รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง

ประเทศไทย
‘ความเห็นต่าง’
คือ อาชญากรรม

สำรวจและรวบรวมข้อมูลโดย สุเทพ วิไลเลิศ /////// คณะกรรมการรณรงค์เพือ่ การปฏิรปู สือ่ (คปส.) /////// 19.09.2010

2

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง

www.prachatai.com

นับเป็นสัญญาณ
อันตรายจากรัฐบาล
ทีม่ กั กล่าวอ้างถึง
ประชาธิปไตย แต่กลับ
ทำให้ความเห็นต่าง
ของประชาชนกลาย
เป็นอาชญากรรม

การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินอย่าง
ร้ายแรงของนายกรัฐมนตรีในประเทศไทย เมือ่
7 เมษายน 2553 ได้รบั การถ่ายทอดสดผ่าน
สถานีวทิ ยุและโทรทัศน์ของรัฐทุกแห่ง ถ้อยคำ
อันสุภาพถูกเปล่งออกมาด้วยความมุ่งหวังจะ
ควบคุมสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง
ทีเ่ กิดขึน้ ระหว่างรัฐบาลของตนกับประชาชน
หลายหมืน่ คนทีท่ ยอยเข้าร่วมชุมนุมในย่านธุรกิจ
ใจกลางกรุงเทพมหานคร ทว่าเสียงประกาศ
ดังกล่าวเป็นเสมือนคำสั่งให้เจ้าหน้าที่รัฐ ทั้ง
ทหารและพลเรือนออกปฏิบัติการปิดกั้นการ
แสดงความคิดเห็นทางการเมืองที่แตกต่างไป
จากรัฐบาล เพราะจากนัน้ เป็นต้นมาสถานีวทิ ยุ
ชุ ม ชนทั้ ง ในและนอกพื้ น ที่ ก ารประกาศ
สถานการณ์ฉกุ เฉินต้องปิดตัวลงมากกว่า 47
สถานี และมีผเู้ กีย่ วข้องกับวิทยุชมุ ชนถูกออก
หมายจับและดำเนินคดีรวม 49 ราย นับเป็น
สัญญาณอันตรายจากรัฐบาลทีม่ กั กล่าวอ้างถึง
ประชาธิปไตย แต่กลับทำให้ความเห็นต่างของ

ประชาชนกลายเป็นอาชญากรรม
โครงการเฝ้าระวังการแทรกแซงวิทยุ
ชุมชน ภายใต้คณะกรรมการรณรงค์เพือ่ การ
ปฏิรปู สือ่ (คปส.) ได้ตดิ ตามกรณีการปิดสถานี
วิทยุชมุ ชนและจับกุมดำเนินคดีผเู้ กีย่ วข้อง โดยมี
การลงพื้นที่สัมภาษณ์ผู้ดำเนินการสถานีวิทยุ
ชุมชนทีถ่ กู ปิดและผูถ้ กู กุมขัง 19 ราย ตลอด
จนติดตามความเคลือ่ นไหวและปฏิบตั กิ ารของ
เจ้าหน้าทีร่ ฐั ทัง้ ในส่วนกลางและภูมภิ าค รายงาน
การแทรกแซงวิทยุชุมชนภายใต้สถานการณ์
ความขัดแย้งทางการเมืองทีเ่ กิดขึน้ จึงเป็นความ
พยายามที่จะชี้ให้เห็นถึงกระบวนการและรูป
แบบในการปิดกัน้ การสือ่ สาร และควบคุมการ
แสดงความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชน
ทีใ่ ช้เครือ่ งมือสือ่ สารและกระจายเสียงผ่าน‘วิทยุ
ชุมชน’ ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉินที่
มีความร้ายแรง ตามพระราชกำหนดการบริหาร
ราชการในสถานการณ์ฉกุ เฉิน พ.ศ. 2548

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง 3

ก่อน “เสียงของประชาชน” จะเป็นอันตรายต่อความมัน่ คง…
ความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย
ทีด่ ำเนินมาตลอดระยะเวลากว่าสีป่ รี ะหว่างฝ่าย
รัฐบาลกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล เป็นเหตุให้
ประชาชนบางส่วนเลือกทีจ่ ะเข้าสนับสนุนการ
ชุมนุมในฝ่ายที่สะท้อนจุดยืนและเป้าหมาย
ทางการเมืองของตนเอง และต่างฝ่ายต่างใช้
โอกาสทางการเมืองผลัดกันรุกไล่จนความขัดแย้ง
ขยายตัวออกไปในวงกว้าง กฎหมายและนโยบาย
ถู ก นำมาใช้ เ พื่อ สร้ า งความได้ เ ปรี ย บแก่ ฝ่า ย
ที่กุมอำนาจรัฐ โดยไม่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ
ของประชาชนและเส้นแบ่งของการละเมิดสิทธิ
มนุษยชน
ก่อนการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
อันเนื่องมาจากการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วม
ประชาธิ ป ไตยต่ อ ต้ า นเผด็ จ การแห่ ง ชาติ
(นปช.) ระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม 2553
รัฐบาลไทยทีน่ ำโดยพรรคประชาธิปตั ย์ มีความ
พยายามหลายลักษณะในการปิดกัน้ “เสียงของ
ประชาชน” ทีอ่ ยูต่ รงข้ามกับรัฐบาล มีการส่ง
สัญญาณให้องค์กรอิสระดำเนินการควบคุม
เสียงวิพากษ์วจิ ารณ์ทอ่ี อกอากาศผ่านวิทยุชมุ ชน
ในหลายท้องถิน่ ตลอดจนการให้ขา่ วกล่าวหา
สถานีวทิ ยุชมุ ชนทีว่ พิ ากษ์วจิ ารณ์รฐั บาลว่าเป็น
เครือ่ งมือทางการเมืองของฝ่ายตรงข้าม พร้อม
ไปกับการออกหมายจับและดำเนินคดีผดู้ ำเนิน
รายการวิทยุชมุ ชนในบางจังหวัด
ความพยายามดังกล่าวเป็นผลให้คณะ
อนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
ภายใต้ คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่ง
ชาติ(กทช.) ซึง่ มีหน้าทีอ่ อกใบอนุญาตและกำกับ
ดูแลวิทยุชมุ ชนเป็นการชัว่ คราว ได้เตือนไปยัง
สถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศกว่าหกพันแห่ง
เพื่อไม่ให้นำเสนอเนื้อหาอันเป็นการฝ่าฝืนต่อ
เงือ่ นไขการได้รบั สิทธิทดลองออกอากาศ กล่าว
คือ วิทยุชมุ ชนทีอ่ ยูภ่ ายใต้กระบวนการพิจารณา
ออกใบอนุญาตต้อง ไม่ดำเนินการออกอากาศ
รายการทีม่ เี นือ้ หาสาระทีก่ อ่ ให้เกิดการล้มล้าง
การปกครองในระบอบประชาธิ ป ไตยอั น มี

พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือที่มีผล
กระทบต่ อ ความมั่ น คงของรั ฐ ความสงบ
เรี ย บร้ อ ยหรื อ ศี ล ธรรมอั น ดี ข องประชาชน
โดยออกเป็นหนังสือถึงผู้รับผิดชอบในแต่ละ
สถานีสามครัง้ ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน
ในช่วงเวลาเดียวกันตัวแทนรัฐบาลได้ให้
ข่ า วโจมตี วิ ท ยุ ชุ ม ชนและสื่ อ อื่ น ๆ ของฝ่ า ย
ผูช้ มุ นุมอย่างต่อเนือ่ ง โดยระบุวา่ ผูท้ สี่ นับสนุน
การชุมนุมใช้สื่อในการบิดเบือนเนื้อหา ยุยง
ปลุกปัน่ ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดความขัดแย้ง
และจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรงในที่สุด แต่
กรณีนเ้ี ป็นทีน่ า่ สังเกตว่ากลับไม่มกี ารใช้กฎหมาย
ดำเนินคดีในด้านเนื้อหาหรือตั้งข้อกล่าวหาที่
อาจเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคลของผู้ดำรง
ตำแหน่งในรัฐบาลแต่ประการใด
ขณะทีอ่ กี ด้านหนึง่ กลับขอความร่วมมือ
ไปยั ง สถานี วิ ท ยุ ชุ ม ชนในบางจั ง หวั ด ให้ รั บ
สัญญาณถ่ายทอดรายการและข่าวจากสถานี
วิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นของ
หน่วยงานรัฐ โดยระบุวา่ เป็นการสนองนโยบาย
รั ฐ บาลที่ ต้ อ งการเผยแพร่ ข้ อ มู ล ข่ า วสารใน
สถานการณ์ ที่ อ าจนำไปสู่ ค วามวุ่ น วายและ
ส่งผลกระทบต่อความมัน่ คง โดยมีผวู้ า่ ราชการ
จังหวัดออกหนังสือขอความร่วมมือโดยตรงถึง
ผูร้ บั ผิดชอบสถานี

รัฐบาลไทยทีน่ ำโดย
พรรคประชาธิปตั ย์ มี
ความพยายามหลาย
ลักษณะในการปิดกัน้
“เสียงของประชาชน”
ทีอ่ ยูต่ รงข้ามกับรัฐบาล
มีการส่งสัญญาณให้
องค์กรอิสระดำเนินการ
ควบคุมเสียง
วิพากษ์วจิ ารณ์ที่
ออกอากาศผ่านวิทยุ
ชุมชนในหลายท้องถิน่

www.prachatai.com

4

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง

ดังนั้นปฏิบัติการในระยะแรกก่อนการ
ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นไปเพื่อลด
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของฝ่ายตรงข้ามและเพิ่ม
เสี ย งที่ เ ป็ น แนวร่ ว มกั บ รั ฐ บาล ตลอดจน
เป็ น การเตรี ย มความพร้ อ มให้ ส าธารณะ
ยอมรับปฏิบัติการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นตามมา
โดยหยิบยกเรือ่ ง ‘ความมัน่ คงของรัฐ’ ขึน้ มา
กล่าวอ้างเพื่อสื่อสารให้สาธารณะตระหนักว่า
สังคมกำลังเผชิญหน้ากับความไม่ปลอดภัย

ขาดเสถียรภาพและความมัน่ คง และย้ำเตือน
ว่ารัฐบาลเป็นผูม้ คี วามชอบธรรมทีจ่ ะใช้อำนาจ
กระทำการใดๆ เพือ่ สร้างความสงบสุข
การลิดรอนสิทธิบางประการโดยเฉพาะ
การควบคุมหรือปิดกัน้ เสียงทีเ่ ป็นอันตรายตาม
ที่รัฐบาลได้ระบุไว้ก่อนหน้า จึงเป็นสิ่งที่ไม่อยู่
เหนือความคาดหมาย กระทัง่ อาจเป็นทีย่ อมรับ
ของสาธารณะได้ว่าเป็นการแทรกแซงสื่อแบบ
ชอบธรรม

วิทยุชมุ ชนในประเทศไทยเกิดขึน้ ภายใต้หลักการมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 ทีบ่ ญ
ั ญัตใิ ห้ คลืน่ ความถีเ่ ป็นทรัพยากรสือ่ สาร
ของชาติเพือ่ ประโยชน์สาธารณะ อันเป็นเจตนารมณ์สำคัญในการปฏิรปู สือ่ ทีต่ อ้ งการกระจายกรรมสิทธิใ์ นการถือครองคลืน่ ความถีแ่ ละ
สิทธิการสือ่ สารจากรัฐไปสูม่ อื ประชาชน จึงก่อให้เกิดการเคลือ่ นไหวของภาคประชาสังคมสร้างกระบวนการเรียนรูแ้ ละเข้าถึงสิทธิการ
สือ่ สารอย่างเป็นรูปธรรม
สถานีวทิ ยุชมุ ชนแห่งแรกตัง้ ขึน้ ทีจ่ งั หวัดกาญจนบุรใี นปี 2544 และขยายตัวเป็น 145 สถานีทวั่ ประเทศในปีถดั มา แต่ในระหว่างนัน้
ยังไม่มอี งค์กรอิสระด้านวิทยุและโทรทัศน์(กสช.) ทำหน้าทีก่ ำกับดูแลและให้ใบอนุญาตจึงทำให้วทิ ยุชมุ ชนต้องเผชิญกับปัญหาการจับกุม
ดำเนินคดีและคำสัง่ ปิดสถานี รวมทัง้ ถูกให้ความหมายว่าเป็นวิทยุเถือ่ น เนือ่ งจากดำเนินการโดยไม่มกี ฎหมายรองรับการจัดตัง้ สถานี
กรณีดงั กล่าวทำให้คณะรัฐมนตรีได้มมี ติ (ครม.) 16 ก.ค. 2545 มอบหมายให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี(สปน.) จัดทำ
หลักเกณฑ์ชว่ั คราวเพือ่ ควบคุมการใช้คลืน่ ความถีข่ องวิทยุชมุ ชน แต่ในปีตอ่ มา ครม. มีมติ 24 มิ.ย. 2546 มอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์
เป็นหน่วยงานพิจารณาดำเนินการ และในปี 2547 กองงานคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ หรือ
กกช. หน่วยงานภายใต้กรมประชาสัมพันธ์ได้มมี ติกำหนดหลักเกณฑ์ โดยเปิดให้วทิ ยุชมุ ชนสามารถหารายได้จากการโฆษณาไม่เกิน
หกนาที/ชัว่ โมง เป็นผลให้จำนวนสถานีวทิ ยุขนาดเล็กเพิม่ ขึน้ อย่างรวดเร็ว
เฉพาะในสามเดือนแรกมีการตัง้ สถานีวทิ ยุขนาดเล็กเพือ่ แสวงหากำไรเชิงพาณิชย์มากกว่า 2,000 แห่ง มีการคาดการณ์วา่ เม็ดเงิน
จากการซือ้ ขายเครือ่ งส่งวิทยุเพือ่ นำมาตัง้ สถานีวทิ ยุชมุ ชนในขณะนัน้ มีมากกว่า 2,000-3,000 ล้านบาท
ภายหลังที่ พ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 มีผลบังคับใช้ (5 มี.ค. 2551) โดยมี
เจตนารมณ์ทตี่ อ้ งการให้มกี ลไกกำกับดูแลวิทยุชมุ ชนในระหว่างทีย่ งั ไม่มี กสช. จึงระบุในบทเฉพาะกาล มาตรา 78 และ 79 กำหนดให้
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. ทำหน้าทีอ่ อกใบอนุญาตชัว่ คราวไม่เกินหนึง่ ปีให้กบั วิทยุชมุ ชน และตัง้ คณะ
อนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ขนึ้ เพือ่ ร่วมทำหน้าที่
แต่เมือ่ กทช. ได้ออกประกาศ เรือ่ ง หลักเกณฑ์และวิธกี ารอนุญาตประกอบกิจการบริการชุมชนชัว่ คราว (วิทยุกระจายเสียงชุมชน)
มีผลบังคับใช้เมือ่ 25 ก.ค. 2552 และเปิดให้วทิ ยุขนาดเล็กทุกประเภทมา แจ้งความประสงค์จะประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชน
หรือลงทะเบียนในนามวิทยุชมุ ชน เพือ่ ให้สามารถเข้าไปกำกับดูแลการดำเนินการของทุกสถานีได้ โดยให้สทิ ธิทดลองออกอากาศ 300
วันผัและในระหว่
สถานีาทแนกตามกลุ
ดี่ ำเนินการตามหลั
กการวิ
งสั ดส่ วนวิทางนี
ยุชใ้ ุ มห้ชนจํ
่ มเบือ้ งต้
น ทยุชมุ ชนยืน่ ขอรับใบอนุญาตต่อ กทช.
ขณะนีจ้ งึ มี “วิทยุชมุ ชน” ลงทะเบียนไว้กบั กทช.และได้รบั สิทธิทดลอง
ผังสั ดส่ วนวิทยุชุมชนจําแนกตามกลุ่มเบือ้ งต้ น ออกอากาศ 6,629 แห่ง และยืน่ เอกสารเพือ่ ขอรับใบอนุญาตวิทยุชมุ ชน
400-500 ราย แต่ปจั จุบนั กทช. ยังไม่สามารถพิจารณาออกใบอนุญาตวิทยุ
ชุมชนได้แม้แต่รายเดียว จึงทำให้ตอ้ งออกมาตรการขยายสิทธิทดลองออกอากาศ
133, 2%
เพิม่ อีก 300 วัน ขณะเดียวกันยังมี “วิทยุชมุ ชน” อีก 1,080 แห่ง ทีอ่ อกอากาศ
416, 6% ชุมชน
ศาสนา
133, 2%
โดยไม่อยูภ่ ายใต้กระบวนการออกใบอนุญาตหรือผิดกฎหมาย
ความมั่นคง
406,
416,6%
6% ชุมชน
ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉินทีร่ ฐั บาลต้องการควบคุมเนือ้ หาของ
5375, 82%
การศึกษา
ศาสนา
ธุความมั
รกิจ ่นคง วิทยุขนาดเล็กทุกแห่ง กระบวนการออกใบอนุญาตวิทยุชม
ุ ชนจึงถูกใช้เป็นเครือ่ งมือ
296, 4%
406, 6%
5375, 82%
การศึกษา
ในการควบคุม “เสียง” วิพากษ์วจิ ารณ์ทอี่ าจดังขึน้ มาได้จากทุกหนทุกแห่งใน
ธุรกิจ
296, 4%
ประเทศไทย

อ้างอิงข้อมู22
ลคณะกรรมการกิ
อ้างอิงข้อมูลสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ, www.ntc.or.th,
มิ.ย. 2553 จการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(www.ntc.or.th :๒๒ มิ.ย. ๒๕๕๓)

อ้างอิงข้อมูลคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
(www.ntc.or.th :๒๒ มิ.ย. ๒๕๕๓)

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง 5

ปิดสถานีวทิ ยุชมุ ชน 47 แห่ง และดำเนินคดี 49 ราย

นับแต่ 7 เมษายน 2553 เป็นต้นมา
นายกรัฐมนตรีของไทยได้ประกาศสถานการณ์
ฉุกเฉินอย่างร้ายแรงในพืน้ ที่ 24 จังหวัด และ
ถ่ายโอนอำนาจหน้าทีใ่ นการบังคับใช้กฎหมาย
จากรัฐมนตรีวา่ การกระทรวงมาเป็นผูบ้ งั คับใช้
เองรวม 18 ฉบับ ตลอดจนมีอำนาจในการสัง่
การหน่ ว ยงานราชการหรื อ ส่ ว นราชการที่
เกี่ยวข้อง โดยมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการ

สื่ อ สารสองฉบั บ อยู่ ภ ายใต้ อ ำนาจของ
นายกรั ฐ มนตรี ห รื อ ศู น ย์ อ ำนวยการแก้ ไ ข
สถานการณ์ฉุกเฉิน(ศอฉ.)ที่จัดตั้งขึ้น ได้แก่
พระราชบัญญัติวิทยุคมนาคม พ.ศ. 2498
และ พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความ
ผิดเกีย่ วกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 รวมถึง
ข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการใน
สถานการณ์ฉกุ เฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา 9 (3)

รายชื่อสถานีวิทยุชุมชนที่ถูกปด
หมายเหตุ  ถูกปดสถานี

ยุติออกอากาศ

เชียงใหม
 รักเชียงใหม51 92.5 MHz
 สายธารแหงศรัทธา 105.5 MHz
 วิหคเรดิโอ 89 MHz
 ปูนิ่มเรดิโอ 99 MHz
อ.ฝาง
เพื่อคุณ 89.25 MHz
คนรูใจ 104 MHz

เชียงราย
 ประชาธิปไตยเชียงราย 107.50 MHz

อุดรธานี
 คนรักอุดร 97.5 MHz
 เสียงอุดร(คนรูใจ) 99.75 MHz
 ปกปองสถาบัน 91.25 MHz
 สมัชชาเรดิโอ 95.25 MHz

พระราชกำหนดการบริหาร
ราชการในสถานการณ์
ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 มาตรา
9 (3)
ห้ามการเสนอข่าว การ
จำหน่าย หรือทำให้แพร่หลาย
ซึง่ หนังสือ สิง่ พิมพ์ หรือสือ่
อืน่ ใดทีม่ ขี อ้ ความอันอาจทำให้
ประชาชนเกิดความหวาดกลัว
หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูล
ข่าวสารทำให้เกิดความเข้าใจ
ผิดในสถานการณ์ฉกุ เฉินจน
กระทบต่อความมัน่ คงของรัฐ
หรือความสงบเรียบร้อยหรือ
ศีลธรรมอันดีของประชาชน
ทัง้ ในเขตพืน้ ทีท่ ปี่ ระกาศ
สถานการณ์ฉกุ เฉินหรือทัว่
ราชอาณาจักร

ขอนแกน
 คลื่น 105.5 MHz
 คุยกับทนายนพ 98.75 MHz
เรือนอมรดา 98.75 MHz
(ต.บานคอ) 105.9 MHz
วทท.เมืองชุมแพ 91.25 MHz
(อ.บานไผ) 97.5 MHz
มุกดาหาร
 นปช.มุกดาหาร 106.75 MHz

มหาสารคาม
คนรักถิ่น 93.25 MHz
ปทุมธานี
 เรดสกิลเรดิโอ 96.75 MHz

อุบลราชธานี
 ซำบายใจ 99.25 MHz
 เสียงประชาชน 91 MHz
 เสียงธรรม 91 MHz

สมุทรปราการ
 มาตุภูมิ 101 MHz
 เมืองสมุทรปูเจาเรดิโอ 104.75 MHz
 คนสำโรงใต 97.25 MHz

นครศรีธรรมราช
 เอโอชาแนล 97 MHz
 มิวสิคบอกซ 100.75 MHz
 มิวสิคบอกซ 100.5 MHz
 มิราเคิลออฟไลฟ 107.25 MHz
 ลูกทุงไทย 97 MHz
 (รร.ทวินโลตัส)
 นิวสแอนดทอลค
 อ.ทุงสง

ฉะเชิงเทรา
 คลื่นวิทยุปญญา 107.75 MHz
กรุงเทพมหานคร
 แปลงยาว 105.75 MHz
(สวนลุ

พิ

)

106.8
MHz

 (ผานฟา)108 MHz
 ชมรมคนรักแท็กซี่ 92.75 / 107.75 MHz
 คนแท็กซี่(บางกอกนอย) 107.5 MHz
 Business Radio 90.75 MHz
 คนรักไทย 95.25 MHz
 (รัชดาภิเษก19) 95.75 MHz
 ไทยเอฟเอ็ม 93.25 MHz
คนจริงใจ 94.75 MHz

สุราษฎรธานี
 เพื่อความมั่นคง 89 MHz
 (อ.เมือง) 93 MHz

ภาพทหารเข้าปิดสถานีวทิ ยุชมุ ชนสายธารแห่งศรัทธา
105.5 MHz เมือ่ 23 พ.ค. 2553

6

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง

ถึงแม้วา่ ส่วนใหญ่จะ
อยูภ่ ายใต้กระบวนการ
ออกใบอนุญาตวิทยุ
ชุมชนและได้รบั การ
คุม้ ครองสิทธิการ
กระจายเสียงจาก กทช.
แต่มาตรการดังกล่าว
กลับไม่สามารถยกมา
อ้างเพือ่ คุม้ ครองสิทธิ
ให้รอดพ้นจากการ
จับกุมและการเข้าปิด
สถานีได้

ทีใ่ ห้อำนาจในการควบคุมข้อมูลข่าวสาร
ระยะเวลาสีเ่ ดือน(7 เมษายน–7 สิงหาคม
2553) ภายใต้การประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน
สถานีวิทยุชุมชนถูกปิดไปมากกว่า 47 แห่ง
ในพืน้ ที่ 13 จังหวัด มีผเู้ กีย่ วข้องกับวิทยุชมุ ชน
ถูกออกหมายจับและดำเนินคดีรวม 49 ราย
สถานีวทิ ยุชมุ ชนทุกแห่งทีถ่ กู ปิดปรากฏรายชือ่
ในกระบวนการตรวจสอบเนือ้ หาของหน่วยงาน
รัฐ ก่อนจะมีการบุกเข้าตรวจค้น จับกุม ยึด
อุปกรณ์การกระจายเสียง และดำเนินคดี ใน
ข้อหาว่ากระทำการฝ่าฝืน พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม
พ.ศ. 2498 ในส่วนทีเ่ กีย่ วข้องกับเครือ่ งส่งวิทยุ
คมนาคมและการตั้งสถานี และถึงแม้ว่าส่วน
ใหญ่จะอยู่ภายใต้กระบวนการออกใบอนุญาต
วิ ท ยุ ชุ ม ชนและได้ รั บ การคุ้ ม ครองสิ ท ธิ ก าร
กระจายเสียงจาก กทช. แต่มาตรการดังกล่าว
กลับไม่สามารถยกมาอ้างเพือ่ คุม้ ครองสิทธิให้
รอดพ้นจากการจับกุมและการเข้าปิดสถานีได้

ดังนั้นการปิดสถานีวิทยุชุมชนภายใต้
การประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทุกรายที่เกิด
ขึน้ จึงเป็นการมุง่ ปิดสถานีวทิ ยุทมี่ กี ารนำเสนอ
เนื้ อ หาทางการเมื อ งและแสดงความเห็ น
วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล โดยจับกุมดำเนินคดี
และยึ ด เครื่ อ งมื อ สื่ อ สารในข้ อ หามี แ ละใช้
เครื่องส่งวิทยุ และตั้งสถานีวิทยุโดยไม่ได้รับ
ใบอนุญาต ตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.
2498

สัญญาณจากฝ่ายความมัน่ คง
สัปดาห์ตอ่ มาหลังประกาศสถานการณ์
ฉุกเฉิน ศอฉ.พร้อมตัวแทนรัฐบาล ได้เรียกสือ่
ทุ ก แขนงในส่ ว นกลางเข้ า ฟั ง การชี้ แ จง
สถานการณ์และท่าทีของรัฐบาลที่กรมทหาร
ราบที่ 11 รักษาพระองค์ ผู้ถูกเรียกได้แก่ผู้
ดำเนินการและผูร้ บั สัมปทานในสถานีโทรทัศน์
และวิ ท ยุ ก ระแสหลั ก ผู้ ใ ห้ บ ริ ก ารระบบ
อินเทอร์เน็ต สมาคมเคเบิลทีวแี ห่งประเทศไทย
สมาคมผู้ ป ระกอบวิ ช าชี พ วิ ท ยุ ท้ อ งถิ่ น ไทย
สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ และสื่อมวลชน
โดยตัวแทนรัฐบาลและ ศอฉ. ชีแ้ จงว่า ขณะนี้
การชุมนุมของ นปช. ถือเป็นการกระทำทีผ่ ดิ
กฎหมาย เพราะสถานการณ์มคี วามรุนแรงและ
ยกระดับไปสูก่ ารก่อการร้าย และขอให้สอื่ ทุก
แขนงยุตกิ ารรายงานข่าวสารของกลุม่ ผูช้ มุ นุม
หากฝ่าฝืนรัฐบาลสามารถใช้อำนาจสัง่ ปิดสถานี
ได้ อีกทัง้ ได้มอบหมายให้ กทช. ตรวจสอบและ
จัดทำรายชือ่ วิทยุชมุ ชน เคเบิลทีวี และเว็บไซต์
ทีน่ ำเสนอเนือ้ หาของกลุม่ ผูช้ มุ นุม
สัปดาห์เดียวกันยังได้เรียกตัวแทนสถานี
วิ ท ยุ ชุ ม ชนอี ก ราวหนึ่ ง ร้ อ ยสถานี ใ นพื้ น ที่
กรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียงทีอ่ ยูภ่ าย
ใต้ประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน เข้าฟังคำชีแ้ จง
ในลักษณะเดียวกัน พร้อมทั้งขอให้นำเสนอ
เนือ้ หาในทางทีส่ ร้างสรรค์ โดยให้ลงิ ค์สญ
ั ญาณ
รายการวิทยุจากกรมประชาสัมพันธ์และแจก
เอกสารให้อา่ นข้อความของรัฐบาลออกอากาศ
นอกจากการเรียกตัวแทนวิทยุชมุ ชนใน
ส่วนกลางเข้าฟังแนวทางของรัฐบาลแล้ว ใน

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง 7

ระดับภูมิภาคยังมีการเรียกหัวหน้าสถานีวิทยุ
ชุมชนในจังหวัดที่มีการประกาศสถานการณ์
ฉุ ก เฉิ น เข้ า ฟั ง คำชี้ แ จงในลั ก ษณะเดี ย วกั น
โดยมีหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่เป็น
ผูด้ ำเนินการ อาทิ ในจังหวัดเชียงใหม่ผดู้ ำเนิน
การคือผู้ว่าราชการจังหวัดฯ กองกำลังจังหวัด

เชียงใหม่ ผูอ้ ำนวยการสำนักงาน กทช. เขต 9
อีกทัง้ คาดการณ์วา่ อาจมีคำสัง่ ตรงไปถึง
หน่วยงานตำรวจในบางพื้นที่ที่มีประชาชนเข้า
ร่วมการชุมนุม ให้ควบคุมสถานการณ์ในระดับ
พืน้ ที่ เนือ่ งจากมีสถานีตำรวจแห่งหนึง่ ในอำเภอ
รอบนอกของจังหวัดเชียงใหม่ได้เรียกตัวแทน

รายชื่อสถานีวิทยุชุมชนที่ถูกขึ้นแบลคลิสต 84 แหง
หมายเหตุ

• กลุมสีดำ 18 แหง • กลุมสีเทา 56 แหง

ไมถูกระบุกลุม 10 แหง

เลย
ขาวบริการชุมชน 101.25 MHz
สงเสริมวัฒนธรรมอีสาน 96.75 MHz
ขาวสารชุมชน 91.75 MHz
คนหลังเขา 103 MHz

เชียงใหม
เพื่อคุณ 89.25 MHz
เสรีชนคนเชียงใหม 89.5 MHz
รักเชียงใหม 51 92.5 MHz
สี่ลอแดง 92.75 MHz
ปูนิ่มเรดิโอ 99 MHz
คนรูใจ 104 MHz
สายธารแหงศรัทธา 105.5 MHz
คนรักฝาง ไชยปราการ 93 MHz
คนเสื้อแดงจอมทอง 92.75 MHz
วิหคเรดิโอ 89 MHz




อุดรธานี
คนรักอุดร 97.5 MHz
คนรูใจ 99.75 MHz
เปดฟาเรดิโอ 87.7 MHz
(อ.หนองหาน) 100 MHz
รวมน้ำใจไทหนองหาน 101.75 MHz
นางาม 90.5 MHz
คุยคำบาเรดิโอ94.75 MHz
Zabb Radio 9 8.75 MHz
คนพอเพียง 101.25 MHz
คลื่นมหาชนคนประชาธิปไตย 108 MHz










สกลนคร
คนรักเสื้อแดง 88.75 MHz

มุกดาหาร

หนองบัวลำภู

• นปช.มุกดาหาร 106.75 MHz

• คนรักศรีบุญเรือง 90.50 MHz

ขอนแกน
หัวใจแดง(เรดสเตชั่น) 98.75 MHz
(อ.ชุมแพ) 91.25 MHz
นครราชสีมา
(อ.บานไผ) 107.25 MHz
พลังแผนดิน 104.5 MHz
(อ.น้ำพอง) 106 MHz
สินทนาโคราช 93.25 MHz
คุยกับทนายนพ 98.75 MHz
คนรักถิ่น 101.5 MHz
สีคิ้ว 95.5 MHz
หมอรัศมี 97.5 MHz
เมืองพิมาย 103.75 MHz





อุบลราชธานี

99.25 MHz
• ซำบายใจ
91 MHz
• เสีคลืย่นงประชาชน
• ดีสำโรง 99 MHz
• ศูนยการเรียนรูชุมชน ต.ตาลสุม 103.75 MHz
• ซำบายใจ(ดอนมดแดง) 101.4 MHz






มหาสารคาม

านลาด 88.75 MHz
• คนบ
านบานเฮา 89.75 MHz
• คนบ
สถาบั
กษามหาสารคาม 91.25 MHz
• คนชื่นนชมพลศึ91.50
MHz

• ประชาคมวาปปทุม 92.75 MHz
101.25 MHz
• D.FM.
• คนรักบานเกิด 100.75 MHz

รอยเอ็ด

กประชาธิปไตย 102.5 MHz
• คนรั
• กรมประมง 102.5 MHz
Media 87.75 MHz
• Eart
วิทยุแหงประเทศไทย 94 MHz
• สถานี
วั

บู

พภิ
MHz
• จัตุรพักตรพิรามมาน97 102.75
• จส.3 เอ.เอ็ม 125.5 MHzMHz

กาฬสินธุ
ตำบลแจนแลน 105.75 MHz
วัฒนธรรมภูไท 99.7 MHz
เพื่อนชวยเพื่อน 99 MHz
(ต.กุดเคา) 104 MHz
เพื่อนชวยเพื่อน 102.5 MHz
คนเขาวง 89.5 MHz
ภูไทเขาวง 90.6 MHz
คนคำมวง 96.5 MHz
คำมวง 102.5 MHz
ยางตลาดเพื่อชุมชน 102.5 MHz
เพื่อทองถิ่น อ.ยางตลาด 91.25 MHz
คนบัวบาน 106 MHz
แผนดินที่ราบสูง 97.25 MHz
คนสมเด็จ 101.5 MHz
คนสมเด็จ 91 MHz
วทท.สี่แยกสมเด็จ 92.25 MHz
คนภูสิงห 91.75 MHz
โนนแหลมทอง 90.25 MHz
โปงลาง 105.75 MHz
(ต.ลำหนองแสน) 92.7 MHz
หวยผึ้ง 103 MHz
คนรักถิ่น 106.7 MHz
คนทันสมัยไทยหวยผึ้ง 108 MHz
พระธาตุจำลอง 99 MHz
ทองถิ่นไทยสหกรณ 91.6 MHz
คนนาคู 103.5 MHz
คนชาวเขื่อน 95.05 MHz



























8

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง

“แต่ละครัง้ เราต้องขอ
วิทยุชุมชนกว่าสิบแห่งในพื้นที่รับผิดชอบมา
หลักฐานมาพิจารณาอย่าง
ลงนามในบันทึกข้อตกลงที่เจ้าหน้าที่จัดทำขึ้น
ละเอียดครบถ้วน ถ้าเกินขัน้ ของ เพื่ อ ควบคุ ม การนำเสนอเนื้ อ หาในลั ก ษณะ
การเตือนก็ตอ้ งเสนอ กทช. ให้ ต่างๆ
ระงับหรือเพิกถอน

ในสถานการณ์
ตรวจจับเสียงวิพากษ์วจิ ารณ์
ปกติมนั มี
การติ ด ตามการออกอากาศวิ พ ากษ์
แบบแผนของ
มันอยูแ่ ล้ว แต่ วิจารณ์รัฐบาลของเจ้าหน้าที่รัฐ เกิดขึ้นก่อน
ภายใต้สถานการณ์ การประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน โดยมีหน่วย
ฉุกเฉิน ในสายตาของ ศอฉ. อาจ งานด้านความมัน่ คงในพืน้ ทีเ่ ป็นผูเ้ ฝ้าฟังเนือ้ หา
ดูเหมือนว่าบางมาตรการของเรา การกระจายเสียงและรายงานต่อรัฐบาลโดยตรง
ไม่เข้มแข็งพอทีจ่ ะแก้ไข
แต่ภายหลังการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน
สถานการณ์ เวลาจะดำเนินการ
รัฐบาลและ ศอฉ. ได้เรียกหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง
ศอฉ. จะประสานมาทาง กทช.
เข้าหารือและสัง่ การให้มกี ารติดตามตรวจสอบ
เพือ่ ขอความร่วมมือ ในทาง
บทบาท เลขาฯ กทช. จึงเป็นผูร้ บั อย่างเป็นระบบมากขึน้ โดยให้ตรวจสอบว่ามี
ผิดชอบ ในทางปฏิบตั มิ เี จ้าหน้าที่ สถานีวทิ ยุชมุ ชนใดทีม่ พี ฤติการณ์เข้าข่ายกระทำ
ทีไ่ ด้รบั มอบหมายไปทำหน้าที่
ความผิดระหว่างการประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน
แทน”
ในทุกภูมิภาค หน่วยงานเฝ้าฟังการกระจาย

อ.สุรตั น์ เมธีกลุ ประธานคณะ
ทำงานวิทยุกระจายเสียงชุมชน
สัมมนา “การปิดสถานีวทิ ยุชมุ ชน
ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน”
14 กรกฎาคม 2553
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เสียงและตรวจสอบเนื้อหาของวิทยุชุมชนจึง
ประกอบด้วย ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง
ในพืน้ ที่ รวมถึงสำนักงาน กทช. ในระดับเขต
พืน้ ที ่

ดังนัน้ หน่วยงานเฝ้าฟังฯ ทีจ่ ดั ตัง้ ขึน้ ใน
ระดับพืน้ ทีจ่ งึ เป็นผูพ้ จิ ารณาว่าเนือ้ หาในลักษณะ
ใดทีข่ ดั ต่อประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน หรือที่
เห็นว่ามีการเผยแพร่ขอ้ มูลข่าวสารอันอาจทำให้
ประชาชนหวาดกลัว หรือเจตนาบิดเบือนข้อมูล
ข่าวสาร จนกระทบต่อความมัน่ คงของรัฐหรือ
ความสงบเรี ย บร้ อ ยหรื อ ศี ล ธรรมอั น ดี ข อง
ประชาชน และต่อมาได้มีการจัดทำบัญชีราย
ชื่ อ สถานี วิ ท ยุ ชุ ม ชนขึ้ น เพื่ อ เสนอให้ กทช.
เพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการ ดังนี้
• กองกำลังจังหวัดเชียงใหม่ มณฑล
ทหารบกที่ 33 จังหวัดเชียงใหม่ ยืน่
บัญชีรายชือ่ สถานีวทิ ยุชมุ ชนในจังหวัด
เชียงใหม่ เพือ่ ให้เพิกถอนใบอนุญาต
จำนวน 10 ราย (25 พ.ค. 2553)
• กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัด
นครราชสีมา ยืน่ บัญชีรายชือ่ สถานี
วิทยุชุมชนในพื้นที่ภาคอีสาน เพื่อ
ประกอบการพิจารณาในการให้ใบ
อนุญาต จำนวน 74 ราย (29 พ.ค.
2553)
ทั้งนี้บัญชีรายชื่อดังกล่าวยังได้คัดแยก
ไว้สองกลุ่ม คือ กลุ่มสีดำ ซึ่งถูกระบุว่าเป็น
สถานี ที่ มี ก ารถ่ า ยทอดเสี ย งการชุ ม นุ ม และ
ปลุกระดมให้เข้าร่วมการชุมนุม ส่วนกลุม่ สีเทา
ถูกระบุว่าเป็นสถานีที่ ยุยง บิดเบือนข้อมูล
ข่าวสาร นอกจากนีเ้ อกสารรายงานของหน่วย
งานต่างๆ ทีจ่ ดั ทำขึน้ ยังได้ระบุถงึ การติดตาม
กลุ่มเสื้อแดงหรือกลุ่มผู้ชุมนุมไว้อย่างจำเพาะ
เจาะจง
แต่อย่างไรก็ตามการติดตามตรวจสอบ
เนือ้ หาของสถานีวทิ ยุชมุ ชนจากหน่วยงานเฝ้า
ฟังฯ ในพื้นที่ เป็นเพียงขั้นตอนหนึ่งเท่านั้น
เนื่องจากการเข้าปิดสถานีวิทยุชุมชนที่อยู่ใน
บัญชีรายชือ่ เกือบทุกแห่งเกิดขึน้ ก่อนที่ กทช.

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง 9

การเข้าตรวจค้นทุกกรณีจะนำไป
สูก่ ารยึดเครือ่ งส่งสัญญาณวิทยุขนาด
เล็ก อุปกรณ์การออกอากาศ และรือ้
ถอนเสาสัญญาณ ทำให้บางสถานีได้
รับความเสียหายจากการที่เจ้าหน้าที่
ทหารเร่งรัดรื้อถอนเสาสัญญาณ อย่างไม่ถูก
ต้ อ ง นอกจากนี้ ยั ง มี ก ารยึ ด ทรั พ ย์ สิ น ที่ ไ ม่
เกีย่ วข้องเช่นเครือ่ งปรับอากาศ รถจักรยานยนต์
ดังนั้นการเข้าปฏิบัติการปิดวิทยุชุมชน
ที่ เ กิ ด ขึ้ น หากพิ จ ารณาในแง่ หน่ ว ยงาน
ปฏิบตั กิ าร จำนวนกำลังพล อาวุธทีใ่ ช้ ตลอด
จนขั้นตอนเข้าปฏิบัติการที่มีลักษณะอุกอาจ
รุนแรง ย่อมสะท้อนให้เห็นว่าทั้งรัฐบาลและ
เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องมีมุมมองต่อการแสดง
ความคิดเห็นทางการเมืองของประชาชนทีต่ า่ ง
ไปจากรัฐบาลว่าเป็นการก่ออาชญากรรมร้ายแรง
หรือเทียบเท่ากับการก่อการร้าย จึงมีความ
จำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการที่รุนแรง เฉียบขาด
และไม่ประเมินว่าเป็นการกระทำในลักษณะที่
เกินกว่าเหตุ จนอาจก่อให้เกิดความหวาดกลัว
กับประชาชน

“พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
มาตรา 9 (3) ไม่ได้ให้
ผูใ้ ช้อำนาจตามพ.ร.ก.
ฉุกเฉินทำตามอำเภอใจ
ได้ ต้องมีเงือ่ นไขประกอบ
หมายความว่า ศอฉ. หรือใคร
ก็ตามทีจ่ ะปิดสือ่ ต้องอธิบายให้
ได้วา่ ผิดทีข่ อ้ ความใด แต่สง่ิ ทีเ่ กิด
ขึน้ ทัง้ ในเว็บไซต์หรือวิทยุชมุ ชน
ก็ตาม ไม่เคยมีการอธิบายว่ามี
ความผิดทีจ่ ดุ ใดถือเป็นปัญหา
อย่างมากเรือ่ งการบังคับใช้
เพราะไม่มกี ารปฏิบตั ติ าม
กฎหมายให้ชดั เจน และนอกจาก
อธิบายความผิดไม่ได้แล้ว ยังไม่
มีใครตรวจสอบการใช้อำนาจของ
เจ้าหน้าที่ จึงมีความจำเป็นทีฝ่ า่ ย
ตุลาการต้องเข้ามาตรวจสอบการ
ใช้อำนาจของฝ่ายบริหารเสมอ
ไม่วา่ จะในสถานการณ์ปกติหรือ
ไม่ปกติ”

อ.สาวตรี สุขศรี อาจารย์ประจำ
คณะนิตศิ าสตร์ ม.ธรรมศาสตร์

ลำดับการเข้าปิดสถานีวทิ ยุชมุ ชนภายใต้ประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน
ประกาศฯ เพิม่
5 จังหวัด

ประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน
6 จังหวัด

ประกาศฯ เพิม่
11 จังหวัด
นายกฯ แถลง
แผนปรองดอง

ประกาศฯ เพิม่
2 จังหวัด
สลายการชุมนุม
ราชประสงค์

12 มี.ค. 7 เม.ย. 8 10 3 พ.ค 4 13 16

พฤษภาคม

สลายการชุมนุม
ราชดำเนิน

มกราคม
กุมภาพันธ์
มีนาคม
เมษายน

เสือ้ แดง
จัดชุมนุมใหญ่

ปิด 1 สถานี
(+เชียงใหม่)

19

ปิด 2 สถานี
(ฉะเชิงเทรา)
ปิด 4 สถานี
(อุดรธานี/กรุงเทพ)

20

ประกาศยกเลิก
สถานการณ์ฉกุ เฉิน ประกาศยกเลิกฯ
6 จังหวัด
5 จังหวัด

ปิด 2 สถานี
(+เชียงใหม่/มุกดาหาร)
ปิด 1 สถานี
(เชียงใหม่)

ประกาศยกเลิกฯ
3 จังหวัด

นายกฯ ตัง้
คณะทำงานปฏิรปู สือ่

21 22 23 24 ? 28 29 10 มิ.ย. 6 ก.ค. 19 20 29 16 ส.ค.

ปิด 2 สถานี
(ปทุมธานี/เชียงราย)

ขึน้ แบลคลิสต์
84 สถานี
ปิด 2 สถานี
(+กรุงเทพ)

ยุตอิ อกอากาศ 9 สถานี
(เชียงใหม่/ขอนแก่น/
มหาสารคาม/กรุงเทพ)

ปิด 1 สถานี
(+เชียงใหม่)
ปิด 9 สถานี
(นครศรีธรรมราช/
สุราษฎร์ธานี)

2553

ปิด 8 สถานี
ปิด 6 สถานี
(สมุทรปราการ/
(+กรุงเทพ/+อุดรธานี)
อุบลราชธานี/ขอนแก่น)

มิถนุ ายน
กรกฎาคม

ตัดสัญญาณ
PTV

ประกาศยกเลิกฯ
3 จังหวัด
ยังไม่ยกเลิก 7 จังหวัด

สิงหาคม

หรืออนุกรรมการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุ
โทรทัศน์จะพิจารณาหรือดำเนินการใดๆ กล่าว
คือ ช่วงเวลาในการเข้าปิดสถานีวิทยุชุมชน
ส่วนใหญ่เกิดขึน้ ในระยะเวลาที่ ศอฉ. เริม่ ใช้
มาตรการเด็ดขาดเข้าควบคุมสถานการณ์และ
ล้อมปราบผูช้ มุ นุม ไปจนกระทัง่ ภายหลังกลุม่
ผูช้ มุ นุมเดินทางกลับภูมลิ ำเนา คือระหว่างวันที่
19-28 พฤษภาคม 2553

ใช้กำลังพล/อาวุธสงครามเข้ายึด ทำลาย
จากการติดตามกรณีการเข้าตรวจค้น
จับกุมหลายกรณี พบว่า การเข้าปิดสถานีวทิ ยุ
ชุมชนแต่ละแห่งมีการใช้กำลังทหารและตำรวจ
ตัง้ แต่ 50–500 นาย โดยมีการใช้อาวุธสงคราม
เช่น ปืนเอ็มสิบหก ปืนเอชเค ปืนลูกซองยาว
เสื้อกันกระสุน เป็นต้น โดยมีหน่วยงานที่
รับผิดชอบพืน้ ทีเ่ ป็นผูด้ ำเนินการ อาทิ ทหาร
จากมณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายกาวิละ ค่าย
กฤษณ์สวี รา กองอำนวยการรักษาความมัน่ คง
ภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ตำรวจกอง
ปราบปราม ชุดปราบจลาจล หน่วยคอมมานโด
และเจ้าหน้าทีฝ่ า่ ยปกครองในท้องถิน่

10 รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง

ความผิดและข้อกล่าวหาทีน่ ำไปสูก่ ารปิดสถานี
ข้อกล่าวหาสำคัญทีน่ ำไปสูก่ ารเข้าจับกุม
“รัฐธรรมนูญเขียนว่าไม่ให้ปดิ
สือ่ เพราะเรามีประสบการณ์ และปิดสถานีวทิ ยุชมุ ชนคือ การมีเครือ่ งส่งวิทยุ
ในอดีตทีบ่ อกว่าการ และการตั้ ง สถานี วิ ท ยุ โ ดยไม่ ไ ด้ รั บ อนุ ญ าต
ปิดมันไม่ใช่หลัก
อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม พ.ศ.
สากล เมือ่ ก่อนมี
2498 ทีร่ ะบุวา่ ผูท้ จี่ ะมีหรือใช้เครือ่ งส่งวิทยุ
การล่ามโซ่
แท่นพิมพ์ ตอนนีห้ กั คมนาคม ตลอดจนการตัง้ สถานีวทิ ยุตอ้ งได้รบั
เสาส่งฯ แต่การเรียนรู้ อนุญาตจากเจ้าพนักงาน ทั้งที่ตัวแทนรัฐบาล
จากประสบการณ์ของประชาชน ประกาศต่อสาธารณะตามทีส่ อื่ มวลชนรายงาน
ก็ถกู ล้มล้างด้วยอำนาจของ ศอฉ. ในช่วงเวลาดังกล่าวว่า เนือ่ งเพราะมีการนำเสนอ
เราจะสูอ้ ย่างไรเพือ่ บอกว่าการ ข่าวสารที่เป็นการบิดเบือนเนื้อหา มีการยุยง
ปิดไม่ใช่ทางออกแต่มวี ธิ กี าร
ปลุกปัน่
กำกับดูแลแบบอืน่ ๆ”
หากพิจารณาสถานภาพทางกฎหมาย

ของสถานีวิทยุชุมชนที่ถูกปิดจากจำนวน 47
รศ.ดร.อุบลรัตน์ ศิรยิ วุ ศักดิ์
ประธานคณะกรรมการรณรงค์ สถานี มี 29 ราย ทีไ่ ด้แจ้งความประสงค์จะ
เพือ่ การปฏิรปู สือ่ (คปส.) ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงชุมชนไว้กบั
กทช. ตามกระบวนการออกใบอนุญาต และได้
รับสิทธิการทดลองออกอากาศภายใต้ ประกาศ
คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
เรือ่ ง หลักเกณฑ์และวิธกี ารอนุญาตประกอบ
กิจการบริการชุมชนชัว่ คราว (วิทยุกระจายเสียง
ชุมชน) ทีใ่ ช้บงั คับเมือ่ 25 กรกฎาคม 2552

และมีสถานีวิทยุชุมชนลงทะเบียนไว้ 6,629
สถานี
อย่างไรก็ตามสถานีวทิ ยุชมุ ชนทัง้ กลุม่ ที่
มีสถานภาพทางกฎหมายและไม่มีสถานภาพ
ทางกฎหมายทัง้ หมด 47 แห่ง จึงต้องปิดตัวลง
โดยมี 38 แห่ง ทีม่ กี ารใช้กำลังเข้าจับกุมและ
ปิดสถานี มีเพียง 9 แห่งเท่านัน้ ทีต่ ดั สินใจปิด
สถานีและยุติการกระจายเสียงก่อนจะมีการ
เข้าจับกุม
จึงนำไปสูข่ อ้ กังขาว่า เจ้าหน้าทีร่ ฐั ปฏิบตั ิ
อย่างไม่เป็นธรรม หากฐานความผิดมาจากการ
นำเสนอเนื้อหาสาระที่ขัดต่อกฎหมายก็ควร
พิจารณาความผิดจากเนือ้ หาและเอาผิดเฉพาะ
บุคคลทีเ่ กีย่ วข้อง แต่การเข้าปิดสถานีกลับอ้าง
ถึงฐานความผิดในการครอบครองและตัง้ สถานี
วิทยุชุมชน ซึ่งข้อเท็จจริงในขณะนี้คือยังไม่มี
สถานีวทิ ยุชมุ ชนแห่งใดได้รบั ใบอนุญาตเนือ่ งจาก
อยูร่ ะหว่างกระบวนการของ กทช. หากทุกฝ่าย
ยอมรับได้ถงึ การปฏิบตั ติ ามนโยบายทีส่ วนทาง
กันเช่นนี้ สถานีวทิ ยุชมุ ชนทุกแห่งจะมีโอกาส
ถูกจับกุมและปิดสถานีด้วยฐานความผิดข้าง
ต้นอย่างไม่มที างหลีกเลีย่ งได้

ในระหว่างทีม่ กี ารประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน ศอฉ.มีอำนาจบังคับใช้กฎหมาย 18 ฉบับ รวมถึง พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม 2498 ด้วย
นอกเหนือจากที่ กทช.มีอำนาจอยูแ่ ต่เดิม เมือ่ มีวทิ ยุชมุ ชนออกอากาศเนือ้ หาทีค่ าดว่าเป็นความผิดขึน้ มา ศอฉ.ก็จะเป็นผูด้ ำเนินการเอง
ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ส่วนกระบวนการของ กทช.จะเริม่ จากกรณีรอ้ งเรียนและมีกระบวนการพิจารณาโดยคณะอนุกรรมการวิทยุกระจาย
เสียงและวิทยุโทรทัศน์ ว่ามีการกระทำผิดจริงหรือไม่ และเปิดให้ผถู้ กู ร้องเรียนได้ชแี้ จง ดังนัน้ กทช.จึงมีวธิ หี รือขัน้ ตอนดำเนินการกับ
วิทยุชมุ ชนแตกต่างจาก ศอฉ.
ในระยะทีเ่ กิดเหตุการณ์ไม่สงบ ส่วนราชการหลายแห่งทัง้ กองทัพ กรมประชาสัมพันธ์ กระทรวงวัฒนธรรม ได้สง่ เรือ่ งร้องเรียนมา
ที่ กทช.ระบุถงึ สถานีวทิ ยุชมุ ชนทีเ่ ป็นปัญหา รวมถึง ศอฉ.เองก็สง่ เรือ่ งมา แต่เมือ่ เห็นว่ากระบวนการของ กทช.มีความล่าช้าและไม่ทนั
กับสถานการณ์จงึ ดำเนินการคูข่ นาน การเข้าปิดสถานีวทิ ยุชมุ ชนจำนวนมากจึงเกิดขึน้ ในช่วงเวลาดังกล่าว
ตัวอย่างความผิดพลาด คือ กรณีที่ ศอฉ. ดำเนินการเข้าปิดวิทยุชมุ ชนแปลงยาวทีจ่ งั หวัดฉะเชิงเทรา เนือ่ งจากเข้าปิดผิดสถานีแต่ก็
ดำเนินการจับกุมตามกฎหมายวิทยุคมนาคมต่อเนือ่ ง ในกรณีนแี้ ม้วา่ กทช.ได้ชแี้ จงกับ ศอฉ. ในภายหลังว่าสถานีวทิ ยุชมุ ชนแห่งนีไ้ ด้รบั
“ใบเหลือง” หรือได้รบั สิทธิทดลองออกอากาศจาก กทช. แต่อย่างไรก็ตามก็ตอ้ งถูกจับกุมดำเนินคดี
ขณะนีม้ วี ทิ ยุชมุ ชนได้รบั การขยายสิทธิทดลองออกอากาศ 5,800 กว่าสถานี อีกประมาณ 700 กว่าสถานียงั ต้องชะลอสิทธิไว้กอ่ น
เนือ่ งจากหลายสาเหตุ เช่น ทำผิดเงือ่ นไขการทดลองออกอากาศ ไม่มกี ารออกอากาศจริง หรือถูก ศอฉ.ดำเนินคดี
ทัง้ หมดต้องมาชีแ้ จงกับ กทช.ก่อนจะออกอากาศอีกครัง้

ฐากร ตัณฑสิทธิ ์
รักษาการเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ
3 กันยายน 2553

รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง 11

เสียงทีไ่ ม่ถกู รับฟัง

ระหว่าง ‘เสียงประชาธิปไตย’ กับ
‘คำปลุกระดม’
เทวี ชำนาญอาษา หนึง่ ในเจ้าของสถานี
วิทยุชมุ ชนทีต่ อ้ งยุตกิ ารกระจายเสียงในจังหวัด
เชียงใหม่ กล่าวยืนยันว่าตนเองเป็น ‘เสือ้ แดง’
และเข้าร่วมกับการเคลือ่ นไหวของกลุม่ ชุมนุม
มาโดยตลอด แต่ได้ปิดสถานีลงในวันที่ 24
พฤษภาคม ที่ผ่านมา เนื่องจากเห็นว่าสถานี
วิทยุชมุ ชนทีเ่ ป็นฝ่ายเสือ้ แดงในจังหวัดเชียงใหม่
ได้ถูกทหารเข้าปิดล้อมหลายสถานี ตนจึงได้
ยุติการออกอากาศเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกจับกุม
และยึดเครือ่ งส่งวิทยุ แต่เจ้าหน้าทีต่ ำรวจยังคง
ตัง้ ข้อกล่าวหาย้อนหลังว่าสถานีของตนได้ลงิ ค์
สัญญาณออกอากาศโดยมีถ้อยคำออกอากาศ
ว่าให้ไปเผาศาลากลาง
ทั้ ง ยั ง กล่ า วอี ก ว่ า ตนเป็ น ชาวบ้ า น
ธรรมดาทีร่ กั ในประชาธิปไตย เมือ่ คนในชุมชน
ถูกปิดหูปดิ ตาและเรียกร้องทีจ่ ะรูข้ อ้ มูลข่าวสาร
อีกด้านหนึง่ ตนจึงทำหน้าทีใ่ นฐานะทีไ่ ด้ตง้ั สถานี
วิทยุขึ้นในท้องถิ่น อีกทั้งยังเห็นว่าเป็นสิทธิ
เสรีภาพในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ประชาชน
ควรได้รบั และเลือกทีจ่ ะติดตามให้ขา่ วสารเกีย่ ว
กับการชุมนุม โดยได้ลิงค์สัญญาณจากการ
ชุมนุมทีก่ รุงเทพในบางช่วง
“เราไม่ได้เป็นผูป้ ลุกระดมแต่เรามีสทิ ธิ
เสรีภาพทีจ่ ะรู้ จะลิงค์สญ
ั ญาณอะไรหรือออก
ข่าวระดมสิ่งของข้าวปลาอาหารไปช่วยคนที่
ชุมนุม เราก็ทำกันอย่างอิสระ เป็นสิทธิของแต่ละ
สถานี ไม่มใี ครสัง่ ใคร ไม่ตอ้ งมีทอ่ น้ำเลีย้ งอะไร
หรอก ส่วนตัวแล้วกระทัง่ บางคลืน่ ในเชียงใหม่
ดิฉันก็เลือกที่จะไม่ลิงค์สัญญาณเพราะเห็นว่า
แรงเกินไป จะทำให้เดือดร้อนได้”
ส่วนเส้นแบ่งหรือบรรทัดฐานในการนำ
เสนอเนื้อหาของวิทยุชุมชน เธอมองว่าควรมี
การกำหนดให้ชดั เจนและสร้างความเข้าใจร่วม
กัน แต่สว่ นตัวแล้วเห็นว่าวิทยุชมุ ชนบางคลืน่
อาจใช้ถ้อยคำรุนแรงจริงในสถานการณ์ที่ต่าง
ฝ่ายต่างเผชิญหน้ากันในช่วงทีผ่ า่ นมา และไม่

เห็นด้วยหากจะใช้วทิ ยุชมุ ชนหรือสือ่ อืน่ ในการ
สัง่ ให้ไปไล่ลา่ หรือจับตัวใคร หรือให้ไปทำลาย
ทรัพย์สนิ ของผูอ้ นื่

ถ้าบุคคลทำผิด ทำไมต้องปิดสถานี
ป้าหน่อย วัยห้าสิบเศษ หนึง่ ในผูช้ มุ นุม
ใน จ.อุบลราชธานี ให้ความเห็นว่า ที่สถานี
วิ ท ยุ ชุ ม ชนในพื้ น ที่ ถู ก ปิ ด เพราะนำเสนอ
ข่าวสารและความเคลือ่ นไหวของกลุม่ ผูช้ มุ นุม
ซึง่ สาระดังกล่าวเป็นเพียงเนือ้ หาส่วนหนึง่ ของ
สถานีเท่านั้น เพราะยังมีรายการอีกมากที่
ออกอากาศและได้รบั ความสนใจ เช่น รายการ
เกี่ยวกับธรรมมะ กฎหมาย ข่าวสารท้องถิ่น
แต่การปิดทัง้ สถานีแบบนีท้ ำให้รายการอืน่ ต้อง
ถูกปิดลงไปด้วย
“ไม่นา่ ปิดสถานี ถ้าผูจ้ ดั รายการหรือแกน
นำผิดจริงก็จบั ไปดำเนินคดีได้ ทำไมต้องมาปิด
ทัง้ สถานี ทัง้ ยังยึดอุปกรณ์และทำลายข้าวของ
ในสถานี”
เธอกล่าวอีกว่า การกระทำที่ใกล้เคียง
คำว่า “ปลุกระดม” ที่รัฐบาลตั้งข้อกล่าวหา
มากที่สุด คือการแจ้งข่าวสารเชิญชวนคนที่
เห็นด้วยมาร่วมกิจกรรมทางการเมือง ซึง่ เธอ
เห็นว่าเป็นสิทธิของประชาชนและไม่ใช่เรื่อง
แปลกแต่อย่างใด และไม่ควรมีความผิด หากมี
ความผิดที่ ‘คำพูด’ ทีส่ อ่ื สารออกไปก็ควรเอาผิด
กับผูท้ พี่ ดู แต่ไม่ควรเหมารวมความผิดจนนำ
มาสู่การปิดสถานี เป็นเหตุให้ผู้ฟังและผู้จัด
รายการคนอืน่ ๆ หมดโอกาสทีจ่ ะสือ่ สารถึงกัน
สอดคล้องกับเจ้าหน้าที่องค์กรพัฒนา
เอกชนรายหนึ่งในพื้นที่ ซึ่งเห็นว่า จากการ
ติดตามรับฟังวิทยุชุมชนของกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อ
แดงในพืน้ ทีอ่ าจมีบา้ งทีเ่ นือ้ หาบางอย่างรุนแรง
เกินไป แต่ก็มองว่าสื่อกระแสหลักทั้งของรัฐ
และเอกชนก็เอนเอียงเข้าข้างรัฐบาล ซึง่ การทำ
หน้าทีข่ องสือ่ ไม่ควรมีความลำเอียงหรือมีอคติ
ต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึง่ แม้สว่ นตัวตนจะไม่เห็นด้วย
กับการชุมนุมของกลุม่ คนเสือ้ แดง แต่กเ็ ห็นว่า
ควรแยกความผิดระหว่างผูจ้ ดั รายการและความ
ผิดทีน่ ำไปสูก่ ารปิดสถานี

“ถ้าเรามองจากมุมประชาธิปไตย
โดยมีสทิ ธิมนุษยชนเป็นตัวตัง้
เราต้องยืนยันหลักการไม่วา่ มัน
จะเป็นประโยชน์แก่ฝา่ ยใดก็ตาม
การปิดวิทยุชมุ ชนทีก่ ล่าวมาจึง
ไม่ชอบธรรมเพราะต้องระบุ
เจาะจงเนือ้ หา แต่ทท่ี ำไปแล้วนัน้
ปิดทัง้ สถานี ผมคิดว่าเป็นการใช้
อำนาจไม่ชอบธรรม เราต้องแยก
ให้ออกว่า การกระทำใดทีล่ ะเมิด
หรือกระทบสิทธิมนุษยชน ถ้ามี
วิทยุสถานีใดทำอย่างนัน้ เราก็
จับกุมได้ แต่การจับกุมโดยไม่มี
ข้อบ่งชีต้ รงนี้ นีค่ อื การละเมิด
สิทธิมนุษยชน…การปิดสือ่
แบบนีม้ นั ทำลายความคิดที่
หลากหลายและทำลายสำนึกที่
จะแก้ปญ
ั หาร่วมกัน ทำให้เกิด
การแบ่งฝักฝ่ายมากยิง่ ขึน้ การ
ปิดฯ จะเป็นแนวร่วมมุมกลับที่
ทำให้คนต่อต้านรัฐบาลมากขึน้ ”

นพ.นิรนั ดร์ พิทกั ษ์วชั ระ
กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
และประธานอนุกรรมการ
สิทธิพลเมือง

12 รายงานการแทรกแซงวิทยุชมุ ชนภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมือง

การนำเสนอเนือ้ หาทางการ
เมืองผ่านวิทยุชมุ ชนเป็นสิทธิ
ของประชาชนทีจ่ ะใช้สอื่ และ
บรรทัดฐานของเนือ้ หาทีถ่ อื ว่ามี
ความผิด คือ การสร้างความ
เกลียดชัง การละเมิดศักดิศ์ รี
ความเป็นมนุษย์และความเชือ่
ทางการเมืองของบุคคล ดังนัน้
การเชิญชวนออกอากาศให้คน
มาชุมนุมก็เป็นสิทธิทางการเมือง
ทีส่ ามารถกระทำได้ แต่ตอ้ งไม่
เป็นการชักชวนให้ไปทำร้ายบุคคล
หรือทำลายทรัพย์สนิ

ประชุมกลุม่ ย่อยตัวแทน
สถานีวทิ ยุชมุ ชนในเขตกรุงเทพ
และปริมณฑล
12 พฤษภาคม 2553

แนวทางการควบคุมวิทยุ
โทรทัศน์ภายใต้
กรมประชาสัมพันธ์ กรณีฝา่ ฝืน
ระเบียบว่าด้วยวิทยุกระจายเสียง
และวิทยุโทรทัศน์ พ.ศ. 2535
(ข้อ 35)
• ออกคำสัง่ ให้สถานีชแี้ จงเป็น
ลายลักษณ์อกั ษร
• ตักเตือนเป็นลายลักษณ์อกั ษร
• มีคำสัง่ ระงับการออกอากาศ
รายการทีฝ่ า่ ฝืน
• เพิกถอนการอนุญาตหรือการ
รับรองทีไ่ ด้ออกตามระเบียบ
นี้ หรือ
• มีคำสัง่ ให้ปดิ สถานี

ปฏิรปู สือ่ แต่…ประชาชนไม่มสี ทิ ธิพดู
ผูจ้ ดั รายการวิทยุชมุ ชนทีข่ อไม่เปิดเผย
ชือ่ ให้ขอ้ มูลว่า แม้วา่ พืน้ ที่ จ.ฉะเชิงเทรา จะ
ไม่อยูภ่ ายใต้ประกาศสถานการณ์ฉกุ เฉิน แต่ก็
มี กอ.รมน.เรียกหัวหน้าสถานีวิทยุชุมชนไป
ประชุม ให้กรอกแบบสอบถามว่าเป็นกลุ่ม
ผู้ ชุ ม นุ ม หรื อ ไม่ และจั ด ทหารเฝ้ า ฟั ง การ
ออกอากาศในพื้ น ที่ และรั ฐ บาลขอให้ ลิ ง ค์
สัญญาณจากสือ่ ของรัฐ
ผูด้ ำเนินการสถานีวทิ ยุชมุ ชนทุกแห่งต่าง
รูส้ กึ ว่าถูกแทรกแซง ทำให้ไม่กล้านำเสนอเนือ้ หา
เกีย่ วกับการเมือง โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่
เกี่ยวข้องกับการชุมนุม เพราะเกรงจะถูกปิด
สถานี ทำให้คนในพืน้ ทีไ่ ม่ได้รบั รูข้ า่ วสารทีต่ า่ ง

ข้อเสนอแนะและทางออก

1. รัฐบาลควรยุตกิ ารปิดสถานีวทิ ยุชมุ ชน
และจับกุมดำเนินคดีผเู้ กีย่ วข้อง เพือ่
เปิดให้ประชาชนที่มีความคิดเห็น
ทางการเมืองที่แตกต่างจากรัฐบาล
ได้แสดงออกตามวิถที างประชาธิปไตย
เพราะการปิดกั้นความคิดเห็นและ
ข้อมูลข่าวสารนอกจากจะไม่มีส่วน
ช่วยให้ความขัดแย้งทางการเมือง
คลีค่ ลายลง ยังเป็นการละเมิดสิทธิ
การสือ่ สารของประชาชนทัง้ ทีต่ ราไว้
ในรัฐธรรมนูญ และทีร่ ฐั ไทยได้ลงนาม
รั บ รองปฏิ ญ ญาสากลว่ า ด้ ว ยสิ ท ธิ
มนุ ษ ยชนว่ า สิ ท ธิ เ สรี ภ าพของ
ประชาชนและสื่อมวลชนเป็นสิทธิ
มนุษยชนขัน้ พืน้ ฐาน (ข้อ 19)
2. กทช. ในฐานะองค์ ก รอิ ส ระที่ ท ำ
หน้ า ที่ ก ำกั บ ดู แ ลชั่ ว คราว ควรมี
บทบาทในการสนับสนุนให้มีกลไก
อิสระเพื่อทำหน้าที่พิจารณาเมื่อมี
กรณีรอ้ งเรียนด้านเนือ้ หา ตลอดจน

ออกไปจากทีน่ ายกรัฐมนตรีหรือฝ่ายรัฐบาลพูด
และไม่มีข่าวสารของฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายที่
คัดค้านรัฐบาล
“ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตย ต้องให้
อิสระกับสือ่ อย่างตรงไปตรงมา คุม้ ครองสิทธิ
ของสือ่ การปฏิรปู สือ่ พูดกันมานานแล้วว่าต้อง
มีองค์กรอิสระ ไม่มกี ารแทรกแซงสือ่ แต่ขณะ
นี้สื่อของประชาชนไม่มีสิทธิพูดหรือนำเสนอ
ความคิดเห็นทางการเมืองทีต่ า่ งออกไป”
ทัง้ ยังย้ำว่าการให้ขา่ วสารของวิทยุชมุ ชน
เชิญชวนคนเข้าร่วมการชุมนุมต้องถือว่าเป็น
กิจกรรมทางการเมืองไม่ใช่เรือ่ งผิด เพราะเป็น
สิทธิเสรีภาพทางการเมืองของประชาชน

กำหนดเกณฑ์ด้านเนื้อหาของวิทยุ
ชุมชนให้ชัดเจน การกำหนดฐาน
ความผิดต้องไม่มคี วามคลุมเครือ มี
ลำดับขัน้ ในการกำกับดูแลด้านเนือ้ หา
อย่างเป็นธรรม มีความโปร่งใสและ
เปิดเผยให้สาธารณะตรวจสอบได้
และทุ ก ฝ่ า ยให้ ก ารยอมรั บ และ
สามารถนำไปปฏิบตั ไิ ด้จริง
3. สาธารณชนและนักเคลื่อนไหวเพื่อ
ประชาธิปไตยทุกฝ่ายต้องตระหนัก
ถึ ง สิ ท ธิ เ สรี ภ าพการสื่ อ สารของ
ประชาชนบนบรรทัดฐานเดียวกัน
พร้อมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง
ของทุกฝ่ายและยอมรับได้ ถึ ง การ
แสดงความคิดเห็นและการรณรงค์
ทางการเมืองที่อาจไม่สอดคล้องกับ
จุดยืนทางการเมืองของตนเอง และ
ต้องพร้อมสร้างหลักประกันให้กับ
สิ ท ธิ เ สรี ภ าพการสื่ อ สารของภาค
ประชาชน เช่น การรณรงค์ยกเลิก
กฎหมายที่เป็นข้ออ้างในการสั่งปิด
สถานีวทิ ยุชมุ ชน

คณะกรรมการรณรงค์เพือ่ การปฏิรปู สือ่ (คปส.) 409 ซอยรัชดา 14 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพ 10310
โทรศัพท์/โทรสาร 02 691 0574 Website: www.media4democracy.com E-mail: freemediafreepeople@yahoo.com, suthepcpmr@gmail.com
สนับสนุนโดย มูลนิธไิ ฮน์รคิ เบิลล์

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful