หลักสู ตรกลุ่มสาระการเรียนรู้

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้ น

โรงเรียนโคกสี พทิ ยาสรรพ์
สํ านักงานเขตพืน้ ทีก่ ารศึกษาขอนแก่ นเขต 1

สารบัญ
หน้า
คํานํา
วิสยั ทัศน์
จุดมุ่งหมาย
สมรรถนะสําคัญของผูเ้ รี ยนและลักษณะอันพึง
ประสงค์
โครงสร้างหลักสู ตร
คําอธิบายวิชาสาระพื้นฐาน
คําอธิบายวิชาสาระเพิ่มเติม

1
1
2
2
4
5
6
11

1

หลักสู ตรกลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์
โรงเรียนโคกสี พทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๕๔
วิสัยทัศน์
หลักสูตรกลุ่มสาระการเรี ยนรู้วทิ ยาศาสตร์ โรงเรี ยนโคกสี พิทยาสรรพ์ มุ่งพัฒนา
ผูเ้ รี ยนทุกคนซึ่ งเป็ นกําลังของชาติให้เป็ นมนุษย์ที่สมดุลทั้งร่ างกาย ความรู ้ คุณธรรม มี
จิตสํานึกในความเป็ นพลเมืองไทยและเป็ นพลโลกที่ยดึ มัน่ ในการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริ ยท์ รงเป็ นประมุข มีความรู ้และทักษะพื้นฐานรวมทั้ง
เจตคติที่จาํ เป็ นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวติ โดยมุ่งเน้น
ผูเ้ รี ยนเป็ นสําคัญบนพื้นฐานความเชื่อที่วา่ ทุกคนสามารถเรี ยนรู ้และพัฒนาตนเองได้เต็ม
ตามศักยภาพ
หลักการ
หลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรี ยนโคกสี พทิ ยาสรรพ์ ตามหลักสู ตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีหลักการที่สาํ คัญ ดังนี้
1.
เป็ นหลักสู ตรการศึกษาเพื่อความเป็ นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและ
มาตรฐานการเรี ยนรู้ เป็ นเป้ าหมายสําหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู ้ ทักษะ เจต
คติ และคุณธรรมบนพื้นฐานของความเป็ นไทยควบคู่กบั ความเป็ นสากล
2. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาเพื่อปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสได้รับการศึกษา
อย่างเสมอภาค และมีคุณภาพ
3. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาที่สนองการกระจายอํานาจ ให้สังคมมีส่วนร่ วมในการ
จัดการศึกษา ให้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของท้องถิ่น
4. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยืดหยุน่ ทั้งด้านสาระการเรี ยนรู ้ เวลาและ
การจัด
การเรี ยนรู้
5. เป็ นหลักสู ตรการศึกษาที่เน้นผูเ้ รี ยนเป็ นสําคัญ

2

จุดหมาย
หลักสู ตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรี ยนโคกสี พิทยาสรรพ์ ตามหลักสู ตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งพัฒนาผูเ้ รี ยนให้เป็ นคนดี มีปัญญา มีความสุ ข มีศกั ยภาพใน
การศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกําหนดเป็ นจุดหมายเพื่อให้เกิดกับผูเ้ รี ยน เมื่อจบ
การศึกษาขั้นพื้นฐาน ดังนี้
1. มีคุณธรรม จริ ยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ เห็นคุณค่าของตนเอง มีวินยั
และปฏิ บตั ิ ตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรื อศาสนาที่ ตนนับถื อ ยึดหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2.
มี ความรู้ ความสามารถในการสื่ อสาร การคิ ด การแก้ปัญ หา การใช้
เทคโนโลยี และมีทกั ษะชีวติ
3. มีสุขภาพกายและสุ ขภาพจิตที่ดี มีสุขนิสยั และรักการออกกําลังกาย
4. มีความรักชาติ มีจิตสํานึ กในความเป็ นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมัน่ ในวิถี
ชี วิตและ
การปกครองตามระบอบประชาธิ ปไตยอันมีพระมหากษัตริ ยท์ รงเป็ น
ประมุข
5. มี จิตสํานึ กในการอนุ รักษ์วฒั นธรรมและภูมิปัญญาไทย การอนุ รักษ์และ
พัฒนาสิ่ งแวดล้อม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทําประโยชน์และสร้างสิ่ งที่ดีงามในสังคม และอยู่
ร่ วมกันในสังคมอย่างมีความสุ ข
สมรรถนะสํ าคัญของผู้เรียน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ในการพัฒนาผูเ้ รี ยนตามหลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งเน้นพัฒนา
ผูเ้ รี ยนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กาํ หนด ซึ่งจะช่วยให้ผเู ้ รี ยนเกิดสมรรถนะสําคัญและ
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ดังนี้
สมรรถนะสํ าคัญของผู้เรียน
หลักสู ตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรี ยนโคกสี พิทยาสรรพ์ ตามหลักสู ตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผเู ้ รี ยนเกิดสมรรถนะสําคัญ 5 ประการ ดังนี้
1. ความสามารถในการสื่ อสาร เป็ นความสามารถในการรั บและส่ งสาร มี
วัฒนธรรมในการใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู ้ความเข้าใจ ความรู ้สึก และทัศนะของ
ตนเองเพื่ อแลกเปลี่ ย นข้อมู ล ข่า วสารและประสบการณ์ อนั จะเป็ นประโยชน์ ต่ อ การ
พัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปั ญหาความขัดแย้งต่าง
ๆ การเลือกรับหรื อไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการ
เลือกใช้วธิ ีการสื่ อสาร ที่มีประสิ ทธิ ภาพโดยคํานึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม

3

2. ความสามารถในการคิด เป็ นความสามารถในการคิ ดวิเคราะห์ การคิ ด
สังเคราะห์ การคิด อย่างสร้ างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็ นระบบ
เพื่อนําไปสู่ การสร้ างองค์ความรู้ หรื อสารสนเทศเพื่อการตัดสิ นใจเกี่ ยวกับตนเองและ
สังคมได้อย่างเหมาะสม
3. ความสามารถในการแก้ ปัญหา เป็ นความสามารถในการแก้ปัญหาและ
อุปสรรคต่าง ๆที่เผชิ ญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรม
และข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ใน
สังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู ้มาใช้ในการป้ องกันและแก้ไขปั ญหา และมีการ
ตัด สิ น ใจที่ มี ป ระสิ ท ธิ ภ าพโดยคํา นึ ง ถึ ง ผลกระทบที่ เ กิ ด ขึ้ นต่ อ ตนเอง สั ง คมและ
สิ่ งแวดล้อม
4. ความสามารถในการใช้ ทกั ษะชีวติ เป็ นความสามารถในการนํากระบวนการต่าง
ๆ ไปใช้ในการดําเนิ นชีวิตประจําวัน การเรี ยนรู ้ดว้ ยตนเอง การเรี ยนรู ้อย่างต่อเนื่อง การ
ทํางาน และการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้ างเสริ มความสัมพันธ์อนั ดีระหว่างบุคคล
การจัด การปั ญ หาและความขัด แย้ง ต่ า งๆอย่า งเหมาะสม การปรั บ ตัว ให้ ท ัน กับ การ
เปลี่ ย นแปลงของสั ง คมและสภาพแวดล้อ มและการรู ้ จัก หลี ก เลี่ ย งพฤติ ก รรมไม่ พึ ง
ประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผูอ้ ื่น
5. ความสามารถในการใช้ เทคโนโลยี เป็ นความสามารถในการเลื อก และใช้
เทคโนโลยีดา้ นต่าง ๆ และมีทกั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและ
สังคม ในด้านการเรี ยนรู้ การสื่ อสาร การทํางาน การแก้ปัญหาอย่างสร้ างสรรค์ ถูกต้อง
เหมาะสม และมีคุณธรรม
คุณลักษณะอันพึงประสงค์
หลักสู ตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรี ยนโคกสี พิทยาสรรพ์ ตามหลักสู ตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งพัฒนาผูเ้ รี ยนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้
สามารถอยูร่ ่ วมกับผูอ้ ื่นในสังคมได้อย่างมีความสุ ข ในฐานะเป็ นพลเมืองไทยและพลโลก
ดังนี้
1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริ ย ์
2. ซื่อสัตย์สุจริ ต
3. มีวนิ ยั
4. ใฝ่ เรี ยนรู้
5. อยูอ่ ย่างพอเพียง

4

6. มุ่งมัน่ ในการทํางาน
7. รักความเป็ นไทย
8. มีจิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรียนรู้
การพัฒนาผูเ้ รี ยนให้เกิดความสมดุล ต้องคํานึ งถึงหลักพัฒนาการทางสมองและ
พหุ ปัญญา หลักสู ตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงกําหนดให้ผูเ้ รี ยนเรี ยนรู ้ 8 กลุ่ม
สาระการเรี ยนรู้ ดังนี้
1. ภาษาไทย
2. คณิ ตศาสตร์
3. วิทยาศาสตร์
4. สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
5. สุ ขศึกษาและพลศึกษา
6. ศิลปะ
7. การงานอาชีพและเทคโนโลยี
8. ภาษาต่างประเทศ
ในแต่ละกลุ่มสาระการเรี ยนรู ้ได้กาํ หนดมาตรฐานการเรี ยนรู ้เป็ นเป้ าหมายสําคัญ
ของการพัฒนาคุณภาพผูเ้ รี ยน มาตรฐานการเรี ยนรู ้ ระบุสิ่งที่ ผูเ้ รี ยนพึงรู ้ ปฏิ บตั ิ ได้ มี
คุณธรรมจริ ยธรรม และค่านิ ยมที่พึงประสงค์เมื่อจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน นอกจากนั้น
มาตรฐานการเรี ยนรู้ยงั เป็ นกลไกสําคัญในการขับเคลื่อนพัฒนาการศึกษาทั้งระบบ เพราะ
มาตรฐานการเรี ยนรู้จะสะท้อนให้ทราบว่า
ต้องการอะไร จะสอนอย่างไร และประเมินอย่างไร รวมทั้งเป็ นเครื่ องมือในการ
ตรวจสอบเพื่อการประกันคุณภาพการศึกษาโดยใช้ระบบการประเมินคุณภาพภายในและ
การประเมินคุณภาพภายนอกซึ่ งรวมถึง การทดสอบระดับเขตพื้นที่การศึกษา และการ
ทดสอบระดับชาติ ระบบการตรวจสอบเพื่อประกันคุณภาพดังกล่าวเป็ นสิ่ งสําคัญที่ช่วย
สะท้อนภาพการจัดการศึกษาว่าสามารถพัฒนาผูเ้ รี ยนให้มีคุณภาพตามที่มาตรฐานการ
เรี ยนรู ้กาํ หนดเพียงใด

5

โครงสร้ างหลักสู ตรกลุ่มสาระวิทยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้ น
สาระพืน้ ฐาน
ว 21101
ว 21102
ว 22103
ว 22104
ว 23105
ว 23106

1.5 หน่วยกิต
1.5 หน่วยกิต
1.5 หน่วยกิต
1.5 หน่วยกิต
1.5 หน่วยกิต
1.5 หน่วยกิต

60
60
60
60
60
60

ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง

พันธุศาสตร์
หน่วยกิต 1.0 หน่วยกิต
หน่วยกิต 1.0 หน่วยกิต
สารเคมีในชีวิต
ทัศนูปกรณ์ เครื่ องกล พลังงาน หน่วยกิต 1.0 หน่วยกิต
วิทยาศาสตร์กบั การแก้ปัญหา หน่วยกิต 1.0 หน่วยกิต
โครงงานทางวิทยาศาสตร์ หน่วยกิต 1.0 หน่วยกิต
วิทยาศาสตร์กบั สิ่ งแวดล้อม หน่วยกิต 1.0 หน่วยกิต
ผักพื้นบ้านและสมุนไพร หน่วยกิต 1.0 หน่วยกิต

40
40
40
40
40
40
40

ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง
ชัว่ โมง

วิทยาศาสตร์ 1
วิทยาศาสตร์ 2
วิทยาศาสตร์ 3
วิทยาศาสตร์ 4
วิทยาศาสตร์ 5
วิทยาศาสตร์ 6

หน่วยกิต
หน่วยกิต
หน่วยกิต
หน่วยกิต
หน่วยกิต
หน่วยกิต

สาระเพิม่ เติม
ว 20201
ว 20202
ว 20203
ว 20204
ว 20205
ว 20206
ว 20207

6

คําอธิบายรายวิชา กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ สาระพืน้ ฐาน
ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้ น
ว 21101 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 1 จํานวน 1.5 หน่ วยกิต เวลา 60 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ สํารวจตรวจสอบ ความสําคัญ ส่ วนประกอบและหน้าที่ของเซลล์ การ
ลําเลียงนํ้าและอาหาร การคายนํ้าของพืช การสื บพันธ์ของพืช การตอบสนองของพืชต่อแสง นํ้าและ
การสัมผัส หลักการใช้เทคโนโลยีชีวภาพในการขยายพันธ์ ปรับปรุ งพันธ์ และเพิ่มผลผลิตของพืช
จําแนกสารเป็ นกลุ่มโดยใช้เนื้อสารหรื อขนาดอนุภาคเป็ นเกณฑ์ และอธิบายสมบัติของสาร
ในแต่ละกลุ่ม ศึกษาสมบัติและการเปลี่ยนสถานะของสารโดยใช้แบบจําลองการจัดเรี ยงอนุภาค
ของสาร ความเป็ นกรด เบส ของสารละลาย การตรวจสอบค่า pH ของสารละลายและนําความรู ้
ไปใช้ประโยชน์ทาํ การทดลองและอธิบายวิธีเตรี ยมสารละลายที่มีความเข้มข้นเป็ นร้อยละ และ
อภิปรายการนําความรู ้เกี่ยวกับสารละลายไปใช้ประโยชน์ ทดลองและอธิบายการเปลี่ยนแปลง
สมบัติ มวลและพลังงานของสาร เมื่อสารเปลี่ยนสถานะและเกิดการละลาย ทดลองและอธิบาย
ปั จจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนสถานะ และการละลายของสาร
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสื บเสาะหาความรู ้ การตรวจสอบ การสื บค้น
ข้อมูล บันทึก การจัดกระทําข้อมูล และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู ้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริ ยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
มาตรฐานที่ ว 1.1.1 – ว 1.1.13 ว 3.1.1 – 3.1.4 ว 3.2.1 – ว 3.2.3 และ ว 8.1.1 - ว 8.1.9 (ม.1)
ว 21102 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 2 จํานวน 1.5 หน่ วยกิต เวลา 60 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
สื บค้นข้อมูล และอธิบายปริ มาณสเกลาร์ ปริ มาณเวกเตอร์ ทดลองและอธิบายระยะทาง การ
กระจัด อัตราเร็ วและความเร็ ว ในการเคลื่อนที่ของวัตถุ
ทดลองและอธิบายอุณหภูมิและการวัดอุณหภูมิ สังเกตและอธิบายการถ่ายโอนความร้อน และ
นําความรู ้ไปใช้ประโยชน์ อธิบายการดูดกลืน การคายความร้อน โดยการแผ่รังสี และนําความรู ้ไป
ใช้ประโยชน์ อธิบายสมดุลความร้อนและผลของความร้อนต่อการขยายตัวของสาร และนําความรู ้
ไปใช้ในชีวิตประจําวัน
สื บค้นและอธิบายองค์ประกอบและการ แบ่งชั้นบรรยากาศที่ปกคลุมผิวโลก ทดลองและอธิ บาย
ความสัมพันธ์ระหว่าง อุณหภูมิ ความชื้นและความกดอากาศที่มีผลต่อปรากฏการณ์ทางลมฟ้ าอากาศ
สังเกต วิเคราะห์และ อภิปรายการเกิดปรากฏการณ์ทางลมฟ้ าอากาศที่มีผลต่อมนุษย์ สื บค้น วิเคราะห์

7

และแปลความหมายข้อมูลจากการพยากรณ์อากาศ สื บค้น วิเคราะห์ และอธิบายผลของลมฟ้ าอากาศต่อ
การดํารงชีวิตของสิ่ งมีชีวิต และสิ่ งแวดล้อม สื บค้น วิเคราะห์ และอธิบายปั จจัยทางธรรมชาติและ
การกระทําของมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก รู โหว่โอโซน และฝนกรด
สื บค้น วิเคราะห์และอธิบายผลของภาวะโลกร้อน รู โหว่โอโซน และฝนกรด ที่มีต่อสิ่ งมีชีวิตและ
สิ่ งแวดล้อม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสื บเสาะหาความรู ้ การตรวจสอบ การสื บค้น
ข้อมูล บันทึก การจัดกระทําข้อมูล และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู ้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริ ยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
มาตรฐานที่ ว 4.1.1 – ว 4.1.2 ว 5.1.1 – ว 4.1.4 ว 6.1.1 – ว 6.1.5 และ ว 8.1.1 - ว 8.1.9 (ม.1)

ว 22103 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 3 จํานวน 1.5 หน่ วยกิต เวลา 60 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
ศึกษาและอธิบายระบบย่อยอาหาร ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ ระบบ
ขับถ่าย ระบบสื บพันธุ์ และระบบประสาทของมนุษย์ ในแต่ละระบบ ประกอบด้วยอวัยวะ
หลายชนิดที่ทาํ งานอย่างเป็ นระบบ ถ้าระบบใดระบบหนึ่งทํางานผิดปกติ ย่อมส่ งผลกระทบต่อ
ระบบอื่นๆ ดังนั้นจึงต้องมีการดูแลรักษาสุ ขภาพ แสง อุณหภูมิ และการสัมผัส จัดเป็ นสิ่ งเร้า
ภายนอก ส่ วนการเปลี่ยนแปลงระดับสารใน ร่ างกาย เช่น ฮอร์โมน จัดเป็ นสิ่ งเร้าภายใน ซึ่งทั้ง
สิ่ งเร้าภายนอกและสิ่ งเร้าภายในมีผลต่อมนุษย์และสัตว์ ทําให้แสดงพฤติกรรมต่างๆ ออกมา
เทคโนโลยีชีวภาพเป็ นการใช้เทคโนโลยีเพื่อ ทําให้สิ่งมีชีวิตหรื อองค์ประกอบของสิ่ งมีชีวิต มี
สมบัติตามต้องการ การผสมเทียม การถ่ายฝากตัวอ่อน การโคลน เป็ นการใช้เทคโนโลยีชีวภาพใน
การขยายพันธุ์ ปรับปรุ งพันธุ์ และเพิ่มผลผลิตของสัตว์ แป้ ง นํ้าตาล ไขมัน โปรตีน วิตามินซี เป็ น
สารอาหารและสามารถทดสอบได้ การบริ โภคอาหาร จําเป็ นต้องให้ได้สารอาหาร ที่ครบถ้วนใน
สัดส่ วนที่เหมาะสมกับเพศและวัย และได้รับปริ มาณพลังงานที่เพียงพอกับความต้องการของ
ร่ างกาย สารเสพติดแต่ละประเภทมีผลต่อระบบต่างๆ ของร่ างกาย ทําให้ระบบเหล่านั้นทําหน้าที่
ผิดปกติ ดังนั้นจึงต้องหลีกเลี่ยงการใช้สารเสพติด และหาแนวทางในการป้ องกันตนเองจาก สารเสพติด
ธาตุ เป็ นสารบริ สุทธิ์ที่ประกอบด้วยอะตอมชนิดเดียวกันและไม่สามารถแยกสลายเป็ นสารอื่นได้อีก
โดยวิธีการทางเคมี สารประกอบเป็ นสารบริ สุทธิ์ที่ประกอบด้วยธาตุต้ งั แต่สองธาตุข้ ึนไป รวมตัว
กันด้วยอัตราส่ วนโดยมวลคงที่ และมีสมบัติแตกต่างจากสมบัติเดิมของธาตุที่เป็ นองค์ประกอบ
แรงเป็ นปริ มาณเวกเตอร์ เมื่อมีแรงหลายแรงในระนาบเดียวกันกระทําต่อวัตถุเดียวกัน สามารถหา
แรงลัพธ์ได้โดยใช้หลักการรวมเวกเตอร์ เมื่อแรงลัพธ์มีค่าเป็ นศูนย์กระทําต่อวัตถุที่หยุดนิ่ง วัตถุ

8

นั้นก็จะหยุดนิ่งตลอดไป แต่ถา้ วัตถุเคลื่อนที่ดว้ ยความเร็ วคงตัว ก็จะเคลื่อนที่ดว้ ยความเร็ วคงตัว
ตลอดไป
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสื บเสาะหาความรู ้ การสํารวจตรวจสอบ
การอภิปราย ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีในการสื บค้นข้อมูล เพื่อให้เกิดทักษะด้านความรู ้ความเข้าใจ การคิด ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ สามารถสื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้ มี
ความสามารถในการตัดสิ นใจ นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริ ยธรรม
คุณธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ยงั่ ยืน
การวัดและประเมินผลใช้กระบวนการที่หลากหลายคือ การสังเกต การสัมภาษณ์ การ
ทดสอบ ตรวจชิ้นงานโครงงาน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่ อความ คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของโรงเรี ยนตามสภาพจริ งของนักเรี ยน
มาตรฐานที่ ว 1.1.1 – ว 1.1.6 ว 3.1.1 – ว 3.1.3 ว 3.2.1 – ว 3.2.4 และ ว 8.1.1 - ว 8.1.9 (ม.2)

ว 22104 ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ 4 จํานวน 1.5 หน่ วยกิต เวลา 60 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
ศึกษาและอธิบายเมื่อแสงตกกระทบผิววัตถุหรื อตัวกลางอีก ตัวกลางหนึ่ง แสง
จะเปลี่ยนทิศทางการเคลื่อนที่โดยการสะท้อนของแสง หรื อการหักเหของแสง การนําความรู ้
เกี่ ยวกับการสะท้อนของแสง และการหักเหของแสงไปใช้อธิ บายแว่นตา ทัศนอุปกรณ์ กระจก
เส้นใยนําแสง นัยน์ตาของคนเราเป็ นอวัยวะใช้มองดูสิ่งต่างๆ นัยน์ตามีองค์ประกอบสําคัญหลายอย่าง
ความสว่างมีผลต่อนัยน์ตามนุ ษย์ จึงมีการนําความรู ้เกี่ยวกับความสว่างมาช่วยในการจัดความสว่าง
ให้เหมาะสมกับการทํางาน ออกแบบวิธีการตรวจสอบว่าความสว่างมีผลต่อสิ่ งมีชีวิตอื่น เมื่อแสง
ตกกระทบวัตถุ วัตถุจะดูดกลืนแสงสี บางสี ไว้ และสะท้อนแสงสี ที่เหลือออกมาทําให้เรามองเห็น
วัตถุเป็ นสี ต่าง ๆ การนําความรู ้เกี่ยวกับการดูดกลืนแสงสี การมองเห็นสี ของวัตถุไปใช้ประโยชน์ใน
การถ่ ายรู ปและในการแสดง ดิ น มี ลกั ษณะและสมบัติ แ ตกต่างกันตามวัตถุต น้ กําเนิ ด ดิ น ลัก ษณะ
ภูมิอากาศ ลักษณะภูมิประเทศ พืชพรรณ สิ่ งมีชีวิต และระยะเวลาในการเกิดดิ น และตรวจสอบ
สมบัติบางประการของดิน ชั้นหน้าตัดดินแต่ละชั้นและแต่ละพื้นที่มีลกั ษณะ สมบัติ และองค์ประกอบ
แตกต่างกัน แหล่งนํ้าบนโลก มีท้ งั นํ้าจืด นํ้าเค็ม โดย แหล่งนํ้าจืดมีอยูท่ ้ งั บนดิน ใต้ดิน และใน
บรรยากาศ การใช้ประโยชน์ของแหล่งนํ้า ต้องมีการวางแผนการใช้ การอนุรักษ์ การป้ องกัน
การแก้ไข และผลกระทบ ด้วยวิธีการที่เหมาะสม แหล่งนํ้าบนดินมีหลายลักษณะขึ้นอยูก่ บั ลักษณะภูมิ
ประเทศ ลักษณะทางนํ้า และความเร็ วของกระแสนํ้า ในแต่ละฤดูกาล นํ้าบนดินบางส่ วนจะไหล
ซึ มสู่ ใต้ผิวดิ น ถูกกักเก็บไว้ในชั้นดิ นและหิ น เกิ ดเป็ นนํ้าใต้ดิน ซึ่ งส่ วนหนึ่ งจะซึ มอยู่ตามช่ องว่าง
ระหว่างเม็ดตะกอน เรี ยกว่านํ้าในดิน อีกส่ วนหนึ่ ง จะไหลซึ มลึกลงไป จนถูกกักเก็บไว้ตามช่องว่าง

9

ระหว่างเม็ดตะกอน ตามรู พรุ น หรื อตามรอยแตกของหิ น หรื อชั้นหิ นเรี ยกว่านํ้าบาดาล สมบัติของนํ้าบาดาล
ขึ้นอยูก่ บั ชนิ ดของดิน แหล่งแร่ และหิ น ที่เป็ นแหล่งกักเก็บนํ้าบาดาล และชั้นหิ นอุม้ นํ้า การผุพงั อยูก่ บั ที่การ
กร่ อน การพัดพา การทับถม และการตกผลึก เป็ นกระบวนการสําคัญที่ ทาํ ให้พ้ืนผิวโลกเกิ ดการ
เปลี่ยนแปลงเป็ นภูมิลกั ษณ์ ต่าง ๆ โดยมีลม นํ้า ธารนํ้าแข็ง คลื่นและแรงโน้มถ่วงของโลก
เป็ นตัวการสําคัญ โครงสร้ างของโลกประกอบด้วยชั้นเปลือกโลก ชั้นเนื้ อโลก และชั้นแก่นโลก
โครงสร้างแต่ละชั้นจะมีลกั ษณะและส่ วนประกอบแตกต่างกัน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสื บเสาะหาความรู ้ การสํารวจตรวจสอบ
การอภิปราย ภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีในการสื บค้นข้อมูล เพื่อให้เกิดทักษะด้านความรู ้ความเข้า ใจ การคิ ด ทัก ษะกระบวนการทางวิ ท ยาศาสตร์ สามารถสื่ อ สารสิ่ ง ที่ เ รี ยนรู ้ มี
ความสามารถในการตัดสิ นใจ นําความรู ้ ไปใช้ในชี วิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริ ยธรรม
คุณธรรม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ที่ยงั่ ยืน
การวัดและประเมินผลใช้กระบวนการที่หลากหลายคือ การสังเกต การสัมภาษณ์
การทดสอบ ตรวจชิ้ นงานโครงงาน การอ่านคิดวิเคราะห์และเขียนสื่ อความ คุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของโรงเรี ยนตามสภาพจริ งของนักเรี ยน
มาตรฐานที่ ว 4.1.1 – ว 4.1.2 ว 5.1.1 – ว 5.1.3 ว 6.1.1 – ว 6.1.10 และ ว 8.1.1 - ว 8.1.9 (ม.2)
ว23105 วิทยาศาสตร์ 5 จํานวน 1.5 หน่ วยกิต 60 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
สังเกตและอธิบายลักษณะของโครโมโซมที่มีหน่วยพันธุกรรมหรื อยีนในนิวเคลียส อธิบาย
ความสําคัญของสารพันธุ กรรมหรื อดี เอ็นเอ และกระบวนการถ่ า ยทอดลัก ษณะทางพัน ธุ กรรม
อภิ ปรายโรคทางพันธุ กรรมที่ เกิ ดจากความผิดปกติ ของยีนและโครโมโซมและนําความรู ้ ไปใช้
ประโยชน์ สํารวจและอธิ บายความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่นที่ทาํ ให้สิ่งมีชีวิตดํารงชีวิตอยู่
ได้อย่างสมดุล อธิบายผลของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อมนุษย์ สัตว์ พืช และสิ่ งแวดล้อม
อภิปรายผลของเทคโนโลยีชีวภาพต่อการดํารงชีวิตของมนุษย์และสิ่ งแวดล้อม
สํารวจระบบนิ เวศต่างๆในท้องถิ่นและอธิ บาย ความสัมพันธ์ขององค์ประกอบภายใน
ระบบนิเวศ วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ของการถ่ายทอดพลังงานของสิ่ งมีชีวิตในรู ปของโซ่
อาหารและสายใยอาหาร อธิ บายวัฏจักรนํ้า วัฏจักรคาร์ บอน และความสําคัญที่มีต่อระบบนิ เวศ
อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงขนาดของประชากรในระบบนิเวศ
วิเคราะห์สภาพปั ญหาสิ่ งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติในท้องถิ่น และเสนอแนวทางในการ
แก้ไขปั ญหา อธิ บายแนวทางการรักษาสมดุลของระบบนิ เวศ อภิปรายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง

10

ยัง่ ยืน วิเคราะห์และอธิ บายการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อภิปราย
ปั ญหาสิ่ งแวดล้อมและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา อภิปรายและมีส่วนร่ วมในการดูแลและ
อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นอย่างยัง่ ยืน
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสื บเสาะหาความรู ้ การตรวจสอบ การสื บค้น
ข้อมูล บันทึก การจัดกระทําข้อมูล และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู ้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริ ยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
มาตรฐานที่ ว 1.2.1 – ว 1.2.6 ว 2.1.1 – ว 2.1.4 ว 2.2.1 – ว 2.2.6 และ ว 8.1.1 - ว 8.1.9 (ม.3)

ว23106 วิทยาศาสตร์ 6 จํานวน 1.5 หน่ วยกิต 60 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
อธิ บายความเร่ งและผลของแรงลัพธ์ที่ทาํ ต่อวัตถุ ทดลองและอธิ บายแรงกิ ริยาและแรง
ปฏิกิริยาระหว่างวัตถุ และนําความรู ้ไปใช้ประโยชน์ ทดลองและอธิ บายแรงพยุงของของเหลวที่กระทํา
ต่อวัตถุ ทดลองและอธิ บายความแตกต่างระหว่างแรงเสี ยดทานสถิตกับแรงเสี ยดทานจลน์ และนํา
ความรู ้ ไปใช้ประโยชน์ ทดลองและวิ เคราะห์ โมเมนต์ของแรง และนําความรู ้ ไ ปใช้ประโยชน์
สังเกตและอธิบายการเคลื่อนที่ของวัตถุที่เป็ นแนวตรง และแนวโค้ง
อธิ บายงาน พลังงานจลน์ พลังงานศักย์โน้มถ่วง กฎการอนุ รักษ์พลังงาน และความสัมพันธ์
ระหว่างปริ มาณเหล่านี้ รวมทั้งนําความรู ้ไปใช้ประโยชน์ ทดลองและอธิ บายความสัมพันธ์ระหว่างความ
ต่ างศักย์ กระแสไฟฟ้ า ความต้า นทาน และนําความรู ้ ไปใช้ประโยชน์ คํา นวณพลัง งานไฟฟ้ าของ
เครื่ องใช้ไฟฟ้ า และนําความรู ้ไปใช้ประโยชน์ สังเกตและอภิปรายการต่อวงจรไฟฟ้ าในบ้านอย่าง
ถูกต้องปลอดภัย และประหยัด อธิ บายตัวต้านทาน ไดโอด ทรานซิ สเตอร์ และทดลองต่อวงจร
อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้นที่มีทรานซิสเตอร์
สื บค้นและอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก ดวงจันทร์ และดาวเคราะห์อื่น ๆ
และผลที่เกิดขึ้นต่อสิ่ งแวดล้อมและสิ่ งมีชีวิตบนโลก สื บค้นและอธิ บายองค์ประกอบของเอกภพ
กาแล็กซี และระบบสุ ริยะ ระบุตาํ แหน่งของกลุ่มดาว และนําความรู ้ไปใช้ประโยชน์ สื บค้นและ
อภิ ป รายความก้า วหน้า ของเทคโนโลยี อ วกาศที่ ใ ช้สํา รวจอวกาศ วัต ถุ ท ้องฟ้ า สภาวะอากาศ
ทรัพยากรธรรมชาติ การเกษตร และการสื่ อสาร

11

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสื บเสาะหาความรู ้ การตรวจสอบ การสื บค้น
ข้อมูล บันทึก การจัดกระทําข้อมูล และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู ้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถ
นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ คุณธรรม จริ ยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
มาตรฐานที่ ว 4.1.1 – ว 4.1.3 ว 4.2.1 – ว 4.2.3 ว 5.1.1 – ว 5.1.5 ว 7.1.1 – ว 7.1.3 ว 7.2.1 และ
ว 8.1.1 - ว 8.1.9 (ม.3)

คําอธิบายรายวิชา สาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์
ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้ น
สาระเพิม่ เติม
ว 20201 สารเคมีในชีวติ จํานวน 1.0 หน่ วยกิต 40 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
สํารวจตรวจสอบ วิเคราะห์ สื บค้นข้อมูล และอภิปรายเกี่ยวกับสมบัติขององค์ประกอบบาง
ชนิดในสารที่ใช้ทาํ ความสะอาดต่างๆ ประโยชน์ของสารที่ใช้ทาํ ความสะอาด การเลือกใช้สารทํา
ความสะอาด การจัดการสารทําความสะอาดหลังการใช้งาน สมบัติและวัตถุประสงค์ของการใช้
สารเติมแต่งอาหาร สารที่ใช้ในการถนอมอาหาร วัตถุเจือปนในอาหาร การเลือกใช้สารเติมแต่ง
อาหาร โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู ้ความเข้าใจ สามารถสื่ อสารสิ่ งที่
เรี ยนรู ้ มีความสามารถในการตัดสิ นใจ นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ว 20202 ทัศนูปกรณ์ เครื่องกล พลังงาน จํานวน 1.0 หน่ วยกิต 40 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
สํารวจตรวจสอบ วิเคราะห์ สื บค้นข้อมูล และอภิปรายเกี่ยวกับหลักการทํางานของทัศน
อุปกรณ์บางอย่าง เครื่ องใช้ไฟฟ้ า เครื่ องกลอย่างง่าย คุณสมบัติเบื้องต้นของสารกึ่งตัวนํา หลักการ
ต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์ ประโยชน์ของพลังงานแสงอาทิตย์ หลักการทํางานของเซลล์สุริยะ การใช้
ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู ้ความ
เข้าใจ สามารถสื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้ มีความสามารถในการตัดสิ นใจ นําความรู ้ไปใช้ใน
ชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ว 20203 วิทยาศาสตร์ กบั การแก้ ปัญหา จํานวน 1.0 หน่ วยกิต 40 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
ศึกษาและทดลองจากกิจกรรมที่จดั ไว้ในรู ปแบบต่างๆ เกี่ยวกับการแก้ปัญหา โดยอาศัย
ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ เพื่อให้นกั เรี ยนได้รับประสบการณ์ตรงในการเรี ยนรู ้ถึงขั้นตอนการทํางาน

12

โดยใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ มีทกั ษะในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะภาคปฏิบตั ิ
เบื้องต้น

ว 20204 โครงงานทางวิทยาศาสตร์ จํานวน 1.0 หน่ วยกิต 40 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
ศึกษาค้นคว้า ดูงานและทํากิจกรรมในรู ปแบบต่างๆ โดยเน้นเกี่ยวกับกระบวนการ
แก้ปัญหาอย่างมีระบบ ฝึ กทักษะการตั้งสมมติฐาน การออกแบบการทดลอง การกําหนดและ
ควบคุม ตัวแปร ตลอดจนการมใช้เครื่ องมือพื้นฐาน เพื่อให้มีความรู ้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทํา
โครงงาน ศึกษาและทําโครงงานประเภทสํารวจ ประเภททดลอง ตามขั้นตอนวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์ สามารถวางแผนดําเนินงานตามโครงงานและนําเสนอผลงานได้อย่างเหมาะสม

ว 20205 วิทยาศาสตร์ กบั สิ่งแวดล้อม จํานวน 1.0 หน่ วยกิต 40 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
สื บค้นข้อมูล ศึกษา ค้นคว้าและทําการทดลอง กิจกรรมเพื่อสรุ ปความรู ้เกี่ยวกับระบบนิเวศ
สิ่ งแวดล้อม ความสัมพันธ์ของสิ่ งมีชีวิตในสิ่ งแวดล้อม มลพิษ สารเคมีที่ก่อให้เกิดมลพิษต่อ
สิ่ งมีชีวิตในสิ่ งแวดล้อม แนวทางในการป้ องกันและแก้ปัญหามลพิษ โดยใช้กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู ้ความเข้าใจ สามารถสื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้ มีความสามารถในการ
ตัดสิ นใจ นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่
เหมาะสม
ว 20206 พันธุศาสตร์ เบือ้ งต้ น จํานวน 1.0 หน่ วยกิต 40 ชั่วโมง
คําอธิบายรายวิชา
สํารวจตรวจสอบ วิเคราะห์ สื บค้นข้อมูล และอภิปรายเกี่ยวกับการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรมที่ควบคุมโดยยีนบนออโตโซมและโครโมโซมเพศ โรคพันธุกรรมที่เกิดจากความ
ผิดปกติของโครโมโซม สาเหตุความแปรผันทางพันธุกรรม การคัดเลือกตามธรรมชาติของสิ่ งมีชีวิต
ผลกระทบของการคัดเลือกพันธุ์สิ่งมีชีวิต ความหลากหลายทางชีวภาพ พันธุศาสตร์ วิวฒั นาการ
อนุกรมวิธาน โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู ้ความเข้าใจ สามารถสื่ อสาร
สิ่ งที่เรี ยนรู ้ มีความสามารถในการตัดสิ นใจ นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิตวิทยาศาสตร์
จริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม

13

ว 20207 ผักพืน้ บ้ านและสมุนไพร จํานวน 1.0 หน่ วยกิต 40 ชั่วโมง
สื บค้นข้อมูล ศึกษา ค้นคว้าและทําการทดลอง กิจกรรมเพื่อสรุ ปความรู ้เกี่ยวโครงสร้าง
สมบัติ การเจริ ญเติบโต การขยายพันธ์ ของผักพื้นบ้านและสมุนไพรในท้องถิ่น ทดลองและลงมือ
ปลูกผักพื้นบ้านและสมุนไพรในท้องถิ่น ศึกษาสมบัติและสรรพคุณทางยาของปลูกผักพื้นบ้านและ
สมุนไพรในท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้เกิดความรู ้ความเข้าใจ สามารถ
สื่ อสารสิ่ งที่เรี ยนรู ้ มีความสามารถในการตัดสิ นใจ นําความรู ้ไปใช้ในชีวิตประจําวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ จริ ยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful