You are on page 1of 20

การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีสว่ นร่ว

มParticipatory Action Research (PAR)

โดย มารุต ดำาชะอม


และสนั่นเพ็งเหมือน
การเรียนรู้ร่วมกันรวดเร็วและร่ ืนรมย์ ณ
สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช
วันท่ี 23-24 กันยายน 2545
การวิจัยและพัฒนาชุมชน
เป็ นเร่ ืองของชุมชน
คนภายนอกควรไปเรียน
รู้กบ ั ชุมชน
หยุดเสียที…คนใจดี…
ชีน
้ ำาชุมชน
การวิจัยเป็ นรูปแบบหน่ึงของการแ
สวงหาความรู้ ความจริงท่ีถูกต้อง
เช่ ือถือได้
ตรวจสอบได้เก่ียวกับปรากฏการณ์
ต่างๆในสังคมด้วยวิธีการทางวิทยา
ศาสตร์
(Kerlinger, 1988.)
เชิงปฏิบัติการ คืออะไร
เชิงปฏิบัติการหมายถึง
การปฏิบัตงิ านในกิจกรรมก
ารพัฒนา
ท่ีควบคู่กันไปกับการวิจัย
การมีสว่ นร่วม
หมายถึงการเข้าร่วมอย่าง
แข็งขัน
ของกลุ่มบุคคลในขัน้ ตอน
ต่างๆของ
การดำาเนินกิจกรรมอย่างห
การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วม
คือการแสวงหาความรู้
ความจริงท่ีถูกต้อง เช่ ือถือได้ ตรวจสอบได้
โดยวิธีการทาง
วิทยาศาสตร์
ซ่งึ มีกลุ่มบุคคลเข้ามาร่วมกันเรียนรู้
เพ่ ือรู้จักตัวเอง ชุมชน ส่งิ แวดล้อม
เห็นปั ญหาของตัวเอง และเห็นทางแก้
หรือทางออกจากปั ญหา โดยลงมือปฏิบัติจริง
การวิจัยแบบเดิม (Tradition Research)
เป็ นการวิจัย ท่ใี ช้ผู้วิจย ั เป็ นศูนย์กลาง (Researcher
Center)
องค์ความรู้ (Body of knowledge)
อยู่ท่น
ี ักวิจัยท่เี ป็ นคนนอกชุมชน วิจัยเพ่ อ ื รู้
ปั ญหาของคนอ่ น ื
ผลการวิจัยจึงไม่ได้นำาไปใช้แก้ปัญหา
PAR เป็ นการวิจัยโดยคนในชุมชน (Community Center)
ร่วมกันเรียนรู้เร่ อ ื งชุมชนของตนเอง
เห็นปั ญหาของตัวเอง เห็นทางออก
เป้ าหมายของPAR คือ
การเรียนรู้ร่วมกันรว
ดเร็ว ร่ น
ื รมย์
และช่วยกันสร้างสรร
ค์ชุมชนให้สวยงามสด
ใสรุง่ เรือง
1.
เพ่ ือปลุกจิตสำานึกให้คนในชุมชนตระหนักใ
นปั ญหา หน้าท่ี
และร่วมกันแก้ปัญหาของตนเอง
2. เพ่ ือให้ชุมชนได้เรียนรู้แบบพหุภาคี (Steak
Holder )
3. เพ่ ือให้ชุมชนร่วมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
สังคม การเมือง
4. เพ่ ือส่งเสริมกิจกรรมกลุ่ม
1. PAR
เป็ นกระบวนการท่ีไม่หยุดน่ิ

2.
เช่ ือว่าทุกคนมีศักยภาพท่ีจะ
ร่วมกันเรียนรู้
3.
1. การเลือกชุมชนท่จี ะวิจัย
ตรงกับความต้องการของนักวิจัย
2.
การสร้างความสัมพันธ์และทำาความเข้า
ใจกับชุมชน
3.
วางแผนเบ้ืองต้นในการเข้าถึงผู้ร่วมวิจั
ย และการดำาเนินกระบวนการวิจัย
4. ออกแบบกระบวนการของเวที
ทีมร่วมวิจัยและผู้มีส่วนได้เสีย
1.
สถานการณ์ของชุมชนเป็ นอย่
างไร
2.
การวางแผนเพ่ ือจัดการกับปั ญ
หา
3.
1. PRA (Participatory Rural Appraisal)
2. ข้อมูลมือสอง
3. การสังเกตโดยตรง
4. Structure Interview
5. แผนท่ีสังคมและทรัพยากรชุมชน
6. การจัดชัน ้ และการให้คะแนน(matrix)
7.
แผนผังใยแมงมุม/เส้นแบ่งเวลา/ปฏิทินฤดูกาล/t
ransect walk
8. แผนผังการไหลเวียนของทรัพยากร
9. ฯลฯ
การเตรียมการเพ่ ือให้มีการเรียนรู้ร่วมกั
น ต้องเตรียมดังนี้
1.
ทำาความเข้าใจวัตถุประสงค์ของการจัดเวที
/ ประเด็นท่จี ะตกลงกันให้ชัดเจน
2. เลือกประเด็นหลักของการอภิปราย
3. เตรียมรายการประเด็นย่อย เคร่ ืองบ่งชี้
และแนวคำาถาม
4.
เลือกเคร่ ืองมือท่ีจะใช้ในการหาและวิเครา
1. วิเคราะห์ข้อมูลมือสอง เช่น
ภาพถ่ายทางอากาศ หรือแผนท่ี
2. สังเกตโดยตรงเพ่ ือตรวจสอบข้อมูล
3. ร่วมกับชุมชนทำา Transect walk
4. นำาข้อมูลจาก Transect walk
และแผนท่แ ี หล่งทรัพยากรมาอภิปรายกับผู้นำาแ
ละกลุ่ม
5. ให้ชุมชนช่วยกันกำาหนดวิสย ั ทัศน์ ศักยภาพ
และปั ญหาชุมชน
การเขียนรายงาน
ต้องเขียนบรรยายให้เ
ห็นกระบวนการได้มา
ซ่งึ ข้อมูล
พร้อมทัง้บอกเทคนิค
1.
ทำาให้ชุมชนไว้เน้ือเช่ อ
ื ใจคนนอกชุมชนท่เี ข้าม

2. เร่ิมจากส่ิงท่ีชุมชนรู้
3.
เรียนรู้จากชุมชนเพ่ ือแก้ความเข้าใจผิดของนั
กวิจัย
4.
สนับสนุนให้ชุมชนแสดงส่ิงท่ม ี ีอยู่ในความคิด
ออกมาให้ชัด
เพราะ ระบบการศึกษา
และกระบวนทัศน์ในการพัฒนา
1. รวมศูนย์ ..ละเลย ดูถูก ครอบงำา ทำาลาย
ความเป็ นท้องถ่น ิ
2.
ระบบการศึกษาไม่ได้ทำาให้ชุมชนรู้จักตัวเอง
ศึกษาปั ญหาของตัวเอง
ไม่เห็นความสำาคัญของทรัพยากรใกล้ตัว
ไม่เช่ ือว่าชุมชนจัดการตัวเองได้
1. Awareness/ Local Consciousness
สร้างความตระหนักในศักดิศ ์ รี---- สำานึกท้องถ่น
ิ --
ลุกขึน้ มาบอก--
จัดการปั ญหาของตัวเอง ไม่คอยแบมือรับ
2. Oganization
หนุนการรวมกลุ่ม-- กระบวนการกลุ่ม
3. Learning + Networking
หนุนการรวมกลุ่ม การมี “เพ่ ือน”
การเช่ ือมโยงกับภายนอก
4. Local Management
หนุนให้ชม ุ ชนเข้ามาบริหารจัดการกิจการของท้อง
ใช้เคร่ ืองมือเพ่ ือ
1. เช่ อ
ื มความสัมพันธ์
2. มองเห็นปั ญหาชุมชนชัดขึน

3. คิดหาทางแก้
4. ดึงพลังชุมชน ทำากิจกรรม ท่ี “คิด”
ขึน

กระบวนทัศน์ใหม่----
---- เคร่ ืองมือใหม่
AIC /PAR/ Future Search/ เวที/ ดูงาน/ อ่ น
ื ๆ