You are on page 1of 5

การจัดการศึกษาตลอดชีวิต

ในยุคโลกาภิวัตนความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และเทคโนโลยีเปนไปอยางรวดเร็ว มี
ผลกระทบในทางบวกและทางลบตอชีวิตและความเปนอยูของบุคคลอยางรุนแรง บุคคลจึง
จําเปนตองพัฒนาตนเองใหมีความรู ความคิด และทักษะชีวิตใหสามารถแกปญหาและพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตไดอยางตอเนื่อง ตั้งแตเกิดจนตาย โดยสังคมมีสวนรวมในการจัดการเรียนรู การพัฒนาสาระ
และกระบวนการเรียนรูอยางตอเนื่องตลอดชีวิต

ความหมายของการศึกษาตลอดชีวิต
การศึกษาตลอดชีวิต หมายถึง การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหวางการศึกษาใน
ระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อใหสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตไดอยาง
ตอเนื่องตลอดชีวิต

คุณคาและความจําเปน
คุณคาและความจําเปนของการศึกษาตลอดชีวิต มีดังนี้
1. ในยุคที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็ว โดยเฉพาะในดานเทคโนโลยีและขาวสาร
จําเปนตองพัฒนาประชาชนใหสามารถที่จะใชประโยชนจากเทคโนโลยีและขาวสาร ในการ
แกปญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตไดอยางมีประสิทธิภาพ ความสามารถดังกลาวนี้ จักตองไดรับการ
พัฒนาอยางตอเนื่องตั้งแตเกิดจนตาย
2. ในปจจุบันนี้ ลําพังทรัพยากรทางการศึกษาที่มีอยูในความรับผิดชอบของรัฐบาล ไม
เพียงพอที่จะพัฒนาคุณภาพของประชาชน ใหทันตอการเปลี่ยนแปลงไดจึงจําเปนที่จะตองระดม
ทรัพยากรทางการศึกษาที่มีอยูอยางมหาศาลในภาคเอกชนและประชาชน โดยเฉพาะอยางยิ่ง
ภูมิปญญาที่มีอยูในทองถิ่นทั่วประเทศ มาใชประโยชนในการจัดการพัฒนาคุณภาพของประชาชน
อยางกวางขวาง โดยมีผูเปนเจาของทรัพยากรอันทรงคุณคาดังกลาว เปนผูเขามามีบทบาทในการ
ดําเนินงานอยางเต็มที่เปนการเสริมสรางสัมพันธภาพระหวาง ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน
3. ปจจุบันนี้ สังคมไดมองขามบุคลากรที่ทรงคุณคาทางการศึกษาซึ่งมีอยูเปนจํานวนมาก
ในชุมชนตาง ๆ อันไดแก ขาราชการที่เกษียณอายุและผูรูที่มีอยูในทองถิ่น เชน พระสงฆ ผูสูงอายุ
ภูมิปญญาทองถิ่น บุคคลอันทรงคุณคาดังกลาวนี้ ควรที่จะไดรับการสงเสริมใหเขามามีสวนรวม
ในการหลอหลอมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนอยางเต็มที่

105

การสงเสริมการศึกษาตลอดชีวิต เปนการคืนการศึกษาใหแกชุมชนอันหลากหลาย เพราะชุมชนจักมีโอกาสไดฟนฟูและพัฒนากระบวนการจัดการศึกษาของชุมชน (Indigenous Education) ตลอดจนฟนฟูและพัฒนาภูมิปญญาของชุมชนใหมีคุณคา และมีความหมายตอการ แกปญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนไดอยางเหมาะสมกับยุคสมัย 7. 4. แนวทางการจัดการศึกษาตลอดชีวิต จักชวยใหปรับเปลี่ยน และกําหนดสัมพันธภาพ ระหวางการศึกษาในโรงเรียน การศึกษานอกโรงเรียนและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยให ความสําคัญเปนพิเศษตอการศึกษาตามอัธยาศัย เพราะเปนกระบวนการที่สงเสริมใหแตละคน สามารถใชประโยชนจากการประกอบกิจกรรมตาง ๆ ในชีวิตประจําวันเพื่อพัฒนาความรู ความคิด และความสามารถของตนเองไดอยางกวางขวาง และดําเนินตอเนื่องไปตลอดชีวิต ผูที่กําลังศึกษาอยู ในระบบ และนอกระบบ หรือแมแตผูที่ผานการศึกษาในระบบและนอกระบบมาแลว ก็ยังมีความ จําเปนตองมีการศึกษาตามอัธยาศัยสืบเนื่องตอไปตลอดชีวิตเชนกัน 6. การส ง เสริ ม การศึ ก ษาตลอดชี วิ ต จั ก ช ว ยส ง เสริ ม ความหมายและคุ ณ ค า ของ พระพุทธศาสนาในสังคมไทย เพราะสาระสําคัญของคําสอนในพระพุทธศาสนา คือการชี้แนะ แนวทางใหม นุษ ย พัฒ นาตัว เองอยูส ม่ําเสมอและตอเนื่อง เพื่อ จะได สามารถพึ่ง ตนเองในการ แกปญหาในการดําเนินชีวิตไดอยางมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามลําดับ ถึงขั้นที่หมดปญหาและมี ชีวิตที่เปนอิสระ สะอาด สวาง สงบ อยางแทจริง คําสอนในเรื่องมรรคมีองคแปด หรือไตรสิกขา 106 . การสงเสริมการศึกษาตลอดชีวิต จักเปนการฟนฟูและพัฒนาความสัมพันธระหวาง การศึกษากับการดําเนินชีวิต ซึ่งจะนําไปสูการฟนฟูและพัฒนาวัฒนธรรมของคนในชุมชน การ จัดการศึกษาที่สอดคลองกับวัฒนธรรม หรือใชวัฒนธรรมของชุมชนเปนพื้นฐาน ก็ยอมจะเปนการ จัดการศึกษาที่มีความหมายตอการแกปญหาและพัฒนาวิถีชีวิตในชุมชนนั้นโดยตรง ใน ขณะเดียวกันก็เปนการจัดการศึกษาที่สงเสริมใหคนในชุมชนมีทัศนะอันกวางไกล มีความรูความ เขาใจทันขาวสารขอมูลและความเปลี่ยนแปลงในดานตาง ๆ อยางกวางขวางดวย ทําใหคนใน ทองถิ่นตางมีทางเลือกในการแกปญหาและพัฒนาวิถีชีวิตไดอยางหลากหลาย 8. เมื่อวิเคราะหจนถึงที่สุดแลว หัวใจในความสําเร็จของการกระจายอํานาจหรือกระจาย ความเจริญไปสูทองถิ่น ยอมจะขึ้นอยูกับคุณภาพของคนในทองถิ่นเปนสําคัญ คุณภาพดังกลาวนี้จัก เกิดขึ้นไดก็ตอเมื่อคนในทองถิ่น ไดรับการพัฒนาดานความรู ความคิด และความสามารถอยาง ตอเนื่อง อันจะยังผลใหเกิดอํานาจตอรองขึ้นโดยธรรมชาติ ทําใหสามารถเรียกรองพิทักษสิทธิ ผลประโยชน ตลอดจนสามารถมีสวนรวมในการตัดสินใจดานการเมืองการปกครองตามระบอบ ประชาธิปไตยไดอยางมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล 5.

รูปแบบกิจกรรมการศึกษาตลอดชีวิต ตองยึดหลักแหงความเสมอภาค ยืดหยุน หลากหลาย ปรับเปลี่ยน ไดตามสถานการณ ความเหมาะสม และสามารถสนองความตองการของ ผูเรียนทุกระดับ ยุทธศาสตรในการจัดกิจกรรมนั้นสามารถทําไดหลาย ๆ วิธี หรือผสมผสานบูรณา การ โดยใชสื่อประเภทตาง ๆ หรือสื่อประสม เชน เรียนรูจากครูผูสอน วิทยุ โทรทัศน วีดิทัศน คอมพิวเตอร แบบเรียนสําเร็จรูป หนังสือพิมพ การประชุม การอบรม ฯลฯ ทั้งนี้จะตองสอดคลอง กับวิถีชีวิตของบุคคลนั้น ๆ 5. ทุกหนวยงานในสังคม จะเขามามีบทบาทในการจัดการศึกษา อาทิ หองสมุด พิพิธภัณฑ วัด สถานประกอบการ ที่ทํางาน ชุมชน ตลอดจนสถาบันทางการศึกษา องคกรตาง ๆ อาสาสมัคร ฯลฯ ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมการศึกษาของแตละสถาบัน มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนา ศักยภาพของมนุษย ตลอดจนสนองความตองการเรียนรูของบุคคลวัยตาง ๆ 4. แทที่จริงแลวก็คือแนวทางในการพัฒนาตน ซึ่งจะยังผลใหสามารถดําเนินชีวิตไดอยางถูกตอง เหมาะสมยิ่งขึ้นตามลําดับนั่นเอง ลักษณะของการศึกษาตลอดชีวิต เปนที่ทราบกันแลววา การศึกษาตลอดชีวิตเปนรูปแบบของการเรียนรูของมนุษย ที่ เกิดขึ้นตลอดชีวิตของมนุษยทุกคนนับตั้งแตวัยแรกเกิดจนกระทั่งสิ้นชีวิต การศึกษาตลอดชีวิตจึง เปนสิ่งที่มีควบคูกับสังคมมนุษย ซึ่งสามารถสรุปลักษณะสําคัญของการศึกษาตลอดชีวิตไดดังนี้ 1. กระบวนการเรียนรูตลอดชีวิต จําเปนตองบูรณาการการเรียนรูทั้งในโรงเรียนนอกโรงเรียน และ การเรียนรูตามอัธยาศัย กลาวคือ มนุษยเรียนรูจากกระบวนการสังคมประกิต (Socialization) นั่นคือ เรียนรูจากครอบครัว จนมาถึงการเรียนรูจากสถาบันการศึกษา 3. การศึกษาตลอดชีวิต เปนการศึกษาของทุกคนตั้งแตกอนวัยเรียนจากเด็กถึงวัยชรา โดย มีจุดหมายเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษยในชวงตาง ๆ ของชีวิต เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเมือง วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี ทําใหทุกคนตองเรียนรูสิ่งใหม ๆ เพื่อปรับตนเองใหกาวทัน ในยุคของโลกาภิวัฒน 2. ระบบการจัดการศึกษาตลอดชีวิต จะตองดําเนินการตั้งแตระดับชาติ ระดับภาค และ ระดับทองถิ่น โดยมีกรอบแนวคิดและโครงสรางในการปฏิบัติงานที่สอดคลองกัน ตั้งแตนโยบาย จุดมุงหมาย กลุมเปาหมาย รูปแบบการจัด การวางแผน โครงสรางการจัดองคกร การบริหารงาน และการจัดการ ตลอดจนการจัดกิจกรรมที่ตองคํานึงถึง วัตถุประสงคของการเรียนรู หลักสูตร ยุทธศาสตรในการเรียนรู สื่อการวัดผล ประเมินผล เปนตน ทั้งนี้จะตองดําเนินการอยางเปนระบบ 107 .

การจัดการศึกษาในโรงเรียน (Formal Education) หมายถึง การจัดกิจกรรมการศึกษาที่ มีโครงสรางที่ชัดเจนแนนอนและมีลําดับ มีการแบงชั้นเรียนตามอายุ จัดการเรียนการสอนตามลําดับ ชั้น ตั้งแตระดับตนจนถึงระดับสูงโดยมีลักษณะที่สําคัญคือมีหลักสูตรเวลาเรียนที่แนนอน มีการ จํากัดอายุผูเรียน มีการลงทะเบียนเรียนและมีการวัดผล การประเมินผลเพื่อรับประกาศนียบัตร การ เรียนเนนในเรื่องอนาคตสวนใหญมีสถานที่แนนอนในการเรียน 2. การจัดการศึกษานอกโรงเรียน ( Non-formal Education) หมายถึง การจัดกิจกรรม การศึกษาที่จัดขึ้นนอกโรงเรียนปกติ โดยมีกลุมเปาหมายผูรับบริการเปนประชาชนอยูนอกโรงเรียน มีวัตถุประสงคในการเรียนที่ชัดเจน โดยมีกระบวนการจัดการเรียนการสอน ที่ยืดหยุน และ สอดคลองกับสภาพความตองการของกลุมเปาหมายที่หลากหลาย ซึ่งมีลักษณะที่สําคัญ คือ มี หลักสูตร เวลาเรียน มีการลงทะเบียน มีการประเมินผลเพื่อรับประกาศนียบัตร ไมจํากัดอายุ เปนการ เรียนนอกโรงเรียน เนนการเรียนเรื่องที่เปนสภาพปจจุบัน เพื่อแกปญหาในชีวิตประจําวัน มีเวลา เรียนที่ไมแนนอน 3. การศึกษาตามอัธยาศัย (Informal Education) หมายถึง การศึกษาที่เกิดขึ้นตามวิถี ชีวิตที่เปนการเรียนรูจากประสบการณ จากการทํางาน บุคคล ครอบครัว สื่อ ชุมชน แหลงความรู ตาง ๆ เพื่อเพิ่มพูนความรู ทักษะ ความบันเทิง และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยมีลักษณะที่สําคัญคือ ไมมีหลักสูตร ไมมีเวลาเรียนที่แนนอน ไมจํากัดอายุ ไมมีการลงทะเบียน และไมมีการสอบ ไมมกี าร รับประกาศนียบัตร มีหรือไมมีสถานที่แนนอนเรียนที่ไหนก็ได ลักษณะการเรียนสวนใหญเปนการ เรียนเพื่อความรูและนันทนาการ อีกทั้งไมจํากัดเวลาเรียน สามารถเรียนไดตลอดเวลาและเกิดขึ้นใน ทุกชวงวัยตลอดชีวิต การศึกษาทั้งสามรูปแบบ คือ การศึกษาในระบบโรงเรียน นอกระบบโรงเรียน และ การศึกษาตามอัธยาศัย สามารถเทียบโอนผลการเรียนของผูเรียนได โดยความรู ทักษะ และ ประสบการณที่ไดจากการศึกษาในรูปแบบตาง ๆ และ หรือจากการประกอบอาชีพมาเทียบโอนเปน ผลการเรียนของหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่งในระดับที่กําลังศึกษาอยู ซึ่งจะสอดคลองตามความ ตองการของบุคคล ชุมชน และสงผลตอการพัฒนาประเทศชาติในที่สุด 108 .องคประกอบของการศึกษาตลอดชีวิต การศึกษาตลอดชีวิตมีองคประกอบที่สําคัญ คือ 1.

การศึกษาตลอดชีวิต. กรุงเทพฯ : โรงพิมพคุรุสภาลาดพราว. 2542 และแกไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ. หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544. กรุงเทพฯ : พัฒนาคุณภาพวิชาการ. 2545. 2544. สถาบัน.ศ. พัฒนาคุณภาพวิชาการ.2538.เอกสาร/แหลงคนควาเพิ่มเติม การศึกษานอกโรงเรียน.ศ. พระราชบัญญัติการศึกษาแหงชาติ พ. 109 . กรม.