You are on page 1of 5

Discharge counselling note

4

มิถุนายน

2552

ผู้ป่วยชายไทยค่้ อายุ

34

ปี ไดูรบ
ั การวินิจฉัยเป็ น

รับยาตูานไวรัสเอดส์เป็ นระยะเวลา

3

HIV (+)

เป็ นเวลา

10

ปี ไดู

ปี ผูป
้ ่ วยไดูรบ
ั การวินิจฉัยว่ามีการติดเชื้ อฉวย

โอกาสที่พบไดูในผู้ป่วยโรคเอดส์ คือภาวะ Pneumocytis pneumonia

น้้ ำหนั ก 56 kg สูง 148 kg BSA 1.31 m

2

ผลกำรตรวจร่ำงกำย
GA : severe dyspnea, very short of breath with poor lung
expansion and shallow rapid breathing
VS : T 39, BP 140/94, PR 130/min, RR 35/min
Lung : clear
HEENT : oral thrush
Heart : tachycardia
Ext : no pitting edema
ผลกำรตรวจทำงห้องปฏิบัติกำร
Radiology : CXR, bilateral interstitial infiltration

WBC 2. CD4 120 Sputum exam : AFB (-) All : ปฏิเสธการแพูยา Med PTA : 1. GPOvir 2. then 20 mg OD for 11 days 3. pH 7.3 (7. มะระขี้นกร้ปแบบเม็ด ไม่ไดูรบ ั ประมานสม่่าเสมอ Hospital course : 1. 1×2 ยำแก้ไอเม็ดสีแดง รับประทำนเมื่อมีอำกำรไอในช่วง 2 สัปดำห์ที่ ผ่ำนมำ แต่หยุดยำไปหลำยวันแล้ว 3. Hb 9. MTV 1×3 . Prednisolone 40 mg po bid then OD for 5 days. Co-trimoxazole (20 mg TMP/kg/d) IV q 8 hr for 5 days then 5 tab bid pc 2.45) Hematology : Plt 297.35-7.8.ABGs (on room air) : pO2 49 (80-100). pCO2 42 (35-45). ยำช่วยเพิ่มน้้ ำหนั ก (คำดว่ำ Cyproheptadine) ไม่ไดูรบ ั ประทาน สม่่าเสมอ หยุดก่อนหนูานี้ นานแลูว 4.4.

GPOvir (30) 1×2 5.4. ติดตามระดับ CD4 . Ketoconazole 1×1 PCP Problem list Discharge medication 1. ต้องติดตามการทำางานของไตอย่างน้อยทุก 6 เดือน ด้วยการตรวจ serum creatinine ผลข้างเคียงอย่างรุนแรงจากยา Nevirapine (NVP) 3. ภาวะมีกรดแลคติคในเลือดสูง (Lactic acidosis) อาการที่แสดงไดูแก่ ปวดทูอง คลื่นไสู อาเจียน เบื่ออาหาร ถ่ายทูอง อาหารไม่ย่อย ปวดเมื่อยกลูาม .HIV RNA เพื่อประเมินผลของการรักษาเป็ นระยะ 2. AIDs GPOvir (30) 1×2 3. PCP Co-trimoxazole 5 tab bid pc Prednisolone 40 mg po bid then OD for 5 days. Oral thrush Ketoconazole 1×1 ขูอเสนอแนะ 1. then 20 mg OD for 11 days 2.

ddI. ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดโรคติดเชื้อฉวยโอกำสตำมหลังกำรรักษำด้วยยำ ต้ำนไวรัสเอช ไอ วี ไม่ควรหยุดยำต้ำนไวรัสเอช ไอ วี ควรให้กำร รักษำโรคติดเชื้อฉวยโอกำสควบคู่กับยำต้ำนไวรัสเอช ไอ วี และ ประเมินว่ำสูตรยำต้ำนไวรัสเอช ไอ วี ทีผ ่ ู้ป่วยได้รับอยู่ยังให้ผลกำร รักษำที่ดีอยู่หรือไม่ 7. AZT 4. d4T อำจเป็ นเป็ นพิษต่อตับร่วมกับภำวะ lactic acidosis และ microvesicular หรือ macrovesicular hepatic steatosis จำกผลของ mitochondrial toxicity เกิดหลังรับยำหลำยเดือนจนถึงหลำยปี ติดตำม liver enzymes อย่ำงน้ อยทุก 3-4 เดือน 5.เนื้ อ น่้าหนั กลด อ่อนเพลีย ไม่มีแรง การแกูไขที่ดีท่ีสุดคือการหยุดยาที่เป็ น สาเหตุ ไดูแก่ d4T. 6. พยาธิสภาพของโรคที่ผู้ป่วยเป็ น 2. ใหูผู้ป่วยหมัน ่ ตรวจสอบความผิดปกติท่ีเกิดกับร่างกาย ซึ่งอาจเกิดจากโรคที่ เป็ น หรือเกิดจากยา ซึ่งควรมารับการรักษาโรงพยาบาล . อภิปรายกับผู้ป่วยเกี่ยวกับ 1. แนวทางในการรักษาโรค 3. วิธีการปฏิบัติตัวใหูเหมาะสมกับโรคที่ผู้ป่วยเป็ น เช่น การใชูถุงยางอนามัย เมื่อมีเพศสัมพันธ์ 4.

5. อธิบำยให้ผู้ป่วยเข้ำใจถึงควำมส้ำคัญของกำรรับประทำนยำอย่ำงต่อ เนื่องและสม้่ำเสมอ ห้ำมหยุดยำเอง เข้ำใจวิธีกำรรับประทำนยำและ ผลข้ำงเคียงของยำ เพื่อหลีกเลี่ยงกำรเกิดเชื้อไวรัสดื้อยำ และเพื่อให้ ยำมีประสิทธิผลสูงสุดเป็ นเวลำนำนที่สุด 7. . แนะน่าผู้ป่วยว่าไม่ควรซื้ อหายามารับประทานเอง ควรปรึกษาแพทย์หรือ เภสัชกรก่อนใชูยา เพราะยาบางตัวอาจเกิดปฏิกิริยำกับยำต้ำนไวรัส HIV ท้ำให้ส่งผลเสียต่อกำรรักษำ 6.