You are on page 1of 18

Chapter 4

Results

1) To develop reading instruction by way of text
structure instruction that enhances students’ ability to
read to learn from text.
2) To study the effectiveness of text structure instruction
on students’ reading expository text.
3) To study the attitudes of students toward the
instruction.
4) To study the effect size of the subjects’ improvement
in reading.

Effects of Text Structure Instruction on Students’
Reading Ability
To find out how the instruction affected students’
reading, the raw scores of both the multiple-choice
questions and summary writing (Appendix A) were
analyzed statistically to find means, standard deviations,
and t-test.

930 10.980 Supporting idea/detail 2.10 0.58 2.016 (จำำแนก) *Pattern 0. summary 2) (ข้อมูลจาก file SPSS ชื่อ reading score pre-post) On Comprehension Ability Variable Pre.187 7.74 2.90 0.94 1.263 2. main idea.046 1.627 5.19 1. ค่าเฉลี่ยผลการสอบข้อสอบแบบตัวเลือกจำาแนกตาม รายด้าน (pattern.838 (จำำแนก) Summary 1 (Collection) 3.562 2. topic.87 0.539 *Main idea 1.87 2.998 . supporting idea/detail) และข้อสอบแบบเขียนสรุปย่อ (summary writing) จำาแนกเป็ นสองชนิ ด (summary 1.153 Summary Writing (โดย รวม) 6.87 0.746 Topic 0.39 1.670 0. 1. Post- Me SD Me SD an an Multiple-choice questions (โดยรวม) 5.06 0.94 1.23 1.81 0.

624 5.32 1.351 2. Post- Used/didn’t Retrieve Used/didn’t Retriev d most ed use use structure importa most Structure structure nt importa of original Used Did not informa Used Did not nt the use the tion the use the inform passage structu structur (Score structu structure ation re e is ≥ 6) re (n=31) (Score (n=31 (n=31) (n=31) (n=31) is ≥ 6) ) (n=31) Collection 7 24 4 22 9 10 . จำานวนและร้อยละของกลุ่มตัวอย่างที่ใช้และไม่ใช้ โครงสร้างงานเขียนตรงตามต้นฉบับและได้คะแนน มากกว่า 6 ในการสอบเขียนสรุปย่อ (Number of Students Who Have or Have not Used the Structure as in the Original Passage and Who Have Retrieved Most Important Information) Pre. Summary 2 (Cause-effect) 3.35 1.

13 2.273 6 27 Post-test 18. 14 17 4 14 17 12 effect 45. ค่าเฉลี่ยคะแนนข้อสอบวัดการอ่านจำาแนกโดยรวม Descriptive Statistic Analysis of the Reading Test Subject Mea SD Min Max (n=31) n Pre-test 12.9( 45.0( 29.861 11 25 On Strategies Use 4. 22.4( 12.9( 12.45 4.7( %) %) %) %) ) %) 3.6( 77. ค่าเฉลี่ยการใช้กลยุทธ์การอ่านก่อนและหลัง Self-Evaluation on Strategies Use before and after the Text Structure Instruction ไม่ทำาเลย (1) ทำาน้ อยมาก (2) ทำาบางครัง้ (3) ทำา บ่อยมาก (4) ทำาทุกครัง้ (5) .3( %) %) %) %) ) %) Cause.9( 71.9(% 38.2( 54.2( 54.0(% 32.

26 0.06 0.00 1.948 อ่าน โดยดูจากชื่อเรื่อง หัวข้อย่อย คำาและประโยค (Make .61 0.706 3. สรุปความเรื่องที่อ่าน (summarizing) 3.84 0. ดูว่าแต่ละย่อหน้ าสัมพันธ์กัน อย่างไรในเนื้ อเรื่องทัง้ หมด Highlight a paragraph (or multiple paragraphs) 2.998 3. Pre.761 2.969 4.871 4.919 3.) 2.68 0.10 1.61 0. อ่านคร่าวๆ (scan) เพื่อหาคำาที่ เป็ นสัญญาณ (signals) ของ โครงสร้างข้อเขียน (Preview texts and highlight key words) 3. คาดเดาเกี่ยวกับเนื้ อหาของสิ่งที่ 3. Post- Strategy items Me SD Me SD t an an 1.965 5.94 0.864 3.29 0.979 7. หาข้อมูล (supporting major ideas) มาสนั บสนุนประโยค ใจความสำาคัญของเรื่องที่อ่าน (main ideas) (Match main ideas) 3.03 0.012 3.892 3.35 0. ใช้ผังความคิด (semantic mapping) เพื่อเชื่อมโยงแนวคิด ของเรื่องที่อ่าน (Use semantic mapping to identify concept) 2. ตัง้ จุดประสงค์ของการอ่าน (Set the goals of reading.32 0.798 6.03 0.065 4.

problem-solution) and generate very simple graphic displays.81 0. การประเมินตนเองด้านการอ่านเมื่อสิน ้ สุดวิชา (ข้อมูล จากไฟล์ SPSS ชื่อ attitude) Self-Appraisal about Reading Ability as the Results of Text Structure Instruction ไม่เห็นด้วยอย่างมาก 1 ไม่เห็นด้วย 2 ไม่เห็นด้วยเล็ก น้ อย 3 เห็นด้วยเล็กน้ อย 4 เห็นด้วย 5 เห็นด้วยอย่างมาก 6 . หาประโยคที่เป็ นใจความสำาคัญ (Identify main-idea sentences) 3. บอกโครงสร้างข้อเขียนของเนื้ อหาที่ อ่าน โดยดูจากหาประโยคใจความสำาคัญ และข้อมูลที่มาสนั บสนุน (เช่น เป็ น โครงสร้างแบบบอกเหตุและผล บอกความ เหมือนความต่าง บอกปั ญหาและทางแก้ ปั ญหา) (Find patterns of discourse organization in a text (cause- effect.23 1. ตรวจสอบการคาดเดาว่าถูกต้องหรือ ไม่ (confirm predictions) 3.919 9.060 3.117 3.956 10.23 0. comparison-contrast.39 0.910 • 5.55 1.909 3.) 2.68 0.predictions) 8.

เวลาอ่านพอจะรู้ได้ว่าผู้เขียนเรียบเรียง ข้อมูลในลักษณะใด 1.044 3.226 4. I can tell what pattern the writer used to organize the information in a text. I can use a graphic organizer or a tree diagram to help understand the text.855 sentence ได้ . พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาที่อ่านเป็ น โครงสร้างอะไรบ้าง 3.902 2. I can identify a pattern of a text.032 5. พอจะหา topic หรือ main idea 4. พอจะเห็นได้ว่าคำาหรือกลุ่มคำาใดบ้าง เป็ น signal words (ที่ช่วยบอก โครงสร้าง) 2. พอจะใช้ผังความคิด (เช่น tree diagram) ช่วยทำาความเข้าใจสิ่งที่อ่าน 4. I can identify signal words in a text.26 1. 4.29 0.90 1. 4.35 1.74 0. 4.ตารางรายการดัง้ เดิมที่ผู้ตอบแบบสอบถามใช้ตอบ Me SD an 1. 4.

I can tell whether some information in text is important or unimportant. 4.112 9. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบโครงสร้าง listing เป็ นอย่างไร 8. 6.5.65 0. 4.90 0.006 11. I can find a topic or main idea sentence in text. 4. I can identify the cause-effect pattern of a text.892 โครงสร้าง problem-solution เป็ น อย่างไร . พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบโครงสร้าง cause-effect เป็ นอย่างไร 9. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาใดสำาคัญหรือ ไม่สำาคัญ 6.890 8.35 1.908 10.71 1. I can identify the comparison pattern of a text. I can identify the description pattern of a text. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบ 5. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบโครงสร้าง comparison เป็ นอย่างไร 10. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบ โครงสร้าง description เป็ นอย่างไร 7. 4.06 0.915 7.48 0. I can identify the listing pattern of a text. 4.

52 0. 4. I am confident when I read.45 0. 12.919 17.915 .65 0. 4. I am more aware of how I read. อ่านอย่างมีระบบมากขึ้น 4.888 13. 4.811 19.77 1. ร้ส ู ึกว่ากลยุทธ์การอ่านเป็ นสิ่งที่เรียนรู้ และฝึ กฝนได้ไม่ยาก 12. รู้สึกว่าการอ่านน่ าสนใจมากขึ้น 14. 4. I can find main ideas better.26 1. ตระหนั กถึงกระบวนการอ่านของ ตนเองมากขึ้น 13.61 0. 4. Reading strategies can be learned easily. พอจะจับใจความสำาคัญของสิ่งที่ อ่านได้มากขึ้น 16.232 15. มัน ่ ใจในการอ่านภาษาอังกฤษมาก ขึ้น 15.125 16. 4. Reading is more interesting.055 14.851 18. I can differentiate between important and unimportant information.48 0.11. I read with a direction better. มีทิศทางในการอ่านมากขึ้น 18.42 1. พอจะแยกข้อมูลสำาคัญออกจากข้อมูลที่ ไม่สำาคัญได้ดีขึ้น 17. I can identify the problem- solution pattern of a text. 4.

791 24. บอกได้ว่าเนื้ อหาที่อ่านต้องการสื่อความ หมายอะไรโดยรวมได้ดีขึ้น 25. เข้าใจความหมายของส่วนต่างๆ ของบท อ่านได้มากขึ้น 21. 20. 4.232 25.148 21.057 ตารางรายการใหม่ท่ีมีการจัดเรียงตามกลุ่ม 3 กลุ่ม . 4.58 1.42 1. ระบุประเด็นของเรื่องที่อ่านได้ดีขึ้น 22.32 0.19. พอจะระบุประโยคใจความสำาคัญได้ 20. I can understand better the overall meaning of the text. My reading is more systematic. เชื่อมโยงเนื้ อหาของเรื่องที่อ่านได้ดี ขึ้น 23. 4. เขียนย่อเรื่องที่อ่าน (summary) โดยใช้โครงสร้างข้อเขียนหลักตรงกับ โครงสร้างข้อเขียนหลักของเรื่องเดิมได้ดีขึ้น 24.926 22. I can identify the main idea sentence. I can relate ideas in the text better.42 1.48 0. I understand the meaning of parts of a text better.52 0. I write a summary better by using the same text pattern as that in the original text. I can identify the topic better. 4. 4. 4.926 23.

2. 15.2 แบบ mental represent ได้แก่รายการที่ 21. 11 1. I can tell what pattern the writer used to organize the information in a text. 10. 18.กลุ่มที่ 1(use knowledge to understand text) แบ่งเป็ นสอง พวกคือ 1.1 แบบ use pattern ได้แก่รายการที่ 1. เวลาอ่านพอจะรู้ได้ว่าผู้เขียนเรียบเรียง ข้อมูลในลักษณะใด 1. 17. 9.044 เป็ น signal words (ที่ช่วยบอก . 16. 5. 23.902 2.1 แบบ use pattern 1. Use Knowledge to understand text 1. 6. 4. 13. 20. 14. 24.90 1. 25 กลุ่มที่ 2 (retrieve or sort levels of info in text) ได้แก่ รายการที่ 4. 22 กลุ่มที่ 3 (awareness about reading process) ได้แก่รายการที่ 12. 8. 7. พอจะเห็นได้ว่าคำาหรือกลุ่มคำาใดบ้าง 4. 19 M SD 1. 3.29 0.

35 1. I can identify the comparison pattern of a text. I can identify the listing pattern of a text. I can identify the cause-effect pattern of a text. 4. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบ 5. I can identify signal words in a text.35 1. I can identify a pattern of a text. I can identify the description pattern of a text.โครงสร้าง) 2. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบโครงสร้าง comparison เป็ นอย่างไร 10. 4.48 0. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบโครงสร้าง listing เป็ นอย่างไร 8.226 7.112 9.90 0. 4.71 1.892 โครงสร้าง problem-solution เป็ น อย่างไร . พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบ โครงสร้าง description เป็ นอย่างไร 7.06 0. 4. 4. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาแบบโครงสร้าง cause-effect เป็ นอย่างไร 9. 3.908 10.006 11.890 8. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาที่อ่านเป็ น โครงสร้างอะไรบ้าง 3.

032 ช่วยทำาความเข้าใจสิ่งที่อ่าน 4. I write a summary better by using the same text pattern as that in the original text. พอจะใช้ผังความคิด (เช่น tree diagram) 4.52 0. I can understand better the overall meaning of the text.926 23. I can relate ideas in the text better.26 1.057 2.2 แบบ mental represent (ความหมายและการเชื่อมโยง) 21. 4.791 24.42 1. 1. บอกได้ว่าเนื้ อหาที่อ่านต้องการสื่อความ หมายอะไรโดยรวมได้ดีขึ้น 25. Retrieve or sort levels of info in text 4. I can identify the problem- solution pattern of a text.232 25.32 0. เชื่อมโยงเนื้ อหาของเรื่องที่อ่านได้ดี ขึ้น 23. I can use a graphic organizer or a . 4. เข้าใจความหมายของส่วนต่างๆ ของบท อ่านได้มากขึ้น 21.42 1.11. 4. I understand the meaning of parts of a text better. 4. เขียนย่อเรื่องที่อ่าน (summary) โดยใช้โครงสร้างข้อเขียนหลักตรงกับ โครงสร้างข้อเขียนหลักของเรื่องเดิมได้ดีขึ้น 24.

48 0. I can find a topic or main idea sentence in text. 4. I can identify the main idea sentence.74 0. ระบุประเด็นของเรื่องที่อ่านได้ดีขึ้น 22. พอจะบอกได้ว่าเนื้ อหาใดสำาคัญหรือ ไม่สำาคัญ 6. พอจะระบุประโยคใจความสำาคัญได้ 20. 5.926 3.855 6. พอจะหา topic หรือ main idea sentence ได้ 5. I can find main ideas better.915 16. 4. 4. I can tell whether some information in text is important or unimportant. พอจะจับใจความสำาคัญของสิ่งที่ อ่านได้มากขึ้น 16. 4.tree diagram to help understand the text. I can differentiate between important and unimportant information. Awareness about reading process .58 1.851 20.148 22. 4.65 0.61 0. พอจะแยกข้อมูลสำาคัญออกจากข้อมูลที่ ไม่สำาคัญได้ดีขึ้น 17. 4.52 0. I can identify the topic better.919 17.

4.42 1.48 0.45 0. I am confident when I read. อ่านอย่างมีระบบมากขึ้น 19.811 19. I read with a direction better. รู้สึกว่าการอ่านน่ าสนใจมากขึ้น 14. ร้ส ู ึกว่ากลยุทธ์การอ่านเป็ นสิ่งที่เรียนรู้ และฝึ กฝนได้ไม่ยาก 12.26 1.12. Reading is more interesting. มัน ่ ใจในการอ่านภาษาอังกฤษมาก ขึ้น 15. My reading is more systematic.65 0.77 1.232 15.915 6. ตระหนั กถึงกระบวนการอ่านของ ตนเองมากขึ้น 13.125 18.055 14. 4. จำานวนและร้อยละของผู้ท่ีมีปัญหาและไม่มีปัญหาใน การใช้กลยุทธ์การอ่าน Perceived Problems of Strategies Use after the Text Structure Instruction (มีปัญหา = 1 ไม่มีปัญหา = 0) Number Have Don’t have problems problems . 4. I am more aware of how I read. 4. มีทิศทางในการอ่านมากขึ้น 18.888 13. 4. Reading strategies can be learned easily. 4.

ใช้ผังความคิด (semantic mapping) เพื่อเชื่อม 13 18 โยงแนวคิดของเรื่องที่อ่าน (Use semantic 41.1(%) 4.) 2. when when used used (ไม่มีปัญหา (มีปัญหา = = 0) 1) 1.9(%) 58.5(%) 7. หาข้อมูล (supporting major ideas) มาสนั บ 16 15 สนุนประโยคใจความสำาคัญของเรื่องที่อ่าน (main 51.) 3.4(%) ideas) 6.1(%) 83.) 35.9(%) 58.7(%) 61. อ่านคร่าวๆ (scan) เพื่อหาคำาที่เป็ นสัญญาณ 5 26 (signals) ของโครงสร้างข้อเขียน (Preview texts 16.6(%) 48.9(%) and highlight key words that signal text structure.5(%) 64. สรุปความเรื่องที่อ่าน (summarizing) 13 18 41.1(%) mapping or graphic organizers to identify conceptual and thematic linkages. ดูว่าแต่ละย่อหน้ าสัมพันธ์กันอย่างไรในเนื้ อ 12 19 เรื่องทัง้ หมด (Highlight a paragraph (or 38. คาดเดาเกี่ยวกับเนื้ อหาของสิ่งที่อ่าน โดยดูจาก 5 26 .) 5.3(%) multiple paragraphs) and decide its (their) function in the text. ตัง้ จุดประสงค์ของการอ่าน (Set the goals of 11 20 reading.

9(%) 58.9(%) 6.1(%) 41.5(%) 3.5(%) 3.5(%) 29.ชื่อเรื่อง หัวข้อย่อย คำาและประโยค 16. ตรวจสอบการคาดเดาว่าถูกต้องหรือไม่ 18 13 (confirm predictions) 58. จำานวนและร้อยละของผู้ตอบและอันดับ 1 (กิจกรรมนี้มีประโยชน์มาก ที่สุด) ถึงอันดับ 6 (กิจกรรมนี้มีประโยชน์น้อยที่สุด) Table: Number and Percentages of students who have ranked each activity based on being helpful to students’ reading Most helpful activity (1) to least helpful activity (6) Analyzing Using GOs Finding Analyzing Using the Using Rank signals and tree topic/main text pattern strategies portfolio to order diagram to idea/detail checklist to record the find levels process reading of reading process information information 1 13 2 9 4 2 1 41.9(%) 8.3(%) สนั บสนุน (เช่น เป็ นโครงสร้างแบบบอกเหตุและ ผล บอกความเหมือนความต่าง บอกปั ญหาและ ทางแก้ปัญหา) 9.0(%) 19.9(%) 10.2(%) 12.0(%) 12. บอกโครงสร้างข้อเขียนของเนื้ อหาที่อ่าน โดยดู 12 19 จากหาประโยคใจความสำาคัญและข้อมูลที่มา 38.1(%) 83.7(%) 61. หาประโยคที่เป็ นใจความสำาคัญ (Identify 13 18 main-idea sentences) 41.4(%) 35.2(%) 2 9 6 11 1 4 - 29.9(%) 3 5 3 4 9 8 2 .9(%) 6.1(%) 7.

6(%) 19.6(%) 22. 3 1 3 4 20 9.3(%) 3.7(%) 5 2 10 1 7 6 5 6.2(%) 22.5(%) 32.5(%) 4 2 7 5 7 7 3 6. 16.6(%) 9.9(%) 64.5(%) 22.5(%) .1(%) 22.1(%) 6 .7(%) 12.0(%) 25.7(%) 12.8(%) 6.1(%) 9.9(%) 29.7(%) 3.4(%) 16.2(%) 9.6(%) 16.