่งผมไดไปรวมงานมา ๒ ครั้งนับตั้งแตปที่แลว
จําไดวา ปที่แลว ผมตื่นเตนสนุกสนานกับการทดลองเรียนอาสนะหลากหลายรูปแบบจากครูโยคะที่มีชื่อเสียงมากมาย
จากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งมีคลาสใหเลือกเรียน ๑๖ คลาส เรียนไดวันละ ๔ คลาส รวม ๒ วัน ๘ คลาส ผมเขาเรียนดวยใจอยากรู
อยากลองไปซะหมด ทุมเททําทุกทวงทาอยางหมดใจ (แบบไรสติ) กลับบ านจึงออกอาการเดี้ยง ปวดราวระบมไปทั้งตัวตั้งแตวัน
0912 10
แรก ทั้งๆ ที่ปที่แลวรางกายของผมฟตกวาปนี้มาก อยางนอยก็ออกกําลังกายสม่ําเสมอตางกับปนี้ที่มีภารกิจรัดตัวกอนหนาจน
แทบไมไดออกกําลังกายเลย แตครั้งนี้กลับไมเปนอยางนั้น!
เมื่อลองกลับมาสวาธยายะหาเหตุผลถึงความแตกตางที่เกิดขึ้น ผมพบวา ครั้งนี้ผมทําอาสนะดวยความรูทั้งที่มีตอโยคะ
อาสนะ และรูจักตัวเองมากขึ้นจากประสบการณเรียนรูความเขาใจโยคะที่ผมคลุกอยูตลอดปนี้
งาน Yoga conference ปที่แลว ในคลาสวินยาสะอาสนะ กับครูแมททิว สวีนีย หลังเรียนจบผมรูสึกประทับใจเพราะ
การลําดับทานําพาใหเราทําบางทาที่ไมเคยทําไดเหมือนกับความหมายหนึ่งของโยคะคือการบรรลุถึงสิ่งที่ไมสามารถบรรลุมา
กอน ในวันนี้เมื่อผมลองสวาธยายะโดยใชสิ่งที่ไดเรียนรูเพิ่มเติมมาจึงพอเขาใจวาคงเปนเพราะการออกแบบชุดฝกที่มีการเรียง
รอยทวงทาทั้งทาเตรียม ทาหลัก และทาแกเนื่องตอกันอยางลงตัว
ผมรูสึกวาผมโชคดีมาก เพราะงานปที่แลวทําใหผมไดพบกับคอรสอบรมครูโยคะระยะสั้นของสถาบันโยคะวิชาการ
และไดเขารวมอบรมเมื่อเดือนมีนาคม ณ ที่นี้เองที่ทําใหผมไดรูจักความหมายที่แทจริงของโยคะ ที่ไมไดมีเพียงแตการทําทาให
ได จนตอมาไดเขามามีสวนรวมในการชวยงานดานวิชาการเล็กๆ นอยๆ ใหกับสถาบันฯ ประกอบกับการกลับไปเรียนอาสนะ
กับครูหนู (ชมชื่ น) อีกครั้งหลังจากทิ้งรางไปหลายป และสิ่งที่ไดเรี ยนรูจากพี่เละ (ธีรเดช) ชวยพอกพูนความรูความเขาใจในการ
ทําอาสนะและรูจักถึงศักยภาพของรางกายเราจนพอที่จะจัดปรับทวงทาใหสอดคลองขอจํากัดอันมากมายของตนเองไดบาง
ครั้งนี้รางกายผมจึงไมเดี้ยงเหมือนปที่แลว ทั้งๆ ที่ทําอาสนะ ๒ วัน วันละ ๖ ชั่วโมง กับรางกายที่ถดถอยลง เพราะทุก
ขณะที่เรียนรูอาสนะแบบสามานยะ (รวมๆ) ที่ครูแตละทานนําฝก ผมเลือกจัดปรับบางทวงทาด วยการฟงเสียงเพรียกจากตัวเอง
ชั่วขณะหนึ่งผมรูสึกถึงความนิ่งที่อยูภายใน ทามกลางกายที่ยังไหวเคลื่อนไปตามทวงทาพรอมกับผูคนที่รายรอบ หากมองดวย
มุมแบบโกวเลง คงคลายกับวา อาสนะอยูที่ใจ จนถึงขีดขั้น ไรอาสนะ..ไรกระบวนทา (ตอไปก็ไมตองทําทา..ฮา)
งานในปนี้ผมไดรูจักกับโยคะที่ถูกนิยามใหแตกตางกันออกไปจนบางครั้งไมอาจเรียกสิ่งที่กําลังเรียนรูวาโยคะได คลาส
หนึ่งเป นมาสเตอรที่เคาโปรโมตวา สุดฮิป (แตผมวานาจะยอมาจาก สุดจะฮิปฮอป) เพราะทาขั้นเทพที่นํามาแสดง(เพราะแกทํา
ไดคนเดียว ผูเรียนไดแตยืนมองตาคาง) ประกอบเพลงฮิปฮอปสุดเรารอนนั้น ไมเขาในหลักการของอาสนะตามตําราใดๆ เลยสัก
ขอ แตผมไมได เกิดความรูสึกตอตานหรือดูแคลนวาสิ่งเหลานั้นไมใชโยคะ ผมเพียงแตรับรูและเลือกนอมนําบางอยางที่เห็นวามี
ประโยชนมาปรั บใช ผมเห็นแลววาการทําอาสนะไมไดอยูที่การทําทาใหไดมากๆ ทําทาที่ยากใหได หรือจัดระเบียบรางกาย
(alignment) ใหสวยงามทั้งที่รางกายไมพรอม แตอยูที่วา เรา”รู” วาเรากําลังทําอะไร
สองสัปดาหกอนหนา ผมไดมีสวนรวมในงานประชุมโยคะวิชาการเล็กๆ กับชนกลุมนอยผูรักที่จะเรียนรูและเขาใจ
ศาสตรโยคะแบบออริจินัล จนอาจจะเรียกไดวาเปนโยคะนอกกระแส (ที่คนนิยม) สิ่งหนึ่งที่ผมไดเรียนรูคือวัตรของครูโยคะใน
ดวงใจของผม ทั้ง ๓ ทาน คือ ครูหนู พี่เละ และครูกวี เพราะแมวาแตละทานจะมีวิถีการดํารงชีวิตที่แตกตางกัน แตทุกทานทํา
อาสนะจนเปนสวนหนึ่งของชีวิตประจําวัน เหมือนที่ครูหนูบอกวา “เรายังกินขาววันละ ๓ มื้อไดทุกวัน ทําไมเราจะทําอาสนะทุก
วันไมได” และนี่เองที่คอยย้ําเตือนใจใหผมมีหมุ ดหมายที ่จะทําอาสนะใหไดอยางสม่ําเสมอ
ผมลองตั้งขอสังเกต (นิสัยนี้คงเริ่มติดมาจากพี่เละ) วาการที่ชื่องาน เปลี่ยนจาก Yoga Conference มาเปน Festival
ในปนี้ คงเปนนัยถึงเชิงหลากหลายมากขึ้น ยิ่งเห็นครูโยคะบางทานมีบูธเพื่อจําหนายผลิตภัณฑของตัวเอง ทําใหภาพมหกรรม
ชอปปงโยคะครั้งนี้ชัดเจนกวาทุกป
ผมไมไดจะเปรี ยบเทียบวางานไหนดีกวากัน แตขึ้นอยูกับ จริต การเปดใจยอมรับ และพื้นฐานการรับรูของแตละคน
มากกวา และผมก็ไมไดรูสึกตอตานใดๆ ผมยังคงสนุกกับการชอปปงเสื้อยืดสกรีนโยคะเกๆ เดินดูนวัตกรรมแปลกๆ ใหมๆ
ทามกลางกระแสบริโภคโยคะนิยม แตปนี้ผมพอที่จะมองทะลุแพคเกจจิ้งที่หอหุมอยูภายนอกทะลุเขาไปถึงแกนแกนบางสิ่งที่อยู
ในเนื้อ ทําใหการชอปปงโยคะครั้งนี้ มีความสนุกปนสติอยางลงตัว (อยางนอยก็ในความรูสึกของผมเอง)
ผมเกิดความคิดวา บางครั้งแมเราไมไดคิ ดจะสวนกระแส แค ”เลือก” หยัดยืนอยูนิ่งๆ ทามกลางกระแสที่เชี่ยวกรากให
ไดอยางมั่นคง ก็นับวายากแลว
ดังประโยคที่วา “ทุกอยางขึ้นอยูกับเรา (The choice is yours.)” ของ Dr.M.M.Gharote ที่กลาวในงานประชุมเครือขาย
ครูโยคะวิชาการ เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผานมา
ศิษยดุล

You're Reading a Free Preview

Download
scribd
/*********** DO NOT ALTER ANYTHING BELOW THIS LINE ! ************/ var s_code=s.t();if(s_code)document.write(s_code)//-->