คําทําวัตรเชา
คําบูชาพระรัตนตรัย
โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
พระผูมีพระภาคเจานั้น พระองคใด, เปนพระอรหันต,
ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกขสิ้นเชิง, ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง
To the Blessed One, the Lord, who fully attained perfect enlightenment,

ส๎วากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม อานวา สะ-หวาก-ขา-โต (สะ
ออกเสียงแตนอยไมเต็มคํา)
พระธรรม เปนธรรมอันพระผูมีพระภาคเจา พระองคใด, ตรัสไวดีแลว
To the Teaching, which he expounded so well,

สุปะฏิปน โน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา พระองคใด, ปฏิบัติดีแลว
And to the Blessed One’s disciples who have practiced well,

ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง
อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปเตหิ อะภิปูชะยามะ
ขาพเจาทัง้ หลาย, ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น
,พรอมทั้งพระธรรมและพระสงฆ,
ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี,้ อันยกขึ้นตามสมควรแลวอยางไร
To these—the Buddha, the Dhamma, and the Sangha—
We render with offerings our rightful homage


 

สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตป
ขาแตพระองคผูเจริญ, พระผูมีพระภาคเจาแมปรินิพพานนานแลว,
ทรงสรางคุณอันสําเร็จประโยชนไวแกขาพเจาทั้งหลาย.
It is well for us that the Blessed One, having attained liberation,

ปจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา
ทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะหแกพวกขาพเจา อันเปนชนรุนหลัง
Still had compassion for later generations.

อิเม สักกาเร ทุคคะตะปณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ
ขอพระผูมีพระภาคเจาจงรับเครื่องสักการะ อันเปนบรรณาการของคน
ยากทั้งหลายเหลานี้
May these simple offerings be accepted

อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
เพื่อประโยชนและความสุขแกขาพเจาทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญฯ
For our long-lasting benefit and for the happiness it gives us.

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พระผูมีพระภาคเจา, เปนพระอรหันต, ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกขสิ้นเชิง,
ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง
The Lord, the Perfectly Enlightened and Blessed One—

พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ
ขาพเจาอภิวาทพระผูมีพระภาคเจา, ผูรู ผูตื่น ผูเบิกบาน (กราบ)
I render homage to the Buddha, the Blessed One.


 

ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม อานวา สะ-หวาก-ขา-โต (สะออกเสียง
แตนอยไมเต็มคํา)
พระธรรมเปนธรรมที่พระผูมพี ระภาคเจา, ตรัสไวดีแลว
The Teaching, so completely explained by him—

ธัมมัง นะมัสสามิ
ขาพเจานมัสการพระธรรม (กราบ)
bow to the Dhamma.

สุปะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา, ปฏิบัติดีแลว
The Blessed One’s disciples, who have practiced well—

สังฆัง นะมามิ.
ขาพเจานอบนอมพระสงฆ (กราบ)
I bow to the Sangha.

ปุพพภาคนมการ
(หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโร
มะ เส)
เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความนอบนอมอันเปนสวนเบือ้ งตน แดพระผูมี
พระภาคเจาเถิด
[Now let us pay preliminary homage to the Buddha.]

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต,

] โย โส ตะถาคะโต พระตถาคตเจานัน้ พระองคใด อะระหัง เปนผูไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทโธ เปนผูตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง The Tathagata is the Pure One.4    ขอนอบนอมแดพระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น อะระหะโต. วิชชาจะระณะสัมปนโน เปนผูถึงพรอมดวยวิชชาและจรณะ He is impeccable in conduct and understanding. . (กลาว ๓ ครั้ง) พุทธาภิถุติ (หันทะ มะยัง พุทธาภิถุติง กะโรมะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความชมเชยเฉพาะพระพุทธเจาเถิด [Now let us chant in praise of the Buddha. ซึ่งเปนผูไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ. and Perfectly Enlightened One. the Perfectly Enlightened One. Noble. Homage to the Blessed. ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง.

พุทโธ เปนผูรู ผูตื่น ผูเบิกบานดวยธรรม ภะคะวา เปนผูมีความจําเริญ จําแนกธรรมสั่งสอนสัตว He is Awake and Holy.5    สุคะโต เปนผูไปแลวดวยดี The Accomplished One. สัตถา เทวะมะนุสสานัง เปนครูผูสอนของเทวดาและมนุษยทงั้ หลาย He is Teacher of gods and humans. . อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ เปนผูสามารถฝกบุรุษที่สมควรฝกไดอยางไมมีใครยิ่งกวา He trains perfectly those who wish to be trained. สัสสะ มะณะพ๎ราห๎มะณิง ปะชัง สะเทวะมะนุสสัง สะยัง อะภิญญา สัจฉิกัตว๎ า ปะเวเทสิ พระผูมีพระภาคเจาพระองคใด. โลกะวิท เปนผูรูโลกอยางแจมแจง The Knower ×of the Worlds. ไดทรงทําความดับทุกขใหแจง ดวย พระปญญาอันยิ่งเองแลว. โย อิมัง โลกัง สะเทวะกัง สะมาระกัง สะพ๎รัห๎มะกัง.

beautiful in the middle. celestial and human beings.6    ทรงสอนโลกนี้พรอมทั้งเทวดา มาร พรหม และหมูสัตว พรอมทัง้ สมณ พราหมณ. สาตถัง สะพ๎ยัญชะนัง เกวะละปะริปุณณัง ปะริสุทธัง พ๎รัห๎มะจะริ ยัง ปะกาเสสิ ทรงประกาศพรหมจรรย คือแบบแหงการปฏิบัติอันประเสริฐ บริสุทธิ์ บริบูรณ สิ้นเชิง. พรอมทั้งเทวดาและมนุษยใหรูตาม In this world with its gods. . demons. he has by deep insight revealed the Truth โย ธัมมัง เทเสสิ พระผูมีพระภาคเจาพระองคใด ทรงแสดงธรรมแลว อาทิกัล๎ยาณัง ไพเราะในเบื้องตน มัชเฌกัล๎ยาณัง ไพเราะในทามกลาง ปะริโยสานะกัล๎ยาณัง ไพเราะในที่สุด He has pointed out the Dhamma: beautiful in the beginning. and kind spirits. beautiful in the end. พรอมทั้งอรรถะ (คําอธิบาย) พรอมทั้งพยัญชนะ (หัวขอ) He has explained the Spiritual Life of complete purity in its essence and conventions. Its seekers and sages.


 

ตะมะหัง ภะคะวันตัง อะภิปูชะยามิ
ขาพเจาบูชาอยางยิ่ง เฉพาะพระผูม ีพระภาคเจาพระองคนั้น
ตะมะหัง ภะคะวันตัง สิระสา นะมามิ
ขาพเจานอบนอมพระผูมีพระภาคเจา พระองคนั้นดวยเศียรเกลา
I chant my praise to the Blessed One, I bow ÷my head to the Blessed One.

(กราบระลึกพระพุทธคุณ)
ธัมมาภิถุติ
(หันทะ มะยัง ธัมมาภิถตุ ิง กะโรมะ เส)
เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความชมเชยเฉพาะพระธรรมเถิด
[Now let us chant in praise of the Dhamma.]

โย โส ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม
พระธรรมนั้นใด, เปนสิ่งที่พระผูมีพระภาคเจาไดตรัสไวดีแลว
The Dhamma is well expounded by the Blessed One,

สันทิฏฐิโก
เปนสิ่งที่ผูศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นไดดวยตนเอง
Apparent here and now,

อะกาลิโก
เปนสิ่งที่ปฏิบัติได และใหผลไดไมจํากัดกาล
Timeless,


 

เอหิปสสิโก
เปนสิ่งที่ควรกลาวกะผูอนื่ วา ทานจงมาดูเถิด
Encouraging investigation

โอปะนะยิโก
เปนสิ่งที่ควรนอมเขามาใสตัว
Leading inwards,

ปจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญูหิ
เปนสิ่งที่ผูรูก็รูไดเฉพาะตน
To be experienced individually by the wise.

ตะมะหัง ธัมมัง อะภิปูชะยามิ
ขาพเจาบูชาอยางยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น
ตะมะหัง ธัมมัง สิระสา นะมามิ
ขาพเจานอบนอมพระธรรมนั้น ดวยเศียรเกลา
I chant my praise to this Teaching, I bow my head to this Truth.

(กราบระลึกพระธรรมคุณ)
สังฆาภิถตุ ิ
หันทะ มะยัง สังฆาภิถุติง กะโรมะ เส
เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความชมเชยเฉพาะพระสงฆเถิด
[Now let us chant in praise of the Sangha.]


 

โย โส สุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจานั้นหมูใด ปฏิบัติดีแลว
They are the Blessed One’s disciples, who have practiced well,

อุชุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจาหมูใด ปฏิบัติตรงแลว
Who have practiced directly,

ญายะปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจาหมูใด, ปฏิบัติเพื่อรูธรรมเปนเครื่อง
ออกจากทุกขแลว
Who have practiced insightfully,

สามีจิปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจาหมูใด, ปฏิบัติสมควรแลว
Those who practice with integrity—

ยะทิทัง
ไดแกบุคคลเหลานี้คือ
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา
คูแหงบุรุษ ๔ คู, นับเรียงตัวบุรุษได ๘ บุรุษ*
That is the four pairs, the eight kinds of noble beings—

* สี่คูคือ โสดาปตติมรรค โสดาปตติผล, สกิทาคามิมรรค สกิทาคามิผล,
อนาคามิมรรค อนาคามิผล, อรหัตตมรรค อรหัตตผล.
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ

ตะมะหัง สังฆัง อะภิปูชะยามิ ขาพเจาบูชาอยางยิ่ง เฉพาะพระสงฆหมูนนั้ ตะมะหัง สังฆัง สิระสา นะมามิ ขาพเจานอบนอมพระสงฆหมูนนั้ ดวยเศียรเกลา I chant my praise to this Sangha. อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสะ เปนเนื้อนาบุญของโลก. . I bow my head to this Sangha. ทักขิเณยโย เปนผูควรรับทักษิณาทาน Worthy of offerings.10    นั่นแหละสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา These are the Blessed One’s disciples. ปาหุเนยโย เปนสงฆควรแกสักการะที่เขาจัดไวตอ นรับ Worthy of hospitality. ไมมนี าบุญอื่นยิ่งกวา They give occasion for incomparable goodness to arise in the world. อัญชะลิกะระณีโย เปนผูที่บุคคลทั่วไปควรทําอัญชลี Worthy of respect. อาหุเนยโย เปนสงฆควรแกสักการะที่เขานํามาบูชา Such ones are worthy of gifts.

โลกัสสะ ปาปูปะกิเลสะฆาตะโก เปนผูฆาเสียซึ่งบาปและอุปกิเลสของโลก Destroyer of worldly self-corruption— วันทามิ พุทธัง อะหะมาทะเรนะ ตัง ขาพเจาไหวพระพุทธเจาพระองคนนั้ โดยใจเคารพเอื้อเฟอ Devotedly indeed. . absolutely pure. that Buddha I revere.] พุทโธ สุสุทโธ กะรุณามะหัณณะโว พระพุทธเจาผูบริสุทธิ์ มีพระกรุณาดุจหวงมหรรณพ The Buddha. with ×ocean-like compassion. โยจจันตะสุทธัพพะระญาณะโลจะโน พระองคใด มีตาคือญาณอันประเสริฐหมดจดถึงที่สุด Possessing the clear sight of wisdom.11    (กราบระลึกพระสังฆคุณ) รตนัตตยัปปณามคาถา (หันทะ มะยัง ระตะนัตตะยัปปะณามะคาถาโย เจวะ สังเวคะวัตถุปะริกิตตะนะปาฐัญจะ ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย กลาวคํานอบนอมพระรัตนตรัยและบาลีทกี่ ําหนด วัตถุเครื่องแสดงความสังเวชเถิด [Now let us chant our salutation to the Triple Gem and a passage of encouragement.

โย ทิฏฐะสันโต สุคะตานุโพธะโก เปนผูเห็นพระนิพพาน. the most fertile ground for cultivation.12    ธัมโม ปะทีโป วิยะ ตัสสะ สัตถุโน พระธรรมของพระศาสดา สวางรุงเรืองเปรียบดวงประทีป The Teaching of the Lord. โลกุตตะโร โย จะ ตะทัตถะทีปะโน ซึ่งเปนตัวโลกุตตระ. ตรัสรูตามพระสุคต. like a lamp. all longing abandoned— . โย มัคคะปากามะตะเภทะภินนะโก จําแนกประเภท คือ มรรค ผล นิพพาน. โลลัปปะหีโน อะริโย สุเมธะโส เปนผูละกิเลสเครื่องโลเลเปนพระอริยเจา มีปญญาดี Noble and wise. และสวนใดที่ชี้แนวแหงโลกุตตระนัน้ That which is beyond the conditioned world— วันทามิ ธัมมัง อะหะมาทะเรนะ ตัง ขาพเจาไหวพระธรรมนั้น โดยใจเคารพเอื้อเฟอ Devotedly indeed. หมูใ ด Those who have realized Peace. that Dhamma I revere. สวนใด Illuminating the Path and its Fruit: the Deathless. สังโฆ สุเขตตาภ๎ยะติเขตตะสัญญิโต พระสงฆเปนนาบุญอันยิ่งใหญกวานาบุญอันดีทั้งหลาย The Sangha. awakened after the Accomplished One.

Through the power of such good ×action. ปุญญัง มะยา ยัง มะมะ สัพพุปททะวา. ไดกระทําแลวเปนอยางยิ่งเชนนี. and he is an Arahant. วัตถุตตะยัง วันทะยะตาภิสังขะ ตัง. May ÷all obstacles disappear. ดวยอํานาจความสําเร็จอันเกิดจากบุญนั้น This salutation should be made To that which is worthy. .มา โหนตุ เว ตัสสะ ปะ ภาวะสิทธิยา บุญใดที่ขาพเจาผูไหวอยูซึ่งวัตถุสาม.13    วันทามิ สังฆัง อะหะมาทะเรนะ ตัง ขาพเจาไหวพระสงฆหมูนนั้ โดยใจเคารพเอื้อเฟอ Devotedly indeed. that Sangha I revere. จงอยามีแกขาพเจาเลย.้ ขออุปทวะ(ความชั่ว) ทั้งหลาย. สังเวคปริกิตตนปาฐะ อิธะ ตะถาคะโต โลเก อุปปนโน พระตถาคตเจาเกิดขึ้นแลวในโลกนี้ อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ เปนผูไกลจากกิเลส ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง One who knows things as they are has come into this world. คือพระรัตนตรัยอันควรบูชายิ่ง โดยสวนเดียว. อิจเจวะเมกันตะภิปูชะเนยยะกัง.

and leading to enlightenment—this Way he has made known. calming and directing to perfect peace. . ชะราป ทุกขา แมความแกก็เปนทุกข Ageing is dukkha.14    a perfectly awakened being. มะยันตัง ธัมมัง สุต๎วา เอวัง ชานามะ พวกเราเมื่อไดฟงธรรมนั้นแลว. เปนไปเพื่อปรินิพพาน สัมโพธะคามี สุคะตัปปะเวทิโต เปนไปเพื่อความรูพ รอม. มะระณัมป ทุกขัง แมความตายก็เปนทุกข And death is dukkha. we know this: ชาติป ทุกขา แมความเกิดก็เปนทุกข Birth is dukkha. เปนธรรมที่พระสุคตประกาศ Purifying the way leading out of delusion. จึงไดรูอยางนี้วา Having heard the Teaching. ธัมโม จะ เทสิโต นิยยานิโก และพระธรรมที่ทรงแสดงเปนธรรมเครื่องออกจากทุกข อุปะสะมิโก ปะรินิพพานิโก เปนเครื่องสงบกิเลส.

อัปปเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข ความประสบกับสิ่งไมเปนทีร่ ักที่พอใจ ก็เปนทุกข Association with the disliked is dukkha. เสยยะถีทัง ไดแกสิ่งเหลานี้คอื These are as follows: รูปูปาทานักขันโธ ขันธ อันเปนที่ตั้งแหงความยึดมั่น คือรูป Identification with the body . the five focuses of the grasping mind are dukkha. grief. สังขิตเตนะ ปญจุปาทานักขันธา ทุกขา วาโดยยอ อุปาทานขันธทั้ง ๕ เปนตัวทุกข In brief. ปเยหิ วิปปะโยโค ทุกโข ความพลัดพรากจากสิ่งเปนที่รักที่พอใจ ก็เปนทุกข Separation from the liked is dukkha. ยัมปจฉัง นะ ละภะติ ตัมป ทุกขัง มีความปรารถนาสิ่งใดไมไดสิ่งนั้นนัน่ ก็เปนทุกข Not attaining one’s wishes is dukkha. pain.15    โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสาป ทุกขา แมความโศก ความร่ําไรรําพัน ความไมสบายกาย ความไมสบายใจ ความคับแคนใจ ก็เปนทุกข Sorrow. lamentation. and despair are dukkha.

วิญญาณูปาทานักขันโธ ขันธ อันเปนที่ตั้งแหงความยึดมั่น คือวิญญาณ Identification with consciousness. ธะระมาโน โส ภะคะวา จึงพระผูมีพระภาคเจานัน้ เมื่อยังทรงพระชนมอยู The Blessed One in his lifetime เอวัง พะหุลัง สาวะเก วิเนติ ยอมทรงแนะนําสาวกทั้งหลาย. .16    เวทะนูปาทานักขันโธ ขันธ อันเปนที่ตั้งแหงความยึดมั่น คือเวทนา Identification with feeling สัญูปาทานักขันโธ ขันธ อันเปนที่ตั้งแหงความยึดมั่น คือสัญญา Identification with perception. สังขารูปาทานักขันโธ ขันธ อันเปนที่ตั้งแหงความยึดมั่น คือสังขาร Identification with mental formations. เชนนี้เปนสวนมาก Frequently instructed his disciples in just this way. เยสัง ปะริญญายะ เพื่อใหสาวกกําหนดรอบรูอุปาทานขันธเหลานี้เอง For the complete understanding of this.

วิญญาณัง อะนิจจัง วิญญาณไมเที่ยง Consciousness is impermanent.17    เอวัง ภาคา จะ ปะนัสสะ ภะคะวะโต สาวะเกสุ อะนุสาสะนี พะหุ ลา ปะวัตตะติ อนึ่งคําสัง่ สอนของพระผูมีพระภาคเจานั้นยอมเปนไปในสาวกทัง้ หลาย. . เวทะนา อะนิจจา เวทนาไมเที่ยง Feeling is impermanent. he further instructed: รูปง อะนิจจัง รูปไมเที่ยง The body is impermanent. สัญญา อะนิจจา สัญญาไมเที่ยง Perception is impermanent สังขารา อะนิจจา สังขารไมเที่ยง Mental formations are impermanent. สวนมากมีสวนคือการจําแนกอยางนี้วา In addition.

. เวทะนา อะนัตตา เวทนาไมใชตัวตน Feeling is not-self. สัญญา อะนัตตา สัญญาไมใชตัวตน Perception is not-self. สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ธรรมทั้งหลายทั้งปวง ไมใชตัวตน. สังขารา อะนัตตา สังขารไมใชตัวตน Mental formations are not-self. ดังนี้ There is no self in the created or the uncreated.18    รูปง อะนัตตา รูปไมใชตัวตน The body is not-self. สัพเพ สังขารา อะนิจจา สังขารทั้งหลายทั้งปวง ไมเที่ยง All conditions are impermanent. วิญญาณัง อะนัตตา วิญญาณไมใชตัวตน Consciousness is not-self.

pain.19    เต (ตา) คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา มะยัง โอติณณามหะ พวกเราทัง้ หลายเปนผูถูกครอบงําแลว ชาติยา โดยความเกิด ชะรามะระเณนะ โดยความแกและความตาย All of us Are bound by birth. grief. lamentation. โสเกหิ ปะริเทเวหิ ทุกเขหิ โทมะนัสเสหิ อุปายาเสหิ โดยความโศก ความร่ําไรรําพัน ความไมสบายกาย ความไมสบายใจ ความคับแคนใจทัง้ หลาย By sorrow. อัปเปวะนามิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยา ปญญาเยถาติ ทําไฉนการทําที่สดุ แหงกองทุกขทั้งสิ้นนี. and death. ทุกโขติณณา เปนผูถูกความทุกขหยั่งเอาแลว ทุกขะปะเรตา เปนผูมีความทุกขเปนเบื้องหนาแลว Bound by dukkha and obstructed by dukkha. ageing.้ จะพึงปรากฏชัดแกเราได Let us all aspire to complete freedom from suffering. and despair. .

ภิกขูนัง สิกขาสาชีวะสะมาปนนา ถึงพรอมดวยสิกขาและธรรมเปนเครือ่ งเลี้ยงชีวิตของภิกษุทั้งหลาย Being fully equipped with the bhikkhus’ system of training. we practice the Holy Life. สัทธา อะคารัส๎มา อะนะคาริยัง ปพพะชิตา เปนผูมีศรัทธา ออกบวชจากเรือน ไมเกี่ยวของดวยเรือนแลว We have gone forth with faith from home to homelessness.20    สําหรับ พระภิกษุ . ตัง โน พ๎รห๎มะจะริยัง อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะ กิริยายะ สังวัตตะตุ ขอใหพรหมจรรยของเราทั้งหลายนัน้ . who long ago attained Parinibbana. ตัส๎มิง ภะคะวะติ พ๎รห๎มะจะริยัง จะรามะ ประพฤติอยูซึ่งพรหมจรรย ในพระผูมีพระภาคเจา พระองคนนั้ And like the Blessed One. the Noble Lord. แมปรินิพพานนานแลว. . พระองคนั้น Remembering the Blessed One. ผูไกลจากกิเลส ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง.สามเณรสวด จิระปะรินิพพุตัมป ตัง ภะคะวันตัง อุททิสสะ อะระหันตัง สัมมาสัมพุทธัง เราทั้งหลาย อุทิศเฉพาะพระผูมีพระภาคเจา. and Perfectly Enlightened One. จงเปนไปเพื่อการทําที่สุดแหงกอง ทุกขทั้งสิ้นนี้ เทอญ May this Holy Life lead us to the end of this whole mass of suffering.

แมปรินิพพานนานแลวพระองคนั้น เปนสรณะ The Blessed One. is our refuge. ยะถาสะติ. (จบคําทําวัตรเชา) . ตัสสะ ภะคะวะโต สาสะนัง.21    สําหรับอุบาสก. with all of our mindfulness and strength. who long ago attained Parinibbana. สา สา โน ปะฏิปตติ ขอใหความปฏิบัตินั้นๆ ของเราทั้งหลาย May then the cultivation of this practice อิมัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ อันตะกิริยายะ สังวัตตะตุ จงเปนไปเพื่อการทําที่สุดแหงกองทุกขทั้งสิ้นนี้ เทอญ Lead us to the end of every kind of suffering. อุบาสิกา จิระปะรินิพพุตัมป ตัง ภะคะวันตัง สะระณังคะตา เราทั้งหลาย ผูถึงแลวซึ่งพระผูมีพระภาคเจา. ธัมมัญจะ สังฆัญจะ ถึงพระธรรมดวย ถึงพระสงฆดวย So too are the Dhamma and the Sangha. ยะถาพะลัง มะนะสิกะโรมะ อะนุปะฏิปชชามะ จักทําในใจอยู ปฏิบัติตามอยู ซึ่งคําสัง่ สอนของพระผูมีพระภาคเจานั้น ตามสติกาํ ลัง Attentively we follow the pathway of that Blessed One.

in freedom from affliction. in freedom from hostility. สัพเพ สัตตา สุขิตา โหนตุ ขอสัตวทงั้ หลายทัง้ ปวงจงเปนผูถึงความสุข .) อะหัง สุขิโต โหมิ ขอใหขาพเจาจงเปนผูถึงสุข นิททุกโข โหมิ จงเปนผูไรทุกข อะเวโร โหมิ จงเปนผูไมมีเวร อัพฺยาปชโฌ โหมิ (อานวา อับ-พะ-ยา) จงเปนผูไมเบียดเบียนซึ่งกันและกัน อะนีโฆ โหมิ จงเปนผูไมมีทุกข สุขี อัตตานัง ปะริหะรามิ จงรักษาตนอยูเปนสุขเถิด [May I abide in well-being]. in freedom from ill-will.22    คําแผเมตตา (หันทะ มะยัง เมตตาผะระณัง กะโรมะ เส) (Now let us chant the reflections on universal well-being. in freedom from anxiety. and may I maintain well-being in myself.

มีกรรมเปนผูตดิ ตาม. in freedom from ill-will. ตัสสะ ทายาทา ภาวิสสันติ . สัพเพ สัตตา สัพพะทุกขา ปะมุญจันตุ ขอสัตวทงั้ หลายทัง้ ปวงจงพนจากทุกขทั้งมวล May all beings be released from all suffering. in freedom from hostility. in freedom from anxiety.มีกรรมเปนที่พึ่งอาศัย ยัง กัมมัง กะรัสสันติ. สัพเพ สัตตา กัมมัสสะกา กัมมะทายาทา กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระณา สัตวทั้งหลายทั้งปวงมีกรรมเปนของของตน.23    สัพเพ สัตตา อะเวรา โหนตุ ขอสัตวทงั้ หลายทัง้ ปวงจงเปนผูไมมเี วร สัพเพ สัตตา อัพฺยาปชฌา โหนตุ ขอสัตวทงั้ หลายทัง้ ปวงจงอยาไดเบียดเบียนซึง่ กันและกัน สัพเพ สัตตา อะนีฆา โหนตุ ขอสัตวทงั้ หลายทัง้ ปวงจงเปนผูไมมที ุกข สัพเพ สัตตา สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ ขอสัตวทงั้ หลายทัง้ ปวงจงรักษาตนอยูเปนสุขเถิด May everyone abide in well-being. and may they maintain well-being in themselves. กัลฺยาณัง วา ปาปะกัง วา. มีกรรมเปนผูใหผล. มีกรรมเปนแดนเกิด. สัพเพ สัตตา ลัทธะสัมปตติโต มา วิคัจฉันตุ ขอสัตวทงั้ หลายทัง้ ปวงจงอยาไดพรากจากสมบัติอันตนไดแลว And may they not be parted from the good fortune they have attained.

24    จักทํากรรมอันใดไว. all beings are the owners of their action and inherit its results. Their future is born from such action. . of such acts they will be the heirs ท๎วัตติงสาการปาฐะ (หันทะ มะยัง ท๎วัตติงสาการะปาฐัง ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาแสดงอาการ ๓๒ ในรางกายเถิด อะยัง โข เม กาโย กายของเรานี้แล อุทธัง ปาทะตะลา เบื้องบนแตพื้นเทาขึ้นมา อะโธ เกสะมัตถะกา เบื้องต่ําแตปลายผมลงไป ตะจะปะริยันโต มีหนังหุม อยูเปนทีส่ ุดรอบ ปูโรนานัปปะการัสสะ อะสุจิโน เต็มไปดวยของไมสะอาด มีประการตางๆ This. จักตองเปนผูไดรับผลกรรมนั้นๆ สืบไป When they act upon intention. which is my body. be they skillful or harmful. is a sealed bag of skin filled with unattractive things. companion to such ÷action. from the soles of the feet up. and its results will be their home. All actions with intention. เปนบุญหรือเปนบาป. and down from the crown of the head.

25    อัตถิ อิมัสมิง กาเย เกสา โลมา นะขา ทันตา ตะโจ มังสัง นะหารู อัฏฐี อัฏฐิมิญชัง วักกัง หะทะยัง ยะกะนัง กิโลมะกัง ปหะกัง ปปผาสัง อันตัง อันตะคุณัง อุทะริยัง มีอยูในกายนี้ In this body there are: คือผมทั้งหลาย hair of the head คือขนทั้งหลาย hair of the body คือเล็บทั้งหลาย nails คือฟนทั้งหลาย teeth หนัง skin เนือ้ flesh เอ็นทั้งหลาย sinews กระดูกทั้งหลาย bones เยื่อในกระดูก bone marrow ไต kidneys หัวใจ heart ตับ liver พังผืด membranes มาม spleen ปอด lungs ไสใหญ bowels สายรัดไส entrails อาหารใหม undigested food .

26    กะรีสัง อาหารเกา excrement ปตตัง น้ําดี bile เสมหัง น้ําเสลด phlegm ปุพโพ น้ําเหลือง pus โลหิตัง น้ําเลือด blood เสโท น้ําเหงือ่ sweat เมโท น้ํามันขน fat อัสสุ น้ําตา tears วะสา น้ํามันเหลว grease เขโฬ น้ําลาย spittle สิงฆาณิกา น้ํามูก mucus ละสิกา น้ํามันไขขอ oil of the joints มุตตัง น้ํามูตร urine มัตถะเกมัตถะลุงคัง เยื่อในสมอง brain เอวะมะยังเม กาโย กายของเรานี้อยางนี้ อุทธังปาทะตะลา เบื้องบนแตพื้นเทาขึ้นมา อะโธเกสะมัตถะกา เบื้องต่ําแตปลายผมลงไป ตะจะปะริยันโต มีหนังหุม อยูเปนที่สุดรอบ ปูโรนานัปปะการัสสะ อะสุจิโน เต็มไปดวยของไมสะอาด มีประการตางๆ อยางนี้แลฯ .

พ๎ยาธิธัมโมมหิ พ๎ยาธิง อะนะตีโต (อะนะตีตา) คําในวงเล็บสําหรับ ผูหญิงวา เรามีความเจ็บไขเปนธรรมดา จะลวงพนความเจ็บไขไปไมได I am of the nature to sicken. I have not gone beyond dying. and down from the crown of the head. I have not gone beyond ageing. อภิณหปจจเวกขณปาฐะ (หันทะ มะยัง อะภิณหะปจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส) เชิญเถิดเราทั้งหลาย มาสวดอภิณหปจจเวกขณะปาฐะกันเถิด FIVE SUBJECTS FOR FREQUENT RECOLLECTION ชะราธัมโมมหิ ชะรัง อะนะตีโต (อะนะตีตา) คําในวงเล็บสําหรับ ผูหญิงวา เรามีความแกเปนธรรมดาจะลวงพนความแกไปไมได I am of the nature to age. from the soles of the feet up.27    This. which is my body. then. I have not gone beyond sickness. คือวาจะตองพลัดพรากจากของรักของเจริญใจ . มะระณะธัมโมมหิ มะระณัง อะนะตีโต (อะนะตีตา) คําในวงเล็บ สําหรับผูหญิงวา เรามีความตายเปนธรรมดาจะลวงพนความตายไปไมได I am of the nature to die. is a sealed bag of skin filled with unattractive things. สัพเพหิ เม ปเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว เราจะละเวนเปนตางๆ.

for good or for ill. มีกรรมเปนผูใหผล. born of my kamma. เอวัง อัมเหหิ อะภิณหัง ปจจะเวกขิตัพพัง เราทั้งหลายควรพิจารณาอยางนี้ทุกวันๆ เถิด Thus we should frequently recollect. related to my kamma. of that I will be the heir. ตัสสะ ทายาโท (ทา) คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา ภะวิสสาม เราทํากรรมอันใดไว. heir to my kamma. beloved and pleasing.28    ทั้งหลายทั้งปวง All that is mine. Whatever kamma I shall do. มีกรรมเปนผูตดิ ตาม. กัลยาณัง วา ปาปะกัง วา. มีกรรมเปนที่พึ่งอาศัย ยัง กัมมัง กะริสสามิ. กัมมัสสะโกมหิ กัมมะทายาโท กัมมะโยนิ กัมมะพันธุ กัมมะปะฏิสะระโณ (ณา) คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา เราเปนผูมีกรรมเปนของๆตน. will become otherwise. คือวาเราจะตองไดรับผลของกรรมนั้นๆ สืบไป I am the owner of my kamma. บทพิจารณาสังขาร (ทุกเวลาทําวัตรเชาและเวลาเขานอน) . มีกรรมเปนแดนเกิด. abide supported by my kamma. will become separated from me. เปนบุญหรือเปนบาป. เราจะเปนทายาท.

ไมใชตัวไมใชตน. มันไมเทีย่ ง. เกิดขึ้นแลวดับไปมีแลวหายไป สัพเพ สังขารา ทุกขา สังขารคือรางกายจิตใจ. ทั้งที่เปนสังขารแลมิใชสังขารทั้งหมดทั้งสิ้น. ไมควรถือวาเราวาของเราวาตัววาตนของเรา อะธุวัง ชีวิตัง ชีวิตเปนของไมยั่งยืน ธุวัง มะระณัง ความตายเปนของยั่งยืน อะวัสสัง มะยา มะริตัพพัง อันเราจะพึงตายเปนแท มะระณะปะริโยสานัง เม ชีวิตัง ชีวิตของเรามีความตายเปนที่สุดรอบ ชีวิตัง เม อะนิยะตัง . แลรูปธรรมนามธรรมทั้งหมดทัง้ สิ้น.29    (หันทะ มะยัง ธัมมะสังเวคะปจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาพิจารณาธรรมสังเวชเถิด สัพเพ สังขารา อะนิจจา สังขารคือรางกายจิตใจ. เพราะเกิดขึ้นแลวแกเจ็บตายไป สัพเพ ธัมมา อะนัตตา สิ่งทั้งหลายทั้งปวง. แลรูปธรรมนามธรรมทั้งหมดทัง้ สิ้น. มันเปนทุกขทนยาก.

30    ชีวิตของเราเปนของไมเที่ยง มะระณัง เม นิยะตัง ความตายของเราเปนของเที่ยง วะตะ ควรที่จะสังเวช อะยัง กาโย อะจิรัง รางกายนี้มิไดตั้งอยูนาน อะเปตะวิญญาโณ ครั้นปราศจากวิญญาณ ฉุฑโฑ อันเขาทิ้งเสียแลว อธิเสสสะติ จักนอนทับ ปะฐะวิง ซึ่งแผนดิน กะลิงคะรัง อิวะ ประดุจดังวาทอนไมและทอนฟน นิรัตถัง หาประโยชนมไิ ด อะนิจจา วะตะ สังขารา สังขารทั้งหลายไมเที่ยงหนอ .

เตสัญจะ ภาคิโน โหนตุ สัตตานันตาปปะมาณะกา สัตวทั้งหลาย ไมมที ี่สุด ไมมีประมาณ. และแหงบุญอื่นทีไ่ ดทําไวกอ นแลว เย ปยา คุณะวันตา จะ มัยหัง มาตาปตาทะโย.31    อุปปาทะวะยะธัมมิโน มีความเกิดขึ้นแลวมีความเสื่อมไปเปนธรรมดา อุปปชชิตฺวา นิรุชฌันติ ครั้นเกิดขึ้นแลวยอมดับไป เตสัง วูปะสะโม สุโข ความเขาไปสงบระงับสังขารทั้งหลาย. ซึ่งเปนที่รักใครและมีบุญคุณ. . จงมีสวนแหงบุญที่ขาพเจาไดทํา ในบัดนี้. ดังนี้ สัพพปตติทานคาถา (หันทะ มะยัง สัพพะปตติทานะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคําแผสวนบุญใหแกสรรพสัตวทั้งหลาย เถิด ปุญญัสสิทานิ กะตัสสะ ยานัญญานิ กะตานิ เม. เปนสุขอยางยิ่ง. ทิฏฐา เม จาป๎ยะทิฏฐา วา อัญเญ มัชฌัตตะเวริโน คือจะเปนสัตวเหลาใด.

สวนสัตวเหลาใดยังไมรูสวนบุญนี้. อยูในภูมทิ ั้งสาม. ปญเจกะจะตุโวการา สังสะรันตา ภะวาภะเว สัตวทั้งหลายตั้งอยูในโลก. สัตวเหลาอื่นที่เปนกลางๆหรือเปนคูเวรกัน ก็ดี สัตตา ติฏฐันติ โลกัส๎มิง เตภุมมา จะตุโยนิกา. จงบอกสัตว เหลานัน้ ใหรู มะยา ทินนานะ ปุญญานัง อะนุโมทะนะเหตุนา. จงเปนผูไมมีเวร.32    เชนมารดาบิดาของขาพเจาเปนตน ก็ดี ที่ขาพเจาเห็นแลวหรือไมไดเห็น ก็ดี. เขมัปปะทัญจะ ปปโปนตุ เตสาสา สิชฌะตัง สุภา เพราะเหตุที่ไดอนุโมทนาสวนบุญทีข่ าพเจาแผใหแลว. . สัพเพ สัตตา สะทา โหนตุ อะเวรา สุขะชีวิโน. กําลังทองเที่ยวอยูใ นภพ นอยภพใหญ ก็ดี ญาตัง เย ปตติทานัมเม อะนุโมทันตุ เต สะยัง. อยูเปนสุขทุกเมือ่ . ขอเทวดาทั้งหลาย. สัตวเหลาใด รูสวนบุญที่ขาพเจาแผใหแลว. สัตวเหลานั้นจงอนุโมทนา เองเถิด.่ มีขันธหา ขันธ มีขนั ธขันธเดียว มีขนั ธสี่ขันธ. เย จิมัง นัปปะชานันติ เทวา เตสัง นิเวทะยุง. จงถึงบทอัน เกษม. สัตวทั้งหลายทั้งปวง. อยูในกําเนิดทั้งสี.

ขอบูชาอยางยิ่งซึ่งพระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น . ตรัสไวดีแลว To the Teaching. ความปรารถนาที่ดีงามของสัตวเหลานัน้ จงสําเร็จ เถิด คําทําวัตรเย็น คําบูชาพระรัตนตรัย โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ. ส๎วากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม. ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง. พระผูมีพระภาคเจานั้น พระองคใด. which he expounded so well. ขาพเจาทัง้ หลาย. อานวา สะ-หวาก-ขา-โต (สะ ออกเสียงแตนอยไมเต็มคํา) พระธรรม เปนธรรมอันพระผูมีพระภาคเจา พระองคใด.) the Lord. ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง (To the Blessed One. พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา พระองคใด. ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกขสิ้นเชิง. who fully attained perfect enlightenment. อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปเตหิ อะภิปูชะยามะ. เปนพระอรหันต. สุปะฏิปน โน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ.33    กลาวคือพระนิพพาน. ปฏิบัติดีแลว And to the Blessed One’s disciples who have practiced well.

อิเม สักกาเร ทุคคะตะปณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ.34    . พระผูมีพระภาคเจา. ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกขสิ้นเชิง. and the Shanghais— We render with offerings our rightful homage. ขาแตพระองคผูเจริญ.พรอมทั้งพระธรรมและพระสงฆ. . เพื่อประโยชนและความสุขแกพวกขาพเจาทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญฯ For our long-lasting benefit and for the happiness it gives us. having attained liberation. ดวยเครื่องสักการะทั้งหลายเหลานี. สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตป. the Dhamma. ทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะหแกขาพเจา อันเปนชนรุนหลัง Still had compassion for later generations. พระผูมีพระภาคเจาแมปรินิพพานนานแลว. ปจฉิมาชะนะตานุกัมปะมานะสา. อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา. ทรงสรางคุณอันสําเร็จประโยชนไวแกขาพเจาทั้งหลาย. เปนพระอรหันต. It is well for us that the Blessed One.้ อันยกขึ้นตามสมควรแลวอยางไร To these—the Buddha. ขอพระผูมีพระภาคเจาจงรับเครื่องสักการะ อันเปนบรรณาการของคน ยากทั้งหลายเหลานี้ May these simple ×offerings be accepted อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ.

ขาพเจานอบนอมพระสงฆ (กราบ) I bow to the Sangha. สุปะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ. the Blessed One.) so completely explained by him— ธัมมัง นะมัสสามิ ขาพเจานมัสการพระธรรม (กราบ) I bow to the Dhamma. ขาพเจาอภิวาทพระผูมีพระภาคเจา.35    ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง The Lord. ตรัสไวดีแลว (The Teaching. ปฏิบัติดีแลว (The Blessed One’s disciples.) who have practiced well— สังฆัง นะมามิ. the Perfectly Enlightened and Blessed One— พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ. อานวา สะ-หวาก-ขา-โต (สะออกเสียง แตนอยไมเต็มคํา) พระธรรมเปนธรรมที่พระผูมพี ระภาคเจา. พระสงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา. ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม. ผูรู ผูตื่น ผูเบิกบาน (กราบ) I render homage to the Buddha. ปุพพภาคนมการ (หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโร มะ เส) .

) นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต. ขอนอบนอมแดพระผูมีพระภาคเจาพระองคนั้น อะระหะโต.36    เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความนอบนอมอันเปนสวนเบือ้ งตน แดพระผูมี พระภาคเจาเถิด (Now let us pay preliminary homage to the Buddha. ไดฟุงไปแลวอยางนี้วา:[A good word] of the Blessed One’s reputation has spread as follows: . (กลาว ๓ ครั้ง) [Homage to the Blessed]. พุทธานุสสติ (หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความตามระลึกถึงพระพุทธเจาเถิด (Now let us chant the recollection of the Buddha. ซึ่งเปนผูไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทธัสสะ. ก็กิตติศัพทอันงามของพระผูมีพระภาคเจานั้น. ตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง.) ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัล๎ยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต. Noble. and Perfectly Enlightened One.

เปนผูรู ผูตื่น ผูเบิกบานดวยธรรม . เพราะเหตุอยางนีๆ้ . เปนผูไปแลวดวยดี He is ÷impeccable ÷in conduct and understanding. เปนผูไกลจากกิเลส สัมมาสัมพุทโธ. เปนผูสามารถฝกบุรุษที่สมควรฝกไดอยางไมมีใครยิ่งกวา สัตถา เทวะมะนุสสานัง. the Accomplished One. เปนผูรูโลกอยางแจมแจง the Knower of the Worlds. the Perfectly Enlightened One. โลกะวิทู.37    อิติป โส ภะคะวา. เปนผูตรัสรูชอบไดโดยพระองคเอง He. อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ. วิชชาจะระณะสัมปนโน. is indeed the Pure One. เปนผูถึงพรอมดวยวิชชาและจรณะ สุคะโต. พระผูมีพระภาคเจานัน้ อะระหัง. เปนครูผูสอนของเทวดาและมนุษยทงั้ หลาย พุทโธ. the Blessed One.

. ดังนี้ He trains perfectly those who wish to be trained. transcendental wisdom. ขาพเจาไหวพระชินสีหผูไมมีกิเลสพระองคนนั้ ดวยเศียรเกลา I bow my head to that peaceful chief of conquerors. มีพระองคอันประกอบดวยพระญาณ. และพระกรุณาอันบริสุทธิ์ Whose being is composed of purity. he is Teacher of gods and humans.) พุทธ๎ะวาระหันตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต. endowed with such excellent qualities. he is Awake and Holy. พระพุทธเจาประกอบดวยคุณ. สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต. พุทธาภิคีติ (หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความขับคาถา พรรณนาเฉพาะพระพุทธเจา เถิด (Now let us chant the supreme praise of the Buddha. พระองคใดทรงกระทําชนที่ดใี หเบิกบาน.] the truly worthy one. โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร. มีความประเสริฐแหงอรหันตคุณเปนตน [The Buddha. ดุจอาทิตยทําบัวใหบาน Who has enlightened the wise like the sun awakening the lotus— วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง. เปนผูมีความจําเริญจําแนกธรรมสั่งสอนสัตว.38    ภะคะวา ติ. and compassion.

ขาพเจาไหวพระพุทธเจาพระองคนนั้ อันเปนทีต่ ั้งแหงความระลึกองคที่ หนึ่ง ดวยเศียรเกลา As the First Object of Recollection. พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง. who is the safe. พระพุทธเจาพระองคใดเปนสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตวทั้งหลาย The Buddha. who bestows blessings on me. คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา พุทโธ เม สามิกิสสะโร. secure refuge of all beings— ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง. พระพุทธเจาเปนนายมีอิสระเหนือ ขาพเจา. และทรงไวซึ่งประโยชนแกขาพเจา The Buddha is sorrow’s destroyer. วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา จะริสสามิ. พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม. พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง. I venerate him with bowed head. พระพุทธเจาเปนเครื่องกําจัดทุกข. the Buddha is my Lord and Guide.39    พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง. พุทธัสสาหัส๎มิ ทาโสวะ (ทาสีวะ). . ขาพเจาเปนทาสของพระพุทธเจา. ขาพเจามอบกายถวายชีวิตนี้แดพระพุทธเจา To the Buddha I dedicate this body and life. I am indeed the Buddha’s servant.

. the Buddha is my excellent refuge. สรณะอื่นของขาพเจาไมม. มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา. may I grow in the Master’s Way.ี้ ขาพเจาพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา By the utterance of this truth. นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง.ี พระพุทธเจาเปนสรณะอันประเสริฐของ ขาพเจา For me there is no other refuge. ไดขวนขวายบุญใดในบัดนี้ By my devotion to the Buddha. ซึ่งความตรัสรูดีของพระพุทธเจา And in devotion I will walk the Buddha’s path of awakening. พุทโธ เม สะระณัง วะรัง. may all obstacles be overcome. อันตรายทั้งปวงอยาไดมีแกขาพเจาดวยเดชแหงบุญนั้น By its power. or mind. พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ).40    ขาพเจาผูไหวอยูจกั ประพฤติตาม. and the blessing of this practice— สัพเพป อันตะรายา เม. (หมอบกราบ) กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา. speech. ขาพเจาผูไหวอยูซึ่งพระพุทธเจา. เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน. คําในวงเล็บสําหรับ ผูหญิงวา ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ. ดวยกายก็ดี ดวยวาจาก็ดี ดวยใจก็ดี By body. ดวยการกลาวคําสัตยน.

41    พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง. และคําวาโทษในที่นี้ มิไดหมายถึงกรรม : หมายถึงโทษเพียงเล็กนอยซึ่งเปน“สวนตัว” ระหวางกัน ที่พึงอโหสิกันได. ขอพระพุทธเจาจงงดซึ่งโทษลวงเกินอันนั้น May my acknowledgement of fault be accepted.(๒) That in the future there may be restraint regarding the Buddha.) . พุทโธ ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยันตัง. และเปนเพียง ศีลธรรม และสิ่งที่ควรประพฤติ. เพื่อการสํารวมระวัง ในพระพุทธเจา ในกาลตอไป. กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ. เปนเพียงการเปดเผยตัวเอง. ธัมมานุสสติ (หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความตามระลึกถึงพระธรรมเถิด (Now let us chant the recollection of the Dhamma. กรรมนาติเตียนอันใด ที่ขาพเจากระทําแลว ในพระพุทธเจา For whatever wrong action I have committed towards the Buddha. บทขอใหงดโทษนี้ มิไดเปนการลางบาป. การขอขมาชนิดนีส้ ําเร็จผลได ในเมือ่ ผูขอตั้งใจทําจริงๆ.

เปนสิ่งที่ผูศึกษาและปฏิบัติพึงเห็นไดดวยตนเอง อะกาลิโก. เปนสิ่งที่ควรกลาวกะผูอนื่ วา ทานจงมาดูเถิด Apparent here and now. เปนสิ่งที่ควรนอมเขามาใสตัว ปจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญูหี*ติ. Leading inwards.) . พระธรรมเปนสิ่งที่พระผูมีพระภาคเจาไดตรัสไวดีแลว [The Dhamma] is well expounded by the Blessed One. encouraging investigation. to be experienced individually by the wise. timeless. ธัมมาภิคีติ (หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความขับคาถา พรรณนาเฉพาะพระธรรมเถิด (Now let us chant the supreme praise of the Dhamma. โอปะนะยิโก. ดังนี้.หี ทุกแหงใหออก เสียงวา .42    ส๎วากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม. เปนสิ่งที่ปฏิบัติได และใหผลได ไมจาํ กัดกาล เอหิปสสิโก. สันทิฏฐิโก. *ศัพทที่มคี ําวา .ฮี เปนสิ่งที่ผูรูก็รูไดเฉพาะตน.

. ขาพเจาไหวพระธรรมนั้นอันเปนที่ตั้งแหงความระลึกองคที่สองดวย เศียรเกลา As the Second Object of Recollection. เปนธรรมอันจําแนกเปนมรรคผลปริยัติและนิพพาน And it can be divided into Path and Fruit. I venerate it with bowed head. ขาพเจาไหวพระธรรมอันประเสริฐนั้น อันเปนเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด I revere the excellent teaching. Practice and Liberation. ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี. เปนธรรมทรงไวซึ่งผูทรงธรรม จากการตกไปสูโลกที่ชั่ว The Dhamma holds those who uphold it from falling into delusion. which is the supreme. that which removes darkness— ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง. คือความทีพ่ ระผูมี พระภาคเจาตรัสไวดีแลวเปนตน [It is excellent] because it is “well expounded. secure refuge of all beings— ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง. พระธรรมใดเปนสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตวทั้งหลาย The Dhamma.” โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท. วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง.43    ส๎วากขาตะตาทิคุณะโยคะวะเสนะ เสยโย. พระธรรมเปนสิ่งที่ประเสริฐเพราะประกอบดวยคุณ.

ธัมมัสเสวะ สุธัมมะตัง.ี้ ขาพเจาพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา By the utterance of this truth. เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ. วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา จะริสสามิ. ธัมโม เม สะระณัง วะรัง. ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม. ขาพเจาเปนทาสของพระธรรม. และทรงไวซึ่งประโยชนแกขาพเจา The Dhamma is sorrow’s destroyer. คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา ธัมโม เม สามิกิสสะโร. พระธรรมเปนเครื่องกําจัดทุกข. นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง. ซึ่งความเปนธรรมดีของพระธรรม And in devotion I will walk this excellent way of Truth. the Dhamma is my excellent refuge.ี พระธรรมเปนสรณะอันประเสริฐของ ขาพเจา For me there is no other refuge. วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน. ขาพเจามอบกายถวายชีวิตนี้แดพระธรรม To the Dhamma I dedicate this body and life.44    ธัมมัสสาหัส๎มิ ทาโสวะ (ทาสีวะ). may I grow in the Master’s Way. ขาพเจาผูไหวอยูจกั ประพฤติตาม. the Dhamma is my Lord and Guide. สรณะอื่นของขาพเจาไมม. ดวยการกลาวคําสัตยน. พระธรรมเปนนายมีอิสระเหนือขาพเจา I am indeed the Dhamma’s servant. . and it bestows blessings on me. ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง.

ขาพเจาผูไหวอยูซึ่งพระธรรม. ขอพระธรรมจงงดซึ่งโทษลวงเกินอันนัน้ May my acknowledgement of fault be accepted. ไดขวนขวายบุญใดในบัดนี้ By my devotion to the Dhamma. กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม. may all obstacles be overcome. ธัมโม ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยันตัง. . By its power. กรรมนาติเตียนอันใดที่ขาพเจากระทําแลวในพระธรรม For whatever wrong action I have committed towards the Dhamma. ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง. ดวยกายก็ดี ดวยวาจาก็ดี ดวยใจก็ดี By body. เพื่อการสํารวมระวังในพระธรรมในกาลตอไป That in the future there may be restraint regarding the Dhamma. (หมอบกราบ) กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา. มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.45    ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ). speech. and the blessing of this practice— สัพเพป อันตะรายา เม. อันตรายทั้งปวงอยาไดมีแกขาพเจาดวยเดชแหงบุญนั้น. or mind. คําในวงเล็บสําหรับ ผูหญิงวา ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ.

ปฏิบัติดีแลว [They are the Blessed One’s disciples. สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจาหมูใด.] who have practiced well. ปฏิบัติสมควรแลว Those who practice with integrity— ยะทิทัง. . สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา หมูใด. ปฏิบัติตรงแลว Who have practiced directly. สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา หมูใด. ปฏิบัติเพื่อรูธรรมเปนเครื่องออกจากทุกขแลว Who have practiced insightfully. สามีจิปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ. ญายะปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ. สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา หมูใด.46    สังฆานุสสติ (หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความตามระลึกถึงพระสงฆเถิด (Now let us chant the recollection of the Sangha. อุชุปะฏิปนโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ. ไดแกบุคคลเหลานี้คือ :จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา.) สุปะฏิปน โน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ.

นั่นแหละ สงฆสาวกของพระผูมีพระภาคเจา These are the Blessed One’s disciples. . the eight kinds of noble beings— * สี่คูคือ โสดาปตติมรรค โสดาปตติผล. worthy of hospitality. ไมมนี าบุญอื่นยิ่งกวา ดังนี้. เปนสงฆควรแกสักการะ ทีเ่ ขานํามาบูชา ปาหุเนยโย. เปนผูที่บุคคลทั่วไปควรทําอัญชลี Such ones are worthy of gifts. เปนผูควรรับทักษิณาทาน อัญชะลิกะระณีโย. They give occasion for incomparable goodness to arise in the world.47    คูแหงบุรุษ ๔ คู. อนาคามิมรรค อนาคามิผล. worthy of offerings. worthy of respect. อรหัตตมรรค อรหัตตผล. นับเรียงตัวบุรุษได ๘ บุรุษ* That is the four pairs. อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสา ติ. อาหุเนยโย. เปนสงฆควรแกสักการะที่เขาจัดไวตอ นรับ ทักขิเณยโย. สกิทาคามิมรรค สกิทาคามิผล. เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ. เปนเนื้อนาบุญของโลก.

สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต. secure refuge of all beings— . สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง. which is the supreme. พระสงฆหมูใดเปนสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตวทั้งหลาย The Sangha.48    สังฆาภิคีติ (หันทะ มะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย ทําความขับคาถา พรรณนาเฉพาะพระสงฆเถิด (Now let us chant the supreme praise of the Sangha. วันทามะหัง ตะมะริยานะ คะณัง สุสุทธัง. เปนหมูแหงพระอริยบุคคลอันประเสริฐแปดจําพวก The field of the Sangha formed of eight kinds of noble beings.) สัทธัมมะโช สุปะฏิปตติคุณาทิยุตโต. ขาพเจาไหวหมูแหงพระอริยเจาเหลานั้น อันบริสุทธิ์ดวยดี I revere that assembly of noble beings perfected in purity. พระสงฆที่เกิดโดยพระสัทธรรม. โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ. ประกอบดวยคุณมีความปฏิบัติดีเปน ตน [Born of the Dhamma.] that Sangha which has practiced well. มีกายและจิตอันอาศัยธรรมมีศีลเปนตนอันบวร Guided in body and mind by excellent morality and virtue.

. พระสงฆเปนนายมีอิสระเหนือขาพเจา I am indeed the Sangha’s servant. the Sangha is my excellent refuge. the Sangha is my Lord and Guide. ขาพเจาเปนทาสของพระสงฆ. ขาพเจาผูไหวอยูจกั ประพฤติตาม. ซึ่งความปฏิบัติดีของพระสงฆ And in devotion I will walk the well-practiced way of the Sangha. สังฆัสโสปะฏิปนนะตัง. สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม. สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง. พระสงฆเปนเครื่องกําจัดทุกข. สรณะอื่นของขาพเจาไมม. วันทันโตหัง (วันทันตีหัง) คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา จะริสสามิ. และทรงไวซึ่งประโยชนแกขาพเจา The Sangha is sorrow’s destroyer and it bestows blessings on me.ี พระสงฆเปนสรณะอันประเสริฐของขาพเจา For me there is no other refuge. ขาพเจามอบกายถวายชีวิตนี้แดพระสงฆ To the Sangha I dedicate this body and life. นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง. สังโฆ เม สะระณัง วะรัง.49    ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง. สังฆัสสาหัส๎มิ ทาโสวะ (ทาสีวะ). I venerate it with bowed head. คําในวงเล็บสําหรับผูหญิงวา สังโฆ เม สามิกิสสะโร. ขาพเจาไหวพระสงฆหมูนนั้ อันเปนทีต่ ั้งแหงความระลึกองคที่สาม ดวย เศียรเกลา As the Third Object of Recollection.

or mind. (หมอบกราบ) กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา. ดวยการกลาวคําสัตยน. ไดขวนขวายบุญใด ในบัดนี้ By my devotion to the Sangha. สังฆัง เม วันทะมาเนนะ (วันทะมานายะ).ี้ ขาพเจาพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา By the utterance of this truth. and the blessing of this practice— สัพเพป อันตะรายา เม. By its power. may I grow in the Master’s Way. มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา. สังโฆ ปะฏิคคัณ๎หะตุ อัจจะยันตัง. กรรมนาติเตียนอันใดที่ขาพเจาไดกระทําแลวในพระสงฆ For whatever wrong action I have committed towards the Sangha. คําในวงเล็บสําหรับ ผูหญิงวา ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ.50    เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ. ขอพระสงฆ จงงดซึ่งโทษลวงเกินอันนั้น . อันตรายทั้งปวงอยาไดมีแกขาพเจาดวยเดชแหงบุญนั้น. may all obstacles be overcome. สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง. วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน. ดวยกายก็ดี ดวยวาจาก็ดี ดวยใจก็ดี By body. ขาพเจาผูไหวอยูซึ่งพระสงฆ. speech.

(จบคําทําวัตรเย็น) สรณคมนปาฐะ (หันทะ มะยัง ติสะระณะคะมะนะปาฐัง ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาเพื่อระลึกถึงพระรัตนตรัยเถิด พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ขาพเจาถือเอาพระพุทธเจาเปนสรณะ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ขาพเจาถือเอาพระธรรมเปนสรณะ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ขาพเจาถือเอาพระสงฆเปนสรณะ ทุติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ แมครั้งที่สอง ขาพเจาถือเอาพระพุทธเจาเปนสรณะ ทุติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ แมครั้งที่สอง ขาพเจาถือเอาพระธรรมเปนสรณะ . That in the future there may be restraint regarding the Sangha.51    กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ. เพื่อการสํารวมระวัง ในพระสงฆในกาลตอไป May my acknowledgement of fault be accepted.

อารามและรุกขเจดียบางเปนสรณะ เนตัง โข สะระณัง เขมัง. อารามะรุกขะเจต๎ยานิ มะนุสสา ภะยะตัชชิตา มนุษยเปนอันมาก. เนตัง สะระณะมุตตะมัง. ปาไมบาง. เนตัง สะระณะมาคัมมะ สัพพะ ทุกขา ปะมุจจะติ . เมื่อเกิดมีภัยคุกคามแลว ก็ถือเอาภูเขาบาง.52    ทุติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ แมครั้งที่สอง ขาพเจาถือเอาพระสงฆเปนสรณะ ตะติยัมป พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ แมครั้งที่สาม ขาพเจาถือเอาพระพุทธเจาเปนสรณะ ตะติยัมป ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ แมครั้งที่สาม ขาพเจาถือเอาพระธรรม เปนสรณะ ตะติยัมป สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ แมครั้งที่สาม ขาพเจาถือเอาพระสงฆ เปนสรณะ เขมาเขมสรณทีปกคาถา (หันทะ มะยัง เขมาเขมะสะระณะทีปกะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาแสดงสรณะอันเกษมและไมเกษม เถิด พะหุง เว สะระณัง ยันติ ปพพะตานิ วะนานิ จะ.

เห็นอริยสัจคือความจริงอันประเสริฐสี่ดวยปญญาอันชอบ ทุกขัง ทุกขะสะมุปปาทัง ทุกขัสสะ จะ อะติกกะมัง. และหนทางมีองคแปดอันประเสริฐเครื่องถึงความระงับทุกข เอตัง โข สะระณัง เขมัง เอตัง สะระณะมุตตะมัง. ยอมไมพนจากทุกขทงั้ ปวงได โย จะ พุทธัญจะ ธัมมัญจะ สังฆัญจะ สะระณัง คะโต. . เหตุใหเกิดทุกข. จัตตาริ อะริยะสัจจานิ สัมมัปปญญายะ ปสสะติ สวนผูใดถือเอาพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ เปนสรณะแลว. เอตัง สะระณะมาคัมมะ สัพพะทุกขา ปะมุจจะติ นั่นแหละเปนสรณะอันเกษม.53    นั่น มิใชสรณะอันเกษมเลย. นั่นมิใชสรณะอันสูงสุด. อะริยัญจัฏฐังคิกัง มัคคัง ทุกขูปะสะมะคามินัง คือเห็นความทุกข. ยอมพนจากทุกขทั้งปวงได อริยธนคาถา (หันทะ มะยัง อะริยะธะนะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาสรรเสริญพระอริยเจาเถิด. เขาอาศัยสรณะนั่นแลว. เขาอาศัยสรณะนั่นแลว. ความกาวลวงพนทุกขเสียได. นั่นเปนสรณะอันสูงสุด.

ผูมีปญญาควรสรางศรัทธาศีล. ความเลื่อมใส. ชีวิตของเขาไมเปนหมัน ตัส๎มา สัทธัญจะ สีลัญจะ ปะสาทัง ธัมมะทัสสะนัง. เมื่อระลึกไดถึงคําสั่งสอนของพระพุทธเจาอยู. อะนุยุญเชถะ เมธาวี สะรัง พุทธานะ สาสะนัง เพราะฉะนั้น. และความเห็นธรรมให เนืองๆ ติลักขณาทิคาถา (หันทะ มะยัง ติลักขะณาคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาแสดงพระไตรลักษณเปนเบื้องตน เถิด . เปนที่สรรเสริญที่พอใจของพระอริยเจา สังเฆ ปะสาโท ยัสสัตถิ อุชุภูตัญจะ ทัสสะนัง ความเลือ่ มใสของผูใดมีในพระสงฆ. และความเห็นของผูใดตรง อะทะลิทโทติ ตัง อาหุ อะโมฆันตัสสะ ชีวิตัง บัณฑิตกลาวเรียกเขาผูนั้นวาคนไมจน.54    ยัสสะ สัทธา ตะถาคะเต อะจะลา สุปะติฏฐิตา ศรัทธาในพระตถาคตของผูใดตั้งมั่นอยางดีไมหวั่นไหว สีลัญจะ ยัสสะ กัล๎ยาณัง อะริยะกันตัง ปะสังสิตัง และศีลของผูใดงดงาม.

นั่นแหละเปนทางแหงพระนิพพานอันเปนธรรมหมดจด อัปปะกา เต มะนุสเสสุ เย ชะนา ปาระคามิโน ในหมูมนุษยทั้งหลาย. ผูที่ถงึ ฝงแหงพระนิพพานมีนอ ยนัก อะถายัง อิตะรา ปะชา ตีระเมวานุธาวะติ หมูมนุษยนอกนัน้ ยอมวิ่งเลาะอยูตามฝงในนี่เอง เย จะ โข สัมมะทักขาเต ธัมเม ธัมมานุวัตติโน ก็ชนเหลาใดประพฤติสมควรแกธรรมในธรรมที่ตรัสรูไวชอบแลว .55    สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ ยะทา ปญญายะ ปสสะติ เมื่อใดบุคคลเห็นดวยปญญาวา. นั่นแหละเปนทางแหงพระนิพพานอันเปนธรรมหมดจด สัพเพ สังขารา ทุกขาติ ยะทา ปญญายะ ปสสะติ เมื่อใดบุคคล เห็นดวยปญญาวา. สังขารทั้งปวงเปนทุกข อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา เมื่อนัน้ ยอมเหนื่อยหนายในสิ่งที่เปนทุกขที่ตนหลง. ธรรมทั้งปวงเปนอนัตตา อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา เมื่อนัน้ ยอมเหนื่อยหนายในสิ่งที่เปนทุกข ทีต่ นหลง. นั่นแหละเปนทางแหงพระนิพพานอันเปนธรรมหมดจด สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปญญายะ ปสสะติ เมื่อใดบุคคลเห็นดวยปญญาวา. สังขารทั้งปวงไมเที่ยง อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา เมื่อนัน้ ยอมเหนื่อยหนายในสิ่งที่เปนทุกขที่ตนหลง.

จากที่มนี ้ํา. แลวเจริญธรรมขาว โอกา อะโนกะมาคัมมะ วิเวเก ยัตถะ ทูระมัง. จงละกามเสีย. ตัต๎ราภิระติมิจเฉยยะ หิต๎วา กาเม อะกิญจะโน จงมาถึงที่ไมมนี ้ํา.56    เต ชะนา ปาระเมสสันติ มัจจุเธยยัง สุทุตตะรัง ชนเหลาใดจักถึงฝงแหงพระนิพพาน. ขามพนบวงแหงมัจจุราชทีข่ ามได ยากนัก กัณหัง ธัมมัง วิปปะหายะ สุกกัง ภาเวถะ ปณฑิโต จงเปนบัณฑิตละธรรมดําเสีย. จงยินดีเฉพาะตอพระนิพพาน. เปนผูไมมีความกังวล. อันเปนที่สงัดซึง่ สัตวยินดีไดโดยยาก ภารสุตตคาถา (หันทะ มะยัง ภาระสุตตะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาแสดงภารสูตรเถิด ภารา หะเว ปญจักขันธา ภาระหาโร จะ ปุคคะโล ภาราทานัง ทุกขัง โลเก โลก ภาระนิกเขปะนัง สุขัง นิกขิปต๎วา คะรุง ภารัง ขันธทั้งหา เปนของหนักเนอ บุคคลแหละเปนผูแบกของหนักพาไป การแบกถือของหนักเปนความทุกขใน การสลัดของหนักทิ้งลงเสียเปนความสุข พระอริยเจาสลัดทิ้งของหนักลงเสียแลว .

57    อัญญัง ภารัง อะนาทิยะ ขึ้นมาอีก สะมูลัง ตัณหัง อัพพุย๎หะ นิจฉาโต ปะรินิพพุโต เหลือ ทั้งไมหยิบฉวยเอาของหนักอันอืน่ เปนผูถอนตัณหาขึ้นไดกระทั่งราก เปนผูหมดสิ่งปรารถนาดับสนิทไมมีสวน ภัทเทกรัตตคาถา (หันทะ มะยัง ภัทเทกะรัตตะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาแสดงผูมีราตรีเดียวเจริญเถิด อะตีตัง นาน๎วาคะเมยยะ นัปปะฏิกังเข อะนาคะตัง บุคคลไมควรตามคิดถึงสิ่งที่ลวงไปแลวดวยอาลัย. เขาควรพอกพูนอาการเชนนั้นไว อัชเชวะ กิจจะมาตัปปง โก ชัญญา มะระณัง สุเว . อะสังหิรัง อะสังกุปปง ตัง วิทธา มะนุพ๎รูหะเย ผูใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหนาทีน่ ั้นๆ อยางแจมแจง. สิ่งเปนอนาคตก็ยังไมมา ปจจุปปนนัญจะ โย ธัมมัง ตัตถะ ตัตถะ วิปสสะติ. ไมงอนแงนคลอนแคลน. และไมพึงพะวงถึงสิ่ง ที่ยังไมมาถึง ยะทะตีตัมปะหีนันตัง อัปปตตัญจะ อะนาคะตัง สิ่งเปนอดีตก็ละไปแลว.

58    ความเพียรเปนกิจที่ตองทําวันนี. "ผูเปนอยูแมเพียงราตรีเดียว ก็นา ชม" ธัมมคารวาทิคาถา (หันทะ มะยัง ธัมมะคาระวาทิคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาแสดงความเคารพพระธรรมเถิด เย จะ อะตีตา สัมพุทธา เย จะ พุทธา อะนาคะตา. . ไมเกียจครานทั้งกลางวันกลางคืนวา. อะถาป วิหะริสสันติ เอสา พุทธานะ ธัมมะตา พระพุทธเจาทั้งปวงนั้นทุกพระองคเคารพพระธรรม.ไดเปนมาแลวดวย. ตัง เว ภัทเทกะรัตโตติ สันโต อาจิกขะเต มุนิ มุนีผูสงบยอมกลาวเรียกผูมคี วามเพียรอยูเชนนั้น. และพระพุทธเจาผูขจัดโศกของมหาชนในกาลบัดนี้ดว ย สัพเพ สัทธัมมะคะรุโน วิหะริงสุ วิหาติ จะ. ที่ยังไมมาตรัสรูดวย.้ ใครจะรูความตายแมพรุงนี้ นะ หิ โน สังคะรันเตนะ มะหาเสเนนะ มัจจุนา เพราะการผัดเพี้ยนตอมัจจุราชซึ่งมีเสนามากยอมไมมสี ําหรับเรา เอวัง วิหาริมาตาปง อะโหรัตตะมะตันทิตัง. โย เจตะระหิ สัมพุทโธ พะหุนนัง โสกะนาสะโน พระพุทธเจาบรรดาที่ลวงไปแลวดวย.

และจักเปนดวย. สัทธัมโม คะรุกาตัพโพ สะรัง พุทธานะ สาสะนัง เพราะฉะนั้น. บุคคลผูรักตน. เพราะธรรมดาของพระพุทธเจา ทั้งหลายเปนเชนนัน้ เอง ตัส๎มา หิ อัตตะกาเมนะ มะหัตตะมะภิกังขะตา. จงทําความเคารพพระ ธรรม นะ หิ ธัมโม อะธัมโม จะ อุโภ สะมะวิปากิโน ธรรมและอธรรมจะมีผลเหมือนกันทั้งสองอยางหามิได อะธัมโม นิระยัง เนติ ธัมโม ปาเปติ สุคะติง อธรรมยอมนําไปนรก.59    กําลังเปนอยูดวย. ธรรมยอมนําใหถึงสุคติ ธัมโม หะเว รักขะติ ธัมมะจาริง ธรรมแหละยอมรักษาผูประพฤติธรรมเปนนิตย ธัมโม สุจิณโณ สุขะมาวะหาติ ธรรมที่ประพฤติดีแลวยอมนําสุขมาใหตน เอสานิสังโส ธัมเม สุจณ ิ เณ นี่เปนอานิสงสในธรรมที่ตนประพฤติดีแลว . เมื่อระลึกไดถึงคําสัง่ สอนของพระพุทธเจาอยู. หวังอยูเฉพาะคุณเบื้องสูง.

60    โอวาทปาฏิโมกขคาถา (หันทะ มะยัง โอวาทะปาติโมกขะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาแสดงพระโอวาทปาติโมกขเถิด สัพพะปาปสสะ อะกะระณัง การไมทําบาปทั้งปวง กุสะลัสสูปะสัมปะทา การทํากุศลใหถึงพรอม สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การชําระจิตของตนใหขาวรอบ เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ธรรม ๓ อยางนี้เปนคําสั่งสอนของพระพุทธเจาทั้งหลาย ขันตี ปะระมัง ตะโป ตีติกขา ขันติ คือความอดกลั้นเปนธรรมเครื่องเผากิเลสอยางยิ่ง นิพพานัง ปะระมัง วะทันติ พุทธา ผูรูทั้งหลายกลาวพระนิพพานวาเปนธรรมอันยิ่ง นะ หิ ปพพะชิโต ปะรูปะฆาตี ผูกําจัดสัตวอื่นอยูไ มชื่อวาเปนบรรพชิตเลย สะมะโณ โหติ ปะรัง วิเหฐะยันโต ผูทําสัตวอื่นใหลําบากอยูไมชื่อวาเปนสมณะเลย อะนูปะวาโท อะนูปะฆาโต การไมพูดราย. การไมทําราย .

. แสวงหาอยูซึ่งนายชางปลูกเรือน.61    ปาติโมกเข จะ สังวะโร การสํารวมในปาติโมกข มัตตัญุตา จะ ภัตตัส๎มงิ ความเปนผูรูประมาณในการบริโภค ปนตัญจะ สะยะนาสะนัง การนอนการนั่งในที่อันสงัด อะธิจิตเต จะ อาโยโค ความหมัน่ ประกอบในการทําจิตใหยิ่ง เอตัง พุทธานะ สาสะนัง ธรรม ๖ อยางนี้เปนคําสั่งสอนของพระพุทธเจาทั้งหลาย ปฐมพุทธภาสิตคาถา (หันทะ มะยัง ปะฐะมะพุทธะภาสิตะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคาถาพุทธภาษิตครั้งแรกของ พระพุทธเจาเถิด อะเนกะชาติสังสารัง สันธาวิสสัง อะนิพพิสัง เมื่อเรายังไมพบญาณ. ไดแลนทองเที่ยวไปในสงสารอันเปนอเนกชาติ คะหะการัง คะเวสันโต ทุกขา ชาติ ปุนัปปุนัง.

โครงเรือนทั้งหมดของเจาเราหักเสียแลว.62    คือตัณหาผูสรางภพ. เจาจะทําเรือนใหเราไมไดอีกตอไป สัพพา เต ผาสุกา ภัคคา คะหะกูฏัง วิสังขะตัง. การเกิดทุกคราวเปนทุกขร่ําไป คะหะการะกะ ทิฏโฐสิ ปุนะ เคหัง นะ กาหะสิ นี่แนะ นายชางปลูกเรือน. บัดนี้เราขอเตือนทานทัง้ หลายวา วะยะธัมมา สังขารา สังขารทั้งหลายมีความเสื่อมไปเปนธรรมดา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ . มันไดถึงแลวซึ่งความสิ้นไปแหงตัณหา (คือ ถึงนิพพาน) ปจฉิมพุทโธวาทปาฐะ (หันทะ มะยัง ปจฉิมะพุทโธวาทะปาฐัง ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงกลาวคําแสดงพระโอวาทครั้งสุดทายของ พระพุทธเจาเถิด หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว ดูกอน ภิกษุทั้งหลาย. ยอดเรือนเราก็รื้อเสียแลว วิสังขาระคะตัง จิตตัง ตัณหานัง ขะยะมัชฌะคา จิตของเราถึงแลวซึ่งสภาพที่อะไรปรุงแตงไมไดอีกตอไป. เรารูจักเจาเสียแลว.

63    ทานทั้งหลายจงทําความไมประมาทใหถึงพรอมเถิด อะยัง ตะถาคะตัสสะ ปจฉิมา วาจา นี้เปนพระวาจามีในครั้งสุดทายของพระตถาคตเจา อุททิสสนาธิฏฐานคาถา (หันทะ มะยัง อุททิสสะนาธิฏฐานะคาถาโย ภะณามะ เส) เชิญเถิด เราทั้งหลาย จงสวดคาถาอุทิศและอธิษฐานเถิด (Now let us chant the verses of sharing and aspiration.) อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ดวยบุญนี้อุทิศให อุปชฌายา คุณุตตะรา อุปชฌายผูเลิศคุณ อาจะริยูปะการา จะ แลอาจารยผูเกื้อหนุน มาตา ปตา จะ ญาตะกา ทั้งพอแมแลปวงญาติ สุริโย จันทิมา ราชา สูรยจันทรและราชา คุณะวันตา นะราป จะ ผูทรงคุณหรือสูงชาติ .

64    พ๎รัห๎มะมารา จะ อินทา จะ พรหมมารและอินทราช โลกะปาลา จะ เทวะตา ทั้งทวยเทพและโลกบาล ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ ยมราชมนุษยมิตร มัชฌัตตา เวริกาป จะ ผูเปนกลางผูจองผลาญ สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ ขอใหเปนสุขศานติท์ ุกทั่วหนาอยาทุกขทน ปุญญานิ ปะกะตานิ เม บุญผองที่ขาทําจงชวยอํานวยศุภผล สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ ใหสุขสามอยางลน ขิปปง ปาเปถะ โว มะตัง ใหลุถึงนิพพานพลัน อิมินา ปุญญะกัมเมนะ ดวยบุญนี้ที่เราทํา อิมินา อุททิเสนะ จะ แลอุทิศใหปวงสัตว ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ .

65    เราพลันไดซึ่งการตัด ตัณหุปาทานะเฉทะนัง ตัวตัณหาอุปาทาน เย สันตาเน หินา ธัมมา สิ่งชั่วในดวงใจ ยาวะ นิพพานะโต มะมัง กวาเราจะถึงนิพพาน นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ มลายสิ้นจากสันดาน ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว ทุกๆ ภพที่เราเกิด อุชุจิตตัง สะติปญญา มีจิตตรงและสติทงั้ ปญญาอันประเสริฐ สัลเลโข วิริยมั หินา พรอมทั้งความเพียรเลิศเปนเครื่องขูดกิเลสหาย มารา ละภันตุ โนกาสัง โอกาสอยาพึงมีแกหมูมารสิ้นทั้งหลาย กาตุญจะ วิริเยสุ เม เปนชองประทุษรายทําลายลางความเพียรจม พุทธาธิปะวะโร นาโถ พระพุทธผูบวรนาถ .

May those who are friendly. Through the goodness that arises from my practice. austerity and vigor. May all desires and attachments quickly cease And all harmful states ×of mind. and my relatives. Until I realize Nibbana. May they soon attain the threefold bliss and realize the Deathless. With mindfulness and wisdom. . May the highest gods and evil forces. my father. Celestial beings. may I have an upright mind. May all beings receive the blessings of my life. And through this act of sharing. or hostile. guardian spirits of the Earth. The Sun and the Moon. indifferent. My mother. and the Lord of Death.66    ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม พระธรรมที่พึ่งอุดม นาโถ ปจเจกะพุทโธ จะ พระปจเจกะพุทธสม สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง ทบพระสงฆที่พึ่งผยอง เตโสตตะมานุภาเวนะ ดวยอานุภาพนั้น มาโรกาสัง ละภันตุ มา ขอหมูมาร อยาไดชอง ทะสะปุญญานุภาเวนะ ดวยเดชบุญทั้งสิบปอง มาโรกาสัง ละภันตุ มา อยาเปดโอกาสแกมาร เทอญ Through the goodness that arises from my practice. May my spiritual teachers and guides of great virtue. In every kind of birth. and all virtuous leaders of the world.

The Sangha is my supreme support. Through the supreme power of all these. . The Buddha is my excellent refuge. May darkness and delusion be dispelled. Unsurpassed is the protection of the Dhamma.67    May the forces of delusion not take hold nor weaken my resolve. The Solitary Buddha is my noble Lord.

Sign up to vote on this title
UsefulNot useful