You are on page 1of 28

บทที่ 1

พื้นที่ผิวและปริมาตร (16 ชั่วโมง)


1.1 รูปเรขาคณิตสามมิติ (3 ชั่วโมง)
1.2 ปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอก (4 ชั่วโมง)
1.3 ปริมาตรของพีระมิดและกรวย (4 ชั่วโมง)
1.4 ปริมาตรของทรงกลม (2 ชั่วโมง)
1.5 พื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก (3 ชั่วโมง)

นักเรียนเคยรูจกั รูปเรขาคณิตสามมิติซึ่งไดแก ทรงสี่เหลีย่ มมุมฉาก ปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด


กรวยและทรงกลมมาบางแลว ในบทนี้จะกลาวถึงลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติเหลานั้นโดยละเอียด
อีกครั้ง สาระที่นักเรียนจะไดเรียนรูเพิ่มเติม คือ การหาปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติที่กลาวถึงขางตน
และการหาพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก สําหรับพื้นที่ผิวของพีระมิด กรวย และทรงกลม จะเปน
เนื้อหาในหนังสือเรียนสาระการเรียนรูเพิ่มเติม คณิตศาสตร เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3
เนื้อหาสาระของบทนี้สวนใหญเสนอไวในรูปของกิจกรรม เพราะตองการใหนกั เรียนศึกษาและ
สํารวจลักษณะตาง ๆ ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ทั้งยังมีกิจกรรมเกีย่ วกับการหาปริมาตรของรูปเรขาคณิต
สามมิติบางรูป เพื่อใหนักเรียนเห็นความสัมพันธและที่มาของสูตรการหาปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติ
และสูตรการหาพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก โจทยแบบฝกหัดบางขอในแตละชุดไดเชื่อมโยงความรู
เกี่ยวกับพืน้ ทีผ่ ิวและปริมาตรกับขอมูลจริงในสิ่งแวดลอม จึงอาจมีตัวเลขที่ทําใหการคํานวณยุงยาก ครูอาจ
ใหนกั เรียนใชเครื่องคิดเลขชวยในการคํานวณไดตามความเหมาะสม ในการวัดและประเมินผลหากครูนํา
ขอมูลจริงในสิ่งแวดลอมหรือทองถิ่นมาสรางโจทย ก็ควรระมัดระวังโดยปรับตัวเลขใหงายตอการคํานวณ
และเหมาะสมกับเวลา
สําหรับเนื้อหาการเปรียบเทียบหนวยความจุหรือหนวยปริมาตรในระบบเดียวกันและตางระบบ
การเลือกใชหนวยการวัดเกีย่ วกับความจุหรือปริมาตรไดอยางเหมาะสม ตลอดจนการคาดคะเนเกี่ยวกับ
การวัดในสถานการณตาง ๆ ไดอยางเหมาะสม ไมไดนํามากลาวในบทเรียนนี้เพราะนักเรียนไดเรียนมาแลว
ในชั้นกอนหนา อยางไรก็ตามครูควรใหนกั เรียนไดมีกจิ กรรมเพื่อทบทวนและฝกฝนในสิ่งเหลานัน้ เมื่อมี
โอกาส
2

ผลการเรียนรูที่คาดหวังรายป
1. อธิบายลักษณะและสมบัติของปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลมได
2. หาพื้นที่ผวิ ของปริซึม และทรงกระบอกได
3. หาปริมาตรของปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย และทรงกลมได
4. ใชความรูเกี่ยวกับพืน้ ที่ พื้นที่ผิว และปริมาตรแกปญ
 หาในสถานการณตาง ๆ ได
5. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได

แนวทางในการจัดการเรียนรู

1.1 รูปเรขาคณิตสามมิติ (3 ชั่วโมง)


จุดประสงค นักเรียนสามารถ
1. อธิบายลักษณะและสมบัติของปริซึม พีระมิด ทรงกระบอก กรวย และทรงกลมได
2. ระบุรูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติที่กําหนดใหได

ขอเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
1. ครูนําสนทนาเกีย่ วกับวัตถุหรือสิ่งของตาง ๆ ในสิ่งแวดลอมที่นกั เรียนเคยพบเห็นซึ่งมีลักษณะ
เปนรูปเรขาคณิตสามมิติ เชน ใหนักเรียนบอกสิ่งที่มลี ักษณะเปนปริซึม ทรงกระบอก พีระมิด กรวย
และทรงกลม หรือสิ่งที่มีลักษณะใกลเคียงกับรูปเรขาคณิตสามมิติเหลานั้น สําหรับพีระมิดครูอาจหาภาพ
หรือเลาเรื่องยอ ๆ เกี่ยวกับพีระมิดในประเทศอียิปต และสําหรับปริซึมครูอาจนําแทงแกวปริซึมของหมวด
วิทยาศาสตรมาแนะนําเปนตัวอยางก็ได
2. กอนใหความหมายของรูปเรขาคณิตสามมิติแตละชนิด ครูอาจหาสื่ออุปกรณที่มีลักษณะตาม
ลักษณะของรูปเรขาคณิตสามมิติเหลานั้นมาใหนกั เรียนสํารวจ สังเกตและพิจารณาสวนประกอบตาง ๆ ของ
รูปเรขาคณิตสามมิติแตละชนิด แลวจึงชวยกันสรุปใหไดความหมายตามที่กลาวไวในหนังสือเรียน
3. ในการเรียกชื่อปริซึมและพีระมิด ครูควรชี้ใหนกั เรียนสังเกตเห็นวาชื่อของปริซึมไมมีคําวา
“ฐาน” เชน ปริซึมสามเหลี่ยมและปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัส แตชื่อของพีระมิดจะมีคําวาฐาน เชน พีระมิดฐาน
สามเหลี่ยมดานเทาและพีระมิดฐานสี่เหลี่ยมผืนผา ทั้งนี้เปนไปตามความนิยมในการเรียกชื่อเหลานัน้
4. ในหัวขอนี้จะกลาวถึงเฉพาะปริซึมตรง ทรงกระบอกตรง และกรวยตรง สําหรับพีระมิด
จะกลาวถึงพีระมิดตรงและพีระมิดที่มีสันยาวเทากันทุกสัน ทั้งนี้เพราะตองการศึกษารวมไปถึงพีระมิดฐาน
สี่เหลี่ยมผืนผาดวย
5. สําหรับกิจกรรม “สํารวจปริซึม” ขอ 1 ขอยอย 6) ครูควรใหนักเรียนอธิบายความแตกตาง
ระหวางรูปคลีข่ องแตละรูปที่ใชเปนเกณฑในการพิจารณาหาคําตอบ ซึ่งจะทําใหครูทราบถึงการพัฒนา
3

ทางดานความรูสึกเชิงปริภูมขิ องนักเรียน สําหรับขอ 2 คําตอบที่ใหไวตองการเพียงใหนกั เรียนบอกไดวา


เปนปริซึมชนิดใดอยางคราว ๆ เชน ขอยอย 1) ตองการใหบอกวาเปนปริซึมสามเหลี่ยมโดยไมจาํ เปนตอง
บอกวาเปนปริซึมสามเหลี่ยมดานเทา แตถา เห็นวาเหมาะสมครูอาจใหนักเรียนวิเคราะหบอกรายละเอียดดวย
ก็ได เชน ขอยอย 5) อาจบอกวาเปนปริซึมสี่เหลี่ยมคางหมู
6. สําหรับกิจกรรม “สํารวจทรงกระบอก” เพื่อทํากิจกรรมในขอ 1 ครูควรสั่งใหนกั เรียน
เตรียมแกนกระดาษทิชชู เชือกฟางและกรรไกรดวย อาจใหเตรียมเปนงานกลุมก็ได
7. สําหรับกิจกรรม “สํารวจพีระมิด” ในบทเรียนจะยังไมเนนการพิจารณาความสัมพันธของ
ความยาวของสัน สูงเอียง และความสูงของพีระมิด ทั้งนี้เพราะในบทนี้จะยังไมกลาวถึงการหาสูงเอียง
และยังไมจําเปนตองนําความรูในสวนนี้ไปใชในการหาปริมาตรของพีระมิดดวย สําหรับขอ 4 การเขียน
รูปคลี่ของสวนที่ครอบดวงไฟ นักเรียนจะเขียนสวนทีใ่ ชทากาวสําหรับประกอบเปนสวนที่ครอบดวงไฟ
หรือไมก็ได
8. สําหรับกิจกรรม “สํารวจกรวย” ครูควรใหนักเรียนไดปฏิบัติจริง อาจใหทําเปนงานกลุมก็ได
เมื่อไดกรวยครบสี่อันแลว ครูอาจใหนกั เรียนตกแตงภาพบนกรวยและรอยเปนโมบายตามกิจกรรมใน
ขอ 2 ขอยอย 6) สําหรับขอ 3 การเขียนรูปคลี่ของสวนที่ครอบดวงไฟ นักเรียนจะเขียนสวนทีใ่ ชทากาว
สําหรับประกอบเปนที่ครอบดวงไฟหรือไมก็ได
9. ในเรื่องของทรงกลม ครูอาจใหนกั เรียนชวยกันยกตัวอยางของทรงกลมหรือสิ่งที่มีลักษณะ
ใกลเคียงกับทรงกลมที่เกิดขึน้ ตามธรรมชาติเพิ่มเติม เชน โลก ดวงจันทร ดาวตาง ๆ ไขกบ ไขปลา
ไขมุก สม และมะเขือพวง สําหรับกิจกรรม “สํารวจทรงกลม” ครูอาจใชคําถามเพิม่ เติมเกี่ยวกับโลก
เมื่อถือวาโลกเปนทรงกลม ดังตัวอยางตอไปนี้
– ใหนกั เรียนยกตัวอยางวงกลมใหญของโลก [เสนศูนยสูตร]
– ถาตําแหนงทีน่ ักเรียนยืนอยูปจ จุบันเปนจุด ๆ หนึ่งบนพืน้ โลกแลว นักเรียนคิดวามี
วงกลมใหญผานจุดนีห้ รือไม ถามี มีไดกี่วง [มีวงกลมใหญผานเปนจํานวนมากมาย
นับไมถวน ในทางภูมิศาสตรมีเสนแวงซึง่ เปนสวนหนึง่ ของวงกลมใหญที่ใชบอก
ตําแหนงของจุดตาง ๆ บนพื้นโลก]
4

1.2 ปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอก (4 ชั่วโมง)


จุดประสงค นักเรียนสามารถ
1. หาปริมาตรของปริซึมและทรงกระบอก และนําความรูไปใชแกปญหาในสถานการณ
ตาง ๆ ได
2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได

เอกสารแนะนําการจัดกิจกรรม กิจกรรมเสนอแนะ 1.2

ขอเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
1. ครูนําสนทนาเกีย่ วกับความจําเปนทีน่ ักเรียนจะตองมีความรูในเรือ่ งของปริมาตรของปริซึม
และทรงกระบอก เพราะในชีวิตประจําวันของเรามักตองเกี่ยวของกับปริมาตรและความจุของผลิตภัณฑ
ตาง ๆ อาหารและเครื่องดืม่ ซึ่งสวนใหญบรรจุอยูในภาชนะที่มีลักษณะเปนทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากและ
ทรงกระบอก นอกจากนี้เราตองเขาใจเกีย่ วกับหนวยตาง ๆ ที่เปนหนวยวัดความจุหรือปริมาตร ซึ่งอาจตอง
นําไปใชเปนพืน้ ฐานในงานอาชีพหรือใชเพือ่ การตัดสินใจในการเลือกซือ้ สินคา ครูอาจนํานมกลองหรือน้ํา
ผลไมกลองที่บอกปริมาตรและราคา และเปนผลิตภัณฑชนิดเดียวกันมาสองขนาดเพื่อเปนตัวอยางให
นักเรียนไดอภิปรายกันถึงเหตุผลที่นักเรียนจะเลือกซื้อ
2. ครูอาจทบทวนเกี่ยวกับเรื่องหนวยการวัดปริมาตรในระบบเดียวกันหรือตางระบบ โดยอาจใช
กิจกรรมเสนอแนะ 1.2 เพิ่มเติม ก็ได
3. ครูควรสนทนาเกีย่ วกับการหาปริมาตรของวัตถุตาง ๆ โดยเฉพาะวัตถุที่ไมใชรปู เรขาคณิต
สามมิติที่กลาวถึงในบทนี้โดยการแทนทีน่ ้ํา ทําความเขาใจในเรื่องของปริมาตรของน้ําที่ลนออกมาในกรณี
ที่ใสวัตถุลงแทนที่น้ําในภาชนะที่มีน้ําเต็มภาชนะ หรือหาปริมาตรของน้ําที่มีระดับน้ําสูงขึ้นในกรณีที่ใส
วัตถุลงแทนทีน่ ้ําในภาชนะแลวน้ําไมลนออกมา ครูอาจสาธิตการหาปริมาตรของวัตถุโดยวิธีนแี้ ละให
นักเรียนชวยกันอภิปรายสรุปผล ทั้งนี้เพื่อใหนกั เรียนมีความคิดรวบยอดในเรื่องนี้อกี ครั้งและสามารถนํา
ความรูนี้ไปใชแกปญหา หรือแกโจทยปญหาในสถานการณตาง ๆ ได
4. ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเกี่ยวกับการหาสูตรของปริมาตรของปริซึม ครูอาจทํา
อุปกรณเปนแทงปริซึมที่มีลักษณะดังในบทเรียนดวยกระดาษแข็งประกอบการสอน ก็จะชวยใหนกั เรียน
เขาใจสูตรอยางเปนรูปธรรมยิ่งขึ้น
5. ในการแกโจทยปญหาปริซึมซึ่งมีฐานเปนรูปหลายเหลี่ยม เชน แทนรับรางวัล หรือโจทย
แบบฝกหัด 1.2 ก ขอ 10 ครูควรใหนกั เรียนไดอภิปรายวาสามารถทําวิธีใดไดบาง วิธีแกปญหาของ
นักเรียนอาจทําได 2 วิธีดังตัวอยาง
กําหนดปริซึมที่มีลักษณะดังรูป
5

วิธีที่ 1 หาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากแตละรูปคือ 1 , 2 และ 3 ดังรูป


แลวนําปริมาตรมาบวกกัน

3
1
2

วิธีที่ 2 หาปริมาตรของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ABCDEFGH แลวลบดวยปริมาตรของ


ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก 1 และ 2 ดังรูป
F E
A 1 2
D

G H
B C

6. สําหรับกิจกรรม “ขนาดของตูเย็น” มีเจตนาใหนักเรียนไดเห็นการใชปริมาตรหรือความจุ


ในชีวิตประจําวัน ซึ่งขนาดภายในของตูเย็นคิดเปนลูกบาศกฟุต ซึ่งภาษาชาวบานเรียกวา คิว และตองการ
ใหนกั เรียนไดฝกทักษะในเรือ่ งการเปลี่ยนหนวยจากหนวยคิวเปนหนวยลิตร ในการทํากิจกรรมนีค้ รูควรนํา
สนทนาใหนักเรียนไดรจู ักเลือกใชเครื่องใชไฟฟาประหยัดไฟที่มีเบอร 5 ระบุไวบนเครื่องใชไฟฟาเหลานั้น
7. สําหรับกิจกรรม “อาคารลูกเตา” มีเจตนาเชื่อมโยงความรูคณิตศาสตรกับศาสตรอื่น ๆ
เพื่อใหนักเรียนมีความคุนเคยกับคณิตศาสตรที่อยูรอบ ๆ ตัวเพื่อเปนตัวอยางการสอนใหนกั เรียนรูจกั สังเกต
และเชื่อมโยงความรูตามพื้นฐานที่มี
8. ในแบบฝกหัด 1.2 ข. มีคําสั่งใหนักเรียนเลือกใชคา π ตามความเหมาะสมในการแกโจทย
ปญหาแตละขอ ครูควรใหขอสังเกตกับนักเรียนวา ถึงแมคําถามในโจทยจะไมมีคําวา “ประมาณ” กํากับ
ไว แตนักเรียนตองตระหนักไดเองวาคําตอบที่ไดจะตองใชคําวาประมาณในคําตอบดวยหรือไม
9. สําหรับกิจกรรม “เทากันหรือไม” ครูควรใหนกั เรียนใชความรูสึกเชิงปริภูมิและความรูทาง
คณิตศาสตรมาคาดคะเนปริมาตรของทรงกระบอกทั้งสองรูปกอน หลังจากนั้นใหนักเรียนวัดความยาวและ
6

ความกวางของกระดาษ A4 แลวคํานวณหาปริมาตรของทรงกระบอกทั้งสองรูปเพื่อตรวจสอบความคิด
ของนักเรียน ครูควรใหนกั เรียนสังเกตวา แมทรงกระบอกฐานเปดทั้งสองจะทํามาจากกระดาษขนาด
เดียวกัน แตเมื่อมวนตามแนวที่ตางกัน ปริมาตรที่ไดไมจําเปนตองเทากัน
10. สําหรับกิจกรรม “มีขนาดเทาไร” มีเจตนาใชเปนโจทยปญหาเพื่อฝกทักษะกระบวนการทาง
คณิตศาสตรในดานการแกปญหาอยางเปนระบบ ครูควรใหเวลานักเรียนไดคดิ อยางอิสระกอนและควรได
ตรวจสอบดูแนวคิดของนักเรียนแตละคน หรือแตละกลุม วานักเรียนมีการจัดระบบขอมูลอยางไร มีแบบรูป
ของขอมูลที่บันทึกไวครอบคลุมทุกกรณี สามารถนํามาใชตัดสินใจบอกเปนคําตอบไดหรือไม ถานักเรียนมี
ปญหาครูจึงคอยแนะนําวิธีหาคําตอบตามแนวทีเ่ ฉลยไว
11. สําหรับกิจกรรม “นาคิด” มีเจตนาใหนักเรียนพิจารณาหาคําตอบโดยใชความรูสึกเชิงปริภูมิ
ประกอบกับใชความคิดรวบยอดเกีย่ วกับปริมาตร กลาวคือ ปริมาณน้าํ ที่บรรจุในภาชนะเดียวกัน เมื่อวาง
ภาชนะในลักษณะตางกัน ระดับน้ําไมจําเปนตองสูงคงที่ ระดับน้ําจะสูงขึ้นหรือลดลงขึ้นอยูกับพืน้ ที่รับน้ําที่
เปลี่ยนไป ครูอาจขยายแนวคิดเกีย่ วกับเรือ่ งนี้ในชีวิตจริงกรณีน้ําทวมพื้นที่ตาง ๆ ถามีการเปดพืน้ ที่รับน้ํา
เพิ่มขึ้น ก็จะทําใหระดับน้ําทีข่ ังอยูลดลงโดยมีเงื่อนไขวาไมมีปริมาณน้ําไหลมาเพิ่มอีก
สําหรับแนวคิดที่อธิบายไวในคําตอบของกิจกรรมนี้ หากนักเรียนนึกภาพระดับน้ํามันเมื่อวาง
ถังในแนวนอนไมได ครูอาจหากระบอกน้ําทรงกระบอกที่มีฝาปดและใสพอที่จะเห็นระดับน้ํามาแสดง
ประกอบคําตอบดวยก็ได

1.3 ปริมาตรของพีระมิดและกรวย (4 ชั่วโมง)


จุดประสงค นักเรียนสามารถ
1. หาปริมาตรของพีระมิดและกรวย และนําความรูไปใชแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ได
2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได

เอกสารแนะนําการจัดกิจกรรม กิจกรรมเสนอแนะ 1.3

ขอเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
1. ในการจัดกิจกรรม “ปริมาตรของพีระมิด” ครูควรเตรียมกระดาษแข็งและใชตวั แบบสราง
พีระมิดและปริซึมจากกิจกรรมเสนอแนะ 1.3 ใหนกั เรียนใชเทปกาวปดรอยตอใหเปนพีระมิดและปริซึม
กอนลงมือปฏิบัติกิจกรรมครูควรใหนกั เรียนสังเกตตัวแบบแตละคูวามีความยาวของสวนใดเทากันบาง
อาจใหนกั เรียนตรวจสอบความยาวของแตละดานของพีระมิดและของปริซึมคูที่มีความสูงเทากันและ
พื้นที่ฐานเทากัน พรอมทั้งจดบันทึกขอมูลไวดว ย
ในการทดลองตวงทราย ครูอาจแบงใหนกั เรียนใชพีระมิดและปริซึมที่แตกตางกันเปนกลุม ๆ
แลวใหนักเรียนชวยกันสรุปผล
7

2. หลังจากครูใหตัวอยางที่ 2 แลวครูอาจใหนักเรียนคิดตอวาถาโจทยกําหนดใหความสูงและ
ความยาวของดานของฐานของที่ทับกระดาษอันใหญเปนสองเทาของความสูงและเปนสองเทาของความยาว
ของดานของฐานของที่ทับกระดาษอันเล็ก ปริมาตรของที่ทับกระดาษอันใหญจะเปนกี่เทาของปริมาตรของ
ที่ทับกระดาษอันเล็ก
3. ในแบบฝกหัด 1.3 ก ขอ 1 ในตารางขอยอย 1) และขอยอย 3) มีเจตนากําหนดตัวเลขไวเกิน
ความจําเปนทีต่ องนํามาใชในการหาคําตอบ เพื่อตรวจสอบดูวานักเรียนสามารถเลือกจํานวนในตารางมาคิด
คํานวณไดถูกตองหรือไม
แบบฝกหัดขอ 2 ไดใหสูตรการหาพื้นที่ของรูปสามเหลี่ยมดานเทาไวใหนําไปใชในการหา
ปริมาตรของพีระมิดฐานสามเหลี่ยมดานเทา ถาครูตองการใหนักเรียนทราบที่มาของสูตรนี้ ซึ่งไดกลาวไว
ในเรื่องของกรณฑที่สองในหนังสือเรียนสาระการเรียนรูเพิ่มเติม เลม 1 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 3 ครูอาจนํามา
สอนเพิ่มเติมโดยมีแนวคิดดังนี้
A กําหนดให ∆ ABC เปนรูปสามเหลี่ยมดานเทา ที่มีความยาวของ
แตละดานเปน a หนวย ถาลาก AD ตั้งฉากกับ BC จะไดวา
a BD = CD = 2a หนวย
โดยทฤษฎีบทพีทาโกรัสจะได AD = 23 a หนวย
B D a C
2
ดังนั้น พื้นที่ของ ∆ ABC เทากับ 12 a × 23 a = 43 a2 ตารางหนวย
ครูควรแนะนําใหนกั เรียนจําสูตรนี้ไวใชและถาครูเห็นวานักเรียนสวนใหญสามารถเรียนรู
การหาพื้นที่ของรูปหกเหลีย่ มดานเทามุมเทาได ครูอาจสอนเพิ่มเติมโดยนําสูตรการหาพื้นที่ของรูป
สามเหลี่ยมดานเทาไปใชตอเนื่องไดอีกตามแนวคิดดังนี้

B C
a a
A a D

F E

จากรูป สรางรูปหกเหลี่ยมดานเทามุมเทา ABCDEF โดยแบงสวนโคงของวงกลมออกเปน


6 สวนเทา ๆ กัน
จะไดพนื้ ที่ของรูปหกเหลี่ยมดานเทามุมเทา เทากับ 6 × 43 a2 ตารางหนวย
8

4. สําหรับกิจกรรม “หนึ่งในเจ็ดของสิ่งมหัศจรรยของโลกยุคโบราณ” มีเจตนาเชื่อมโยงความรู


คณิตศาสตรกบั ศาสตรอื่น ๆ ใหนกั เรียนเห็นวามีการนําคณิตศาสตรไปใชในการคํานวณสิ่งตาง ๆ รอบตัว
นักเรียน เชน ในกิจกรรมนีน้ ักเรียนจะไดทราบถึงขนาดของพีระมิดและจํานวนกอนหินที่สัมพันธกับ
น้ําหนักของหิน
5. สําหรับกิจกรรม “พีระมิดปริศนา” มีเจตนาเชื่อมโยงความรูคณิตศาสตรกับศาสตรอื่น ๆ
เชนเดียวกัน ครูอาจชี้ใหนกั เรียนทราบวาพีระมิดของอียปิ ตเปนสิ่งที่มีความสําคัญและยิ่งใหญสําหรับ
ชาวโลกมาก จะสังเกตเห็นวาในสถาปตยกรรมทั่ว ๆ ไปนิยมสรางตึก อาคารหรือสถานที่โดยสรางพีระมิด
ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัสเชนเดียวกันกับพีระมิดของอียิปตเปนสวนประกอบของสิ่งกอสรางเหลานั้น
6. สําหรับกิจกรรม “ชวยคิดหนอย” มีเจตนาใหนกั เรียนพิจารณาหาคําตอบโดยใชความรูสึก
เชิงปริภูมิประกอบกับความรูเกี่ยวกับลักษณะและความสัมพันธกันของความยาวของสัน สูงเอียง และ
ความสูงของพีระมิด ครูควรนํากิจกรรมนีม้ าอภิปรายในชั้นเรียนเพื่อดูวานักเรียนสามารถใชความรูสึกเชิง
ปริภูมิมาวิเคราะหหาคําตอบไดหรือไม
7. ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเกี่ยวกับปริมาตรของกรวย ครูอาจทําอุปกรณกรวยและ
ทรงกระบอกที่มีพื้นที่ฐานเทากันและมีความสูงเทากันมาสาธิตใหนกั เรียนเห็นความสัมพันธ เชนเดียวกันกับ
การหาความสัมพันธของปริมาตรของพีระมิดและปริซึม
8. สําหรับกิจกรรม “ทําไดหลายแบบ” มีเจตนาสงเสริมความคิดยืดหยุน ของนักเรียนและ
เชื่อมโยงความรูเกี่ยวกับเลขยกกําลัง ซึ่งนักเรียนสามารถเขียนความสัมพันธของขนาดของรัศมีและความสูง
ของกรวยไดหลายขนาด ครูอาจใหนกั เรียนออกมาเขียนคําตอบบนกระดานหนาชั้นเรียน เพื่อใหนกั เรียนได
เห็นแนวคิดทีแ่ ตกตางของนักเรียนแตละคน
9. สําหรับกิจกรรม “รูไวมีประโยชน” เสนอไวเพื่อใหเปนความรูเพิ่มเติมสําหรับนักเรียนและ
ไดความคิดรวบยอดเกีย่ วกับปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติแบบตรงและแบบเอียง ครูอาจสาธิตให
นักเรียนเห็นเปนรูปธรรม เชน อาจใชกระดาษ A4 ประมาณ 1 รีม มาจัดเปนปริซึมตรงและปริซึมเอียง
หรือครูอาจนําเหรียญสิบบาทประมาณ 15 – 20 เหรียญมาเรียงซอนกันแลวปรับใหเปนทรงกระบอกตรง
และทรงกระบอกเอียง ถามีเวลาพอครูอาจนําโจทยเกี่ยวกับการหาปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติแบบ
เอียงมาใหนักเรียนทําเพิ่มเติมก็ได
10. สําหรับกิจกรรม “คิดไดไหม” ครูอาจใหนกั เรียนทําเปนกลุมและใหมีการอภิปรายแนวคิดวา
จะหาปริมาตรของพีระมิดฐานสามเหลี่ยมที่ยอดมุมของลูกบาศกไดอยางไร ถาเห็นสมควรครูอาจชี้แนะให
นักเรียนใชหลักการของคาวาลิเอริมาชวยในการคํานวณหาปริมาตรของพีระมิดฐานสามเหลี่ยม
9

1.4 ปริมาตรของทรงกลม (2 ชั่วโมง)


จุดประสงค นักเรียนสามารถ
1. หาปริมาตรของทรงกลมและนําความรูไปใชแกปญหาในสถานการณตาง ๆ ได
2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได

ขอเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
1. ครูนําสนทนาใหนักเรียนเห็นวามีหลาย ๆ สิ่งในธรรมชาติที่มีลักษณะใกลเคียงกับทรงกลม
ไดแกผลไม เชน สม แตงโม ฝรั่ง ลําไยและลิ้นจี่ ไขของสัตวหลาย ๆ ชนิด เชน ไขกบ ไขปลา และไข
แมงดา จากนัน้ ครูใหขอสังเกตเกีย่ วกับความสัมพันธของพื้นที่ผิวและปริมาตรของทรงกลมตามที่กลาวไว
ในบทเรียน ถึงแมคําวาพื้นที่ผิวจะเปนคําใหมที่นกั เรียนพบเปนครั้งแรกก็ตาม แตใหถือวาคํานี้เปนคําสามัญ
จึงไมไดใหความหมายเฉพาะไว ครูอาจอธิบายพอใหนกั เรียนทราบวาพื้นที่ผิวที่กลาวถึงนี้หมายถึงพื้นที่บน
พื้นผิวภายนอกของวัตถุตาง ๆ อาจยกตัวอยางใหเห็นจากพื้นที่ผิวของลูกบอล หรือของสม ครูอาจยก
ตัวอยางเพิ่มเติมใหเห็นวาถังเก็บน้ําหรือถังเก็บน้ํามันที่สรางเปนทรงกลม เปนการประหยัดวัสดุที่ใชทําถัง
2. ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในกิจกรรม “ปริมาตรของทรงกลม” ครูอาจเตรียมสื่อ
อุปกรณตามสาระที่เสนอไวในกิจกรรมนี้ และอาจใชการสาธิตแสดงใหนักเรียนเห็นวา ตองตวงทรายเต็ม
ครึ่งทรงกลม 3 ครั้งจึงจะไดทรายเต็มทรงกระบอกไดพอดี อาจใหนักเรียนชวยกันหาสูตรการหาปริมาตร
ของทรงกลมเปนกลุม ๆ แลวนําเสนอเพื่อหาขอสรุปบนกระดานหนาชั้นเรียนก็ได
3. สําหรับโจทยแบบฝกหัด 1.4 ขอ 6 มีเจตนาใหเห็นตัวอยางการนําภูมิปญญาทองถิ่นมา
เชื่อมโยงกับทรงกลม ครูอาจนําเรื่องราวของขาวแชมาเปนบทสนทนาใหนกั เรียนทีไ่ มเคยรูจักไดทราบ
หรืออาจยกตัวอยางขนมอื่น ๆ ที่มีลักษณะเปนทรงกลมและอาจนําขนาดของขนมเหลานั้นมาสรางเปนโจทย
ในทํานองเดียวกัน
4. สําหรับกิจกรรม “คิดไดหรือไม” มีเจตนาใชเปนปญหาฝกทักษะในการคิดและจินตนาการ
อีกทั้งนักเรียนจะไดพัฒนาความรูเชิงปริภมู ิไดวาทรงกลมที่ใหญที่สุดนี้ควรเปนทรงกลมที่มี
เสนผานศูนยกลางยาวเทากับความยาวของดานของลูกบาศกที่กําหนดให
10

1.5 พื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอก (3 ชั่วโมง)


จุดประสงค นักเรียนสามารถ
1. หาพื้นทีผ่ ิวของปริซึมและทรงกระบอก และนําความรูไปใชแกปญ
 หาในสถานการณตาง ๆ ได
2. ตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของคําตอบที่ได

ขอเสนอแนะในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน
1. ครูควรทบทวนเกี่ยวกับรูปคลี่ของปริซึมแบบตาง ๆ ซึ่งนักเรียนเคยเรียนมาแลวในเรื่อง
ความสัมพันธระหวางรูปเรขาคณิตสองมิติและสามมิติ และใหนกั เรียนชวยกันสรุปใหไดวาพื้นที่ทงั้ หมด
ของรูปคลี่ของปริซึม (ไมรวมสวนที่ทากาว) คือพื้นที่ผิวของปริซึมและพื้นที่ทั้งหมดของรูปคลี่ของ
ทรงกระบอก คือ พื้นที่ผิวของทรงกระบอก ทั้งพื้นที่ผิวของปริซึมและทรงกระบอกหาไดจากผลบวกของ
พื้นที่ฐานทั้งสองกับพื้นที่ของดานขางทั้งหมด
2. หลังจากครูยกตัวอยางที่ 1 และตัวอยางที่ 2 ซึ่งเปนการหาพืน้ ทีผ่ ิวของปริซึมแลว ควรให
นักเรียนทําแบบฝกหัด 1.5 ที่เปนโจทยเกีย่ วกับปริซึมกอน โดยเฉพาะขอ 1 ขอยอย 1), 2), 3), 4) และ 6)
ครูควรใหนกั เรียนทําในชัน้ เรียน เพื่อตรวจสอบดูวานักเรียนสามารถพิจารณาสวนทีเ่ ปนฐานของปริซึมได
ถูกตองหรือไม และการหาพื้นที่ผิวขางของแตละรูปนักเรียนทําอยางไร
ในบทเรียนไมไดสรุปเปนสูตรใหนกั เรียนเห็นวา
พื้นที่ผิวขางของปริซึมเทากับความยาวรอบฐานของปริซึม × ความสูงของปริซึม
ครูอาจนําโจทยคํานวณหาพืน้ ที่ผิวของปริซึมแบบตาง ๆ มาใหนักเรียนชวยกันทําบนกระดาน
และชวยกันสรุปเปนสูตรการหาพื้นที่ผิวขางของปริซึมก็ได
ในทํานองเดียวกัน การหาพื้นที่ผิวขางของทรงกระบอก ครูกอ็ าจใหนกั เรียนชวยกันหาพืน้ ที่
ผิวขางของทรงกระบอกจากแกนกระดาษทิชชูอีกครั้งและใหชว ยกันสรุปเปนสูตรวา
พื้นที่ผิวขางของทรงกระบอกเทากับ 2πrh
เมื่อ r แทนรัศมีของฐานของทรงกระบอก และ
h แทนความสูงของทรงกระบอก
3. สําหรับกิจกรรม “รูลึกเรื่องโลก” มีเจตนาเชื่อมโยงความรูคณิตศาสตรกับศาสตรอื่น ๆ
ตองการใหเปนโจทยเราความสนใจใฝรูกบั นักเรียนและใชความรูเกีย่ วกับปริมาตรของทรงกลมในการ
แกปญหาทีก่ ําหนดให ในการคํานวณครูอาจใหนกั เรียนใชเครื่องมือตาง ๆ เชน เครื่องคิดเลขชวยในการ
คํานวณได แตควรใหนักเรียนชวยกันแสดงแนวคิดในการหาคําตอบกอน เพื่อประเมินวานักเรียนคิดเปน
ลําดับขั้นตอนถูกตองหรือไม
11

คําตอบแบบฝกหัดและคําตอบกิจกรรม
คําตอบกิจกรรม “สํารวจปริซึม”
1.
1) 7 หนา
2) 2 รูป คือ รูป ABCDE และรูป FGHIJ
3) 5 รูป คือ ABHG, BCIH, CDJI, DEFJ และ AEFG
4) เทากันทุกประการ
5) AG , BH , CI , DJ และ EF
6) รูป ข
2.
1) ปริซึมสามเหลี่ยม
2) ปริซึมหกเหลี่ยม
3) ปริซึมสามเหลี่ยม
4) ปริซึมสามเหลี่ยม
5) ปริซึมสี่เหลี่ยม
6) ปริซึมหกเหลี่ยม
3. ขอ 1), ขอ 3) และขอ 4)
4.
1) ABCD และ FGHE
2) ABCD และ FGHE
3) ABCD และ FGHE
4) รูป AFEDI และรูป BGHCJ

คําตอบกิจกรรม “สํารวจทรงกระบอก”
1.
2) รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
3) ตัวอยางคําตอบ
กวาง 10 เซนติเมตร และยาว 15 เซนติเมตร
4) ความสูงของทรงกระบอกเทากับความกวางของรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
ความยาวของเสนรอบวงของวงกลมที่เปนฐานของทรงกระบอกเทากับความยาวของ
รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก
12

2. ขอ 2) และขอ 4)
วงกลมทีเ่ ปนฐานของทรงกระบอกในขอ 2) และขอ 4) มีเสนรอบวงยาว A4 หนวย
3. รูป ก เปนทรงกระบอก เพราะมีฐานสองฐานเปนวงกลมที่ขนานกันและเทากันทุกประการ
สวนสูงยาวเทากับความยาวของแกน
รูป ข ไมเปนทรงกระบอก เพราะเมื่อใชระนาบตัดในแนวขนานกับฐานแลว หนาตัดที่ไดแตละ
หนาไมเปนวงกลมที่เทากันทุกประการ
รูป ค ไมเปนทรงกระบอก เพราะหนาตัดที่เปนฐานไมขนานกันและไมเปนรูปที่เทากัน
ทุกประการ
รูป ง ไมเปนทรงกระบอก เพราะวงกลมที่เปนฐานไมเทากันทุกประการ

คําตอบกิจกรรม “สํารวจพีระมิด”
1.
1) ABCD
2) มี 4 หนา และ 4 สันที่ทุกสันยาวเทากัน
3) รูปสามเหลี่ยมหนาจั่ว
4) ไมเทากันทุกประการทุกหนา แตจะมีหนาที่อยูตรงขามกันเทากันทุกประการ คือ
∆ ABE ≅ ∆ DCE และ ∆ ADE ≅ ∆ BCE
2.
1) พีระมิดฐานสามเหลี่ยม
2) พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม
3) พีระมิดฐานสี่เหลี่ยม
4) พีระมิดฐานหาเหลี่ยม
5) พีระมิดฐานหกเหลี่ยม
6) พีระมิดฐานแปดเหลี่ยม
3. ขอ 3) เปนพีระมิด เพราะมียอดแหลม
4.
13

คําตอบกิจกรรม “สํารวจกรวย”
2.
1) เทากัน เพราะยาวเทากับรัศมีของวงกลมคือ 10 เซนติเมตร
2) ไมเทากัน กรวย C สูงที่สุดและกรวย D เตี้ยที่สุด
3) ถามุมที่จุดศูนยกลางมีขนาดใหญกวา พื้นที่ฐานของกรวยจะมากกวา
4) กรวย D
5) สวนโคงของรูปวงกลมเดิม
6)

A
B
D

3.

คําตอบกิจกรรม “สํารวจทรงกลม”
1. วงกลม
2. ไมเทากันทุกรูป
3. มีหลายวงนับไมถวน
4. มีหลายวงนับไมถวน
14

คําตอบแบบฝกหัด 1.2 ก
1.
1) 84 ลูกบาศกเซนติเมตร 2) 1,536 ลูกบาศกเซนติเมตร
3) 5.445 ลูกบาศกเซนติเมตร 4) 2,940 ลูกบาศกเซนติเมตร
5) 940 ลูกบาศกเซนติเมตร 6) 497.25 ลูกบาศกเซนติเมตร
7) 1,155.96 ลูกบาศกเซนติเมตร 8) 784 ลูกบาศกเซนติเมตร
2. 66 ถุง
3. 19,219.2 กิโลกรัม
4. 8 เมตร
5. 11 คัน
6. ประมาณ 3.3 เมตร
7. 1.66 ลูกบาศกเมตร
8. 0.1 เมตร หรือ 10 เซนติเมตร
9. 1,800 ลูกบาศกเมตร
10. 58,320 ลูกบาศกเซนติเมตร

คําตอบกิจกรรม “ขนาดของตูเย็น”
ขนาด 2 คิว มีความจุประมาณ 56 ลิตร
ขนาด 4 คิว มีความจุประมาณ 112 ลิตร
ขนาด 4.5 คิว มีความจุประมาณ 126 ลิตร
ขนาด 10 คิว มีความจุประมาณ 280 ลิตร
ขนาด 12 คิว มีความจุประมาณ 336 ลิตร

คําตอบกิจกรรม “อาคารลูกเตา”
ประมาณ 30 เมตร
15

คําตอบแบบฝกหัด 1.2 ข
1. คํานวณโดยใชคา π ≈ 3.14

ขอ พื้นที่ฐาน ปริมาตร


1) ≈ 0.785 ตารางเซนติเมตร ≈ 157 ลูกบาศกเซนติเมตร
2) ≈ 4.522 ตารางเมตร ≈ 15.373 ลูกบาศกเมตร
3) ≈ 706.5 ตารางเซนติเมตร ≈ 14,836.5 ลูกบาศกเซนติเมตร
4) ≈ 1.767 ตารางเมตร ≈ 2.65 ลูกบาศกเมตร

2. ประมาณ 502.4 ลูกบาศกเซนติเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)


3. ประมาณ 3.14 ลูกบาศกเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
4. ประมาณ 4.9 เซนติเมตร ⎛ ใชคา π ≈ 22 ⎞
⎜ 7 ⎟⎠

5. ประมาณ 288.75 ลูกบาศกเซนติเมตร ⎛ ใชคา π ≈ 22 ⎞
⎜ 7 ⎟⎠

6. ประมาณ 2,013.525 ลูกบาศกเซนติเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
7. ประมาณ 2 เมตร ⎛ ใชคา π ≈ 22 ⎞
⎜ 7 ⎟⎠

8. ซื้อขวดเตี้ยจะถูกกวา
9. ประมาณ 0.943 ลูกบาศกเมตร ⎛ ใชคา π ≈ 22 ⎞
⎜ 7 ⎟⎠

10. ขาวเหนียวขาวประมาณ 11.8 ลิตร (ใชคา π ≈ 3.14)
ขาวเหนียวดําประมาณ 47.1 ลิตร

คําตอบกิจกรรม “เทากันหรือไม”
ไมเทากัน ทรงกระบอกใบแรกนาจะมีปริมาตรมากกวา
จากการวัดและคํานวณจากของจริง จะพบวาทรงกระบอกใบแรกมีปริมาตร
มากกวาตามทีค่ าดการณไว
16

คําตอบกิจกรรม “มีขนาดเทาไร”

กระดาษกวาง 7 นิ้วและยาว 13 นิ้ว ไดปริมาตรมากที่สุดเปน 295π.75 ลูกบาศกนิ้ว


วิธีคิด
จากความยาวรอบรูป 40 นิ้ว จะไดผลบวกของความกวางและความยาวของ
กระดาษเปน 20 นิ้ว บันทึกความสัมพันธไดตามตัวอยางตารางตอไปนี้
ความกวาง ความยาว รัศมีของ ปริมาตรของทรงกระบอก
ของกระดาษ ของกระดาษ ฐานทรงกระบอก (ลูกบาศกนวิ้ )
⎛ 19 ⎞ 2
1 19 r = 219π π ⎜ 2 π ⎟ × 1 = 90π.25
⎝ ⎠
⎛ 18 ⎞ 2
2 18 r = 218π π ⎜ 2 π ⎟ × 2 = 162
⎝ ⎠ π
⎛ 17 ⎞ 2
3 17 r = 217π π ⎜ 2 π ⎟ × 3 = 216π.75
⎝ ⎠
⎛ 16 ⎞ 2
4 16 r = 216π π ⎜ 2 π ⎟ × 4 = 256
⎝ ⎠ π
⎛ 15 ⎞ 2
5 15 r = 215π π ⎜ 2 π ⎟ × 5 = 281π.25
⎝ ⎠
⎛ 14 ⎞ 2
6 14 r = 214π π ⎜ 2 π ⎟ × 6 = 294
⎝ ⎠ π
⎛ 13 ⎞2 295.75
7 13 r = 213π π ⎜ 2π ⎟ × 7 = π
⎝ ⎠
12 ⎛ 12 ⎞ 2
8 12 r = 2π π ⎜ 2 π ⎟ × 8 = 288 π
⎝ ⎠
⎛ 11 ⎞ 2
9 11 r = 211π π ⎜ 2 π ⎟ × 9 = 272π.25
⎝ ⎠
10 ⎛ 10 ⎞ 2
10 10 r = 2π π ⎜ 2 π ⎟ × 10 = 250 π
⎝ ⎠
17

คําตอบกิจกรรม “นาคิด”
น้ํามันควรอยูระหวางระดับ 2 กับระดับ 3 ตามตัวอยางแนวคิดดังนี้

ระดับ ระดับ
4
3 4 สวนที่ 4
2 3 สวนที่ 3
2 สวนที่ 2
1 1 สวนที่ 1
0 0
รูป ก รูป ข

จากรูป ก เมือ่ วางถังน้ํามันในแนวตั้งและแบงความสูงของถังทรงกระบอกเปน


4 สวนเทา ๆ กัน จะเห็นวาความจุของแตละสวนของถังเทากันและเทากับ 14 ของถัง
จากรูป ข เมือ่ วางถังน้ํามันในแนวนอนและแบงความสูงของถังทรงกระบอกเปน
4 สวนเทา ๆ กัน จะเห็นวาความจุของแตละสวนของถังไมเทากัน กลาวคือ
สวนที่ 1 และสวนที่ 4 มีความจุเทากัน โดยที่แตละสวนจุไดนอยกวา 14 ของถัง
สวนที่ 2 และสวนที่ 3 มีความจุเทากัน โดยที่แตละสวนจุไดมากกวา 14 ของถัง
ความจุของแตละสวนที่เปนสวนที่ 2 และสวนที่ 3 มากกวาความจุของแตละสวน
ที่เปนสวนที่ 1 และสวนที่ 4
เมื่อมีน้ํามันอยูใ นถัง 12 ของถัง ปริมาณน้ํามันจะอยูใ นสวนที่ 1 และสวนที่ 2
ดังนั้นระดับของน้ํามัน 12 ของถัง จะอยูตรงกับขีดบอกระดับ 2 พอดี
เมื่อมีน้ํามันอยูใ นถัง 43 ของถัง น้ํามันอีก 14 ของถังจะอยูในสวนที่ 3 แตจะไมถึง
ขีดบอกระดับ 3 ทั้งนี้เพราะความจุของสวนที่ 3 มากกวา 14 ของถัง
นั่นคือ น้ํามันควรอยูระหวางระดับ 2 กับระดับ 3
18

คําตอบแบบฝกหัด 1.3 ก
1.

ความยาวของดานฐาน พื้นที่ฐาน สูง ปริมาตร


พีระมิด
(ซม.) (ซม.2) (ซม.) (ซม.3)
1) ฐานสามเหลี่ยม 10 43.3 9 ≈ 129.9
2) ฐานสี่เหลีย่ ม 8.2 67.24 10.5 235.34
3) ฐานหาเหลี่ยม 7.3 91.65 ≈ 21 641.6
4) ฐานสี่เหลีย่ ม 8 64 15 320
5) ฐานหกเหลี่ยม 6 ≈ 93.5 7.5 ≈ 238.8

2. ประมาณ 415.68 ลูกบาศกเซนติเมตร


3. ประมาณ 9.33 ลูกบาศกเมตร
4. ประมาณ 166.67 ลูกบาศกเซนติเมตร
แนวคิด ฐานของพีระมิดมีความยาวของแตละดานเทากับ 5 2 + 5 2 = 50 เซนติเมตร
ปริมาตรของแกวนีเ้ ทากับ = 2 × 13 ( 50 )2 × 5
= 2 × 503 × 5
≈ 166.67 ลูกบาศกเซนติเมตร
5. ประมาณ 1.1 ลิตร
6. ประมาณ 11,093.3 ลูกบาศกเซนติเมตร

คําตอบกิจกรรม “หนึ่งในเจ็ดของสิ่งมหัศจรรยของโลกยุคโบราณ”
ประมาณ 2,541,066.6 ลูกบาศกเมตร

คําตอบกิจกรรม “พีระมิดปริศนา”
ความคิดของนิภาวรรณถูกตอง เพราะเมื่อใหพีระมิดนี้มฐี านเปนรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส
จะคํานวณปริมาตรไดประมาณ 8,840.42 ลูกบาศกเมตร ซึ่งใกลเคียงกับขอมูลที่ระบุไววา
ปริมาตรของพีระมิดนี้ ประมาณ 8,840 ลูกบาศกเมตร
19

คําตอบกิจกรรม “ชวยคิดหนอย”
พีระมิดรูป ข รูป ค และรูป ก

คําตอบกิจกรรม “ทําไดหลายแบบ”
ตัวอยาง

16
12
16 8
(r = 24 = 16) (r = 23 = 8)

แนวคิด เนื่องจากปริมาตรของกรวย เทากับ 1,024π ลูกบาศกเซนติเมตร


จะได 13 πr2h = 1,024π
= 210π
r2h = 210 × 3
ถา h = 3 × 16 จะได r2 = 26 ดังนั้น r = 23
h = 3 × 4 จะได r2 = 28 ดังนั้น r = 24

คําตอบแบบฝกหัด 1.3 ข

1. ประมาณ 10.42 ลูกบาศกเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)


2. แบบทรงกระบอกใชเนื้อเทียนมากกวา (ใชคา π ≈ 3.14)
และมากกวากันอยูประมาณ 10.205 ลูกบาศกเซนติเมตร
3. ประมาณ 3,273.8 ลูกบาศกนิ้ว ⎛ ใชคา π ≈ 22 ⎞
⎜ 7 ⎟⎠

4. ประมาณ 9.42 ลูกบาศกเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
5. ประมาณ 3,140 ลูกบาศกเซนติเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
6. เพียงพอ เพราะน้ํา 20 ลิตร เทากับน้ํา 20,000 ลูกบาศกเซนติเมตร
แตนักเรียน 50 คน ดื่มน้ําคนละ 2 แกว จะใชน้ําประมาณ 16,746.67 ลูกบาศกเซนติเมตร
20

(ใชคา π ≈ 3.14)
7. 9 เซนติเมตร
8. ประมาณ 1060.7 ลูกบาศกเซนติเมตร

คําตอบกิจกรรม “คิดไดไหม”

ปริมาตรของคิวบอกตะฮีดรอนเปน 65 เทาของปริมาตรของลูกบาศกเดิม
แนวคิด ปริมาตรของลูกบาศกเทากับ a3 ลูกบาศกหนวย
1 1 a a a
ปริมาตรของพีระมิด 8 รูป เทากับ 8 × ⎡⎢ 3 × ⎛⎜ 2 × 2 × 2 ⎞⎟ × 2 ⎤⎥
⎣ ⎝ ⎠ ⎦
3
= a6
3
จะได ปริมาตรของคิวบอกตะฮีดรอน เทากับ a 3 – a6 = 65 a 3

คําตอบแบบฝกหัด 1.4
1. ประมาณ 3,052.08 ลูกบาศกเซนติเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
2. กรวยที่มไี อศกรีม 2 ลูกมีปริมาตรมากกวา
3. ประมาณ 4,198.68 ลูกบาศกเซนติเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
4. ประมาณ 1,956.4 ลูกบาศกเซนติเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
5. ประมาณ 12.21 ลูกบาศกเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
6. ประมาณ 458 ลูก ⎛ ใชคา π ≈ 22 ⎞
⎜ 7 ⎟⎠

7. ประมาณ 3,286.8 ลูกบาศกเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)
8. 8 เซนติเมตร

คําตอบกิจกรรม “คิดไดหรือไม”
ประมาณ 0.48 ลูกบาศกเมตร (ใชคา π ≈ 3.14)

คําตอบแบบฝกหัด 1.5
21

1.
1) 780 ตารางเซนติเมตร 2) 51 ตารางเซนติเมตร
3) 816 ตารางเซนติเมตร 4) 2,768 ตารางเซนติเมตร
5) 1,570 ตารางเซนติเมตร 6) 566 ตารางเซนติเมตร
2. 4.5 ตารางเมตร
3. 1,160 ตารางเซนติเมตร
4. ประมาณ 455.3 ตารางเมตร
5. ประมาณ 133.52 ตารางเซนติเมตร
6.
1) 32 ลูก
2) 72 ตารางเซนติเมตร
7. 202.5 ตารางเมตร
8. ประมาณ 7,536 ตารางเมตร
9. ประมาณ 78.5 ตารางเมตร
10.
1) ทอที่หนึง่ ประมาณ 113,040 ลูกบาศกเซนติเมตร
ทอที่สองประมาณ 113,040 ลูกบาศกเซนติเมตร
2) ทอที่หนึ่ง
22

คําตอบกิจกรรม “รูลึกเรื่องโลก”
ปริมาตรของแกนโลกชั้นในประมาณ 8.58 × 109 ลูกบาศกกิโลเมตร
ปริมาตรของแกนโลกชั้นนอกประมาณ 1.66 × 1011 ลูกบาศกกิโลเมตร
ปริมาตรของเนื้อโลกประมาณ 8.81 × 1011 ลูกบาศกกิโลเมตร
ปริมาตรของเปลือกโลกประมาณ 1.84 × 1011 ลูกบาศกกิโลเมตร
แนวคิด
ปริมาตรของแกนโลกชั้นใน เทากับ 43 π(1270)3 ≈ 8.58 × 109 ลูกบาศกกิโลเมตร
ปริมาตรของแกนโลกชัน้ นอก เทากับ 43 π(3470)3 – 43 π(1270)3
≈ 1.66 × 1011 ลูกบาศกกิโลเมตร
4 4
ปริมาตรของเนื้อโลก เทากับ 43 π(6300)3 – ⎡ π (3470) 3 − π (1270) 3 ⎤
⎢⎣ 3 3 ⎥⎦
≈ 8.81 × 1011 ลูกบาศกกิโลเมตร
ปริมาตรของเปลือกโลก เทากับ
4 π(6335)3 – ⎡ 4 π (6300) 3 − ⎧ 4 π (3470) 3 − 4 π (1270) 3 ⎫⎤
3 ⎢⎣ 3 ⎨3 3 ⎬⎥
⎩ ⎭⎦
11
≈ 1.84 × 10 ลูกบาศกกิโลเมตร
23

กิจกรรมเสนอแนะและคําตอบ
24

กิจกรรมเสนอแนะ 1.2

กิจกรรมนี้มีไวเพื่อใหครูใชสาํ หรับทบทวนความรูเกี่ยวกับการเปลี่ยนหนวยความจุหรือ
ปริมาตร

ใหนกั เรียนเติมคําตอบในชองวางใหถกู ตอง


1. พื้นที่ 1 ตารางเมตร เทากับพื้นที่ 10,000 ตารางเซนติเมตร
2. พื้นที่ 50,000 ตารางเซนติเมตร เทากับพืน้ ที่ 5 ตารางเมตร
3. พื้นที่ 1 ตารางฟุต เทากับพืน้ ที่ 144 ตารางนิ้ว
4. พื้นที่ 936 ตารางนิ้ว เทากับพื้นที่ 6.5 ตารางฟุต
5. พื้นที่ 5 ไร เทากับพื้นที่ 2,000 ตารางวา
6. พื้นที่ 3 ไร เทากับพื้นที่ 4,800 ตารางเมตร
7. ปริมาตร 1 ลูกบาศกเมตร เทากับ ปริมาตร 1,000,000 ลูกบาศกเซนติเมตร
8. ปริมาตร 2,000,000 ลูกบาศกเซนติเมตร เทากับ ปริมาตร 2 ลูกบาศกเมตร
9. น้ํา 1 ลิตร เทากับน้ํา 1,000 ลูกบาศกเซนติเมตร
10. น้ํา 85,000 ลูกบาศกเซนติเมตร เทากับน้าํ 85 ลิตร
11. น้ํา 1,000 ลิตร เทากับ น้ํา 1 ลูกบาศกเมตร
12. น้ํา 1,000 มิลลิลิตร เทากับน้ํา 1 ลิตร
13. น้ําผลไม 240 มิลลิลิตร เทากับ น้ําผลไม 240 ลูกบาศกเซนติเมตร
14. ยาน้ํา 1 ชอนชา เทียบเทา ยาน้ํา 5 ซีซี
15. น้ําสมสายชู 1 ชอนโตะ เทากับ น้ําสมสายชู 3 ชอนชา
16. น้ําตาล 1 ถวยตวง เทียบเทา น้ําตาล 240 ลูกบาศกเซนติเมตร
17. น้ํา 840 ลูกบาศกเซนติเมตร เทียบเทา น้าํ 3.5 ถวยตวง
25

กิจกรรมเสนอแนะ 1.3

กิจกรรมนี้มีไวเพื่อใหใชเปนตัวแบบสําหรับทําสื่ออุปกรณหาปริมาตรของพีระมิดเทียบกับ
ปริมาตรของปริซึมที่มีพื้นที่ฐานเทากันและสูงเทากัน

1. พีระมิดฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส และปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัส

ดานขางของ
6 ซม. ปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัส
(4 แผน)

7.5 ซม.
9 ซม.

ดานขางของพีระมิดฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส
(4 แผน)

9 ซม.
9 ซม.

9 ซม. ฐานของปริซึมสี่เหลี่ยมจัตุรัส
(1 แผน)
26

2. พีระมิดฐานสามเหลี่ยมดานเทาและปริซึมสามเหลี่ยมดานเทา

ดานขางของ
ปริซึมสามเหลี่ยมดานเทา 7 ซม.
(3 แผน)

8 ซม.

7.5 ซม.

ดานขางของพีระมิดฐานสามเหลี่ยมดานเทา
(3 แผน)
8 ซม.

8 ซม.
ฐานของปริซึมสามเหลี่ยมดานเทา
(1 แผน)

8 ซม.
27

3. พีระมิดฐานสี่เหลี่ยมผืนผาและปริซึมสี่เหลี่ยมผืนผา

4.5 ซม. ดานขางของปริซึมสี่เหลี่ยมผืนผา


(2 แผน)

12 ซม.

ดานขางของปริซึมสี่เหลี่ยมผืนผา 4.5 ซม.


(2 แผน)

8 ซม.

ฐานของปริซึมสี่เหลี่ยมผืนผา
(1 แผน) 8 ซม.

12 ซม.
28

6 ซม.

ดานขางของพีระมิดฐานสี่เหลี่ยมผืนผา (2 แผน)

12 ซม.

7.5 ซม.

ดานขางของ
พีระมิดฐานสี่เหลี่ยมผืนผา (2 แผน)

8 ซม.