คาแนะนาการปฏิบัติตัวสาหรับผู้ติดเชื้อเอดส์

1. หลีกเลี่ยงการเป็นกามโรค
2. หลีกเลี่ยงการรับเชื้อไวรัส เชื้อราในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาจทาให้เชื้อเอดส์ในร่างกายทวี
จานวน มากขึน้ และป่วยเร็วขึ้น
2.1 ไม่อยู่ในที่อับทึบ แออัด
2.2 ไม่เลี้ยงสัตว์ทุกชนิดภายในบ้าน ใต้ถุนบ้าน ใกล้บ้าน
2.3 ไม่เข้าไปทาความสะอาดสัตว์ เล้าหมู เป็ด ไก่
2.4 ไม่ควรเข้าไปเยื่ยมคนป่วยในโรงพยาบาลหรือเข้าไปใกล้ผู้ป่วยโรคติดต่อ
3. งดการกินอาหารที่ปรุงจากเนื้อสัตว์ดิบบางชนิด เช่น แหนมสด ลาบสด ลู่ ปลาร้า ไข่ลวก
หากจะกินต้อง ทาให้สุกด้วยความร้อนก่อนทุกครั้ง
4. งดการกินอาหารหมักดอง หรือใช้เครื่องปรุงที่ทาจากการหมักดอง เช่น ซอสต่าง ๆ ซีอิ้ว
5. งดสูบบุหรี่ งดดื่มเหล้าเบียร์ งดยาเสพติด
6. หมั่นออกกาลังกาย คลายความเครียด ทาสมาธิ
7. หมั่นกินอาหารโปรตีนโดยเฉพาะไข่ นม และผัก ผลไม้ทุกวัน
8. หมั่นรักษาสุขภาพในช่องปากและฟัน
8.1 แปรงฟันหลังอาหารทุกมื้อ
8.2 กลั้วคอ บ้วนปากด้วยน้าเกลือ
8.3 รีบรักษาโรคเหงือกและฟันผุ
8.4 ตรวจสุขภาพฟันและช่องปากกับทันตแพทย์ปีละครั้ง
9. หลีกเหลี่ยงการใช้ยาที่กดภูมิต้านทาน ยาแผนปัจจุบัน ยาหม้อ ยาจีน ยาชุด ยาสมุนไพร
บางอย่างมีตัวยาที่ กดภูมิต้านทาน
10. หลีกเหลี่ยงการตั้งครรภ์
11. ถ้ามีอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์
12. ควรรับการตรวจสุขภาพทุกเดือน
13. ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัด ด้วยการแต่งกายที่ปกปิดผิวหนังให้มิดชิด

Nucleoside reverse transcriptase inhibitors (NRTIs) 2. รักษาโรคแทรกซ้อนที่เกิดจากเชื้อฉวยโอกาสและโรคมะเร็ง ยาต้านไวรัสเอชไอวี ยาต้านไวรัสเอชไอวี มีด้วยกันหลายชนิด ออกฤทธิ์แตกต่างกันไป การเลือกใช้ยาจะพิจารณา ตามความเหมาะสม สาหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยแบบแผนการรักษาที่จะให้ผลดี และช่วยลดปัญหาเชื้อ ดื้อยาได้ จะต้องใช้ยา 3 ตัวรวมกันหรือมากกว่า ที่เรียกว่า Highly Active Antiretroviral Therapy (HAART) การรักษาด้วยวิธีนี้ จะทาให้อัตราป่วยจากโรคแทรกซ้อน และอัตราการตายของผู้ป่วยเอดส์ ลดลงได้อย่างมาก ถึงแม้จะยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ก็ตาม ดังนั้นผู้ป่วยควรให้ความสาคัญกับ การรับประทานยา ตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ปัจจุบันยาต้านไวรัสเอชไอวี สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม 1. Protease inhibitors (PIs) ข้อควรปฏิบัติในการรับประทานยา     รับประทานยาตามที่กาหนด ทุกมื้อ และทุ กวัน อย่าเปลี่ยนยาด้วยตนเอง โดยไม่ปรึกษาแพทย์ ถ้าพบว่าปฏิบัติตามแผนการรักษาได้ยาก ควร ปรึกษาแพทย์ เพื่อค้นหาแนวทางการรักษาใหม่ที่เหมาะสม หากจะใช้ยาอื่นนอกเหนือที่แพทย์สั่ง ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง ควรรับประทานยาอย่างสม่าเสมอ หากหยุดยาระยะหนึ่งแล้วมารับประทานต่อ ก็อาจทาให้เกิด เชื้อดื้อยา การรักษาจะยิ่งยากมากขึ้น . Non nucleoside reverse transcriptase inhibitors (NNRTIs) 3. หยุด หรือ ชลอการเพิ่มจานวนของไวรัสโดยใช้ ยาต้านไวรัส (Antiviral therapy) 2. เสริมภูมิต้านทานที่บกพร่อง โดยใช้ยากระตุ้นภูมิคุ้มกัน 3.คาแนะนาในการรักษาการติดเชื้อ HIV / AIDs เนื่องจากโรคเอดส์ เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสเอชไอวี ซึ่งมีผลในการทาลายระบบภูมิคุ้มกันของ ร่างกายให้เสียไป ทาให้ผู้ป่วยติดเชื้อฉวยโอกาส ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคต่างๆ เช่น โรคปอดบวม วัณโรค เชื้อรา และโรคมะเร็งได้ง่าย ผู้ป่วยมักเสียชีวิตด้วยโรคเหล่านี้ แนวทางในการใช้ยารักษาโรคเอดส์ จึงทา ได้ 3 แนวทางด้วยกัน คือ 1.

Lovastatin เพิ่มระดับยาลดไขมันในเลือด ยากันชัก ได้แก่ Phenobarbitol. Phenytoin. Triazolam มีผลทาให้ฤทธิ์ยานอนหลับยาวนานขึ้น ยาหลายๆ ชนิด จะมีผลต่อระดับยาต้านไวรัส HIV ในเลือด อาจทาให้เกิดความเป็นพิษจากยา ได้ หรืออาจทาให้การรักษาไม่ได้ผล ดังนั้นหากจะใช้ยาตัวอื่นๆ นอกเหนือจากที่แพทย์สั่ง ควรปรึกษา แพทย์และเภสัชกรก่อนทุกครั้ง การใช้ยาเหล่านี้ร่วมกันยาต้านไวรัส HIV อาจมีเปลี่ยนแปลงระดับยาในเลือดได้ ยาที่ใช้ร่วม ผลที่เกิด ยาต้านเชื้อรา ได้แก่ Ketoconazole เพิ่มระดับยาต้านไวรัส HIV ยาต้านเชื้อวัณโรค ได้แก่ Rifampin ลดระดับยาต้านไวรัส HIV ยาลดไขมันในเลือด ได้แก่ Simvastatin.ปฏิกิริยาระหว่างยากับยา ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV เมื่อระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง จนถึงระดับหนึ่ง อาจติดเชื้อแทรก ซ้อนได้ เช่น เชื้อรา เชื้อวัณโรค ฯลฯ ยาที่ใช้รักษาเชื้อแทรกซ้อนเหล่านี้ รวมทั้งยาอื่นๆ ที่ใช้ร่วม อาจมี ผลต่อระดับยาต้านไวรัส HIV ในเลือดได้ ยกตัวอย่างเช่น     ยาต้านเชื้อรา ได้แก่ Ketoconazole. Carbamazepine ลดระดับยาต้านไวรัส HIV . Itraconazole มีผลเพิ่มระดับยาต้านไวรัสในเลือด ยาต้านเชื้อวัณโรค ได้แก่ Rifampin มีผลลดระดับยาต้านไวรัสในเลือด ยารักษาไมเกรน ได้แก่ Ergotamine ไม่ควรรับประทานร่วมกับยาต้านไวรัส HIV เพราะมีผลทา ให้การไหลเวียนของเลือดบริเวณปลายมือปลายเท้าลดลง ยานอนหลับ ได้แก่ Midazolam.

John’s wort.ปฏิกิริยาระหว่างยากับสมุนไพร สมุนไพรบางชนิด ได้แก่ St. Grapefruit juice มีผลลดระดับยาต้านไวรัสในเลือด ทาให้การรักษาการติดเชื้อ HIV ไม่ได้ผล จึงควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรดังกล่าว สมุนไพรที่ใช้ร่วม St. John’s wort ผลที่เกิด ลดระดับยาต้านไวรัส HIV ปฏิกิริยาระหว่างยากับอาหาร ยาต้านไวรัส ผลของอาหาร คาแนะนาในการรับประทานยา กลุ่ม NRTIs ได้แก่ Videx (ddI) อาหารลดระดับยาในเลือดลงร้อยละ 55 รับประทานก่อนอาหารหนึ่งชั่วโมง หรือ หลังอาหาร 2 ชั่วโมง กลุ่ม PIs ได้แก่ Crixivan (Indinavir) อาหารลดระดับยาในเลือดลงร้อยละ 77 Grapefruit juice ลดระดับยา indinavir ลงร้อยละ 26 รับประทานก่อนอาหาร 1 ชั่วโมง หรือ หลังอาหาร 2 ชั่วโมง กลุ่ม NNRTIs ได้แก่ Stocrin (Efavirenz) อาหารที่มีไขมันสูงจะเพิ่มระดับยาใน ไม่ควรรับประทานพร้อมกับอาหารที่มี เลือด ร้อยละ 50 ซึ่งอาจทาให้เกิดพิษ ไขมันสูง จากยาได้ .

กลุ่ม NRTIs Antivir.กลุ่ม NNRTIs Stocrin (Efavirenz) ผื่น. มีหนอกที่หลัง) หมายเหตุ: Crixivan ทาให้เกิดนิ่วในไต ดังนั้นควรดื่มน้ามาก ๆ ตามไปอีก 1 ลิตร หลังรับประทานยา อาการเหล่านี้ อาจเกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยบางราย หากท่านเกิดอาการไม่พึงประสงค์จากยา ให้กลับมาพบแพทย์ทันทีเพื่อปรับเปลี่ยนการรักษา . การสะสม ของเนื้อเยื่อไขมันในร่างกายผิดปกติ (แก้มตอบ. ตับอักเสบ. แขนขาลีบ. อ่อนเพลีย. ไขมันในเลือดสูง. ท้องโต . น้าหนักลด . นอนไม่ หลับ.อาการไม่พึงประสงค์ของยาต้านไวรัส HIV ยาต้านไวรัส อาการไม่พึงประสงค์ . Zerit (d4T) ตับอ่อนอักเสบ. เปลี้ย. ชาปลายมือปลายเท้า . เอนไซม์ตับเพิ่ม . ฝันร้าย). ชาปลายมือปลายเท้า Ziagenavir (Abacavir) ปฏิกิริยาภูมิแพ้ . กรดยูริกในเลือดสูง Stavir. เอนไซม์ตับเพิ่ม Viramune (Nevirapine) ผื่น. Retrovir (AZT) คลื่นไส้อาเจียน โลหิตจาง เม็ดเลือดขาวต่า Videx (ddI) ตับอ่อนอักเสบ.กลุ่ม PIs Kaletra (Lopinavir/Ritonavir) Viracept (Nelfinavir) Norvir (Ritonavir) Fortavase (Saquinavir) Crixivan (Indinavir) ยากลุ่มนี้ทาให้เกิดน้าตาลในเลือดสูง. อาการข้างเคียงของระบบประสาทส่วนกลาง (มึนงง.

วิธีการเก็บรักษายา        เก็บยาให้พ้นแสง เก็บยาให้พ้นมือเด็ก ยาเม็ด Norvir (Ritonavir) ควรเก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 2-8°C ยาน้า Norvir (Ritonavir) ไม่ควรเก็บในตู้เย็น ยาเม็ดแคปซูลนิ่ม Fortovase (Saquinavir) สามารถเก็บในตู้เย็น อุณหภูมิ 2-8°C หรือที่ อุณหภูมิห้อง (เก็บได้นานถึง 3 เดือน) Kaletra (Lopinavir/Ritonavir) สามารถเก็บในตู้เย็น หรือที่อุณหภูมิห้อง (เก็บได้นาน 2 เดือน) Crixivan. Viracept เก็บที่อุณหภูมิห้อง .